เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 99 : ตอนที่ ๙๐ หน่วยข่าวกรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 931 ครั้ง
    26 มิ.ย. 60

ตอนที่ ๙๐ หน่วยข่าวกรอง

ตลอดการเดินทางข้ากับท่านพ่อเงียบไม่เอ่ยอันใดต่อกัน ข้าเองอึดอัดใจไม่น้อย แน่ละ การที่บิดาบังเกิดเกล้าโผล่มาเห็นตอนกำลังหยอกล้อกับคนรักเช่นนี้จะมิให้เขินอายได้อย่างไร ข้ายังมียางอายอยู่นะ มิใช่เจ้าแมวหน้าหนาตัวนั้น ท่านพ่อไม่พูดหรือให้คำตักเตือนใดๆ ข้าก็จะทำเบลอลืมเรื่องน่าอายนี้ไปก็แล้วกัน

ในตอนที่เดินเข้าจวนท่านพ่อแยกตัวออกไปเมื่อพ่อบ้านกู่เดินเข้ามากระซิบกระซาบรายงานว่ามีแขกมารอเข้าพบ ข้ามองตามไม่นานก็หันตัวไปยังเรือนหงเหมยเพื่อพูดคุยกับท่านทวดเยว่ไฉหลาง เมื่อตัดสินใจแล้วข้าก็ลงมือทันทีก่อนที่จะเปลี่ยนใจไม่ยอมจากไป พอได้ยินสิ่งที่ข้ากล่าวออกไปดวงตาที่ปรือต่ำราวจะหลับมิหลับแหล่นั้นฉายแววพึงพอใจเงียบๆ

“เตรียมตัวให้พร้อมหลังจากงานเลี้ยงพวกเราจะเดินทางกลับตระกูล”

ได้ยินก็ใจหายวาบ เหตุใดถึงได้รวดเร็วปานนั้น ข้าเม้มปากพยักหน้ารับคำว่าเข้าใจแล้วขอตัวออกไปไม่อยู่รบกวนเวลาอ่านหนังสือของท่านทวด เอาเถิด ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีมิใช่หรือ? ถ้าหากเกิดปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไปนานเท่าไรก็ยิ่งทำให้ข้าตัดใจจากไปยากมากยิ่งขึ้น ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่เดินย่ำเท้าตรงไปยังเรือนหงเหมย

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน อีกไม่กี่วันข้าก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว หนำซ้ำยังมีเรื่องหนักๆ อย่างเช่นเรื่องตระกูลจาให้ต้องคิดอีก โชคดีที่ฉินอ๋องล่วงรู้เรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดจากบันทึกปริศนาที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดแจ้ง ระหว่างเดินกลับห้องในหัวของข้าก็ค่อยๆ ทบทวนสิ่งที่ฉินอ๋องบอกเล่าเพื่อทำความเข้าใจอีกครั้ง

จากที่ฉินอ๋องเล่ามาหลังจากที่ข้าสิ้นใจตายไปทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปไม่หยุด ฉินอ๋องกับองค์รัชทายาทต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ ตอนแรกเหลียงอ๋องหนุนหลังองค์รัชทายาทแต่ต่อกรกับทายาทตระกูลโหยวที่อยู่ฝั่งองค์รัชทายาทไม่ได้ จึงย้ายข้างมาสนับสนุนฉินอ๋องแย่งชิงบัลลังก์ แต่ท้ายสุดแล้วองค์รัชทายาทได้บัลลังก์ไปครอง แสดงให้เห็นเลยว่าฉินอ๋องกับเหลียงอ๋องพ่ายแพ้ให้แก่ทายาทตระกูลโหยว แต่สุดท้ายแล้วคนที่ได้หัวเราะทีหลังก็คือเหลียงอ๋อง เขากำจัดทายาทตระกูลโหยวทำให้องค์รัชทายาทสิ้นใจตายไป เมื่อทายาทอันดับหนึ่งสิ้นใจ ทายาทอันดับสองร่างกายอ่อนแอ ทายาทอันดับสามก็ตายไปแล้ว จึงวนมาถึงทายาทลำดับที่สี่...ฉินอ๋อง ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ถัดมา

แต่ในครั้งนี้พวกเรารู้ถึงแผนการชั่วร้ายที่จะผนวกรวมแคว้นของตระกูลจาแล้ว การที่ฉินอ๋องจะขึ้นครองราชย์เหมือนเมื่อชีวิตก่อนก็ไม่เห็นจะมีปัญหาใด ดีเสียอีก จะได้กำจัดเหลียงอ๋องออกไปได้ง่ายๆ แต่เขากลับจะสนับสนุนองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์แทน ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองแต่มันก็อดจะคิดมิได้ ที่ฉินอ๋องตัดสินใจสนับสนุนพี่ชายต่างมารดาก็เพราะ...ข้า ไม่อยากหลงตัวเองจริงๆ แต่ก็อดจะปลาบปลื้มไม่ได้ เจ้าแมวเลือกข้าจึงยอมสละสิทธิ์สืบทอดราชบัลลังก์!

ข้าแทบจะเดินตัวลอยเท้าไม่ติดพื้น เคลิบเคลิ้มไปกับความคิดที่ว่า... เขาเลือกข้า! เลือกข้า! เจ้าแมวจะต้องรักข้ามากเป็นแน่ คิดได้ก็อยากจะหัวเราะออกมาเสียงดังๆ เสียจริง วู้! ทุกอย่างช่างสดใสและสวยงามอะไรเช่นนี้~ ปลื้มจนยิ้มหน้าบานไปจนกระทั่งสตรีชุดแดงดอกเหมยลอยพุ่งเข้ามาใส่หน้า ข้าผงะตกใจ หลีกไม่ทันจนปะทะร่างเลือนรางของมารดาให้หนาววูบ

อ๊ะ! ถิงเอ๋อร์ แม่รอเจ้าอยู่นานแล้ว เหตุใดถึงมาถึงช้านัก!?

ข้ามองมารดาที่ชี้หน้าตำหนิเสียงขุ่นเคืองอย่างฉงนใจ แปลกใจตั้งแต่ไม่เห็นนางตามบิดาไปยังวังหย่งเฮ่าแล้วล่ะ ปกติมารดาผู้ประเสริฐพร้อมทั้งกายและใจของข้าต้องเกาะท่านพ่อหนึบมิใช่หรือ? แต่ทว่าช่วงนี้นางกลับทำตัวแปลกๆ หลบลี้มาซ่อนตัวในจี้หินซับจันทราของข้าอยู่บ่อยครั้ง ข้าสังเกตเห็นแล้วท่านพ่อจะไม่รู้อย่างนั้นหรือ? แต่คล้ายกับข้านั่นแหละ ท่านพ่อปล่อยให้ท่านแม่ได้คิดกับตนเองตามลำพัง หากคิดตกแล้วนางอาจจะบอกพวกเราเอง บางทีครั้งนี้ท่านแม่อาจจะคิดตกแล้วกระมัง

“ขออภัยขอรับ ข้าแวะไปคุยกับท่านทวดมาจึงกลับมาช้าเล็กน้อย ท่านแม่กินอะไรแล้วหรือยังขอรับ?”

 กินแล้วละ เจ้าไปคุยกับท่านทวดเรื่องใดงั้นหรือ?ท่านแม่หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามมาเสียงเบาๆ สีหน้าคล้ายอยากรู้และไม่อยากรู้ขัดแย้งกันเอง ข้ามองเห็นแต่ไม่ได้ทักท้วง ก้าวเท้าเดินเข้าไปพร้อมกับโบกมือให้กับคนรับใช้ที่รีบปรี่เข้ามารับใช้ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อพูดคุยเป็นส่วนตัวกับมารดา ป้องกันมิให้คนมาเห็นว่าข้ากำลังคุยกับอากาศแล้วจะหาว่าข้าเป็นวิปลาสคุยคนเดียว

“ลูกไปคุยเรื่องกลับตระกูลเยว่ขอรับ ลูกตัดสินใจจะกลับไปพร้อมกับท่านทวด แล้วท่านแม่เล่า จะเอาอย่างไรต่อไป?”

หากข้าเดามิผิดสิ่งที่ทำให้ท่านแม่ขบคิดไม่ตกน่าจะเป็นเรื่องนี้ เดิมทีความปรารถนาของท่านแม่ก็คือกลับมาทวงสิ่งที่เป็นของข้าและกลับไปยังตระกูลเดิมของนาง แต่เมื่อเรื่องราวมันพลิกผันไม่เป็นไปตามที่เข้าใจข้าก็ไม่แน่ใจว่าท่านแม่ต้องการกลับไปตระกูลเยว่ หรือท่านแม่อยากจะอยู่กับท่านพ่อต่อ ดูเหมือนตัวนางเองก็ยากจะตัดสินใจเช่นกัน

ดีแล้วละที่ตัดสินใจเช่นนั้น อย่างน้อยเจ้าก็ทำเพื่อตนเองบ้าง ในอนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้างท่านแม่พยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยจริงๆ จากนั้นนางก็เงียบไป ก้มหน้าลงระหว่างที่ทรุดตัวลงนั่งพร้อมๆ กับข้า เนิ่นนานครึ่งค่อนวันท่านแม่ถึงเงยหน้าขึ้นมามองข้า นัยน์ตาสีดำสนิทซุกซ่อนบางสิ่งเอาไว้

แม่คิดว่า...แม่จะอยู่ที่นี่ ขอโทษที่ไม่ได้ไปกับเจ้า

นางพูดเสียงเบาราวกับกลัวว่าข้าจะไม่พอใจ ข้าอาจจะใจหายหน่อยๆ แต่ถ้าหากท่านแม่ไตร่ตรองดีแล้วเลือกที่จะอยู่กับท่านพ่อข้าก็พอเข้าใจได้ ข้าคลี่ยิ้มพยักหน้ารับรู้ไม่เอ่ยตัดพ้อน้อยใจใดๆ ดีใจเสียด้วยซ้ำที่ท่านแม่ตัดสินใจอยู่ที่นี่ มารดาของข้านางเองก็ต้องทนทุกข์กับความเคียดแค้นที่เข้าใจผิดมาเนิ่นนาน การได้มาอยู่กับคนที่รักอีกครั้งคงจะไม่อยากปล่อยโอกาส ข้ามองร่างกายโปร่งแสงของมารดาแล้วแอบกังวลใจหน่อยๆ

...จะมีหนทางทำให้ท่านแม่มีร่างกายที่มีเนื้อหนังแบบมนุษย์บ้างหรือไม่?

ข้าอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าถ้าหากท่านแม่ฟื้นคืนชีพได้ครอบครัวของข้าจะมีความสุขมากกว่านี้หรือไม่? ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีวิธีจริงๆ ข้าจารึกสิ่งนี้เอาไว้ในใจเน้นๆ หากไปยังตระกูลเยว่ข้าจะพยายามค้นหาวิธีการที่จะช่วยเหลือท่านแม่ให้จงได้ หลังจากนั้นท่านแม่ก็ขอตัวออกไปหาท่านพ่อปล่อยให้ข้าอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ก่อนที่จะเข้านอนข้าก็ได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างเบาๆ ข้าสะบัดผ้าห่มพุ่งไปแย้มหน้าต่างออกเล็กน้อย นกตัวน้อยก็กระโดดเหยงๆ เข้ามาในช่อง ข้าช้อนตัวมันเอาไว้ในอุ้งมือแล้วรีบปิดหน้าต่างเดินมาปล่อยไว้ตรงคอนไม้ เจ้านกน้อยค่อยๆ จับคอนทรงตัวแล้วหันหน้ามามองแล้วเริ่มร้องจิ๊บๆ

ข้าสาละวนเตรียมน้ำและข้าวให้แก่นกน้อยสายสืบตัวเก่งพลางฟังมันรายงานแบบไม่ตกหล่นแม้สักคำ ฟังไปพลางขมวดคิ้วครุ่นคิดไปด้วย ในที่สุดก็รู้จนได้ว่าเหอชิงจิ่นผู้นั้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด ข้ายกยิ้มออกมาแล้วตกรางวัลให้แก่นกตัวน้อยอย่างงาม จากนั้นข้าก็ทำการเคลื่อนย้ายตัวไปหาฉินอ๋องเพื่อพูดคุยเรื่องเหอชิงจิ่นว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี พวกเราช่วยกันวางแผนดักจับเหอชิงจิ่นจนดึกดื่นค่อนคืนถึงจะได้นอน... มิได้ทำนอกลู่นอกทางแต่อย่างใด

เช้าตรู่ฉินอ๋องตื่นแล้วลุกขึ้นจากเตียงผละออกไปเงียบๆ แต่ข้าก็ไม่วายตื่นตามขึ้นมาอยู่ดี ข้าเปิดปากหาวอยู่หลายครั้งจนฉินอ๋องวกกลับมาบอกให้นอนต่อ แต่ข้าส่ายหน้าลุกขึ้นมาช่วยเขาแต่งตัวด้วยสภาพตาปรือ จากนั้นก็โบกมือส่งเขาออกไปจากห้องแล้วเคลื่อนย้ายตัวกลับมานอนที่ห้องของตนเองต่อ ป้องกันเหตุสุดวิสัยมิให้เกิดตื่นแตกเมื่อมีผู้ใดนึกคึกเปิดประตูเข้ามาแล้วไม่เห็นข้า ข้านอนต่อประมาณหนึ่งชั่วยามก่อนจะลุกขึ้นบิดตัวไปมาก็เข้าสู่ยามซื่อ(๙-๑๑น.)แล้ว

ข้านั่งอยู่หน้ากระจกปล่อยให้ชิงลู่กับจื่อลู่สางผมให้

“เมื่อเช้านี้ข้าได้ยินมาว่าคนร้ายคดีฆ่าคนในวันปีใหม่แหกคุกออกมาได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แย่จริงๆ พวกมือปราบทำอันใดอยู่ถึงปล่อยให้ผู้ร้ายใจโหดเหี้ยมเช่นนี้หลุดออกมาจากคุกได้” หนุ่มขาประจำกรมข่าวลือเริ่มรายงานข่าวในวันนี้ ข้าผงกหน้าขึ้นมาฟังอย่างสนใจ หางตาประกายความพอใจ ลงมือได้รวดเร็วสมกับเป็นฉินอ๋องจริงๆ ระหว่างที่ข้านอนต่ออยู่นั้นเขาก็เริ่มทำตามแผนที่ช่วยกันวางเมื่อคืนจนสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว ดูเอาเถิด เพียงไม่ถึงชั่วโมงก็กระจายข่าวลือปากต่อปากจนมาถึงหูของข้าแล้ว

“หวังว่ามันจะถูกจับได้เร็วๆ นี้นะขอรับนายน้อย”

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว จะปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลได้อย่างไร” ข้าพยักหน้าเออออตามไปด้วยอารมณ์นึกสนุก แน่นอนว่าต้องจับคนร้ายได้ คนร้ายตัวจริงเสียด้วย! ทั้งสองหนุ่มหยกงามจัดทรงผมพร้อมกับใส่กวานหยกฝังมุกประกายวาววับให้แก่ข้าเสร็จก็ถอยหลังออกไป ข้าลุกขึ้นโบกมือสั่งการให้คนไปตามไป๋หู่มาพบ

“แปลกจริง นายน้อยอยากจะร่ำเรียนแต่เช้าเช่นนี้ คงมิได้กินอันใดผิดสำแดงหรอกนะขอรับ?” อาจารย์ไป๋หู่แดกดันด้วยสีหน้าราบเรียบหลังจากที่ข้าแจ้งจุดประสงค์ในการเรียกตัวเขามา ข้ายิ้มใจเย็น ไม่ถือสาคนปากร้ายที่ประชดศิษย์ไม่รักดีที่โดดเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า

“มิได้เรียนมาหลายวัน ข้าเองก็อยากจะชดเชยบ้าง”

ข้าพยายามตั้งสมาธิจดจ่อกับบทเรียนแต่มันก็ยากซะเหลือเกิน เพราะความคิดของข้ามักจะวนเวียนกระสับกระส่ายอยากทราบความคืนหน้าของแผนการล่อจับเหอชิงจิ่นจนแทบเรียนไม่รู้เรื่อง จนแล้วจนรอดข้ากัดฟันอดทนจนผ่านพ้นบทเรียนมาแบบคนสอนจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา สิ้นบทเรียนอาจารย์ไป๋หู่ไม่รีรอไล่ข้าออกจากห้องเรียนอย่างอดกลั้นมิไหว ข้ารีบจรลีออกมาอย่างไม่อิดออดแม้แต่น้อย แล่นชิวออกไปอย่างรวดเร็วยิ่ง

กระโดดขึ้นเจ้าหมอกทมิฬที่ถูกจูงมารออยู่หน้าจวนควบไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว ข้าแวะมาที่ร้านของเสี่ยวชีที่วันนี้เปิดร้านตามปกติแต่น่าแปลกที่มิเห็นเถ้าแก่เจ้าของร้าน กลับเห็นใครบางคนที่อยู่โยงช่วยเหลือคนในร้านประหนึ่งเจ้าของร้านอีกคน ข้ายืนมองเขาพร้อมกับยิ้มๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายหันมาเห็น จิ้นเกอสะดุ้งโหยงตกใจไม่คิดจะเจอข้าระยะประชิดเช่นนี้

“จิ้นเกอ เสี่ยวชีไปไหนรึ? ไม่เห็นอยู่ที่ร้าน”

“อ้อ เขา-เขาออกไปทำธุระน่ะ ดะ-เดี๋ยวก็มาแล้วกระมัง” จิ้นเกอที่หน้าแดงระเรื่อไปทั้งใบหน้าเอ่ยตอบตะกุกตะกักผิดกับท่าทางคล่องแคล่วเมื่อครู่ลิบลับ ข้าพยักหน้ารับรู้ มิได้เอ่ยแซวให้อีกฝ่ายเขินอายมากไปกว่านี้อีก ขืนล้ออีกไม่แน่จิ้นเกออาจจะระเบิดตัวด้วยความเขินอายก็เป็นไปได้ เพียงแค่นี้เขายังแดงก่ำลามไปถึงใบหูแล้ว

“เจ้าเข้ามารอก่อนเถิด อีกประเดี๋ยวก็มา”

“รบกวนแล้ว”

จิ้นเกอพาข้าเข้าไปนั่งรอเถ้าแก่ตัวน้อยด้านหลังร้าน ยกน้ำชาและขนมมาต้อนรับราวกับเจ้าของบ้าน ข้ายกคิ้วเม้มปากยิ้ม ดูเอาเถิด ปากปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกันแต่การกระทำยิ่งกว่าข้ากับเจ้าแมวเสียอีก แทบจะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ด้วยกันเช่นนี้ก็แต่งๆ กันไปเถิด นั่งรออยู่ไม่นานนักคนตัวเล็กก็เยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวางจนตาหยีปิด

“อาจิ้น~ ข้ากลับมาแล้ว”

อาจิ้นงั้นหรือ? อืม...

ข้าวางถ้วยชาลงพร้อมกับยิ้มขบขันท่าทางราวกับกระต่ายตื่นตูมของจิ้นเกอ ส่วนเจ้าเจ็ดตัวน้อยได้ยินเสียงถ้วยชาก็พลันตวัดสายตามองมา เห็นข้านั่งยิ้มมีเลศนัยก็สะดุ้งเบิกตาโตอย่างมีพิรุธ รีบร้อนผลุบเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยถามน้ำเสียงลนลาน

“จิ้งถิง เจ้า-เจ้ามาได้อย่างไร? ไม่เห็นรถม้าหรือคนติดตามสักคน!

“อ้อ ข้าขี่ม้ามาคนเดียวน่ะ” ข้าตอบเสียงเรียบๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย ท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำให้เจ็ดน้อยเหงื่อซึมกว่าเดิม ท่าทางโบกไม้โบกมือหาข้อแก้ตัวพัลวันของเขาทำให้ข้าอดจะขบขันมิได้

จุ๊ๆ สองคนนี้จะเขินอายมากเกินไปแล้ว! เหตุใดถึงอยากปิดบังกันถึงเพียงนี้ด้วยเล่า ข้าออกจะดีใจด้วยซ้ำที่เห็นพวกเขาลงเอยกันด้วยดี น่ายินดีจะตายไป ชีวิตที่แล้วของเสี่ยวชีถูกชายสารเลวหลอกกันเสียผู้เสียคน แต่หากเป็นจิ้นเกอข้าก็วางใจแล้ว เชื่อว่าพี่ชายคนซื่อๆ จะไม่หักหลังสหายตัวน้อยของข้าเป็นแน่

นานไปข้าไม่มีท่าทางโมโหใดๆ เสี่ยวชีกับจิ้นเกอก็ลอบมองหน้ากันแล้วกระแอมไอปรับอารมณ์ให้เย็นลง

“แล้วนี่เจ้ามาเพราะเรื่องแผนที่จะจับเหอชิงจิ่นงั้นหรือ?”

“หือ? เจ้ารู้เรื่องเหอชิงจิ่นได้อย่างไร?” ข้าหันไปมองเสี่ยวชีที่หย่อนบั้นท้ายนั่งลงเก้าอี้ตัวถัดไปอย่างแปลกใจ เหตุใดเสี่ยวชีถึงได้รู้เรื่องแผนจับเหอชิงจิ่นได้เล่า คนถูกสงสัยก็ทำหน้างงตอบกลับมา เสี่ยวชีขมวดคิ้วพร้อมกับเกาศีรษะ

“อ้าว เจ้ามิใช่รู้มาก่อนงั้นหรือว่าข้าเองก็เป็นคนทำตามแผนการนี้ด้วย”

ข้าส่ายหน้า ยกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“อ้าว” เจ็ดน้อยขมวดคิ้วหลุดอุทานทำหน้างุนงงตอบกลับมา เราจ้องกันไปมาราวกับจะหาคำตอบจากดวงตาของอีกฝ่าย จนกระทั่งเสี่ยวชียกมือยอมแพ้ยอมถอยให้ เรียบเรียงคำพูดอยู่นานก็เปิดปากพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

“ข้าเป็นหน่วยข่าวกรองของฉินอ๋อง มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ และกระจายข่าวให้แก่ฉินอ๋อง”

ว่าไงนะ!?

ข้ากะพริบตาปริบๆ ด้วยความหลากใจ เสี่ยวชีน่ะหรือเป็นหน่วยข่าวกรองของฉินอ๋อง!? นี่มันเรื่องอันใดกัน เหตุใดข้าถึงไม่เคยรู้มาก่อน ชีวิตก่อนก็ไม่มีเรื่องเช่นนี้แน่ ข้ามั่นใจ เห็นข้าขมวดคิ้วไม่รู้เรื่องเช่นเดิม เจ็ดน้อยก็ถอนหายใจอีกรอบ มองมาด้วยแววตาขึงขังแล้วเล่าเรื่องราวของเขาให้ข้าฟังอย่างละเอียด สรุปแล้วหลังจากที่ข้ากลับตระกูลเซี่ย ฉินอ๋องก็เรียกเสี่ยวชีเข้าไปพบเสนอข้อตกลงบางอย่างแลกกับเสี่ยวชีลาออกจากเจ้านายเดิมมาทำงานให้ฉินอ๋องแทน

“เจ้านายเก่า?”

“อืม เดิมทีข้าเป็นคนของอำมาตย์เซี่ย ถูกส่งไปดูแลและรายการความเคลื่อนไหวของเจ้าอย่างไรเล่า” เสี่ยวชีพยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าปกติราวกับมิใช่เรื่องน่าตกใจใดๆ แต่ข้าคนฟังกลับเบิกตาตกใจอีกรอบ เรื่องนี้ข้าก็ไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกัน! นี่มันมีแต่เรื่องให้ตกใจเสียจริง เสี่ยวชีเป็นคนของท่านพ่อส่งมาดูข้าที่วังหย่งเฮ่าอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นก็ไม่แปลกเลยที่ท่านพ่อจะไม่แปลกใจนักตอนที่เห็นข้ากลับมาจากศึกหน้าหนาวกับฉินอ๋อง คงจะรู้เรื่องจากเสี่ยวชีมาก่อนแน่ๆ

“เรื่องนี้เจ้าก็ยังไม่รู้หรือ?” เสี่ยวชีถามพร้อมกับมองมาด้วยแววตางุนงงอีกครั้ง ข้าส่ายหน้าแรงๆ ตอบกลับไป คนตัวเล็กกะพริบตาอึ้งๆ ก่อนจะเอ่ย

“เจ้ามาถามนั่นถามนี่ข้าบ่อยๆ มิใช่รู้เรื่องนี้มาก่อนงั้นหรือ?”

“เปล่า ข้าแค่คิดว่าเจ้าน่าจะรู้” ข้าปฏิเสธเสียงเบา เสี่ยวชีเป็นเจ้ากรมข่าวลือข้าเพียงคิดง่ายๆ ว่าเขาต้องรู้เรื่องแน่นอน ผู้ใดจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายรู้เพราะเป็นหน่วยข่าวกรองกันเล่า มิน่าล่ะเรื่องซอกแซกเพียงใดเสี่ยวชีก็ขุดคุ้ยมาให้ข้าได้หมด อยากจะโขกศีรษะตัวเองสักที บ้าจริง ทำไมข้าถึงบื้อเช่นนี้!

“ข้าไถ่ตัวจากบิดาของเจ้าแล้วมาเปิดร้านแห่งนี้ด้วยทุนจากฉินอ๋อง รวมกับเงินที่บิดาของเจ้ามอบให้แก่ข้าเพื่อตอบแทนที่ข้าคอยช่วยเหลือเจ้ามาตลอด”

มิน่าเล่าตอนออกมาจากวังหย่งเฮ่าเขาถึงปฏิเสธยามที่ข้าพยายามมอบเงินเพราะกลัวเขาออกจากวังแล้วจะลำบาก ตอนนั้นเสี่ยวชีบอกว่ามีเงินเก็บไว้บ้างที่แท้ก็มาจากนายทุนใหญ่สองคนนี้นี่เอง

“ไม่แค่รวบรวมข้อมูล ข้ายังทำหน้าที่กระจายข่าวลืออีกด้วย อ้อ ข่าวลือเรื่องของเจ้ากับฉินอ๋องก็เป็นฝีมือของข้าทั้งนั้นเลยละ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกเจ้าเปิดเผยความสัมพันธ์ หรือเป็นตอนที่พวกเจ้าจะหมั้นหมายกัน ที่พวกเจ้ามาถึงขั้นนี้ได้พูดไปแล้วส่วนหนึ่งก็เพราะข้าเลยนะ” เสี่ยวชีกลัวข้าไม่เชื่อรีบนำเสนอผลงานของเขาด้วยสีหน้าและท่าทางภาคภูมิใจสุดๆ ข้าถึงกับเหงื่อตกเมื่อลองย้อนคิดไปถึงข่าวลือชื่อเสียงดีงามเกินไปนั้นแล้ว ที่แท้ต้นตอก็มาจากที่นี่นี่เอง!

“ใช่แล้วละ เสี่ยวชีทำงานให้กับฉินอ๋องจริงๆ ท่านอ๋องถึงได้ถึงข้ามาช่วยงานที่นี่” จิ้นเกอกลัวว่าข้าจะไม่เชื่อพยายามยืนยันหนักแน่นอีกแรง

เสี่ยวชีกลอกตาไปมาอย่างมีพิรุธ ไม่รอดสายตาของข้าไปได้ จิ้นเกอหนอจิ้นเกอ ถูกเจ้านายขายแลกแรงงานมาหนึ่งเสียมากกว่าล่ะมั้ง! ข้ามองพ่อหนุ่มคนซื่อด้วยสายตาเห็นใจ เสี่ยวชีรีบกระแอมไอกลบเกลื่อนก่อนที่เหยื่อผู้น่าสงสารจะรู้สึกตัวว่าถูกใช้เป็นของแลกเปลี่ยน คนตัวเล็กเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกระตือรือร้นผิดธรรมชาติ

“เจ้ามาที่นี่เพราะอยากรู้เรื่องของเหอชิงจิ่นมิใช่หรือ!?

ข้ารู้ทันเถ้าแก่มือใหม่ผู้พ่วงตำแหน่งหน่วยข่าวกรองลับๆ ของฉินอ๋อง แต่ก็มิได้จะเอ่ยขัด พยักหน้าตามน้ำไปอย่างเสียมิได้ เอาเถิด ตอนนี้ทั้งสองก็มีความสุขดีแล้วจะฟื้นฝอยหาตะเข็บไปทำไม ดวงตาชั้นเดียวยิ้มหยีเมื่อเห็นข้าไม่พูดอะไรออกไป เสี่ยวชีก็เริ่มเล่า

“ฉินอ๋องให้ข้ากระพือข่าวเรื่องเหอชิงจิ่นแหกคุกออกมา จากนั้นก็สร้างข่าวลือเรื่องที่กบดานของเหอชิงจิ่น...”

ไม่ผิดจากที่พวกเราวางแผนกัน ฉินอ๋องพาฉิวเฟยอินไปลบล้างภาพมายาจากเหอชิงจิ่นตัวปลอมที่ถูกจับขังอย่างลับๆ จากนั้นก็สร้างข่าวเรื่องแหกคุกและที่กบดานของเหอชิงจิ่นเพื่อนำกำลังไปจับกุมเหอชิงจิ่นตัวจริง ถ้าไม่ผิดจากที่วางแผนเอาไว้น่าจะรวบตัวเหอชิงจิ่นได้และเหลียงอ๋องเองก็จะโดนสอบสวนไปด้วยฐานที่มอบที่กบดานแก่ผู้ร้ายคดีสังหารต่อเนื่อง ยิงเกาทัณฑ์ครั้งเดียวได้นกสองตัว!

“ฉินอ๋อง อำมาตย์เซี่ย และหัวหน้ามือปราบหลวนพากองมือปราบฝีมือดีไปตามจับเหอชิงจิ่นตามข่าวลือที่สร้างขึ้น สุดท้ายแล้วเหอชิงจิ่นก็ดันมาตายก่อนที่จะถูกจับ คนร้ายตายคดีจึงถูกปิดลง น่าเสียดายจริงๆ”

ว่าอย่างไรนะ!?

“ตายได้อย่างไร?” จิ้นเกอเป็นคนถามคำถามในใจของข้า เสี่ยวชีถอนหายใจ

“เหลียงอ๋องเป็นผู้สังหาร เขาให้เหตุผลว่าไม่รู้ตัวว่าคนร้ายเข้ามาหลบซ่อนตัวที่วังของเขา พอรู้ก็รีบนำกำลังไปจับกุมคนร้าย ทว่าคนร้ายต่อสู้กลับมาจึงเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจนควบคุมมิได้ พลาดพลั้งทำให้คนร้ายเสียชีวิตไป”

เป็นเหตุผลที่ง่ายๆ แต่สมเหตุสมผลมากจนเถียงอันใดมิออก! เหลียงอ๋องช่างร้ายกาจนัก ไม่แปลกเลยที่ในชีวิตก่อนเขาจะโค่นล้มคนเก่งๆ แล้วลอยตัวกลับตระกูลจาไปอย่างสบายใจเฉิบ ข้าอุตส่าห์ชะล่าใจคิดว่าครั้งนี้จะกำจัดเขาออกไปได้เสียอีก คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเหลียงอ๋องจะไหวตัวทันและชิงลงมือก่อน คนผู้นี้จัดการได้ยากเย็นนัก ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่

สมแล้วที่เป็นศัตรูอันดับหนึ่ง!

 

…………… ฉินอ๋อง

ร่างสูงสง่ายืนมองคนรักเดินตามบิดาไปจนสุดสายตาก่อนที่จะถอนหายใจออกมายาวเหยียดราวกับต้องการจะขจัดความกังวลต่างๆ นานาในใจออกมาด้วย ตั้งแต่ตัดสินใจจะพูดเรื่องนี้เขาก็กังวลปนหวาดหวั่นมาโดยตลอด จะพูดอย่างไรให้จิ้งถิงเชื่อ จะพูดอย่างไรมิให้เรื่องราวหนักหน่วงรุนแรงมากนัก แล้วจะทำอย่างไรเพื่อหันเหความสนใจของจิ้งถิง

ร่างกายหนักอึ้งราวกับใช้เรี่ยวแรงไปมากมาย ทั้งที่เพียงแค่พูดคุยกับคนคนหนึ่งเท่านั้น เขาพูดความจริงไปบ้าง แน่นอนว่าย่อมมีบางสิ่งที่จงใจละเอาไว้ บางสิ่งก็สมควรเป็นความลับตลอดกาล...

“ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทออกเดินทางแล้วขอรับ” องครักษ์เงาที่แฝงกายในเงามืดขยับเข้ามากล่าวรายงานสิ่งที่เจ้านายให้สั่งการเอาไว้ กล่าวจบก็ขยับเท้าซ่อนเร้นตัวรวดเร็วราวกับภูตผี

ฉินอ๋องยังคงยืนนิ่งๆ เหมือนไม่มีอันใด ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ หากจะมองมาก็เห็นเพียงเจ้าของวังหย่งเฮ่ายืนทอดสายตาเย็นเยือกเท่านั้น ร่างสูงหลุบตาลงต่ำ สามปีต่อจากนี้คงต้องรอดูฝีมือของทายาทตระกูลโหยวแล้วว่าจะปลุกปั้นว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไปออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งเขาเองก็ค่อนข้างคาดหวังเอาไว้สูงอยู่เหมือนกัน เพราะหากอีกฝ่ายกลายเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้ย่อมทำให้เขาสบายใจมากยิ่งขึ้น หน้าที่นี้เป็นของพี่ชายต่างมารดาผู้นั้นอยู่แล้ว ส่วนหน้าที่ของเขาก็แค่ปกปักรักษาแคว้นในฐานะแม่ทัพคนหนึ่ง แม้ว่าจะเขาจะมิได้ขึ้นครองราชย์เหมือนยามนั้นแต่คราวนี้กลับรู้สึกปลอดโปร่งยิ่ง

ไม่มีภาระใดๆ คอยพันธนาการไว้อีกแล้ว!

ประเสริฐสุด!

เจ้านายแห่งวังหย่งเฮ่าขยับเคลื่อนตัวหลังจากที่เห็นลูกน้องคนสนิทโผล่หน้ากลับมาหลังจากเดินไปส่งพ่อลูกตระกูลเซี่ย เฉินฮุ่ยเคอเดินตามเจ้านายไปยังห้องทรงอักษรที่เป็นห้องทำงานไปในตัว เด็กรับใช้จุดโคมจนห้องสว่างเพียงพอให้เจ้านายที่กลับคืนสู่สภาวะใบ้กินลงมือสะสางงานของตนเองต่อ หลังจากเอาเวลาไปคลุกคลีกับคนรักอย่างหวานชื่นแล้ว เฉินฮุ่ยเคอรายงานเรื่องฉิวเฟยอินให้เจ้านายรับทราบ

พอได้ยินเรื่องนี้ใบหน้าราบเรียบค่อนไปทางเย็นชาก็พลันเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง ท่านรองหัวหน้าองครักษ์แอบกลืนน้ำลายขนลุกซู่ ฉินอ๋องเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะ วางพู่กันในมือลงแล้วพ่นลมหายใจขุ่นเคืองใจออกมา ก็แค่คณิกาชายผู้หนึ่งถึงกับต้องให้เขาและจิ้งถิงต้องเสียเวลาไปอย่างประโยชน์ มันแสดงท่าทีสนิทสนมกับคนรักตัวน้อยของเขายิ่งทำให้ไม่สบอารมณ์ ใจจริงฉินอ๋องมิได้ต้องการให้จิ้งถิงไปข้องเกี่ยวกับคนผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าจิ้งถิงไม่สนใจมันก็ตามแต่เขาก็หวงอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงตอนที่ไปเยือนหอหว่านเซียงอวี่ครั้งแรกนั้น!

“เอ่อ...ท่านอ๋อง นี่ก็จวนจะเข้ายามห้าย(๒๑-๒๓น.)แล้ว ไว้ค่อยทำต่อวันพรุ่งนี้ดีหรือไม่ขอรับ?” เฉินฮุ่ยเคอกลั้นใจเอ่ยแนะนำเสียงเบาแทรกบรรยากาศหนาวเหน็บที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นหลังจากเจ้านายนั่งนิ่ง คนถูกเตือนนิ่งต่อไปจนคนเตือนลอบกลืนน้ำลาย ความกดดันในอากาศแทบทำให้รองหัวหน้าองครักษ์ขาดหายใจ ท้ายสุดร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นเดินออกไปไร้คำพูดจาใดๆ บรรยากาศหนักอึ้งผ่อนลงทันตาเห็น องครักษ์พ่วงตำแหน่งหมอถอนหายใจพลางปาดเหงื่ออย่างโล่งใจ โชคดีมิถูกแช่แข็งไปเสียก่อน เขาเกือบสิ้นใจแล้ว!

ส่วนคนที่เดินออกมาก่อนก็มุ่งตรงไปยังห้องนอน ไปนอนรอบนเตียงด้วยดวงตาเปล่งประกาย พอคิดว่าอีกประเดี๋ยวคนงามตัวน้อยก็มาหาก็ทำให้ท่านอ๋องผู้เกือบแช่แข็งคนตายอารมณ์ดีขึ้นในพริบตา นอนรอไปพักใหญ่หูของเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา มาเสียที ปล่อยให้รอตั้งนาน ประเดี๋ยวจะลงโทษเสียให้เข็ด ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องกับตัวเองก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียงหันกายไปมองแขกยามวิกาลที่ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งคนนั้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอันใดออกไป จิ้งถิงก็กระโดดดึ๋งเข้ามาด้วยสีหน้าแววตาตื่นเต้นออกหน้าออกตา

“ข้ารู้แล้วว่าเหอชิงจิ่นอยู่ที่ใด!

“....” แล้วอย่างไรเล่า มันจะอยู่ที่ใด ไหนเลยข้าจะสนใจเท่าพลิกปลาย่างหอมๆ เช่นเจ้า

จิ้งถิงมองคนบนเตียงที่ทำหน้านิ่งเหมือนเดิมไม่เอ่ยอันใดออกมาสักคำก็เข้าใจไปว่าอีกฝ่ายกำลังรอฟังเรื่องที่ตนเพิ่งล่วงรู้มา ร่างบางกระตือรือร้นเล่าต่อไปพร้อมกับมองสีหน้าเย็นเยียบของคนรักไปด้วย โดยไม่ทันรู้ตัวว่าคนบนเตียงไม่อยากจะฟังหรือรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

อีกไม่กี่วันพวกเราจะจากกันอยู่แล้ว เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้อยากคุยเรื่องคนอื่นมากกว่าจะเข้ามากกกอกพลอดรักกันใต้ผ้าห่มอุ่นๆ กันเล่า!? จิ้งถิง เจ้ามิแยกแยะเรื่องงานเรื่องการออกจากเรื่องส่วนตัวมิได้นะ ที่นี่ห้องนอน ต้องมานอนและทำเรื่องดีๆ ชวนซาบซ่านต่างหาก เข้ามาเร็วเข้า! ใต้ผ้าห่มข้างกายข้าชักจะเย็นแล้วนะ เอาตัวเจ้ามาอุ่นให้เดี๋ยวนี้!

ฉินอ๋องจ้องมองคนรักตัวน้อยพร้อมกับส่งคำพูดเป็นหมื่นคำออกไปอย่างร้อนแรง แต่กระนั้นจิ้งถิงก็มิได้ล่วงรู้ความในใจของคนที่มีเพียงสีหน้าราบเรียบติดเย็นชาเลยแม้กระผีกเดียว เด็กหนุ่มเห็นว่าคนรักยังคงนิ่งเงียบอยู่ก็ขยับตัวไปนั่งบนเก้าอี้กลมที่อยู่ไม่ห่างจากเตียงพลางชักชวนคนซุกตัวใต้ผ้าห่มออกมาวางแผนปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง ตอนนั้นเองจิ้งถิงก็ต้องยกคิ้วประหลาดใจเมื่อเจ้าแมวของเขาเบือนหน้าหนีแล้วซุกตัวนอนอย่างเกียจคร้าน

หรือว่าอีกฝ่ายจะเพลียเพราะทำงานมาทั้งวันแล้ว?

“ท่านว่าแผนนี้ใช้ได้หรือไม่?” พอพูดแผนการจับกุมเหอชิงจิ่นออกไปจบจิ้งถิงก็หันไปถามความคิดเห็นคนที่นอนลืมตามองเขาอยู่ปริบๆ ไม่พูดไม่จาอันใดตั้งแต่เข้ามาถึงแล้ว เอาแต่นอนจ้องเขม็งมาอยู่เงียบๆ จะว่าไม่สนใจก็มิใช่ สนใจก็มิเชิง จิ้งถิงได้แต่งุนงงอยู่ในใจไม่อาจเข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่าย

...ยัง ยังไม่มาอีก!

แมวตัวร้ายที่กำลังคำรามฮึ่มแฮ่ในใจถลึงตาใส่อีกคนที่ยังทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ เขาเริ่มหงุดหงิดอดทนรอเงียบๆ ไม่ไหวอีกต่อไป ร่างสูงค่อยๆ ขยับตัวเหยียดกายสะบัดผ้าห่มเลิกขึ้นเปิดอ้าพร้อมกับตบมือส่งสายตาเชิญชวนอย่างมีความหมาย ปากที่ปิดสนิทมาตลอดก็เปิดเพื่อเอ่ยขู่คนซื่อบื้อ

“มานอน”

“ท่านยังไม่บอกว่าแผนของข้าใช้ได้หรือไม่”

“มา!

จิ้งถิงสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นแล้วรีบพาตัวเองไปนอนบนเตียงอย่างรวดเร็ว แทบจะทันทีที่นอนลงคนที่นอนรออยู่ก่อนแล้วคว้าร่างของจิ้งถิงมากอดหมับ จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นคร่อมเหยื่อตัวน้อยที่เบิกตาตกใจ

“ก็ไหนท่านบอกว่าให้มานอนไงเล่า!” คนอยู่ด้านล่างร้องประท้วงออกมาแต่คนอยู่ด้านบนไม่สนใจ หนำยังตอบกลับหน้าตาย

“ตอนนี้เจ้านั่งอยู่งั้นรึ?”

ใช่แล้ว นอน...แต่ไม่ได้หลับอย่างไรเล่า!

 

 

 

 

 

 

 



ข้านอนรอนานแล้ว ยังไม่มาอีก!


ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษของชายหมาคงจะเป็น how to train your emperor สินะ

การที่นู๋หรงจะแกล้งตายมันก็ไม่แปลก ชายหมาร้ายกาจขนาดนั้น

อีกอย่างนู๋หรงก็ย้ำตลอดมาอยากเป็นอิสระ สรุปตายฟรีนั่นแหละ สมน้ำหน้าแล้ว ฮิๆ

ปล. รบกวนทำแบบสำรวจให้ด้วยนะคะ ส่วนคนที่ทำแล้วไม่ต้องทำอีกนะจ้ะ

https://goo.gl/forms/YNpx79XJjgUXNPoq2

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 931 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25523 sunflowerrrr (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 06:20
    อะไรคือแมวงอน5555555
    #25,523
    0
  2. #24492 Fueled me (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:21
    ท่านพ่อคือรักจิ้งถิงมากแหละ ส่งคนไปดู แต่ก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย555555555555
    #24,492
    1
    • #24492-1 kristkatt(จากตอนที่ 99)
      22 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:48
      จริงงง
      #24492-1
  3. #24015 munkrishear (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 19:31
    เจ้าแมวช่างร้ายนักกก
    #24,015
    0
  4. #22840 PAMMIISUGER (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 09:46
    ชอบพาร์ทบรรยายของอ๋องแมวมาก อยากให้มีบ่อยๆค่ะ ><^
    #22,840
    0
  5. #21660 ME>_< (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 08:10
    อีพี่ใจเย็นนนนน
    #21,660
    0
  6. #21625 +tO Dr3aM,To f Ly+ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 09:35
    แหม how to train your emperor ชลื่อเรื่องซะน่าอ่านเลยค่ะ
    #21,625
    0
  7. #21332 pcy921 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:14
    เวลานอนต้องนอน ท่านอ๋องช่างแยกแยะยิ่งนัก!
    #21,332
    0
  8. #20976 Whatever it is (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 18:45
    ขำชายแมว 555
    แล้วจะมีภาคต่อของชายหมามั่ยคะ ฮาาาา
    #20,976
    0
  9. #20356 Fktay (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 11:16
    จากชั่วโมงน่าจะเปลี่ยนเป็นครึ่งชั่วยามแทนนะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสมัยนั้นหรือจีนมีชั่วโมงมั้ย
    #สุ้ๆนาจาไรต์
    #20,356
    0
  10. #20140 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 16:00
    โหย จิ้งถิงบอกว่าๆม่ได้ทำ แต่คือความจริงนั่นอ่ะ ทั้งคืน 5555555
    #20,140
    0
  11. #20044 Jibbam_2b (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 18:49
    อ๋องแมวควรใจเย็น5555
    #20,044
    0
  12. #19792 Night Demon (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 18:37
    มายก็อด ชายหมาตายฟรี...
    #19,792
    0
  13. #19594 hiiieun (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:43
    ตอนนี้คู่ที่เราสนใจคือคู่ของรัชทายาทไปแล้ว ฮือออ อย่ามีใครตายเลย
    #19,594
    0
  14. #19310 นัยน์ตาไวโอเล็ต (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 22:32
    จากการอ่านมาหลายรอบนั้น....
    น้องทรงน่าจะตายจริงนะอ้างอิงจากตอนหนังสือมั่วนิ้มของเจ้าแมวทายาทตระกุลโหยวตายทำให้ตระกุลโหยวโกรธแค้นจนตัดขาดการค้าขายเพราะถ้านางไม่ตายตระกุลโหยวคงไม่ตัดขาด หรือในอีกทางหนึ่งอาจจะเป็นนางทรงที่เป็นคนตัดขาดการค้าเอง...ถ้านางจะทำแบบนั้นอะนะ
    #19,310
    0
  15. วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 15:10
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #19,225
    0
  16. #19208 กระรอกoneday (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 18:21
    ชาตินี้ขอให้ทุกคู่แฮปปี้นะเจ้าคะ
    อ๋องแมวนิ ไม่พูดแต่คิดเยอะจริงๆ 555555555
    #19,208
    0
  17. #19167 Asahi_san (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 16:20
    นี่สินะที่เรียกหน้านิ่งคิดเยอะ5555
    #19,167
    0
  18. #19156 mmaijii (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 10:41
    แงงงงง ชายหมาตายฟรีจริงๆสินะในเรื่องครั้งแรกอ่ะ แต่รับรองว่าครั้งนี้หรงจะไม่ได้แกล้งตาย หึหึ
    #19,156
    0
  19. #18945 manabi kaminaga (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:02
    มีความลืมตัวละคร แฮรร่ สนุกชอบบ รอค่ะ อ๋องแมวก็นกต่อไปค่ะ พยานก2017 ขรรมมม
    #18,945
    0
  20. #18916 tungminpe (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 15:46
    ความคิดในใจของอ๋องแมวน่ากลัวมาก..
    #18,916
    0
  21. #18903 super.girl (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 11:59
    100 ตอนพอดี อ๋องแมวก็ยังไม่ได้กิน พญานกเลยคะ 555555555555
    #18,903
    0
  22. #18845 patty-brw (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 19:10
    ท่านไรต์เตอร์หายต้องตามหายังไงดี......
    #18,845
    1
    • #18845-1 บัณฑิตว่างงาน(จากตอนที่ 99)
      21 กรกฎาคม 2560 / 01:00
      ไม่ต้องตาม คลานกลับมาเองได้ 55555
      #18845-1
  23. #18830 예뻐요 (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:20
    เขินเจ้าแมววววว อ่านทอล์กละสงสารรัชทายาทหน่อยๆเลยนะเนี่ยเศร้าเลออิ
    #18,830
    0
  24. #18821 Laxyz (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    ยังไงก็แล้วแต่ รู้สึกดีใจที่อ่านทัน อยากจะกรี้ด ในที่สุดดด555555
    #18,821
    0
  25. #18817 MookwifeSehun (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 16:13
    อ่านทันละโว้ยยยยยยยยยย (??) แต่ก็ยังงงอยู่555555555
    #18,817
    0