เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 100 : ตอนที่ ๙๑ ปรับความเข้าใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,009 ครั้ง
    21 ก.ค. 60

ตอนที่ ๙๑ ปรับความเข้าใจ

ข้านั่งคุยกับเสี่ยวชีและจิ้นเกอไม่นานนักก็มีคนมาตามกลับ ข้าอดแปลกใจมิได้ เหตุใดถึงมีคนตามกลับเช่นนี้ หรือจะเกิดเหตุร้ายที่จวน? ล่ำลาคู่รักข้าวใหม่ปลามันแล้วข้าก็รีบกลับทันที ในใจคิดแต่เรื่องร้ายๆ กังวลไปทุกสิ่ง คงมิใช่ท่านพ่อกระมัง ท่านพ่อที่ไปตามจับเหอชิงจิ่นโดนลูกหลงงั้นหรือ? ยิ่งท่านพ่อไม่มีพลังวิเศษเหมือนคนอื่นด้วย

เร่งควบเจ้าหมอกทมิฬกลับมาด้วยความเร็ว พอเดินเข้าไปในจวนพ่อบ้านกู่ยืนทำหน้าตึงเครียด เดินกระสับกระส่ายไปมา พอเห็นข้าเขาก็แทบจะพุ่งเข้ามาชน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไยบรรยากาศในจวนถึงได้อึดอัดจนหายใจมิออกเช่นนี้ พ่อบ้านกู่มิได้สังเกตเห็นแววตาคำถามของข้า เขาวิ่งเข้ามาผายมือเชื้อเชิญข้าให้ไปยังโถงรับแขกที่เรือนหลักโดยด่วน หากลากวิ่งได้เขาคงทำไปแล้ว ยังดีที่พ่อบ้านกู่เกรงใจข้าอยู่บ้าง ทำเพียงผงกศีรษะปั้นหน้าจริงจังพลางเร่งข้าทุกก้าวย่าง

ข้าที่ถูกพ่อบ้านกู่กดดันจนเหงื่อแตกพลั่ก ตกลงมันเกิดอันใดกันแน่ เหตุใดถึงได้ดูเคร่งเครียดเช่นนี้ ข้าเช็ดเหงื่อลวกๆ พยายามก้าวจ้ำตามไปให้ไวที่สุด เพียงแค่เท้าก้าวล่วงเข้าไปในโถงรับแขกข้าก็พลันสัมผัสถึงบรรยากาศมาคุที่หนักหน่วง พอเงยหน้ามองเข้าไปข้างในก็ทำให้เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น บ้าที่สุด นี่มันสงครามประสาทชัดๆ!

ภายในโถงรับแขกของเรือนหลักแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งซ้ายคือเจ้านายของจวนแห่งนี้ ขุนนางคนสนิทขององค์ฮ่องเต้ อำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้ง บิดาบังเกิดเกล้าของข้า ด้านหลังมีท่านแม่ยืนเป็นเงาเลือนรางทำหน้าลำบากใจ ส่วนฝั่งขวานั้นเป็นบุรุษในชุดไหมเหลือมสอดดิ้นทองเป็นลวดลายพิรุณพรมบุปผา ดูด้วยตาเปล่าก็ยังทราบว่าชุดนั้นล้ำค่าเพียงใด บุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแย้มยิ้มสุขุมคัมภีรภาพ มือโบกพัดที่เขียนกลอนมีความหมายเฉกเช่นบัณฑิต สีหน้าท่าทางดูสุภาพแต่นัยน์กลับเย็นเยียบยิ่ง มิใช่ใครที่ไหน ท่านตาเยว่เมิ่งที่เคารพนั่นเอง ข้างๆ กันนั้นเป็นท่านแม่ทัพหูที่มักจะมาปรากฏคู่กันเสมอ

ทั้งสองฝั่งที่ว่าจ้องเขม็งกันและกันราวกับจะวัดว่าผู้ใดจะกะพริบตาก่อนกัน หากมีผใครหลงเดินเข้าไประหว่างสองฝั่งคงถูกสายตาของพวกเขาฟาดฟันจนตายเป็นแน่ ขนาดมองเข้าไปยังผวา อยากจะหันหลังวิ่งหนีใจจะขาด ยังไม่ทันจะได้หันหลังกลับ พ่อบ้านกู้รีบรายการการมาถึงของข้าออกไปเสียก่อนประหนึ่งล่วงรู้ว่าข้ากำลังจะหนี

“นายน้อยมาแล้วขอรับนายท่าน”

“รีบเข้ามา” เสียงสงบคาดเดาอารมณ์มิถูกของท่านพ่อกล่าวรับ หนีไม่ได้แล้ว ข้าต้องเข้าไประหว่างกลางสงครามของพ่อตาลูกเขยที่น่ากลัวคู่นี้จริงๆ งั้นหรือ? โชคร้ายยิ่งนัก ข้ายังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจนพ่อบ้านกู่หันมายิ้มพลางพยักพเยิดหน้าให้เดินเข้าไปร่วมสงครามสายตา ไม่ดีกระมัง บรรยากาศหนักหน่วงเช่นนั้นข้ารับมือมิไหวหรอก

“ถิงเอ๋อร์! มาแล้วงั้นรึ!?” ท่านตาเยว่เมิ่งลุกขึ้นพรวดพร้อมกับหันหน้าหาข้าด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางอย่างที่สุด บุรุษผู้ดูสุขุมน่าเกรงขามเมื่อครู่ปลิดปลิวหายไปในพริบตา แม้กระทั่งบรรยากาศน่าอึดอัดใจก็ยังหายไปไม่มีเหลือ ข้าเห็นท่านแม่แอบกลอกตาอยู่ลับหลัง ส่วนท่านพ่อก็ลอบถอนหายใจ มีเพียงแม่ทัพใหญ่หูที่ยิ้มๆ พลางส่ายหน้าอ่อนใจ

“ได้ยินว่าหลานรักมีเรื่องอยากพูดคุยด้วย ท่านตาผู้นี้จึงรีบมาอย่างรวดเร็ว มิคิดว่าเจ้าจะไม่อยู่เสียนี่” ท่านตาพูดด้วยสีหน้าและท่าทางที่กระตือรือร้นออกหน้าออกตา ทำเอาคนต้องการคุยที่กล่าวอ้างยืนงง

ข้าน่ะหรือมีเรื่องอยากคุยกับท่านตา? จำไม่ได้ว่าเคยมีเรื่องเช่นนั้นนะ ข้าเหลือบมองไปยังผู้ต้องสงสัยทั้งสองที่น่าจะเข้าเค้าว่ามีเรื่องต้องคุยกับคนตรงหน้าข้าที่แสดงความกระตือรือร้นสุดๆ ท่านพ่อท่านแม่ผงกศีรษะพร้อมกัน ว่าแล้วเชียว ใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อท่านตาให้มาหานี่เอง หากบอกไปว่าท่านแม่ต้องการคุยด้วยผู้ใดจะไปเชื่อกันเล่า และหากใช้ชื่อท่านพ่ออ้างท่านตาคงไม่กระดิกแม้แต่นิ้วก้อยเป็นแน่ ข้าพอจะเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ แล้ว

“ขออภัยที่ทำให้ท่านตาต้องมารอเช่นนี้นะขอรับ” ข้าถอนสายตากลับมาแล้วหันมาเอ่ยขออภัยที่เสียมารยาทให้ผู้หลักผู้ใหญ่มารอ ท่านตายิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ ดูมีความสุขมากที่ข้าพูดด้วย นี่มันออกจะน่ากลัวหน่อยๆ แล้วกระมัง อันใดจะดูดีใจขนาดนั้น ท่านตาส่ายหน้าพูดเสียงอ่อนโยน

“ใช่ความผิดของเจ้าเสียเมื่อไร เป็นข้าเองต่างหากที่รีบร้อนมาหา ทำให้เจ้ากับเพื่อนต้องหมดสนุกแล้ว เฮ้อ” ท่านตาถอนหายใจคล้ายจะเสียใจที่มาขัดขังหวะของข้า ใบหน้าคมคายแดงเรื่อ ดูตื่นเต้นอย่างที่สุด

“อย่าคิดเช่นนั้นเลยขอรับ ท่านตามาหาข้าก็ดีใจมากแล้ว”

ใบหน้ายิ้มของท่านตาพลันชะงักงัน ข้าพูดอันใดผิดไปอย่างนั้นหรือ? ท่านตาที่ลืมยิ้มไปชั่วขณะตกอยู่ในภวังค์ความเศร้าหมองและรู้สึกผิด ไม่นานนักท่านตาก็กลับมายิ้มอีกครั้งแต่มันต่างจากตอนแรก ครั้งนี้ออกจะหมองๆ อมทุกข์อยู่บ้าง ไม่รู้ว่าคำพูดของข้าไปสะกิดถูกปมอันใดในใจของท่านตา

“เป็นเพราะข้าไม่ดีเองที่ปล่อยให้เจ้าลำบากมานานเช่นนี้”

“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะขอรับ”

ข้ารู้ในทันทีว่าท่านตาชะงักไปด้วยเรื่องใด หากมิใช่เรื่องที่สิบกว่าปีมานี้เขาหายเงียบไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับมาเลย ชีวิตก่อนข้าคงมิได้ตายไปก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองมีสายเลือดตระกูลเยว่ ถึงอย่างนั้นก็เถิด แต่ข้าไม่เคยคิดว่าเป็นความผิดของผู้ใด บางทีอาจจะมีเหตุผลที่ทำให้ไม่เคยมาหาข้าก็เป็นไปได้ ท่านตามีสีหน้าละมุนมากขึ้น ท่านถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“เจ้านี่เป็นเด็กดีจริงๆ สมแล้วที่เป็นหลานของข้า” ท่านตาทำหน้าภาคภูมิใจมากเสียจนข้าเริ่มอาย อะไรจะชื่นชมเกินความจริงขนาดนั้น เห็นสายตาของท่านตาแล้วข้าพูดอะไรไม่ออกเลย

ตอนนั้นเองแม่ทัพหูก็ลุกขึ้นหันมาพูดกับท่านตา ท่าทางของทั้งสองดูสนิทสนมราวกับเป็นสหายกัน เอ๊ะ ประเดี๋ยวก่อน หรือทั้งสองจะเป็นสหายกันจริงๆ นั่นสิ ท่านตาถึงได้ไปพักที่จวนแม่ทัพหู

“มัวแต่พูดผลักกันไปมา เมื่อไรจะได้เข้าเรื่องเสียที” ท่านแม่ทัพผู้มีใบหน้าคมคายทว่าหวานเกินบุรุษเอ่ยปรามด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่างไม่จริงจังนัก ท่านตาชำเลืองหางตาไปมองเล็กน้อยก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

“จะว่าไปแล้วเจ้าที่ถือว่าเป็นตาคนหนึ่งนี่นะ มีความผิดไม่ต่างกันนักหรอก หลานเดือดร้อนจนถูกบิดาสารเลวไล่ออกจากบ้านแล้วยังนิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือใดๆ สักอย่าง ช่างเป็นคนใจดำนัก” ท่านตาเยว่เมิ่งทำเสียงขึ้นจมูกก่อนจะค่อนแคะเสียงเล็กเสียงน้อย ท่านแม่ทัพใหญ่หูยังคงยิ้มไม่สะทกสะท้านใดๆ จากนั้นก็โต้กลับมานิ่มๆ

“ตอนนั้นผู้ใดกันเป็นผู้เอ่ยปากว่าห้ามยุ่งเรื่องครอบครัวผู้อื่นเล่า”

ท่านตาชะงักกึก ก่อนจะทำหน้าง้ำหน้างอใส่อีกฝ่าย

“เออ ข้าเองละที่พูดแต่มิได้ให้เจ้าไม่สนใจเลยนี่ เหอะ ถล่มจวนบิดาสารเลวของหลานให้ยับแค่นี้ไม่คณามือแม่ทัพใหญ่เช่นเจ้าหรอก” แม้จะยอมถอยรับความผิดแต่ท่านตาก็ยังมิวายต่อว่าต่อ ท่านแม่ทัพใหญ่หูทำหน้าละเหี่ยใจ

เอ่อ ท่านตา พูดต่อหน้าเจ้าของจวนที่จะมาถล่มแบบนี้เลยหรือ มองข้ามหัวเจ้าของจวนตระกูลเซี่ยสุดๆ ท่านพ่อของข้ายังคงทำหน้าเรียบนิ่งประดุจมิได้ยินพ่อตายุยงแม่ทัพหูมาบุกจวนแม้แต่น้อย

“แล้วไยเจ้าไม่บุกมาเองเล่า?”

“ได้อย่างไร ข้ามีหน้ามีตาให้รักษา แค่นี้เจ้าก็มิรู้อย่างนั้นรึ หึ ไร้ประโยชน์นัก”

พอท่านตาตอบไปแบบนั้น แม่ทัพใหญ่หูก็มองด้วยแววตาเย็นเยือกทันที ข้าแอบหัวเราะในใจ สองคนนี้นี่มันอะไรกัน หยอกล้อกันไม่เกรงอายุที่มากจนมีลูกมีหลานตาแถวยาวกันบ้างเลย ก่อนที่ท่านตาจะถูกเพื่อนสังหารด้วยสายตา ท่านพ่อของข้าก็กระแอมไอออกมาขัดตาทัพเสียก่อน ท่านพ่อลุกขึ้นแล้วหันไปพูดกับท่านตาเสียงนุ่มนวลผิดปกติ

“ข้าต้องขอตัวไปสะสางงานก่อน เชิญตามสบายนะขอรับ ‘ท่านพ่อตา’ ประเดี๋ยว ‘ลูกเขย’ ผู้นี้จะกลับมาคุยด้วย”

“สหาย ‘ไร้ประโยชน์’ ผู้นี้ก็ต้องไปแล้วเช่นกัน”

“พวกเจ้า!”

ทั้งสองเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ท่านตาได้มีโอกาสเอ่ยอันใดต่อ ท่านตาฮึดฮัดไม่พอใจไล่หลังไปเป็นท่าทางไม่สมวัยเอาเสียเลย ข้าแอบเม้มปากขบขันเล็กน้อย ท่านแม่ไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย นางหัวเราะเสียงดังลั่นจนน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลเชียวละ

หลังจากในโถงรับแขกเหลือเพียงสองคนข้าอดจะหวั่นๆ มิได้ นี่ท่านพ่อจะปล่อยให้ข้าคุยกับท่านตาตามลำพังเลยรึ? อ่า มิใช่ตามลำพังสิ ข้าเหลือบมองท่านแม่ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ที่เชิญท่านตามาครั้งนี้คงมิพ้นสะสางเรื่องราวของท่านแม่เป็นแน่ ข้ามัวแต่มองมารดาจนเหม่อลอยไม่ทันรู้สึกตัวจนกระทั่งท่านตายื่นมือมาแตะบนไหล่ ข้าสะดุ้งเฮือกจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วแปลกใจ ข้ายิ้มกลบเกลื่อนเชื้อเชิญให้ท่านตานั่งลงแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวถัดไป

ตอนนั้นเองท่านแม่ก็ลอยตัวข้ามมาหาพวกเราทั้งสอง ข้าชำเลืองมองนางเร็วๆ พร้อมกับส่งเสียงทางกระแสจิตไปให้ เพื่อถามว่าจะเริ่มพูดกันจากตรงไหนดี แต่ก่อนที่ท่านแม่จะได้ทันพูดอะไรออกมา ท่านตากลับเป็นคนเริ่มจุดประเด็นก่อน

“แม้ว่าข้าจะมิได้ตั้งใจทอดทิ้งพวกเจ้าสองแม่ลูก แต่มันก็ทำให้มารดาของเจ้าต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเช่นนั้นก็เพราะข้าอยู่ดี หากมิใช่ข้าพูดตัดทอนความรู้สึกของมารดาเจ้าไว้ตอนแรก พอเกิดเรื่องก็คงจะมิได้เป็นเช่นนี้” ท่านตากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าและรู้สึกผิดอยู่เต็มเปี่ยม ท่านแม่มองท่านตาด้วยแววตารู้สึกผิดไม่ต่างกันก่อนจะส่ายหน้า

“มิใช่ความผิดของท่านตาหรอกขอรับ ท่านตาเองก็คงมิได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้” ข้าปลอบใจอีกฝ่าย ถ้าเป็นท่านแม่นางก็คงจะพูดเช่นนี้แหละ ท่านตายิ้มอ่อนโยนวูบหนึ่ง แววตาที่มองข้ายังคงรักและเอ็นดู แต่ครั้งนี้มีบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา เป็นความรู้สึกคิดถึงและโหยหาอย่างที่ข้าไม่อาจเข้าใจได้ ท่านตาถอนหายใจแล้วก้มหน้าพึมพำกับตนเองเสียงเบา

“เจ้านี่เหมือนเหม่ยเฟิงยิ่งกว่ามารดาของเจ้าเสียอีก”

เหม่ยเฟิ่งที่ว่านี่ย่อมหมายถึง… ท่านยายของข้า!

จะว่าไปแล้วข้ายังไม่เคยเห็นท่านยายเลยสักครั้ง เคยแค่ได้ยินเรื่องเล่าในอดีตบอกว่า ‘หูเหม่ยเฟิ่ง’ เป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง และมันก็ล่มเมืองจริงๆ รูปโฉมที่ทำให้ฮ่องเต้แคว้นฉู่หลงหัวปักหัวปำจนนำไปสู่การล่มสลายของแคว้น พูดไปแล้วก็เหมือนตระกูลจายืมมือท่านทวดเยว่ไฉหลางจัดการแคว้นฉู่มิผิด ตระกูลจานี่มันร้ายกาจจริงๆ ระหว่างที่ข้ากำลังขนลุกขนพองกับความชั่วร้ายของตระกูลจา ทั้งสองคนที่เหลือกลับจมดิ่งกับความโศกเศร้าที่ข้าไม่รู้เรื่องด้วย

“ท่านตา?”

“อืม ขอโทษทีที่เหม่อไปหน่อย พอเป็นเรื่องนี้ทีไรใจข้าก็ยากจะรับได้ไหว” ท่านตาที่ข้าเคยเห็นแต่ด้านสดใสร่าเริงกลับยิ้มเศร้าๆ มาให้ ข้าขมวดคิ้วหน่อยๆ แม้จะไม่เข้าใจแต่กลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ท่านตาถอนหายใจก่อนจะรวบรวมพลังใจเปิดปากเอ่ยก่อน

“เมื่อเจ็ดปีก่อนที่เกิดเรื่องขึ้นกับแม่ของเจ้ายามนั้นข้าเองก็ประสบกับการสูญเสียเช่นเดียวกัน…”

ข้าหัวใจกระตุกวูบ

“ภรรยาของข้าถูกคนร้ายลอบสังหาร… น่าเสียดายที่ข้าช่วยนางไว้มิได้ บาดแผลสาหัสมากรอให้ท่านพ่อมาถึงก็สายเกินไปแล้ว แม้ข้าจะโศกเศร้าเพียงใดแต่ก็มิใช่จะละเลยเจ้าด้วยเรื่องนี้ แต่เป็นเพราะสุดท้ายแล้วข้ายอมเสียสละพลังไปหนึ่งขั้นครึ่งเพื่อจะยื้อชีวิตของนางเอาไว้แต่มันก็ไม่ได้นานนัก ด้วยเหตุนี้ข้าที่สละพลังภายในจากขั้นสิบเหลือแค่ขั้นแปดก็ถูกลมปราณตีกลับอาการสาหัสไม่ต่างจากตาย โชคดีที่ท่านทวดของเจ้ามาช่วยไว้ได้ทันเวลา กว่าจะรักษาตัวหายดีก็ใช้เวลาหลายปีด้วยกัน พอหายดีแล้วข้าก็ปิดถ้ำฝึกวิชาจนกลับมาอยู่ขั้นสิบดังเดิม… ถ้าหากว่าก่อนเก็บตัวฝึกวิชาข้าคิดถึงพวกเข้าแม่ลูกบ้างละก็เจ้าคงมิได้ลำบากถึงขนาดไปเป็น… และมิต้องมีคู่หมั้นเป็นบุรุษเช่นนี้!”

ท่านตาเล่าไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ ข้าก็รู้สึกใจหายไปด้วย แม้จะไม่เคยพบท่านยายผู้นั้นก็ตาม และแล้วข้าก็ทราบว่าเพราะเหตุใดท่านแม่ถึงได้โศกเศร้าเสียใจครั้งเอ่ยถึงท่านตากับท่านยาย ข้าเม้มปากแน่น ไม่รู้จะพูดอันใดเพื่อปลอบใจทั้งสอง แต่แล้วท่านตาที่กำลังดื่มด่ำกับความโศกเศร้าก็ขมวดคิ้วกัดฟันกรอดในยามที่พูดถึงชีวิตรันทดในวัยเด็กของข้า ดูท่าจะผูกใจเจ็บกับฉินอ๋องเอามากทีเดียว อยากบอกท่านตาเหลือเกินว่ามันมิใช่การบังคับ ต่อให้ไม่มีราชโองการจากฮ่องเต้ข้ากับฉินอ๋องก็รักใคร่กันอยู่แล้ว อ๊ะ พูดไปแล้วก็เขินอยู่เหมือนกัน

ข้าลอบกระแอมไอในใจ นี่มิใช่เวลามาคิดถึงเจ้าแมวเสียหน่อย ตั้งสติได้ข้าก็แอบชำเลืองมองมารดาก่อนจะเป็นฝ่ายพูดออกมาบ้าง ในเมื่อท่านตาพูดออกมาหมดเปลือกเช่นนี้ ฝ่ายนี้เองก็ไม่ควรมีสิ่งใดต้องปกปิด

“ในตอนนั้นไม่มีผู้ใดทราบว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง มิใช่ความผิดของท่านตาหรอกขอรับ หากจะหาว่าผู้ใดผิดแล้วละก็ย่อมเป็นทุกๆ คน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการตัดสินใจของพวกเราทุกคน ท่านแม่มิได้โทษว่าเป็นความผิดของท่านตา”

พูดได้ดี! ข้ารู้สึกอย่างนั้น แม้แต่มารดาผู้งดงามหยาดฟ้ามาดินของข้ายังหันมามองสีหน้าอึ้งและทึ่งสุดๆ หึๆ ขนาดตัวข้าเองยังรู้สึกว่าพูดได้ดีนัก ท่านตามองข้าด้วยแววตาชื่นชมปนใจอ่อน

“ลูกหัวดื้อคนนั้น... ไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่บ้างเลย ลำบากจะแย่อยู่แล้วแต่ไม่กลับมาขอความช่วยเหลือ ถือทิฐิบ้าๆ” ท่านตาหลับตาลงพร้อมกับพึมพำทำหัวเสียกลบเกลื่อนความเศร้า ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด ท่านตาก้มหน้าปรับอารมณ์อยู่ชั่วใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองข้า

“ช่างเถิด เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว แต่ตอนนี้สิ ในฐานะที่ข้าเป็นตาของเจ้าแล้ว ไม่อยากให้เจ้าต้องมาแต่งงานอยู่กินกับบุรุษด้วยกันเลย นี่มัน...”

ไฉนถึงได้วกกลับมาที่เรื่องของข้ากันเล่า?

“ท่านตา อันที่จริงแล้วนี่มิใช่การบังคับแต่อย่างใดขอรับ ตัวข้าเองก็...เอ่อ มีใจให้แก่ฉินอ๋อง เราสองคนรักกันนะขอรับ”

อุ๊ พูดออกไปจนได้! น่าอายยิ่งนัก นี่ข้าต้องใช้ความกล้าหาญเพียงใดถึงพูดเช่นนั้นออกไปได้กันนะ ข้าเหลือบตาไปมองท่านตาที่คล้ายจะชะงักไปในทันทีที่ข้าพูดจบ สีหน้าอ่อนละมุนก็พลันแข็งทื่อไปชั่วขณะ หือ นี่มันปฏิกิริยานับว่าไม่รุนแรงนัก หวังว่าจะมีแค่นี้ ท่านตานิ่งงันไปนานครึ่งค่อนวันก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนไหวร่างกาย ถามด้วยเสียงเบาแผ่ว ข้าเม้มปากแล้วพยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเอง

“อืม อย่างนั้นหรอกรึ ข้าได้ยินมาว่ามันเป็นแผนการของบิดาบัดซบกับอ๋องมากในกามผู้นั้นเสียอีก”

เดี๋ยวนะ แล้วผู้ใดเป็นคนเป่าหูท่านตาเช่นนี้ เหตุใดข้าถึงได้นึกถึงแต่ท่านแม่ทัพใหญ่หูกันนะ แต่ข้าไม่รู้สึกว่าเขาทำไปเพราะอยากจะสร้างความลำบากให้แก่เราสองคน จริงๆ แล้วกลับรู้สึกว่าแม่ทัพใหญ่หูเพียงต้องการหยอกล้อท่านตาเท่านั้น อืม มันจะชักทะแม่งๆ แล้วกระมัง ว่าแต่ข้าสงสัยในใจตงิดๆ แม่ทัพใหญ่หูผู้นั้น...เกี่ยวข้องอันใดกับท่านยายใช่หรือไม่? แซ่หูนี่ข้ายังจำได้ว่าเป็นแซ่ปลอมๆ ของมารดาที่เคยใช้ก่อนจะตบแต่งกับบิดาของข้า ดังนั้นในตอนที่ออกจากจวนสกุลเซี่ยข้าจึงใช้แซ่หูตามมารดาอย่างไรเล่า และท่านยายเองก็แซ่หู... ตามที่ท่านตาบอกว่าท่านแม่ทัพใหญ่หูเองก็ถือว่าเป็นตาคนหนึ่งของข้า ชัดเลยมิใช่หรือ!? ท่านแม่ทัพใหญ่หูเป็นญาติคนหนึ่งของข้านั่นเอง!

เหตุใดญาติแต่ละคนของข้าถึงได้ยิ่งใหญ่กันเช่นนี้นะ... หากไม่กลับมาเกิดใหม่ในอดีตข้าคงไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยสินะ 

จิ้งถิง? เจ้าเหม่ออันใดกัน รีบๆ เข้าเรื่องเถิดเสียงของท่านแม่ลอยมากระแทกหูอย่างจังทำเอาข้ามึนศีรษะไปชั่วขณะ แค่แอบเหม่อคิดนอกเรื่องนิดหน่อยมิเห็นต้องตะโกนเสียงดังเช่นนั้นเลย ข้าพยักหน้าให้กับมารดาแล้วหันไปเผชิญหน้ากับท่านตา แล้วจะเล่าอย่างไรมิให้อีกฝ่ายมองข้าว่ากำลังเพ้อเจ้อกันล่ะ ข้าเม้มปากครุ่นคิดก่อนจะกระแอมเอ่ยเกริ่นเรื่องราว

“นี่คือสร้อยที่ท่านแม่ของข้าทิ้งเอาไว้ให้ขอรับ” ระหว่างพูดข้าก็ปลดสร้อยบนคอออกมาแสดงให้ท่านตาเห็น อีกฝ่ายหลุบตามองแล้วพยักหน้ารับรู้ว่าเป็นหินซับจันทราที่มีเพียงตระกูลเยว่เท่านั้น ท่านตาเงยหน้ามองข้าราวกับจะถามว่าแล้วอย่างไร ข้าถอนหายใจออกมาแล้ววางมือบนตักกำสร้อยในมือไว้แน่น

“อันที่จริงก่อนตายท่านแม่ได้ดึงจิตวิญญาณของตนเองใส่ไว้ในจี้สร้อยเส้นนี้ขอรับ ดังนั้นตอนนี้นาง...” ข้าพูดถึงตรงนี้ท่านตาก็ชะงักก่อนจะรีบแบมือขอดูสร้อยอีกครั้ง ข้ารีบส่งไปให้ทันที คราวนี้เขาเพ่งมองจี้สร้อยอย่างละเอียด มือที่กำสร้อยของข้าข้างนั้นคล้ายจะสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองข้า

ดวงตาคมกริบงดงามแลดูเย้ายวนคู่นั้นคล้ายกับดวงตาของท่านแม่นัก ข้าเพิ่งทราบว่าดวงตาคู่นั้นของท่านแม่ได้รับสืบทอดมาจากท่านตานี่เอง ข้าพยักหน้าเล็กน้อย รู้ว่าเขาอยากจะถามอันใด จากนั้นก็เบือนหน้าไปมองด้านข้างที่มีร่างเลือนรางของท่านแม่ยืนอยู่ ท่านตามองตามไปก่อนจะผงะตกใจพร้อมกับเบิกตากว้าง เฮ้อ คนที่ได้จับจี้สร้อยแล้วจะทำให้มองเห็นท่านแม่จริงๆ ด้วย อย่างเช่นฉินอ๋องอย่างไรเล่า เพียงแต่ข้าจำมิได้ว่าเขาเคยจับยามใดกัน ประเดี๋ยวก่อนแล้วไยท่านพ่อถึงมองเห็นได้เล่าทั้งที่ไม่เคยสัมผัสจี้สร้อยเส้นนี้เลย? อยู่ดีๆ ข้าก็เดคำถามขึ้นมามากมายแต่ยังไม่ทันได้ขบคิดจริงจังก็กลับมาสนใจท่านตาที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจ้องมองท่านแม่นิ่งๆ

“เจ้าลูกโง่เอ๊ย! ไยถึงได้ตายไปโง่ๆ เช่นนี้ หากกลับตระกูลของเราก็คงรอดปลอดภัยแล้ว เจ้าโง่หรือโง่กันแน่!?”

....เอ๊ะ? แล้วไหนฉากเจอกันอย่างซาบซึ้งน้ำตาไหลของพ่อลูกกันเล่า นี่มันคุ้นๆ อย่างไรชอบกล คล้ายตอนที่ข้าเจอท่านแม่ครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น ท่านแม่มีสีหน้าค้างอึ้งไม่ต่างจากสีหน้าของข้าในตอนนั้น บรรยากาศโศกเศร้าปนซาบซึ้งจางหายไปชั่วพริบตาเมื่อท่านตาชี้ด่าบุตรสาวด่ากราดไม่ไว้หน้าใดๆ ข้ากะพริบตาปริบๆ ในใจคิดเป็นรอบที่สิบแล้วว่า...ทั้งสองสมกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ!

ท่านตาพ่นลมหายใจคล้ายยังขุ่นเคืองก่อนจะหมุนตัวสะบัดแขนเสื้อนั่งลงที่เดิม

“ตายไปแล้วจะช่วยอันใดได้อีก โง่จริงๆ”

ท่านพ่อ ข้าขอโทษจริงๆ เจ้าค่ะ เรื่องนี้ข้าผิดไปแล้วจริงๆ หากไม่ถือทิฐิยอมกลับตระกูลแต่โดยดีคงไม่เป็นเช่นนี้ ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ท่านพ่อได้โปรดให้ขออภัยลูกที่โง่เขลาที่ไม่สนใจคำเตือนของท่านด้วย

ท่านตาขมวดคิ้วจ้องมองท่านแม่เขม็ง

“ตายไปจนเพี้ยนแล้วรึ? ไยถึงได้พูดดีชวนขนลุกเช่นนี้ เจ้ามิใช่บุตรสาวของข้าเป็นแน่”

ตาแก่! คนเขาพูดดีด้วยแล้วไม่ชอบหรืออย่างไร อยากให้ด่าทุกครั้งอย่างนั้นรึ!?ท่านแม่ที่อดกลั้นอยู่ตั้งแต่แรกก็กัดฟันกรอด สีหน้าบิดเบี้ยวเมื่อถูกบิดาบังเกิดเกล้ามองมาพลางสั่นตัวสยดสยอง ไม่นานเกินรอมารดาของข้าจากบุตรสาวอ่อนหวานก็แปรเปลี่ยนเป็นบุตรสาวเกรี้ยวกราดทันที นางถลึงตากลับพร้อมกับทำเสียงกระโชกโฮกฮาก ข้ายังแอบตกใจมิใช่น้อย แน่นอนละ ที่ผ่านมาท่านแม่ทำตัวอ่อนหวานเปี่ยมเสน่ห์ของสาวงามทุกอย่างแม้จะซุกซนไปบ้างก็เถิด หรือว่านี่จะเป็นตัวตนที่แท้จริงของนางกัน? ท่านตาไม่โมโหหรือตวาดกลับที่ถูกบุตรสาวตวาดแว้ดๆ ใส่กลับเผยยิ้มออกมาแทน

“นี่สิบุตรสาวที่แท้จริงของข้า”

ท่านแม่เงียบไปในทันที นางเม้มปากแน่น ดวงตาสั่นไหวราวกับจะร้องไห้ออกมาแต่สุดท้ายก็กลืนความเศร้าลงท้องเผยยิ้มสดใสออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสราวกับเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งข้าไม่เคยได้เห็น ทั้งสองยิ้มให้แก่กันแทนถ้อยคำปลอบโยนและบอกเล่านับพัน หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็ค่อยๆ พูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวตามประสาครอบครัวที่ไม่ได้พบเจอกันมาเนิ่นนานตาปี คุยจนมาถึงเรื่องที่ข้ากลุ้มใจอยู่ไม่น้อย

“ท่านพ่อพูดเรื่องนี้กับเจ้าแล้วรึ?”

“ขอรับ เป็นข้ารับตำแหน่งประมุขคนต่อไปจะดีหรือ ข้าไม่มีความมั่นใจเลย เกิดทำอันใดผิดพลาดขึ้นมาตระกูลเยว่จะไม่ล่มจมหรอกหรือ?” ข้าถอนหายใจกลัดกลุ้ม ทำหน้าจริงจังสุดๆ แต่ท่านแม่กับท่านตากลับหัวเราะขบขันกันเสียนี่ ข้าเม้มปากมองพ่อลูกคู่นี้ด้วยสายตาว่างเปล่า นี่ข้ากลุ้มใจมากนะ มิใช่เป็นมุกชวนขันเสียหน่อย

“มันก็ช่วยมิได้ ตามกฎของตระกูลเยว่ประมุขตระกูลต้องครอบครองพลังเยว่ตี้ และอีกอย่างแต่ละรุ่นจะมีพลังเยว่ตี้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

ว่าอย่างไรนะ พลังเยว่ตี้มีแค่รุ่นละคน เรื่องจริงรึ? แล้วเหตุใดข้าถึงได้มีพลังเยว่ตี้กันเล่า สวรรค์ไยจึงเลือกข้าผู้นี้? หรือเป็นนิมิตหมายว่าตระกูลเยว่ได้เดินมาถึงจุดจบแล้ว? ได้ยินแบบนั้นทำให้ข้ากังวลมากขึ้น ท่านแม่เห็นข้ามีสีหน้าไม่ดีก็เอ่ยปลอบใจเสียงอ่อน

อย่าคิดมากเลยลูกรัก ตำแหน่งประมุขตระกูลเยว่เป็นตำแหน่งที่สบายที่สุดในตระกูลเยว่แล้ว

เห็นข้าไม่เข้าใจ ท่านตาก็ใจดีอธิบายต่อให้

“เจ้าเคยเห็นท่านทวดของเจ้าทำอะไรนอกจากอ่านหนังสือบ้าง?”

ข้านิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ๋ จะว่าไปแล้วหากคิดถึงท่านทวดแต่ละภาพที่คิดออกนั้นมีแต่ตอนที่อีกฝ่ายอ่านหนังสือจริงๆ ด้วย ข้าชะงักตัวกึกก่อนจะเบิกตากว้างราวกับจะบรรลุ ท่านแม่พยักหน้าพลางถอนหายใจด้วยความอิจฉาปนเอือมระอา

ตำแหน่งประมุขตระกูลเยว่เป็นเพียงภาพลักษณ์ของตระกูลเท่านั้น วันๆ มิได้ทำอันใดสักอย่าง! สบายอย่างยิ่ง เพราะงานหรือเรื่องต่างๆ ในตระกูลจะมีที่ปรึกษาแต่ละแขนงคอยจัดการให้อยู่แล้ว

“ใช่ ขืนปล่อยให้ประมุขตระกูลที่เอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียวเป็นคนตัดสินใจเอง เจ้าคิดว่าตระกูลเยว่จะรอดพ้นมาถึงทุกวันนี้งั้นรึ?”

เอ่อ เหตุใดภาพลักษณ์ของท่านทวดในสายตาข้ามันชักจะแย่ลงทุกทีกันนะ? สรุปว่าข้าไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องนี้แล้วสินะ ตำแหน่งประมุขตระกูลเยว่เป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ของตระกูลเท่านั้น เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าพยักหน้าเข้าใจพลางถอนหายใจโล่งอกไปด้วย

“จริงสิ ท่านตาพอรู้วิธีช่วยให้ท่านแม่กลับมามีร่างกายอีกครั้งหรือไม่ขอรับ?”

“เฮ้อ ถ้ารู้ท่านยายของเจ้าคงนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว”

...แต่ข้ารู้จักคนที่รู้วิธีสร้างร่างเนื้อให้แก่วิญญาณคนตาย

“ผู้ใดงั้นรึ!?” ข้ากับท่านตาแย่งกันถามเสียงดัง สีหน้าของพวกเราตื่นเต้นจนลืมระงับอาการไปชั่วขณะ ทำเอาท่านแม่ผงะตกใจไปเลย เราสองคนดึงอารมณ์กลับมาสงบเสงี่ยม ท่านแม่หายตกใจหันมามองข้าแวบหนึ่งแล้วให้คำตอบที่ทำให้ข้าทั้งแปลกใจและงุนงง

คนผู้นั้นก็คือฉินอ๋อง

เจ้าแมวน่ะหรือ? เหตุใดเขาถึงรู้วิธีคืนชีพคนตายกันเล่า!? ข้าขมวดคิ้วจ้องมองท่านแม่รอคอยให้นางบอกว่าล้อเล่นแต่นางกลับพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง ใจข้าวูบไหวคล้ายกำลังหวาดหวั่น ฉินอ๋องรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เขาอยากจะคืนชีพให้แก่ผู้ใดกัน คำถามผุดขึ้นมาในใจของข้ามากมายแต่กลับไม่กล้าเอ่ยถามออกไปสักอย่าง ในใจเกิดความกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง ท่านแม่ยังคงเล่าต่อราวไม่สังเกตเห็นข้าที่ทำสีหน้าแปลกๆ นางหันมาถามข้าอย่างแปลกใจ

เรื่องนี้เขามิได้พูดให้เจ้าฟังหรอกรึ?

ข้าส่ายหน้า กำมือแน่นไว้ใต้แขนเสื้อ ไม่เห็นจำได้ว่าเขาเคยพูดถึงเรื่องนี้เลยสักครั้ง หรือว่าเป็นเรื่องที่ข้ารู้มิได้แต่คนอื่นรู้ได้อย่างนั้นหรือ?

เฮ้อ ยังเป็นคนชอบเก็บงำไว้เช่นเดิม ชีวิตที่แล้วของเขาน่าสงสารจริงๆ ทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เจ้ามีชีวิตอีกครั้ง ส่งลูกน้องไปหาบ้าง บางครั้งก็ไปหาด้วยตัวเอง เพราะมัวแต่หมกมุ่นที่จะฟื้นคืนชีพให้แก่เจ้าจนถูกชาวบ้านเรียกขานว่าฮ่องเต้วิปลาส เขาละเลยหน้าที่ทำให้พี่ชายต่างมารดาฉวยโอกาสปลุกปั่นราชสำนัก เกิดศึกนอกและศึกในพร้อมกัน แทบจะใช้ชีวิตอยู่แต่บนหลังม้า สุดท้ายก็ต้องมาตายด้วยน้ำมือของพี่ชายทรยศคนนั้นอีก ชีวิตไร้ซึ่งความสุขโดยแท้

พูดจบนางก็ถอดถอนหายใจยาวเหยียดแสดงท่าทีเห็นอกเห็นใจคนที่ถูกกล่าวถึง

มือของข้าสั่นไหว ร่างกายคล้ายจะชาไปทั้งตัว ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับนิ้วมือ ท่านตากะพริบตาไม่เข้าใจ แต่ข้าเข้าใจ เข้าใจดี!

ท่านแม่เคยบอกไว้ว่าเคยใช้พลังย้อนเวลาอยู่หลายครั้งด้วยกัน... ครั้งล่าสุดถึงขนาดวิญญาณเกือบสูญสลาย คงเป็นตอนที่ฉินอ๋องตายกระมัง... ข้ากลอกตาไปมาด้วยความรู้สึกหลากอารมณ์ปนเป ในอกแน่นจนหายใจมิออก ท่านแม่หันมามองข้าที่นั่งเงียบผิดปกติ ข้าเงยหน้าสบตากับดวงตาราวกับจะถามของนางก็รีบปรับสีหน้าทำตัวประหนึ่งว่ารู้มาตั้งนานแล้ว

“จริงสิ ข้ายังไม่ทราบเลยว่าท่านแม่กับฉินอ๋องรู้จักกันได้อย่างไร?”

 เรื่องนี้เขาก็ยังมิได้เล่า? อะไรกันเจ้าหนุ่มนี่ปากหนักจริงๆ อืม ก็มิใช่เจ้าหรอกรึที่เป็นคนขอให้เขาตามหาสร้อยหินซับจันทรา? เขาหาเจอแล้วและกำลังเอาไปให้เจ้าเพื่อขอคืนดี แต่เจ้าก็...

...ข้าตาย

ด้วยความบังเอิญสร้อยถูกแสงจันทร์ข้ารวบรวมพลังหลุดออกมาแต่เจ้าก็ไม่อยู่แล้ว ตอนแรกข้าโกรธแค้นเขามาก แต่สุดท้ายก็หายไปหมดเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย...

ข้านั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแยกตัวจากพวกท่านแม่ตอนไหน เดินล่องลอยมานั่งอยู่ในห้องเงียบๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงหัวใจเต้นรัวไม่หยุดของข้า รู้สึกตัวอีกทีก็มานั่งอยู่ที่ห้องนอนของฉินอ๋องแล้ว ไม่รู้ว่ามาทำอันใดแต่ร่างกายมันเคลื่อนไหวมาเอง ข้าสับสนไปหมด หัวตันตื้อคิดสิ่งใดมิได้ พยายามควบคุมอารมณ์อยู่หลายครั้ง ค่อยๆ รวบรวมสติคิดตั้งแต่ย้อนกลับมายังอดีต

พอลองมานั่งคิดดูแล้ว ทุกๆ อย่างที่ฉินอ๋องทำหรือแสดงออกมันชัดเจนขนาดนั้น แต่ไยข้าถึงได้...โง่บัดซบขนาดนี้! เอะใจไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแต่เหตุใดถึงคิดมิได้เสียที ข้านี่มันโง่จริงๆ!

แล้วจะทำอย่างไรต่อไปดี? ฉินอ๋องคนนี้คือ คนที่สร้างความเจ็บช้ำให้แก่ข้าในอดีต เขาเป็นคนๆ เดียวกัน เขารู้ทุกอย่างในอดีต มันทำให้ข้าอดคิดมิได้ว่าเวลาเขามองข้าแล้วกำลังคิดอันใดอยู่กันแน่ ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ...

เวลาผ่านไปนานข้ายังคงนั่งหันหน้ามองไปยังบานประตูห้องแน่นิ่ง สีหน้าเรียบนิ่ง พอสงบใจลงและขบคิดอย่างจริงจังแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร หลังจากตัดสินใจได้แล้วข้าก็สงบลงอย่างประหลาด นั่งรอเจ้าของห้องกลับมาอย่างใจเย็น ไม่นานนักฉินอ๋องก็เปิดประตูเข้ามา เห็นข้าก็ไม่แปลกใจอันใด

ข้ามองเขาพินิจพิจารณา แล้วก็ต้องแอบถอนหายใจออกมาหนักๆ ฉินอ๋องเดินเข้ามาหามองข้าที่ยังคงนิ่งเงียบอย่างสงสัย

ข้าเม้มปากแน่น คิดถึงคำพูดของตัวเองที่เอ่ยบอกท่านตาไปก่อนหน้านั้น

...ไม่มีใครอยากทำผิด

คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วก็ถอนหายใจ เรื่องพวกนั้นก็เป็นบทเรียนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่เห็นอาจมิใช่ความจริงทั้งหมด อย่าได้คิดไปเองว่ารู้ความจริง ดังนั้นบางทีในอดีตยามนั้นข้าอาจจะมองเรื่องราวด้วยสายตาคับแคบไปก็เป็นไปได้ ย้อนนึกไปถึงตอนที่เขาพูดขอโอกาสอีกครั้งแล้วพลันขนลุกซู่

“เป็นอันใด? ไม่สบายงั้นรึ?” ฉินอ๋องเข้ามากอดข้าเอาไว้พร้อมกับไถ่ถามน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิมแต่แอบแฝงไปด้วยความห่วงใย แทบจะไม่รับรู้เลยหากไม่ฟังอย่างจริงจัง ข้าทิ้งตัวซบลงบนอกกว้างๆ ของเขา ยกมือกอดรอบเอวสอบแต่ไม่ตอบอะไรกลับไป

นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของท่าน!

“อะไรกัน อยู่ๆ มาอ้อนเช่นนี้ หรืออยากจะทำเรื่องดีๆ ในที่ลับๆ ต่อจากเมื่อวานอย่างนั้นรึ?”

ข้ารีบผงะออกจากเจ้าแมวที่ทำตาวิบวับมาแล้วกลอกตาบนใส่อย่างเอือมระอา ให้ข้าซาบซึ้งในบรรยากาศหน่อยก็มิได้ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้กัน หลังจากที่ข้าตายไปเกิดอันใดขึ้นอย่างนั้นหรือถึงได้เปลี่ยนคนเคร่งขรึมกลายเป็นปีศาจลามกเช่นนี้ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นมากขนาดนี้แท้ๆ

เอ๊ะ หรือตอนนั้นแค่ไม่พูดออกมาเฉยๆ?

 

 

 

 

 



นี่มันก็ร้อยตอนแล้ว ไหนๆ ถิงถิงก็เปิดมาขนาดนี้แล้ว พวกเจ้าว่าข้าสานต่อเลยดีหรือไม่?//ครุ่นคิด


ที่หายไปนานไม่ใช่อะไรหรอก ติดเกมrovน่ะ 555555 เล่นละหยุดไม่ได้

เอาน่า นี่ก็ชดเชยให้ยาวเทียบเท่าสองตอนเลยนะ

อย่าหาความดราม่าจากเรื่องนี้เลย ถิงถิงกะอ๋องแมวเข้าใจกันดี

อีกอย่างอย่าถามหาความตื่นเต้นเร้าใจ คงลืมไปแล้วสินะว่าเรื่องนี้มันมีไอดอลเป็นสลอธ....

อุต๊ะ ร้อยตอนแล้วนี่น่า เอ๋ เหมือนลืมอะไรไปเลยนะเจ้าค่ะ โฮะๆ (“....”อ๋องแมว)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.009K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25524 sunflowerrrr (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 06:44
    อ๋องแมวเก็บเรื่องไว้เยอะมากกกกกกก
    #25,524
    0
  2. #24790 Ariel2l (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 00:43
    ฉินอ๋องคือเก็บทุกอย่างไว้กับตัว ใครจะกล้าบอกว่าเคยทำน้องตายมาครั้งนึง เป็นเศร้าแทน
    #24,790
    0
  3. #24493 Fueled me (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:37
    ฉินอ๋องน่าสงสารจริงๆ
    #24,493
    0
  4. #24016 munkrishear (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:45
    ในที่สุดถิงถิงก้รุ้สักทีว่าท่านอ๋องก้ย้อนกลับมา แงงง
    #24,016
    0
  5. #23449 ychibi (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:07
    เจ้าอ๋องแงวววิหมั่นเข้วนักนะะ
    #23,449
    0
  6. #23297 Phatra2910 (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 12:52

    คือเราเป็นคนชอบสุนัข ที่บ้านก็เลี้ยงสุนัขนั้นแหละ

    แต่ว่าตอนนี้เริ่มหลงแมวแล้ว งืออออออออ ท่านอ๋องhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #23,297
    0
  7. #22295 kisscaramelkiss (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 14:54
    เข้าใจนะว่าเรื่องดำเนินถึงไหน แต่ทำไมเรางงว่ามันเคลียร์ตั้งแต่ตอนไหน แง้ๆ
    #22,295
    0
  8. #22224 Xialyu (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:15
    จะสงสารใครดี
    #22,224
    0
  9. #21694 56pranee (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:06
    สงสารแมว

    ฮือๆๆๆ หมดกระดาษซับน้ำมูกไปหลายแล้ว

    ชอบภาพแมวมากๆคะ
    #21,694
    0
  10. #21337 pcy921 (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 18:37
    คือฉินอ๋องเวอร์ชั่นอัพเกรด แบบฉันปรับปรุงตัวมาแล้ว55555
    #21,337
    0
  11. #20617 Rongrongg2540 (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 09:27
    ควรสานต่ออออ ชอบภาพแมวตอนท้ายอะ 5555 น่าร้ากกกก
    #20,617
    0
  12. #20284 TheBeen (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:11
    ตอนปรับความเข้าใจคือมันยังไม่เคลียร์อะ มันค้างๆคาๆ สำหรับเรานะ มันเหมือนดราม่าหลายประเด็นแล้วเราเคลียร์แค่บางประเด็น
    #20,284
    0
  13. #20162 ploybrf2 (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 00:00
    ควรค่ะ
    #20,162
    0
  14. #20149 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 23:59
    สรุปก็คือ ยังไม่ได้กันอีกเรอะ เหอะ....

    สรุปก็ย้อนมา สินะะๆๆ
    ชาติที่แล้วมัวแต่ซึน เป็นไงล่ะ หึๆ ยังไงก็ได้ย้อนแล้วนะ รักกันนานๆล่ะ แล้วก็ ควรได้กันได้แล้วนะ 555555
    #20,149
    0
  15. #20033 มายเนมอีส... (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:20
    ว่าแล้วววววว ว่าอ๋องแมวต้องย้อนเวลากลับมาด้วยยย
    #20,033
    0
  16. #19632 nasetuan (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 07:46
    กิ้ดดด เดาถูกกก
    #19,632
    0
  17. #19595 hiiieun (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:56
    ท่านอ๋องแมวก็มีชาติที่แล้วคือกัน หึ้มๆๆๆ
    #19,595
    0
  18. #19344 crystaljade (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:58
    ดีแล้วที่มีโอกาสที่สอง พออ่านเรื่องในชาติก่อนของทุกคนแล้วสะท้อนใจมาก
    #19,344
    0
  19. วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 15:29
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #19,226
    0
  20. #19209 กระรอกoneday (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 18:44
    ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว ดีจริงๆ
    อ๋องแมวร้อยตอนจริงๆ 55555555
    #19,209
    0
  21. #19172 Asahi_san (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:36
    ถิงๆควรเอะใจตั้งแต่ชติก่อนว่าแมวมันหื่นขนาดหนักตั้งแต่ทำหน้าเหมียวๆใส่จนเจ้าลุกไม่ขึ้น
    #19,172
    0
  22. #19053 Maylyunho (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 23:29
    ดีใจที่ถิงๆรู้จักคิดมากขึ้น อ๋องก็ทำตัวดีขึ้น ฮือ อ๋องร้อยตอนละยังเป็นแมวหงอยอยู่เลยค่ะ
    #19,053
    0
  23. #19045 แกงส้ม (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 21:16
    เข้าใจกัน ดีแล้ว
    #19,045
    0
  24. #18958 manabi kaminaga (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 19:02
    อ๋องแมวมันก็เป็นอย่างนั้นมาตลอดอ่ะแหละถิงๆ อดีตอาจไม่พูดแต่มีโอกาสอีกครั้งก็คงไม่ปล่อยแล้วแหละ แต่ร้อยตอนแล้ว...เหมือนลืมอะไรไปนะ(ถิงๆอ่อยแล้วอ๋องแมวต้องสานต่อสิคะรอไรละะะ)
    #18,958
    0
  25. #18956 Daw Prdz KS (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:59
    สนุกเกินไปแล้ววว5555 รอตอนต่อไปเน้
    #18,956
    0