เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 87 : ตอนที่ ๘๑ ตามจับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,072 ครั้ง
    1 มี.ค. 60

ตอนที่ ๘๑ ตามจับ

ข้านั่งลงที่เดิมในขณะที่ฉินอ๋องเองก็เดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะเพื่อก้มหน้าก้มตาทำงาน เจ้าแมวนั่งลงปุ๊บก็หันมามองข้าที่เอียงหน้ามองตอบกลับ ต้องการอะไรรึ? เขาค่อยๆ เบือนหน้าออกไปจากนั้นก็นั่งนิ่งคล้ายจะเหม่อลอย ข้ากะพริบปริบๆ จ้องมองเขาอย่างกังวลใจ คงมิใช่นั่งหลับหรอกนะ! เจ้าแมวขี้เซาตัวนี้ยิ่งหลับได้หน้าตายเชียวละ

ผ่านไปชั่วครู่ฉินอ๋องก็ยื่นมือไปจับพู่กันเริ่มสะสางงานด้วยสีหน้าราบเรียบ ดวงตาสีดำสนิทดุจก้อนถ่านเปี่ยมไปด้วยสมาธิอันมั่นคง ข้าต้องแอบขออภัยในใจเงียบๆ ที่หลงคิดว่าเขากำลังหลับเสียอีก ที่แท้ก็กำลังรวบรวมสมาธินี่เอง เจ้าแมวสู้ๆ! จัดการงานบนโต๊ะให้เกลี่ยง! ข้าไร้ประโยชน์อย่างยิ่งทำได้เพียงแต่นั่งให้กำลังใจอย่างสงบ คิดไปแล้วก็หดหู่จริงๆ

สักพักใหญ่ข้าได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก ข้าเลิกคิ้วก่อนจะจำได้ว่าข้างนอกนั้นเกิดเหตุโกลาหลใดขึ้น คล้ายกับว่าทุกคนในค่ายที่ถูกแช่แข็งให้กลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งเริ่มรู้สึกตัวกันแล้ว เสียงพูดคุยที่ดังเข้ามาข้างในฟังเหมือนจะงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้ายกแขนเสื้อขึ้นมาปิดริมฝีปากที่อดจะแย้มยิ้มมิได้

เหตุการณ์วุ่นวายราวกับเกิดอาเพศกลับสงบลงอย่างง่ายดาย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพียงแค่ฉินอ๋องกระทืบเท้าลงพื้นหนึ่งครั้งเท่านั้น! นี่มันช่าง... เก่งกาจยิ่งนัก! น่าตื่นเต้นยิ่งนัก! ข้าพลอยรู้สึกยืดอกด้วยความภูมิใจไปด้วย ก่อนที่อกจะค่อยๆ แฟบลงเมื่อคิดถึงตัวเองที่ยังฝ่าไปขั้นเจ็ดมิได้ เอาเถิด ข้าเองก็เพิ่งได้พลังมาฝึกได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ หากทะลวงไปขั้นเจ็ดเร็วเพียงนี้อัจฉริยะทั้งหลายจะต้องร่ำไห้ให้แก่ข้าเป็นแน่

ตอนนี้ข้าก็เพิ่งสิบห้า ยังอีกยาวนาน!

“ท่านแม่ทัพ อำมาตย์เซี่ยและมือปราบหลวนขอเข้าพบขอรับ!” เสียงตะโกนรายงานดังตัดภาพจินตนาการของข้า ข้าหันไปมองหน้ากระโจมแล้วสะดุ้งโหยง ตื่นเต้นกับพลังของเจ้าแมวจนลืมไปเลยว่าข้างนอกมีท่านพ่อท่านแม่อยู่ นี่ข้าช่างเป็นลูกอกตัญญูเกินไปแล้ว

ข้ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ กุลีกุจอเตรียมที่นั่งให้แก่บิดาและมือปราบหลวนเฟิง หาขนมและน้ำชามาเตรียมไว้ให้เพื่อไถ่โทษที่ละเลยพวกเขา เจ้าแมวยังคงนิ่งเงียบ เขาเงยหน้ามาสั่งข้าด้วยเสียงราบเรียบหลังจากเห็นข้ารีบร้อนแทบสะดุ้งเท้าตัวเองล้ม

“ช้าๆ เถิด ประเดี๋ยวก็สะดุดชายชุดล้มได้แผล”

“อืมๆ” ข้าพยักหน้าแต่ไม่ลดความเร็วลงเพียงแค่ใส่ความระวังให้มากกว่าเดิม ฉินอ๋องก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาตะโกนตอบรับจากนั้นก็กลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ข้าเตรียมตัวรับแขกแทนเจ้าของกระโจม สิ้นเสียงตอบรับของฉินอ๋องผ้าหน้ากระโจมก็เลิกเปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งทั้งสองเดินเข้ามาข้างใน ติดตามด้วยร่างโปร่งแสงของท่านแม่ที่เกาะหลังท่านพ่อเข้ามา นางถลามามองขนมและน้ำชาก่อนจะหันมาส่งสายตาให้แก่ข้าที่ยืนอยู่ด้านข้าง

นั่นสินะ ท่านแม่ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงกระมัง ข้าเคลื่อนไหวไปหาบิดาเพื่อขอยืมเตาเผากระดาษเงินกระดาษทองขนาดพกพา และอย่างที่คิดเอาไว้เขาพกติดตัวมาด้วยจริงๆ! ข้าทำการเผาข้าวของให้แก่มารดาที่ถูมือรออยู่ด้านหลัง ทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นอย่างเป็นปกติมาก ท่านพ่อทำหน้านิ่งเฉยเคยชินเป็นที่สุด ฉินอ๋องเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรทำหน้าตาเย็นเยียบเป็นน้ำแข็งก้อนยักษ์ มีเพียงมือปราบหลวนเฟิงที่จ้องมองข้าราวกับเห็นคนบ้า

แย่จริง ข้าลืมไปได้อย่างไร! แต่ช่างเถิด ทำไปแล้วก็แล้วมันไปก็แล้วกัน ข้าพยายามทำสีหน้าไม่รู้สึกรู้สาเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา เอาสิท่านมือปราบหลวนเฟิง ทั้งกระโจมนี้มีเพียงท่านที่ตกใจทุกคนต่างเฉยชากันมาก สรุปแล้วท่านนั่นแหละประหลาดละ! เมื่อทำการเสร็จสิ้นท่านแม่ที่นั่งลงเก้าอี้ที่วางจากนั้นขนมและน้ำชาก็ปรากฏเป็นรูปร่างให้นางจับต้องได้ ข้าเดินมานั่งที่เดิม ระหว่างนั้นท่านพ่อกับมือปราบหลวนเฟิงก็เริ่มทักทายเจ้าของที่

“คารวะฉินอ๋อง”

เจ้าแมวพยักหน้าเล็กๆ แทบไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ เหมือนไม่สนใจแขกทั้งสองเลยสักนิด ท่านพ่อนั้นเหมือนจะเคยชินกับท่าทางไร้เยื่อใยแสนเย่อหยิ่งของฉินอ๋องจึงไม่รู้สึกอะไร แต่ท่านมือปราบหลวนเฟิงนั้นกลับทำตัวประดัดประเดิดอึดอัดทำตัวไม่ถูก ข้าเริ่มสงสารสุดยอดมือปราบที่ต้องมาเผชิญสถานการณ์เช่นนี้

ฉินอ๋องยังคงสนใจงานของเขาไม่แม้จะเงยหน้ามองแขก และไม่ได้พูดให้แขกทั้งสองนั่งลงสักนิด เมื่อคนตำแหน่งสูงกว่าไม่ยอมพูดอะไรคนตำแหน่งน้อยกว่าก็ไม่กล้าจะเคลื่อนไหวโดยพลการ ข้ากลอกตามองทั้งสองฝั่งแล้วกลั้นใจเข้าไปแทรกแซงเพราะเกรงว่ามือปราบหลวนเฟิงจะกลั้นหายใจสิ้นลมไปเสียก่อน

“ท่านพ่อ ท่านมือปราบหลวน เชิญนั่งก่อนขอรับ” ข้าลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยเชื้อเชิญแขกทั้งสองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ผายมือไปยังที่นั่งที่ได้จัดเตรียมเอาไว้พร้อม ท่านพ่อไม่เอ่ยอะไรหันตัวไปนั่งลงทันที ส่วนมือปราบหลวนเฟิงยังคงลังเลใจอยู่ เขามองเขาแวบหนึ่งเห็นรอยยิ้มที่ข้าส่งให้ก็พยักหน้ารับขยับตัวนั่งลงด้วยอาการผ่อนคลาย

รออยู่นานเจ้าของกระโจมก็ไม่เอ่ยอะไรใดๆ ความเงียบเริ่มปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงตวัดพู่กันบรรยากาศชวนเครียดก็ค่อยๆ กระจายตัวไปทั่ว มีเพียงแค่ท่านแม่ที่เคี้ยวขนมงุบๆ ไม่สนใจสิ่งใด ข้าที่ยืนอยู่เริ่มขาแข็งไม่รู้จะพูดช่วยยังไง จะว่าไปแล้วฉินอ๋องก็เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดกับคนอื่นโดยไม่จำเป็น เรียกได้ว่าไม่อยากพูดก็ไม่พูดดื้อๆ เสียอย่างนั้น สุดท้ายท่านพ่อที่จิบน้ำชาไปหนึ่งอึกก็กล่าวทำลายบรรยากาศ

“ต้องขออภัยที่มารบกวนท่านในเวลางาน พวกข้ารับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในช่วงปีใหม่ ท่านอ๋องคงจะทราบดี เมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการวางแผนเพื่อจับกุมคนร้ายที่จวนตระกูลหยาง ซึ่งท่านอ๋องเองก็น่าจะทราบข่าวบ้างแล้ว ระหว่างที่ทำการจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่มือปราบได้ปะทะกับคนร้ายสองรายด้วยกัน จับกุมได้เพียงหนึ่ง อีกหนึ่งนั้นหลบหนีไปได้ ทางเจ้าหน้าที่กระจายกำลังออกตรวจสอบและตามจับแต่ทว่ายังไร้วี่แววสำเร็จ ข้ากับมือปราบหลวนเฟิงมาครั้งนี้เพื่อขอกองกำลังของท่านอ๋องไปไล่ตามคนร้ายอีกแรงหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะอนุญาตหรือไม่?”

ท่านพ่อเอ่ยเข้าประเด็นอย่างรวบรัด อธิบายสถานการณ์ของตนเองและเอ่ยขอความร่วมมือแบบตรงไปตรงมา ฉินอ๋องยังคงนั่งเงียบตวัดพู่กันในมือต่อไปไม่มีท่าทีจะหยุด ท่านพ่อก็มิได้พูดอะไรอีก แต่เป็นมือปราบหลวนเฟิงที่พยายามอธิบายว่าเพราะเหตุใดถึงมาขอความช่วยเหลือจากฉินอ๋อง อันที่จริงข้าจะแปลกใจเช่นกันว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงมายืมตัวทหารจากกองทัพ ทั้งที่จำนวนมือปราบก็น่าจะมีอยู่มากพอสมควร อีกอย่างทำไมถึงไม่ไปขอความช่วยเหลือจากทหารคุ้มกันเมืองเล่า?

“ในตัวเมืองหลวงนั้นพวกเราได้ควบคุมพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยใช้กองมือปราบและกองทหารคุ้มกันเมือง หากคนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงพวกเราย่อมตามจับกุมได้แน่นอนขอรับ แต่ที่พวกเรามาขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋องเพราะคิดเผื่อในกรณีที่คนร้ายหนีออกไปจากเมืองหลวงได้ จึงอยากจะขอให้ทหารของท่านช่วยค้นหาคนร้ายอีกแรงขอรับ”

ข้าฟังแล้วขมวดคิ้วหันตัวกลับมานั่งลงที่เดิม ครุ่นคิดกับตัวเองอย่างหนัก ข้าควรจะบอกตัวตนคนร้ายให้แก่ท่านพ่อดีหรือไม่? แล้วหากอีกฝ่ายถามกลับว่าข้ารู้ได้อย่างไรคงจะลำบากเป็นแน่ อันที่จริงจุดประสงค์ที่มาหาฉินอ๋องก็เพื่อคุยเรื่องนี้ แต่จนแล้วจนรอดข้าก็ไม่กล้าเปิดปากบอกไปเพราะเกรงจะสร้างความสงสัยให้แก่คนอื่น

อืม ทำยังไงดีนะ บอกไปเลยดีหรือไม่?

“แค่คนร้ายเพียงคนเดียวกลับใช้คนเยอะเช่นนี้ ไม่สมกับเป็นอำมาตย์เซี่ย” ฉินอ๋องขยับตัวตอบรับเป็นครั้งแรก เขาเงยหน้าขึ้นมาจากม้วนกระดาษที่ถูกเขียนเต็มหน้า มือเรียวยาววางพู่กันไว้ก่อนจะเอ่ยเหน็บแนมท่านพ่อด้วยเสียงเย็นเยือก ท่านพ่อยังคงวางเฉยต่อคำยั่วยุอย่างมีเจตนาได้ดี เป็นมือปราบหลวนเฟิงที่เหงื่อตกเอ่ยแก้ต่างแทน

“เรียนท่านอ๋อง ที่เราต้องใช้คนเยอะเช่นนี้เป็นเพราะคนร้ายเป็นยอดฝีมือระดับราชันยอดยุทธ์”

“ไม่ถึงระดับนั้นกระมัง”

“เอ่อ...อย่าน้อยๆ ก็ไม่น่าต่ำกว่ายอดยุทธ์เทียมฟ้าช่วงสุดท้ายขอรับ”

“เจ้ากำลังบอกเราว่ากองมือปราบไร้ความสามารถตามจับกุมคนร้ายเพียงคนเดียว?” ประโยคสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ข่มขู่ใดๆ แต่กลับทำให้มือปราบหลวนเฟิงหน้าซีดเผือดเหงื่อหลั่งเต็มใบหน้า ข้าหันไปมองฉินอ๋องที่ไม่สนใจมือปราบหลวนเฟิงหันมาจ้องถ้วยน้ำชาของเขาเงียบๆ ข้าเดินไปรินน้ำชาให้แก่เขา ฉินอ๋องพยักหน้ายกถ้วยชาขึ้นจิบ เขาวางถ้วยชาก่อนจะให้คำตอบอย่างเย็นชา

“เราไม่อนุญาต”

ท่านพ่อไม่มีสีหน้าใดๆ ตรงกันข้ามกับมือปราบหลวนเฟิงที่แสดงออกว่ากังวลและโมโหอย่างชัดเจน ข้าเหลือบมองฉินอ๋องที่คงความเยือกเย็นสูงส่งเอาไว้ได้ทุกระเบียบนิ้ว เขาจงใจเว้นช่วงกลั้นลมหายใจเอาไว้เนิ่นนานแทบทำให้บางคนชักดิ้น ทรมานผู้คนด้วยความเงียบจนพอใจฉินอ๋องก็พูดต่อ

“ไม่จำเป็นต้องใช้ทหารไปค้นหานอกเมือง เพราะคนร้ายที่พวกเจ้าต้องการตัวมันยังอยู่ในกำแพงเมืองหลวงอย่างแน่นอน”

ข้ากับพวกท่านพ่อชะงักด้วยความแปลกใจ คำพูดของฉินอ๋องสร้างความสงสัยให้แก่ทุกคน แม้กระทั่งท่านแม่ที่นั่งทานขนมอยู่ยังหันไปมองเขา ฟังจากน้ำเสียงของเขาไม่มีวี่แววที่จะพูดล้อเล่น ฉินอ๋องกำลังจริงจังอยู่แน่ ท่านพ่อยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร แต่เป็นมือปราบหลวนเฟิงที่เริ่มขุ่นเคืองจนลืมตัว

“หึ ฉินอ๋อง กองมือปราบได้ค้นหาคนร้ายทั่วทั้งเมืองหลวงแต่กลับไม่พบ ท่านกลับพูดมั่นใจยิ่งว่ามันยังอยู่ในเมืองหลวง หากไม่อยากร่วมมือก็เอ่ยตอบกลับตรงๆ มิใช่มาทำให้เราไขว้เขว”

“เด็กน้อยยิ่ง เพียงไม่ได้สิ่งที่ตนเองหวังก็ไม่สบอารมณ์เสียแล้ว ไม่สมกับที่ได้ชื่อว่าสุดยอดมือปราบ อีกอย่างพวกเจ้าหาไม่เจอก็มิใช่ว่าผู้อื่นจะหามิเจอ อันที่จริงเราเองก็อยากจะช่วยงานนี้ให้จบลงเร็วๆ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ แต่เหมือนมือปราบหลวนจะทะนงตัวเกินไปจนไม่อยากจะรับคำชี้แนะจากผู้อื่น เอาเถิด เราก็มิได้ว่าอันใด เช่นนั้นเชิญทั้งสองออกไปเถิด”

ฉินอ๋องทำเสียงคล้ายหัวเราะแต่มันเย็นเยียบน่าพรั่นพรึงเกินไปจึงไม่เหมือน เขายกปลายคางขึ้นเหลือบมองมือปราบหลวนเฟิงด้วยหางตาเย็นชาที่ทำให้หนาวไปถึงกระดูก เอ่ยวาจาไร้ความขุ่นเคืองแต่ทว่าเต็มไปด้วยถ้อยคำต่อว่าหนักหน่วง มือปราบหลวนเฟิงผงะตกใจด้วยความหวาดเกรง ท่านพ่อไม่สนใจเหตุการณ์ตรงหน้าเขานิ่งครุ่นคิดเงียบๆ กับตัว เมื่อไล่แขกไปเรียบร้อยฉินอ๋องก็ปิดปากเงียบงันหยิกพู่กันทำงานต่ออย่างไหลลื่น

ท่านพ่อกับมือปราบหลวนเฟิงที่ถูกเจ้าของที่ไล่ก็ไม่อาจทนหน้าหนาอยู่ต่อไป พวกเขาลุกขึ้นโค้งคำนับกล่าวคำลาแล้วเดินออกไปจากกระโจม ท่านแม่ที่หมดเรื่องสนุกก็ยักไหล่ลอยทะลุกระโจมออกไปตามหลังท่านพ่อ ข้ามองฉินอ๋องก่อนจะเดินออกไปจากกระโจมตามหลังพวกท่านพ่อไปติดๆ ข้าตัดสินใจทำบางอย่าง

“ท่านพ่อ!

“จริงสิ ถิงเอ๋อร์ เจ้าเองก็อย่าอยู่ที่นี่นานนักเล่า รีบกลับจวน” ท่านพ่อหยุดเท้าหันกลับมาเตือนข้าด้วยสีหน้านิ่งสงบ ข้าพยักหน้าเชื่อฟังไม่อิดออด ก่อนจะกล่าวสิ่งที่ตัดสินใจก่อนออกจากกระโจมมา

“ฉินอ๋องให้ลูกมาสอบถามท่านพ่อว่าในเมืองหลวงนั้นยังเหลือที่ใดบ้างที่ยังไม่ตรวจสอบขอรับ”

“ที่ใดอย่างนั้นรึ?” ท่านพ่อชะงัก ยกมือลูบปลายคางทำท่าครุ่นคิด ส่วนมือปราบหลวนขมวดคิ้วทำหน้าจริงจัง

“กองมือปราบได้ตรวจสอบทุกบ้านทุกจวนแล้ว แม้แต่โรงเตี๋ยมก็ยังไม่เว้น”

“นี่ยังไม่หมดกระมัง” ข้าเอ่ยกลับไปครั้นเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว ดูท่าบิดาของหลวนคุนจะค่อนข้างใจร้อนกว่าบุตรชายมากทีเดียว ท่านพ่อขยับตัวมามองข้า นัยน์ตาของท่านฉายแววกระจ่างแจ้งออกมา ข้าจึงไม่พูดอะไรอีกโค้งตัวให้แก่ทั้งสองเงียบๆ ท่านพ่อพยักหน้าแล้วเร่งเดินออกไปในทันที

คุยกับคนฉลาดนี่ไม่เหมือนกับคนทั่วไปจริงๆ ไม่ต้องพูดใบ้อะไรมากก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ในตอนที่หันหลังจะเดินกลับไปยังกระโจมข้าก็เห็นแขกคนหนึ่งเร่งเดินเข้ามาพร้อมกับคนรับใช้คนสนิท ข้ายกคิ้วพลางถอนหายใจ วันนี้มันวันอะไรกัน ถึงได้มีผู้คนเดินเข้าออกค่ายเป่าอี้เป็นว่าเล่นเช่นนี้

“อ้าว จิ้งถิงนี่!

“คารวะส่านอ๋อง”

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ สบายดีหรือเปล่า? อ้อ จริงสิ ลืมแสดงความยินดีกับเจ้า ในที่สุดก็ท่านพี่ก็ทำสำเร็จ!” ส่านอ๋องที่ดูผายผอมลงเล็กน้อยพุ่งเข้ามาหาข้าพร้อมกับส่งเสียงกังวานใสเช่นเดิม รูปลักษณ์เรียบง่ายสง่างามก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงพร้อมกับอาภรณ์สีเขียวอ่อน ตรงเอวประดับป้ายหยกและมีขลุ่ยไผ่เหน็บที่สายรัดเอว

“ขอบคุณขอรับท่านอ๋อง ว่าแต่ท่านมาหาฉินอ๋องงั้นรึขอรับ?”

“อ้อ ใช่เลยๆ! ขอจะมาบอกข่าวท่านพี่น่ะ เมื่อเช้านี้ท่านพี่หลิ่นอาการกำเริบอีกแล้ว จะมาชวนท่านพี่เสวี่ยไปเยี่ยมด้วยกันน่ะ ไม่รู้ว่าอาการทรุดหนักแค่ไหน เพราะเอาแต่เข้าออกวังเพื่อขอร้องเสด็จพ่อเรื่องพวกเจ้านั่นแหละ เฮ้อ ทั้งที่ร่างกายไม่แข็งแรงแท้ๆ”

“อ๊ะ เหลียงอ๋องไม่สบายงั้นรึขอรับ?”

“อืม จริงสิ พลังรักษาของเจ้าน่าจะรักษาโรคให้กับท่านพี่หลิ่นได้เหมือนกัน จิ้งถิง! เจ้าช่วยรักษาโรคของท่านพี่หลิ่นได้หรือไม่? เขาทรมานกับโรคนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากเห็นเขาต้องล้มป่วยทุกๆ ปีเช่นนี้อีกแล้ว ตอนที่พวกเราไปเยี่ยมท่านพี่หลิ่นเจ้าเองก็ไปด้วยกันสิ ยังไงก็ไม่มีใครว่าอยู่แล้ว เจ้าเป็นว่าที่น้องสะใภ้นี่น่า!

ส่านอ๋องขมวดคิ้วเอ่ยบอกด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ก่อนจะทำหน้านึกได้หันมามองข้าแล้วเอ่ยกึ่งขอร้องอย่างจริงจัง ข้าลำบากใจอยู่บ้าง เพราะข้าเองก็มิได้เป็นหมอจริงๆ ที่ผ่านมาก็อาศัยลักจำเขามาอีกที ส่านอ๋องตบไหล่ของข้าพร้อมกับชักชวนให้ไปเยี่ยมเหลียงอ๋องด้วยซ้ำ และไม่วายจะยิ้มล้อเลียนเรื่องของข้า ข้าไม่สนใจยังกังวลเรื่องการรักษา

“โรคของเหลียงอ๋องเป็นมาตั้งแต่เกิดข้ายังจะรักษาให้มิได้”

“ท่านพี่หลิ่นไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด หากข้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนประมาณสิบขวบเห็นจะได้” ส่านอ๋องขบคิดเล็กน้อยแล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก ข้ายกคิ้วแปลกใจเพราะเคยคิดว่าเหลียงอ๋องไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เกิดแล้ว ทีแท้เขาเพิ่งจะมาเป็นเอาตอนอายุสิบขวบงั้นรึ? ระหว่างที่คุยเรื่องอาการป่วยของเหลียงอ๋องพวกเราก็มาถึงกระโจมของท่านแม่ทัพ

“ท่านพี่~ น้องชายสุดที่รักของท่านมาหาแล้ว” ส่านอ๋องไม่สนใจทหารเฝ้าหน้ากระโจม เขาผลุบเข้าไปในกระโจมรวดเร็วก่อนจะถูกขานบอกด้วยซ้ำ จากนั้นก็บีบเสียงเล็กเสียงน้อยใส่พี่ชายที่นั่งของหน้าเย็นเยียบ อากาศเย็นจนหนาวเหน็บสาดซัดใส่หน้าชายหนุ่มผู้ร่าเริงจนตัวแข็งทื่อ ส่านอ๋องยืนตัวตรงทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อให้กับพี่ชาย สีหน้าประมาณว่า ข้าทำอันใดผิดขอรับท่านพี่?

ข้ายืนอยู่ด้านหลังส่านอ๋องยังสั่นพรับๆ หนาวแทนหนุ่มบ้าไผ่ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว อันที่จริงข้าก็งงเหมือนกันว่าฉินอ๋องเป็นอะไรถึงได้อารมณ์ติดลบผลิตอากาศหนาวเยือกเหมือนฤดูหนาวยังไม่พ้นผ่านเช่นนี้ ข้าขยับตัวโผล่หน้าไปเมียงมองฉับพลันอากาศคล้ายจะอบอุ่นในพริบตา เจ้าแมวที่นั่งทำงานอยู่หน้าโต๊ะก้มหน้าอ่านเอกสารไม่พูดอะไรใดๆ ส่านอ๋องเหล่ตามองข้ากับพี่ชายของเขาก่อนจะสะบัดหน้าส่งค้อนพร้อมทั้งเอ่ยประโยคประชดน่าขนลุก

“ลำเอียง ไม่รักน้องนุ่ง!

ถ้าไม่รักน้องนุ่งเมื่อครู่ส่านอ๋องยังถูกแช่แข็งในพริบตาไปแล้วละ! แม้แต่ข้ายังรู้สึกอยากจะแช่แข็งท่าทางน่าขนลุกนั่นของเขาให้เสียสาบสูญไปเสีย ข้ากับส่านอ๋องเดินแยกกันนั่งคนละฝั่ง พวกเรานั่งเงียบรอคอยให้เจ้าของกระโจมวางพู่กันมาพูดคุย ผ่านไปครู่ใหญ่ฉินอ๋องก็วางพู่กันและม้วนกระดาษมัดด้วยเชือกวางไว้ตรงกองที่เสร็จแล้ว ท่าทางเจ้าแมวจะทำงานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างรวดเร็วยิ่งนัก!

“ท่านพี่ ข้าได้ข่าวมาว่าท่านพี่รองล้มป่วยอีกแล้วพวกเราไปเยี่ยมด้วยกันเถิด พาจิ้งถิงไปด้วย บางทีจิ้งถิงอาจจะรักษาท่านพี่รองได้!

“ไม่”

“หะ? ทำไมเล่า!?” ส่านอ๋องผงะตกใจที่ถูกปฏิเสธแทบจะทันที ข้าเองก็ตกใจเช่นกัน หันไปมองฉินอ๋องที่นั่งหลังตรง ใบหน้าหล่อเหลาเยือกเย็นพอๆ กับคำตอบที่ให้เมื่อครู่ เจ้าแมวที่เย่อหยิ่งค่อยๆ นวยนาดลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งพร้อมกับอธิบายให้น้องชายฟังอย่างช้าๆ ชัดๆ

“จิ้งถิงจะไม่ไปกับพวกเรา อีกอย่างโรคของท่านพี่เหวินหลิ่นไม่ว่าใครก็รักษามิได้เว้นแต่...” ริมฝีปากได้รูปสวยคลี่ยิ้มเย็นชา “เขาจะเลิกเป็นเอง”

ข้าแทบจะสะดุ้งเฮือกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดกลางลำตัว นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? ฉินอ๋องก้าวเท้าไปยังส่านอ๋องที่ยังนิ่งเงียบและงุนงง ร่างสูงตระหง่านเดินอย่างผ่าเผยผ่านหน้าน้องชายไปยังที่เก็บดาบทองคำ มือเรียวยาวจับดาบเล่มนั้นออกมาพร้อมกับฉวยผ้าที่วางอยู่ด้วยกันเดินมานั่งข้างข้าแล้วลงมือเช็ดถูดาบของเขา ความเงียบเข้ามาแทรกซึมทุกอณูพื้นที่จนกระทั่งฉินอ๋องเปิดปากพูดอีกครั้งทั้งที่ยังก้มหน้าทำความสะอาดดาบในมือ

“ดูเหมือนว่าวันนี้จะคึกคักอย่างยิ่ง ตั้งแต่ไล่จับฆาตกรต่อเนื่อง ท่านพี่เหวินหลิ่นล้มป่วย เสด็จพี่เหวินเหว๋ยตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองหลวง จะว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็มิใช่ เหวินถงเจ้าเองก็อย่าไปร่วมลุยน้ำขุ่นเลย อยู่เงียบๆ รอแต่งสาวงามเข้าวังดีกว่า ข้าเองก็เฝ้ารอแต่งคนงามเข้าวังเช่นเดียวกัน!

ฉินอ๋องเงยหน้าขึ้นมาดันศอกใส่ข้าเบาๆ ข้าหันไปมองเขาแล้วต้องหลบตาหน้าร้อนวูบ ดวงตาของเจ้าแมวมันวิบวับๆ เหมือนมีดาวอยู่ในนั้น นี่ล้อเลียนข้าอยู่งั้นรึ!? ตอนแรกที่แสร้งทำเป็นจริงจังเพราะต้องการหยอกข้าเล่นสินะ เจ้าแมวบ้า! ข้าที่โดนเขาหยอกเล่นเป็นลูกข่างหมุนไปซ้ายไปขวาขึงตาทำหน้าบูดใส่ ฉินอ๋องไม่เพียงจะไม่กลัวแล้วยังกลั่นแกล้งข้าต่ออย่างสนุกสนาน จากนั้นค่อยหันไปหาส่านอ๋องเอ่ยถามน้องชายทั้งที่มือลูบศีรษะของข้าคล้ายจะปลอบใจ

“แล้วจะไปเยี่ยมท่านพี่เหวินหลิ่นยามใด?”

“เอ่อ...ยามโหย่วดีหรือไม่?” ส่านอ๋องที่ยังไม่หลุดออกจากความงุนงงก็พลันได้สติกลับคืนมา เขาใช้เวลาคิดก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา ฉินอ๋องพยักหน้าหันมามองข้า

“ข้าจะไปส่งเจ้าก่อน”

“อืม”

“แต่ก่อนหน้านั้นแวะไปหอหว่านเซียงอวี่ก่อน”

“ท่านพี่! ต่อหน้าจิ้งถิงท่านก็ยังกล้าพูด เรื่องเช่นนี้ต้องแอบไปสิขอรับ อีกอย่างหอหว่านเซียงอวี่ไม่เปิดตอนกลางวัน!

ข้ากับฉินอ๋องหันไปมองส่านอ๋องที่เอ่ยด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนแทนพี่ชาย อะไรคือต้องแอบไปกันเจ้าบ้าไผ่นี่! ส่านอ๋องรับสายตาแฝงความระอิดระอาก็ค่อยๆ คลี่พัดในมือโบกพัดให้แก่ตนเองพลางหันไปทางอื่นเงียบๆ เมื่อจัดการกับตัวขัดได้แล้วข้าก็หันกลับมามองฉินอ๋องที่อยู่ๆ ก็อยากจะไปหอชายคณิกา เขาจะไปทำไมกัน? ฉินอ๋องเห็นข้ามองอยู่ก็คล้ายขะเหยียดยิ้มแสยะเขี้ยว

“มิใช่ว่าเจ้าอยากไปงั้นรึ? ข้าเคยบอกแล้วว่าถ้าจะไปสถานที่เยี่ยงนั้นข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปเองมิใช่รึ?”

ข้าพลันขนลุกซู่

นี่มันมิใช่แค่ล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งอ่านใจคนอื่นยังสามารถทำได้! เจ้าแมวรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไปที่นั้น? นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัววววว! ส่านอ๋องกะพริบตามองพวกเราสลับซ้ายขวาก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ด้วยเกรงว่าป่าไผ่หลังบ้านจะถูกแช่แข็งเป็นป่าน้ำแข็งจึงทำตัวสงบเสงี่ยม ฉินอ๋องไม่พูดอะไรอีก เขาลุกขึ้นนำดาบพระราชทานไปแขวนไว้ที่เดิมจากนั้นก็เดินนำออกไปจากกระโจม ข้ากับส่านอ๋องเหลือบแลกันแวบหนึ่งแล้วรีบพุ่งตัวตามท่านแม่ทัพไปทันที

ใช้เวลาอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วยามรถม้าของข้าและส่านอ๋องก็จอดลงก่อนจะถึงหน้าหอหว่านเซียงอวี่ ฉินอ๋องที่ควบม้ามาเดินเหยาะเลียบข้างรถม้าของข้าเมื่อรถม้าจอด เขาก็ก้มตัวมาเปิดหน้าม่านตรงหน้าต่างรถม้า

“ทางถูกกองมือปราบกั้นไว้ เจ้ายังอยากจะไปเปิดหูเปิดตาอยู่อีกหรือไม่?”

เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่ามันมิใช่คำถามแต่เป็นคำเตือนกันนะ? ข้าขยับตัวชะโงกหน้าไปมองสถานการณ์วุ่นวายในหอคณิกาที่เลืองชื่อ มือปราบหน้าตาเคร่งเครียดยืนรายล้อมที่นั่น เสียงร้องตกใจกลัวดังขึ้นจากข้างในระลอกแล้วระลอกเล่า

“ท่านพ่อจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

“เขาไม่ตายง่ายๆ เช่นนั้นหรอก ส่วนเจ้ากลับไปจวนได้แล้ว...” อยู่ๆ เสียงของฉินอ๋องก็ขาดไป เขาเงยหน้าขึ้นไปข้างบนหลังคาของหอหว่านเซียงอวี่ ข้ามองตามไป ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

ร่างบอบบางราวกับต้นหลิวยืนสงบนิ่งอยู่บนนั้น แขนด้านซ้ายกอดรัดลำคอตัวประกันที่ร่ำไห้น้ำตานองอย่างน่าสงสาร นั่นมิใช่เจียวเพ่ยเจวียนหรอกรึ!? ข้าเพ่งมองคนที่จับเจียวเพ่ยเจวียนเอาไว้ เป็นคนผู้นี้จริงๆ เหอชิงจิ่น! ชายคณิกาที่แสนบอบบางอ่อนหวาน หนำซ้ำในชีวิตที่แล้วของข้าเขายังเป็นถึงนายบำเรอคนโปรดของฉินอ๋องอีกด้วย

เพราะอีกฝ่ายมีตัวประกันทำให้มือปราบตรึงมืออย่างยิ่ง ทันใดนั้นมือเล็กๆ ของเหอชิงจิ่นยื่นออกมา มือปราบที่ยืนอยู่เบื้องล่างไม่ทันได้ตั้งตัวถูกแรงที่มองไม่เห็นดูดขึ้นไปจนตัวลอยคว้างกลางอากาศคนแล้วคนเล่า พริบตาร่างของพวกเขาก็ตกลงมาบนพื้นดังพลั่ก! รุนแรงแทบบดกับดิน ข้าสะดุ้งตกใจเบือนหน้าหลับตาหนีไปจากภาพตรงหน้า

“เหวินถง! เถาวัลย์นิ่ม!

“รับทราบ!” ทันทีที่ฉินอ๋องตะโกนออกไป ส่านอ๋องก็โผล่ออกมาจากรถม้าอย่างรวดเร็ว เขาล้วงเอาตลับเหล็กที่เก็บเมล็ดหลากหลายขนาดออกมา หยิบก้านสีน้ำตาลแห้งๆ ออกมาหลายก้าน สะบัดมือโยนมันไปไกลพร้อมกับเพ่งจิตส่งกระแสปราณไปยังก้านแห้งๆ พวกนั้น

“เติบโต!

หลังเสียงตะโกนก้องของส่านอ๋องก้านแห้งๆ เหล่านั้นก็ขยายขนาดเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างเป็นเถาวัลย์เลื่อยซอกซอนกกันไปมากลายเป็นเสื่อเถาวัลย์นุ่มนิ่มปกคลุมไปทั่วพื้น รับรองร่างของมือปราบที่ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ จริงสิ พลังของส่านอ๋องก็คือธาตุไม้! ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่เกิดเหตุการณ์นองเลือดได้เป็นดี มือใหญ่จับศีรษะของข้ากดลงกลับไปในรถม้าพร้อมกับร้องสั่งเสียงเข้มงวด

“รออยู่นี่!

 

 

 

 

 



ถิงถิงแต่งตัวยังไงไปหาเจ้าแมวน่ะเหรอ น่าจะประมาณนี้แหละน่า~


ตกลงใจแล้วละว่าเรื่องนี้จะใสๆ ไม่มีฉากเรตแบบถึงพริกถึงขิง

ลูบๆ คลำๆ แล้วแพนกล้องไปที่หัวเตียง ตัดฉับๆ!

เอาไว้สาดความหื่น เอ๊ย ความเมามันในเรื่องต่อไป รับรองด้วยเกียรติลูกเสือ

เรื่องหน้าจะเรตแบบคนอ่านต้องร้องขอชีวิต! ทิชชู่กี่โรงงานก็เอาไม่อยู่!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.072K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25530 Juuzon (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 19:33
    เราไม่เห็นภาพที่ไรท์ให้ดูอ่ะ
    #25,530
    0
  2. #25503 kristkatt (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:14
    นี่รักเหลียงอ๋อง เป็นตัวร้ายจริงหรออ

    เส้าเลยย งืออ
    #25,503
    0
  3. #25439 Maylyunho (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:54
    เอาแล้วๆ เหอชิงจิ่น แล้วมีปมอีกแน่
    #25,439
    0
  4. #24775 aynahcsoo  (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 23:27
    อยากรู้เรื่องชีวิตที่แล้วทั้งหมดมากเลยอ่ะ
    #24,775
    0
  5. #24473 Fueled me (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 22:10
    นายบำเรอท่านอ๋องแต่ละคน งามหน้านัก!!!
    #24,473
    0
  6. #22231 Avano (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:53
    กลิ่นบนเตียงที่ถิงถิงได้กลิ่นแล้วบอกคุ้นๆ ตอนมาหอคณิกาครั้งแรก คือกลิ่นจากตัวเหลียงอ๋องสินะ
    #22,231
    0
  7. #22213 Xialyu (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:30
    มีแต่ปมให้คิด
    #22,213
    0
  8. #22017 N\'noey Butter (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:30
    รูปไม่ขึ้นน ที่สำคัญไม่แค่ลูบคลำแล้วแพลกล้องสิคะไรท์ ฮือออ
    #22,017
    1
    • #22017-1 soundlessnote(จากตอนที่ 87)
      10 เมษายน 2563 / 15:05
      ;-; เหมือนรูปที่เกี่ยวกับน้องโดยตรงจะไม่เคยขึ้นเลย..
      #22017-1
  9. #22016 lills (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:25
    เหลียงอ๋องป่วยไม่จริง
    #22,016
    0
  10. #21281 pcy921 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 12:21
    เออตอนนี้น่าสนใจนี่สงสัยในตัวนายบำเรอจากหอคณิกาในชาติที่แล้วของท่านอ๋องมากนะ รู้สึกชิงจิ่นนี่เกี่ยวข้องกับอ๋องเหลียงแน่ๆอะ
    #21,281
    0
  11. #20431 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 11:52
    รูปไม่ขึ้นเหมือนกันง่ะTT
    #20,431
    0
  12. #20340 Fktay (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 16:42
    แต่งตัวแบบไหนอ่ะ รูปมันไม่โชว์ สงสัยเนตรีดจะกากเกิน
    #20,340
    0
  13. #20336 Koroe (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:11

    ขอถึงพริกถึงขิงสักตอนเถอะไรท์

    #20,336
    0
  14. #20287 barious (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 11:12
    แบบพลังเยว่ตี้โฆษณาได้โหดมาก แต่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะคนใช้อะนะ ไม่เห็นจะใช้พลังทำไรเลยนอกจากใช้แอบไปหาผู้ชาย ทั้งๆที่สามารถช่วยคนได้ตั้งเยอะแท้ๆ
    #20,287
    1
    • #20287-1 crazy25240(จากตอนที่ 87)
      20 ธันวาคม 2562 / 09:34
      จริงมาก555
      #20287-1
  15. #19195 กระรอกoneday (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 11:45
    อ๋องไม่ไผ่ได้โชว์บ้างแล้ว
    แหงะ ไรเตอร์ไม่ต้องห่วง เรามีทิชชู่เยอะ ผลิตได้ตลอดเวลา ได้โปรดให้เราร่วมเป็นสักขีพยานแก่อ๋องแมวและทาสเถิดเจ้าคะ
    #19,195
    0
  16. #18215 M.D. MayDay (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 00:35
    เหลียงอ๋องไม่ได้ป่วยจริง จริงๆด้วย ว่าแล้วเชี่ยวว่าคนนี้อันตราย
    #18,215
    0
  17. #18005 เมมฟิส (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    เจ้าแมวรู้เท่าทันเหลียงอ๋องแล้วใช่ไม๊
    #18,005
    0
  18. #17824 Meatboll (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 14:55
    อ๋องแมวจะโชว์มั่งแล้วววว
    #17,824
    0
  19. #17708 Elluna (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 12:06
    ม่ายยยยยยย เจ้าแมวอุตส่าห์ต้องอดทนตั้งร้อยตอน เรทให้สมกับที่(ผู้อ่านรอคอยหน่อยน่าาาา)
    #17,708
    0
  20. #17522 xmlove.exo (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 21:13
    เจ้าแมวขี้หวง เกิดเรื่องแล้ววว
    #17,522
    0
  21. #17317 Asahi_san (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:42
    เกิดอันใดขึ้นนนน
    #17,317
    0
  22. #16783 mmaijii (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:41
    ไม่เอาา น้องขอให้เค้าได้กันจริงๆแบบเรารู้ด้วยได้หรือไม่ ไม่เอาตัดไปหัวเตียงน้า
    #16,783
    0
  23. #16688 Kaning Guliko (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 23:23
    ขอจัดเต็มเลยนะคะไรต์55555-..-
    #16,688
    0
  24. #16553 มากิริจัง (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 06:39
    จัดแบบเรตสักตอนสองตอนพิเศษ
    ก็ได้นะเจ้าคะ กักตุนทิชชูไว้เยอะ
    กลัวจะเน่าเสียซะก่อน
    #16,553
    0
  25. #16516 angle-wing (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 23:41
    โอ้!! ได้เห็นส่านอ๋องใช้พลังกับเค้าซักที
    #16,516
    0