เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 55 : ตอนที่ ๕๔ เหลียงอ๋อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,397 ครั้ง
    20 ต.ค. 59

ตอนที่ ๕๔ เหลียงอ๋อง

คดีคราวนี้เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โตเป็นอย่างมาก คราแรกเพียงเป็นข่าวซุบซิบของเหล่าชาวบ้าน แต่ครานี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทุกคนต้องพูดต้องได้ยิน คำสั่งราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวันแสกๆ ขององค์ฮ่องเต้ ตอกย้ำด้วยรางวัลค่าประกาศจับที่เพิ่มพูนมูลค่าแทบเป็นสองเท่า

คดีแรกคือบุตรสาวใต้เท้าถัง คดีต่อมาคือบุตรสาวใต้เท้าซ่ง เพราะเกี่ยวพันกับขุนนางระดับสูงทำให้โอรสสวรรค์พิโรธอย่างหนัก กองกำลังรักษาความปลอดภัยในเมืองหลวงเข้มงวดขึ้น เหล่ามือปราบก็เร่งสอบคดีแทบจะพลิกแผ่นดินเมืองหลวงเพื่อตามหาคนร้าย นอกจากเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนร้ายก็ไม่มีเบาะแสใดๆ อีก

ข้าติดตามความคืบหน้าของคดีจากท่านพ่อ ผู้ซึ่งอาสาฮ่องเต้มาสืบคดีในครั้งนี้ ร่วมมือกับมือปราบที่ดีที่สุดของเมืองหลวง หลวนเฟิงหัวหน้ามือปราบของเมืองหลวง และยังเป็นบิดาของหลวนคุนอีกด้วย พอข้าทราบเรื่องอุปนิสัยของท่านหลวนเฟิงก็ต้องพยักหน้าเข้าใจในทันที พ่อเป็นอย่างไรลูกก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ผ่านพ้นช่วงฉลองปีใหม่ได้มีเทียบเชิญจากเหล่าคุณชายตระกูลโด่งดังทั้งหลายถึงข้า และหนึ่งในนั้นที่ทำให้ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับ

เทียบเชิญจากองค์รัชทายาท!

ชิงลู่นำถาดที่มีเทียบเชิญทั้งหมดมาวางบนโต๊ะตรงหน้าของข้าแล้วถอยหลังออกไปเงียบๆ ยามที่ทอดสายตาไปเห็นเทียบเชิญคุ้นตามือของข้าเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง ต่อให้ไม่มีชื่อเขียนกำกับไว้ข้าก็ยังทราบอยู่ดีว่าเทียบเชิญนั้นเป็นของผู้ใด ชีวิตที่แล้วเทียบเชิญลายเป็นเอกลักษณ์นี้ร่อนมาถึงข้าอยู่หลายครั้ง ช่วงเวลานั้นแค่เห็นเทียบเชิญลักษณะนี้ข้าก็แทบเสียสติ

ข้าสูดลมหายใจตั้งสติ ชีวิตที่แล้วข้าอาจจะหวาดกลัวและต้องเผชิญหน้ากับเขาผู้นั้นตามลำพัง แต่ในชีวิตนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปข้าไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทคนเดียว ข้าหยิบเทียบขององค์รัชทายาทยื่นไปให้ท่านพ่อแล้วกล่าวขอร้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ท่านพ่อช่วยเป็นธุระให้ลูกด้วยเถิด คนผู้นี้ลูกมิอยากข้องแวะด้วยจริงๆ”

“อืม เช่นนั้นพ่อจะหาเหตุผลมาอ้างเพื่อปฏิเสธเขาก็แล้วกัน” ท่านพ่อรับเทียบเชิญจากข้าไปพลิกดูเพียงแวบเดียวก็พยักหน้าเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ท่านพ่อรับปากในทันทีทำให้ข้าโล่งใจยิ่ง ข้ายิ้มออกมาเล็กน้อย ไม่ลืมจะกล่าวคำขอบคุณ

“ขอบพระคุณขอรับ”

สีหน้าของข้าดีขึ้นหลังจากท่านพ่อเอ่ยปากจะช่วยปฏิเสธคำเชิญขององค์รัชทายาท หากท่านพ่อรับปากแล้วข้าก็เบาใจระดับหนึ่ง ท่านพ่อลุกขึ้นถือเทียบเชิญขององค์รัชทายาทไปคุยกับคนเดินสาร เพื่อทำการปฏิเสธอย่างนุ่มนวลไม่ตัดรอนมากเกินไป พอท่านพ่อเดินออกไปจากห้องหนังสือข้าก็เปิดเทียบเชิญอื่นดู เปิดหมดทุกซองก็ยังไม่เห็นเทียบเชิญที่ต้องการ ข้าขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกผิดหวังยิ่งนัก

ฉินอ๋องเอ่ยปากว่าจะมาหาข้าก็ยังไม่เห็นมา บอกว่าจะส่งเทียบเชิญมาก็ยังไม่เห็น นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? หรือว่าเขาจะหลงลืมกระนั้นหรือ? เห็นว่าข้าไปหาเขาทุกวันจึงไม่มีความจำเป็นต้องทำหรือ? ฉินอ๋องคิดว่าหลบๆ ซ่อนๆ ความสัมพันธ์ของพวกเรารึ? ข้าจ้องเทียบเชิญในมืออย่างจริงจัง

 เจ้าจะหาเทียบเชิญของฉินอ๋องอย่างไรก็มิเจอหรอกน่า ลูกรักท่านแม่ที่เห็นข้าค้นเทียบเชิญครั้งแล้วครั้งเล่าก็เอ่ยออกมาเป็นนัยๆ

“ท่านแม่ ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?”

ข้าหันขวับไปมองท่านแม่อย่างแปลกใจ เหตุใดถึงทราบว่าข้ากำลังมองหาเทียบเชิญของเจ้าแมวอยู่ ข้าหยุดมือที่ค้นเทียบเชิญ เงยหน้าไปมองท่านแม่ที่นั่งเปิดอ่านนิยายรักอยู่ด้านข้างอย่างสงสัย ท่านแม่เปรยสายตามามองข้าแล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างขบขัน

ก็มันถูกเหยียนจิ้งเผาไปหมดสิ้นแล้วอย่างไรเล่า

“เผา?” ข้าอุทานเสียงแหลมปี๊ดอย่างตกใจ ฉินอ๋องส่งเทียบเชิญมาแล้วแต่กลับถูกท่านพ่อเผาเทียบเชิญอย่างนั้นรึ!?

มิใช่เพียงแค่นั้นหรอก ทุกครั้งที่ฉินอ๋องจะมาจวนของเรา พ่อของเจ้ายังส่งลูกน้องไปสกัดเขาตั้งแต่หน้าทางเข้าซอยจวนเสียด้วยซ้ำท่านแม่พยักหน้าหงึกหงัก สีหน้ากลั้นขำอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงตลกขบขัน

ข้าหมดคำพูดจะกล่าวออกไปเลยจริงๆ นึกไม่ถึงว่าความขัดแย้งระหว่างพวกเขามันรุนแรงถึงเพียงนี้ เพราะเหตุใดกันท่านพ่อถึงได้ลงมือต้านฉินอ๋องหนักขนาดนี้? 

“ไยท่านพ่อถึงทำเช่นนั้นกัน?”

 แม่จะรู้ได้อย่างไรเล่า เรื่องระหว่างพวกเขาก็ย่อมมีเพียงพวกเขาที่รู้มิใช่รึ?

“อ่า แล้วข้าจะทำอย่างไรดี?” ข้าวางเทียบเชิญที่รอดจากการเผาไว้บนถาดแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พึมพำกับตัวเองแบบคิดอันใดมิออก ความรู้สึกของท่านพ่อต่อฉินอ๋องคงยากที่จะแก้ไข ข้าคาดเดาเหตุผลทั่วๆ ไปได้บ้างแล้ว

บิดาคนใดบ้างที่อยากให้บุตรชายไปเกี่ยวพันกับบุรุษในเชิงชู้สาว ไม่นับว่าข้าเป็นบุตรชายคนโตที่ถือได้ว่าเป็นทายาทสืบทอดสกุลอีกด้วย หนำซ้ำอีกฝ่ายยังมีฐานะตำแหน่งไม่ธรรมดา เป็นอ๋องที่มีสิทธิ์เข้าถึงบัลลังก์มังกรมากที่สุดผู้หนึ่ง ไม่ว่าในแง่หน้าตาสังคมหรือความรักต่อบุตรชายก็เป็นปกติที่ท่านพ่อจะไม่เห็นชอบ แต่จะปล่อยไปเช่นนี้มิได้ข้าต้องแสดงให้เห็นว่าจริงจังเพียงใด ด้วยนิสัยของท่านพ่อแล้วจะต้องเคารพการตัดสินใจของข้าอย่างแน่นอน

ก่อนอื่นข้ากับฉินอ๋องต้องเจอกันอย่างเปิดเผยเป็นทางการเสียก่อน นี่ละที่ต้องคิดหนัก เทียบเชิญก็ถูกเผา มาที่จวนก็ถูกขวาง เช่นนั้นมีเพียงทางเดียวที่จะทำให้พวกเราเจอกันอย่างเปิดเผยได้ ข้าต้องเป็นฝ่ายส่งเทียบเชิญไปให้เจ้าแมวเอง!

อุ๊ยตาย! ไยถึงร้อนเช่นนี้กันนะ!

ข้าเงยหน้าไปมองท่านแม่ที่อุทานขึ้นมาเสียงดังลั่น ทำราวกับว่าอยากให้คนนอกจวนได้ยินไปด้วย นางบ่นร้อนทั้งที่ข้าหนาวจนควันออกปาก มือเรียวปานหยกโบกซองสีฟ้าลวดลายวิบวับราวหิมะไปมา ข้ามองตามอยู่สักพักก่อนจะเบิกตาโตจ้องมองเทียบเชิญคุ้นตาในมือของมารดาเขม็ง

เดี๋ยวๆ! นี่มัน...

“ท่านแม่ นั่น...นั่น...!” ข้าตื่นเต้นจนพูดไม่เป็นประโยค ยกนิ้วชี้ไปยังเทียบเชิญที่มีตราประทับพยัคฆ์ในมือของมารดา ท่านแม่เอียงหน้าช้อนดวงตามองข้าพลางคลี่ยิ้มอย่างมีจริตแล้วเชิดหน้าถามอย่างโอ้อวด

หึๆ ถิงเอ๋อร์ลูกรัก เจ้าบอกมาสิว่าผู้ใดงดงามที่สุด

“ย่อมเป็นมารดาของข้าผู้นี้อย่างไรเล่า ไม่มีผู้ใดงดงามหยาดเยิ้มและเปี่ยมไปด้วยปัญญาเท่าท่านแม่อีกแล้ว!” ข้าไม่รอช้ารีบตอบออกไปอย่างคล่องปาก ไม่มีตะกุกตะกักหรือตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่น้อย ข้าคุ้นชินเสียแล้วละ

ท่านแม่แก้มแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ นางโบกมือพร้อมกับเอ่ยถ่อมตัวด้วยสีหน้าเอียงอาย

พอได้แล้ว กล่าวเกินจริงยิ่งนัก เอาไปเสียสิ นี่น่าจะเป็นเทียบเชิญวันนี้กระมัง

“ขอบพระคุณขอรับท่านแม่ ท่านนี่งดงามแล้วยังจิตใจดียิ่ง”

ข้าฉวยเอาเทียบเชิญของเจ้าแมวมาเปิดอ่าน ไม่สนใจมารดาที่ยิ้มกว้างอารมณ์ดีอยู่อีกด้าน ข้าเปิดเทียบเชิญด้วยความระมัดระวัง พยัคฆ์น้ำแข็งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของฉินอ๋อง เช่นเดียวกับลวดลายเสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเขาที่มักจะปักเป็นลวดลายพยัคฆ์ ผ้าเนื้อดีสอดดิ้นเงินราวกับมีหิมะเกาะระยิบระยับ

ในเทียบเชิญระบุวันและเวลาอย่างชัดเจน เป็นวันนี้ยามเว่ย(๑๓น.-๑๕น.) ข้ารีบหันไปดูเวลาว่าตอนนี้ยามใดอย่างร้อนใจ เมื่อครู่เพิ่งรับประทานมื้อกลางวันไป น่าจะยังเป็นยามเว่ยอยู่กระมัง ข้าลุกขึ้นยืนในมือถือเทียบเชิญของฉินอ๋องแล้วผละไปเปลี่ยนชุดพร้อมกับบอกให้ชิงลู่ไปเตรียมรถม้าเพื่อออกเดินทาง ตอนนี้เพิ่งจะเข้ายามเว่ยเพียงสองเค่อ หากเส้นทางไม่ถูกหิมะปกคลุมมากนักน่าจะยังไปทันนัดในเทียบเชิญอยู่

ท่านพ่อเห็นข้าจะออกไปข้างนอกก็มาเดินมาถามอย่างสงสัย พอข้าบอกไปว่าจะไปวังหย่งเฮ่าตามเทียบเชิญ แอบเห็นใบหน้านิ่งๆ ของท่านพ่อคิ้วกระตุกวูบหนึ่ง ท่านพ่อถามหาเทียบเชิญเพื่อตรวจสอบดู เมื่อเห็นเทียบเชิญที่ข้ายื่นไปให้สีหน้าของท่านพ่อคล้ายกินดีขมเข้าไป ข้ารู้สึกผิดพร้อมๆ กับสงสาร ท่านพ่อถูกคนร่วมเรียงเคียงหมอนทรยศเอาเสียแล้ว

ข้าโบกมือลาท่านพ่อที่ยังคงงุนงงว่าเหตุใดเทียบเชิญที่เผาไปกับมือถึงยังอยู่ในสภาพดีเช่นนี้ คนติดตามมายังคงเป็นชิงลู่และไป๋หู่เช่นเดิม ข้าบอกให้คนขับรถม้าพยายามไปให้เร็วที่สุด ฤดูหนาวเช่นนี้การเดินทางย่อมมีอุปสรรคบ้างข้าทราบดีจึงไม่จี้เร่งคนขับรถม้านัก กว่าพวกเราจะมาถึงหน้าวังหย่งเฮ่าก็กินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วยาม โชคดีที่ยังไม่เลยยามเว่ยไป

ที่หน้าวังหย่งเฮ่ามีลุงเถียนและคนรับใช้สองสามคนยืนรอต้อนรับ ข้าประหม่าเล็กน้อยที่ต้องเจอกับคนรู้จักในฐานะที่เปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือเช่นนี้ พวกเขาทำความเคารพข้าอย่างนอบน้อมในฐานะแขกของเจ้านาย ข้าพยักหน้ารับเดินตามพวกเขาเข้าไปในวัง

“ท่านอ๋องกำลังรอคุณชายที่ห้องโถงเล็กขอรับ บ่าวจะเป็นผู้นำทางคุณชายเอง”

“ขอบคุณมากลุงเถียน” ข้าพูดขอบคุณอย่างเคยตัว ก่อนจะชะงักเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตัวข้าควรจะทำเป็นไม่รู้จักเขาเสียมากกว่า ลุงเถียนเหลือบมองข้าที่หน้าเสีย ใบหน้ายับย่นด้วยริ้วรอยแห่งวัยนั้นยิ้มมุมปากนิดๆ มาให้ ข้าเห็นรอยยิ้มที่หายากของลุงเถียนแล้วรู้สึกสงบลง พยักหน้าเผยมือให้เขาเดินนำไป

“ท่านอ๋องขอรับ คุณชายเซี่ยมาถึงแล้วขอรับ”

เมื่อมาถึงห้องโถงเล็กข้างห้องทำงานของฉินอ๋องลุงเถียนก็เคาะประตูกล่าวรายงานแก่เจ้านาย ข้ายืนรออยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงตอบรับห้วนๆ ดังกลับมา ลุงเถียนเปิดประตูให้แก่ข้าพร้อมกับโน้มตัวเชิญข้าเข้าไปข้างใน ส่วนชิงลู่ที่ติดตามมานั้นลุงเถียนชวนเขาไปรออีกห้อง ข้าพยักหน้าชิงลู่ถึงยอมเดินตามลุงเถียนไป ข้าก้าวเข้าไปข้างในที่อากาศอบอุ่นต่างจากลมหนาวข้างนอก พอข้าก้าวเข้ามาในห้องประตูก็เปิดตามหลัง

“เรื่องจริงหรือเนี่ย!? ท่านพี่! ท่านจะทำเช่นนี้จริงๆ รึ? จะพาจิ้งถิงไปด้วยอย่างนั้นรึ!?

ทันทีที่เข้ามาข้าก็ได้ยินเสียงร้องถามอย่างตื่นตระหนกของส่านอ๋อง ข้ามองไปยังอ๋องหนุ่มในชุดสีเขียวลายวิหคเกาะยอดปลายไผ่ซึ่งกำลังมองมาที่ข้าด้วยสีหน้ายากจะเชื่อ ข้ายกคิ้วไม่เข้าใจ ไปที่ใดงั้นรึ? พาข้าไปด้วย? ข้าเบนสายตาไปมองฉินอ๋องที่เอนตัวหลับตากึ่งนั่งกึ่งนอนบนนวมผ้านุ่ม อ่า อากาศหนาวเจ้าแมวคงอยากนอนเป็นพิเศษสินะ

“จะแปลกอันใดหากคุณชายเซี่ยจะไปด้วย เจ้าจะตกอกตกใจทำเสียงดังรบกวนผู้อื่นไปไย เห็นหรือไม่คุณชายตัวน้อยตกใจจนตัวแข็งทื่อแล้ว” เสียงอ่อนโยนนุ่มละมุนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิเอ่ยท้วงขึ้นมา น้ำเสียงตำหนิแต่ทว่ามันอ่อนโยนเกินไปทำให้ไม่คล้ายต่อว่า ข้าหันไปมองเจ้าของเสียงซึ่งนั่งอยู่ระหว่างฉินอ๋องกับส่านอ๋อง

ชายหนุ่มร่างผอมบางที่มีใบหน้าหล่อเหลา แต่ทว่าผอมจนคางแหลมแก้มตอบ ผิวขาวซีดคล้ายคนไม่ถูกแดดมาชั่วชีวิต รอยยิ้มเล็กๆ ดูอ่อนโยนแต่ก็ดูอ่อนล้ายิ่ง พูดจบก็ไอแค่กๆ ทิ้งท้ายประโยค เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่เป็นสีขาวพิสุทธิ์ยิ่งทำให้ดูซูบซีดมากยิ่งขึ้น ข้ามองเพียงแวบแรกก็ล่วงรู้ในทันทีว่าเขาคือผู้ใด

บุรุษผอมแห้งอมโรคผู้นี้ คือ เหลียงอ๋อง!

ในชีวิตที่แล้วข้าไม่มีโอกาสได้เจอเหลียงอ๋องเลยจึงพินิจพิจารณาอย่างตื่นเต้น พลันด้านข้างเกิดเสียงกระแอมในลำคอขึ้นมาทันที ข้าเหลือบไปมองฉินอ๋องที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขาหันหน้ามาจ้องข้าแล้วไม่พูดอะไรใดๆ ออกมา สายตานิ่งว่างเปล่านั้นขุ่นมัวด้วยความไม่พอใจ อันใดกันเล่า ข้าเพียงมองพี่ชายของเขานานสักหน่อยเท่านั้น! ไยต้องมองราวกับข้าทำผิดร้ายแรงเช่นนั้น? ส่านอ๋องส่ายหน้าพลางหัวเราะอย่างขบขัน ข้าหันไปมองคนหัวเราะอย่างไม่พอใจ หัวเราะอันใดกัน?

ข้าสูดลมหายใจตั้งสติไม่ให้ถูกสองพี่น้องตรงหน้าพาเตลิบไปไกล จากนั้นก็ก้มศีรษะกำลังจะทำความเคารพเหล่าอ๋องตรงหน้า แต่ทว่าก็ถูกขัดขวางจากเจ้าแมวผู้ง่วงนอนจนอารมณ์เสีย

“ชักช้า มานี่” ฉินอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงสั่งห้วนๆ ตามปกติของเจ้าตัว มือหนาตบลงข้างๆ ตัว ส่งสายตาจ้องไม่ลดละมาให้ ข้าถอนหายใจทำความเคารพแบบขอไปทีแล้วเดินไปนั่งข้างๆ เขา หากไม่ทำเช่นนี้เกรงว่าจะถูกอีกฝ่ายกระโจนลากไปด้วยกรงเล็บ พอนั่งลงข้าก็ส่งสายตาขออภัยไปยังเหลียงอ๋องที่เสียมารยาท แต่ก็ถูกเจ้าแมวนิสัยเด็กจับกระชากตัวเข้าไปหา

“อย่าปล่อยให้ตัวเย็น” ฉินอ๋องบอกเสียงเบา โอบตัวข้าแล้วถูมือของเขากับมือข้าไปมา จากนั้นก็จับมือของข้าไปอังเตาไฟใกล้ๆ สภาพข้าตอนนี้ถูกเจ้าแมวโอบกอดจากด้านหลังอย่างแนบชิด ข้ามองไปยังสองคนที่เหลืออย่างลุกลี้ลุกลน เจ้าแมวผู้ไม่สนใจสิ่งใด ต่อหน้าพี่น้องก็ยังกล้าทำอย่างเปิดเผย สองอ๋องหนุ่มส่งยิ้มบางๆ อย่างเข้าอกเข้าใจมาให้ ทำเอาตัวของข้าไม่เย็นอีกต่อไป มันร้อนไปหมด โดยเฉพาะใบหน้าของข้า

ร้อนจนแดงก่ำเชียวละ!


ของข้า! //กอดหมับ

“จริงสิ พวกท่านกำลังคุยเรื่องอันใดกันหรือ?” ข้าไม่รู้จะทำอย่างไร จะสะบัดตัวออกก็เกรงว่าจะถูกกรงเล็บแมวตะปบเอา จึงเค้นหัวคิดเปลี่ยนประเด็นความสนใจของผู้คนไปเรื่องอื่น ข้าตัดสินใจหันไปชวนส่านอ๋องคุย เขาน่าจะเป็นตัวเปิดบทสนทนาที่ดี

“อ่า เรื่องนี้...” ส่านอ๋องจิบชายอดไผ่สุดโปรดปรานอย่างเชื่องช้า ขานรับคำถามของข้าด้วยท่าทีคล้ายจะลำบากใจที่จะกล่าว ข้าเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ ส่านอ๋องเหลือบมองพี่ชายคนรองคราหนึ่ง และพยายามส่งสายตามาที่พี่ชายคนที่สี่ ทว่าพี่ชายทั้งสองกลับทำเหมือนไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย

เหลียงอ๋องก้มหน้าจิบชาร้อนๆ นิ่งเงียบ ส่วนฉินอ๋องก็หมกมุ่นอยู่กับการทำให้ตัวของข้าอุ่น

“คือว่า...พวกเรา...เอ่อ...อ่า...” ส่านอ๋องอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบเรื่องที่ข้าถามเสียที

มันเป็นเรื่องที่พูดยากเพียงนั้นเลยรึ? ข้าตั้งหน้าตั้งตามองส่านอ๋องอย่างรอคอย ทำให้เขาเหงื่อตกเอ่ยตะกักตะกุกยิ่งกว่าเดิม ส่านอ๋องเหลือบมองพี่ชายราวกับขอความช่วยเหลืออีกครั้ง เช่นเดิมพี่ชายทั้งสองของเขาทำราวไม่เห็นสายตาอ้อนวอนจากเขาเลย

ข้ารู้สึกประหลาดใจมากขึ้น พวกเขาจะไปที่ใดกันแน่ เหตุใดถึงดูลึกลับเช่นนี้ หรือจะเป็นสถานที่ที่ลับที่ไม่ควรเปิดเผย? ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ถามออกไปประโยคเดียวจะยิ่งทำให้บรรยากาศหนาวเยือกกว่าเดิม ข้าแค่จะเบี่ยงเบนความสนใจจากตัวเองเท่านั้น ไม่คิดจะทำให้เหตุการณ์วิกฤตเช่นเดิม

ระหว่างที่ข้ากับส่านอ๋องทำหน้ากระอักกระอ่วนใส่กันอยู่นั้น ฉินอ๋องก็ขยับตัว ปล่อยมือข้าหันไปรินน้ำชาที่อยู่ด้านข้างแล้วยกมายัดใส่มือของข้า ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำอย่างราบเรียบ

“พวกเรากำลังคุยเรื่องที่จะไปหอดนตรีหว่านเซียงอวี่(ดอกซ่อนกลิ่น)”

หอดนตรีหว่านเซียงอวี่?

อ๋อ! ได้เวลาจัดการฉิวเฟยอินผู้นั้นแล้วอย่างนั้นรึ?

ข้าพยักหน้ารับรู้หงึกหงักแล้วก้มหน้าจิบน้ำชาอุ่นๆ พอได้จิบชาร่างกายของข้าก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที หลังจากดื่มด่ำชาร้อนกลิ่นหอมอ่อนๆ ข้าก็เงยหน้าขึ้นมาเจอะเข้ากับสายตาหวาดระแวงปนกังวนของส่านอ๋อง ข้ากะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจ ค่อยๆ ทบทวนว่าตนเองทำอันใดค้างคาไว้หรือไม่? เหตุใดถึงถูกอีกฝ่ายจ้องเขม็งเช่นนี้

จริงสิ ข้าเป็นฝ่ายถามเขาเรื่องหอหว่านเซียงอวี่แต่กลับจบบทสนทนาลงดื้อๆ คงทำให้ส่านอ๋องค้างคาใจกระมัง ข้าแย้มยิ้มเบาบางแล้วเอ่ยสนอกสนใจ

“จะไปหอหว่านเซี่ยงอวี่นี่เอง ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ส่านอ๋องเองก็คงมิพลาดใช่หรือไม่?”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นั่นเป็นสถานที่อย่างไร!?” ส่านอ๋องไม่ตอบรับคำพูดของข้า เขาทำราวกับมิได้ยิน ชิงโพล่งโยนคำถามใส่หน้าข้าแล้วเบิกตากว้างคุกคาม ยิ่งทำให้ข้าไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอันใด ไยถึงได้ดูวิตกจริตเรื่องนี้นัก ข้าพยักหน้า

หอดนตรีหว่านเซียงอวี่พูดอย่างดูดี ก็คือ สถานบันเทิงที่แสดงดนตรี บริการสุราอาหาร แต่หากเอ่ยตามความจริงอย่างไม่กระด้างปาก หอดนตรีหว่านเซียงอวี่ ก็คือ หอโคมเขียวที่มีเหล่าคณิกาคอยบริการ ดอกหว่านเซียงอวี่ที่มีรูปลักษณ์สวยงามและกลิ่นหอมรัญจวนใจ เปรียบเหมือนคณิกาโฉมงามปลุกเร้าแรงปรารถนา

“เจ้ารู้งั้นหรือ!? อย่ามาทำให้ข้าขำ หากรู้เจ้าคงไม่ทำท่าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวเช่นนี้หรอก ท่านพี่จะไปหอหว่านเซียงอวี่แต่เจ้ากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร หนำซ้ำยังบอกว่าจะไปด้วยอีก!? เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเจ้าไม่รู้ว่ามันเป็นสถานที่แบบใด!” ส่านอ๋องราวกับอัดอั้นตันใจ เขากระแทกเสียงใส่อารมณ์อย่างดุเดือด

“...อ่า” ข้าทำหน้าเข้าใจสิ่งที่ส่านอ๋องเป็นกังวล นี่เขากำลังกังวลเรื่องนี้อยู่งั้นรึ?!

“เพิ่งคิดได้งั้นรึ!? เจ้าเด็กนี่!

ส่านอ๋องเห็นข้าทำหน้าเช่นนั้นแทบจะเหวี่ยงถ้วยชาในมือลงพื้นด้วยความโมโห ข้าผงะหลบอย่างรวดเร็ว เจ้าแมวรีบเข้ามากันข้ากับส่านอ๋อง กางปีกปกป้องข้าอย่างเต็มที่ ขึงตาน่ากลัวใส่น้องชาย หน้าตาจริงจังเสียจนส่านอ๋องถอยหลังแทบไม่ทัน คนโดนข่มหันไปทำหน้าทำตาฟ้องกับพี่ชายอีกคน เหลียงอ๋องมองน้องชายทำฮึดฮัดใส่ด้วยสีหน้าลำบากใจ

“เอ่อ เพิ่มชาหน่อยไหมอาถง?” คนอยู่ตรงกลางแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ยกถ้วยชาในมือเอ่ยถามพลางยิ้มอ่อนๆ กลบเกลื่อน

“ท่านพี่!” ส่านอ๋องถลึงตาใส่พี่ชายอย่างลืมตัว พร้อมกับหวีดเสียงสูงปี๊ดทำเอาเหลียงอ๋องนิ่วหน้า ส่านอ๋องหน้าแดงก่ำคล้ายกับโมโห เขาชี้ไม้ชี้มือมาทางข้ากับฉินอ๋องแล้วเอ่ยเสียงแหลม “ท่านไม่เห็นคู่รักไร้สติคู่นั้นเลยรึ? พวกเขากำลังจูงมือพากันเข้าหอโคมเขียว แบบนี้ก็ได้หรือ!?

“เฮ้อ เจ้าจะเป็นเดือดเป็นร้อนไปไย เสวี่ยเปิดเผยจริงใจกับคุณชายเซี่ยขนาดนี้เป็นเรื่องที่ดีมิใช่รึ? ดีกว่าแอบไปลับหลังเสียอีก ใช่หรือไม่คุณชายน้อย?” เหลียงอ๋องถอนหายใจจนใจกับท่าทางน้องชายที่ทำตัวเป็นเด็กขี้ฟ้อง เขาอธิบายเสียงนุ่มนวลหันมาถามความคิดเห็นของข้าตบท้าย

“เป็นอย่างที่เหลียงอ๋องกล่าว การไปหอหว่านเซียงอวี่ก็มิใช่ว่าจะต้องมีจุดหมายเช่นนั้นอย่างเดียว ส่านอ๋องมิต้องกังวล ครั้งนี้เป็นความต้องการของตัวข้าเองขอรับ ได้ฟังดนตรีชมการแสดงคงคลายความเหนื่อยล้าได้บ้าง”

“เจ้าเนี่ยนะที่ขอไปที่นั้นเอง” ส่านอ๋องทำหน้าไม่เชื่อแบบสุดๆ ไม่เพียงแค่ส่านอ๋องเท่านั้น แม้กระทั่งเหลียงอ๋องยังแอบเหลือบมองด้วยความประหลาด ท่าทางจะไม่เชื่อคำพูดข้าอีกคน ข้ามิได้เอ่ยอันใดออกไปอีกทำเพียงยิ้มบางๆ รับแล้วก้มหน้าจิบน้ำชาเงียบๆ ส่านอ๋องยังคงบ่นไม่เลิก จนกระทั่งฉินอ๋องเข้ามาจบทุกอย่างด้วยประโยคเดียว

“หากเจ้ายังพูดอีกสักคำ เจ้าจงกลับไปเฝ้าป่าไผ่เสียเถิด”

สิ้นคำพูดอันเย็นชาของฉินอ๋อง ส่านอ๋องก็พลันเงียบกริบทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาทันตา เหลียงอ๋องมองน้องชายแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้ว่าโล่งหูหรือเอือมระอากันแน่

พวกเราร่วมกันจิบน้ำชาอยู่สักพัก ฉินอ๋องก็ขอตัวไปจัดการธุระบางอย่าง ก่อนจากไปเขายังอุตส่าห์ฝากน้องชายดูแลข้าให้ดีๆ คนถูกสั่งทำหน้าหมั่นไส้ แต่เพราะดวงตาอันน่ากลัวจ้องเขม็งทำให้ต้องพยักหน้ารับปาก ฉินอ๋องมองข้าพยักหน้าให้แล้วเดินจากไป ลับหลังพี่ชายเพียงไม่กี่อึดใจส่านอ๋องก็พึมพำอย่างไม่เข้าใจ

“โธ่เอ๊ย ห่างกันแค่สิบก้าวเท่านั้น ทำเป็นมาฝากให้ผู้อื่นดูแล อะไรจะห่วงขนาดนั้น ฮึ! ท่านพี่เสวี่ยนี่นับวันยิ่งเป็นเอามาก เจ้ารู้อะไรหรือไม่? เห็นทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาเช่นนี้นะ ก่อนที่เจ้าจะมาเขากระวนกระวายราวกับจะลงแดงเสียให้ได้ พอเจ้ามาถึงก็ทำหน้าแข็งทื่อทั้งที่ดีใจจะตายอยู่แล้ว นี่ข้าเล่าเรื่องเมื่อวันนั้นให้เจ้าฟังหรือยังนะ? ที่เจ้าฝากขนมมาให้รองหัวหน้าองครักษ์เฉินน่ะ เฉินก็เฉินเถอะ โดนพายุเยือกแข็งเข้าไปกระทั่งตอนนี้ยังนอนซมอยู่เลย...”

บ่นไปสักหน่อยส่านอ๋องก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแฉลับหลังอย่างรวดเร็ว ยิ่งพูดยิ่งเหมือนจะสนุกปาก ติดลมบน เอนตัวมาทางข้าพร้อมกับกระซิบนินทาไม่หยุด

ข้าฟังพลางยกมือมาปิดบังรอยยิ้มขำ พยายามอย่างหนักไม่ให้หลุดหัวเราะออกไป เหลียงอ๋องพยายามกระแอมไอเตือนให้น้องชายหยุด ก่อนที่ความที่วิ่งไปถึงหูปีศาจ แกล้งไอไปแกล้งไอมากลายเป็นไอของจริงแบบหยุดไม่อยู่ไปอีกคน คนหนึ่งพูดความลับของพี่ชายหน้าตาเฉย ส่วนอีกคนก็เอาแต่ไอแค่กๆ ไม่หยุด

“อาถง แค่กๆ เจ้า...แค่กๆๆ”

“ท่านพี่หลิ่น เป็นอะไรมากหรือไม่? เหตุใดถึงไอไม่หยุดเช่นนี้? ข้าว่าท่านพี่รีบกลับไปพักเถิด อีกเดี๋ยวจะค่ำอากาศจะยิ่งหนาว” เสียงไอที่รุนแรงคล้ายจะไอเอาอวัยวะภายในออกมาด้วยหยุดส่านอ๋องลงได้ เขาพูดหันไปมองพี่ชายแล้วถามไถ่อย่างเป็นห่วง เหลียงอ๋องที่ไอจนตัวโยนโบกมือไปมา เขาเอื้อมมือไปข้างตัวแล้วขมวดคิ้วเมื่อไม่มีสิ่งที่ต้องการ

“อ่า ยาอมของข้า ข้ามิได้นำมาด้วย แค่กๆ อาถง เจ้าช่วยไปเอายาอมจากผู้ติดตามของข้าให้ที แค่กๆๆๆ”

“เช่นนั้นก็รอเดี๋ยว ข้าจะรีบนำมาให้!” ส่านอ๋องรีบลุกขึ้นไปด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย ข้ารั้งเขาก่อนแล้วบอกให้เขานำน้ำโชยเตียจั้วต้มมาด้วย โชยเตียจั้วมีคุณสมบัติแก้ไอและขับเสมหะ ส่านอ๋องพยักหน้าเข้าใจแล้ววิ่งออกไปจากห้องโถง เหลือเพียงข้ากับเหลียงอ๋องอยู่กันตามลำพัง ข้าหันไปมองอ๋องผู้อมโรคอย่างเป็นห่วง เอื้อมมือไปรินน้ำอุ่นจากกาแล้วส่งให้เขา

“เหลียงอ๋อง จิบน้ำอุ่นๆ เสียหน่อยเถิด มันช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอได้ดีนัก”

“ขอบใจเจ้ามาก” เหลียงอ๋องยื่นมือที่ผอมแห้งจนเหมือนมีแต่กระดูกมารับจอกน้ำอุ่นไปจากข้า ท่าทางของเขาอ่อนระโหยโรยแรงเป็นอย่างมาก เหลียงอ๋องจิบน้ำอุ่นที่ข้ายื่นให้ก็ค่อยๆ มีสีหน้าที่ดีขึ้นและไอน้อยลง สักพักเขาก็หายจากอาการไอหันมามองข้าพร้อมกับยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก ดวงตาสีดำสนิทเหมือนลูกแก้วนั้นเปล่งประกายแววชื่นชม

“ยอดเยี่ยมจริงๆ สมคำล่ำลือจริงๆ ช่วยข้าได้มากทีเดียว ขอบใจเจ้ามาก”

“มิเป็นไรขอรับเหลียงอ๋อง เรื่องเล็กน้อย”

“เฮ้อ เช่นนี้ข้าก็วางใจ เรื่องของเจ้ากับเสวี่ยทำให้ข้ากังวลใจอยู่มิใช่น้อย แต่เห็นพวกเจ้าเป็นห่วงเป็นใยและรักใคร่กันมากเพียงนี้ข้าก็รู้สึกสบายใจ แม้ว่าน้องชายผู้นี้ของข้าจะเป็นเหมือนท่อนไม้ท่อนหนึ่งแต่ทว่าเขาก็มีดีอยู่บ้าง มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่ชอบเขาใช่หรือไม่เล่า? ข้าหวังว่าเจ้าทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจและเอาใจใส่กันและกัน ไม่เคยเห็นเสวี่ยผู้เย็นเยือกเป็นก้อนน้ำแข็งผู้นั้นจะแสดงความรักใคร่กับผู้ใดเช่นนี้เลย ข้าฝากเจ้าดูแลน้องชายของข้าด้วยนะ”

เหลียงอ๋องถอนหายใจอย่างโล่งใจ เขายกมือกุมอกพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้แก่ข้า ไม่เพียงเท่านั้นเขายังพูดกึ่งฝากฝังน้องชายแก่ข้าอีกด้วย ข้ารู้สึกกระดากอายไม่น้อย บรรยากาศคล้ายญาติผู้ใหญ่ฝากฝังเจ้าสาวแก่เจ้าบ่าวยิ่งนัก ข้ายิ้มรับอย่างอบอุ่นใจ โดยเฉพาะตอนที่เหลียงอ๋องกล่าวว่า น้องชายของข้ามันช่างอ่อนโยนจริงๆ ดีจัง อย่างน้อยฉินอ๋องก็ยังมีพี่ชายที่คอยเป็นห่วงใย

“แต่ว่านะ ข้าอดรู้สึกแปลกใจมิได้จริงๆ พวกเจ้าไปรักกันตอนไหนกันรึ? ข้าไม่เห็นเสวี่ยจะมีท่าทีตกอยู่ในห้วงรักเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเกิดพวกเจ้าสองคนใกล้ชิดกันตอนสงครามหน้าหนาว ระหว่างความเป็นความตายจึงก่อเกิดสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันอย่างปุบปับงั้นรึ? อื้ม~

เหลียงอ๋องมองมาที่ข้าอย่างอยากรู้อยากเห็น เขาครุ่นคิดด้วยสีหน้าอมยิ้มมีเลศนัย ประเดี๋ยวก่อน! นี่คิดไปถึงไหนแล้ว? ข้าแน่ใจแล้วจริงๆ ว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน หน้าซ่อนยิ้มแบบมีเลศนัยเช่นนั้นช่างคล้ายกันนัก!

“ท่านพี่! ข้านำยาอมของท่านมาให้แล้วพร้อมกับน้ำโชยเตียจั้วอุ่นๆ!” หนุ่มผู้ชื่นชอบไผ่สุดหัวใจเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงอันสดใสของเขา ส่านอ๋องวิ่งฉิวมายื่นถุงยาอมแก่พี่ชายพร้อมกับคะยั้นคะยอให้ดื่มน้ำโชยเตียจั้วแล้วอมยาหลายเม็ดด้วยกัน เหลียงอ๋องก็ว่าง่ายยอมทำตามคำขอของน้องชาย ไม่เกี่ยงงอนแม้แต่น้อยถึงแม้ว่าเขาจะไม่ไอแล้วก็ตาม ข้ามองความสัมพันธ์ของพวกเขาพี่น้องแล้วอดที่จะยิ้มตามมิได้

ไม่นานหลังจากนั้นเหลียงอ๋องก็ได้เวลากลับ เพราะร่างกายไม่แข็งแรงมากนักทำให้ไม่อาจไปร่วมสนุกกับพวกเราต่อได้ ข้ากับส่านอ๋องช่วยกันพยุงร่างของบุรุษผอมตัวขาวซีดไปส่งที่หน้าวัง ตัวของเหลียงอ๋องมีกลิ่นหอมประหลาดรุนแรงมาก น่าจะเป็นเพราะเหลียงอ๋องป่วยบ่อยต้องใช้สมุนไพรมากมายรักษาย่อมมีกลิ่นสมุนไพรเหล่านั้นติดตัว ดังนั้นเขาถึงได้ใช้ถุงหอมที่มีกลิ่นแรงกลบเกลื่อนกลิ่นสมุนไพรที่ไม่น่าภิรมย์

ข้ากับส่านอ๋องยืนส่งรถม้าของเหลียงอ๋องไปจนสุดสายตา

“เราก็ไปกันเถิด”

ข้าสะดุ้งตัวโหยงพร้อมกับสันหลังเย็นเยือก เสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้นประชิดหลัง พอหันไปก็เห็นฉินอ๋องยืนทำหน้าราบเรียบประดุจเป็นกำแพง ส่านอ๋องถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วบ่นพี่ชายที่เข้ามายืนไม่ให้สุ้มให้เสียง

“ท่านพี่ เหตุใดถึงมาเงียบๆ เช่นนี้ ข้าตกใจแทบหัวใจวายแน่ะ!

“อย่าขวัญอ่อนนักเลย” ฉินอ๋องทำเสียงเยาะกลับอย่างเย็นชาแล้วหันมาหาข้า เขายื่นมือ ข้าก็คว้ามือเขาไว้แบบไม่ได้คิดอะไรมา ร่างกายตอบสนองไปเองอย่างรวดเร็ว

ฉินอ๋องพาข้าเดินมายังรถม้าที่แล่นมาจอดเทียบท่า เขาอุ้มข้าให้ขึ้นไปก่อนคนแรกแล้วขึ้นมาตามหลัง ปิดท้ายด้วยส่านอ๋องที่มองหน้าข้ากับพี่ชายของเขาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไร้เหตุผล ข้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“เป็นอันใดไป ไม่สบายที่ใดงั้นรึ?”

“โรคไร้คู่นี่รักษาเช่นไรกันนะ” ส่านอ๋องพึมพำกับตนเองแล้วถอนหายใจอีกรอบ เขาเหลือบมองข้ากับฉินอ๋องด้วยแววตาอิจฉาอย่างหนัก ข้าได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็ทำตาโต เข้าใจอารมณ์ของเขาทันที ส่านอ๋องบุรุษเจ้าสำราญกำลังบ่นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อย่างนั้นหรือ? ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก! ฉินอ๋องทำเสียงฮึในลำคออย่างไม่สนใจใยดี เหลือบสายตามามองข้านิ่งๆ ไม่พูดอันใด ข้าพยายามไม่มองเขาแต่ก็รู้สึกถึงสายตาอันร้อนแรงที่จ้องมองมาแทบไม่กะพริบตาของเขา

เจ้าแมว เกรงใจน้องชายบ้าง!

ข้าสงสัยว่าหากไม่มีส่านอ๋องอยู่ด้วย เจ้าแมวคงไม่หยุดแค่มองอย่างแน่นอน

นานเข้าข้าเริ่มกระสับกระส่าย จะจ้องกันอีกนานหรือไม่? แก้มของข้ามันร้อนผ่าวไปหมดแล้ว ส่านอ๋องแอบเบ้ปากหันหน้าไปมองด้านอื่นอย่างเหลืออดเหลือทน ข้าเองก็อึดอัดเช่นกัน เจ้าแมว หันไปมองทางอื่นเดี๋ยวนี้นะ! ระหว่างที่ข้ากำลังกระวนกระวายใจกับสายตาแผดเผาของฉินอ๋อง จู่ๆ ส่านอ๋องก็เปรยขึ้นมาเสียงราบเรียบ

“ว่าแต่ท่านอำมาตย์เซี่ยรู้หรือไม่ว่าท่านพี่กำลังพาบุตรชายของเขาเข้าหอโคมเขียว?”

อากาศอุ่นจนร้อนพลันหนาวเยือก

 

 

 

 

 

 



เหลียงอ๋อง / อ๋องสอง / เหวินหลิ่น


ส่านอ๋อง : การโจมตีของข้าสำเร็จ! ไม่เกรงใจข้านัก เป็นอย่างไรเล่า วะฮ่าฮ่าฮ่า!

 

สงสารส่านอ๋องอย่างไรชอบกล คนที่จะมาเก็บหน่อไม้ด้วยไม่โผล่มาเสียที

ครั้งที่แล้วแลดูดราม่ามาก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้คิดมากอะไรค่ะ

ช่วงนี้ดูสื่ออะไรไม่ค่อยได้เลย เพราะเป็นคนอ่อนไหวง่าย พานอารมณ์จมดิ่งทุกครั้ง

วันนี้ดีหน่อยค่ะ ได้หนุ่มในลอร์ดเยียวยาอารมณ์ ทำให้รู้สึกอะไรก็ดีไปหมด โฮะๆ//บ้าปู้ชาย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.397K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25388 Maylyunho (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:18
    555 ส่านอ๋อง วางระเบิด
    #25,388
    0
  2. #24433 Fueled me (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:11
    ไม่รู้ว่าควรสงสัยใครเลย จังหวะนี้ก็ขอให้พ่อน้องไม่รู้เท่านั้นแหละ55555555555555
    #24,433
    0
  3. #23982 munkrishear (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    ไม่ใช่ว่าเหลียงอ๋องจะร้ายใช่มั้ย ดูอ่อนแอแต่ร้ายสุดงี้
    #23,982
    0
  4. #23825 vodkanaja2 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:50
    อ่านไปอ่านมา ทำไมรู้สึกว่าท่านแม่นี้คาแรคเตอร์เหมือนผู้แต่งยังไงไม่รู้ หุหุ เหมือนไรท์เป็นท่านแม่จริงๆ
    #23,825
    0
  5. #23737 Peach9 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 15:08
    เวรกรรมทามายสงสัยหลายคนเลย
    #23,737
    0
  6. #23653 อิป้าใจคอไม่ดีเลยลูก (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 09:29
    มาแนวคนดีๆ แต่ดูมีพิรุษแบบนี้ เหลียงอ๋อง บอสใหญ่ซินะ หึหึ
    #23,653
    0
  7. #23503 pencil900 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 01:38
    จิ้งถิงน่าจะช่วยรักษาเหลียงอ๋องได้นะ เขาจะได้แข็งแรง
    #23,503
    0
  8. #23461 naruemon s (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 20:39

    เหลียงอ๋องใช้ถุงหอมกลบกลิ่นคาวเลือดรึป่าว

    ฆาตรกรต่อเนื่องมั้ย

    #23,461
    0
  9. #22633 DKdabble (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 03:05
    เหลียงอ๋องดูแบบมึซัมติงมั้ยน้า
    #22,633
    0
  10. #22433 trp1021 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:37
    ถ้ารู้ก็คือถล่ม
    #22,433
    0
  11. #22364 yopewyo (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:32
    จิ้นถิงใช้พลังรักษาเหลียงอ๋องได้มั้ยนะ อยากให้หายป่วยจัง งืออออ
    #22,364
    0
  12. #22184 Xialyu (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:05
    เดี๋ยวงานเข้านะ555
    #22,184
    0
  13. #21477 -เกม- (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:02
    เหลียงอ๋องนี่ยังไงหนอ
    #21,477
    0
  14. #21066 pcy921 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:03
    เริ่มมีปมเรื่องเหลียงอ๋องละค่ะ
    #21,066
    0
  15. #21048 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:06
    เราคิดมากไปรึเปล่า ดูเหลียงอ๋องแปลกๆ

    1.เหลียงอ๋องอาจไม่ป่วยแต่เป็นตัวร้าย แล้วองค์รัชทายาทเป็นคนที่คู่ควรบัลลังค์ที่สุด (เฮ้ออ)

    2.เหลียงอ๋องอาจจะไม่ป่วยแต่มีสมุนไพรที่ทำให้แกล้งป่วย ซึ่งจริงๆแล้วแอบร่วมมือกับฉินอ๋องเพื่อผลักดันให้ตัวเองได้ตำแหน่งรัชทายาท แทนอ๋องฆ่าหมา

    3.เหลียงอ๋องเป็นคนดี ป่วยจริง แล้วสุดท้ายน้องรักษาได้ เลยร่วมมือกันกับฉินอ๋องเพื่อตำแหน่งรัชทายาท ส่วนอ๋องแมวกับน้องก็ครองรักกัน

    จบเย้5555555
    #21,048
    0
  16. #20911 + SaiChil + (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 17:34
    ไม่รู้แหละดีแล้ว ถ้ารู้คง... 5555555
    #20,911
    0
  17. #20890 Sspringlove (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 16:49
    น้องใช้พลังรักษาเหลียงอ๋องไม่ได้หรอ
    #20,890
    0
  18. #20398 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:59
    เหลียงอ๋องน่าร้ากกกก จริงๆชอบพี่น้องแก๊งนี้มาก องค์รัชทายาทจริงๆแล้วก็หวังให้เค้ามาสนุกกับพี่น้องเค้าเหมือนกันนะเนี่ย
    #20,398
    0
  19. #20308 Fktay (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 16:35
    อยากให้เหลียงอ๋องขึ้นเป้นฮ่องเต้ นางดีจริงจริง
    #20,308
    0
  20. #20222 27112006 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 10:24
    สามารถรักษาเหลียงอ๋องได้มั้ย😢😢😢
    #20,222
    0
  21. #19522 ang_9potion (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 20:59
    ส่านอ๋องเป็นแพนด้าปลอมตัวใช่มั้ย...
    #19,522
    0
  22. #19394 statice46 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:07
    คิดไปเองเรื่องอ๋องสองใช่มั้ยนะ
    #19,394
    0
  23. #18805 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:33
    ขอบคุณค่ะ
    #18,805
    0
  24. #17781 Meatboll (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 01:06
    ส่านอ๋องทำไมท่านไม่แต่งกับไผ่ไปเลยล่ะ!555555
    #17,781
    0
  25. #17537 CreamSe1204 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 09:56
    หืมมม น่าสงสัยอยู่นะ
    #17,537
    0