เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 56 : ตอนที่ ๕๕ เยี่ยมชมหอดนตรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27,679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,472 ครั้ง
    29 ต.ค. 59

ตอนที่ ๕๕ เยี่ยมชมหอดนตรี

คำถามเดียวของส่านอ๋องเปลี่ยนทิศทางสายตาของเจ้าแมวอย่างได้ผลชะงัก ข้าไม่รู้จะขอบคุณหรือวิ่งไปเฉาะหัวส่านอ๋องดี ปากหาเรื่องดีแท้ เจ้าแมวทำหน้าตาเหมือนไม่สนใจแต่ข้าว่าเขาคงกังวลอยู่ไม่น้อยละ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ท่านพ่อตั้งป้อมจงเกลียดจงชังไม่ชอบขี้หน้าเขาเช่นนี้ ข้าครุ่นคิดหาทางคลายความกังวลของเจ้าแมวด้วยความหวังดี

“ไม่เป็นไรหรอก เมื่อเร็วๆ นี้ท่านพ่ออยากให้ข้าไปหอดนตรีเยวี่ยจี้เพื่อเปิดหูเปิดตาเช่นกัน” พูดจบข้าก็หัวเราะเบาๆ ตอนนั้นไม่รู้ว่าท่านพ่อพูดเล่นหรือจริงจัง บอกให้เลี่ยงรุ่ยพาข้าไปหอดนตรีเยวี่ยจี้ ไม่เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในจวน ข้าเหลือบมองฉินอ๋องแล้วค่อยๆ หุบยิ้ม

เอ๋ ไฉนเขาถึงจ้องด้วยแววตาน่ากลัวเช่นนั้นเล่า ข้าอุตส่าห์พูดให้ตลกแท้ๆ

“หอเยวี่ยจี้งั้นรึ? นั่นมันหอนางโลมชั้นสูงนี่ ท่านอำมาตย์เซี่ยคงอยากให้เจ้าไปเปิดหูเปิดตาจริงๆ หึๆ” ส่านอ๋องจ้องข้าอยู่พักใหญ่ก็หัวเราะขบขันออกมา เขาพยักหน้าหงึกหงักเอ่ยคล้อยตามข้าไป แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าบรรยากาศมันชักจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ กันนะ?

ส่านอ๋องหัวเราะหึๆ ในลำคอ สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยเลศนัยแปลกๆ ก่อนจะเปรยเหมือนไม่ตั้งใจ

“เอ๋? หรือว่าท่านอำมาตย์คิดจะใช้คณิกาสาวงามเหล่านั้นเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้า อ่า คนเรายิ่งเปลี่ยนรสนิยมการชมชอบง่ายเสียด้วยซี~

ข้าตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินสิ่งที่ส่านอ๋องกล่าว อะไรกัน? นั่นคือสิ่งที่ท่านพ่อต้องการอย่างนั้นหรือ? มิน่าถึงจู่ๆ ก็ออกปากให้เลี่ยงรุ่ยพาข้าไปหอนางโลม!? ข้าเริ่มเหงื่อไหลพรากทั้งที่อากาศหนาวเหน็บจับใจ ข้าเหลือบมองไปยังเจ้าแมวที่แปรเปลี่ยนเป็นก้อนน้ำแข็งปล่อยไอความเย็นไปทั่วรถ

“เจ้าสนใจอยากไปไหมเล่า? พี่ชายผู้นี้พร้อมพาเจ้าไปหาประสบการณ์ระหว่างชายหญิงทุกเมื่อ” ส่านอ๋องยิ้มจนตาหยีขยับตัวมาวาดแขนคว้าคอข้าโน้มไปกระซิบกระซาบ น้ำเสียงทะลึ่งพร้อมกับขยิบตาแถมท้าย

“อยากตาย?”

เสียงเย็นเยียบพร้อมจะแช่แข็งทุกอย่างของฉินอ๋องก็แทรกขึ้นมาเรียบๆ ส่านอ๋องกับข้าพร้อมใจกันขนลุกซู่ พวกเรารีบผงะออกจากกันแบบไม่คิดชีวิต ข้าก้มหน้าเงียบ ส่วนส่านอ๋องก็เงยหน้าหัวเราะกลบเกลื่อน

“ล้อเล่นน่าท่านพี่”

“ระวังป่าไผ่ของเจ้าให้ดี” ฉินอ๋องไม่สนใจน้องชายที่พยายามทำให้เป็นเรื่องขบขัน ดวงตาเรียวคมจ้องนิ่งๆ แล้วเอ่ยข่มขู่ด้วยเสียงที่น่าหวาดผวาเป็นที่สุด ส่านอ๋องหน้าซีดเผือด รอยยิ้มจางหาย คอตกอย่างหมดหนทางต่อสู้ เขาเอ่ยขอโทษพร้อมกับขอร้องด้วยสีหน้าเวทนา

“ขออภัยอย่างสุดซึ้งขอรับท่านพี่ อย่าทำอันใดป่าไผ่ของข้าเลย”

“หึ!” ฉินอ๋องกระแทกเสียงตอบ ส่านอ๋องยิ้มเจื่อนๆ รับ ทำตัวสงบเสงี่ยม ไม่พูดอันใดระหว่างที่รถม้ากำลังแล่นไปตามถนน ข้าเหลือบสายตาขึ้นไปมองแล้วอมยิ้มขัน แต่พอเจอตาดุๆ ของคนที่เพิ่งปรามน้องชายเข้าข้าก็รีบยิ้มประจบกลับไป ฉินอ๋องทำหน้านิ่งดวงตาเย็นชาอย่างยิ่ง ข้าแอบใจหาย นี่เขาโกรธจริงๆ อย่างนั้นหรือ?

“เจ้าอยากไปหอเยวี่ยจี้?” บุรุษผู้ถือสาเรื่องเล็กเรื่องน้อยซักถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มันกลับน่ากลัวยิ่งนัก ข้าโบกมือพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างสุดชีวิต

“ไม่ๆ ไม่อยากเลยสักนิด!

“อย่างนั้นรึ?”

“ใช่ ข้าไม่อยากไปหรอก” ข้ายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างที่สุด เจ้าแมวจ้องข้านิ่งๆ ก่อนจะทำเสียงรับรู้ในลำคอ ไม่พูดอันใดอีก ข้าแอบมองสีหน้าของเขาแล้วโล่งอก ...ใจจริงข้าก็อยากไปเหมือนกัน แต่ช่างเถอะ สักวันหนึ่งข้าต้องมีโอกาสเข้าไปเปิดหูเปิดตาบ้างล่ะน่า ข้าแอบยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเงยหน้ามาเห็นดวงหน้าคมสันที่แสยะยิ้มรู้เท่าทัน

“เจ้ากำลังคิดว่าต้องมีโอกาสไปที่นั้นใช่หรือไม่? อ่า เอาเถิด หวังว่าเจ้าจะมีโอกาสไปเยี่ยมชมที่นั้นก่อนที่มันจะปิดกิจการลง”

ฉินอ๋องเอ่ยด้วยท่วงทีแสนสบาย แต่ข้ากลับรู้สึกถึงแรงข่มขู่กดทับลงบนศีรษะจนหนักอึ้ง ส่านอ๋องสูดลมหายใจหนาวเหน็บพร้อมกับพนมมือสวดมนต์แผ่เมตตาให้สัตว์โลกอย่างขะมักเขม้น ข้าหัวเราะแหะๆ ไม่พูดอะไรอีก บ้ายิ่งนัก เหตุใดเจ้าแมวถึงได้รู้ว่าข้าคิดอันใดในใจ

“แต่หากเจ้าอยากไปจริงๆ ย่อมได้ ข้าจะพาไปเอง เจ้าอยากมีประสบการณ์เช่นนั้นล่ะก็ข้าย่อมสอนให้ได้”

ข้าสะดุ้งกับดวงตาคมกริบที่วิววับของพยัคฆ์หนุ่มที่จ้องมองมายังข้าตาเป็นมัน ข้ารีบกอดปกป้องตัวเองเมื่อสัมผัสถึงอันตรายที่จะเข้ามาคุกคาม ส่านอ๋องหลับตาปี๋ไม่รับรู้อันใด เจ้าแมวขี้ง่วงพลันกลายเป็นพยัคฆ์เยื้องย่างเข้ามาหาเหยื่ออย่างย่ามใจ เรือนร่างหนาเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที หัวใจของข้าเต้นระรัวแทบจะระเบิดคาอก ก่อนที่เขาจะเข้ามาใกล้มากกว่านี้ข้าใช้มือยันร่างของเขาเอาไว้ หยุดเหตุการณ์ก้ำกึ่งลง

แต่เหมือนสวรรค์ไม่เป็นใจ รถม้าเกิดตกหลุมหิมะ จังหวะที่รถม้ากระแทกตกลงฉินอ๋องเสียหลักล้มลงมาทับตัวข้า มือของข้าที่ดันเจ้าแมวเอาไว้กลายเป็นกำเสื้อของเขาไว้แน่นเพราะตกใจ ผ่านพ้นอุบัติเหตุกะทันหันข้าก็กลับมารู้สึกตัว ลมหายใจอุ่นๆ จรดแนบหน้า รับรู้ถึงร่างกายแน่นหนับของคนที่ทาบทับอยู่ด้านบน

“เจ็บตรงไหนหรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำที่เยือกเย็นเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เสียงพูดใกล้มากจนข้ารู้สึกถึงแรงสั่นไหวในลำคอของเขา สติของข้าเริ่มหลุดออกจากร่างตามหัวใจที่เต้นแรงจนกระโดดออกจากอก ข้ากลืนน้ำลายแล้วเอ่ยตอบตะกุกตะกัก

“ตัวท่านหนักยิ่งนัก ข้าจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”

“เจ้าต้องชินได้แล้ว ต่อไปจะต้องโดนทับบ่อยๆ”

“แคกๆๆ ข้าไม่รู้ ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” ส่านอ๋องหลับตาปี๋พึมพำกับตนเอง เสียงของเขาแทรกผ่านเข้ามาในความเขินอายของข้า ฉินอ๋องยังอ้อยอิ่งไม่ยอมลุกออกไปจากตัวข้าเสียที หนำซ้ำยังจ้องข้าอย่างเย้ายวนไม่ลดละสายตา ข้าเม้มปากหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อถูกจ้องด้วยแววตาเช่นนี้

“ถึงแล้วขอรับท่านอ๋อง”

“ในที่สุดก็ถึงสักที!

ทันทีที่คนขับรถม้าหยุดรถแล้วเอ่ยบอกว่าถึงจุดหมาย ส่านอ๋องรีบดีดตัวกระโจนออกจากรถม้าไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหนีไฟไหม้ เหลือเพียงข้าที่ต้องต่อกรกับเจ้าแมวตัวโตที่หิวจนตาลายน้ำลายไหลยืด

“ถึงหอหว่านเซียงอวี่แล้ว ท่านควรลุกออกจากตัวข้า” ข้าเตือนสติพร้อมกับดันเขาออกไปจากตัว เจ้าแมวค่อยๆ ลุกออกไปข้าจึงผ่อนคลายเบาใจลง อย่างน้อยเจ้าแมวก็ไม่หิวจนไม่ยั้งคิด ข้ารีบลุกขึ้น กำลังถอนหายใจเพียงครึ่งทางก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงมือไม้ของใครบางคนยังเกาะแกะบนตัว

“เสวี่ย หยุดได้แล้ว เรามาทำงานมิใช่หรือ? จริงจังหน่อย” ข้าทำเสียงแข็งตักเตือนอีกรอบแล้วปัดมือของเขาออก กำลังจะเคลื่อนตัวออกไปจากรถม้าก็ถูกเจ้าแมวดึงเสื้อเอาไว้เสียก่อน ข้าที่เสียหลักหงายหลังตกสู่อ้อมอกของฉินอ๋องที่รอรับอย่างพอดิบพอดี เสียงทุ้มต่ำกล่าวเผด็จการอย่างจริงจัง

“อย่าจ้องใครนานเกินไป ห้ามยิ้มหรือหัวเราะกับผู้ใดเด็ดขาด”

ข้าอดที่จะหมั่นไส้เจ้าแมวขี้หวงมิได้ ข้ามิใช่ปลาในบ่อของเขาเสียหน่อย ข้าขยับตัวลุกขึ้นไม่เอ่ยรับใดๆ เมื่อนั่งทรงตัวดีแล้วก็หันไปเผชิญหน้ากับคนด้านหลังที่รอคำตอบรับจากข้า

“แล้วท่านเล่า?”

“ในใจของข้าย่อมมีเพียงเจ้า...” ฉินอ๋องเอื้อมมือมาจับมือซ้ายของข้า เขายกขึ้นมาแล้วก้มจรดริมฝีปากลงบนหลังมือของข้าแผ่วเบา ก่อนจะช้อนดวงตาคมที่เรืองรองไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งและรุนแรง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแหบพร่า

“ผู้เดียว”

ข้ากลั้นหายใจ หากตัวข้าละลายได้ ป่านนี้คงไม่เหลือแล้วเป็นแน่

“เอ่อ...ท่านพี่ ในหอมีห้องให้เช่าด้วยนะ เผื่อท่านอาจจะลืม” ส่านอ๋องโผล่เข้ามาพูดโพล่งกลางปล้อง ข้ากอบกู้สติกลับมาได้ก็รีบดึงมือแล้วมุดตัวลงจากรถม้าอย่างว่องไว หน้าของข้าแดงก่ำชวนให้เข้าใจผิดว่าจะมีไข้ ชิงลู่ที่ติดตามมาด้วยเข้ามาถามอาการของข้าอย่างเป็นห่วง

สักพักหลังจากที่ข้าจัดการกับความรู้สึกที่ยังตกค้างจากสายตาที่แทบจะกลืนกินของเจ้าแมว พี่น้องต่างขั้วก็ลงมาจากรถม้าพร้อมกัน ฉินอ๋องยังคงรักษาอารมณ์นิ่งเย็นชาของเขาไว้คงเดิม ส่วนส่านอ๋องนั้นคล้ายจะมีอาการปวดท้องถึงได้ตัวงอกุมท้องเอาไว้ ข้าถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง ส่านอ๋องโบกมือไปมา

“ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวคงหาย”  

“ไม่หายก็กลับวังไปเสีย” ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ส่านอ๋องที่กำลังกุมท้องสีหน้าเจ็บปวดก็ยืดตัวขึ้นมายืนอย่างสง่าผ่าเผย ข้ากับเจ้าแมวพร้อมใจมองเขาด้วยสายตาดูแคลนจางๆ

ก่อนที่พวกเราจะเข้าไปข้างในหอหว่านเซียงอวี่ ฉินอ๋องยื่นเม็ดยาบางอย่างมาให้ ข้ารับมาดมๆ ฉินอ๋องและส่านอ๋องโยนเข้าปากกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว ข้าทำตามพวกเขา แม้จะไม่ทราบว่าไยต้องกินยานี่ ฉินอ๋องเป็นคนรอบคอบย่อมมีสาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้แน่ ส่านอ๋องเห็นข้าสงสัยก็อาสาเข้ามาเอ่ยอธิบายพร้อมทั้งเตือนไปด้วยในตัว

“ในสถานที่เช่นนี้จะจุดธูปเทียนสมุนไพรหอมที่มีฤทธิ์ทำให้คนสูดดมมีอาการมึนเบลอไร้สติ มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด และทำให้เกิดการเสพติดได้อีกด้วย ยาที่พวกเรากินเข้าไปมีไว้รับมือเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้นจะเสพติดไม่ลืมหูลืมตาเช่นพวกแขกที่มาเที่ยวใหม่ไม่รู้เรื่องรู้ราว”

เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าพยักหน้า

“เอาละ ได้เวลาสนุกกันแล้ว!” ส่านอ๋องพัดโบกไปมาแล้วพับเก็บไว้อย่างมีมาด เขาหันมองข้าและพี่ชายก่อนจะประกาศลั่นพาพวกเราเข้าไปในหอหว่านเซียงอวี่ที่มีเสียงดนตรีเสียงหัวเราะรื่นเริงเสียงกระซิบดังคลอออกมา


ก้าวแรกเข้าไปในหอดนตรีหว่านเซียงอวี่ข้าเริ่มสวมบทบาทเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ในทันที พยายามเปล่งประกายรัศมีความเป็นผู้ดีและร่ำรวยมากไปกระแทกตาเหล่าคณิกาที่เริ่มหันมาสนใจขบวนของพวกเรา ไม่ต้องส่งเสียงเรียกร้องความสนใจขบวนของพวกเราก็ดึงดูดสายตาของทุกคนแทบจะทันที

คนนำขบวนคือส่านอ๋อง ผู้มีท่าทางแสนเป็นมิตร รอยยิ้มน่ามองที่ชวนหลงใหล แวบแรกที่ได้เห็นต้องคิดถึงคุณชายเจ้าสำราญ บุรุษด้านข้างคือฉินอ๋อง รูปร่างนักรบดวงหน้าหล่อเหลาเยือกเย็น แม้จะไม่แย้มยิ้มแต่เสน่ห์ของเขาก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนมองตาค้าง และด้วยเสื้อผ้าอันดูมีราคาก็ยิ่งดึงดูดทุกความสนใจ

แม้ว่าข้าจะเทียบกับพวกเขาแล้วดูเด็กน้อยกว่าสักหน่อย แต่กระนั้นข้าก็เด่นไม่น้อยหน้า ข้าอมยิ้มด้วยท่าทีสงบนิ่ง วางท่าสง่าผ่าเผย สารภาพตามตรงข้ากำลังเลียนแบบท่านพ่ออยู่ น่าจะใช้ได้อยู่ละ ขนาดส่านอ๋องยังหันมาพยักหน้าให้แก่ข้า

“อ่า! ส่านอ๋องนี่เอง มิเห็นหน้าค่าตาเสียนานเลยนะเจ้าคะ ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ” สตรีวัยสามสิบกว่าถลาวิ่งเข้ามาหาพวกเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ใบหน้าที่ทาแป้งขาวนวล ริมฝีปากทาชาดแดงจัด กลิ่นแป้งและน้ำหอมแรงเตะจมูก ข้าแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย ฉินอ๋องไม่เหลือบแลคนตรงหน้าเลย สีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน

“สายัณห์สวัสดิ์เถ้าแก่เนี้ย วันนี้เราพาเหล่าพี่ชายและน้องชายสุดรักมาเยี่ยมชมหอดนตรีของเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจะต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี” ส่านอ๋องพยักหน้าคลี่พัดในมือโบกสะบัดสองสามทีพลางมองไปรอบๆ อย่างใจเย็น แล้วหันมาเอ่ยกับสตรีกลางวัยซึ่งนางน่าจะเป็นแม่เล้าของที่นี้

พูดเสร็จส่านอ๋องก็ยิ้มแล้วเผยมือไปทางฉินอ๋องและทางข้าอย่างให้ความสำคัญ สตรีผู้นั้นมองตามมาแล้วเบิกตากว้าง นางคงจะตกตื่นใจเป็นอย่างมาก ข้าเข้าใจ หันมาเห็นเจ้าแมวยืนทำหน้าโหดเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งพันปีเช่นนี้ ผู้ใดบ้างจะไม่ตกใจ?

“คารวะฉินอ๋อง ส่วน...คุณชายท่านนี้คือ..." เถ้าแก่เนี้ยผู้มีประสบการณ์โชกโชนตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นางย่อตัวเคารพฉินอ๋อง ยิ้มอ่อนหวานอย่างมีจริต ก่อนจะหันมามองข้าแล้วกะพริบดวงตาที่ตกแต่งเป็นเชิงถาม

“นี่คือคุณชายเซี่ยจิ้งถิง บุตรชายท่านอำมาตย์เซี่ยเหยียนจิ้ง” ส่านอ๋องเอ่ยแนะนำพร้อมกับหันหน้ามายิ้มให้แก่ข้า ข้าพยักหน้าเล็กๆ เป็นการทักทายเถ้าแก่เนี้ยแบบคุณชายตระกูลใหญ่ที่ไว้ตัว

“คุณชายเซี่ยนี่เอง! ข้ามีตาหามีแววไม่ ได้ยินคำร่ำลือมานาน วันนี้มีโอกาสได้เห็นตัวจริงช่างเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก” เถ้าแก่เนี้ยยกมือที่ไว้เล็บยาวทาบอกที่ดันจนล้นทะลัก นางทำตาโตก่อนจะชื่นชมข้าด้วยสีหน้าแววตาประกายระยิบระยับ

อ่า หากข้าซื่อบื้อหน่อยคงเชื่อว่านางชื่นชอบจริงๆ ความจริงแล้วนางมิได้ชื่นชมตัวข้า ที่ดวงตาของนางเป็นประกายเสียขนาดนั้น คงเป็นเพราะถุงเงินถุงทองตุงๆ ของข้าแน่ๆ

“เถ้าแก่เนี้ยช่างปากหวานนัก ข้ามิได้มีชื่อเสียงมากมายเช่นนั้น ช่างเถิด ที่มาในวันนี้เพราะได้ยินชื่อเสียงของเหล่าเด็กๆ ของเจ้า ตัวข้านั้นไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มากนักถึงได้ขอร้องให้ส่านอ๋องเป็นผู้พามา ช่างน่าอายนัก เป็นครั้งแรกที่ข้ามีโอกาสได้มาเที่ยวเช่นนี้ หวังว่าท่านจะต้อนรับแขกใหม่เอี่ยมเช่นข้าเป็นอย่างดีเยี่ยม”

ข้ายิ้มรับบางๆ แล้วตอบกลับ แสดงท่าทีไว้ตัวแบบคุณชายผู้ดีแต่ก็แอบแฝงไปด้วยความเขินอายของเด็กหนุ่ม และพูดเป็นนัยๆ ว่าตนเองเป็นแขกใหม่อ่อนด้อยหลอกง่าย เชิญมาถลุงเงินทองตามสบาย เถ้าแก่เนี้ยพยักหน้าหัวเราะคิกคักๆ เออออตามไป แต่ดวงตาของนางกลับทอประกายหมายมาดอย่างแรงกล้า

ข้าเหลือบมองฉินอ๋องที่แอบยิ้มขำตอนที่ข้าพยายามวางตัวเป็นคุณชาย เจ้าแมว! หัวเราะอันใดกัน ข้าจริงจังกับบทบาทอยู่นะ! ข้าพยายามทำเป็นไม่สนใจเขาแล้วพูดกับแม่เล้าต่อ

“ข้าอยู่บนเขามานาน ไม่ค่อยมีสิ่งใดเจริญหูเจริญตา ได้ยินชื่อเสียงเด็กๆ ของเจ้ามาบ้าง หวังว่าจะไม่ทำให้การมาในครั้งนี้ของข้าสูญเปล่า” ข้าแสร้งแย้มยิ้มเหมือนเด็กหนุ่มผู้มีความสนใจใคร่รู้ เอ่ยเป็นนัยๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าข้าต้องการชมสิ่งใดบ้าง ไม่ต้องอธิบายอันใดให้มากความ พวกแม่เล้าเหล่านี้หัวไวกันจะตาย ยิ่งเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ต้องพูดถึง

“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ เด็กหนุ่มกับเรื่องเหล่านี้เป็นของคู่กัน อยากรู้อยากเห็นย่อมเป็นเรื่องธรรมดาของธรรมชาติ เช่นนั้นพวกท่านไปรอที่ห้องโถงชั้นบนสุดก่อนนะเจ้าคะ อดใจไว้ไม่นานข้าจะพาสิ่งบันเทิงตามที่คุณชายน้อยต้องการไปส่งให้ถึงที่เลยเจ้าค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยฉีกยิ้มเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจและประจบประแจง นางหันไปพยักหน้าให้สัญญาณแก่เด็กรับใช้ที่รอคำสั่งอยู่ด้านข้าง  

“พี่ชายและน้องชายของเรามาทั้งที่จะต้องคัดของดีมาต้อนรับนะเถ้าแก่เนี้ย อย่าทำให้เราต้องเสียหน้าเล่า” ก่อนจะเดินไปที่ห้องโถงส่านอ๋องเอี้ยวตัวไปกำชับสีหน้าจริงจัง เถ้าแก่เนี้ยยิ้มอ่อนหวานรับแล้วเดินยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเด็กๆ ในสังกัดของนางมาดูแลพวกเรา สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยมีความหมายมั่นปั้นมืออย่างมาก

พวกเราสามคนนั่งอยู่ในห้องโถงที่กว้างขวางที่สุดของหอหว่านเซียงอวี่ แน่นอน ด้วยอิทธิพลของทั้งสองอ๋องย่อมต้องได้ห้องที่ดีที่สุด ฉินอ๋องนั่งอยู่ตรงกลาง ข้ากับส่านอ๋องขนาบข้าง ระหว่างรอคอยคนงามมาปรนนิบัติเด็กรับใช้ก็ยกของคาวของหวานของขบเคี้ยวเล่นรวมไปถึงสุรารสเลิศมาบริการ

ข้ายกจอกขึ้นมาพิจารณาฆ่าเวลาไปพลางๆ ส่านอ๋องก็เมียงมองเหล่าหนุ่มน้อยเด็กรับใช้แล้วยิ้มโปรยเสน่ห์ให้พวกเขาไปเรี่ยราด ส่วนฉินอ๋องนั้นนั่งจิบสุราเงียบๆ หลุบตาราวกับนั่งสมาธิสงบจิตใจ อะไรจะสงบเสงี่ยมปานนั้น หรือพยายามทำตัวเรียบร้อยกลัวข้าจะเข้าใจผิดอย่างนั้นรึ? ข้าชำเลืองมองแล้วอมยิ้มนิดๆ

ก็จงทำตัวดีๆ เช่นนี้ไปจนจบแล้วกัน

ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยในชุดสีสดใสก็เยื้องย่างเข้ามาในห้องโถง ตามมาด้วยขบวนเหล่าคณิกาชายคนงามในชุดสวยงามเครื่องประดับตระการตา ชุดเบาบางและพลิ้วไหวก็ทำให้พวกเขาดูงดงามมากยิ่งขึ้น ส่านอ๋องยิ้มที่มุมปาก ฉินอ๋องยังคงทำตัวเป็นเด็กดี ไม่สนใจจะเงยหน้ามามอง ข้าวาดสายตามองพวกเขาพลางพยักหน้าพึงพอใจ

“เถ้าแก่เนี้ยคงจะเหนื่อยมิใช่น้อย รีบไปพักเอาแรงเถิด นี่คือสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า” ข้าละสายตาจากคนงามทั้งสามแล้วหันไปชมเชยหญิงกลางวัยที่ทาคิ้วปากสีเข้ม ชิงลู่หยิบถุงเงินเดินไปส่งให้แก่เถ้าแก่เนี้ยอย่างรู้หน้าที่เมื่อเห็นข้าหันไปพยักหน้าไปทางเขา

เมื่อได้ถุงเงินที่หนักอึ้งเถ้าแก่เนี้ยก็ฉีกยิ้มกว้างถึงใบหู ย่อตัวขอบคุณข้าพร้อมเอ่ยประจบระรื่นหู ก่อนจากไปนางกำชับเหล่าคนงามปรนนิบัติพวกเราให้ดีๆ เมื่อเถ้าแก่เนี้ยเดินออกไปจากห้องข้าก็หันกลับมาจ้องมองเหล่าคนงามที่นั่งคุกเข่าตรงหน้าอย่างสงบเสงี่ยม ข้าค่อยๆ พิจารณาพวกเขาแล้วเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

ไม่แปลกเลยที่ชีวิตที่แล้วฉินอ๋องจะโปรดปรานพวกเขา

เจียวเพ่ยเจวียน นัยน์ตาโศกชดช้อย ฝีมือบรรเลงเพลงก็ยอดเยี่ยม

ฉิวเฟยอิน รูปร่างเย้ายวน ดวงหน้าหวานซึ้งตรึงตา น้ำเสียงเล่าก็ไพเราะเพราะพริ้ง

เหอชิงจิ่น ดวงหน้าละมุนอ่อนโยน บอบบางน่าทะนุถนอม อ่อนหวานเอาใจใส่

.....หึ!

“อย่าเอาแต่นั่งนิ่งอยู่เลย ข้าอยากจะชมการแสดงของพวกเจ้าแล้ว เอ้า เร็วเข้าเถิด หากถูกใจข้าจะตกรางวัลให้อย่างงามทีเดียว” ข้าเอ่ยกระตุ้นพวกเขาด้วยท่าทางใจกว้างและเหนืออื่นใดต้องทำตัวเหมือนสนองสนใจพวกเขา

“ขอรับคุณชายเซี่ย” ทั้งสามก้มตัวคำนับข้าอย่างนอบน้อม ส่งเสียงรับอ่อนหวานทอดสายตาหยาดเยิ้มมาให้ จากนั้นก็ค่อยๆ ถอยหลังไปเตรียมตัวทำการแสดง

ท่าทางของพวกเขาทั้งสามมันทำให้ข้าอดที่จะนึกถึงความทรงจำในชีวิตก่อนมิได้ ทุกครั้งที่เจอหน้าข้าพวกเขาจะมองข้าด้วยหางตาอย่างดูแคลน ราวกับว่าตัวข้านั้นต่ำต้อยไร้ค่ามิควรอยู่ในสายตา แต่สวรรค์ช่างเล่นตลกอย่างร้ายกาจ ยามนี้กลายเป็นว่าพวกเขาต้องพยายามเรียกร้องความสนใจจากข้า มันช่างน่าขันยิ่งนัก ข้าอดจะเหยียดยิ้มออกมามิได้

“พวกเจ้าแสดงกันให้เต็มที่เล่า อย่าให้จิ้งถิงต้องเสียความตั้งใจที่มาหาพวกเจ้าโดยเฉพาะ” ส่านอ๋องอมยิ้มพลางพูดเน้นย้ำพวกเขาอีกครั้ง ข้าหัวเราะรับหันหน้าไปพยักพอใจไปกับส่านอ๋องที่ยิ้มกริ่มมีเลศนัย ก่อนจะหันกลับมามองเหล่าคณิกาชายตรงหน้าเมื่อเจอสายตาขุ่นเคืองของเจ้าแมว ข้าทำเป็นไม่สนคนข้างๆ ปรบมือให้กำลังใจนักแสดงแล้วยกจอกสุราขึ้นมาจิบ รอคอยการแสดงจากทั้งสามคนงาม

เจียวเพ่ยเจวียนเป็นผู้บรรเลงท่วงทำนองพร้อมขับร้อง โดยมีฉิวเฟยอินและเหอชิงจิ่นเป็นร่วมขับร้องและร่ายรำ พวกเขาใช้เวลาเตรียมตัวเล็กน้อย ก่อนเริ่มการแสดงเจียวเพ่ยเจวียนได้กล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม

“การแสดงนี้เป็นการแสดงที่พวกเราสามคนช่วยกันสร้างสรรค์ เป็นครั้งแรกที่นำมาแสดง หวังว่าจะทำให้คุณชายและท่านอ๋องทั้งสองเพลิดเพลินกับการแสดงของพวกเรา" เมื่อพูดจบนิ้วมือเรียวยาวของเจียวเพ่ยเจวียนก็เริ่มแตะลงบนสายผีผา ทำนองท่อนแรกบรรเลงขึ้นข้าก็ระบายยิ้มออกมาทันที บทเพลงนี้ข้ารู้จักและคุ้นเคยอย่างยิ่ง

บทเพลงความงามแห่งฤดูกาล

เพลงขึ้นชื่อประจำหอหว่านเซียงอวี่ หากมิใช่แขกคนสำคัญพวกเขาจะไม่แสดงเพลงนี้ และเพลงนี้เป็นเพลงที่ฉินอ๋องชื่นชอบมาก หลังจากรับทั้งสามเป็นนายบำเรอบทเพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงที่บรรเลงที่วังหย่งเฮ่าเท่านั้น ตอนข้าได้ชมการแสดงนี้ครั้งแรกเป็นงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของฉินอ๋อง ยามนั้นข้ายังเป็นคนรับใช้ในห้องครัวอยู่

ในครั้งนั้นคนร่ายรำมีทั้งหมดสี่คน ล้วนเป็นนายบำเรอคนงามของฉินอ๋องที่ต้องการมอบของขวัญสุดพิเศษให้แก่คนรักในวันพิเศษ เจียวเพ่ยเจวียนเป็นคนบรรเลงทำนอง มีฉิวเฟยอินขับร้องนำและอีกสามคนร้องเสริมและร่ายรำ ข้าแอบยืนชมในมุมมืด ยามนั้นข้าคิดว่าพวกเขาช่างงดงามมีเสน่ห์นัก กระทั่งข้ายังเคลิบเคลิ้มกับการแสดงของพวกเขาเสียขนาดนั้น ไม่ต้องกล่าวถึงเจ้าของงานเลี้ยงที่แม้จะไม่ยิ้มแต่ดวงตาก็เปล่งประกายระยิบระยับถูกอกถูกใจ

บทเพลงความงามแห่งฤดูกาลนั้นวสันต์ฤดูมีทำนองเสียงบรรเลงที่สดใสกังวาน กล่าวถึงสายฝนสดชื่นและมวลบุปผาที่บานสะพรั่ง ท่าร่ายรำนุ่มนวลร่าเริง ตามด้วยคิมหันต์ฤดูที่มีจังหวะบรรเลงรัวเร็ว แสงแดดร้อนและสายลมพัดโชย ท่วงท่าสนุกสนานมีชีวิตชีวา สารทฤดูเสียงดนตรีนุ่มนวลแฝงด้วยความเศร้าเล็กๆ บทเพลงสื่อถึงแสงจันทราและใบไม้หลากสีที่ร่วงหล่น ท้ายสุดเหมันต์ฤดู หิมะขาวโพลนปกคลุมพื้นดินความหนาวที่เย็นเยือกเฉียดผิวกาย เสียงบรรเลงและลีลาร่ายรำเชื่องช้าแฝงอารมณ์โศกสลด

ในยามนั้นผู้ร่ายรำทั้งสี่ต่างเป็นคนงามที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน คล้ายบทเพลงนี้ที่สื่อถึงความงดงามที่ไม่เหมือนกันของทั้งสี่ฤดูกาล ข้าชื่นชมพวกเขาพอๆ กับที่รู้สึกหดหู่ใจ เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดทำให้ข้าสะท้อนใจยิ่งเห็นว่าตนเองห่างไกลจากบุรุษผู้นั้นยิ่งนัก ตัวข้าไม่มีความงดงามที่ดึงดูดใจเช่นนั้นได้แน่

ข้าชื่นชอบเพลงนี้จนกระทั่งได้มาเป็นนายบำเรอ ยามที่ฉินอ๋องมาอยู่กับข้าเรือนข้างเคียงจะบรรเลงขับร้องเพลงนี้เสมอ หากนานๆ ทีได้ยินมันคงเป็นเพลงปรดปรานของข้าแต่ข้ากลับได้ยินบ่อยเสียจนชวนหงุดหงิด ข้ารู้สึกเอียนกับบทเพลงนี้เหลือเกิน มันเป็นบทเพลงที่ใช้เรียกร้องความสนใจได้ผลชะงักนัก พอเจ้าแมวได้ยินเพลงสุดโปรดปรานนี้เมื่อใดมักจะไปเยือนเรือนคนงามสี่ฤดูกาลเสมอ

ข้าทอดมองการแสดงตรงหน้านิ่งเงียบเหมือนตกอยู่ในภวังค์การแสดงของทั้งสาม แต่ในความจริงแล้วทั่วตัวของข้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดใจ เพลงอื่นมีมากมายเหตุใดพวกเขาถึงไม่เล่น ไยจะต้องเลือกเพลงนี้กันนะ ความทรงจำที่มีต่อบทเพลงนี้ทำให้ข้าไม่สบอารมณ์ ข้าพยายามข่มใจปรับอารมณ์ให้เย็นลง ดนตรีไพเราะน่าฟังแต่เพราะอันใดอารมณ์ของข้าถึงไม่ถูกความรื่นเริงนำพาไปเลยแม้แต่น้อย

ข้าเหลือบมองเจียวเพ่ยเจวียนที่พยายามส่งสายตาและรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้แก่บุรุษผู้นั่งอยู่ตรงกลาง ข้ามองอยู่นานก็เก็บสายตากลับ ก้มมองจอกสุราอ่อนๆ ที่คนด้านข้างยัดเหยียดให้ เพราะเกรงว่าข้าจะเมาไปเสียก่อน แต่อย่างไรสุราก็คือสุรา สำหรับเด็กอายุเกือบสิบห้าที่มิเคยสัมผัสน้ำเมามาก่อนย่อมต่อต้านฤทธิ์ไม่ไหว ข้าคล้ายจะเมาเล็กน้อย

สิ้นเสียงดนตรีท่อนสุดท้าย ข้าก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง วางจอกในมือแล้วปรบมือเสียงดัง

“ยอดเยี่ยม! เป็นการแสดงที่งดงามยิ่งนัก มิแปลกที่พวกเจ้าจะโดดเด่นกว่าผู้อื่น” ข้ากล่าวชมเชยเสียงดังตัดหน้าส่านอ๋องที่กำลังจะอ้าปากชม ข้าหันไปเรียกชิงลู่ให้เข้ามาใกล้ กระซิบบอกบางอย่างไป ชิงลู่พยักหน้าเข้าใจแล้วลุกขึ้นไปมอบถุงเงินแก่คนงามทั้งสาม

“ขอบพระคุณขอรับคุณชายเซี่ย” ทั้งสามเอ่ยตอบรับพร้อมกัน ฉิวเฟยอินในชุดสีฟ้าช้อนมองข้าด้วยความแปลกใจ เขาได้รับรางวัลมากกว่าอีกสองคนตามที่ข้ากระซิบสั่งชิงลู่ไป ข้าเอียงหน้าแล้วยกมุมปากรับสายตาสงสัยของอีกฝ่าย ฉิวเฟยอินสบตากับข้าอยู่วูบหนึ่งก็ค่อยๆ ก้มหน้าลงคล้ายเขินอาย หากเป็นบุรุษอื่นคงจะหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูเช่นนั้น ในใจอยากถนอมต้นหญ้างามต้นนี้ยิ่งนักแล้ว

“จิ้งถิง เจ้านี่น่าตัดหน้าข้าเสียได้ เรื่องเช่นนี้อย่าได้ออกท่านัก บุรุษควรทำตัวให้ลึกลับมีเสน่ห์” ส่านอ๋องหันมามองข้าแล้วถอนหายใจที่ข้าออกตัวลงมือก่อน เขาส่ายหน้าไปมามองข้าเป็นเด็กน้อยใจร้อน เอ่ยคล้ายสั่งสอนแล้วโบกมือให้คนรับใช้ไปมอบรางวัลให้แก่เหล่าคนงามอย่างเท่าเทียมกัน ข้าแย้มยิ้มบางๆ แล้วหยอกส่านอ๋องกลับอย่างสนิทสนม

“บุรุษยามที่มีของถูกใจย่อมต้องลงมือไวตัดหน้าคู่แข่ง หากมัวแต่วางท่าจะพลาดโอกาสงาม ท่านเอาแต่ยักท่าเล่นตัวประเดี๋ยวจะถูกข้าแย่งคนที่หมายตาไว้จะโทษว่าเป็นความผิดของข้ามิได้เชียว”

“เป็นเด็กเป็นเล็ก” ส่านอ๋องเลิกคิ้วพ่นลมหายใจอย่างหมั่นไส้

“อายุมิสำคัญ สำคัญที่ใจต่างหากเล่า”

การต่อปากต่อคำของข้ากับส่านอ๋องถูกขัดจากเสียงวางจอกสุราของฉินอ๋อง ข้ากับส่านอ๋องมองหน้ากันเหมือนท้าทายแล้วพร้อมใจกันไปกวักมือเรียกคนงามที่ตนเองหมายตาเอาไว้ ข้ากวักมือเรียกฉิวเฟยอิน ส่านอ๋องเรียกเหอชิงจิ่น เจียวเพ่ยเจวียนจึงได้มาปรนนิบัติฉินอ๋องสมใจ ข้ามองคนงามในชุดสีฟ้าที่นั่งรินสุราให้ไม่กะพริบตา เอาแต่จ้องมองอยู่เช่นนั้นจนอีกฝ่ายก้มหน้าหลบสายตา ข้ายิ้มออกมานิดๆ หยุดจ้องอีกฝ่ายแล้วชวนฉิวเฟยอินคุยไปเรื่อยเปื่อย

“จริงสิ ข้าพูดไปว่าหากใครทำให้ข้าถูกใจได้ ข้าจะให้รางวัลอย่างงาม เจ้าสนใจหรือไม่?

ฉิวเฟยอินนิ่งอยู่ชั่วครู่เหมือนกำลังครุ่นคิดปนหวาดระแวง ข้ารอคอยคำตอบของเขาพลางยิ้มไม่รีบร้อน จนกระทั่งฉิวเฟยอินเม้มปากอมยิ้มเอ่ยถามข้าด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น แววตากระตือรือร้นเห็นได้ชัดเจน 

“รางวัลอันใดหรือขอรับ?

ข้ายิ้มเบาบางอย่างมีเลศนัยค่อยๆ ขยับตัวเข้าใกล้ฉิวเฟยอิน ยื่นใบหน้าเข้าไปประชิด ยกนิ้วทาบริมฝีปากที่เผยอเอื้อยเอ่ยของอีกฝ่าย ข้ากระซิบตอบด้วยคำถาม ใบหน้าเปื้อนยิ้มกึ่งท้าทายกึ่งหลอกล่อ

“ข้ารู้ดีในสิ่งที่เจ้าปรารถนา”

ข้าหลุบตาลงต่ำ รับรู้ได้ว่าคนตรงหน้ากำลังกลั้นลมหายใจและค่อยๆ หลับตาลง ข้ายิ้มขบขันก่อนจะได้ทำอันใดต่อ ร่างของข้าก็ถูกใครบางคนกระชากออกห่างจากฉิวเฟยอิน ข้าถอนหายใจเบาๆ เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่จับคอเสื้อของข้ากระชากออกมาอย่างแรงเสียจนคอเสื้อรัดคอหายใจแทบไม่ออก ข้ายิ้มใจเย็นเลิกคิ้วเป็นคำถามให้เจ้าแมวที่กำลังพองขนเดือดดาล คนอื่นๆ ในห้องหันมามองด้วยความสนใจและใคร่รู้

“อย่าล้ำขอบเขตจิ้งถิง” ฉินอ๋องเตือนเสียงเย็นเยียบที่พยายามอดกลั้นอารมณ์เอาไว้

ข้าได้ยินก็ทำหน้าราบเรียบปัดมือเขาออกจากคอเสื้อ ขยับตัวลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับฉินอ๋องไร้ความเกรงกลัว ทุกคนในห้องสูดลมหายใจเข้าราวกับตื่นเต้นว่าข้าจะทำอันใด โดยเฉพาะฉิวเฟยอินที่ดูเหมือนจะคาดหวังให้เกิดศึกแย่งชิงตน

“ท่านอ๋อง ขออภัยที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าท่าน เช่นนั้นคงต้องเปลี่ยนที่คุยกันเสียแล้วละ เฟยอิน เจ้านำข้าไปที่ห้องส่วนตัวของเจ้าได้หรือไม่? เราจะได้คุยกันแบบไม่มีผู้ใดมาขัด” ข้าพยักหน้าเอ่ยขออภัยอย่างจริงจังจากนั้นก็หันกลับไปมองฉิวเฟยอิน ชวนอีกฝ่ายไปยังห้องพักด้วยท่าทางสนิทสนม ส่านอ๋องพ่นสุราที่ดื่มออกมาเป็นสายทันทีเมื่อได้ยิน

พูดจบข้าก็เดินออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับหันมาเร่งเร้าฉิวเฟยอินที่ลังเลใจให้ตัดสินใจเสียที สุดท้ายฉิวเฟยอินก็ลุกขึ้นเดินมาหาข้าพร้อมกับทำท่าเชื้อเชิญไปยังห้องพักของเขา ก่อนจะเดินจากไปข้าที่ปั้นหน้านิ่งก็คลี่ยิ้มกว้างส่งให้เจ้าแมวผู้ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม โดยมีส่านอ๋องน้องชายสุดที่รักของเขาอ้าปากเหวออยู่ด้านหลัง

ช่างเป็นภาพที่น่าขันเหลือเกิน!

 

 

 

 

 

 

 

 



ซ้าย <--- ขวา

(1) หึ! ทำเกินไปแล้ว ข้าโกรธแล้วนะ

(2) หะ!? จะไปห้องเฟยอิน?

 (3) ดะ...เดี๋ยว จิ้งถิงงงงงง!


ไอหยา จริงๆ จะอัพตั้งแต่เช้าแล้วละ แต่ว่าง่วงมากเลย ยังไม่ได้อ่านทวนด้วย

ก็เลยคิดว่าตื่นแล้วค่อยมาทำ สุดท้าย ท้ายสุดตื่นเกือบบ่ายแน่ะ แหะๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.472K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25479 benyapasuk (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:44
    น้องเทิร์นรุกเลย ช่วงนี้เมะหน้าสวยกำลังมาแรง5555
    #25,479
    0
  2. #25389 Maylyunho (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:31
    เดี๋ยวจะโดนลงโทษไม่น้อยยย
    #25,389
    0
  3. #25021 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 01:39
    ยัยน้องคือแพรวพราวมาก ถ้าไม่มีเฮียฉินก็คือเทินรุกไปแล้ว แผ่รังสีความเมะอะไรขนาดนั้น ทีอยู่กับพี่ฉินเข้าหน่อยล่ะกลายเปนตะเลกตะน้อยไปเลย อินี่งงมากคนเดียวกันหรอ
    #25,021
    0
  4. #24435 Fueled me (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:30
    ไปไม่เป็นเลยท่านอ๋อง5555555555
    #24,435
    0
  5. #24330 charlie831 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:30
    เจ้าแมวของพี่!!!!!❤️
    #24,330
    0
  6. #23983 munkrishear (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:15
    ไรท์ไปหาภาพแมวจากไหนนน ชอบมากแต่ละตอน55555555
    #23,983
    0
  7. #23738 Peach9 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 19:50
    โถ่เอ้ยยยแต่ชั้นน่ะก็เข้าใจน้อง ไอความน้อยเนื้อต่ำใจเนี่ย แต่ตอนนี้พี่เค้าไม่ได้เป็นแบบนะคะรู๊กกกกก
    #23,738
    0
  8. #23610 exolbenben (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 23:14
    55555เจ้าแมววว
    #23,610
    0
  9. #23341 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 14:42

    ทำอย่างนี้มห้เจ้ารัชทายาทจัดการจะมีแต่สมน้ำหน้าเลยล่ะ

    #23,341
    0
  10. #23340 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 14:40

    ประสาทเล่นอะไรมิรู้ความ

    #23,340
    0
  11. #22658 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 12:13

    55555 ภาพแมวหน้าเหวอฮาสุด

    #22,658
    0
  12. #22634 DKdabble (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 08:09
    กลับไปหนูโดนแน่จิ้งถิงง
    #22,634
    0
  13. #22566 N-Numwan29 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:54

    ขำาาาาาา
    #22,566
    0
  14. #22565 N-Numwan29 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:53
    ขำส่านอ๋อง พ่นสุราออกมาเป็นสายเลย 55555+
    #22,565
    0
  15. #22513 Sarawini Kos (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 20:30

    รูปแมวคือตรงกับจินตนาการ ถถถถถ
    #22,513
    0
  16. #22434 trp1021 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:56
    ขอเริ่ดกว่านี้ กรี้ดดด
    #22,434
    0
  17. #22252 Jinriil (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:46
    เริ่ดมากถิงถิง สงัดคราบเดิมสุดๆ 55555555555
    #22,252
    0
  18. #22185 Xialyu (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
    ชอบแกล้งกันนนนนน
    #22,185
    0
  19. #21966 lills (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 20:05
    555555555555สงสารแมววอ๋อง
    #21,966
    0
  20. #21622 SeowooPark (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 03:10
    ระวังถูกแมวงับนะลูกกกก
    #21,622
    0
  21. #21581 badlism. (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:35
    ขี้แกล้งเสียจริงน้องถิง
    #21,581
    0
  22. #21067 pcy921 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:22
    ดีๆ น้องถิงเฟียสใส่เลยค่ะ
    #21,067
    0
  23. #21050 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 14:31
    ท่านอ๋องงงง555555
    #21,050
    0
  24. #20843 PaulaPum (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:08
    เอาภาพมาประกอบนี่ยิ่งเห็นภาพเลย55555
    #20,843
    0
  25. #20579 _Daonuea_ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 22:03
    สงสาร555555
    #20,579
    0