เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 54 : ตอนที่ ๕๓ กลายเป็นคดีใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,370 ครั้ง
    2 ต.ค. 59

ตอนที่ ๕๓ กลายเป็นคดีใหญ่

ข้านั่งนิ่งครุ่นคิดอยู่กับตัวเองเนิ่นนานจนกระทั่งจื่อลู่เข้ามาเปลี่ยนกาน้ำชาใหม่ข้าถึงรู้สึกตัว สภาพศพตามที่ชิงลู่เล่าให้ฟังมันทำให้ข้าคิดถึงสภาพศพของหญิงผู้โชคร้ายในคืนเทศกาลลอยโคมที่ข้าบังเอิญเข้าไปเห็น หรือว่าผู้ร้ายจะเป็น...

ฆาตกรต่อเนื่องที่ทำร้ายหญิงสาวที่มีรูปโฉมงาม สภาพศพจะถูกกรีดและแทงทั่วทั้งร่างเว้นไว้เพียงใบหน้า ไม่มีผู้ใดจับฆาตกรวายร้ายนี่ได้เลยสักครั้ง เจ้าหน้าที่ต่างมืดแปดด้าน ข้าจำไม่ได้ว่าเกิดเหตุการณ์ใกล้จวนสกุลเซี่ย ตอนนั้นข้าเพียงหวาดกลัวฆาตกรผู้นี้เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งข้าจะไปเห็นตัวจริงของฆาตกร

ข้าสงสัยเหลือเกิน

เหตุใดเขาถึงได้ลงมือฆ่าหญิงสาวเหล่านั้นกัน?

“เตรียมเสื้อคลุมให้ข้าด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย”

“ขอรับ” ชิงลู่กับจื่อลู่ตอบรับคำสั่งของข้าแล้วลุกขึ้นไปทำตามคำสั่ง ชิงลู่วิ่งออกไปข้างนอกเพื่อไปเตรียมรถม้า ส่วนจื่อลู่ไปหยิบเสื้อคลุมมาให้แก่ข้า

ใช้เวลาไม่นานข้าก็นั่งรถม้าที่ค่อยๆ เคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า โชคดีที่เมื่อเช้าหิมะไม่ตกทำให้การเดินทางไม่ลำบากมากนัก ข้าให้ชิงลู่ติดตามมาโดยมีไป๋หู่ตามมาลับๆ เช่นเดิม ข้าบอกให้คนขับรถม้าค่อยๆ แล่นไปยังถนนหน้าจวนใต้เท้าถังที่เกิดเหตุ สถานที่แห่งนั้นถูกปิดกั้นโดยเจ้าหน้าที่ รอบด้านมีชาวบ้านยืนชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็นปะปราย ข้ากวาดสายตามองคร่าวๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นคนคุ้นหน้ายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านเหล่านั้น

คุณชายหมิงมาทำอันใดที่นี้กัน?

ข้าตัดสินใจลงไปจากรถม้า ชิงลู่ลงไปก่อนข้าเพื่อรอรับข้าลงจากรถม้าอีกที พอข้าลงมายืนบนพื้นชิงลู่รีบจัดเสื้อผ้าให้แก่ข้าอย่างเอาใส่ใจแล้วเชิญให้เดินออกไปก่อน ข้าย่างเท้าอย่างระมัดระวังไปยังกลุ่มชาวบ้าน จุดประสงค์หลักคือหาข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ และผลพลอยได้ในการทักทายคนรู้จักไปด้วย

“คุณชายหมิง มิคาดว่าจะได้เจอกันที่นี้”

“อ๊ะ! ซินเยว่ ไม่สิ เจ้าเป็นบุตรชายอำมาตย์เซี่ย เซี่ยจิ้งถิง!” คุณชายหมิงหันมาตามเสียงเรียกของข้าแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะอุทานออกมาเสียงดังลั่น จากการมาเงียบๆ ของข้าที่ไม่ต้องการให้เป็นจุดสนใจ กลับกลายเป็นว่าถูกคุณชายหมิงเรียกสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นหันพรึบมาสนใจ

“เจ้าปิดบังชื่อแซ่จริงกับข้าเสียได้ จริงๆ เลยเชียว ท่านพ่อของข้าน่ะนับถือท่านอำมาตย์เซี่ยอย่างมาก ขนาดที่ว่าอยากยกพี่สาวของข้าให้แต่งงานกับท่านอำมาตย์เซี่ย ติดตรงที่ท่านอำมาตย์เซี่ยมิได้สนใจแม้แต่น้อย ถ้าท่านพ่อทราบว่าข้าเป็นสหายกับบุตรชายท่านอำมาตย์เซี่ย ท่านพ่อจะต้องขอให้ข้าชวนเจ้าไปเที่ยวที่บ้านบ่อยๆ เป็นแน่...”

“คุณชายหมิง...” ข้าแอบกลุ้มใจเล็กน้อยกับอาการพูดเป็นต่อยหอยของคุณชายหมิง ตัดสินใจหยุดยั้งอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อจะไปหาที่สงบไร้สายตาผู้คนพูดคุยกัน ตรงนี้มีสายตามากมายจ้องมองอยู่มันทำให้ข้าทำอันใดไม่สะดวกใจจริงๆ

“คุณชายอันใดเล่า เรียกว่าหมิงอิงเถิด!” คุณชายหมิงทำหน้าบึ้งใส่ข้าก่อนจะแก้คำเรียกอย่างเป็นกันเอง ข้ายิ้มเล็กๆ พยักหน้ายอมรับตามที่เขาต้องการ

“หมิงอิง เจ้ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร?”

“อ้อ ข้าตามมาให้กำลังใจเสี่ยวคุนมาน่ะ เสี่ยวคุนเริ่มทำงานเป็นวันแรก วันสำคัญเพียงนี้ข้าจะต้องมาให้กำลังใจเขาเสียหน่อย ประเดี๋ยวเจ้านั่นจะประหม่าทำขายขี้หน้าตั้งแต่วันแรก” หมิงอิงยิ้มกว้างเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใสตบท้ายด้วยการหัวเราะคิกคัก สงสัยจะนึกภาพหลวนคุนคนนั้นทำพลาดในวันทำงานวันแรกกระมัง

อย่างนั้นรึ? หลวนคุนก็เริ่มเข้ารับราชการแล้วอย่างนั้นสินะ แสดงว่าเขาสอบติดจอหงวนบู๊ตั้งแต่อายุยังน้อยเลยสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าเด็กหน้าบูดหน้าบึ้งผู้นั้นจะเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง

“เจ้ายังคงสนิทสนมกับเสี่ยวคุนเช่นเดิม”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น พวกเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตัวเล็กเท่านี้” หมิงอิงพยักหน้าเอ่ยยอมรับด้วยรอยยิ้มสว่างไสวใสซื่อ ข้าเผลอยิ้มตามเล็กน้อย พอหันไปทางอื่นก็หุบยิ้มแทบจะทันที ข้ามองชาวบ้านรอบข้างอย่างแปลกใจ ไยพวกเขาถึงได้จ้องมองมาที่พวกเราเขม็งเช่นนั้น โดยเฉพาะข้า พวกเขามองมาตามิได้กะพริบเลยแม้แต่น้อย ข้าประหม่าเล็กๆ ก่อนจะตัดสินใจไม่ใส่ใจ

ไม่นานความสนใจของทุกคนก็พุ่งไปยังกลุ่มคนที่เดินออกมาจากจวนสกุลถัง ข้าหันไปสนใจด้วยเช่นกัน กลุ่มคนที่เดินออกมานั้นเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคดีนี้ หนึ่งในนั้นคือบิดาของข้าซึ่งกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเหล่ามือปราบ ข้าเห็นหลวนคุนอยู่ในนั้นด้วย เขาดูสะดุดตาเพราะตัวเล็กเด็กสุดในกลุ่ม หลวนคุนตีสีหน้าจริงจังมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว คิ้วของเขาแทบจะผูกเป็นปมได้

หลังจากพูดธุระจบท่านพ่อก็หันตัวจะเดินจากไป ก่อนจะก้าวเท้าเขาหันมาวาดสายตามาทางคนมุง เห็นข้าอยู่ในกลุ่มด้วยก็ชะงักเปลี่ยนทิศทางมาที่ข้า อ้าว นี่ท่านแม่ก็ติดตามมาด้วยงั้นหรือ? เฮ้อ! ขยันตามติดยิ่งกว่าตอนอยู่กับข้าเสียอีก ท่านพ่อเดินมาหยุดตรงหน้าข้า ใบหน้าราบเรียบเอามากๆ

“เจ้ามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร? ที่นี้ถูกปิดล้อมโดยเจ้าหน้าที่แล้ว มาวุ่นวายเช่นนี้พวกเขาจะทำงานลำบาก”

“ลูกเพียงแวะมาดูเล็กน้อยแล้วบังเอิญเจอคนรู้จักจึงอยู่นานกว่าที่ตั้งใจขอรับท่านพ่อ”

“อย่าอยู่ข้างนอกนานนัก ประเดี๋ยวหิมะคงจะตกแล้วจะไม่สบายเอาได้”

“ขอรับ ลูกกำลังจะชวนสหายไปคุยกันต่อที่จวน เช่นนั้นขออนุญาตท่านพ่อตอนนี้เลยนะขอรับ”

“ตามสบายเถิด”

หมิงอิงประหม่าอย่างเห็นได้ชัดที่จู่ๆ ท่านพ่อก็เบี่ยงสายตาเฉียบคมไปมองเขา หมิงอิงตั้งสติได้ก็ทำความเคารพพร้อมกับแนะนำตัวเสร็จสรรพ ท่านพ่อทำหน้านิ่งเช่นเดิมแต่ผ่อนความกดดันลง เอ่ยปากอนุญาตให้ข้าพาหมิงอิงไปบ้านได้ จากนั้นท่านพ่อก็หันตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว พอลับสายตาไปหมิงอิงก็รีบสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

“สมกับเป็นขุนนางขั้นหนึ่งจริงๆ สง่างามกว่าบิดาข้ามากนัก แถมยังรูปงามอย่างมาก มิต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดเจ้าถึงงดงามปานนี้ มารดาเจ้าก็คงงามมากเป็นแน่”

เจ้าตาถึงอย่างยิ่ง ข้างดงามมากเชียวละ!

ท่านแม่ฉีกยิ้มกว้างเอ่ยตอบคำพูดของหมิงอิงด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ข้าแอบกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะปั้นหน้าอมยิ้มมิได้พูดอันใดออกไป ท่านแม่เห็นข้าแอบกลอกตาก็ถลึงตาใส่อย่างน่ากลัว นางสะบัดหน้าค้อนใส่แล้วลอยตามท่านพ่อไปเมื่อเห็นสามีหันกลับมามองตาม หมิงอิงที่มองไม่เห็นท่านแม่ก็พร่ำเผลอถึงท่านพ่อของข้าต่อ ข้าว่านะ เจ้าหยุดพูดถึงสามีของผีดุตนนั้นจะดีกว่า ก่อนจะถูกวิญญาณอาฆาตตามมาบีบคอทีหลัง

“พวกเรารอเสี่ยวคุนสักครู่เถิดแล้วค่อยไปบ้านเจ้ากัน นี่หากท่านพ่อทราบว่าข้าไปเล่นที่จวนสกุลเซี่ยล่ะก็จะต้องอิจฉาข้ามากแน่ หึๆ ข้าจะเอาไปอวดท่านพ่อว่าได้คุยกับท่านเซี่ยเหยียนจิ้งด้วย”

พวกเรายืนรออยู่ไม่นานหลวนคุนก็เดินตรงมาที่หมิงอิง พอเขาเห็นข้ายืนอยู่ด้วยก็แสดงความแปลกใจวูบหนึ่ง แต่ก็ไม่นานนักใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เกิดเรื่องมือสังหารความสัมพันธ์ของข้ากับหลวนคุนก็ไม่ได้ย่ำแย่จ้องกันเขม็งเช่นแต่ก่อนแล้ว หลวนคุนหันไปมองคุณชายหมิงแล้วเอ่ยต่อว่าทันทีที่อ้าปาก

“ข้าบอกแล้วว่าอย่าตามมา เหตุใดไม่เคยเชื่อกันบ้าง ที่นี่เป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรมมิใช่ทุ่งดอกไม้ให้เจ้าวิ่งเล่น”

“วิ่งเล่นอันใดกัน เจ้าเห็นข้าวิ่งอย่างนั้นรึ? ข้ายืนของข้ามาตั้งนานแล้ว ตาบอดหรือไรกัน?”

หลวนคุนทำหน้าอับจนกับเพื่อนสมัยเด็กผู้ใสซื่อ เขาไม่รู้จะกล่าวอย่างไรต่อไปดี ข้ามองว่าที่ขุนนางหนุ่มอนาคตไกลอย่างเห็นใจและเวทนาไปพร้อมกัน จริงๆ แล้วเป็นห่วงหมิงอิงแต่ดันปากไม่ดี คิดได้แต่คำต่อว่าพ่นออกมา ทำตัวเองแท้ๆ ตั้งแต่เหตุการณ์มือสังหารครั้งนั้นข้าก็คิดว่าหลวนคุนอาจจะแอบมีใจให้แก่หมิงอิง แต่เพราะความซื่อของหมิงอิงบวกกับหมิงอิงนั้นมีใจให้กับฉินอ๋อง ทำให้หนุ่มผู้จริงจังปิดปากไม่ยอมเอ่ยความรู้สึกออกมา

ข้าสงเคราะห์ให้เขาสักหน่อยก็แล้วกัน

“เสี่ยวคุนมิได้หมายความเช่นนั้น เขาเป็นห่วงเจ้าถึงไม่อยากให้มาที่เกิดเหตุที่อันตรายเยี่ยงนี้ เขาต้องใช้สมาธิทำงาน หากมีคนร้ายปะปนอยู่ใกล้ๆ เขาอาจจะคุ้มครองเจ้าไม่ทัน”

“ข้ามิได้อ่อนแอจนต้องให้เจ้าคุ้มครองหรอกน่า อีกอย่างข้าเพียงอยากมาให้กำลังใจเจ้าในวันแรกเท่านั้นเอง” หมิงอิงฟังข้าแล้วนิ่งไป สักพักถึงพยักหน้าเข้าใจแล้วหันไปเอ่ยกับหลวนคุนด้วยสีหน้าขัดใจเล็กๆ สุดท้ายก็หรี่เสียงแทบไม่ได้ยิน หลวนคุนจ้องมองหมิงอิงอยู่เนิ่นนานจนอีกฝ่ายม้วนมือม้วนแขนด้วยความเขินอาย

“เอาเถิด ข้าอนุญาตเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งหน้าห้ามมาอีก” หลวนคุนยกมุมปากยิ้มพออกพอใจก่อนจะวางมาดเอ่ยเตือนเสียงเข้ม ข้ามองเขาแล้วรู้สึกหมั่นไส้ท่าทางวางมาดเกินตัวของเขาเหลือเกิน ข้าไม่น่าช่วยพูดให้เลยจริงๆ น่าจะปล่อยให้ทำตัวเองต่อไปซะจะดีกว่า

“จริงสิ เป็นอย่างไรบ้าง ได้เบาะแสอันใดหรือไม่?”

“อืม เป็นคดีที่ยากจริงๆ สาเหตุการตายของเหยื่อเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก คนร้ายค่อนข้างมีฝีมือ น่าจะเคยฝึกใช้มีดหรือดาบมาก่อน กรีดเรียบและแทงเข้าจุดสำคัญอย่างแม่นยำ ดูจากบาดแผลคนร้ายไม่มีการลังเลใจใดๆ สภาพแผลเรียบร้อยผิดวิสัย คาดว่าตอนลงมือเหยื่ออาจจะตายหรือสลบอยู่ก็เป็นไปได้”

หลวนคุนเอ่ยบอกรายละเอียดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถูกหมิงอิงถาม ราวกับเขาทำเช่นนี้อยู่บ่อยๆ หมิงอิงพยักหน้าหงึกหงักตั้งใจฟังอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน ข้าฟังไปเรื่อยๆ แล้วอดจะนับถือการวิเคราะห์ของอีกฝ่ายมิได้ ไม่แปลกใจเลยที่หลวนคุนจะกลายเป็นขุนนางที่มีความดีความชอบตั้งแต่อายุยังน้อย เขาเก่งมากจริงๆ

ประเดี๋ยวก่อน! หากจำมิผิดคดีแรกที่ทำให้หลวนคุนมีชื่อเสียงก็คือคดีฆาตกรรมบุตรสาวขุนนาง หรือว่าจะเป็นคดีนี้อย่างนั้นรึ!? ข้าแอบตกใจนิดๆ แต่ว่าหากเขาไขคดีได้จริงก็ต้องจับ... แต่กลับกลายเป็นว่าผู้ร้ายตัวจริงยังลอยตัวไม่ถูกจับแต่อย่างใด หรือว่าคนร้ายจะมิใช่เขาผู้นั้นอย่างนั้นรึ? ข้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยเอ่ยชวนทั้งสองคนไปบ้านของข้า

จากนั้นพวกเราก็เดินทางไปยังจวนของข้า เมื่อถึงจวนข้าให้ชิงลู่เดินนำไปก่อนเพื่อให้เขาไปแจ้งข่าวเตรียมตัวรับแขก ข้าพาทั้งสองหนุ่มเดินชมสวนในจวนแล้วพามายังเรือนหงเหมย พอเปิดประตูห้องโถงเข้าไปเท่านั้นแหละข้าถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเจอคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี้ได้

“เจ้าหายไปที่ใดมา มิเป็นไรใช่หรือไม่? ข้าได้ยินว่าเกิด...” ฉินอ๋องที่ไม่รู้มาได้อย่างไรก้าวพรวดเข้ามาคว้าตัวข้าพลิกซ้ายพลิกขวาอย่างเป็นห่วง ไม่เห็นเลยว่าข้าไม่ได้มาคนเดียว พอนานเข้าฉินอ๋องก็ค่อยๆ ลดเสียงลง เจ้าแมวมองข้าแล้วกะพริบตาปริบๆ จากนั้นค่อยหันไปมองด้านข้างเห็นสองหนุ่มแปลกหน้าแต่คุ้นตายืนเบิกตากว้างตกใจไม่แพ้กัน

ฉินอ๋องกระแอมไอรีบกอบกู้ภาพลักษณ์ของตนเองเอ่ยแก้สถานการณ์เสียงเข้มขึง

“ที่แท้ก็ไปหาเพื่อนหรอกหรือ? เราอุตส่าห์มาหาเจ้าเพราะเป็นห่วงแท้ๆ”

แอบย่องเบามาชัดๆ!

 

เหล่ซ้าย เหล่ขวา “คิดเสียว่าข้าเป็นแมวที่เดินผ่านมาละกัน” //ชะแว้บ



“ขออภัยจริงๆ ขอรับท่านอ๋อง ข้าไม่ทราบว่าท่านจะมาถึงมิได้อยู่รับ อย่างไรก็มาแล้วเชิญท่านอ๋องนั่งก่อนเถิด” ข้าเอ่ยตามน้ำไปไม่ขัด หากเกิดข่าวลือแปลกๆ เช่น ฉินอ๋องปีนกำแพงจวนมาหาบุตรชายอำมาตย์เซี่ยคงจะมิดีกระมัง ฉินอ๋องพยักหน้านิ่งๆ ดวงตากลอกมองข้าเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าข้าไม่เป็นอันใดก็คลายความกังวล หันตัวไปนั่งเก้าอี้ตัวแรกตามฐานะที่สูงกว่า อันที่จริงเขาควรไปนั่งเก้าอี้ด้านบนสุดด้วยซ้ำ

ฉินอ๋องนั่งลงแล้วข้าก็หันไปบอกจื่อลู่ให้นำถ้วยน้ำชามาเพิ่ม เด็กรับใช้ของข้ามองฉินอ๋องอย่างงุนงง คงจะสงสัยว่าเจ้าแมวมาเมื่อไรกระมัง แม้จะสงสัยแต่พวกเขาก็มิได้เอ่ยอันใดออกมา รับคำสั่งข้าแล้วก็เดินออกไปสั่งเด็กรับใช้นำถ้วยน้ำชามาเพิ่ม ข้ายิ้มเบาบางเชิญแขกที่เหลือนั่งลงอีกฝั่ง หลวนคุนได้สติก่อนดึงหมิงอิงที่ยืนเหม่อลอยไปนั่งด้วยกัน

ข้ามองอาการใจไม่อยู่กับตัวของหมิงอิงอย่างไม่ใคร่สบายใจนัก ข้ามิได้กังวลว่าฉินอ๋องได้เห็นหมิงอิงแล้วจะนิยมชมชอบเขา ตรงกันข้ามข้าเป็นห่วงหมิงอิงผู้ใสซื่อต่างหาก ข้าเข้าใจว่าหมิงอิงยังตัดใจจากฉินอ๋องมิขาด เรื่องเช่นนี้ต้องใช้เวลายาวนานจริงๆ ถึงจะสามารถตัดใจได้สนิท ตัวข้าเคยพยายามตัดใจครั้งแล้วครั้งเล่ายังไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง

“หมิงอิง หลวนคุน หากอยากทานอันใดเพิ่มก็บอกได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องเกรงใจ”

“แค่นี้ก็มากพอแล้วละ” หลวนคุนเป็นคนตอบแทนหมิงอิงที่ยังทำตัวเหม่อลอย ข้าพยักหน้าเข้าใจแล้วหันตัวมานั่งถัดจากฉินอ๋องที่นั่งทำหน้าเฉยชาไม่สนใจฟ้าดิน ก่อนจะนั่งลงชิงลู่รีบถอดเสื้อคลุมให้แก่ข้า ตามด้วยไปรับเสื้อคลุมจากแขกเพื่อนำไปแขวนเก็บไว้

พวกเราจิบน้ำชาร้อนๆ ปรับอุณหภูมิร่างกายที่หนาวเหน็บจากการเดินทางผ่านความหนาวเหน็บด้านนอกให้อบอุ่น อุณหภูมิห้องโถงเริ่มอุ่นมากขึ้นตามเวลา ปกติห้องนี้ไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้มากนัก จึงมิได้เตรียมเตาหรือทำให้ห้องอบอุ่นพร้อมใช้ไว้ เมื่อจิบชาผ่อนคลายพอเป็นพิธีข้าก็เริ่มไถ่ถามคดีกับหลวนคุน

“จากที่เจ้าเอ่ยถึงลักษณะการตายของเหยื่อ ข้าคิดว่ามันดูแปลกประหลาดจากความจริงนัก หากเป็นกรณีที่ตายไปก่อนที่จะถูกทารุณคงเป็นไปมิได้ เพราะเจ้าก็บอกว่าเหยื่อตายเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก และหากเป็นกรณีสลบไปแสดงว่าคนร้ายจะต้องใช้ยาทำให้เหยื่อสลบไปก่อน ไม่ทราบว่าพบเหยื่อที่ใดงั้นหรือ? สภาพโดยรอบนั้นมีความผิดปกติใดหรือไม่?”

หลวนคุนมิได้เอ่ยตอบต่อสิ่งที่ข้าถาม เขาก้มจิบน้ำชานิ่งๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์ราบเรียบ ไม่มีความกระตือรือร้น สักพักใหญ่เขาถึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองข้าด้วยดวงตานิ่งจัด หลวนคุนตอบกลับมาอย่างจริงจัง ตัดรอนแบบไร้เยื่อใย

“ขออภัย ข้าไม่พูดคุยรายละเอียดคดีกับคนนอก เรื่องนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ คุณชายเซี่ยอย่าได้ก้าวก่ายจะดีกว่า มิฉะนั้นจะถูกสงสัยเอาได้ว่าเจ้ามีลับลมคมในกับคดีนี้”

ข้ายิ้ม ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ถูกปฏิเสธ หลวนคุนผู้จริงจังต่อหน้าที่จะมีท่าทีตอบกลับเช่นนี้ก็มิได้แปลกอันใด ข้าคิดไว้แล้วว่าเขาจะต้องคุยด้วยยาก ข้าพยักหน้าคล้อยตามเขาไปไม่ขัดหรือแสดงท่าทางไม่พอใจ

“ถูกอย่างที่เจ้ากล่าว ข้าเพียงอยากจะช่วยคิดเท่านั้น ช่วยกันคิดหลายคนอาจจะมีมุมมองที่แปลกใหม่บ้าง แต่หากเจ้ามิอยากแลกเปลี่ยนความคิดก็แล้วไปเถิด”

“แลกเปลี่ยนความคิด? ก็ดี เรามีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้าง จากรายละเอียดที่ได้ยินมาคนร้ายน่าจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องผู้นั้นเป็นแน่ วิธีการเหมือนกันไม่มิผิดเพี้ยน” ฉินอ๋องแทรกเข้ามาพูดขึ้นห้วนๆ ทำน้ำเสียงอวดดีชี้ตัวคนร้าย หมิงอิงหันไปมองเขาแล้วถามอย่างใคร่สนใจ

“ฆาตกรวิปริตผู้นั้นรึ? เหตุใดท่านอ๋องถึงคิดเช่นนั้น ฆาตกรรมเป็นคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดของผู้ตายต่างหาก จากรายละเอียดที่เสี่ยวคุนเล่าให้ข้าฟังก็น่าจะเป็นเช่นนั้น จริงหรือไม่เสี่ยวคุน?” หมิงอิงทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ตนรู้ออกมาซื่อๆ แล้วก็ทำหน้าลังเลใจเมื่อมองฉินอ๋องที่แผ่รัศมีเย็นเยือกใส่ หนุ่มน้อยผู้สดใสทำตัวหดแล้วค่อยๆ หันไปหาแนวร่วมที่นั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าต้องการกำลังหนุนอย่างชัดเจน

ข้าแอบยิ้มเล็กน้อย เหลือบมองเจ้าแมวที่นั่งทำหน้าเย่อหยิ่ง หลวนคุนจัดการยากก็จริงแต่ทว่าหมิงอิงนั้นจัดการง่ายอย่างยิ่ง แค่เกริ่นนำชักจูงให้หมิงอิงเข้าร่วมวงสทนา หลวนคุนย่อมเข้าร่วมอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ข้ารีบทำหน้าครุ่นคิดเอ่ยถามหมิงอิงเพื่อรับลูกต่อจากเจ้าแมวอย่างรู้จังหวะ

“รายละเอียดอะไรหรือที่บ่งบอกว่าเป็นคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด?”

“เจ้าคงมิรู้ว่าเสี่ยวคุนนั้นชื่นชอบการไขคดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคดีของฆาตกรวิปริตที่ลงมือกับหญิงสาวผู้นั้น เสี่ยวคุนจำรายละเอียดทุกอย่างของคดีฆาตกรวิปริตคนนั้นได้ทั้งหมด แต่คดีคราวนี้ต่างจากฆาตกรรมวิปริตผู้นั้นอยู่บ้าง ดูผิวเผินอาจคิดว่าเหมือนกันแต่จริงๆ แล้วแตกต่างกัน”

“โอ้ เป็นเช่นนี้นี่เอง แล้วแตกต่างกันอย่างไรหรือ?” ข้าทำเสียงอุทานอย่างแปลกใจแล้วเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้

หมิงอิงทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาค่อยๆ เจื่อนลงเหลือบมองไปยังหลวนคุนที่นั่งเงียบเหมือนไม่ใส่ใจ หมิงอิงส่งสายตาไปให้อย่างร้อนใจ สุดท้ายก็ใช้มือสะกิดทำหน้าอ้อนวอนให้อีกฝ่ายสนใจ หลวนคุนมองเพื่อนสมัยเด็กของตนอย่างหนักใจ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกวาดตามองข้ากับฉินอ๋องอย่างไม่สบอารมณ์ ข้ายิ้มรับสายตานั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ท่าทางท่านมือปราบจะรู้ทันว่าพวกเราใช้หมิงอิงบีบให้เขาต้องเป็นผู้เอ่ยปากเล่าเอง

“คดีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องทั้งหมดนั้นแบ่งออกเป็นสองประเภท ข้ายังไม่ตัดสินว่ามีผู้สวมรอยหรืออาจจะเป็นฝีมือมันทำจริงแต่จงใจทำให้แตกต่างกัน ที่ข้าแบ่งเป็นสองประเภทเพราะมันมีข้อแตกต่างกันอยู่หลายจุด จุดแรกสีหน้าของคนตาย ประเภทแรกสีหน้าของคนตายจะแสดงความหวาดกลัวทรมานออกมา แต่อีกประเภทสีหน้าของคนตายคล้ายหลับไปไม่รู้สึกใดๆ

จุดที่สอง ประเภทแรกเหยื่อจะขาดใจตายเพราะทนความเจ็บปวดระหว่างถูกทารุณไม่ได้ อีกประเภทเหยื่อจะตายเพราะเสียเลือดมากเกินไป จุดที่สาม ประเภทแรกเหยื่อมีความไว้วางใจคนร้าย ประเภทสองเหยื่อถูกวางยาประหลาดบางอย่าง จุดที่สี่ ประเภทแรกเน้นไปที่ความทรมานของเหยื่อมันค่อยๆ ลงมืออย่างเลือดเย็น อีกประเภทคนร้ายลงมือรวดเร็วและปล่อยทิ้งไว้ให้เหยื่อตายไปเอง ข้าจึงสันนิฐานว่ามีฆาตกรต่อเนื่องตัวจริงและฆาตกรที่แอบแฝงอีกคน”

“งั้นคดีนี้ก็เป็นฆาตกรแอบแฝงประเภทสองอย่างนั้นรึ?”

น้ำเสียงของข้าแสดงความทึ่งออกไปเองหลังจากที่ฟังหลวนคุนพูดเปรียบเทียบรายละเอียดของคดี ฉินอ๋องเหลือบมองไปยังหลวนคุนด้วยแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะยอมรับมากขึ้น หมิงอิงมองข้ากับฉินอ๋องแล้วหันไปยิ้มให้กับหลวนคุนราวกับดีใจแทนเจ้าตัว ส่วนหลวนคุนนั้นยังคงทำหน้าเช่นเดิมไม่รู้สึกอันใด

“ข้ายังไม่แน่ใจว่าจะมีสองคนลงมือหรือเป็นคนเดียวลงมือ อย่างไรเสียคนลงมือพวกมันก็โหดเหี้ยมจริงๆ และเจ้าหน้าที่ยังตามหาตัวพวกมันไม่พบอีกด้วย”

“คดีนี้คงจะตามรอยยากอีกเช่นเดิมกระมัง?” หมิงอิงถอนหายใจพลางพึมพำอย่างหดหู่ใจ

“ยังพอมีเบาะแสบ้าง ยาประหลาดที่มันใช้เป็นยาชนิดเดียวกันกับที่เคยใช้กับฮูหยินเซี่ยเมื่อหลายปีที่แล้ว ตัวยานั้นเหมือนเป็นยาบำรุงรักษาธรรมดาแต่กลับมีฤทธิ์เป็นยาสลบ เรื่องนี้ท่านอำมาตย์เซี่ยกำลังตามรอยมันอยู่ ไม่แน่ว่าคนร้ายที่วางยาฮูหยินเซี่ยอาจจะเกี่ยวข้องกับคนร้ายคดีต่อเนื่องคดีนี้ก็เป็นไปได้”

ข้าผงะตกใจกับสิ่งที่หลวนคุนเอ่ยออกมา แม้กระทั่งหมิงอิงและฉินอ๋องก็ยังหันมาสนใจในทันที หลวนคุนมองข้าอย่างแปลกใจก่อนจะครุ่นคิดบางอย่างแล้วพูดเสียงราบเรียบ

“เรื่องนี้ข้าไม่รู้มากนัก บิดาของข้ากับท่านอำมาตย์เซี่ยนั้นร่วมมือกันสืบอยู่หลายปีแล้ว ที่ข้าพูดออกมาเพราะคิดว่าเจ้าน่าจะรู้เรื่องนี้”

“ใช่ ข้าทราบดี หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าก็อยากให้จับคนร้ายตัวจริงได้สักที เพื่อทวงความยุติธรรมให้แก่ท่านแม่”

“ทุกคนก็หวังให้จับคนร้ายมาลงโทษทั้งนั้น”

“และหวังว่าจะไม่มีเหยื่อรายต่อไป”

พวกเราพากันเงียบลง ถ้าหากคนร้ายจับตัวได้ง่ายก็คงไม่มีผู้ใดหวาดกลัวและเจ้าหน้าที่คงไม่เดือดดาลมากขนาดนี้

ข้าครุ่นคิดกับตนเองเงียบๆ ในเรื่องคดีที่เกิดขึ้น ที่ข้าสนใจคดีครั้งนี้ อาจเป็นเพราะเมื่อชีวิตที่แล้วข้าพบเจอกับเหตุการณ์สยดสยองกับตาตนเอง หรือเพราะความกังวลใจแปลกๆ ที่เกิดขึ้นเพราะหลายวันมานี้ข้าถูกใครบางคนแอบมอง บางทีข้าอาจจะคิดมากไปเอง ถ้าหากคนร้ายเป็นองค์รัชทายาท...

ข้าชำเลืองดวงตาไปมองฉินอ๋องที่นั่งนิ่ง ดวงตาของข้าวูบไหว ฉินอ๋องไม่เคยรู้เรื่องเบื้องหลังของพี่ชายซึ่งเป็นรัชทายาท เขามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในตัวพี่ชายสารเลวนั่น ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายสามารถฆ่าเขาตายได้โดยไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ ข้าจะต้องระวังให้กับเขา ข้ากลั้นหายใจวูบหนึ่งเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของฉินอ๋องเย็นเยือกมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคมฉายแววอาฆาตคลั่งแค้น ไอสังหารครอบคลุมทั่วตัวของเขา เริ่มแผ่ขยายกดดันคนอื่นๆ จนพวกเขาหน้าขาวซีด

ข้ากัดฟันเรียกเขาพร้อมกับเอื้อมมือไปหา

“เสวี่ย”

“หืม? ว่าอย่างไร?” ฉินอ๋องหันมาตอบรับอย่างเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้ามองเขาอยู่ชั่วครู่ แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีอะไรจริงๆ ก็ถอนหายใจโล่งอก บางทีเขากำลังคิดโมโหเรื่องฆาตกรต่อเนื่องที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์กระมัง ระหว่างที่ข้ากำลังจะพูดกับเจ้าแมว ชิงลู่ก็เดินเข้ามาหาข้าแล้วก้มตัวกระซิบบอกบางอย่างที่ทำให้ข้าเสียวสันหลังวาบ

ท่านพ่อกำลังมาที่นี่!

ข้าลุกขึ้นยืน พยายามเยือกเย็นเพื่อไม่ให้คนอื่นจับสังเกตได้ ข้าหันไปหาฉินอ๋องที่เงยหน้าพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กๆ ก่อนอื่นต้องพาเจ้าแมวออกไปจากห้องโถงอย่างไม่กระโตกกระตากเสียก่อน หวังว่าท่านพ่อจะไม่เดินเร็วมากนัก เหตุใดท่านพ่อถึงได้มาเวลานี้กันนะ ข้าบอกฉินอ๋องว่ามีคนของเขามาตาม เจ้าแมวพยักหน้าแล้วเดินตามข้าออกไปข้างนอก

พอออกมาข้างนอกข้าก็รีบบอกให้เจ้าแมวกลับไปก่อนเพราะท่านพ่อกำลังมาที่นี่ ฉินอ๋องมากท่าลีลาเยอะเหมือนไม่อยากจะไป ข้าขมวดคิ้วดันตัวใหญ่ๆ ของเขาให้ไปเสียที เหตุใดเจ้าแมวถึงได้มาดื้อตอนนี้กัน? ถ้าท่านพ่อมาเห็นเข้าเดี๋ยวก็กลายเป็นเรื่องใหญ่กันพอดี ฉินอ๋องมองหน้าข้าที่เป็นกังวลก็ถอนหายใจเปิดปากต่อรองกับข้า

“เจ้าต้องสัญญาเสียก่อนว่าคืนนี้จะไปหาข้า”

“หากท่านไม่ทำอะไรแปลกๆ ล่ะก็”

“ข้าไม่ทำอะไรแปลกๆ หรอก”

“อืม”

“แล้วข้าจะรอ” ฉินอ๋องพูดกำชับแล้วกระโดดหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พอดีที่ท่านพ่อเดินข้ามประตูหน้าเรือนเข้ามา

ข้าสูดลมหายใจเข้าพลางปาดเหงื่อที่แตกพลั่ก เดินไปต้อนรับท่านพ่อพร้อมกับเชิญเข้าไปข้างใน ท่านพ่อมองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังมองหาอะไรบางอย่าง ค่อยหันมาพยักหน้าให้แก่ข้าแล้วเดินเข้าไปข้างใน ข้าแอบถอนหายใจโล่ง กำลังจะเดินตามท่านพ่อไปข้างใน แต่ก็ถูกเจ้าแมวตัวโตที่โผล่มาจากไหนไม่รู้กระโดดลงมาขวางหน้าไว้ เจ้าแมวจับตัวข้าแล้วขโมยจูบไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระโดดหายไปอย่างรวดเร็ว

ข้ายืนนิ่งจนกระทั่งท่านพ่อหันกลับมาถึงรู้สึกตัวจึงเดินต่อ

ข้าคุยกับพวกหมิงอิงต่ออีกหน่อย ส่วนท่านพ่อก็มาคุยกับหลวนคุน ก่อนจะกลับหมิงอิงชวนข้าไปเที่ยวบ้านของเขา ข้าก็รับปากจะไป ตกเย็นเมื่อทานข้าวเย็นเรียบร้อยข้าก็รีบเตรียมตัวเข้านอน แม้พวกชิงลู่จะแปลกใจที่เห็นข้าเข้านอนเร็วแต่พวกเขาก็ไม่ว่าอะไร ข้าปิดประตูห้องนอนแล้วทำการเคลื่อนย้ายทางไกลผ่านอาณาเขตที่สร้างไว้

รุ่งเช้าข้ากลับมาที่ห้องของตนเองทำกิจวัตรตามปกติ จนกระทั่งตอนออกจากเรือนก็เห็นบรรยากาศผิดปกติของคนรับใช้ ข้ามองไปยังชิงลู่และจื่อลู่เป็นเชิงถาม ทั้งสองหนุ่มก็ถอนหายใจทำหน้าเคร่งเครียด

“เมื่อคืนนี้เกิดฆาตกรรมขึ้นอีกแล้วขอรับ ได้ยินมาว่านายท่านถูกฮ่องเต้เรียกตัวเข้าวังหลวงพร้อมกับเหล่ามือปราบที่รับผิดชอบ ฟังมาว่าฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมากที่มีเหตุการณ์อัปมงคลเกิดขึ้นตอนต้นปีใหม่ รับสั่งให้ทุกหน่วยงานจับตัวคนร้ายที่เหิมเกริมมาลงโทษให้จงได้ ไม่ว่าคนร้ายจะเป็นผู้ใดก็ต้องโทษประหารสถานเดียวขอรับ”

เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้วสิ!

 



 




สร้างสรรค์ผลงานโดยท่าน ธันยมัย ปรีชา


เจ้าแมว สาบานว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้คนอื่นเห็นจริงๆ?

ฝนตกแล้วววววว ไปแต่งต่อที่หน้าบ้านไม่ได้แล้วด้วย

มืดไปหมดต้องงมคีย์บอร์ดอัพกันเลยทีเดียว

ด้านข้างมีท่านแม่ด่าเบาๆ ว่าเมื่อไรจะเลิกสักที แม่จ๋าอีกนิดเดียววววว


สาบานได้ว่าดีใจมากที่มีคนทักท้วงเรื่องคำผิด คือบางคำเราก็เคยชินหรือคิดไม่ถึง

ไม่ต้องเหลืออดหรืออะไรคะ เห็นปุ๊บบอกปั๊บได้เลย เราจะได้แก้ไขและเข้าใจถูก

ถ้าแนะนำหรือเตือนด้วยความหวังดีเป็นเรื่องที่ดีมากแล้วค่ะ ไม่ต้องกลัว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.37K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25387 Maylyunho (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:06
    เจ้าแมวขโมยยย
    #25,387
    0
  2. #24431 Fueled me (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:52
    คนร้ายดูพยายามสร้างสถานการณ์นะ
    #24,431
    0
  3. #23981 munkrishear (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 00:18
    เจ้าแมวววววว ร้ายกาจมากกก
    #23,981
    0
  4. #23736 Peach9 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 07:52
    ชั้นเดานะอิคนวางยาท่านแม่กับคนร้ายในคดีนี้มันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่ๆ ปล.เดาแบบโง่ๆ555555
    #23,736
    0
  5. #23534 PanthronY (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 11:57
    กลัวจิ้งถิงจะโดนนี่สิ เพราะทุกครั้งที่มีคนตายจิ้งถิงไม่อยู่เลยอะ
    #23,534
    0
  6. #23398 Wan_NY (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:33
    เจ้าแมวร้ายกาจนักกกก
    #23,398
    0
  7. #23396 fanclub-tk (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 22:08
    กลับมาอ่านรอบที่ 10 ได้ ก็ยงคงเลี่ยงฉากที่มีคุณชายหมิงอยู่ดี แค่คาแรคเตอร์ไม่ใช่ไทป์ของเราเอง แต่นิยายเรื่องนี้คือ top 5 ในใจเราตลอดดดดด
    #23,396
    0
  8. #22432 trp1021 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:21
    ประหารอย่างเดียวงั้นหรอฮ่องเต้~ คนที่น่ากลัวที่สุดก็คือฮ่องเต้นี่แหละนะ
    #22,432
    0
  9. #22251 Jinriil (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:50
    โคตรกระตุกหนวดเสือ 55555555
    #22,251
    0
  10. #22183 Xialyu (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:53
    เจ้าแมวย่องเบา
    #22,183
    0
  11. #21960 lills (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 15:38
    กลายเป็นแมวย่องเบาาาไปแล้ว
    #21,960
    0
  12. #21065 pcy921 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:42
    ท่านอ๋องเหิมเกริมไปแล้วนะคะ555
    #21,065
    0
  13. #20718 Lukitarin (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 21:51
    ท่านอ๋องแมววว มากระตุกหนวดเสือถึงที่เลยนะ ห้าวหาญยิ่งนัก หุหุ
    #20,718
    0
  14. #20397 Nitto_OuranHC (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 08:34
    กลัวว่าจะไม่ใช่รัชทายาทเนี่ยเส่ ฉินอ๋องเป็นอะไรไปตอนนั้นอ่ะะ
    #20,397
    0
  15. #20099 มนุษย์ที่รักอิสระ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 13:50
    เจ้าหมา(ย่อซะไม่เหลือ)ไม่น่าใช่แล้วนะ ถงเขาจะโรคจิต แต่เขาก็ฉลาดนะเหวย ไม่น่าลงมือบ่อยๆ แย่จริงๆเลย ใครคิดจะโยนความผิดให้เจ้า(ชาย)หมานะ
    #20,099
    0
  16. #20025 rakbigbang (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:16
    เสวี่ย!!!! นี่กลัวพ่อหันมาเห็นบ้างไหม
    #20,025
    0
  17. #19393 statice46 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 14:43
    ก็อยากจะเม้นเรื่องคดีอยู่หรอกนะ แต่อ่านเม้นไปเม้นมา อ้าวเฮ้ย จากเจ้าชายฆ่าหมากลายเป็นเจ้าชายหมาไปแล้ววุ้ย 5555 อ๋องแมวกับเจ้าชายหมา ศัตรูคู่อาฆาตกันจริมๆ 55555 // นั่นข้างหลังพ่อเขานะ อ๋องยังกล้านะ // มองแรง
    #19,393
    0
  18. #18795 moony+lilac (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 08:59
    อ๋องแมวรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอเรื่องรัชทายาท ตอนถิงถิงยังเป็นเด็กรับใช้แล้วไปเห็นรัชทายาทฆ่าหมา
    #18,795
    0
  19. #17780 Meatboll (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 00:37
    เจ้าชายฆ่าหมาวิปริต!
    #17,780
    0
  20. #15332 วายตัวพี่ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 19:38
    นี่อ๋องแมวคงไม่ได้ฆ่าหรอกนะ กลัวใจ????????????????
    #15,332
    0
  21. #14422 แกงส้ม (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 14:18
    จับให้ได้นะ
    #14,422
    0
  22. #13802 [Artom] (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:33
    ที่ทำเป็นเรื่องปกติสำหรับอ๋องแมว เลยไม่ใช่เรื่องแปลก
    #13,802
    0
  23. #13769 อัลฟินด์ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 00:59
    เจ้าแมวต้องสงสัยใครไว้แน่ๆ ละต้องเป็นคู้แค้นคู่อาฆาตกันซะด้วย ไม่งั้นคงไม่แผ่ไอเย็นออกมาแบบนี้ เฮ้อ ชักเป็นห่วงหมิงอิง กับถิงน้อยซะแล้วสิ สองคนนี้ได้ข่าวว่าเคยถูกเจ้าชายฆ่าหมาตามติดสินะ
    #13,769
    0
  24. #13598 chanchan123 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 10:49
    ใครนะคือฆาตกรเหมือนเจ้าแมวจะรู้ป่าวถึงได้แผ่ไอสังหารออกมาซะขนาดนั้น
    ขำเจ้าแมวระวังเถิดมาเหยียบจมูกท่านพ่อถึงในจวน 555
    #13,598
    0
  25. #11962 sofar_fa (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 12:16
    รู้สึกเหมือนคดีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่มันจะไม่ใช่ฝีมืออ๋องหมา
    เพราะถ้าให้วางยาสลบก่อนแล้วค่อยกระทำมันผิดวิสัยที่ซาดิสม์ชอบเห็นผู้อื่นทรมานอย่างท่านอ๋องผู้ฆ่าหมา
    แล้วถ้าอย่างนั้นมันคือฝีมือของใครกัน และต้องการสิ่งใด หรือจะเป็นคนเดียวกันกับที่เคยใช้ยานี้กับท่านแม่?
    #11,962
    0