เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ ๐๓ ต้อนรับฉินอ๋อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,033 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

ตอนที่ ๐๓ ต้อนรับฉินอ๋อง


ข้าขมวดคิ้วแปลกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไฉนมาถึงเร็วเพียงนี้? ลุงเถียนบอกว่าท่านอ๋องจะกลับมาถึงวันพรุ่งมิใช่หรือ? ข้ามองตามเด็กรับใช้คนนั้นวิ่งไปบอกคนที่อยู่ส่วนอื่นด้วยท่าทางกระตือรือร้น แม้จะต้องวิ่งไกลเพียงใดแต่ใบหน้าของเขาก็ยังมีรอยยิ้มอิ่มเอิบใจ ไม่ต่างจากผู้อื่นๆ ที่พอได้ยินว่าเจ้านายกลับมาถึงก็วางงานในมือ เร่งเท้าเดินไปยังหน้าประตูวัง เฮโลไปต้อนรับกันอย่างล้นหลาม

ข้าเข้าใจสาเหตุที่ทุกคนมีความกระตือรือร้นไปต้อนรับฉินอ๋องเช่นนี้ นั่นก็เพราะฉินอ๋องเป็นเจ้านายที่ดี เจ้านายดีลูกน้องย่อมรักและเคารพ ข้ามั่นใจว่าหากมีการจัดอันดับเจ้านายที่ดีแล้วละก็ ทั่วเมืองหลวงแห่งนี้ถ้าบอกว่าฉินอ๋องเป็นอันดับสอง ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าอวดอ้างว่าตนเป็นอันดับหนึ่งเป็นแน่

ระหว่างที่ผู้อื่นกำลังรีบเร่งไปหน้าวังนั้นคงมีเพียงข้าที่ยังยืนอยู่ที่เดิม มิใช่ว่าข้าไม่อยากเห็นเขา เพียงแต่ในใจของข้ามันปะทุไปด้วยความรู้สึกสับสนปนเปอัดแน่นจนปวดอก ใจหนึ่งอยากจะไปเห็นแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้า ข้าอยากเห็นเขามากมายแค่ไหนนั้นมิอาจบอกกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้ เพียงแต่เกรงว่าหากได้เห็นเขาอีกครั้งข้าจะตัดใจจากไปอย่างสงบมิได้ มีหวังกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนจนกลายสภาพเป็นผีเหี้ยนเป็นแน่ เฮ้อ

ยืนลังเลสองจิตสองใจ ตัดสินไม่ถูกว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี ข้าใช้ความคิดอยู่เนิ่นนาน รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นใบหน้าของเสี่ยวชีทำปากยื่นปากยาวอยู่ตรงหน้า ข้าสะดุ้งเฮือก จ้องหนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างงุนงง คนผู้นี้ต้องการอะไรจากข้ากัน ถึงได้ยื่นหน้าตาประหลาดๆ เข้ามาใกล้เพียงนี้ พอเห็นข้ารู้สึกตัวเสี่ยวชีก็เปลี่ยนสีหน้ามาจ้องข้าเขม็งราวกับกำลังจับผิด ข้ากะพริบตาแสร้งทำหน้าซื่อบื้อตอบกลับไปแล้วเอ่ยถามเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มีอะไรรึเสี่ยวชี?”

เจ้าเหม่อลอยคิดอันใดอยู่ ไยหน้าตาถึงได้เคร่งเครียดเพียงนี้

เปล่า...” ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธจบประโยค เสี่ยวชีก็ร้องเพ้ยขัดขึ้นมาก่อน เขาชักหน้าไม่พอใจถลึงตาเล็กๆ ของเขาใส่ข้า ข้ามองเขานิ่งๆ อยากจะเตือนเขาจากใจ เสี่ยวชีเจ้าทำหน้าเช่นนี้มันมิได้น่ากลัวเลยสักนิด หากโมโหใครก็อย่าได้ไปทำหน้าตาเช่นนี้ใส่ล่ะ ไม่เช่นนั้นผู้อื่นจะเข้าใจผิดได้ว่าเจ้าเล่นตลกให้เขาดู ข้าทำได้เพียงบอกเขาในใจ เพราะตอนนี้เอ่ยออกไปก็เหมือนเป็นการหาเรื่องใส่ตัวเสียเปล่าๆ เสี่ยวชีมองข้าด้วยสายตาผิดหวัง เขาเอ่ยน้ำเสียงตัดพ้อ

อย่ามาโกหกกันเลย ข้าเป็นสหายเจ้ามากี่ปีแล้ว แค่ดูสีหน้าของเจ้าข้าจะไม่รู้เลยรึ?”

ข้าชะงักนิ่งงันก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา มองหน้าเสี่ยวชีพร้อมพยักหน้ายอมรับอย่างเสียมิได้ และไม่ลืมแอบหยอดคำชมลงไปอย่างแนบเนียน

อ่า เสี่ยวชี ปิดเจ้ามิได้เลยจริงๆ สมกับเป็นสหายของข้า

เสี่ยวชีคลี่ยิ้มพึงพอใจออกมา คนตัวเล็กโบกมือไม่ถ่อมตนใดๆ ยืดอกรับอย่างภาคภูมิใจเสียอีก หนำซ้ำยังเร่งให้ข้าบอกความจริงแก่เขาพร้อมปั้นหน้าปั้นตาเป็นที่ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ชีวิต

รู้ก็ดีแล้ว บอกความจริงมาว่าเจ้ากำลังกลุ้มใจเรื่องใด สหายผู้นี้จะช่วยเจ้าแบ่งเบาภาระเอง

อืม เห็นว่าเป็นเจ้าหรอกนะถึงได้บอก อันที่จริงข้ากำลังตัดสินใจว่างานเลี้ยงวันคล้ายเกิดของท่านอ๋อง ข้าจะขอขนมจากพ่อครัวหวังมาเก็บไว้ชักสองสามถุง แล้วจะแบ่งให้เจ้าสักถุงดีหรือไม่อยู่น่ะสิ

อันใดนะนี่เจ้าลังเลที่จะแบ่งขนมให้ข้างั้นรึ!? เจ้ากลายเป็นคนจิตใจคับแคบเพียงนี้ไปได้อย่างไร เสียแรงที่ข้าเห็นเจ้าเป็นสหาย!” เสี่ยวชีชะงักกึกก่อนจะเบิกตาโพลนเมื่อข้าเอ่ยจบ ปรี่เข้ามาหาข้าด้วยใบหน้าบูดบึ้งอันน่ากลัว มือหยาบกร้านกระชากเสื้อของข้าไปอย่างแรงแล้วตวาดขึ้นเสียงราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

ข้าก้มมองเสื้อที่ถูกกระชาก พอเห็นมันยังอยู่เป็นเสื้อไม่ขาดกระจุยไปก็โล่งอก เสี่ยวชี กรุณาเบามือได้หรือไม่ ข้าในตอนนี้ไม่มีชุดจะเปลี่ยนมากหรอกนะ

ข้าค่อยๆ แกะมือเสี่ยวชีออกจากเสื้อเก่าๆ ใกล้ขาดเต็มทนแล้วขยับถอยห่างจากเสี่ยวชี เพื่อความปลอดภัยของชุดที่มีอยู่น้อยนิด ข้าก้มหน้าเหมือนคนที่สำนึกผิดแล้ว ก่อนจะเงยหน้ามองเสี่ยวชีน้ำตาคลอเล็กน้อยส่งสายตาลูกหมาน้อยน่าสงสารไปให้ ท่าไม้ตายก้นหีบของข้าเชียวนะ งัดมาใช้ทีไรแม้แต่ลุงเถียนที่ใจแข็งดั่งหินผาก็ยังต้องยอมอ่อนให้แก่ข้า ข้าขอโทษ ข้าละอายใจยิ่งนักที่เผลอจิตใจคับแคบ เจ้าเป็นถึงสหายข้า ย่อมต้องแบ่งให้เจ้าสักถุงแน่นอน

แต่น่าเสียดายที่มันใช้ไม่ได้กับผู้ไม่มอง เสี่ยวชีที่หน้าบึ้งหน้างอสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอนแล้วเอ่ยเสียงสูงปี๊ด

ถุงเดียวรึ!?”

เสี่ยวชี เจ้าช่วยให้เกียรติท่าไม้ตายของข้าได้หรือไม่ เฮ้อ งัดมาใช้ไม่ถูกเวลาเลยจริงๆ ข้ามองเสี้ยวหน้าของเสี่ยวชีที่ยังคงบึ้งตึง แต่ดวงตาเล็กๆ ของเขากลับเปล่งประกายเจ้าเล่ห์กลอกตาไปมาอย่างมีพิรุธ ข้าเกือบหลุดขำออกมา เสี่ยวชีเจ้าคนตะกละข้าแสร้งทำเป็นเงียบแสดงท่าลังเลใจจนคนตัวเล็กต้องหันมาขึงตาใส่อย่างดุดัน ซ้ำยังทำเสียงขึ้นจมูกใส่ ข้ารีบคลี่ยิ้มประจบเดินเข้าไปเอ่ยเอาใจอีกฝ่าย

ข้าให้เจ้าสองถุงเลย ดีหรือไม่?”

เชอะ เห็นว่าเจ้าเป็นสหายของข้าหรอกนะเสี่ยวชีหรี่ตาอย่างมีมาดก่อนจะค่อยๆ ยิ้มกว้างออกมา แต่ยังคงทำเป็นพูดไว้ท่าทั้งที่ได้หลุดมาดทำตาโตตื่นเต้นกับถุงขนมที่จะได้รับ

ข้าแอบถอนหายใจโล่งอกที่หลบเลี่ยงไปได้อย่างปลอดภัย วิธีจัดการกับเสี่ยวชีข้าเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ส่วนขนมนั้นข้าไม่เคยมีโอกาสได้กินเอง เพราะทุกครั้งที่มีการแบ่งขนมในเทศกาลหรือโอกาสต่างๆ จะมีเหล่าเด็กรับใช้ที่โตกว่าแย่งชิงไป ดังนั้นเมื่อข้าได้รับขนมมาส่วนใหญ่แล้วจะมอบให้แก่เสี่ยวชี ให้เสี่ยวชีกินยังดีกว่าถูกผู้อื่นแย่งไปละนะ

เสี่ยวชียังคงยิ้มแป้นที่จะมีขนมกินมากมาย ข้ามองเขาแล้วหัวเราะขำเบาๆ ช่างเด็กน้อยเสียจริง สักพักเสี่ยวชีก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งคิดสิ่งใดได้ เขาหันมามองข้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

อะไรงั้นรึ?” ข้าถามเขาด้วยความเป็นห่วง ยังไม่ทันได้รับคำตอบเสี่ยวชีก็ดึงแขนของข้าวิ่งออกไปอย่างร้อนรน

ท่าทางของเขาทำให้ข้ารู้สึกกังวลเล็กน้อย ข้าพยายามถามว่าเกิดอันใดแต่เสี่ยวชีก็ไม่ตอบ เอาแต่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมกับดึงข้าวิ่งต่อไป ข้ามองหน้าเล็กๆ ที่ยังดูอ่อนเยาว์ของเสี่ยวชีก่อนจะเงยหน้ามองข้างหน้า เห็นผู้คนยืนชุมนุมกันอย่างคับคั่งจึงได้รู้ว่าเสี่ยวชีได้พาข้ามาที่หน้าวังหย่งเฮ่า

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเสี่ยวชีรีบร้อนมาด้วยเหตุใด เฮ้อ หากมิใช่มารอต้อนรับฉินอ๋องแล้วจะเป็นอันใดอีกเล่า แต่เอาเถิด ข้าเองก็ลังเลตัดสินใจไม่ได้เสียที ในเมื่อเสี่ยวชีลากมาเช่นนี้แล้วก็ถือเสียว่าได้มาเห็นหน้าเขาผู้นั้นก่อนจากไปก็แล้วกัน ข้านั่งตามแรงดึงของเสี่ยวชีที่กำลังบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ไม่วายจะหันมาต่อว่าข้าที่เป็นต้นเหตุทำให้มาช้า

ดูสิ ที่นั่งดีๆ ถูกเจ้าพวกนั้นแย่งไปหมด เป็นเพราะเจ้าคนเดียวแท้ๆ เลยจิ้งถิง

เอาน่า นั่งที่ใดก็ได้ต้อนรับท่านอ๋องเช่นกันข้าเอ่ยปลอบใจแต่กลับได้ผลตรงกันข้าม เสี่ยวชีหันมาแยกเขี้ยวให้กับข้าแล้วกัดฟันเอ่ยอย่างโมโห คนตัวเล็กทำหน้าจริงจังอธิบายพร้อมบุ้ยปากไปด้านหน้า

มันไม่เหมือนกัน เจ้ามันทึ่มจริงๆ คิดหรือว่าข้าอยากรีบมาต้อนรับท่านอ๋อง เจ้าลองมองไปที่พวกนกหงส์หยกแถวหน้าสิ พยายามแต่งตัวฉูดฉาดเรียกร้องความสนใจกันแค่ไหน พวกเรานั่งอยู่ไกลเช่นนี้จะมีโอกาสให้ท่านอ๋องได้ยลโฉมได้อย่างไร?”

ข้ายิ้มแล้วส่ายหน้าไปมาเมื่อเข้าใจว่าเสี่ยวชีอารมณ์เสียเพราะเหตุใด ก่อนจะเบนสายตาไปมองเหล่านกหงส์หยกของเสี่ยวชี แต่ละคนนั้นพยายามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีที่สุด ไม่ลืมที่จะแต่งหน้าทำผมกันสุดฝีมือเพื่อให้ดูน่ามองที่สุด ดูไปแล้วแถวหน้าสุดมีแต่เหล่าคนรับใช้ที่หน้าตาสวยงามน่ารักนั่งเรียงรายเป็นทิวแถว

ข้ารู้สึกเสียดายการลงทุนครั้งนี้ของพวกเขานัก หากเป็นอ๋ององค์อื่นคงมีคนโชคดีอยู่บ้าง แต่พวกเขาอาจจะหลงลืมไปว่านี่คือฉินอ๋องผู้คลั่งไคล้สงครามคนนั้นเชียวนะ ข้ามิได้จะสื่อว่าฉินอ๋องหาได้สนใจสิ่งเย้ายวนเหล่านี้แต่อย่างใด ข้ากำลังบอกว่าพวกเขาลงมือผิดเวลาต่างหาก ในความทรงจำชั่วชีวิตยี่สิบปีของข้านั้นฉินอ๋องเองก็มีนายบำเรอที่งดงามอยู่หลายคน แต่นั่นเป็นเรื่องอีกหนึ่งปีข้างหน้าต่างหาก ตอนนี้ฉินอ๋องไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้หรอก

ยินดีต้อนรับท่านอ๋อง!!!”

หลังจากที่ข้าเหม่อคิดเรื่องราวในอดีตของฉินอ๋อง เสียงของผู้คนรอบตัวปลุกให้ตื่นจากภวังค์ ข้ารีบก้มศีรษะลงเมื่อเห็นคนอื่นๆ ก้มลงไปแล้วเหลือเพียงข้าที่นั่งเหม่อ ใจของข้าเต้นระส่ำกลัวจะกลายเป็นจุดเด่น และกลัวจะถูกผู้อื่นกล่าวหาว่าอยากทำตัวเด่นเรียกร้องความสนใจ แต่ทว่าไม่มีใครซุบซิบหรือสนใจแต่อย่างใด พวกเขามุ่งความสนใจไปที่เจ้านายซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า

ข้าถอนหายใจอย่างโล่งอก หันศีรษะไปมองเสี่ยวชีที่แลบลิ้นเยาะ เจ้าเด็กนี่กล้าทรยศข้า ให้ข้าปล่อยไก่เพียงลำพัง เชอะ คอยดูเถิด ข้าจะให้ขนมเจ้าเพียงถุงเดียวข้าแลบลิ้นตอบกลับแล้วหันศีรษะกลับมา

พวกเราก้มตัวอยู่นานพอสมควร เมื่อเจ้านายยังไม่อนุญาตให้เงยหน้าได้ย่อมต้องอดทนต่อไป ข้าไม่มีปัญหากับการหมอบตัวกับพื้น เพราะเชี่ยวชาญตั้งแต่ยังเด็ก แน่ละข้าโดนเหล่าพี่น้องทุบตีจนต้องหมอบตัวเป็นประจำ

ข้าเงี่ยหูตั้งใจฟังพ่อบ้านหม่าเอ่ยกับผู้เป็นนายเจื้อยแจ้ว หัวใจของข้าเต้นรัวอย่างมีชีวิตชีวา เมื่อได้ยินเสียงเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา เป็นเสียงที่ยังมีเค้าของความเป็นเด็กหนุ่มอยู่บ้าง ต่างจากตอนที่เขาอายุยี่สิบ เสียงของเขาทุ้มต่ำนุ่มลึกเป็นเสียงของชายหนุ่มเต็มวัยแล้ว ข้าเอียงหูฟังอย่างเพลิดเพลิน ไม่ทันรู้ตัวข้าก็เงยหน้าลอบมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนตัวตรงอย่างเคร่งขรึมเสียแล้ว

ข้าจ้องมองเขาผู้นั้นที่ยืนอยู่ไกลจากจุดที่ข้าอยู่ แต่กระนั้นเพียงแค่ได้เห็นข้าก็รู้สึกได้ว่าข้างในอกมันตันตื้นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นแทบจะล้นทะลักออกมา ข้ารู้สึกอ่อนไหว ขอบตาคล้ายจะร้อนผ่าว นัยน์ตามีม่านบางๆ คลอกั้น ข้าไม่ได้เจอเขานานเท่าใดแล้วกันนะ อ่า หนึ่งปีหรือสองปีงั้นรึ? มันเหมือนผ่านมานานมากแล้วจริงๆ ตอนนั้นเขาตัวสูงกว่านี้ ผิวขาวกว่า ตัวหนากว่า และหล่อคมคายสง่างามกว่าตอนนี้มากนัก

ข้ากะพริบตาถี่ๆ ไล่ม่านน้ำในดวงตาออกไป พยายามระงับอารมณ์เศร้าโศกที่ค่อยๆ ผุดออกมาจากก้นบึ้ง

ข้าพยายามยิ้มยอมรับโชคชะตาที่ได้เจอ แม้จะได้ตายไปแล้วแต่นั่นก็มิใช่ความผิดของเขา ตลอดมาเขานั้นดีกับข้ายิ่งนัก ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยที่รักผู้อื่นที่มิใช่ข้า เพียงเขาไม่รักตอบแล้วข้าจะไปโวยวายโทษผู้อื่นได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดบังคับจิตใจได้แม้กระทั่งตนเอง ยามได้รักไปแล้วกว่าจะรู้ตัวก็บังคับกลับมาให้เหมือนเดิมมิได้อีกแล้ว ข้าเข้าใจความรู้สึกของเขาดี ข้าเองก็บังคับจิตใจตนเองไม่ให้คิดอะไรไม่ได้เช่นกัน

ข้ายังคงจ้องมองเขาราวกับจะจารึกเอาไว้ในดวงจิต อ่า อาจจะเพราะว่าตอนตายนั้นข้ามิได้เห็นแม้แต่หน้าของเขา แต่อย่างไรก็ตามข้าก็คิดว่าโชคดีแล้วที่เขาไม่อยู่ในเมืองหลวง วันที่ข้าตายนั้นฉินอ๋องไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากองค์เหนือหัว หากก่อนตายข้าได้เห็นสายตาเย็นชาที่ไร้เยื่อใยของเขาคงต้องร้าวรานหัวใจแตกสลายเป็นแน่ เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ข้าจะได้ตายอย่างหมดห่วง คนผู้นั้นได้รักและถูกรักจากคนที่ดีงาม ทั้งสองเหมาะสมกันราวกับตะวันจันทรา

ข้าจ้องมองจนพอใจแล้วระบายยิ้มบางๆ ออกมา เอาละ ท่านยมทูต เพียงแค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว ได้โปรดมารับวิญญาณข้าไปเถิด ได้กลับมาเจอผู้คนที่ข้าคิดถึงในอดีตก็รู้สึกพอใจมากแล้ว

ระหว่างที่ข้ากำลังพยายามเจรจาให้ท่านยมทูตมารับตัวไปนั้นก็ต้องสะดุ้งตัวเย็นวาบ เมื่อประสานสายตากับดวงตาเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งหมื่นพรรษาที่ตวัดมองตรงมา มันกะทันหันเกินไปจนข้าคิดอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งงันสบตากับนัยน์ตาคู่นั้นอย่างถอดถอนมิได้ราวกับถูกผูกติดไว้แน่น เมื่อเห็นพ่อบ้านหม่าหันมามองตามตัวข้าก็พลันได้สติ รีบก้มหน้าอย่างร้อนรน ตัวข้านั้นมีเหงื่อเย็นหลั่งทั่วกาย แข้งขามือไม้ชาดิก หัวใจของข้าเต้นกระหน่ำรัวด้วยความประหม่าปนหวาดหวั่น แย่แล้ว ข้าแย่แน่ๆ ต้องโดนลงโทษฐานบังอาจมองหน้าเจ้านายอย่างแน่นอน

มีอะไรรึขอรับท่านอ๋อง?” พ่อบ้านหม่าถามขึ้น

หัวใจของข้ากระหน่ำรัว หน้าอกซ้ายเจ็บแปลบ ข้ากำมือแน่นกังวลจนริมฝีปากซีดสั่น ถ้าหากท่านอ๋องชี้นิ้วมาที่ข้าพร้อมกับตวาดโมโห ข้าคงได้ตายรอบที่สอง แย่จริง รู้สึกคล้ายจะเป็นลม ข้าหลับตาแน่นตัวสั่นเกร็งราวกับจับไข้

“...ไม่มีอันใด ให้พวกเขาเงยหน้าแล้วแยกย้ายไปทำงานต่อเถิด

ขอรับ แล้วท่านอ๋องจะรับมื้อเย็นตอนนี้เลยหรือไม่

เราอยากอาบน้ำก่อน

ขอรับ

ด้วยความตื่นเต้นจัดข้าไม่ได้ยินท่านอ๋องพูดกับพ่อบ้านหม่าเลยสักนิด หัวใจของข้ายังทำงานหนักหน่วง เฝ้ารอชะตากรรมด้วยใจจดจ่อ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีใครมากระชากตัวข้าลากไปโบยเสียที ได้ยินเพียงพ่อบ้านหม่าบอกให้ลุกขึ้นไปทำงานต่อได้ อ้าว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ? หรือว่าเมื่อกี้ฉินอ๋องมิได้มองข้าแต่มองไปทางอื่นจึงไม่เห็นข้าที่บังอาจเสียมารยาทอย่างร้ายกาจ ช่างโชคดีเหลือเกิน!

ข้าได้ยินเสียงพ่อบ้านหม่าเอ่ยไล่อีกครั้งก็ถอนหายใจโล่งอก ทรุดตัวลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เหงื่อโซมกายจนเปียกชื้น โชคดียิ่งนักที่ฉินอ๋องมองไม่เห็นข้าที่เสียมารยาทจ้องหน้าเขา ข้าหายใจเข้าออกหอบเอาอากาศเข้าไปในตัว ทุกคนเริ่มทยอยลุกขึ้นแต่ข้ายังนอนหมอบกับพื้นไร้เรี่ยวแรง ไม่มีใครเข้ามาสนใจ ทุกคนต่างพูดคุยพลางเดินจากไป มีเพียงเสี่ยวชีที่เข้ามาสะกิดถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

จิ้งถิง เจ้าเป็นอันใดรึ?”

ข้าเพียงแค่เป็นเหน็บ เจ้าอย่าได้กังวล ประเดี๋ยวก็หายข้าหันหน้าไปตอบเสี่ยวชีเพื่อให้เขาคลายความกังวล เสี่ยวชีมองหน้าข้าขมวดคิ้วเอ่ยถามอย่างร้อนรนกว่าเดิม

ไยเจ้าหน้าซีดเช่นนั้นเล่า?”

ไม่เป็นไร ข้าเพียงเป็นเหน็บเท่านั้นข้ายืนยันคำเดิมด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นมาอีกนิดหน่อย เสี่ยวชีเงียบไปก่อนจะพยักหน้ารับยอมเชื่อ เขาขยับตัวเข้ามาช่วยข้าบีบนวดขาเงียบๆ ข้าถอนหายใจโล่งที่เสี่ยวชีไม่เซ้าซี้ถามอะไรต่อ ระหว่างนั้นกลุ่มนกหงส์หยกของเสี่ยวชีก็เดินกรีดกรายเข้ามาใกล้ พวกเขาไม่แม้จะเปรยสายตามามองต่างพากันเอ่ยข่มกันไปมา

เจ้าเห็นหรือไม่? ท่านอ๋องหันมามองข้า!”

เจ้าบ้าแล้วกระมัง ท่านอ๋องจ้องมองข้าอย่างเคลิบเคลิ้มต่างหาก

เพ้ย เจ้าทั้งสองตาบอดแล้ว ท่านอ๋องสบตากับข้าหรอก

เหล่าหนุ่มน้อยผู้มีฐานะต่ำศักดิ์แต่มีใบหน้าสวยหวานต่างอ้างว่าท่านอ๋องคนนั้นหันมามองตน ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในตัวเองมากจนกลายเป็นสงครามน้ำลาย ข้าเริ่มพอมีแรงลุกขึ้นมานั่งได้บ้างแล้ว เสี่ยวชีพยุงข้าลุกขึ้นนั่งพร้อมกับเหลือบสายตาดูแคลนเหล่าหนุ่มน้อยวัยขบเผาะในชุดสีฉูดฉาด พอคนเหล่านั้นเดินไปไกลแล้วเสี่ยวชีก็ทำเสียงขึ้นจมูกเบ้ปากเอ่ยแขวะอย่างหมั่นไส้

อะไรของคนพวกนั้น ท่านอ๋องน่ะรึสนใจพวกเขา เพ้ย!”

เสี่ยวชีค่อนแคะหนักหน่วง ข้าเดาว่าเขายังอารมณ์ค้างต่อเนื่องจากเรื่องแย่งตำแหน่งแถวหน้า ข้าไม่พูดอันใดทำเพียงยิ้มจางๆ อย่างอ่อนแรง เสี่ยวชีพ่นลมหายใจฮึดฮัดมองจิกตามหลังคนเหล่านั้น ก่อนจะหันกลับมาเมื่อพวกเขาหายไปจากสายตา เสี่ยวชีนวดขาให้กับข้าเงียบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ข้าเลิกคิ้วมองหน้าเขาที่ครุ่นคิดหนัก เขาเงยหน้าขึ้นมามองข้าแล้วเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง

ข้าตัดใจจากฉินอ๋องแล้วละ รูปงามเพียงใดแต่คล้ายกับภูเขาน้ำแข็งเช่นนั้น ข้าคงไม่ไหว เฮ้อ เจ้าคิดว่าข้าเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นท่านหัวหน้าองครักษ์จางดีหรือไม่?”

เสี่ยวชีช้อนสายตาจ้องข้าเขม็งเหมือนไม่ต้องการให้ข้าหลีกเลี่ยงไม่ตอบ หัวหน้าองครักษ์จางน่ะรึ? อ่า บุรุษหน้าศิลาอีกคน หากยืนคู่กับฉินอ๋องพวกเขาทั้งสองก็จะกลายเป็นศิลาคู่ ถึงแม้หัวหน้าองครักษ์จางจะไม่เย็นเยียบน่ากลัวเท่าเจ้านายของเขา แต่หน้าแข็งโปกเช่นนั้นข้าคิดว่าเสี่ยวชีคงจะไม่ไหวกระมัง เสี่ยวชีมองสีหน้าของข้าแล้วถอนหายใจราวกับล่วงรู้คำตอบได้จากหน้าของข้า เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเอ่ยอีกคนที่ทำให้ข้าต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง

หรือรองหัวหน้าองครักษ์เฉินดี?”

ข้าแนะนำให้เจ้าไปจับหัวหน้าองครักษ์จางจะดีกว่า น่าจะมีความเป็นไปได้กว่าข้าส่งสายตาไปเป็นคำตอบให้กับเสี่ยวชีแทบจะทันทีที่ได้ยินชื่อคนผู้นี้ เสี่ยวชีถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความกลัดกลุ้ม ข้าเข้าใจเสี่ยวชีดี แม้ว่าบุรุษในวังหย่งเฮ่าจะดีเลิศเพียงใดแต่พวกเขาเหล่านั้นมีระดับการจับจองที่สูงตามไปด้วยเช่นกัน ข้าไม่รู้จะปลอบใจเสี่ยวชีอย่างไร ได้แต่ตบไหล่สหายเบาๆ

จิ้งถิง เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่?” 

ในระหว่างที่ข้ากำลังปลอบจิตใจอันบอบช้ำจากระดับสุดหินของเป้าหมายที่เสี่ยวชีต้องการพุ่งชน ตอนนั้นเองก็มีเสียงร้องถามดังมาจากด้านหน้า ข้าเงยหน้าไปมอง เห็นจิ้นเกอวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขารีบนั่งลงใกล้ๆ ข้า ยังไม่ทันได้ตอบจิ้นเกอก็ยื่นตลับยาที่ดูมีค่ายิ่งมาให้ หากมองไม่ผิดตลับนี่ทำมาจากทองเชียวนะ!

นี่เป็นยาบรรเทาอาการปวด เจ้าเอาไปใช้สิจิ้นเกอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวังดี สีหน้าของเขาอ่อนโยนเสมือนพี่ชายผู้ห่วงใย ข้ามองตลับยาที่หรูหราแล้วปฏิเสธออกไปด้วยความเกรงใจ ดันมือของจิ้นเกอกลับคืน

เอ่อ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกจิ้นเกอ ท่าทางจะแพงมาก ท่านเก็บไว้ใช้เองเถิด

จิ้นเกอมองข้าแล้วยิ้มอย่างเข้าใจ ดวงตาของเขานุ่มละมุนมากกว่าเดิม จิ้นเกอส่ายหน้าเอ่ยบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ไม่เป็นไร ยานี้เป็นรางวัลที่ท่านอ๋องมอบให้ข้า

นั่นยิ่งมิได้กันไปใหญ่ นี่คือของท่านอ๋องมอบให้ท่าน หากผู้อื่นเห็นว่ามันมาอยู่กับข้า ข้าต้องถูกลงโทษแน่ข้ารีบส่ายหน้าปฏิเสธ มองตลับยาในมือของจิ้นเกอราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย จิ้นเกอเงียบไปชั่วครู่แล้วพยักหน้าคล้อยตามข้าจนได้

อืม นั่นน่ะสิ

แต่ยังไม่ทันที่ข้าจะได้ถอนหายใจโล่งอก จิ้นเกอก็ยื่นวัตถุอันตรายชิ้นนั้นเข้ามาใกล้ข้าอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

งั้นข้าให้เจ้ายืมดีหรือไม่?”

ไม่ดีอย่างยิ่งงงงข้ากรีดร้องปฏิเสธในใจ เพียงกลัวจนหมดแรง ไม่ต้องใช้ยาชั้นดีที่ดูราคาแพงแสนแพงนี่หรอกข้าส่ายหน้าพรึบๆ มองของในมือจิ้นเกออย่างหวาดหวั่น รีบคลี่ยิ้มปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ไม่ลืมดันเผือกร้อนๆ คืนกลับไป

ไม่เป็นไรหรอกจิ้นเกอ ข้าหายดีแล้ว

เก็บไว้ใช้ยามอื่นก็ได้ เอาไปเถอะ ข้าหนังหนาไม่เจ็บไม่ปวดง่าย

จิ้นเกอยังไม่ยอมแพ้ เขาดันกลับคืนมาให้ข้า ไม่ๆ จิ้นเกอ ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่!? ขืนข้ารับยาตลับนี้มามีหวังโดนผู้อื่นกล่าวหาว่าเป็นขโมยแน่ๆ โดนกล่าวหาว่าเป็นมือวางยาพิษก็มากพออยู่แล้ว ข้าไม่ต้องการถูกกล่าวหาว่าเป็นมือขโมยอีกหรอกนะ เราสองคนดันยากลับไปมาจนกระทั่งอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยทนไม่ไหว คว้าตลับยาที่ข้ากับจิ้นเกอดันไปมาไว้หมับ เสี่ยวชีหายใจแรงราวกับอดกลั้นมาเนิ่นนาน ดวงตาเล็กๆ ของเขาถลึงใส่ข้ากับจิ้นเกออย่างดุร้าย

เอาเป็นว่าข้ารับไว้แทนละกันข้ารับไว้ก็เหมือนจิ้งถิงรับไว้นั่นแหละ จิ้นเกอคงไม่ว่าอันใดใช่หรือไม่?” เสี่ยวชีเอ่ยตัดบทพวกเราอย่างหมดความอดทน ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มถามจิ้นเกอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จิ้นเกอผู้ซื่อตรงกะพริบตาครุ่นคิดไม่นานก็พยักหน้าอย่างพอใจที่ได้ยัดเยียดตลับยาแสนแพงให้ข้าได้สำเร็จ

เมื่อภารกิจสำเร็จจิ้นเกอก็ขอตัวไปทำงานต่อด้วยท่าทางมีความสุข พอจิ้นเกอเดินจากไปไกลข้าก็หันมามองเจ้าหนุ่มตัวแสบที่ทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่อง พอถูกข้าจ้องนานเข้าเสี่ยวชีก็โวยวายหน้างอ

ก็ข้ารำคาญพวกเจ้านี่นา ดันไปมาอยู่ได้ รับไว้เสียมันจะได้จบๆ เอ้า!” เสี่ยวชีโยนตลับยาที่ทำจากทองคำมาให้กับข้า ข้าที่ไม่อยากรับมันรีบขยับตัวรับไว้แล้วถลึงตาใส่คนโยนมา

เสี่ยวชี เจ้าเด็กไม่รู้จักค่าของเงิน นี่ทำมาจากทองคำเลยนะโยนมามั่วๆ เช่นนี้ได้อย่างไรกัน เสี่ยวชีหัวเราะขำแล้วยักไหล่ ข้าพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดใส่ บ้าจริง ถ้าตลับยาถลอกเล่า นี่ทองนะ ข้าหยิบมันมาเช็ดถูอย่างทะนุถนอม ให้ตายเถิด วิญญาณรักเงินรักทองเข้าสิงข้าอีกแล้ว

ข้าว่าต่อให้คอขาด เจ้าก็ไม่ใช้ยานี้เป็นแน่เสี่ยวชีมองข้าอย่างเอือมระอาแล้วส่ายหน้าไปมา ข้าไม่เถียงกลับเพียงเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา แล้วค่อยๆ เก็บตลับยาไว้ในเสื้ออย่างเบามือ

 

 

 




หลิวจิ้น / จิ้นเกอ


มาต่อแล้วนะคะ เฮ้อ ตอนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยนะจ๊ะ

มาเที่ยวต่างประเทศเน้อ ลำบากแค่ไหนก็ปั่นมาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

ช่วยเม้มเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งหน่อยน่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.033K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25487 Pimnok2124 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:57
    คือจริงๆก็อยากเชียร์ท่านอ๋องสี่นะ แต่ทำร้ายลูกเราชาติที่แล้วอะ ฮึ่ยฮึ่ย
    #25,487
    0
  2. #25474 plchyn9_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:18
    เสี่ยวชีมีคู่มั้ยคะ ปักเมนๆ55555
    #25,474
    0
  3. #25473 plchyn9_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:18
    เสี่ยวชีมีคู่มั้ยคะ ปักเมนๆ5555
    #25,473
    0
  4. #25462 ❀;than (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:54
    อีกนิดนะลูก เดี๋ยวยมทูตก็มารับแล้ว
    #25,462
    0
  5. #25308 Maylyunho (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 09:06
    สงสารน้องตอนใจเจ็บ อดทนไว้ลูก ก็ยังเชื่อว่าเดี๋ยวท่านยมจะมา โถถถ
    #25,308
    0
  6. #24946 jinhaana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:34
    ชอบการเพ้ยของเสี่ยวชีมาก55555
    #24,946
    0
  7. #24821 Gingmai0702 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 23:46
    หนูยังรอยมทูตอีกหรอลูกโอ้ยยย55555
    #24,821
    0
  8. #24644 molyarat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:03
    น้อนนนนน่ารักก
    #24,644
    0
  9. #24351 Fueled me (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 11:17
    น้องจะรู้ตัวมั้ยว่าเกิดใหม่แล้ว55555555555
    #24,351
    0
  10. #24308 XXXFUXXX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:49
    รักน้องงงงง
    #24,308
    0
  11. #24307 Nadia. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:44
    น้องคะ น้องเกิดใหม่แล้วโว้ยยย!!!
    #24,307
    0
  12. #24285 ujasaai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:26
    ทำไมปล่อยให้น้องตาย พระเอกเหรอ แง้งงงงงใจแม่
    #24,285
    0
  13. #23945 munkrishear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 23:59
    น้องงง เอ็นดูมากกกกก
    #23,945
    0
  14. #23922 B.TEm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:14
    ท่านยมก็บอกน้องหน่อยเถอะค่ะ.. น้องปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาให้รออยู่นี่ แง5555555
    #23,922
    0
  15. #23910 miyumiyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:31
    เมื่อไหร่นางจะรู้ตัว
    #23,910
    0
  16. #23855 chilfull (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 20:23
    น้องงง หนูต้องใจเย็นลูก ยมทงยมทูตอะไรล่ะลูกกกก 555555
    #23,855
    0
  17. #23733 ซิ่วอะไรหนักหนา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 23:54
    ยัง...ยัง...ยัง...ยังรอยมทูตอยู่อีก!!!!555555
    #23,733
    0
  18. #23667 -134340 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 12:10
    เอ็นดูน้อง รอยมทูตมารับ555555555555
    #23,667
    0
  19. #23629 benzsu best (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 02:57
    ใครพระเอกคะ จะได้ลงเรือถูก แบบพี่จิ้นมีออร่าพระรองแรงมาก แต่ดูแลดีมากกกกกกกก อาจิ้งยัยสวยเลือกได้!!!
    #23,629
    0
  20. #23567 kallmelnwz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:50
    อาถิงลูกกกก ไม่ต้องเจรจาแล้วค่ะ ท่านยมทูตเขาไม่มาแล้วลูก 55555
    #23,567
    0
  21. #23529 alittletigerp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 05:08
    จิ้นเกอออออดีงามมากกกกกกก
    #23,529
    0
  22. #23436 Oraphichaya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 03:29
    ทีมจิ้นเกอ
    #23,436
    0
  23. #23266 mytty (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 23:20

    สงสารน้อง จิ้นเกอนี่โพลีเเคทสินะ

    #23,266
    0
  24. #22790 Ruruka Buta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 19:29
    จิ้นเกอเป็นได้แค่พระรองสินะ
    #22,790
    0
  25. #22716 ธัญญ์ . (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 19:22
    สรุปแล้วจิ้นเกอคือพระเอกของเรื่อง ดีที่สุดเลยผู้ชายคนนี้น่ะ
    #22,716
    0