เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ ๐๔ ศาลาริมน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,004 ครั้ง
    11 มิ.ย. 60

 ตอนที่ ๔ ศาลาริมน้ำ

หลังจากเหตุการณ์หวิดตายรอบสองผ่านพ้นไป ข้ากับเสี่ยวชีเดินแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ ส่วนข้านั้นสบายไม่มีงานใดต้องทำต่อ เพราะหน้าที่ยกกับข้าวไปให้ท่านอ๋องนั้นได้มีผู้คนเสนอตัวทำมากมาย หน้าที่นี้จึงไม่ตกมาถึงข้า ข้าเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วจึงไปอาบน้ำอาบท่า อาบเสร็จข้าก็เดินกลับมาที่ห้องนอนเดิมเมื่อเช้านี้ ห้องนี้ข้ากับเสี่ยวชีและเด็กรับใช้อีกสองคนพักอยู่ร่วมกัน ข้านอนอยู่ติดกำแพงในสุด ส่วนเสี่ยวชีนอนอยู่ข้างข้า เมื่ออาบน้ำเสร็จข้าก็ล้มตัวนอนด้วยความเหนื่อยล้า

เฮ้อ หวังว่าพอข้าหลับท่านยมทูตจะมารับข้าไปเสียที ยิ่งอยู่ในอดีตนานเท่าไรข้าก็รู้สึกเริ่มจะยึดติดที่นี่มากขึ้นตามไปด้วย ข้าถอนหายใจพยายามจะข่มตาหลับ แต่จนแล้วจนรอดข้าก็ไม่หลับสักที แน่ละวันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย มันพลิกผันชีวิตข้าไปอย่างสิ้นเชิง ยากจะทำให้หลับได้ เมื่อไม่กี่อึดใจข้ายังอายุยี่สิบแต่ตอนนี้กลับอายุสิบสี่ อย่างไรก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ไยความฝันนี้ถึงได้ยาวนานคล้ายความเป็นจริงเหลือเกินนะ

ข้าคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งคิดไปถึงตอนก่อนตาย

คนพวกนั้นเข้ามาจับข้าที่กำลังล้างถ้วยชามอยู่ท้ายครัว จากนั้นก็กล่าวหาว่าข้าวางยาพิษคนรักของฉินอ๋อง ข้ากำลังสับสนงุนงงก็ถูกลากไปโบยจนตาย ไม่แม้จะได้อ้าปากแก้ตัวหรืออธิบายอันใด ขนาดตอนนี้ข้ายังรู้สึกงงอยู่เลย ข้าทำงานอยู่ดีๆ เหตุใดถึงได้ถูกใส่ร้ายป้ายสีข้อหาร้ายแรงเช่นนั้น ได้ยินว่าคุณชายหมิง (ขนาดชื่อยังสว่างสดใสเลย ต่างจากข้านัก) จิบน้ำชาแล้วกระอักเลือดออกมากองใหญ่แทบเอาชีวิตไม่รอด คุณชายหมิงผู้น่าสงสาร ขนาดถูกพิษเล่นงานจนย่ำแย่ยังเป็นคนดีมีคุณธรรมถ่อสังขารมาช่วยข้า แต่มันก็สายเกินไป ข้าได้สิ้นใจตายไปก่อนที่คุณชายหมิงจะมาหยุดยั้งได้ทัน

มาคิดๆ ดูแล้วหลักฐานที่ว่าข้าเป็นคนทำก็ไม่รู้อยู่ไหน มีเพียงคนพวกนั้นที่เอาแต่ชี้หน้าข้าว่าเป็นคนวางยาพิษแล้วลากไปลงโทษทันที ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้พูดหรือทำความเข้าใจ ข้าพอรู้อยู่บ้างว่าคนเหล่านั้น ข้าหมายถึงเหล่านายบำเรอคนงามทั้งหลายของฉินอ๋อง คนเหล่านั้นต้องการให้ข้าเป็นแพะรับบาปแทน บางทีหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคนร้ายตัวจริงก็เป็นไปได้ 

คนร้ายจะต้องวางแผนมาเป็นอย่างดีแน่ๆ คิดดูเถิด พวกมันฉวยโอกาสตอนที่ฉินอ๋องไม่อยู่วัง แม้แต่คนอื่นๆ ก็ดันมีธุระสำคัญให้ไปทำ แม้แต่ลุงเถียนยังไม่อยู่เลย ดีไม่ดีข้าอาจแค่ซวยโดนหางเลขไปด้วย แต่จุดประสงค์จริงๆ ของแผนการนี้อาจจะเป็นคุณชายหมิงคนรักของฉินอ๋องก็เป็นไปได้ หวังว่าเมื่อฉินอ๋องกลับมาจากทำภารกิจจะสืบค้นเรื่องราวจับผู้ร้ายตัวจริงได้...

ส่วนตัวข้า เอาเถิด หวังว่าฉินอ๋องจะเห็นแก่ที่ข้าเคยมีสัมพันธ์กับเขาระยะหนึ่ง ทำหลุมศพให้แก่ข้าก็เพียงพอแล้ว ยังไงซะข้าก็ตายแล้วนี่นะ... บ้าจริง! ทำไมข้าต้องเอาแต่คิดว่าเมื่อเขากลับมาพบว่าข้าตายไปแล้วจะรู้สึกยังไงกันนะ รู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าเขาอาจจะแค่พยักหน้ารับรู้เฉยๆ ว่ามีคนรับใช้ในวังตายไปหนึ่งคน เฮ้อ เฮ้อออ! ข้าจะขุดมันขึ้นมาทำร้ายตัวเองทำไม ข้าเขกศีรษะตัวเองเบาๆ กลับมาพยายามข่มตาให้หลับอีกครั้ง อ้อนวอนให้ยมทูตขาวดำเร่งทำงานของตนเองเสียที มารับข้าได้แล้ว!


 


ทำไมกันนะ ทำไมท่านยังไม่มาอีก ท่านยมทูตตตต!?

ข้าตื่นขึ้นมาที่เดิมที่นอนหลับไปเมื่อคืนวานนี้ ข้างๆ มีเจ้าเจ็ดน้อยนอนละเมอฝันลามกเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่ยืนยันว่าข้ายังอยู่ในอดีต นี่มันเรื่องอะไรกัน ยมทูตขาวดำจะทำงานล่าช้าเกินไปแล้ว ถ้าข้าเป็นเจ้านายของพวกเขาละก็จะเฉดหัวพวกเขาออกซะ ข้านั่งขัดสมาธิครุ่นคิด เอาจริงๆ ตอนนี้ข้าเริ่มวิตกแล้วละ ทำไมข้าถึงติดอยู่ในอดีตไม่ยอมไปผุดไปเกิดสักที!

หรือว่าข้ายังไม่ตาย?

ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง ในตอนที่ข้าตายนั้นวิญญาณของข้าหลุดออกมาจากร่างชัดๆ ข้าเห็นร่างของตัวเองโดนโบยตายต่อหน้าต่อตา ขนาดข้าตายไปแล้วพวกมันยังไม่หยุดโบยกันเลย พวกมันกะจะไม่ให้ข้าฟื้นชัดๆ ดังนั้นข้าตายแล้วอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย

อืม จะว่าไปแล้วตอนนั้นข้าก็จำอะไรไม่ค่อยได้เช่นกัน เมื่อกลายเป็นวิญญาณไม่กี่อึดใจต่อมารอบตัวของข้าก็มืดมิดไปหมด มีเสียงซุบซิบกรีดร้องอื้ออึงเข้าหูของข้า ข้าไม่รู้ว่าอยู่ในความมืดนั้นเนิ่นนานเพียงใด แต่แล้วท่ามกลางความมืดที่น่ากลัวนั้นข้าได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเรียกชื่อของข้า

ข้าที่กลัวจนไม่กล้าขยับไปไหนได้ยินเสียงปริศนาพยายามปลอบโยน จนกระทั่งทำใจก้าวขาเดินไปตามเสียงปริศนานั้นไป เดินฝ่าความมืดออกไปตามเส้นทางที่เสียงปริศนาบอก ในตอนนั้นข้าไม่ได้คิดอะไรมากนอกเสียจากต้องการออกไปจากความมืดมิดที่น่าขนลุกนี้เท่านั้น ข้าเดินตามคำบอกของเสียงนั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีแสงสว่างวูบสาดใส่ใบหน้าของข้า พร้อมๆ กับเสียงบอกลาแผ่วเบาของเสียงปริศนา พอตื่นลืมตามาอีกทีข้าก็มาอยู่ในอดีตแล้ว

มาลองคิดดูให้ดีแล้วเสียงนั้นเป็นเสียงของหญิงสาวที่ข้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่เป็นเพราะข้าไม่ได้ยินเสียงนั้นมาเนิ่นนานหลายปีแล้วกระมังถึงนึกไม่ออกในทันที เสียงปริศนานั้นเป็นเสียงของท่านแม่ของข้า!

บ้าจริง ทำไมข้าถึงไม่นึกให้ออกเร็วๆ กัน!?

ข้าก้มหน้าปาดน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตา นี่ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะมาร้องไห้หรอกนะ ข้าเช็ดน้ำตาจนแห้งแล้วครุ่นคิดต่อ ถ้าความมืดมิดนั้นคือภพแห่งความตาย และเสียงนั้นเป็นเสียงของท่านแม่จริงๆ การที่ข้าเดินตามเส้นทางที่นางบอกทำให้ข้าออกมาจากความมืดมิดนั้นได้ หรือว่าท่านแม่จะไม่อยากให้ข้าต้องตาย? แต่ข้าตายไปแล้วนะ....!!?

ข้าเบิกตากว้าง

หูจิ้งถิง เจ้าคนโง่!!!

ข้าแทบจะเอาหัวโขกกำแพงห้อง เพราะว่าข้าตายแล้วน่ะสิ! ท่านแม่ถึงได้บอกทางให้ข้ากลับมาในอดีตที่ตัวข้านั้นยังไม่ตาย! นี่หรือว่าวิญญาณของข้ามาเกิดใหม่ในร่างของตัวเองตอนอายุสิบสี่งั้นรึ!? นี่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว! เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้รึ? ไม่ใช่ฝันรอยมทูตมารับวิญญาณแต่เป็นย้อนมาเกิดใหม่ในอดีต 

อ่า! นี่มันจะเป็นไปได้หรือ เรื่องอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้ทำให้ข้าไม่อาจปักใจเชื่อ แต่ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นไปได้ เพราะหากเอ่ยถึงท่านแม่ของข้าแล้วนางเป็นสตรีที่มีความลึกลับและร้ายกาจยิ่ง ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสตรีที่เลิศเลอเช่นนางถึงได้มาตกหลุมรักบิดาที่เป็นคนเช่นนั้นได้

เอาละ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง หากวันนี้ข้ายังอยู่ในอดีต ไม่มียมทูตมารับวิญญาณไป นั่นก็แสดงว่าเรื่องที่ข้าคิดเป็นความจริง นี่มันพิลึกจริงๆ ผู้ใดมันจะไปนึกถึงการย้อนมาเกิดใหม่ในอดีตได้เล่า! หากเป็นคนทั่วไปปกติจะคิดถึงเรื่องย้อนเวลาไปอดีตได้อย่างไร แถมข้าเพิ่งตายใหม่ๆ ด้วย ย่อมคาดไม่ถึงเป็นแน่ ข้าพยายามปลอบใจตนเองไม่ให้คิดว่าตัวข้านั้นช่างโง่เง่านัก ข้ามองออกไปนอกหน้าต่างที่เริ่มมีเสียงไก่ขันต้อนรับรุ่งอรุณ

ถ้าหากข้ายังอยู่ที่นี่แสดงว่าตอนนี้ข้านั้นได้เกิดใหม่แล้ว จะใช่หรือไม่ใช่ก็วัดกันวันนี้แหละ!

ข้ามาทำงานที่ห้องครัวเช่นเดิม ลุงเถียนเหลือบมองข้าอย่างแปลกใจที่เห็นข้าตื่นมาทำงานตั้งแต่เช้า แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงมองมาเท่านั้น ข้าเดินเข้าครัวรีบไปรวมตัวที่ตรงพ่อครัวหวังยืนอยู่ วันนี้เป็นวันที่คนครัวอย่างพวกเราต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ เพราะวันนี้ที่วังหย่งเฮ่าจะมีงานเลี้ยงวันเกิดของฉินอ๋อง

อันที่จริงวันเกิดของฉินอ๋องนั้นเลยมาหนึ่งเดือนแล้ว แต่เนื่องจากฉินอ๋องมิได้อยู่ที่วังทำให้ไม่ได้จัดงานฉลอง พ่อบ้านหม่าถือโอกาสที่ฉินอ๋องกลับมาเนื่องในวันเกิดพระมารดาจึงจัดงานฉลองย้อนหลังขึ้น ฉินอ๋องนั้นไม่ค่อยชอบใจมากนักแต่เห็นแก่ความหวังดีของพ่อบ้านหม่าจึงยอมให้จัดงานได้

เอาละๆ วันนี้เป็นอีกวันที่ห้องครัวอย่างพวกเราจะแสดงฝีมือให้ผู้อื่นประจักษ์ว่าวังหย่งเฮ่ามิได้มีดีแค่ฝีมือรบ แม้แต่ฝีมือครัวก็ยังเป็นเลิศ!” พ่อครัวหวังเริ่มต้นด้วยการเอ่ยปลุกใจเหล่าคนครัวที่จ้องหัวหน้าตาลุกวาวพร้อมปรบมืออย่างฮึกเหิม จากนั้นพ่อครัวหวังก็ทยอยแจกแจงหน้าที่ให้แต่ละคนอย่างกระฉับกระเฉง พอมาถึงหน้าที่ของคนทำขนมหวานเกิดปัญหาขึ้น พ่อครัวหวังเม้มปากแล้วถอนหายใจกลุ้มออกมา

วันนี้กันซินอารมณ์ไม่ดีจึงไม่อยากทำขนม ดังนั้นข้าขอถามความสมัครใจว่าใครจะอาสาทำแทน?” พ่อครัวหวังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงไปด้วยความหวัง เขากวาดสายตามองไปยังเหล่าลูกน้อง ทุกคนที่ยืนอยู่ในครัวก็มองกันไปมาแต่ก็ไม่มีใครอาสาสักคน มีคนหนึ่งปั้นหน้าลำบากใจแล้วเอ่ยบอกพ่อครัวหวัง

ไยท่านไม่ลองไปคุยกับกันซินอีกครั้งเล่าพ่อครัวหวัง บางทีเขาอาจจะอารมณ์ดีขึ้นยอมทำก็เป็นไปได้

เฮ้อ ใช่ว่าข้าไม่อยากคุยด้วย แต่กันซินหายตัวไปจากวังตั้งแต่คืนวานแล้วน่ะสิพ่อครัวหวังถอนหายใจหน้าสลดลงในทันที

อ่า...” ทุกคนพยักหน้าหงึกหงักแล้วมองตากันไปมาอีกครั้ง พวกเขาต่างพยายามผลักไสกันออกมาอาสารับหน้าที่ แต่ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครอาสา

กันซินที่กำลังพูดถึงกันนั้นข้าเองก็รู้จัก เขาเป็นคนทำขนมที่มีพรสวรรค์มากๆ และด้วยพลังวิเศษของเขาที่สามารถใช้มือได้อย่างรวดเร็วละเอียดอ่อนเป็นสามเท่าของคนปกติ ทำให้เขาสามารถทำขนมออกมาได้อร่อยมากๆ และทำออกมาในปริมาณเยอะ ขนาดคนทั้งวังหย่งเฮ่าที่มีเยอะแยะก็ได้กินกันถ้วนหน้า นั่นในกรณีที่เขาอารมณ์ดีและอยากจะทำขนม หากวันใดเขาทำขนมวันนั้นคนในวังหย่งเฮ่าก็จะมีความสุขเป็นพิเศษ กันซินไม่ใช่คนของวังหย่งเฮ่า เขาเป็นคนรักของพ่อครัวหวัง มาอาศัยอยู่ที่วังหย่งเฮ่าด้วยกันกับพ่อครัวหวัง ทำให้ไม่สามารถบังคับให้เขาทำขนมได้

ข้าแอบยิ้มในใจ กันซินคนนั้นชอบข้ามากทีเดียว! เพราะฉะนั้น...

ท่านพ่อครัวหวัง ข้าจะรับหน้าที่ทำขนมเอง แต่ว่าต้องใช้เวลาหน่อยนะขอรับข้าเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยรับอาสา

เอ๋ เจ้างั้นรึอาถิง เจ้าทำได้รึ?” พ่อครัวหวังหันมามองข้าอย่างแปลกใจ ก่อนจะทำหน้าจริงจังเอ่ยถามข้าเสียงเข้มเหมือนต้องการข่มขู่ข้ากลายๆ ข้ายิ้มรับบางๆ ไม่กลัวสายตาของพ่อครัวหวัง แน่นอนว่าถ้าหากเป็นข้าในอดีตจะต้องกลัวหัวหด แต่ข้าในวัยยี่สิบไม่ขี้กลัวอีกต่อไป อีกอย่างข้านั้นถือได้ว่าเป็นลูกศิษย์ของกันซินคนนั้น อะไรที่กันซินสามารถทำได้ ข้าก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่ข้าทำได้ไม่รวดเร็วเป็นลมกรดแบบกันซินก็เท่านั้น

แน่นอนขอรับ หากท่านไม่เชื่อ ให้ข้าลองทำขนมสักชนิดให้ท่านลองชิมดีหรือไม่?”

เสียเวลาเปล่าๆ น่าพ่อครัวหวัง เจ้าเด็กนี่มันจะไปทำได้ได้อย่างไรกัน!” คนอื่นๆ เริ่มมองข้าอย่างไม่พอใจที่มาถ่วงเวลาทำเป็นเล่น พวกเขาเอ่ยเกลี้ยกล่อมพ่อครัวหวังให้ไปใช้วิธีอื่น พ่อครัวหวังขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งเครียดพลางจ้องมองข้าเขม็ง ข้าเพียงยืนนิ่งๆ รอคอยคำตอบของพ่อครัวหวัง พ่อครัวหวังถอนหายใจเฮือกแล้วเอ่ยกับข้าอย่างไม่คาดหวังนัก

เอาละๆ จิ้งถิงเจ้าลองทำมาให้ข้าชิมอย่างหนึ่ง เร็วด้วย!”

ขอรับ

สุดท้ายแล้วข้าก็ทำขนมแป้งทอดง่ายๆ ให้พ่อครัวหวังชิม พ่อครัวหวังลองชิมแล้วนิ่งชะงักไป เขาหันขวับมามองข้าด้วยความแปลกใจ ข้ารู้ว่าทำไมเขาถึงแปลกใจ นั่นก็เพราะว่าขนมแป้งทอดนั้นมีรสชาติเหมือนกับที่กันซินคนรักของเขาทำเลยน่ะสิ แหงละ ข้าน่ะเรียนรู้มาจากกันซินโดยตรงเลยนี่น่า คนอื่นๆ เห็นพ่อครัวหวังนิ่งไปไม่พูดอะไรก็เข้ามาหยิบแป้งทอดไปชิมบ้าง พวกเขาก็ทำตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ

อาถิง เจ้ารับผิดชอบขนมหวานพ่อครัวหวังที่ทำหน้าตึงคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยบอกแก่ข้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล คนอื่นๆ เงียบไม่มีใครเอ่ยคัดค้านขึ้นมาอีก ข้าจึงได้รับหน้าที่ดูแลขนมหวานในงานฉลองวันเกิดของฉินอ๋อง

ข้าต้องทำขนมหวานสามสี่อย่างในปริมาณมาก โชคดีที่พ่อครัวหวังคิดเผื่อไว้ส่งผู้ช่วยมาให้ข้าสามคนด้วยกัน พวกเราช่วยกันทำขนมใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นถึงจะทำออกมาครบถ้วนทุกอย่าง พร้อมยกไปวางไว้ในงานเลี้ยงเพื่อให้บรรดาแขกเหรื่อที่มางานได้ลิ้มลองรสชาติ พอทำเสร็จร่างเด็กวัยสิบสี่ของข้าก็ทรุดตัวนั่งด้วยความเหนื่อยอ่อน เฮ้อ ข้าลืมไปว่าตอนนี้ข้าอยู่ในร่างอายุเพียงสิบสี่มิใช่ยี่สิบ

นี่มันอร่อยมาก เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไร หูจิ้งถิง เจ้าทำได้ขนาดนี้ทำไมไม่เคยบอกเล่าเจ้าเด็กบ้า!”

นั่นสิ หากมีเจ้าอยู่ พวกเราจะต้องง้อกันซินจอมเอาแต่ใจคนนั้นอีกรึ?”

คนในห้องครัวที่เห็นข้าทำขนมเสร็จก็เข้ามารุมล้อม ก่อนหน้านี้พวกเขาเข้ามาขอโทษข้าที่ได้ทำการดูถูกข้าไป อืม ข้าเองก็ไม่ได้ถือสาหรือโกรธพวกเขา แหงสิ ใครจะไปคิดว่าเด็กอายุสิบสี่ที่เอาแต่ทำงานท้ายครัวจะทำขนมได้จริงไหม? ไม่แปลกที่พวกเขาจะคัดค้าน ในอดีตถ้าให้ข้าทำก็ทำไม่ได้ละนะ ข้ามองพวกเขาแล้วเอ่ยอย่างถ่อมตน

หากท่านกันซินมาได้ยินจะต้องโมโหแล้วพาลไม่ทำขนมอร่อยๆ ออกมาอีกแน่ อีกอย่างข้านั้นยังมิอาจเทียบกับท่านกันซินได้หรอกขอรับ ฝีมือของข้ายังอ่อนด้อยนัก ต้องใช้เวลาอีกมากในการพัฒนา

เจ้านี่มันจะถ่อมตัวไปไหนกัน อายุแค่นี้ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว

ข้าไม่เอ่ยว่าอะไรอีกทำเพียงยิ้มนิดๆ แล้วขอตัวไปพักเหนื่อย พวกเขาเห็นว่าข้าทำงานตั้งแต่เช้ายังไม่ได้หยุดพักก็ยอมให้เดินจากมาง่ายๆ ข้ามองหาพ่อครัวหวังเพื่อทำอะไรบางอย่างก่อนไปพักให้หายเหนื่อย ไม่นานข้าก็เห็นพ่อครัวหวังกำลังตรวจสอบอาหารที่จะยกไปให้แก่แขกในงานเลี้ยง ข้ารออยู่สักหน่อยพอเห็นพ่อครัวหวังพยักหน้าให้คนนำอาหารไปได้ ข้าก็รีบเดินเข้าไปหาเขา พ่อครัวหวังหันมาเห็นข้าก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อาจจะเป็นเพราะว่าข้าทำให้ปัญหาหนักอกหนักใจของเขาหายไปกระมัง ถึงได้พูดคุยกับข้าดีมากกว่าแต่ก่อน

มีอะไรรึอาถิง หรือว่ามีอะไรไม่เพียงพอ?”

มิได้ขอรับ ข้าทำได้ครบตามจำนวนแล้ว กำลังจะไปพักขอรับ

อืม เช่นนั้นเจ้าก็ไปพักเถิด ไม่ต้องทำอันใดแล้ว เจ้าเหนื่อยมาตั้งแต่เช้าแล้วนี่

ขอบคุณขอรับ เพียงแต่ข้ามีเรื่องอยากขอร้องพ่อครัวหวังสักเรื่องน่ะขอรับ

หือ อะไรงั้นรึ?” พ่อครัวหวังเลิกคิ้วขึ้นแล้วหันมามองข้าด้วยสายตาดุตามปกติของเขา ข้ายังไม่ตอบอันใดไป เพียงขยับตัวแล้วล้วงเอาห่อผ้าในเสื้อออกมา ข้าเม้มริมฝีปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและสั่นเครือน้อยๆ

นี่ เป็นของสำคัญสำหรับข้า ข้าอยากจะฝากไว้กับพ่อครัวหวัง เพราะหากมันอยู่ที่ข้าเกรงว่าจะ...” ข้าชะงักเล็กน้อยพร้อมทำหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อนความเจ็บปวดข้างใน เงยหน้าเอ่ยต่อ ข้าเกรงว่าจะทำมันหายไปน่ะขอรับ ดังนั้นจึงไม่กล้าเก็บไว้เอง จึงอยากจะฝากของเหล่านี้ไว้ที่ท่านชั่วคราว หากเป็นท่านละก็ข้าเชื่อว่าจะต้องดูแลของเหล่านี้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับที่ท่านดูแลเอาใจใส่ในการปรุงอาหารข้าเอ่ยจบก็ก้มหน้าลง เผยสีหน้าหวาดหวั่นออกมาเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พ่อครัวหวังมองข้าแล้วถอนหายใจออกมา เขาพยักหน้าสีหน้ามีความเวทนาวูบหนึ่ง ข้ารู้ว่าเขาทราบถึงเหตุผลที่ข้าต้องมาฝากของกับเขา

นึกว่าเรื่องอันใด แค่ฝากของงั้นรึ ทำไมจะไม่ได้เล่า เอาเถอะ หากเจ้าต้องการเมื่อใดก็มาเอาไปได้ทุกเมื่อ ระหว่างนี้ข้าจะเก็บมันไว้ให้เจ้าเป็นอย่างดี

ขอบคุณมากขอรับ!” ข้ายิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างระงับไว้ไม่อยู่ ก่อนจะชะงักตัวแล้วรีบทำตัวสงบเสงี่ยมส่งห่อผ้าไปให้พ่อครัวหวัง พ่อครัวหวังมองข้าที่เผลอหลุดท่าทางแบบเด็กๆ ออกมาก็ยิ้มบางๆ ให้ ข้ายิ้มตอบอย่างอายๆ แล้วขอตัวเดินออกมา พอเดินออกมาไกลจากห้องครัวแล้วข้าก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างเริงร่า

หึๆ คนพวกไหนโกหกเก่งที่สุด? ย่อมเป็นพวกซื่อตรงไม่เคยโกหกน่ะสิ!

ในห่อผ้าที่ข้าฝากไว้กับพ่อครัวหวังมีของสำคัญของข้าอยู่ นั่นก็คือ สร้อยเงินจี้หินสีขาวซีดที่ท่านแม่มอบให้แก่ข้าตั้งแต่ตอนเด็กๆ และมีเงินกับพวกของมีค่าต่างๆ อีกเล็กน้อย ตัวข้าในอดีตประมาทไม่คิดว่าคนน่ารังเกียจเหล่านั้นจะกำเริบยกใหญ่ จึงมิได้เก็บข้าวของเอาไว้ดีๆ ทำให้ถูกขโมยไปจนหมดสิ้น พอข้าเห็นก็รีบตามไปขอร้องคนพวกนั้นให้คืนสร้อยคอ แต่คนพวกนั้นก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วขับไล่ข้าไป และพอข้าเซ้าซี้ไม่ยอมไปก็ลงมือทุบตี ทำให้วันนี้ในอดีตข้าไม่ได้ไปร่วมงานฉลองวันเกิดของฉินอ๋อง แต่ไปหลบร้องไห้เสียใจที่ปกป้องของสำคัญไว้ไม่ได้

แต่มิใช่ครั้งนี้แน่ ข้าจะต้องปกป้องของของท่านแม่เอาไว้ให้ได้!

และมีอีกอย่างที่ข้าอยากจะทำให้แก่ท่านแม่ หากพรุ่งนี้ข้ายังติดอยู่ในอดีตละก็ ข้าจะทำบุญเผาเงินทองไปให้ท่านแม่ จะว่าไปแล้วข้านี่มันลูกอกตัญญูชัดๆ แทบจะไม่ได้ทำบุญหรือเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ท่านเลย เฮ้อ เพราะในอดีตนั้นข้าแทบไม่มีเงินติดตัว เพราะถูกคนขี้อิจฉาพวกนั้นหยิบฉวยแย่งชิงไป เอาเถิด ยังไงตอนนี้ข้าก็ฝากของเหล่านั้นไว้ที่พ่อครัวหวังแล้ว เจ้าพวกนั้นไม่กล้าจะไปแย่งมาจากพ่อครัวหวังแน่นอน เพราะพวกมันรังแกแค่คนอ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ

พอได้เวลางานเลี้ยงข้าก็ปลีกตัวมาจากสถานที่คึกคัก ในห้องโถงใหญ่นั้นกำลังต้อนรับแขกที่ทยอยกันมาร่วมงานเลี้ยงโดยมีพ่อบ้านหม่าเป็นหัวหน้าต้อนรับ ส่วนงานเลี้ยงของเหล่าคนในวังจัดอยู่ที่เรือนครัวของคนงาน ข้าเพียงกินข้าวแล้วรีบหลบออกมาก่อนที่จะถูกเหล่าคนนิสัยแย่ๆ มาหาเรื่อง ข้าเลี่ยงการปะทะกับคนพวกนั้นมาอยู่ที่ชานบันไดของศาลาริมน้ำ ตรงนี้มีพุ่มไม้และตัวศาลาบังเอาไว้ทำให้กลายเป็นสถานที่มิดชิดที่เงียบสงบ ในอดีตนั้นข้าชอบมาที่นี่บ่อยๆ เวลาที่อยากอยู่คนเดียว ข้านั่งเหม่อมองเงาจันทราบนผิวน้ำนิ่ง

ป่านนี้ยมทูตก็ยังไม่มาเอาตัวข้าไป หรือว่าข้าย้อนอดีตมาจริงๆ กันนะ?

ข้านำขนมที่หยิบออกมาจากงานเลี้ยงออกมาแล้วค่อยๆ กัดกินเงียบๆ ขนมที่ตนเองทำมันก็อร่อยอยู่หรอก แต่ข้าคิดว่าขนมที่กันซินทำอร่อยกว่า อืม เข้าหลักการที่ว่าของคนอื่นย่อมดีกว่าสินะ

ในอดีตนั้นหลังจากเลื่อนตำแหน่งเป็นคนของฉินอ๋องข้าก็มิได้ทำอะไร อยู่ว่างๆ รู้สึกเบื่อหน่ายจึงอยากหาอะไรทำ ในตอนนั้นข้าอยากจะทำอะไรบางอย่างให้กับฉินอ๋องได้กินบ้าง จึงไปขอร้องกันซินและพ่อครัวหวังให้สอนทำขนมและทำอาหาร ใช่แล้วละ นอกจากขนมแล้วข้ายังสามารถทำอาหารได้ด้วย ข้าเคยทำขนมและอาหารให้ฉินอ๋องอยู่หลายครั้ง แต่ทว่าข้าไม่รู้ว่าเขาทราบหรือไม่ ทุกครั้งที่กินเขาก็ไม่พูดอะไรหรือแสดงท่าทีพิเศษอะไรออกมา ข้าที่ตั้งใจมากแอบเสียใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่บันไดศาลาริมน้ำแห่งนี้ห่างจากห้องโถงที่จัดงานเลี้ยง และห่างจากเรือนคนรับใช้ทำให้ไม่มีเสียงใดๆ รบกวน ข้านั่งทอดอารมณ์ท่ามกลางเสียงจันทราอยู่ชั่วครู่แล้วล้วงเอาตลับเงินที่ทำเป็นลวดลายอ่อนช้อยออกมา มันคือตลับอุปกรณ์ปักเย็บที่จิ้นเกอมอบให้ ข้าตั้งใจว่าจะเย็บถุงใส่ของเล็กๆ ให้จิ้นเกอไว้ห้อยเก็บของเป็นของตอบแทน

โชคดีที่ที่นี่มีแสงจากโคมไฟบนศาลาส่องสว่างพอให้มองเห็น และมันก็เงียบสงบทำให้ข้ามีสมาธิเย็บถุงเก็บของได้รวดเร็ว และสามารถปักลวดลายถุงตกแต่งให้สวยงามได้อีกด้วย ข้าตั้งใจจะปักเป็นลายม้าป่าน่าจะเหมาะกับองครักษ์เช่นจิ้นเกอ ข้าก้มหน้าก้มตาปักถุงไปเรื่อยๆ ไม่รู้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดแล้ว พอทำถุงใส่ของเสร็จข้าก็เก็บอุปกรณ์ใส่ตลับไว้ พับถุงใส่ของและตลับเย็บปักไว้ในเสื้อ ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นไปยังศาลาเพื่อจะกลับไปนอนที่เรือนคนรับใช้

“....!!?”

พอก้าวเท้าขึ้นมาบนศาลาข้าก็ต้องชะงักตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นๆ หลั่งออกมาทั่วร่าง ข้ากะพริบตาปริบๆ ชำเลืองมองไปด้านข้างซึ่งเป็นระเบียงที่นั่งศาลา ที่ตรงนั้นมีบุคคลผู้หนึ่งนั่งมองผิวน้ำนิ่งๆ ไม่ขยับตัว มีเพียงแพขนตาที่ขยับกะพริบไม่บ่อยนัก นั่นทำให้ข้ารู้ว่าเขาเป็นคนไม่ใช่หุ่นหรือรูปปั้น ข้าอึ้งและขนลุกด้วยความตกใจ

ประเดี๋ยวก่อน ตอนนี้ท่านควรอยู่ที่ห้องโถงใหญ่มิใช่รึฉินอ๋อง!?

ใช่แล้ว บุรุษที่นั่งมองผิวน้ำกระเพื่อมไหวไปมาในบ่อนั้นไม่ใช่เทพเซียนแต่อย่างใด แต่เป็นฉินอ๋องเจ้าของวังหย่งเฮ่าแห่งนี้! ข้ายืนตัวแข็งทื่อไม่รู้จะทำอย่างไร จะก้าวขึ้นไปก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนการนั่งชมเงาจันทร์ของท่านอ๋อง หรือว่าจะถอยหลังไปนั่งรอข้างล่างเงียบๆ รอจนท่านอ๋องชมเงาจันทร์เต็มอิ่มแล้วเดินจากไปตอนนั้นค่อยเดินออกมาดี ข้ากำลังคิดจะเดินถอยหลังแต่ก็ต้องหยุดไว้กลางคัน เพราะตอนนี้ท่านอ๋องคนนั้นกำลังมองมาที่ข้า!

ไม่จริงงงงง! ข้าไม่ได้ตั้งใจมารบกวนการนั่งดูเงาจันทร์ของท่านหรอกนะ!

ข้าเหงื่อแตกพลั่กๆ สายตานิ่งๆ ที่ทอดมองมาคล้ายกดดันให้ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง เอาอย่างไรดี ตอนนี้คงจะถอยหลังไม่ได้ มีทางเดียวคือต้องเดินหน้าต่อไป ข้าสูดลมหายใจแล้วเดินเข้าไปหาฉินอ๋อง คุกเข่าก้มศีรษะทำความเคารพเขาด้วยอย่างสงบเสงี่ยม ข้ายังคงก้มหน้าเพราะอีกฝ่ายยังไม่อนุญาตให้ข้าเงยหน้าหรืออะไรทั้งสิ้น ผ่านไประยะหนึ่งข้าคล้ายได้ยินเสียงตอบรับจากเขา ข้าเงยหน้าแอบชำเลืองมองฉินอ๋องที่ตอนนี้หันหน้าไปมองนอกศาลาแล้ว

นี่ข้าคิดไปเองหรือเปล่านะ เขาดูไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด! นั่งเงียบๆ ทำตัวเหมือนแมวงุนงง ต่อให้คนอื่นๆ กล่าวขานว่าฉินอ๋องเป็นพยัคฆ์ที่แข็งแกร่งดุร้าย แต่สำหรับข้าแล้วเขาเหมือนแมวตัวหนึ่งที่วันๆ เอาแต่นั่งทำหน้าง่วงนอน ต้องขออภัยจริงๆ ขอรับท่านอ๋องที่เปรียบเทียบท่านซะน่ารักแบบนี้ แต่ว่ามันน่ารักจริงๆ! จงดูดวงตาคมกริบคู่นั้นที่เริ่มจะปรือต่ำลงทุกทีเถิดแล้วยังเส้นผมที่ปล่อยยาวถูกพัดโชยพลิ้วไหวดูนุ่มนิ่มนั้นอีก ทุกท่านเข้าใจหรือยังว่าทำไมข้าถึงกล้าเปรียบเปรยเช่นนั้น

คล้ายว่าแขนเสื้อของเราจะลุ่ย ช่วยเย็บให้หน่อยได้หรือไม่?”

หะ เอ่อ ขอรับข้าจ้องมองเขาเพลินจนไม่รู้ตัวว่าเขาหันมาตั้งแต่เมื่อไร ฉินอ๋องเอ่ยบอกน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา ข้าสะดุ้งตกใจตอบรับอย่างงงๆ กว่าจะรู้ตัวก็ไปนั่งใกล้ๆ เขาที่ยื่นแขนเสื้อมาให้แล้ว

ข้ามองแขนเสื้อตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดอยู่ๆ ท่านอ๋องถึงได้ขอให้ข้าช่วยกันเล่า นี่มันชุดหรูหราราคาแพงมากนะ แล้วถ้าข้าทำพลาดเพราะตื่นเต้นจนทำให้ชุดแสนแพงนี้เสียหายเล่า จะโดนลงโทษหรือไม่ นี่คงไม่ใช่ว่าฉินอ๋องกำลังหาเรื่องลงโทษข้าเพราะบังเอิญมาขัดจังหวะอารมณ์สุนทรีย์หรอกนะ เอ๊ะ หรือเพราะว่าข้าเผลอจ้องหน้าเขาเมื่อกี้นี้!?

ได้โปรดยกโทษให้คนขลาดเขลาเช่นข้าด้วยเถิดท่านอ๋อง!

 





แมวฉินอ๋อง เอ๊ย!


ฉินอ๋อง / อ๋องสี่ / เหวินเสวี่ย

 

เมื่อกี้รีบไปทานข้าว มารดาเร่งยิกๆ อยากจะไปการแสดงรำนางอัปสรา

ตอนนี้ก็เร่งปั่นมาอ่านกันอีกแล้ว เฮ้อ เดินเที่ยวชมปราสาทหินเหนื่อยแสนเหนื่อย

เพราะฉะนั้นจงเม้มให้ผู้เขียนหายเหนื่อยซะดีๆ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.004K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25489 Pimnok2124 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:11
    แมวฉินอ๋อง5555555 ไรทททททท์5555555
    #25,489
    0
  2. #25488 Pimnok2124 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:09
    ฉินอ๋องโคตรเย็นชาเลยชาติที่แล้ว
    #25,488
    0
  3. #25463 ❀;than (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:08
    เจ้าแมวอ๋องง เอ็นดูยัยน้องที่สุด
    #25,463
    0
  4. #25313 Maylyunho (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 09:37
    ทุกคนเห็นเสือ น้องบอกเป็นแมว มันน่ารัก
    #25,313
    0
  5. #24970 blueeyes111 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:05
    ฉินอ๋องแมว555555
    #24,970
    0
  6. #24952 Burning Princess (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 22:19
    เเมว555
    #24,952
    0
  7. #24947 jinhaana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 08:43
    ฉินอ๋องเริ่มสนใจน้องแล้วหรือเปล่าา
    #24,947
    0
  8. #24911 Nice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 20:03

    ออ่านเพลิน แทยลืมหายใจ..👍👍😍😍

    #24,911
    0
  9. #24645 molyarat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 16:17
    น้อนกลัวว
    #24,645
    1
    • #24645-1 .✟Yaoiจัง✟.(จากตอนที่ 4)
      9 มิถุนายน 2563 / 20:17
      ทำไมเรามองรูปฉินอ๋องแล้วนึกถึงเจียงเฉิง😂//มโนบ้าบอตามประสาคนติดในกูซูนาน
      #24645-1
  10. #24621 sedsawa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    อ๋องเเมวท่านนี้น่าเอ็นดูจริงๆ น้องใส่ฟีลเต้อให้อะ!
    #24,621
    0
  11. #24564 R.quartz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:56
    แมวอ๋องของเรา งุ้ย น่าดูเอ็น เอ๊ย น่าเอ็นดูวววว😏
    #24,564
    0
  12. #24352 Fueled me (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 11:34
    เอ็นดูน้องอะ ขี้กลัวไปหม้ด5555555555
    #24,352
    0
  13. #24311 XXXFUXXX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 01:04
    แมวอ๋องงงงง
    #24,311
    0
  14. #24310 Nadia. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:56
    น่ารักกกกกกก
    #24,310
    0
  15. #24284 Neko4869 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 15:17
    กลับอ่านซ้ำอีกรอบบบ
    #24,284
    0
  16. #23923 B.TEm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:29
    แบบ455555555555555 อะไรจะน่ารักน่าเอ็รดูขนาดนี้ ยังมีแอบคิดอีกว่ายมทํตอาจจะมารับ น้องเอ๊ย ป่านนี้เขาไม่มาแล้วลูก 5555555555555 แต่เปรียบเทียบเสียน่ารัก ทำเอาเราเองลุวท่านฉินอ๋องตามน้องไปด้วยเลยค่ะ / แล้วที่มานั่งอยู่ตรงนั้นคือมาแอบมองหรอคะ ฮันแหน่
    #23,923
    0
  17. #23856 chilfull (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 20:35
    น้องดูแลปลงกับชีวิตนะคะ ฮืออออ เอ็นดูเด้อ55555
    #23,856
    0
  18. #23754 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 17:13
    เอ๊ะ ยังไงคะฉินอ๋อง
    #23,754
    0
  19. #23630 benzsu best (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 03:25
    เอาเถอะข้าตายแล้ว555555 แบบปลงสุดชีวิต ทำไมยมทูตไม่รับข้า แบบน้องจิงลูกหนูมาเกิดใหม่ไงลูก

    ตอนนี้ดีใจที่น้องรู้ตัว แต่ชินอ๋องแหมมมมมม
    #23,630
    0
  20. #23568 kallmelnwz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 22:04
    เอ็นดูความปลงเก่งของน้อง น้องลูกกกก
    #23,568
    0
  21. #23544 mininumberone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:45
    น้องลูกกกกกก
    #23,544
    0
  22. #23530 alittletigerp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 07:22
    มีแต่ผู้ชายหรอ
    #23,530
    0
  23. #23441 ข้าวเหนียว_สังขยา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 12:49
    อ่านรอบสองนี่คิดว่าฉินอ๋องน่าจะรู้จั้งแต่เย็บเสื้อนี่ละะะะ
    #23,441
    0
  24. #23334 ใบบุญ​ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 11:05
    อ่านรอบสองงง คิดถึง
    #23,334
    0
  25. #23314 หมาขาวเผาพระอาทิตย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:32
    นี่เป็นแดนดินที่มีแต่เพศชายรึ?
    #23,314
    0