เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ ๒๕ คุณชายเยว่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,705 ครั้ง
    17 ก.ค. 59

ตอนที่ ๒๕ คุณชายเยว่

เจ้าช่างหึงได้รุนแรงยิ่งนัก ขนมนั่นก็มิใช่ว่าฉินอ๋องจะทานเสียหน่อย

“ท่านแม่ ข้ามิได้หึงอันใด ทราบดีว่าคนที่ทานขนมพวกนั้นคือรองแม่ทัพสวินลี่” ข้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อถูกเสียงของมารดาพร่ำบ่นอยู่ในหัวตลอดเวลา ข้าอยากจะเดินเที่ยวเมืองลั่วอย่างสงบสุข ไม่คิดถึงเรื่องนี้อีก ให้หัวมันปลอดโปร่งเสียหน่อย แต่แค่ไม่กี่อึดใจข้าก็ถูกมารดาโจมตีด้วยเสียงแหลมปาดหู อีกอย่างข้าบอกไปแล้วไงว่ามิได้คิดอันใดกับปลาย่างพยายามส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจมูกแมวหนุ่ม เพราะข้าเห็นมาจนชินแล้ว ที่ข้าเผลอปากรั่วพูดออกไปนั้นมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ

ไม่หึงงั้นรึ? เหอะ พูดไปใครจะเชื่อ? เจ้าหึงแม่สาวเกาะอกนั่นจนหัวร้อนถึงพูดจางี่เง่าเช่นนั้นออกไปมิใช่หรือ? เฮ้อ ข้าละสงสารฉินอ๋องจริงๆ ที่ต้องมาถูกเจ้าทำร้ายจิตใจเช่นนี้ เขาต้องนั่งร้องไห้อยู่แน่ๆ

“ข้ายอมรับว่าทำตัวงี่เง่า” ข้าพยักหน้ายอมรับไม่แก้ต่างใดๆ พอมาคิดๆ ดูแล้วตอนนั้นข้าก็ทำตัวงี่เง่าไม่สมกับเป็นข้าจริงๆ นั่นแหละ แต่ทว่าข้าก็พูดความจริง คนรักงั้นรึ? ข้าไม่เคยรับปากว่าเป็นคนรักของเขา เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ หากจะบอกว่าพฤติกรรมของพวกเราในระยะนี้ก็เข้าข่ายคนรักแล้วเหมารวมว่าเป็นเลยมันก็ง่ายเกินไปหรือไม่? การเอาใส่ใจของเขาข้าซาบซึ้งใจแต่ใช่ว่าเขาจะไม่ทำเช่นนี้กับผู้อื่นนี่ ในชีวิตที่แล้วเขาก็ดีเช่นนั้นกับทุกคนที่เป็นคนรักของเขามิใช่รึ? เรื่องนี้ข้าจะไม่ยอมเออออตามง่ายๆ เด็ดขาด ข้าเพียงยอมรับที่จะอยู่กับเขาแต่มิใช่จะถวายตัวให้เขา ข้ามิได้อยากเป็นนายบำเรอของเขา ไม่เลย

นี่เจ้ารู้ตัวด้วยรึว่าทำตัวงี่เง่า หากทำตัวเช่นนี้บ่อยๆ เจ้าจะถูกเขาเบื่อเอาได้!

 ข้ายิ้มรับนิดๆ

“ข้ารู้ตัวดีว่าเป็นคนน่าเบื่อ ช้าหรือเร็วก็ต้องถูกเขาเบื่อหน่ายแน่นอน ดังนั้นอยากจะทำอะไรก็ทำไม่ดีกว่ารึ? ทำในตอนที่เขาตามใจข้าและดีต่อข้า และหากถึงตอนที่เขาไปชอบผู้อื่นในตอนนั้นเขาคงไม่สนใจข้าแล้ว ก็เหมือนกับท่านพ่อ ในตอนแรกนั้นข้าเชื่อว่าเขาชอบท่านแต่นานวันไปก็...” ข้าเว้นวรรคไม่เอ่ยต่อเพราะเกรงว่าจะไปเปิดบาดแผลในใจของมารดา เปลี่ยนไปพูดประเด็นอื่น “เมื่อถึงเวลานั้นข้ากับท่านค่อยไปท่องโลกกว้างด้วยกัน หรืออาจจะไปแก้แค้นให้ท่านแล้วค่อยกลับสกุลเยว่” ข้าบอกเล่าอย่างสงบและปลอดโปร่งยิ่ง ถ้าเขาไปชอบผู้อื่นข้าอาจจะเสียใจ แต่ไม่เศร้าอะไรนักเพราะข้ารู้ดีว่ามันจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงคิดวางแผนหลังจากนี้ไว้หลายๆ แบบ

ข้าเผชิญหน้ากับเรื่องนี้มาหนหนึ่งแล้ว เมื่ออยู่ด้วยกันเขาดีต่อข้าจนหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่นานก็ถูกความจริงโยนใส่หัว เขามิได้ดีต่อข้าคนเดียว และเขาก็คือฉินอ๋องผู้สักวันจะต้องแต่งชายา เหลือเวลาเพียงหนึ่งปีก่อนจะถึงเวลาที่ฉินอ๋องจะเริ่มรับนายบำเรอ ในช่วงนี้ข้าควรเก็บเกี่ยวความสุขให้มากเข้าไว้ กลับค่ายข้าจะไปขอโทษที่ทำตัวงี่เง่าเกินไปหน่อย ส่วนเรื่องคนรักนั้นก็ต้องสะสางให้รู้เรื่อง ให้เขารู้ไว้ว่าข้าจะไม่ยอมเป็นนายบำเรอของเขา

ข้าได้ยินเสียงถอนลมหายใจของมารดา จากนั้นก็ได้ยินเสียงพึมพำของนาง

เขามิใช่คนเช่นนั้นหรอก เขาไม่เหมือนบิดาของเจ้า

“ท่านแม่พูดราวกับว่ารู้จักเขาดีนะขอรับ” ข้าเอ่ยย้อนกลับ รู้สึกว่ามารดาเข้าข้างฉินอ๋องอย่างไรชอบกล อีกอย่างหากว่ากันตามตรงแล้วข้ารู้จักเขาดีกว่าท่านแม่ที่เพิ่งเจอเขาไม่กี่วัน

แม่แค่พูดตามที่เห็น

“จิ้งถิง ร้านนี้แหละ” เสี่ยวชีหันมาบอกกับข้าแล้วชี้นิ้วไปที่ร้านน้ำชาร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง แม้จะมิใช่ร้านใหญ่โตหรือหรูหราแต่ทว่าร้านแห่งนี้ก็ตกแต่งได้สะอาดสะอ้าน แถมยังมีลูกค้ามานั่งไม่ขาดสาย ข้ามองเข้าไปข้างในร้านแล้วถามเสี่ยวชีอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย

“เสี่ยวชี จะมีที่นั่งให้เรางั้นรึ? ดูแล้วน่าจะมีลูกค้านั่งเต็ม”

“ไม่เป็นไรหรอก หากร้านไม่มีที่นั่งเราก็ซื้อไปนั่งกินที่อื่นก็ได้ วันหลังค่อยมานั่งกินขนมพร้อมจิบชาไปด้วย วันนี้เราชิมขนมของทางร้านก่อนว่าจะอร่อยถูกปากหรือไม่”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ ยังเหลือเวลาอีกมาก หากไม่มีที่นั่งเราก็เดินดูอย่างอื่นแล้วค่อยกลับไปที่นัดพบ”

“ตกลง” เสี่ยวชีพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย จากนั้นพวกเราก็เดินเข้าไปในร้านซึ่งปรากฏว่ายังเหลือที่นั่งอยู่พอดี ข้ากวาดสายตาไปมองคนในร้าน ลูกค้ามีแต่เหล่าบุรุษที่ค่อนข้างแต่งกายดี มันก็มิได้แปลกอันใด สตรีมีน้อยพวกนางอาจจะเก็บตัวอยู่ในเหย้าอยู่ในเรือน ส่วนบุรุษก็มีแต่คนที่มีเวลาว่างและเงินทองหน่อยถึงจะมานั่งทานขนมเช่นนี้ได้

เมื่อพวกเราสองคนเข้าไปในร้าน คนในร้านก็ต่างหันมามองพวกเราด้วยสายตาสนใจใคร่รู้ ข้านิ่งเงียบไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา ข้ากับเสี่ยวชีเพิ่งมาเมืองลั่ว เป็นคนแปลกหน้าอย่างแน่นอน การที่พวกเขาจะสนใจก็มิใช่เรื่องที่แปลกอันใด อดทนอีกนิดเดี๋ยวพวกเขาก็ไม่สนใจแล้ว ข้ากับเสี่ยวชีเดินไปนั่งโต๊ะกลางร้านที่ยังเหลืออยู่ตัวหนึ่งพอดี พอพวกเรานั่งตรงกลางร้านยิ่งทำให้ผู้คนในร้านมุ่งสายตามามองพลางซุบซิบกันอย่างถนัดถนี่ ข้าหลุบตามองโต๊ะรอคอยเสี่ยวเอ้ออย่างสงบ ไม่นานมากนักข้าก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุนของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยถามพวกเรา ข้าเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ในหัวของข้าพลันว่างเปล่าด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มผู้นั้นเลิกคิ้วขึ้นมองข้าด้วยแววตาประหลาดใจที่ข้ามีปฏิกิริยาเช่นนั้นกับเขา แต่อีกฝ่ายก็แย้มยิ้มนิดๆ มาให้ ข้าหน้าซีดสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ

ไม่จริง! เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี้!?

“เจ้าจะเอาอะไรงั้นรึจิ้งถิง?” เสี่ยวชีที่สั่งขนมมาจานใหญ่พร้อมกับน้ำชาที่เขาชอบเสร็จแล้วก็หันมาเอ่ยถามข้าที่ก้มหน้านิ่ง ข้าเงยหน้ามองเสี่ยวชีที่เลิกคิ้วมองตอบกลับด้วยสีหน้าร่าเริงไม่เปลี่ยน จากนั้นข้าก็ค่อยๆ สงบใจลงแล้วหันไปมองเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าสบายตาและอ่อนโยน ท่าทางของเขาสุภาพเรียบร้อย เขายิ้มจนดวงตาฉลาดนั้นหยีดูน่ารักน่ามอง

“รับขนมอะไรดีขอรับคุณชาย?”

“เอ่อ...เอาแบบเขาอีกหนึ่ง” ข้าครุ่นคิดอยู่นานก็เอ่ยตอบพลางชี้ไปที่เสี่ยวชีที่ยิ้มแป้น เด็กหนุ่มผู้มีท่าทางสุภาพเรียบร้อยก็เอ่ยรับแล้วทวนรายการที่พวกเราสั่งไปก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในครัว ข้าเหลือบสายตามองตามเขาไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง งั้นหรอกหรือ? อย่างนี้นี่เอง! เขาอยู่ที่เมืองลั่ว! ข้ามือเย็นหน้าซีด รู้สึกใจหายวูบ ข้ารู้จักเด็กหนุ่มคนนั้น ข้ารู้จักเขาดี! เขาคือหนึ่งในนายบำเรอมากมายของฉินอ๋อง!

ลู่ชุน!

ในชีวิตที่แล้วนั้นลู่ชุนถูกฉินอ๋องรับตัวเข้าวังหย่งเฮ่าหลังจากที่ข้าได้เป็นนายบำเรอไม่นาน ฉินอ๋องให้เขามาพักอยู่ที่เรือนของข้าและคอยรับใช้ดูแลข้าร่วมกับเสี่ยวชี ในตอนนั้นข้าเห็นว่าเขาระหกระเหินลี้ภัยมาไกลจากบ้านเกิดจึงเกิดความสงสารและเห็นใจ ข้าดีต่อเขาเป็นอย่างมาก พวกเราทั้งสามคนกลายเป็นสหายรักกัน มีอันใดก็คอยพูดคุยปรึกษากัน ลู่ชุนมีอายุมากกว่าข้าและเสี่ยวชี และบุคลิกของเขาก็ฉลาดสุภาพทำให้เขาเป็นคนคอยให้คำแนะนำพวกเราที่อายุน้อยกว่า แถมลู่ชุนยังเคยเห็นโลกภายนอกมากกว่าพวกเรา เวลาที่ถูกกลั่นแกล้งลู่ชุนก็จะคอยปลอบใจข้า ข้าไว้ใจเขามากจนกระทั่งความสงสารเห็นใจของข้าย้อนกลับมาทำร้ายข้าอย่างเจ็บปวด!

อยู่มาวันหนึ่งข้าเห็นเขาดูไม่มีความสุขจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง คราแรกลู่ชุนอึกอักไม่ยอมพูดข้าจึงเกลี่ยกล่อมจนเขายอมสารภาพออกมาทั้งน้ำตา บอกว่าเขานั้นรักฉินอ๋องและเคยมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ฉินอ๋องประจำอยู่ชายแดน ยามนั้นฉินอ๋องและเขาเป็นคนรักกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งฉินอ๋องกลับเมืองหลวง เมื่อไร้ฉินอ๋องลู่ชุนต้องทนรับการกลั่นแกล้งจากเหล่าสตรีในเมืองที่อิจฉาริษยาเขา จนกระทั่งเรื่องราวบานปลายใหญ่โตลู่ชุนทนไม่ไหวจึงกัดฟันเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อหวังพึ่งคนรักที่เคยสัญญาไว้ว่าจะดูแลเป็นอย่างดี พอมาถึงฉินอ๋องกลับมีท่าทีเย็นชาและส่งให้เขามารับใช้ข้า

ข้าฟังในตอนแรกก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะฉินอ๋องมิเคยเอ่ยหรือพูดกับลู่ชุนเลย ในตอนนั้นข้าเชื่อใจลู่ชุนคิดว่าเขาเป็นสหาย ไม่น่าจะสร้างเรื่องมาโกหกข้า ข้าจึงเอ่ยปลอบใจเขา ลู่ชุนรู้ทันว่าข้าไม่เชื่อเขาจึงเอ่ยเรื่องราวต่างๆ ระหว่างเขากับฉินอ๋องให้ฟัง ท่าทางหรืออาการบางอย่างที่ฉินอ๋องทำ แม้แต่เรื่องส่วนตัวมากๆ ก็ยังล่วงรู้ ข้าอึ้งพูดอะไรมิออก จากนั้นลู่ชุนก็เอ่ยตอกย้ำว่าฉินอ๋องนั้นโปรดทานขนมที่เขาทำเป็นอย่างมาก และพอข้าสังเกตดูมันก็ใช่อย่างที่เขาพูดจริงๆ ในวันที่ข้าเป็นผู้ทำฉินอ๋องแทบไม่หยิบทานด้วยซ้ำ แต่พอเป็นขนมที่ลู่ชุนทำเขากลับหยิบทานไปหลายชิ้น

ข้าได้แต่งุนงงและขุ่นเคืองว่าเหตุใดฉินอ๋องต้องส่งคนรักเก่าของเขามาอยู่ร่วมกับข้า แต่ลู่ชุนก็เอ่ยบอกข้าว่าฉินอ๋องนั้นหมดรักเขาแล้ว และตอนนี้เขาก็มีความสุขดี เขายังบอกอีกว่าเขาดีใจที่ฉินอ๋องโปรดปรานข้าซึ่งเป็นสหายของเขา ข้าเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของลู่ชุนก็รู้สึกสงสารเห็นใจ การที่เห็นคนที่รักเมินเฉยใส่หรืออยู่กับผู้อื่นมันเจ็บปวดมากอยู่แล้ว หากข้ายังใจร้ายต่อเขาอีกคนก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวด และคิดว่ามันเป็นเรื่องในอดีตคงไม่เกิดอันใดขึ้น และลู่ชุนก็ดีกับข้ามาตลอด ดังนั้นข้าจึงทำตัวเป็นปกติ ลู่ชุนเองก็ทำตัวเป็นปกติ คอยรับใช้ข้าไม่เอ่ยถึงเรื่องในอดีตอีก

นานวันไปข้าก็หลงลืมเสียสนิท จนกระทั่งก่อนวันเทศกาลโคมไฟข้าตื่นเต้นที่ฉินอ๋องจะพาไปเที่ยวเทศกาล เสี่ยวชีจึงชวนข้าไปหาซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับเพื่อใส่ไปงาน ตอนแรกข้าไม่อยากไปเพราะมิอยากสิ้นเปลืองเงินทอง แต่เสี่ยวชีและลู่ชุนพยายามคะยั้นคะยอให้ข้าไป ข้าจึงยอมทำตามที่พวกเขาบอก เสี่ยวชีกับข้าไปนอกวังด้วยกันเพื่อหาซื้อผ้าและเครื่องประดับ ส่วนลู่ชุนนั้นต้องคอยรักษาความเรียบร้อยที่เรือน ข้ากับเสี่ยวชีเดินซื้อของกันอย่างเพลิดเพลิน ในตอนนั้นข้าซื้อบะหมี่ของโปรดของลู่ชุนไปฝาก กลัวว่าจะเย็นจึงรีบกลับ และพอกลับมาถึงเรือนที่พักยังไม่ทันได้เดินเข้าไปข้าก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันกระเซ้าเย้าแหย่ ข้ายืนฟังอยู่นาน เสียงมันเบามากแต่ข้าก็จำได้ ข้าจำเสียงของพวกเขาได้

คนหนึ่งคือลู่ชุนและอีกคนคือฉินอ๋อง!

ข้าไล่เสี่ยวชีที่ทำหน้างุนงงไปที่อื่นแล้วก้าวเข้าไปข้างในเรือนด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บ ข้านั่งอยู่ในห้องรับแขกฟังทั้งสองเริงรักกันอย่างเผ็ดร้อนในห้องนอนของข้า ห้องนอนที่เคยเป็นที่ที่ข้ากับบุรุษคนนั้นรักใคร่กัน แต่ยามนี้กลับถูกใช้งานโดยผู้อื่น ข้าแทบสิ้นสติกับเหตุการณ์ตรงหน้า คิดอะไรไม่ออก พูดอะไรก็มิได้ ในหัวของข้าว่างเปล่า มิได้ยินอันใดอีกต่อไป มันขาวโพลนไปหมดทุกสิ่ง ข้านั่งอยู่เช่นนั้นนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฉินอ๋องผลักประตูห้องนอนออกมาด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย พอเขาเดินมาเห็นข้านั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็แสดงอาการตกใจวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ฉินอ๋องเดินมาหาข้าแล้วเอ่ยถามว่าไปไหนมา น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวอย่างผิดปกติราวกับข้าเป็นคนผิด เขาไม่ได้พูดอันใดเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ข้ามองเขาแล้วเหลือบไปมองลู่ชุนที่ก้าวออกมาจากห้องพลางรีบร้อนสวมใส่เสื้อผ้า

เวลานั้นข้าแทบอยากร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อยากจะโวยวายถามพวกเขาว่าทำได้อย่างไร ลับหลังข้าพวกเขาแอบมาลอบพบกันนานเพียงใดแล้ว เห็นว่าข้าโง่เง่างั้นหรือถึงได้ทำเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วข้าทำเช่นนั้นมิได้ การร้องไห้ต่อหน้าฉินอ๋องเป็นเรื่องโง่เขลา เขาเกลียดการร้องไห้ มองว่ามันอ่อนแอน่ารำคาญ เขาเคยเห็นฉินอ๋องหงุดหงิดเมื่อนายบำเรอคนโปรดบีบน้ำตาใส่ และที่แห่งนี้ทุกอย่างเป็นของเขา ฉินอ๋องจะทำอันใดก็ได้ ส่วนข้าเป็นเพียงนายบำเรอผู้หนึ่งไม่มีสิทธิ์มีเสียงที่จะว่ากล่าวเจ้านาย

ข้าใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีพยายามยิ้มแล้วเอ่ยตอบเขา จากนั้นฉินอ๋องก็พูดถึงงานเทศกาล ข้านั้นไม่ได้ยินอะไรเลย กำลังใจทั้งหมดใช้ไปกับการพยายามแขวนรอยยิ้มไว้บนหน้า จนกระทั่งฉินอ๋องเดินจากไป ข้าน้อมส่งเขาแล้วกลับมายืนยิ้มไร้ความรู้สึกอยู่เนิ่นนาน หลังจากฉินอ๋องจากไปลู่ชุนก็วิ่งเข้าร้องไห้ร้องห่มขอโทษข้า ข้านั้นไม่ได้พูดหรือฟังสิ่งใดทำเพียงยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นทำอะไรไปบ้าง รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนในห้องนอนที่เหมือนปกติราวกับเหตุการณ์นั้นเป็นภาพฝัน จนกระทั่งเสี่ยวชีวิ่งเข้ามาบอกข้าว่าฉินอ๋องมีคำสั่งให้ลู่ชุนย้ายไปอยู่เรือนที่ฉินอ๋องมอบให้ กลายเป็นนายบำเรอไปอีกคน ข้าได้ยินก็ระเบิดอารมณ์หลั่งน้ำตาออกมาอย่างขมขื่นใจ

การทรยศจากสหายและชายที่รักมันช่างเจ็บปวดอย่างยิ่ง!

ถึงจะเกิดเรื่องนั้นฉินอ๋องก็ยังอุตส่าห์พาข้าไปงานเทศกาล เขาช่างทำตัวปกติราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น ก็นั่นสินะ ก็ไม่แปลกอันใดที่เขาจะมีผู้อื่น เขามีสิทธิ์ทำอยู่แล้ว ในตอนที่เขามีข้า เขาก็ยังแวะเวียนไปหาผู้อื่น เรื่องนี้ไม่น่าจะแปลกใจอันใดเลย

งานเทศกาลคึกคักรื่นเริงแต่สำหรับข้ามันก็มิได้สนุกอะไรมากมาย ชุดที่ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อสวมใสให้งดงามกว่าผู้อื่นถูกข้าโยนทิ้ง ข้าไม่มีอารมณ์จะแต่งตัว ในเมื่อนายบำเรอทั้งหลายของฉินอ๋องต่างก็แต่งตัวงดงามโดดเด่นกันทั้งนั้น ไม่มีข้าสักคนก็คงไม่เป็นอันใด ผู้ที่มาเที่ยวงานด้วยนั้นถือได้ว่าเป็นนายบำเรอที่โปรดปราน ข้าเป็นหนึ่งในนั้นแต่ทว่าในยามนั้นข้าไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามข้ากลับคิดขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้มีข้าเพียงผู้เดียว ยังมีผู้อื่นที่เขาชอบอยู่อีก วันนั้นข้าคล้ายกับเป็นเด็กน้อยที่ตื่นขึ้นมาจากความฝันแสนสุขมาพบความจริงอันโหดร้าย และมันโหดร้ายยิ่งไปกว่านั้นเมื่อข้าเหม่อลอยจนผลัดหลงจากฉินอ๋องและคนอื่นๆ จนกระทั่งไปเจอกับองค์รัชทายาท...

นับว่าลู่ชุนผู้นี้เป็นจุดเริ่มต้นความเลวร้ายที่ข้าพานพบเลยก็ว่าได้

“ไม่อร่อยหรือ?”

“ไม่ อร่อยดี” ข้าเงยหน้าขึ้นมามองเสี่ยวชีแล้วส่ายหน้าไปมา พยักหน้าเอ่ยชมพลางหยิบขนมมาทาน ขนมของลู่ชุนนั้นอร่อยอย่างแน่นอน

เสี่ยวชียกจอกน้ำชาจิบแล้วมองไปด้านรอบก่อนจะหันมามองข้าพลางส่งสายตาหมั่นไส้ไม่พอใจมาให้ ข้ามองสหายตัวน้อยพลางกะพริบตา ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นอันใด เมื่อเห็นข้าทำหน้างุนงงเสี่ยวชีก็ทำเสียงในลำคอแล้วตีคิ้วเหลือบสายตาไปรอบข้าง ข้าหันตามไปก็เห็นลูกค้าในร้านกำลังมองข้าอยู่ พอข้าหันไปมองพวกเขาก็ทำหน้าเขินอายหลบสายตาไป ข้าหันไปด้านอื่นก็เห็นพวกเขามีอาการคล้ายคลึงกัน คนที่ใจกล้าหน่อยก็ส่งสายตาหมายมาดพลางยักคิ้วเล่นหูเล่นตามาให้ ข้าทำหน้ายุ่งยากใจ หันกลับมาเมินต่อสายตาเหล่านั้น บ้าจริง ใบหน้าเรียกภัยนี่อีกแล้ว!

“ลู่ชุน! ออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงกรีดแหลมดังขึ้นจากหน้าร้าน ข้ากับเสี่ยวชีหันไปมองกลุ่มคนที่ทยอยเดินเข้ามาอย่างอุกอาจระราน ผู้ที่นำกลุ่มนั้นเป็นสตรีนางหนึ่ง ข้าจำนางได้ทันที นางคือสตรีสวมชุดกระโปรงเกาะอก ปลาย่างที่ถูกเจ้าแมวเมินคนนั้นนั่นเอง ด้านหลังของนางมีกลุ่มสตรีเดินตามหลังมาด้วย แม้จะไม่งามเท่าสตรีชุดเกาะอกแต่พวกนางเองก็มิได้ขี้ริ้วขี้เหร่ พวกบุรุษคล้ายจะตกใจอยู่บ้างที่เห็นพวกนาง ท่าทางพวกนางจะมีอำนาจพอตัวจึงทำให้พวกบุรุษที่อยู่ที่นี้แสดงท่าทีหวาดหวั่นออกมา ลู่ชุนที่ถูกเรียกเดินออกมาจากร้านด้วยใบหน้าซีดเผือดอย่างน่าสงสาร

“มีอันใดรึขอรับแม่นางจี?”

“ไหนเจ้าบอกว่าท่านแม่ทัพชอบทานขนมของเจ้า! ตอนข้ายกขนมเข้าไปให้ท่านกลับมิได้เอ่ยอันใดเลย เจ้ากล้าโกหกข้างั้นรึ!?” สตรีสวมกระโปรงเกาะอกหรือ แม่นางจีตวาดเสียงเกรี้ยวกราดห่างไกลจากสตรีอ่อนหวานที่ข้าเห็นในกระโจมยิ่งนัก หรือว่าจะเป็นคนละคนกันเพียงแค่หน้าเหมือน? ท่าทางหาเรื่องของแม่นางจีทำให้ลู่ชุนต้องห่อตัวอย่างน่าสงสารเห็นใจ ข้าเหลือบมองไปรอบๆ เห็นเหล่าบุรุษทำหน้าเอือมระอาต่อแม่นางจี แต่กับลู่ชุนนั้นพวกเขากลับแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจและเวทนาสงสาร

“มิได้ขอรับ ข้าถามทหารจนแน่ใจแล้ว พวกเขาบอกข้าว่าท่านแม่ทัพกินหมดจริงๆ”

“หุบปาก! ยังกล้าโกหกข้างั้นรึ!? ข้าจะสั่งสอนเจ้าที่บังอาจมาทำให้ข้าเสียหน้า!” แม่นางจีผู้นั้นมิได้ฟังความใดนางยกมือขึ้นปล่อยลูกไฟเท่ากำมือหลายลูกพุ่งไปใส่ลู่ชุนที่กรีดร้องอย่างหวาดกลัว คนอื่นๆ นั่งนิ่งไม่กล้าขยับไปช่วยแม้จะมีสีหน้าขุ่นเคืองใจก็ตาม ก็เพราะนางเป็นสตรีอย่างไรเล่า สตรีมีค่ากว่าบุรุษ หากนางได้รับบาดแผลเพียงเสี้ยว คนที่ทำอาจจะโดนปรับเงินหรือจำคุกไปหลายเดือน แม้ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ข้ามองดูด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเป็นการหาเรื่องใส่ตัวเลยแม้แต่น้อย หากอีกฝ่ายเป็นผู้อื่นที่มิใช่ลู่ชุนบางทีข้าอาจจะเข้าไปช่วยเหลือตามกำลังความสามารถ

วินาทีที่ลูกไฟเหล่านั้นจะถูกตัวและใบหน้าของลู่ชุนก็มีชายหญิงชราคู่หนึ่งวิ่งเข้ามาใช้ร่างปกป้องลู่ชุนจนโดนลูกไฟเผาไหม้เป็นจุดๆ สองเฒ่าไม่สนใจที่ร่างกายถูกไฟเผาพวกเขาคุกเข่าโขกหัวให้แก่แม่นางจีแล้วเอ่ยขอโทษแทนบุตรชาย ข้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ที่แท้ก็คือบิดามารดาของลู่ชุนนี่เอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าลู่ชุนที่มีหน้าตาน่ามองจะเป็นบิดามารดาที่หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ ข้ามองไปยังลู่ชุนแล้วเอียงหน้าแปลกใจ ในคราแรกลู่ชุนแสดงความโกรธเกรี้ยวอับอายเมื่อมองบิดามารดาของเขา ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนมาเป็นสีหน้าตกใจน่าสงสารเรียกบิดามารดาพลางสะอื้นไห้ ลู่ชุนร้องไห้ปริ่มขาดใจดูน่าสงสารและเวทนายิ่ง ทำให้เหล่าบุรุษที่อยู่ในร้านเตรียมลุกฮือจะเข้าไปช่วยเหลือ ข้ายิ้มเย็นออกมา อยากจะลุกขึ้นปรบมือชื่นชมฝีมือการแสดงของเด็กหนุ่มผู้สุภาพเรียบร้อยคนนี้เหลือเกิน ช่างแสดงได้สมจริงยิ่งนัก นับถือแล้ว!

แม่นางจีทำเสียงหึอย่างรังเกียจก่อนจะตวัดมือส่งลูกไฟพุ่งไปยังสามพ่อแม่ลูกที่ก้มหัวกอดกันกลมอย่างเวทนาบนพื้น ข้าหลับตาถอนหายใจ ก่อนจะตวัดนิ้วส่งอาณาเขตโปร่งใสไปคลุมลูกไฟพวกนั้นแล้วสั่งให้มันสลายไป แม่นางจีชะงักเมื่อเห็นลูกไฟพลังของนางหายไปต่อหน้าต่อตา นางมองด้วยความงุนงง ก่อนจะกัดฟันโบกมือสร้างลูกไฟซัดรัวไปใส่ครอบครัวลู่ชุน ข้าขยับนิ้วเบาๆ สั่งอาณาเขตให้สลายลูกไฟนั้นอีกครั้ง แม่นางจีเบิกตาค้างอย่างงุนงงและตกใจ ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยอันใดขึ้นมา ข้าก็ลุกขึ้นพรวดแล้วเอ่ยออกไปตัดหน้าเสียก่อน

“แม่นางจีช่างเป็นสตรีที่น่ายกย่องนัก ข้านับถือจิตใจอันสูงส่งของท่านจริงๆ แม้จะโกรธเคืองลู่ชุนเพียงใดก็มิอาจลงมือทำร้ายผู้เฒ่าชราทั้งสองได้ แม่นางจีทั้งงดงามและจิตใจดีงามสมคำเล่าลือจริงๆ” ข้าหันไปพยักหน้ายกมือนับถือให้แก่สาวงามชุดกระโปรงเกาะอกที่มีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ พอข้าเอ่ยไปเช่นนั้นคนอื่นๆ ก็รีบลุกขึ้นชื่นชมคนละคำสองคำ จนกระทั่งแม่นางจีทำอะไรไม่ถูก นางตวัดสายตาขุ่นเคืองมาที่ข้า ข้ารีบยกยิ้มอย่างไว้ท่าทีส่งไปให้ แม่นางจีชะงักแก้มของนางแดงระเรื่อจ้องมองข้าราวกับตกตะลึง ข้าผงกศีรษะทักทายนางแล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“ข้าเดินทางมาไกล พอเข้าเมืองลั่วก็ได้ยินเกี่ยวกับชื่อเสียงดีงามของแม่นาง ยังคิดอยู่ว่าจะมีวาสนาได้พบหรือไม่ มิคิดว่าตัวข้านั้นจะได้พบพานสตรีที่งดงามสูงส่งเช่นแม่นางจี และประจักษ์แก่สายตาว่าเหตุใดทุกคนถึงเอ่ยยกย่องแม่นาง คำเหล่านั้นมิได้เกินจริงเลย วันนี้ข้าช่างโชคดียิ่งนัก”

“เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่ากระไรหรือเจ้าคะ? ท่าทางท่านช่างสง่างามยิ่งนัก ข้ามิเคยเห็นบุรุษใดจะงดงามเช่นนี้มาก่อน ท่านคงมิใช่คนแถวนี้เป็นแน่”

“เช่นที่แม่นางคาดเดา ข้านั้นมาจากเมืองหลวง มีนามว่าเยว่จิ้งถิง”

“อ่า คุณชายเยว่นี่เอง วันนี้ข้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้ว ขออภัยในการเสียมารยาทครั้งนี้จริงๆ เจ้าค่ะ”

“มิได้ๆ ข้าเข้าใจแม่นางดี หากถูกหลอกลวงใครเล่าจะไม่โกรธเคืองบ้าง” ข้าส่ายหน้าเอ่ยเสียงนุ่มนวลมิได้ตำหนิใดๆ แม่นางจีหน้าแดงมองข้าด้วยแววตาชื่นชมมากขึ้น ข้าหันไปมองลู่ชุนที่นั่งหมอบอยู่กับพื้นก็เอ่ยกับเขาน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าคงจะเป็นลู่ชุน การโกหกหลอกลวงผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องมิน่าอภัยอย่างยิ่ง เจ้าจงโขกศีรษะกล่าวขอโทษแม่นางจีเสียเถิด คนผิดย่อมได้รับโทษ แต่ทว่าแม่นางจีมีจิตใจดีงาม หากเจ้าเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจนางย่อมยกโทษให้เจ้าเป็นแน่ แม่นางจีเห็นว่าอย่างไร?” พูดจบข้าก็เห็นไปถามความเห็นของแม่นางจีที่มองข้าแล้วยิ้มอ่อนหวานยั่วยวนมาให้

“อย่างที่คุณชายเยว่กล่าว หากเจ้าเอ่ยขอโทษข้าจะไม่เอาความอันใด”

ลู่ชุนมองข้าพลางส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนทำราวกับว่าเขาเป็นผู้ถูกรังแก ข้ายืนนิ่งไม่รับรู้สายตาเหล่านั้น ลู่ชุนจึงกัดฟันหันไปมองแม่นางจีผู้นั้นอย่างโกรธแค้น เขาลุกขึ้นทำหน้าราวกับถูกผู้อื่นข่มเหง ลู่ชุนเหลือบมองข้าอีกครั้งด้วยความหวังสุดท้าย ข้ายิ้มให้เขานิดๆ แล้วพยักหน้าให้ ลู่ชุนกะพริบตามองข้าก่อนจะทำหน้าราวกับข้านั้นเป็นผู้มาโปรดเขา โอ้ ไม่ใช่เลยไอ้หนู ข้านั่นเป็นจุดเริ่มต้นหายนะของเจ้าต่างหาก! ลู่ชุนโขกศีรษะขอโทษแก่แม่นางจีอยู่หลายครั้งจนหน้าผากเปื้อนเลือดอาบหน้า สตรีกระโปรงเกาะอกถึงพอใจยอมยกโทษให้ ข้าเห็นเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วก็เหลือบไปมองเสี่ยวชีที่นั่งทำหน้าเอ๋ออยู่ พอเห็นข้าเหลือบไปมองเจ็ดน้อยก็ผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งมาหาข้าพลางเอ่ยรับลูกอย่างฉลาดเฉลียว

“คุณชาย บ่าวจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าเช่นนั้นกลับกันเถิดขอรับ”

“อืม” ข้าพยักหน้าแล้วเดินนำออกไปทันทีมิได้พูดอันใดให้มากความ ข้ากับเสี่ยวชีเร่งเดินออกไปจากร้านน้ำชาด้วยสีหน้านิ่งเรียบเป็นปกติ เดินไปได้สักพักก็มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งเอ่ยเรียกข้าเอาไว้ ข้าหันไปมองแล้วแย้มยิ้มเล็กๆ ให้แก่แม่นางจี ก่อนที่นางจะมาถึงตัวข้าก็ยกมือคำนับกล่าวลารวดเร็ว

“หากมีวาสนาต่อกันคงได้พบเจอแม่นางจีอีก” พูดเสร็จข้าก็หันตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตามมาไม่ทัน เดินออกมาไกลจนแน่ใจว่าคนเหล่านั้นมิได้ตามมาอีก เสี่ยวชีที่เดินตามหลังข้ามาก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างตลกขบขัน เขาเบิกตากว้างมองข้าอย่างอัศจรรย์ใจ กวาดสายตามองข้าแล้วพยักหน้าหงึกหงัก

“เจ้าแต่งตัวเช่นนี้ดูสมกับเป็นบุตรชายจากตระกูลขุนนางใหญ่จริงๆ นั่นแหละ รวมกับหน้าตาของเจ้าแล้วน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่คนเหล่านั้นจะเข้าใจผิดได้”

อันที่จริงข้าก็เป็นบุตรชายตระกูลขุนนางใหญ่จริงๆ นี่น่า

เสี่ยวชีเอ่ยชื่นชมข้ายกใหญ่ โดยเฉพาะทักษะตกสาวของข้าว่าดีเข้าขั้นชั้นเซียน ข้ายักไหล่แล้วยิ้มๆ ไม่อยากยอมรับเลยว่าได้ศึกษาเคล็ดวิชาเหล่านี้มาจากรองหัวหน้าเฉิน ชีวิตที่แล้วข้าเห็นเขาเกี้ยวพาราสีสาวอยู่ทุกวี่ทุกวัน กะล่อนไปเรื่อยจนไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน มิทราบว่าควรจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี!

“คุณชายเยว่ขอรับ บ่าวคิดว่าเรารีบเดินเที่ยวต่อแล้วค่อยกลับไปที่เกวียนกันดีกว่านะขอรับ มิเช่นนั้นแล้วอาจจะไม่ทันกาลเอาได้ บ่าวไม่อยากเดินเท้ากลับค่าย” เสี่ยวชีเอ่ยออกมาอย่างล้อเลียนก่อนจะปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ข้าถอนหายใจออกมาแล้วพยักหน้าเอ่ยรับมุกจากเจ็ดน้อย

“นั่นสินะ คุณชายเช่นข้าก็มิอยากเดินเท้ากลับเช่นกัน”

พูดเสร็จข้าก็ยิ้ม ส่วนเสี่ยวชีระเบิดเสียงหัวเราะจนต้องตัวงอ

 

 

 





จริงๆ แล้วก็แต่งเสร็จตั้งแต่เมื่อคืน เอ๊ะ หรือตอนเช้าดีเพราะตีสี่?

รู้สึกง่วงมากก็เลยเข้านอนก่อนแล้วค่อยมาขัดๆ เกลาๆ อีกรอบ

ตอนนี้สถานการณ์ของท่านเริ่มอันตรายขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

จากที่ถูกหนีเที่ยวตอนนี้ถิงถิงดันมาเจอคู่กรณีเก่าจากอดีตอีก

กลับไปค่ายท่านอาจจะงานเข้าหนักยิ่งกว่าเดิมล่ะเจ้าค่ะ

มือเริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ! ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง มิรู้ว่าห่วงยังไงทวงนิยายกันยิกๆ 55555

ขอบคุณสำหรับคนเม้นท์และกดแชร์ให้นะคะ

ปล. นิยายเรื่องนี้เค้าแต่งเองน่า มิได้แปล ผู้แต่งไม่รู้ภาษาจีนสักกะติ๊ด

ลักจำมาจากการอ่านนิยายจีนแปลทั้งหลาย เป็นผู้ชื่นชอบอ่านแนวนี้อย่างยิ่งค่ะ

ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทานด้านนี้ หากมีอะไรผิดก็ต้องขออภัยและช่วยแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.705K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25543 Lin and น้องปีเตอร์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:22
    คุณชายจิ้งถิง ข้าล่ะอยากปรนเปรอปฎิบัติเจ้า! 5555/หยอกๆ
    #25,543
    0
  2. #25410 NEPTUNEL (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:00
    แสบมาก มาว่ะ5555
    #25,410
    0
  3. #25356 Maylyunho (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:12
    นว้องเริ่มสู้คนแล้ว ผู้อ่านใหม่ใจร่มๆน้า เราเคยด่าอ๋องมาแล้ว อย่าเชื่อมุกอย่างที่เห็นจ้า
    #25,356
    0
  4. #25215 Immortal1A (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 18:46
    ใครอ่านมาถึงตรงนี้อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจเลย
    #25,215
    0
  5. #25077 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 18:17
    แค้นแทนวะ อยากให้น้องออกจากชีวิตอ๋องไปเหอะ
    #25,077
    0
  6. #25076 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 18:16
    อ่านตามที่น้องถิงถิงเจอมาเมื่อชีวิตในกาลก่อน

    ชั้นละนั่มทาร์ชั้นหยดแผละ ความจิงเปนอย่างไรไม่รู้ แต่ถ้าได้มีโอกาสกลับมาในอดีตแบบนี้อีกครั้ง นี่กลับอยากให้น้องออกไปใช้ชิตให้สนุก ท่องยุทธภพ อย่าเปนหนึ่งในชายบำเรอซ้ำรอยเดิมเลย ปวดใจแทน ไม่ชอบอ๋องแล้วอะ😔
    #25,076
    0
  7. #24792 kimleehyun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 07:32
    เวลาและประสบการณ์จะสอนให้คนรู้จักปกป้องตัวเอง
    #24,792
    0
  8. #24744 molyarat (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:47

    พูดถึงอดีตทีไรแล้วแค้นแทนน้อง
    #24,744
    0
  9. #24702 sedsawa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 01:02
    น้องร้ายยยยยย5555555
    #24,702
    0
  10. #24386 Fueled me (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:14
    ฮึ้บไว้ก่อน แต่ชาติที่แล้วท่านอ๋องใจร้ายมากอะ คนทางนี้คือยุบหนอพองหนอ ท่องเอาไว้ อ้ายมีเหตุผลๆๆๆ
    #24,386
    0
  11. #23963 munkrishear (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 16:01
    ทำไมชาติก่อนท่านอ๋องใจร้ายจัง แต่ใจร้ายแบบมีเหตุผลมั้ยย
    #23,963
    0
  12. #23868 Redtktk (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:50
    ทุกคนอย่าพึ่งว่าท่านอ๋องของเรา อย่าตัดสินคนที่มุมเดียว5555
    #23,868
    0
  13. #23840 bonuszy08 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 15:48
    เราสงสารถิงถิงชีวิตที่แล้วมากอ่ะ ดีแล้วที่น้องตายจะได้หลุดพ้นจากจนใจร้าย ตอนนี้รู้สึกโกรธอ๋องแมวมาก ชีวิตใหม่นี้ต้องไม่อ่อนแออีกนะถิงถิง เอาคืนทุกคนที่ทำไม่ดี รวมถึงอ๋องด้วย เอาคืนให้หนักเลย
    #23,840
    0
  14. #23783 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 20:11
    สงสารน้องชาติที่แล้ว ต้องเจ็บขนาดไหนนะนั่งฟังคนรักตัวเองมีอะไรกับเพื่อน แถมยังกลั้นน้ำตาฝืนยิ้มให้อีก เจ็บจนจุกแทนน้องมาก น้องเข้มแข็งมากจริงๆ

    อ๋องนี่ยังไงอะ จะบอกว่าประชดนี่ก็คิดว่าวิธีมันเลวมากนะ
    #23,783
    0
  15. #23317 Honery (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:53
    กลับมาอ่านหลังจากที่ไม่ได้อ่านนานมาก5555 ลืมหมดเลย สรุปคือชาติก่อนอ๋องเลวจริงเหรอ ทำไมมมม แมวมึนของเราหายไปไหน
    #23,317
    0
  16. #23248 Praeguy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 16:14
    ก็สมควรแล้วนี่น้องจะไม่เชื่อใจ ดูจากอดีตนี่คือเป็นนี่ก็ไม่ทนเลยนะแต่นั่นแหละน้องรักมากๆแล้วก็เป็นคนดีจริงๆ อาจจะมีอะไรเข้าใจผิดแต่น้องตอนนั้นอะ น้องเห็นแบบนั้นไปแล้ว แมวก็ไม่พูดอะไรทำแต่ละอย่างมันน่าดีใจมากๆเลยมั้ง สงสารน้องอะเปนร้องไห้;-;
    #23,248
    0
  17. #22904 Peach9 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:01
    ท่านอ๋องในชาติที่แล้วบับ...
    #22,904
    0
  18. #22738 ❀ than. (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    น้องถิงถิงน่ารักขนาดนี้ ทำไมในชาติที่แล้วถึงมีแต่คนรุมทำร้ายนัก อยากรู้ใจอ๋องเหมียวๆ จริงๆ ทำไมถึงทำแบบนั้น ถ้าไม่รักไม่ต้องมาแคร์ไม่ต้องดีกับลูกฉัน(ในชาตินี้เลยนะ)
    #22,738
    0
  19. #22615 DKdabble (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:00
    อดีตน้องน่าสงสาร ;-; โอ๋นะคับคนเก่ง อยากรู้ใจท่านอ๋องในอดีตเหลือเกิน
    #22,615
    0
  20. #22403 trp1021 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 03:02
    เสี่ยวซีนี่สหายจริงหรือเปล่า

    มันเป็นความรู้สึกตะหงิดแบบ...เธอคือเพื่อนประเภทไหนกัน
    #22,403
    0
  21. #22271 peachy_j (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:28
    สงสารน้องมาก เจ็บจนจุก เป็นเราก็จะทำแบบน้อง อาจจะไม่ให้โอกาสเลยด้วยซ้ำ ฮือ กลัวซ้ำรอยเดิม
    #22,271
    0
  22. #22153 Xialyu (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:41
    ท่านอ๋องบางทีก็ช่างเหลือทน
    #22,153
    0
  23. #22097 A T O M Y (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:02
    โอ้ยน้องงง ขนานเรายังทั้งเจ็บทั้งจุก
    #22,097
    0
  24. #22047 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 05:20
    ทั้งเจ็บทั้งจุก คือแบบบางทีก็คิดว่าน้องอาจจะเข้าใจผิดนะ แต่ท่านอ๋องก็เล่นไม่แก้ตัวอะไรเลย คือมันเจ็บมากนะเว้ย น้ำตาซึมเลย T^T
    ความจริงทุกอย่างมันก็อาจจะไม่ได้เป็นตามสิ่งที่เห็นหรือได้ยินหรอก แต่ถ้าไม่บอกความจริง ไม่คุยกันเลยแล้วใครจะรู้ล่ะ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าที่จะตรัสรู้ได้นะเว้ย เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่ก็เลิกลากันเพราะความเข้าใจผิดนี่แหละ คิดดูสิว่าน้องต้องเจออะไรขนาดไหน ถึงได้รู้สึกว่าท่านอ๋องชอบคนอื่นๆเหมือนที่ชอบตัวเอง ไม่เคยรักน้องเลย และรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขนาดนั้น
    ก็คิดแล้วแหละว่าน้องต้องเจออะไรมาเยอะจริงๆถึงได้เด็ดขาด แล้วก็ปลงขนาดนี้ ตอนนี้ความเชื่อใจท่านอ๋องอยู่ในระดับสั่นคลอนค่ะ หากท่านยังไม่ยอมบอกความจริงกับน้องแล้วทำให้น้องเชื่อใจได้ เราจะเชียร์น้องกลับตระกูลเยว่แล้วยกพลมาถล่มประเทศท่านและล้างแค้นตระกูลฝั่งพ่อและอิพวกนายบำเรอทั้งหลายในอดีตของท่านค่ะ!!!(โดยเฉพาะคุณชายหมิง แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้า(?)แต่รู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยสุดๆ)//โทษค่ะอินไป(ไม่)หน่อย5555
    #22,047
    0
  25. #21928 lills (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 15:23
    ชาติก่อนน้องเจ็บอะแงง แต่ตอนนี้ดีแล้วๆๆๆน้า
    #21,928
    0