เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 26 : ตอนที่ ๒๖ เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,798 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

 ตอนที่ ๒๖ เผชิญหน้า

ข้าเดินชมของที่พ่อค้านำมาวางจำหน่ายอย่างตื่นตาตื่นใจ มีของแปลกๆ ใหม่ๆ มากมาย สมแล้วที่เป็นเมืองแถบชายแดนที่มีคนต่างแคว้นสัญจรผ่าน แม้จะเดินดูเพลิดเพลินแต่ทว่าในใจของข้านั้นก็ยังรู้สึกกังวล และครุ่นคิดเกี่ยวกับลู่ชุนผู้นั้นอยู่ เขาอยู่ที่เมืองลั่วใกล้กับค่ายทหารเป่าอี้ แล้วอะไรที่ทำให้เขาได้พบกับฉินอ๋องกัน? หรือว่าฉินอ๋องเข้ามาในเมืองลั่วแล้วพบเขา? หากเป็นเช่นนั้นจริงมิสู้ใกล้ชิดกับแม่นางจีผู้นั้นมิดีกว่ารึ? พูดในแง่ความงามแล้วแม่นางจีกินขาดเชียวล่ะ และข้าก็ติดใจแววตาโกรธเกรี้ยวของลู่ชุนที่มองบิดามารดาตอนมาช่วยเหลือเขาจากลูกไฟเหล่านั้น เหตุใดจะต้องโกรธด้วย? หรือว่ามันจะมีอะไรมากกว่าการกลั่นแกล้งธรรมดา ข้ารู้สึกไม่ไว้วางใจเอาซะเลย

“เสี่ยวชี ข้าเพิ่งรู้ตัวว่าลืมของที่ร้านน้ำชา ประเดี๋ยวข้าจะกลับไปเอาของก่อน ฝากเจ้าช่วยนำของเหล่านี้ไปที่เกวียนที แล้วข้าจะตามไปทีหลัง”

“ได้ๆ เจ้ารีบกลับมาเล่า ประเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ได้เดินเท้าเปล่ากลับค่าย”

“รู้แล้ว ข้าจะรีบไปรีบกลับ”

หลังจากซื้อของทำขนมเสร็จข้าก็เอ่ยขอแยกตัวกับเสี่ยวชี เสี่ยวชีพยักหน้า รับของจากข้าแล้วเดินไปรอที่จุดนัดพบ ข้าจดจำเส้นทางกลับไว้ในหัวแล้วหันหลังเดินไปยังร้านน้ำชาของลู่ชุน มันช่วยไม่ได้ที่ข้าจะไม่ไว้ใจลู่ชุนผู้นั้น หึ ชีวิตที่แล้วโดนมันหลอกใช้เป็นไม้เสียบปลาย่างจนแมวโฉบไปกินต่อหน้า ข้าเดินมาถึง เห็นร้านน้ำชาร้านนั้นปิดไปแล้ว จึงเดินยิ้มๆ ไปถามคนแถวนั้นว่าเกิดอันใดขึ้นเหตุใดร้านถึงได้เปิดตั้งแต่หัววันเช่นนี้ พวกเขาก็บอกข้าว่าเจ้าของร้านถูกอันธพาลทำร้ายจนต้องปิดร้าน สีหน้าแววตาชาวบ้านมีความเห็นอกเห็นใจและเป็นห่วง อือหือ? ลู่ชุนผู้นี้มิธรรมดาจริงๆ เลย!

ข้าเดินวนอยู่หน้าร้านคิดไปคิดมาว่าจะเข้าร้านอย่างไรดี แต่ยังไม่ทันจะได้ปีนรั้วแอบย่องเข้าไปสืบ เด็กหนุ่มดวงหน้าหวานผู้เรียบร้อยซึ่งมีสีหน้าซีดเซียวก็เปิดประตูออกมาแล้วส่งเสียงเรียกข้า ที่หน้าผากของเขามีแผลที่พันผ้าอยู่รอบหัวดูอาการร้ายแรงยิ่ง

“คุณชายเยว่ มีอันใดหรือขอรับ? วันนี้ข้าปิดร้านแล้วต้องขออภัยจริงๆ”

เป็นลู่ชุนผู้นั้นนั่นแหละ!

ข้าคิดในหัวอย่างรีบเร็วแล้วเอ่ยตอบออกไปพลางมองเขาด้วยความเป็นห่วง

“ต้องขออภัยจริงๆ ข้าเพียงแวะมาดูเจ้าด้วยความเป็นห่วง อาการหนักมากรึถึงได้ปิดร้านเช่นนี้? บิดามารดาเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง แผลไฟไหม้มิใช่เรื่องเล็กน้อยเลย”

“ขอบคุณคุณชายเยว่ที่เป็นห่วงพวกข้า เพราะได้คุณชายจึงรักษาร้านแห่งนี้ไว้ได้ มิเช่นนั้นแม่นางจีผู้นั้นคงลงมือ...” ลู่ชุนตาเป็นประกายก่อนจะเอ่ยขอบคุณข้าน้ำเสียงหวานใส จากนั้นก็แสร้งทำหน้าสลดหดหู่ ร่างกายสั่นเทาเอ่ยเสียงแผ่วเบาแล้วขาดช่วงไปราวกับกำลังหวาดกลัวจริงๆ ข้ากะพริบตาปริบๆ รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ลู่ชุนผู้นี้ช่างมีฝีมือในการเสแสร้งยิ่งนัก เมื่อชีวิตที่แล้วข้าจะเพลี่ยงพล้ำให้ก็มิแปลกอันใดเลย แต่ไม่ใช่ตอนนี้อย่างแน่นอน ข้ารู้ไส้ในของมันดี! ข้าพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบาแล้วกล่าวลา

“หากเจ้ามิเป็นไรแล้ว งั้นข้าขอลา หากมีโอกาสจะแวะเวียนมาชิมขนมร้านของเจ้าใหม่ น่าเสียดายที่ข้าได้ทานเพียงชิ้น ยังมิได้รับรสอันใดเลย เฮ้อ ขอตัวก่อน” ข้ายกมือประสานผงกศีรษะอย่างมีมารยาทแต่ก็ถือดีอย่างพวกคุณชายตระกูลใหญ่เขาทำกัน แม้จะสุภาพแต่ก็มิยอมลดตัวลงไปเทียมเท่าอีกฝ่าย ก่อนที่ข้าจะหันตัวกลับเสียงอึกอักในลำคอของลู่ชุนก็เอ่ยรั้งข้าเอาไว้เสียก่อน ข้าแสร้งหันไปมองแล้วยกคิ้วเป็นเชิงถาม ลู่ชุนหลบสายตาของข้าแล้วเอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัดเขินอาย

“คุณชายเยว่ประเดี๋ยวก่อน หากไม่รังเกียจเชิญคุณชายเยว่เข้ามาข้างในบ้านข้าก่อน วันนี้ปิดร้านเร็วจึงเหลือขนมอยู่พอสมควร คุณชายเยว่เป็นผู้มีพระคุณต่อครอบครัวของข้า ขนมเล็กน้อยเหล่านี้ยินดียกให้คุณชายขอรับ”

“อ่า จะดีรึ? ของซื้อของขายเช่นนี้ ข้าเกรงใจนัก”

“มิได้ขอรับ ลู่ชุนแม้จะมิได้ร่ำรวยเงินทองแต่ทว่าหากตอบแทนผู้มีพระคุณได้ ไม่ว่าอันใดย่อมสามารถตอบแทนให้ได้ เอ่อ...หากคุณชายต้องการ”

ข้ายืนตัวแข็งทื่อพร้อมกับขนลุกเป็นพักๆ ไอ้ประโยคนี้นี่มันอันใดกัน!? แล้วท่าชายตาชมดชม้อยนั้นอีก? นี่ลู่ชุนผู้นี้กำลังสื่อเป็นนัยๆ ให้ข้าอยู่ใช่หรือไม่? หากเป็นบุรุษผู้อื่นต้องเคลิบเคลิ้มหลงใหลในท่าทีเขินอายไร้เดียงสาของเขาไปแล้ว แต่นี่เป็นข้า มีเพียงขนลุกซู่เท่านั้นแหละ เจ้าในสายตาข้ามิได้น่ารักอันใดเลย สู้แม้แต่ปลายเล็บของเจ้าแมวก็มิได้ เจ้าแมวของข้าน่ารักกว่าเยอะ! แต่ทว่านี่เป็นโอกาสเข้าไปสืบค้นเบื้องลึกเบื้องหลังของใบหน้าสุภาพอ่อนโยนนั้น ข้าจึงยิ้มรับความมีน้ำใจอันเหลือหลายของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดผู้นี้ ข้ากล่าวขอบคุณพร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาทราบความนัยที่เขาส่งมา ลู่ชุนเขินจนหน้าแดงก่ำหลบตัวเข้าไปในร้านเพื่อนำข้าเข้าไปในบ้านของเขา

ข้าเดินตามเขาไประหว่างนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อสังเกตสังกาอย่างระมัดระวัง ลู่ชุนพาข้าเดินไปลึกถึงในตัวบ้านของเขา ด้านหน้านั้นสร้างเป็นร้านน้ำชาส่วนด้านหลังเป็นบ้านที่อยู่อาศัย ดูจากร้านและบ้านข้าว่าลู่ชุนผู้นี้มีฐานะดีพอตัว ลู่ชุนให้ข้านั่งอยู่ที่ห้องรับแขกซึ่งมาโต๊ะเล็กๆ เก้าอี้สี่ตัว ข้ามองไปโดยรอบคาดเดาว่านี่น่าจะเป็นห้องนั่งเล่นและห้องทานข้าวด้วยเป็นแน่ ลู่ชุนเอ่ยขออภัยเรื่องบ้านคับแคบ ข้ายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมมาให้แก่ข้า

คล้อยหลังลู่ชุนข้าก็หันซ้ายหันขวามองอย่างถนัดถนี่ อืม ข้าวของในบ้านหรือร้านนั้นมีอยู่น้อยเกินไปจริงๆ ตอนแรกข้าคิดว่ามันเป็นการตกแต่งในแบบเน้นน้อยแต่สบายตา แต่จริงๆ แล้วมันกลับมิใช่เช่นนั้น เห็นได้ชัดว่ามีการขนย้ายข้าวของราวกับพวกเขาจะย้ายที่อยู่อย่างไรอย่างนั้น หรือว่าจะย้ายหนีแม่นางจีผู้นั้น? นี่เขามั่นใจว่าแม่นางจีจะทำลายข้าวของในร้านและบ้านของเขาอย่างนั้นเหรอ? หรือว่าเพราะเหตุผลอื่นอีก?

“มาแล้วขอรับ ข้านำชาอู่หลงร้อนๆ มาให้ด้วย”

ข้าลุกขึ้นพร้อมกับรับถ้วยน้ำชาด้วยสองมือตามมารยาทแขกที่ดี แต่ทว่ากลับไปสัมผัสปลายมือของลู่ชุนเข้า ข้ากะพริบตาปริบๆ ชำเหลืองมองอีกฝ่ายที่หลบสายตาแก้มระเรื่อขวยเขิน ประเดี๋ยวก่อนไอ้หนู นี่ข้ามิได้จะกินเต้าหู้เจ้าเลยสักนิด เจ้ากลับยัดเหยียดข้าให้กินหรอกหรือ? ข้ายิ้มๆ แต่ในใจสุดจะทนกับมารยาของเจ้าเด็กหน้าใสใจคดผู้นี้ ข้านั่งลงมองขนมบนจาน อ่า หากข้าทานเข้าไปจะมีพิษหรือยาเสน่ห์อะไรพรรค์นี้หรือไม่? มิใช่ว่าเจ้าเด็กที่มีแค่หน้าซื่อผู้นี้วางยาปลุกกำหนัดเพื่อทำการจับบุรุษอย่างพวกเหล่านกหงส์เอ่ยกันบ่อยๆ หรอกนะ ข้ากลัวจนไม่กล้าหยิบมันขึ้นมาทาน ได้แต่นั่งมอง ลู่ชุนนั่งยิ้มเอียงอายอยู่ด้านข้างพยายามเอ่ยให้ข้าหยิบขนมขึ้นมาทาน

เวรกรรม! ข้าจะทำอย่างไรดี!?

ข้าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบขนมขึ้นมาพลางเหลือบมองไปยังลู่ชุนที่มองข้าด้วยดวงตาหมายมาด บัดซบ! เจ้านี่ใส่เข้าไปจริงๆ งั้นรึ!? บ้าเอ๊ย! ข้าเริ่มเหงื่อตกแล้วละ ใครจะไปคิดว่าลู่ชุนผู้นี้จะหันมาเพ่งเล็งข้ากันเล่า? จริงๆ แล้วเจ้าชอบบุรุษหน้าตาเช่นนี้หรอกหรือ!? ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ก่อนที่ข้าจะได้เอาขนมเคลือบยาเข้าปาก ข้าก็เหลือบไปเห็นสองผู้เฒ่าเดินออกมาจากห้องของพวกเขา ลู่ชุนหันไปมองพลางขมวดคิ้วไม่พอใจ  ข้าแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะมือไวสับเปลี่ยนขนมในมือกับขนมที่ข้าหยิบไปในครั้งแรกที่มา กัดกินคำหนึ่งแล้วเงยหน้ามองสองผู้เฒ่าอย่างแปลกใจ ข้าลุกขึ้นคำนับพวกเขาอย่างมีมารยาท

“อ้าว คุณชายผู้นั้นนี่เอง”

“รบกวนท่านผู้เฒ่าแล้ว ข้ากลับมาดูพวกท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ทราบว่าบาดแผลไฟไหม้ของพวกท่านดีขึ้นหรือไม่?” ข้าผงกศีรษะแล้วเอ่ยถามไปตามมารยาท ตามองสองเฒ่าที่เป็นบิดามารดาของลู่ชุน จากที่เห็นพวกเขายังสวมใส่เสื้อผ้าตัวเดิมที่ไหม้ ซ้ำยังมิได้ทายาหรือรักษาแผลไหม้ใดๆ เลย พอพวกเขาเดินเข้ามาก็ได้กลิ่นเนื้อไหม้เหม็นฉุนกึก ข้าแอบเหลือบไปมองลู่ชุนที่มีสีหน้าดำคล้ำอย่างไม่น่าดู ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนสีหน้าหันมาเอ่ยกับข้าอย่างน่าสงสาร

“บ้านข้าไม่มียารักษาแผลไฟไหม้ หากออกไปซื้อยามนี้ก็เกรงว่าจะถูกคนเหล่านั้นมาหาเรื่องอีก ข้าจึงคิดว่าดึกสักหน่อยค่อยออกไปซื้อนะขอรับ”

ถ้าไม่มียาก็หาเสื้อผ้าใหม่ให้บิดามารดาของเจ้าใส่หน่อยสิพ่อคนน่าสงสาร!

“อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง” ข้าพยักหน้าหงึกหงัก ทันใดนั้นเสียงเหอะของมารดาข้าก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับชมเชยลู่ชุนด้วยวาจาอันดุเดือด ข้าแอบพยักหน้าเห็นด้วยกับนาง ก่อนจะมองไปยังบิดามารดาของลู่ชุนที่ก้มหน้าก้มตาอับอายกับสภาพของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังทำอันใดมิถูกเมื่อบุตรชายส่งสายตาน่ากลัวไปให้ ข้าถอนหายใจแล้วเอ่ยถามมารดา ท่านแม่ทำเสียงในลำคอเอ่ยรับอย่างเวทนาสองผู้เฒ่า

เจ้าจะรักษาพวกเขาก็ทำเถิด ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เฮ้อ

“หากไม่รังเกียจข้าจะช่วยรักษาบิดามารดาของเจ้าให้”

“เอ๋? คุณชายเยว่ทำได้งั้นหรือขอรับ?” ลู่ชุนทำตาโตมองข้าอย่างคาดหวัง ข้ายิ้มแล้วพยักหน้ารับเอ่ยบอกว่ามันเป็นพลังวิเศษของข้าเอง ลู่ชุนทำตาโตด้วยความตื่นเต้นก่อนที่นัยน์ตาของเขาจะยิ่งประกายความหมายมั่นมากขึ้นกว่าเดิม ข้ามิได้แปลกใจอันใดเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วพลังรักษานั้นเป็นพลังที่มีค่าและหายาก ซึ่งคนที่มีพลังนี้ไม่ร่ำรวยมากก็ต้องเป็นคนจากตระกูลเก่าแก่ อืม จะว่าไปแล้วรองหัวหน้าเฉินผู้นั้นอาจจะเป็นบุตรชายจากตระกูลเก่าแก่ก็เป็นไปได้

ข้าโบกมือสะบัดชายแขนเสื้อพัดผ่านไปที่สองผู้เฒ่าซึ่งยืนคู่กันอยู่ไม่ใกล้ กระบวนท่านี่ของข้าช่างงามสง่าจริงๆ! เลียนแบบมาจากเจ้าแมวล้วนๆ เลย ลู่ชุนมองข้าด้วยแววตาชื่นชมล้นปรี่ ข้าส่งอาณาเขตที่มีขนาดใหญ่มากพอสำหรับคนทั้งสองไปยังสองผู้เฒ่าแล้วออกคำสั่งรักษา เป็นครั้งแรกที่ข้าใช้มันรักษา อืม เป็นการลองวิชาไปด้วยในตัว เพียงพริบตาเดียวบาดแผลที่ถูกไฟไหม้ก็ถูกรักษาอย่างหมดจดไม่มีเหลือ ครอบครัวสกุลลู่อ้าปากค้างอย่างอัศจรรย์ใจ เฮ้อ ขนาดข้ายังอดที่จะทึ่งในพลังของตนเองมิได้ นี่มันกล่องสารพัดประโยชน์ชัดๆ!

ก่อนที่สองผู้เฒ่าจะทันได้กล่าวอันใดกับข้าลู่ชุนก็พุ่งเข้าไปกอดบิดามารดาของเขาพลางเอ่ยยินดีทั้งน้ำตา แหม ช่างสมจริงจนข้าเกือบเชื่อไปแล้วเชียว หากมิได้เห็นสายตาน่ากลัวเมื่อครู่ของเขาล่ะก็นะ ลู่ชุนเอ่ยดีใจก่อนจะหันมาพูดกับข้าเพื่อขอตัวพาบิดามารดาไปเก็บ เอ๊ย พาเข้าไปพักผ่อนที่ห้อง ข้าพยักหน้ายิ้มๆ แล้วนั่งลงที่เดิมพลางกัดขนมกินเงียบๆ อย่างไม่มีพิรุธใด ลู่ชุนเห็นข้านั่งลงกินขนมเช่นเดิมก็ถอนหายใจแล้วลากบิดามารดาเข้าห้องไป ข้าเงยหน้าขึ้นมองส่งกล่องอาณาเขตตามพวกเขาเข้าไปในห้อง จากนั้นก็สั่งให้กล่องนั้นดักฟังพวกเขาคุยกัน แหม ช่างเป็นกล่องสารพัดประโยชน์ที่โคตรโกงจริงๆ! มิแปลกใจเลยที่พลังนี้สามารถทำให้สกุลเยว่ก้าวขึ้นเป็นสกุลอันดับหนึ่งของแผ่นดินได้!

ข้าตั้งใจฟังพวกเขาสามพ่อแม่ถกเถียงกัน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลู่ชุนที่เกรี้ยวกราดใส่บิดามารดา สองเฒ่านั้นพยายามโน้มน้าวไม่ให้บุตรชายทำอะไรข้าผู้มีพระคุณ โฮ ข้านี่มองมันได้ทะลุจริงๆ นึกแล้วว่าขนมพวกนี้จะต้องเล่นตุกติกเอาไว้แน่ ดีนะ ที่ข้าสับเปลี่ยนมากินขนมของตนเอง ลู่ชุนไม่ฟังความบิดามารดาเขากล่าวหาว่าบิดามารดาขัดขวางแผนการแรกในการเข้าไปใกล้ชิดฉินอ๋อง ข้าเบิกตากว้างอย่างตกใจ ที่แท้เจ้าเด็กไร้ยางอายนี่ก็เล็งเจ้าแมวของข้าไว้จริงๆ! เขาหมายจะใช้แม่นางจีมาทำร้ายเขาทำลายบ้านและร้าน แล้วเขาก็จะไม่มีที่อยู่จากนั้นก็จะขอไปพึ่งค่ายทหารเป่าอี้ซึ่งรู้จักกับทหารที่นั้นหลายคน พอไปอยู่ในค่ายก็จะใช้โอกาสนี้เข้าไปใกล้ชิดฉินอ๋องด้วยการเป็นคนรับใช้ส่วนตัว ประเดี๋ยวก่อนไอ้หนู! หากต้องการรับใช้เจ้าแมวเจ้าต้องถามข้าเสียก่อนว่ายอมหรือไม่!? นี่วางแผนไว้เป็นฉากๆ เลยนะ สมแล้วที่เป็นเจ้าลู่ชุน! ตลอดช่วงที่แอบฟังข้าโมโหไม่รู้ตั้งเท่าไร สุดท้ายก็ต้องขนลุกเกรียวเมื่อลู่ชุนคิดว่าแผนแรกในการจับฉินอ๋องล้มเหลว จึงเปลี่ยนเป็นแผนสำรองคิดจะจับข้าแทนเสียนี่ ข้าได้ยินเขาพูดแล้วอยากอาเจียนขนมที่กินเข้าไป

บ้าเอ๊ย! อร่อยเพียงใดข้าก็จะไม่กินมันแล้ว!

ข้ามองขนมเหล่านั้นกลายเป็นของเน่าเหม็นมีหนอนชอนไช น่าจะได้เวลากลับแล้วละ ข้ารีบร้อนลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินออกไป แต่ลู่ชุนกลับเดินเข้ามาหาข้าซะก่อน แย่แล้ว! ข้าตกใจที่เห็นอีกฝ่ายจนสะดุดเท้าตนเองเกือบจะหกล้ม ลู่ชุนแสร้งตกใจแล้วปรี่เข้ามาหาข้าอย่างรวดเร็ว ข้าตะโกนเสียงดังลั่นในใจว่าอย่าเข้ามา! แต่มันก็เป็นเสียงในใจที่อีกฝ่ายมิได้ยิน เจ้าเด็กหน้าซื่อๆ เข้ามาพยุงตัวข้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

“คุณชายเยว่ เหตุใดหน้าของท่านถึงซีดเซียวเช่นนี้เล่า เป็นอันใดมากหรือไม่?”

ซีดก็เพราะกลัวเจ้านั่นแหละ!

ลู่ชุนดึงตัวข้าเข้าไปหาเขา ข้านี่แทบร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง ม่ายยยยยย! หยุดนะ! สีหน้าท่าทางของลู่ชุนมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก มันยิ่งทำให้ข้าขนลุกยิ่งกว่าเดิม ข้าพยายามขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธว่าไม่เป็นอะไรมากและขอตัวกลับ

“ข้าไม่เป็นอันใด เพียงสะดุดหกล้มเท่านั้น วันนี้ต้องขอตัวกลับก่อน” ข้าดึงตัวเองออกมาจากลู่ชุนแล้วรีบเร่งเดินออกไปจากบ้านแสนอันตรายนี่ ข้าตื่นตกใจจนเหงื่อไหลพราก ก่อนที่ข้าจะก้าวเท้าออกไปจากบ้านก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของลู่ชุนดังขึ้น และยังมีเสียงของบุรุษหลายคนพูดเหวกโหวกทำนองว่าจะทำร้ายลู่ชุน ข้าหยุดชะงักฝีเท้าแล้วขมวดคิ้ว

“คุณชายเยว่ ช่วยข้าด้วยขอรับ! มีคนจะทำร้ายข้า!

ข้ากะพริบตาปริบๆ งุนงงว่าผู้ร้ายพวกนั้นบุกเข้ามาทางไหน แต่เมื่อได้ยินเสียงบุรุษเอ่ยวาจาหยาบโลนลามกจะเข้าไปทำมิดีมิร้ายลู่ชุนจริงๆ ข้าก็วิ่งกลับไปด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง หรือว่าแม่นางจีจะส่งคนมาเล่นงานลู่ชุนจริงๆ? ข้าวิ่งไปตามเสียงกรีดร้องและเสียงของผู้ร้ายจนไปถึงห้องนอนห้องหนึ่งในบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นห้องนอนของลู่ชุน ข้าชะงักเท้ารู้สึกลังเลและสังหรณ์ใจเอามากๆ แต่พอได้ยินเสียงคนร้ายข้าก็ตัดสินใจถีบประตูเข้าไปช่วย เอาละ ถึงแม้เขาจะเคยทำร้ายข้าแต่ทว่าข้าก็มิได้อยากให้เขาถูกรุมโทรมหรอกนะ มันโหดร้ายเกินไป พอข้าเดินเข้าไปในห้องก็ต้องงุนงง แทนที่จะเห็นภาพลู่ชุนกำลังถูกรังแกโดยบุรุษหลายคน แต่สิ่งที่ข้าเห็นกลับเป็นหนุ่มน้อยในสภาพไร้อาภรณ์นอนอยู่บนเตียงแทน แล้วไหนเล่าคนร้าย!? ข้าหันหาคนร้ายที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ในห้องอย่างระแวงระวัง 

“คุณชายเยว่~” ลู่ชุนเรียกร้องข้าให้หันไปสนใจเขา ข้าเหลือบตาไปมองก็เห็นอีกฝ่ายบิดกายอย่างขวยเขิน ใบหน้าแดงระเรื่อชวนมอง ผิวกายขาวนวลนั้นเปิดโล่งทุกสัดส่วน ดวงตาที่เคยใสซื่อก็ทอดมองมายังข้าอย่างยั่วเย้า ใบหน้าสุภาพเรียบร้อยของเขากลายเป็นใบหน้ากระตุ้นราคะ ข้ากะพริบตามองปริบๆ กับภาพนั้น เอ่อ...นี่เขากำลังยั่วยวนข้าอยู่ใช่หรือไม่? อยากจะบอกเด็กหนุ่มคนซื่อและสุภาพผู้นี้ยิ่งนัก หากเจ้ามิใช่เจ้าแมว ข้าไม่มีวันน้ำลายไหลใส่เจ้า!

 “ขออภัย ข้านึกขึ้นมาได้ว่าลืมให้ข้าวแมว ขอตัวก่อน” ข้าเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าว่างเปล่า มิได้สะทกสะท้านกับภาพยั่วยวนของลู่ชุนเลยแม้แต่น้อย พูดจบข้าก็วิ่งออกไปในทันที

ข้าครุ่นคิดเรื่องเมื่อครู่อย่างงุนงง ข้าได้ยินเสียงผู้อื่นจริงๆ มันดังมาจากห้องของลู่ชุน หรือว่าเป็นลู่ชุนที่ทำเสียงนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง? เสียงไม่คล้ายเสียงของลู่ชุนเลย แถมยังมีหลากหลายเสียง แต่ละเสียงไม่เหมือนกันสักเสียง เอ๊ะ หรือว่านั่นจะเป็นพลังของลู่ชุน!? เขาสามารถทำเสียงเลียนแบบผู้คนได้อย่างนั้นรึ!? ข้าหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความสับสน หยุดได้ไม่นานข้าก็รีบวิ่งไปยังจุดนัดพบ ในใจยังคงคิดเรื่องของลู่ชุนไม่หยุด

สร้างเสียงเลียนแบบได้? ข้าคิดย้อนไปยังเรื่องราวในครั้งนั้น ตอนนั้นข้าก็ได้ยินเพียงเสียงเท่านั้น หากว่านั่น...ตอนนั้นเป็นลู่ชุนทำเสียงเหล่านั้นเล่า? ไม่ ไม่น่าจะใช่ แล้วเสื้อผ้าของพวกเขาเล่า? และหากมันเป็นเช่นนั้นจริงเหตุใดฉินอ๋องถึงไม่พูดอันใดเลย แถมยังรับลู่ชุนเป็นนายบำเรออีก? หรือมีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้นงั้นรึ? อ่า หากจำมิผิดข้าไม่เคยได้ยินว่าฉินอ๋องไปหาลู่ชุนเลยสักครั้งหลังจากย้ายเขาไปอยู่อีกเรือนแล้ว ข้ามิได้สนใจอยากรู้แต่ทว่าเสี่ยวชีนำมาบอกเล่าให้ฟังด้วยความคับแค้นแทนข้า ถ้าเช่นนั้นทำไมฉินอ๋องถึงให้ลู่ชุนเป็นนายบำเรอแล้วยกเรือนให้เล่า? เหตุใดถึงไม่บอกอะไรข้าเลย! ข้าพยายามคิดและคาดเดาเรื่องราวในตอนนั้นอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

“ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านได้ยินเช่นข้าหรือไม่?”

ได้ยินชัดเต็มสองหูเลย น่าแปลกจริงๆ เสียงเหล่านั้นมาจากที่ใดกัน?

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าพลังวิเศษของมันเป็นการเลียนเสียง?”

อ่า! อาจจะเป็นไปได้ ในห้องนั้นมีเพียงเจ้าหนุ่มหน้าไม่อายนั่นอยู่คนเดียว แต่กลับมีเสียงคนมากมายดังออกมา นี่ช่างเป็นการแสดงละครที่แนบเนียนอย่างยิ่ง! ถิงเอ๋อร์ สมกับเป็นลูกแม่จริงๆ ฉลาดยิ่งนัก

“ท่านแม่ ข้าอยากจะถามความเห็นของท่านสักหน่อย...” ในเมื่อข้าคิดไม่ออกก็ต้องหาคนช่วยคิดก็สิ้นเรื่อง ระหว่างเดินไปจุดนัดพบข้าก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านแม่ฟัง ท่านแม่ตั้งใจฟังข้าเป็นอย่างมาก เมื่อฟังจบก็กรีดร้องพร้อมด่าทอข้าดังลั่นจนข้าต้องยกมือปิดหู บ้าจริง หูแทบดับแน่ะ ข้าขมวดคิ้วจะเอ่ยแก้ต่างให้ตนเองแต่ท่านแม่กลับร่ายเรื่องราวขึ้นมาเป็นฉากๆ

เจ้าลูกโง่เอ๊ย! ชีวิตก่อนของเจ้าช่างบัดซบอะไรเช่นนี้ ไปเห็นเช่นนั้นเจ้ากลับนั่งฟังนิ่งๆ รึ? บัดซบ! หากเป็นข้าข้าจะกระโดดถีบมันทั้งสองคนให้กระเด็นออกนอกเรือนข้าเลยเชียว อีกอย่างหนึ่งหากเป็นดังเช่นที่เจ้าคิดจริง ลู่ชุนผู้นั้นคงต้องใช้เสียงของเจ้าล่อลวงฉินอ๋องอย่างแน่นอน อ่า โดนหลอกให้เข้าไปในห้องนอนตามลำพังจากนั้นลู่ชุนคนนั้นก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่างพยายามลากฉินอ๋องขึ้นเตียงด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงฉินอ๋องก็มิน่าสงสารแย่หรอกรึ?

“น่าสงสารอันใด! หึ! ถึงจะเป็นอย่างที่ท่านพูดจริง แต่เขาก็ยอมไหลตามน้ำกินจนพุงกางแล้วค่อยออกมา!” มันน่าสงสารตรงไหน? ข้าเอ่ยโต้อย่างฉุนเฉียว

เฮ้อ เจ้าเห็นพวกเขากินกันจนพุงกางหรืออย่างไร? เจ้าได้ยินแต่เสียงมิได้เห็นข้างในเสียหน่อย บางทีฉินอ๋องอาจจะออกมาตอนที่รับรู้ว่าไม่ใช่เจ้าแล้วก็เป็นไปได้

“นั่นไงล่ะ กว่าจะรู้ตัวก็กินไปจนหมดแล้ว ข้าเห็นกับตา! บนตัวลู่ชุนมีแต่รอยแดงเป็นจ้ำๆ อย่างกับผ่านศึกดุเดือดมาขนาดนั้น ไม่มีทางที่...”

ประเดี๋ยวก่อน แม้ว่าเจ้าแมวจะรุนแรงตามประสาเรี่ยวแรงคนหนุ่มก็จริงแต่ไม่มีทางรุนแรงขนาดลงไม้ลงมือหนักเช่นนั้นเป็นแน่ แล้วรอยแดงช้ำเขียวที่คอของลู่ชุนเล่า? เอ๊ะ หรือว่าจริงๆ แล้วเขามีรสนิยมเช่นนั้นกันนะ? ข้าคิดแล้วก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ท่านแม่ถอนหายใจเอือมระอากับความคิดของข้า ข้าทำหน้าบึ้ง ตกลงข้าหรือฉินอ๋องกันแน่ที่เป็นบุตรชายของนาง? เหตุใดถึงเข้าข้างฉินอ๋องผู้นั้นยิ่งกว่าลูกเช่นข้ากัน? ข้าครุ่นคิดแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“หากมันเป็นแผนการของลู่ชุนจริงๆ เหตุใดเขาถึงไม่ปริปากหนักๆ นั้นบอกข้าสักคำ แล้วยังยกเรือนให้แก่ลู่ชุนอีก อย่างไรข้าก็คิดว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่”

เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าการที่เขาแยกลู่ชุนไปอยู่อีกเรือน เป็นการไล่คนผู้นั้นไปไกลจากเจ้า? อีกอย่างเขาอาจจะอยากพูดกับเจ้า แต่ตอนนั้นเจ้าให้โอกาสเขาพูดหรือไม่?

“ทำไมข้าจะไม่เคยให้?” ข้าเอ่ยออกไปแล้วหยุดชะงัก อ่า จะว่าไปแล้วตอนเกิดเรื่องขึ้นข้าไม่ค่อยรู้สึกตัวเลยนี่? ตอนนั้นเขาพูดอะไรข้าก็ไม่ได้ยินเลย หลังจากวันนั้นข้าก็เอาแต่หมกมุ่นคิดกับตัวเองอยู่ตลอด แทบจะไม่สนใจใครเลยด้วยซ้ำ จากนั้นก็เกิดเรื่ององค์รัชทายาทขึ้นอีก หรือว่าข้าไม่เคยให้โอกาสเขาพูดจริงๆ? แต่ทว่ามันก็น่าจะมีโอกาสบ้างล่ะแต่เขาไม่พูดเองต่างหาก!

คิดอย่างไรข้าก็ไม่เข้าใจ แต่นั่นก็ช่างมันเถิด อย่างไรเสียข้าก็ไม่อาจหาความจริงได้แล้ว ที่สำคัญตอนนี้ข้าขัดขวางแผนการของลู่ชุนเอาไว้ได้ เขาไม่มีวันได้เข้าไปในค่ายและใกล้ชิดกับเจ้าแมวอย่างแน่นอน ชีวิตที่แล้วลู่ชุนอาจจะทำสำเร็จไปตามแผน ย่างตัวเองให้เจ้าแมวงาบได้ แต่ตอนนี้ไม่แม้แต่จะตะกายขึ้นมาจากน้ำได้ โดนข้าถีบกลับลงแม่น้ำไปเสียก่อน เท่ากับว่าข้าตัดทางลู่ชุนผู้นั้นไปได้แล้วงั้นหรือ? อะไรมันจะง่ายดายเพียงนั้น! ข้าเริ่มตระหนักถึงอะไรบางอย่างที่สำคัญขึ้นมาได้ อ่า ข้ารู้เรื่องในอนาคตนี่น่า หากตบเหล่าปลาที่อยากจะย่างตัวเองถวายเจ้าแมวก่อนที่มันจะย่างตัวเองจนสุกเพื่อส่งกลิ่นยั่วยวน เจ้าแมวก็จะไม่มีทางได้กลิ่นปลาย่างที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย? อืม ข้าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!

ว่าแต่ข้าควรทำอย่างไรดีล่ะ?

“ท่านแม่ ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านอีกสักเรื่อง”

เจ้าไม่เชื่อแม่ แล้วจะมาถามเพื่ออันใดท่านแม่ส่งเสียงประชดอย่างน้อยใจ ข้ายิ้มเอาใจนางแล้วเอ่ยชื่นชมนางไปหลายประโยคด้วยกัน จนกระทั่งนางยอมรับฟังด้วยท่าทางไว้ตัวอย่างยิ่ง ข้าไม่สนใจท่าทางเช่นนั้นรีบเอ่ยแผนที่คิดเอาไว้เพื่อปรึกษานาง ข้าลังเลที่จะทำและไม่รู้ว่ามันจะมีผลเช่นไร แต่ทว่าข้ากลับได้รับการสนับสนุนอย่างกระตือรือร้นจากมารดา นางเอ่ยกระตุ้นข้าให้ลงมือทำพร้อมกับแนะเคล็ดลับความสำเร็จของแผนการนี้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

มารยาเท่านั้น! เจ้าเห็นลู่ชุนผู้นั้นหรือไม่? แต่เจ้าไม่ต้องทำถึงขั้นนั้น แค่หยิบมาใช้เล็กๆ น้อยๆ รับรองว่าฉินอ๋องจะต้องสยบแทบเท้าเจ้าแน่นอน ลูกรักของแม่!

มารยาเนี่ยนะ!?

ข้าอ้าปากค้าง ไม่เคยคิดจะใช้อะไรเช่นนี้มาก่อน ข้าส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว คิดแล้วก็ขนลุกที่ต้องทำตัวเหมือนลู่ชุนคนนั้น เฮ้อ บางทีแผนนี้อาจจะใช้การมิได้ มันเสี่ยงเกินไปข้าควรยกเลิกมันดีกว่า ข้าเดินมาถึงจุดนัดพบแล้ว แต่ไม่เห็นเกวียนที่นั่งเข้าเมืองมาในตอนแรก กลับเห็นเพียงบุรุษร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกพิงตัวกับกำแพง ใบหน้าเรียบนิ่งเดาความคิดได้ยาก ผู้คนที่เดินผ่านไปมาจ้องมองเขาอย่างตกตะลึงอ้าปากเหวอซะกว้างราวกับไม่เคยเห็นเขามาก่อน ข้าหยุดเดินแล้วยืนมองเขาอย่างแปลกใจ เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี้? หรือว่ามาลาดตระเวนงั้นรึ? ฉินอ๋องเงยหน้ามาเห็นข้าก็ค่อยๆ ขยับตัวยืนจ้องมาที่ข้านิ่งๆ ข้าอดที่จะหวาดหวั่นมิได้ อย่าลืมสิว่าก่อนมานี้ข้าดันไปยั่วโทสะเขาเอาไว้

“ข้ามารับเจ้า” เจ้าแมวเอ่ยบอกเสียงราบเรียบนุ่นละมุน ไร้วี่แววโกรธเคืองใดๆ

 

 

 



ใครจะมาเซ็กซี่เท่าเจ้าแมวของถิงถิง //I'm sexy and I know it

 

อือหือ ตอนที่แล้วท่านโดนอีกแล้วค่ะ! แต่ก็ยังมีคนที่เชื่อในตัวท่านอยู่สามสองคน

มั่นคงยิ่งนัก อ๋องแมวตกรางวัลให้เป็นแมวนวดสักรอบ หรือจะเอาอุ้งมือแมวดี?

ปล. พรุ่งนี้ผู้แต่งไปเที่ยวนะจ้ะ ต้องเป็นแผนการลากผู้แต่งออกจากหน้าคอมพ์ของท่านแม่แน่

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และการแชร์ของทุกท่านเจ้าค่ะ! ^-^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.798K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25357 Maylyunho (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:39
    ใดๆก็คือน้วยมากตอนบอก ข้ามารับเจ้า
    #25,357
    0
  2. #25078 Nuinooy1199 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 18:44
    จิงๆถ้าอ๋องคิดว่ลู่ชุนอนตราย เลยแยกออกจากถิงๆ โดยยกเรือนให้ เราว่าไม่โอเค ทำไมไม่ไล่ตะเพิดมันนออกจากวังไปเล่า ชั้นยืนยันว่าอยากให้น้องอยุ่เป็นโสดเริ่ดๆไปเรย ดีกว่าเปยนายบำเรอเค้า ปวดใจ
    #25,078
    0
  3. #24647 Sasiprapha-1314 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 17:11
    นิยายสนุกดีค่ะ แต่ว่าตั้งแต่อ่านมาจนถึงบทนี้มันทำให้นายเกดูงี่เง่าแปลกๆชอบคิดไปเอง อย่างตอนนี้ที่นายเอกน่าจะรู้ความจริงเกี่ยวกับพระเอกแล้ว แม่ตัวเองก็บอก แต่กลับคิดว่าพระเอกผิดที่ไม่พูดไม่บอก ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีสติที่ฟังพระเอกพูดสักนิด

    มันเลยทำให้ตัวเองและพระเอกไม่เข้าใจกัน
    #ขอระบายค่ะมันอึดอัดจริงๆ
    #เป็นความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ
    #24,647
    0
  4. #24387 Fueled me (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:29
    ใดๆก็คือรักกันแหละ แต่ไม่มีโอกาสได้บอก แต่ว่าก็ว่าเถอะปลาย่างของเจ้าแมวนี่ร้ายๆทั้งนั้นนนน
    #24,387
    0
  5. #23964 munkrishear (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 16:14
    มีเหตุผลที่ทำแบบนั้นจริงๆด้วยท่านอ๋องㅠㅠ
    #23,964
    0
  6. #23935 PhimpinTT (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 05:35
    ถ้าคุยกันดีๆ และรับฟังกันบ้างอาจจะแฮปปี้ตั้งแต่บทนำ...
    #23,935
    0
  7. #23562 exolbenben (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 11:12
    ลืมให้อาหารแมวโว้ย555
    #23,562
    0
  8. #23528 Pkpann (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 05:01
    ชอบท่านแม่มากท่านแม่คือเริ่ดมากกกก
    #23,528
    0
  9. #23352 SRKM2E (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:14
    นายเอกเป็นคนงี่เง่า คิดเองเออเอง ไร้สาระ ไม่ยอมรับความจริงชอบคิดต่อไปเอง #กูควรจับไม้หน้าสามฟาดหัวนายเอกดีไหม จะได้หาคฝยงี่เง่า -_-!!!!!!!
    #23,352
    4
    • #23352-3 redlotus(จากตอนที่ 26)
      25 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:05
      ถ้าคุณเป็นฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์นั้นเองคงไม่พูดแบบนี้
      #23352-3
    • #23352-4 Nuinooy1199(จากตอนที่ 26)
      1 พฤศจิกายน 2563 / 18:45
      เราว่า เจียมตัวมากกว่า แล้วสถานการณ์มันชวนให้คิดทุกอย่าง แถมอ๋องก็มีนายบำเรอเยอะ(ตามที่น้องถิงบรรยาย) เปนเราก็น้อยใจ
      #23352-4
  10. #22905 Peach9 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:18
    ขำตรงลืมให้อาหาแมวนี่แหละ555555
    #22,905
    0
  11. #22739 ❀ than. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 19:13
    ถ้าต่างคนต่างพูดความรู้สึกของกันและกันในชาติที่แล้วเรื่องนี้คงจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งตั้งแต่บทนำแล้วล่ะ อุแงง
    #22,739
    0
  12. #22616 DKdabble (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:08
    ลูก(ชายแมว)ของฉันเป็นคนดือ!!
    #22,616
    0
  13. #22404 trp1021 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 03:23
    อีกคนปากหนัก อีกคนปากนุ่ม เอ้ะ ผิดๆ
    #22,404
    0
  14. #22284 kisscaramelkiss (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:43
    ชาติที่แล้วต่างคนต่างปากหนักสินะเนี่ย
    #22,284
    0
  15. #22241 Jinriil (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:33
    555555555555555555อย่ายั่วถิงถิง
    #22,241
    0
  16. #22154 Xialyu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:56
    ชอบท่าพี่แมวจริงๆ555
    #22,154
    0
  17. #22050 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 13:53
    ท่านอ๋องงงง จะรีบทำอะไรก็รีบทำนะท่าน ไม่ใช่ว่าทุกคนมีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สองเหมือนท่านนะ ได้รับโอกาสนั้นแล้วก็รีบคว้าเอาไว้แล้วอย่าให้มันซ้ำรอยเหมือนชีวิตที่แล้วซะละ
    #22,050
    0
  18. #21929 lills (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 15:42
    โหนังลู่ชุน
    #21,929
    0
  19. #21675 TRENDYJM (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 02:15
    รูปแมวนี้ยั่วสุดใจมาก55555555
    #21,675
    0
  20. #21527 badlism. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:37
    เห็นรูปแล้วหลุดขำพรืดเลยค่ะ ยิ่งมาพร้อมแคปชั่น5555555555
    #21,527
    0
  21. #21433 -เกม- (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:11
    โดนรูปตัดฟีลมากเจ้าค่ะ55555
    #21,433
    0
  22. #21032 pcy921 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 08:47
    นังลู่ใช้พลังได้ฉลาดล้ำมาก มารยาสุด
    #21,032
    0
  23. #20997 Thitima Udchachon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:55
    ชอบเรื่องนี้จัง ชอบมากๆๆๆสุดๆเลย
    #20,997
    0
  24. #20963 Whatever it is (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 10:31
    555 รูปประกอบเข้ากับตอนทุกรูปเลยอะ นับถือไรท์จริงๆ

    เรื่องนี้แลดูเงื่อนงำเยอะแท้
    #20,963
    0
  25. #20902 + SaiChil + (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:27
    เป็นป้าจะบีบน้ำตาร้องว่า ข้ามีผัวแล้ว แล้วค่อยออกมานะ 5555

    ท่านแม่น่ารักอ่ะ หาผัวใหม่ให้นางที อิๆ
    #20,902
    0