เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ ๑๒ ตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,414 ครั้ง
    3 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๒ ตัดสินใจ

วันนี้ท่านอ๋องเข้าวังหลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เขามิได้พาข้าไปด้วย คงเป็นเพราะคิดว่าข้ารู้สึกไม่ดีต่อการเข้าวังหลวงกระมัง พูดตามจริงมันก็ใช่ ข้ารู้สึกเข็ดขยาดกับการเข้าวังจริงๆ กลัวว่าจะโชคร้ายบังเอิญไปจ๊ะเอ๋องค์รัชทายาทอีก ดังนั้นหลังจากปรนนิบัติท่านอ๋องส่งเขาเข้าวังไปข้าจึงอยู่ที่วังหย่งเฮ่า วันนี้ข้าตั้งใจจะเข้าครัวมาทำขนมให้ทุกคนได้ทานกัน พอพวกเขาเห็นข้าก็ต่างเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น สีหน้าเบิกบานขึ้นมาในพริบตาราวกับรู้ว่ากำลังจะได้กินของอร่อยๆ

ยกเว้นเสียแต่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งละนะ ไม่ใช่กลุ่มไหนนอกเสียจากกลุ่มพวกนกหงส์หยกของเสี่ยวชี แต่ข้าไม่สนใจพวกเขา พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวที่อคติต่อข้า และข้ายังมีผู้อื่นที่เป็นมิตรด้วยมากมาย ข้าคงจะบังคับพวกเขาให้มาชอบข้ามิได้หรอก ดังนั้นคงมีเพียงแค่วางเฉยและทำหน้าที่ของข้าต่อไปให้ดีเท่านั้น

ข้าทำขนมสองอย่างใช้เวลาอยู่ในครัวพอสมควร พอทำเสร็จแล้วข้าก็ไปทานมื้อเที่ยง จากนั้นก็ว่างงานจึงออกมานั่งคุยเล่นกับคนอื่นๆ ที่เสร็จจากงานแล้วเช่นกัน เรื่องที่พวกเราพูดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องซุบซิบผัวเมียชาวบ้าน แม้มันจะไม่มีประโยชน์อันใด แต่ทว่าการได้เป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาก็เป็นเรื่องที่สนุกยิ่ง ไม่นานนักลุงเถียนก็เดินเข้ามาบอกให้พวกข้าไปช่วยนับเสบียงอาหารที่ฉินอ๋องจะนำกลับไปยังชายแดน ข้ากับคนอื่นๆ จึงยกขบวนเดินตามลุงเถียนไปทำงานช่วยกันอย่างมิอิดออด อย่างไรพวกเราก็ว่างงานกันอยู่แล้ว ซ้ำการแลกเปลี่ยนข่าวคร่าววงในก็มิได้มีเรื่องใดพอจะน่าสนใจให้ทำการพูดคุยต่อ

พวกข้ามายังเรือนเก็บเสบียงอาหาร เดินตามหลังลุงเถียนไปยังห้องจัดเตรียมเสบียงอาหารที่ฉินอ๋องจะนำไป เสบียงอาหารนั้นส่วนมากจะเป็นของแห้งที่สามารถขนไปหลายวันไม่เน่าไม่เสีย ลุงเถียนแบ่งหน้าที่ให้พวกเรานับจำนวนเสบียงเพื่อตรวจสอบว่าครบถ้วนตามที่ได้สั่งซื้อมาหรือไม่ หากไม่ครบจะได้ทวงถามไปทางพ่อค้าได้ทันการ ข้ารับผิดชอบนับจำนวนพวกกระสอบธัญพืช มันกองสูงเลยหัวข้าเสียอีก ข้าเริ่มนับจำนวนอย่างช้าๆ เพื่อความถูกต้อง

“ที่ชายแดนทางเหนืออากาศค่อนข้างหนาว คงเพาะปลูกอันใดมิขึ้น แต่ละครั้งท่านอ๋องนำเสบียงติดตัวไปตั้งมากมายหลายสิบเกวียน ที่แห่งนั้นคงจะลำบากเป็นอย่างมาก” ชายผิวคล้ำใกล้ๆ ข้าเอ่ยขึ้นมาขณะที่นับจำนวน เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งพูดคุยกันตอนนี้ได้หรือไม่ ข้ากำลังใช้สมาธิในการนับอยู่นะ อ่า นี่ถึงกระสอบที่เท่าไรแล้วนะ

“ก็ใช่น่ะสิ ทั้งต้องคอยจับตาดูพวกแคว้นทางเหนือทั้งยังต้องหาอะไรประทังท้อง คงมิได้สุขสบายอย่างที่อยู่วังหย่งเฮ่านักหรอก เฮ้อ ข้าหวังว่ามันจะสงบลงโดยเร็ววันจริงๆ ท่านอ๋องจะได้กลับมาอยู่ที่วังของเราเสียที” ชายหนุ่มผมสั้นอีกคนหันมาพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของคนก่อนหน้าแล้วเอ่ยสมทบอย่างคาดหวัง

“อ่า นั่นสินะ” พอได้ยินคนอื่นๆ ก็พยักหน้ากับคำพูดนั้น แล้วหันไปตั้งใจทำงานของตนต่อ เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยต่อข้าจึงหันมานับกระสอบตรงหน้า ในหัวคิดเรื่องที่พวกเขากล่าวอย่างกังวลเล็กๆ

ศึกสงครามที่ชายแดนทางเหนือนั้นมีมายาวนานมากแล้ว ในชีวิตที่แล้วของข้าสงครามทางเหนือนั้นสงบลงหลังจากจบศึกครั้งสุดท้ายที่จะอุบัติขึ้นในช่วงก่อนหน้าหนาวที่จะมาถึง ฉินอ๋องเป็นแม่ทัพนำทัพทหารสู้ศึกจนกระทั่งได้รับชัยชนะก่อนจะขึ้นวันใหม่ของปี แคว้นทางเหนือขอยุติสงครามและทำสัญญาสงบศึกร่วมกันเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของกองทัพฉินอ๋องอย่างแน่นอน

ในเวลานี้ที่แถบชายแดนมีการปะทะกันเพียงเล็กๆ น้อยๆ ยังมิได้มีเรื่องน่าเป็นห่วง หากจำมิผิดอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก่อนถึงช่วงหนาวที่สุดของปีจะเกิดสงครามครั้งสุดท้ายขึ้น พวกทางเหนือคิดจะฉวยโอกาสที่ทางแคว้นเราชะล่าใจเข้ามาโจมตีกะทันหัน เพราะว่าในยามฤดูหนาวนั้นมิได้เกิดศึกสงครามมากนัก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่โหดร้ายและเสบียงอาหารที่มีอยู่จำกัด แม้ฉินอ๋องจะสามารถเอาชนะมาได้แต่ทว่าเพราะต้องรับศึกอย่างไม่ทันคาดคิดเขาจึงได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้ารู้สึกกังวลเรื่องนี้ บางทีในวันนี้ข้าอาจจะพยายามบอกเขาให้ระวังพวกทางเหนือไว้น่าจะดี

เมื่อนับเสร็จไปหลายรอบจนแน่ใจแล้วว่านับถูกต้องข้าก็เดินไปบอกลุงเถียนที่นั่งทานขนมที่ข้าทำด้วยสีหน้ามีความสุข ข้าเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มนิดๆ ให้แก่ลุงเถียน นี่ข้าไม่ได้ยิ้มล้อลุงหรอกนะ ข้าแค่รู้สึกดีใจที่ได้เห็นลุงทานอย่างมีความสุขเช่นนี้ ลุงเถียนเหลือบมองข้าแล้วหน้าแดงด้วยความเขินอายที่ข้าดันมาเห็นสีหน้าห่างไกลจากฉายาเถียนผู้ดุร้าย ลุงเถียนกระแอมไอแล้วเอ่ยเปลี่ยนเรื่องไปอย่างรวดเร็ว เขาปั้นหน้าเคร่งขรึมโบกมือไล่ข้าไปช่วยคนอื่นๆ ขนเสบียงที่นับแล้วไปใส่เกวียน

“ยืนยิ้มตรงนี้ไปก็มิทำให้งานเสร็จ รีบไปทำได้แล้ว คิดจะยืนอู้รึ?”

“ขอรับลุงเถียน” ข้าปิดปากหัวเราะคิกๆ กับท่าทางกลบเกลื่อนของลุงเถียนผู้ดุร้าย ลุงเถียนชักสีหน้าขึงตาใส่ข้าอย่างดุดันราวกับจะเข้ามาทำร้ายข้า ข้าร้องอย่างตกใจแล้วหันวิ่งออกไปพร้อมหัวเราะเสียงดัง

ข้าไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่กำลังช่วยกันยกกระสอบที่บรรจุเสบียงใส่เกวียน พวกเขายืนแถวเรียงกันแล้วส่งต่อๆ กันไปจนถึงเกวียน ทำเช่นนี้ถึงจะขนย้ายเสบียงได้รวดเร็วและไม่หนักมาก ข้าเข้าไปแทรกแถวเพื่อช่วยเหลือ พวกเขามองหน้าข้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอันใด จากนั้นพวกเราก็ตั้งหน้าตั้งตาขนเสบียงทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว แม้จะส่งต่อให้คนถัดไปไม่ไกลแต่มันก็เหนื่อยยิ่งนัก เพราะในแต่ละกระสอบนั้นบรรจุเสบียงอาหารไว้เยอะจนหนักอึ้ง ขนกันอยู่นานพวกเราก็พักหายเหนื่อยเพื่อทำการขนกระสอบข้าวสาร ซึ่งเป็นอย่างสุดท้ายแล้วที่จะเตรียมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้

ขณะที่กำลังพักหายเหนื่อยอยู่นั้นก็มีเสียงโต้เถียงกันเกิดขึ้น ข้าและคนอื่นๆ หันไปมองอย่างสนใจ เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผมหยิกหยาบกระด้างยืนต่อว่าพวกคนใช้เด็กหนุ่มที่สะบัดพัดในมือนั่งโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ ข้าเลิกคิ้วขึ้น นั่นมันกลุ่มนกหงส์หยกแสนสวยของเสี่ยวชีนี่น่า ข้าเห็นพวกเขานั่งพูดคุยหัวเราะคิกคักอยู่ตรงนั้นนานแล้ว ในขณะที่พวกเราช่วยกันทำงานจนเหงื่อท่วมตัวแต่คนพวกนั้นกลับนั่งใต้ต้นไม้เย็นๆ เอ่ยหยอกล้อกันราวกับไม่เห็นพวกเรา ข้ามิได้ติดใจอะไรนักหรอกแต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมองข้ามไปเช่นเดียวกับข้า สุดท้ายมีคนโมโหจนทนไม่ได้พุ่งเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น

“พวกเจ้าไยไม่มาช่วยกันขนเสบียง เหตุใดถึงได้นั่งดูเฉยๆ เช่นนี้!

“โธ่ ก็มันต้องใช้แรงนี่น่า พวกเราถนัดเรื่องนี้ซะที่ไหน พวกเจ้าทำกันไปเถิด”

“นั่นน่ะสิ หากพวกข้าไปช่วยเจ้าขน เสื้อผ้าสวยๆ ของพวกเราก็เปื้อนกันพอดี”

“ถูกต้อง ซ้ำยังต้องเหงื่อออกทั้งเหม็นทั้งสกปรก วันนี้ข้าผัดแป้งมาอย่างดี ไปใช้แรงงานเช่นพวกเจ้ามิทำให้แป้งของข้าเลอะหรอกหรือ?”

เหล่าคนงามถอนหายใจเฮือก มองชายผมหยิกคนนั้นด้วยสายตาดูแคลนนิดๆ พวกเขาช่วยกันเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ปนเสียงหัวเราะคิกคัก ชายร่างสูงโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขากำหมัดแน่นจ้องมองไปอย่างดุร้าย พยายามข่มกลั้นความรู้สึกไม่ให้ระเบิดออกไป ข้านับถือเขาจริงๆ หากเป็นข้าข้าก็โมโหเลือดขึ้นหน้าเช่นกัน ดูคำพูดคำจาของเหล่าคนงามนกหงส์หยกพูดเข้าสิ คนอื่นๆ ที่ได้ยินชักสีหน้าอย่างไม่พอใจแต่พวกเขาก็มิได้ลุกขึ้นไปตอบโต้ ทำเพียงส่งสายตาไม่พอใจไปให้คนเหล่านั้น ชายผมหยิกสูดลมหายใจเข้าช้าๆ แล้วเอ่ยประชดประชัน ข้าแทบอยากปรบมือชมในความอดทนเป็นเลิศของเขา

“พวกเจ้า เหตุใดถึงได้พูดเป็นสตรีเช่นนี้ พวกเจ้ามิใช่บุรุษงั้นรึ?”

“ตาของเจ้าก็มิได้บอดนี่น่า เหตุใดถึงมองมิออกว่าพวกข้าเป็นบุรุษหรือสตรี”

“ใช่ หากพวกเราเป็นสตรีคงมิต้องลำบากลำบนเป็นขี้ข้าคลุกคลีอยู่กับคนชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าเช่นนี้!

“ว่าอย่างไรนะ! ชั้นต่ำรึ!? บุรุษหน้าขาวเช่นพวกเจ้าสิชั้นต่ำ! วันๆ เอาแต่คิดจะจับบุรุษรวยๆ หวังสบาย! ถุย!

“เจ้า! กล้าดีอย่างไรมาว่าพวกข้าชั้นต่ำ!?

ชายผมหยิกหน้าบิดเบี้ยวสุดจะทนแล้ว ตัวของเขาสั่นระริก ขนาดใบหน้ายังสั่น ทางฝั่งตรงข้ามก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกันผุดลุกขึ้นมาโต้เถียงด้วยใบหน้าแดงก่ำ ข้าชักจะใจไม่ดีกลัวจะเกิดเรื่องขึ้น ท่าทางของพวกเขามันเริ่มรุนแรงขึ้น คนอื่นๆ ที่กำลังนั่งสังเกตการณ์ก็คิดเช่นเดียวกับข้า พวกเขารีบผุดลุกขึ้นไปเพื่อทำการห้าม มิเช่นนั้นเรื่องจะบานปลายใหญ่โตแน่ ทั้งสองฝั่งยังต่อว่ากันไปมามิได้หยุด

“เหอะ! ข้าว่านิสัยเช่นนี้ชาติหน้าก็ยังเป็นขี้ข้าอยู่ดี!

“ไอ้คนปากเปราะ! หากวันหนึ่งพวกข้าได้ดิบได้ดี เจ้าตายแน่!

“เอาเลย ข้ากลัวนัก กลัวจะไม่ได้ตายด้วยน้ำมือพวกเจ้า!

“เฮ้ยๆ พอได้แล้ว ช่างเถิดน่า ไปทำงานต่อเถิด อย่าไปสนใจคนพวกนี้เลย” คนที่นั่งดูอยู่รีบเข้าไปสกัดหนุ่มผมหยิกที่กำลังกระโจนใส่เหล่านกตัวน้อยๆ ที่ส่งเสียงจิ๊บๆ พ่นถ้อยคำเจ็บแสบออกมา ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด หวาดกลัวแต่ไม่วายหาเรื่องใส่ตัว เหตุใดพวกนกหงส์หยกเหล่านี้ถึงใจกล้านักนะ เหล่าคนงามพอเห็นชายผมหยิกนิ่งไปก็ทำสีหน้าเย้ยหยันพากันสะบัดตัวเดินออกไปได้อย่างน่าหมั่นไส้สุดๆ ข้าเห็นยังรู้สึกฉุนแทน ไม่ต้องพูดถึงชายใจกล้าที่ลุกขึ้นไปต่อว่าพวกนั้น หัวหยิกๆ ของเขาแทบลุกเป็นไฟ

พวกเรามองตามคนเหล่านั้นเดินจากไปอยู่เงียบๆ เฮ้อ จริงๆ เลยกลุ่มนกหงส์หยกของเสี่ยวชีนี่หาเรื่องให้ตนเองเดือดร้อนได้ตลอด ในเมื่อรู้ตัวว่าทำงานแล้วชุดจะเปื้อนเหตุใดถึงแต่งองค์ทรงเครื่องมาขนาดนั้นด้วยเล่า แต่งไปก็พะวงไม่เป็นอันทำงานทำการกันพอดี ข้ายังใส่ชุดเก่าๆ เกือบขาดมาทำงานเลย หากให้ข้าใส่ชุดใหม่มาทำงานคงเสียดายแย่ ถ้ามันเปื้อนขึ้นมาใจที่รักเงินทองของข้าจะต้องแตกสลายเป็นแน่

พวกเราเริ่มช่วยกันขนกระสอบข้าวสารบรรทุกเกวียนต่อ ข้าส่งกระสอบข้าวไปต่อให้คนข้างๆ แล้วเช็ดเหงื่อบนหน้าผากลวกๆ ออกแรงได้เหงื่อเช่นนี้ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนทำงานละนะ ข้าหันไปรับกระสอบข้าวส่งต่อไปให้คนด้านข้าง ทำเช่นนี้ไปสักพักหนึ่งชายผมหยิกซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากข้านักก็บ่นออกมาอย่างเคืองไม่หาย

“คนพวกนั้นคิดตัวเองเป็นใครกัน วันๆ มิได้ทำงานอะไร เอาแต่แต่งเนื้อแต่งตัวพรมน้ำหอม กลับได้เบี้ยเลี้ยงเท่ากับพวกเราที่ทำงานงกๆ นี่มันยุติธรรมเสียที่ไหน เรื่องนี้จะต้องถึงหูพ่อบ้านหม่าแน่” เขาทิ้งท้ายอย่างผูกใจเจ็บ คนข้างๆ ได้ยินก็ยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจก่อนจะปลอบเขาอย่างหยอกล้อ

“เอาน่าๆ หากเจ้าหน้าตาสวยเช่นพวกนั้นก็คงจะแต่งตัวเช่นเดียวกันนั่นแหละ”

“เหอะ ข้าไม่คิดที่จะแต่งตัวล่อบุรุษ คิดแล้วก็สยอง!” ชายผมหยิกถลึงตาใส่สหายก่อนจะเอ่ยพร้อมทำหน้าสยดสยองประกอบ คนอื่นๆ หัวเราะครืนแล้วพูดล้อเขาให้อีกฝ่ายขบขันไม่ตึงเครียด

“เออ สยองจริงๆ เจ้าตอนนี้ไปแต่งเช่นนั้นสยองอย่างยิ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า”

“นี่ข้าจริงจังนะ เราเป็นบุรุษไยต้องไปพึ่งพาผู้อื่นโดยเฉพาะบุรุษด้วยกัน”

“เจ้าเป็นพวกต่อต้านบุรุษรักต้นหญ้าหรอกรึ?”

“มิใช่เช่นนั้น รักก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่กระไร เหอะ อยากสบายมากกว่าน่ะสิ เอาเงินไปผลาญแต่งตัวเพื่อหวังจับบุรุษร่ำรวย ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไยมิเก็บออมสร้างเนื้อสร้างตัวไว้ใช้ยามเฒ่ายามแก่กันเล่า? เช่นนี้ถึงจะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัย ข้ามิเคยเห็นพวกที่ยอมบำเรอบุรุษด้วยกันจะสุขสบายกันสักคน” ชายผมหยิกกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง คนอื่นๆ ได้ฟังก็พยักหน้าเห็นพ้อง ก่อนจะระบายลมหายใจเอ่ยเห็นด้วยและมิวายหยอกล้อชายผมหยิกผู้จริงจัง

“ก็จริงของเจ้า เช่นนั้นก็โล่งอกจริงๆ ที่มิได้เกิดมาหน้าตางดงาม เอาละๆ มาทำงานเก็บเงินไว้ใช้ในยามแก่เฒ่ากันเถิด”

“หึ!

ข้าฟังพวกเขาพูดคุยกันแล้วเงียบเพื่อครุ่นคิด คำพูดของพวกเขานั้นทำให้ข้าฉุกคิดขึ้นมาได้ สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงที่มิอาจเถียง คนที่ยอมบำเรอบุรุษด้วยกันไม่มีผู้ใดสุขสบายสักคนจริงๆ สุขสบายเพียงช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็ถูกทอดทิ้ง เทียบกับการเก็บหอมรอมริบเงินทองเอาไว้ใช้ยามแก่เฒ่ามิได้ มิใช่เก็บไว้เพื่อครอบครัวแต่เก็บไว้เพื่อตนเอง พวกเราเป็นเพียงคนรับใช้โอกาสได้แต่งกับสตรีนั้นมีน้อยเหลือเกิน ขนาดโอกาสเห็นพวกนางนับด้วยนิ้วมือข้างเดียวก็ครบแล้ว บุรุษที่อยู่ในชนชั้นคนรับใช้อย่างพวกเรานั้นคงมิฝันไกลได้แต่งงานกับสตรี เพราะสตรีนั้นมีฐานะสูงส่งกว่าพวกเรามาก แม้กระทั่งสตรีชาวบ้านธรรมดายังเลือกแต่งกับหัวหน้าหมู่บ้านหรือไม่ก็เหล่าเศรษฐีมีเงิน บุรุษชนชั้นแรงงานเช่นเราคงมีแต่ความคาดหวังต่อเงินทองเพียงเท่านั้น 

หากข้าผ่านพ้นคราวเคราะห์วัยยี่สิบไปได้ล่ะก็ข้าจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการอยู่ให้นานมากยิ่งขึ้น ข้าขบคิดเรื่องนี้ระหว่างที่ทำงานไปด้วยจนกระทั่งเสร็จก็ตามพวกเขาไปทานมื้อเย็น ขณะทานข้าวข้าก็พยายามวางแผนเก็บออมเงินไว้หลายๆ แผนด้วยกัน แต่เก็บไว้อย่างเดียวนั้นไม่มีประโยชน์อันใด จะต้องใช้พวกมันเพิ่มพูนให้ได้มากขึ้นด้วยถึงจะคุ้มค่า ข้าคิดแผนหาทางเพิ่มพูนเงินที่มีอยู่ให้มากขึ้นเพลินๆ และพอเห็นเสี่ยวชีข้าก็เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังอย่างกระตือรือร้น ข้าคิดว่าเสี่ยวชีจะต้องชอบมากแน่แต่ทว่าข้าคิดผิด เสี่ยวชีถอนหายใจแล้วเอ่ยถามข้ากลับด้วยคำถามที่ข้าไม่เข้าใจนัก

“แล้วท่านอ๋องเล่า?”

“หือ? ท่านอ๋องทำไมรึ?”

“อ้าว เจ้ามิได้วางท่านอ๋องไว้ในอนาคตของเจ้ารึ?”

“เสี่ยวชีนี่ตลกจัง เหตุใดข้าจะต้องรวมท่านอ๋องไว้ในอนาคตด้วยเล่า ท่านอ๋องก็ส่วนท่านอ๋อง ข้าก็ส่วนข้า แต่ข้าจะวางเจ้าไว้ในอนาคตด้วยนะ หากเจ้าต้องการ” ข้าเอียงหน้าแล้วเอ่ยตอบไปตรงๆ และกลัวว่าเสี่ยวชีจะน้อยใจจึงบอกในส่วนที่ข้าคิดไว้เพื่อเขาด้วย แทนที่จะเห็นเจ็ดน้อยดีใจที่ข้าอุตส่าห์คิดเผื่อเขา อีกฝ่ายกลับมองข้าด้วยสายตาเวทนาพร้อมกับส่ายหน้า

“...ข้ายังไงก็ได้ แต่ท่านอ๋องจะต้องร้องไห้เป็นแน่หากได้ยินเจ้าพูดประโยคเมื่อครู่”

ข้าเลิกคิ้วไม่เข้าใจ ร้องไห้เนี่ยนะ? ท่านอ๋องไม่มีทางร้องไห้เป็นอันขาด เสี่ยวชีเจ้ามิรู้รึว่าฉินอ๋องเป็นบุรุษที่แข็งแกร่งมากนะ ไยเจ้าดูถูกเจ้านายของตนเช่นนี้ หากท่านอ๋องมาได้ยินสิ่งที่เจ้าพูดท่านต้องลงโทษเจ้าเป็นแน่! ข้าไม่อยากให้เสี่ยวชีเสี่ยงต่อการลงโทษจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ข้าคิดแผนมากมายแต่ทว่าตัวข้านั้นมิได้มีความรู้ในทางค้าขายทำเงินเลยสักนิด ข้าจึงปรึกษาเสี่ยวชี 

“พวกเราไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้เลย เจ้าว่าควรปรึกษากับใครดี?”

“พ่อบ้านหม่าไงเล่า” เสี่ยวชีไม่ใช้ความคิดด้วยซ้ำ เขาตอบกลับข้าอย่างรวดเร็ว ข้าเบิกตากว้างด้วยความไม่คาดคิด จริงด้วย พ่อบ้านหม่าคนนั้น!

“นั่นสิ หากพูดถึงการทำเงินพ่อบ้านหม่าน่าจะเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง” ข้ามองเสี่ยวชีอย่างชื่นชม เขาเป็นเด็กฉลาดต่างจากข้าที่ทึ่มทื่อจริงๆ พ่อบ้านหม่านั้นรับผิดชอบดูแลกิจการของฉินอ๋อง เขาจะต้องมีความรู้เรื่องนี้มากเป็นแน่ เพราะข้าว่างงานอยู่จึงขอตัวจากเสี่ยวชีไปหาพ่อบ้านหม่าผู้ใจดี เอ่อ แน่นอนว่าใจดีกว่าลุงเถียน! ข้าเดินวุ่นตามหาพ่อบ้านหม่าจนกระทั่งเห็นเขาเดินออกมาจากห้องพักของตนเอง ข้าวิ่งเข้าไปหยุดหอบตรงหน้าพ่อบ้านหม่าที่เลิกคิ้วมองข้าอย่างแปลกใจ

“มีอันใดรึ?”

“ข้ามีเรื่องจะขอคำแนะนำจากพ่อบ้านหม่าน่ะขอรับ”

“หือ เรื่องใดกัน?”

เพราะเห็นข้ารีบร้อนเข้ามาจึงทำให้พ่อบ้านหม่าเข้าใจผิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ ข้าลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วเผยยิ้มอายๆ เอ่ยถามพ่อบ้านหม่าเกี่ยวกับแผนการที่ข้าคิดเอาไว้ พ่อบ้านหม่ายกคิ้วขึ้นสูงเรื่อยๆ ขณะที่ฟังข้าพูด สุดท้ายพ่อบ้านหม่าก็มองข้าอย่างตกใจมองข้าอย่างไม่เชื่อสายตา เขารีบถามข้าเสียงจนเสียงสูงปี๊ด

“เจ้าคิดจะออกไปอยู่เองนอกวังงั้นรึ!?”

“เอ่อ ขอรับ” ข้ากะพริบตาปริบๆ มองพ่อบ้านหม่าที่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดหลังจากที่ข้าพยักหน้าตอบไป ทำไมรึ? เหตุใดพ่อบ้านหม่าถึงได้หน้าซีดเช่นนั้น เอ๊ะ หรือว่าพ่อบ้านหม่าเป็นห่วงข้าที่เป็นคนซื่อบื้อๆ ออกไปอยู่ข้างนอกแล้วจะตามคนไม่ทัน? ไม่คิดเลยว่าพ่อบ้านหม่าจะจิตใจดีเช่นนี้ ข้ารู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก อันที่จริงข้าก็กลัวเช่นกันแต่ทว่าคนเราจะต้องเรียนรู้ถึงจะแข็งแกร่งขึ้น ท่านแม่ของข้าพูดอยู่บ่อยๆ นิ่งอยู่นานพ่อบ้านหม่าก็รู้สึกตัวแล้วเอ่ยกับข้าด้วยใบหน้าเป็นปกติ

“เรื่องปรึกษาไว้ค่อยคุยกันเถิด ตอนนี้เจ้าควรไปหาท่านอ๋องได้แล้ว เย็นเช่นนี้ได้เวลาทานมื้อเย็นของท่านอ๋องแล้วกระมัง”

“อ๊ะ ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือขอรับ?”

“กลับมานานแล้ว เจ้าไปอยู่ที่ใดมา เป็นคนรับใช้ของท่านอ๋องจะต้องตามรับใช้ท่าน มิใช่มัวแต่วิ่งเล่นเป็นเด็กๆ เช่นที่แล้วมา ไปหาท่านอ๋องเสีย ท่านคงอยู่ที่ลานประลอง”

“ขอรับ” ตัวของข้าหดเล็กลงเมื่อถูกพ่อบ้านหม่าตำหนิเรื่องหน้าที่ ข้าลืมตัวไปจริงๆ นั่นแหละ ลืมไปว่าตนเองเป็นคนรับใช้ของท่านอ๋องจะต้องคอยตามรับใช้เจ้านาย แต่ข้ากลับมัวแต่ทำงานอื่นจนกระทั่งเจ้านายกลับมาแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ข้าทหน้าสลดหดหู่แล้วหันตัวรีบเดินไปยังลานประลองในทันที หวังว่าฉินอ๋องจะไม่ลงโทษข้าที่ละเลยหน้าที่หรอกนะ ข้าเดินเข้าไปในลานประลองอย่างกล้าๆ กลัวๆ พอเข้าไปใกล้ข้าแทบผงะตกใจกับความเย็นที่พุ่งเข้ามาปะทะหน้าจนชาวาบ

 อะไรกันเนี่ย!? เกิดอาเพศใดกับวังหย่งเฮ่า!? ข้ายกมือบังลมพายุเย็นเยือกที่พัดกระหน่ำใส่มิหยุด พยายามเดินเข้าไปในลานประลองอย่างยากลำบาก ทั้งน้ำแข็งทั้งหิมะปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ข้ามองพวกมันแล้วกอดตนเองแน่น อากาศมันช่างหนาวเหลือเกิน นี่ข้าจะกลายเป็นตุ๊กตาหิมะแล้วนะ ข้าหรี่ตามองไปยังตุ๊กตาหิมะตัวอื่นๆ ที่ยืนสั่นแหง็กๆ อยู่ข้างสนามประลองตรงกลางลาน ข้าเดินฝ่าพายุหนาวหลงฤดูไปยังพวกเขาแล้วพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น

อ๊ะ นี่ส่านอ๋องนี่น่า กลายเป็นต้นไผ่แช่เย็นไปแล้ว! ข้าพยายามส่งสายตาถามต้นไผ่ เอ๊ย บุรุษผู้สวมใส่ชุดลายไผ่เขียว

“ท่านพี่เสวี่ยกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่น่ะสิ!” ส่านอ๋องที่กอดตัวเองแน่นหันมามองข้าแล้วพยายามตอบคำถามด้วยปากที่ฟันสั่นกระทบกันกึกๆ ข้าหันไปมองบนสนามประลองเห็นหัวหน้าองครักษ์จางกำลังใช้โซ่ของเขาฟาดฟันหอกน้ำแข็งและฝ่าพายุหิมะอย่างทุลักทุเล ตรงกลางใจพายุลมหนาวเยือกที่แช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่จะเป็นใครไปมิได้นอกจากฉินอ๋อง!

ข้าหันกลับมามองส่านอ๋องอีกครั้งพร้อมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ส่งคำถามแฝงไว้ในดวงตาไปให้อีกฝ่าย อารมณ์ไม่ดี? ใครทำอะไรให้ท่านอารมณ์ไม่ดีกัน? ส่านอ๋องราวกับเข้าใจคำถามในตาของข้า เขาส่ายหน้าไปมา อ้าว ขนาดส่านอ๋องยังไม่รู้เลยงั้นรึ? ข้าหันไปมองการต่อสู้... อืม จะเรียกว่าการต่อสู้หรือการถล่มยับฝ่ายเดียวดีล่ะ?

พูดกันตามจริงหัวหน้าจางใช่จะฝีมืออ่อนด้อย ตรงกันข้ามหัวหน้าจางนั้นฝีมือสูงส่งยิ่ง ไม่งั้นเขาจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ได้อย่างไร และพลังวิเศษของหัวหน้าจางก็แสนจะเท่! ข้าชอบพลังวิเศษของหัวหน้าจางมาก โซ่เหล็กที่โผล่มาจากหลังมือยาวสามจั้ง ปกติหัวหน้าจางจะพันโซ่พวกนั้นไว้ที่แขน เวลาต่อสู้จะปลดออกจากแขนใช้ฟาดรัดศัตรูอย่างรุนแรงหนักหน่วง นี่แหละ สุดยอดพลังที่บุรุษทั้งหลายต่างใฝ่ฝัน เพราะมันช่างเท่ยิ่งนัก! หากมีการลงคะแนนพลังวิเศษที่บุรุษใฝ่ฝันจะต้องเป็นพลังวิเศษของหัวหน้าจางแน่นอนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง ข้าทำตาเคลิบเคลิ้มมองพลังวิเศษของหัวหน้าจางอย่างชื่นชม ก่อนจะสะดุ้งตัวโหยงเมื่อถูกก้อนหิมะไม่ทราบที่มากระแทกแสกกลางหน้าผากอย่างจัง เฮ้ย กลางพายุแบบนี้มีใครเล่นปาหิมะกัน!? ข้ามองซ้ายมองขวาแล้วลูบหน้าผากปัดหิมะออกจากหน้าแล้วมองการต่อสู้บนสนามอีกครั้ง

 พลังหัวหน้าจางสูงส่งแล้วเหตุใดถึงโดนอัดฝ่ายเดียวน่ะรึ นั่นก็เพราะว่าอีกฝ่ายคือฉินอ๋องยังไงเล่า! พลังวิเศษของฉินอ๋องนั้นมหาศาลและน่ากลัวมากๆ เขาสามารถเปลี่ยนเมืองหลวงให้เป็นเมืองน้ำแข็งได้สบายๆ เรียกได้ว่าอยู่ในระดับปีศาจ แม้แต่แม่ทัพอาวุโสทั้งหลายยังพ่ายแพ้ด้วยใบหน้านองน้ำตาอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์สูงศักดิ์ผู้นี้ หากให้ข้าเลือกข้าก็ยังเลือกพลังวิเศษของหัวหน้าจาง! พลังของฉินอ๋องนั้นถึงแม้จะร้ายกาจเพียงใดแต่มันก็งดงามเกินไป ใช่ งดงามเกินไป ไม่เท่เลยสักนิด! บุรุษอย่างข้าย่อมใฝ่ฝันถึงพลังวิเศษแสนเท่อย่างหัวหน้าจางสิถึงจะถูกต้อง!

เมื่อข้ามองขึ้นไปบนสนามประลองแส้เกล็ดน้ำแข็งสีเงินงดงามปรากฏขึ้นในมือของฉินอ๋อง อ่า! นั่นมันอาวุธชิ้นโปรนของฉินอ๋อง เขาหรี่ตามองไปยังหัวหน้าจางที่สะบักสะบอม พริบตาเดียวก็ตวัดข้อมือรวดเร็วคล่องแคล่วจนมองตามไม่ทัน แส้เกล็ดน้ำแข็งตวัดฟาดใส่ตัวของหัวหน้าจางอย่างโหดร้าย หลบยังไงก็หลบไม่พ้น สายแส้สะท้อนวิบวับตวัดไปมากลางอากาศเหมือนงูฉกกัดไม่มีผิด และที่แย่ไปกว่านั้นไม่ว่าแส้ก็แตะส่วนใดร่างกายของหัวหน้าจางก็จะถูกแช่เย็นด้วยน้ำแข็งหนา จนกระทั่งเขาขยับเขยื้อนไม่ได้ ฉินอ๋องยืนอย่างสง่างามสะบัดแส้เบาๆ ฟาดหัวหน้าจางปลิวตกสนามประลองไปอย่างไม่เปลืองแรงใดๆ สภาพหัวหน้าจางย่ำแย่แทบจะกลายเป็นตุ๊กตาหิมะอย่างสมบูรณ์

ข้าหันไปมองฉินอ๋องที่ยืนมองนิ่ง พริบตาเดียวมุมปากของเขาก็ยกขึ้นราวกับกำลังแสยะยิ้ม ข้ากลอกตาขึ้นฟ้า ฉินอ๋องผู้คลั่งไคล้การต่อสู้! หลังจากจบการต่อสู้และดูเหมือนอารมณ์ของฉินอ๋องจะถูกซ่อมแซมให้ดีแล้ว อากาศหนาวเหน็บและพายุหิมะก็จางหายไปในทันที พูดง่ายๆ ฉินอ๋องเก็บพวกมันเข้าตัวไปแล้วนั่นเอง เสี่ยวหยุนที่ยืนเป็นตุ๊กตาหิมะกับพวกข้ารีบวิ่งหน้าขาวซีดไปหาอาจารย์ของเขา ให้ตาย ข้าสงสารเด็กน้อยที่ต้องมาเห็นอาจารย์ที่เคารพรักนอนหมดสภาพเช่นนี้จริงๆ แต่ว่าหัวหน้าจางที่บอบช้ำไปทั้งตัวก็พยายามลุกขึ้นแล้วโค้งคำนับให้แก่เจ้านายของเขาอย่างเคร่งขรึม

“ขอบพระคุณที่ช่วยชี้แนะขอรับ”

สมกับเป็นคนเคร่งขรึมอันดับของวังหย่งเฮ่าจริงๆ! แม้ถูกซ้อมระบายอารมณ์แต่ก็ลุกขึ้นมาขอบคุณที่ช่วยชี้แนะอีกต่างหาก ท่านหัวหน้าจางโดนแส้ฟาดจนเลอะเลือนใช่หรือไม่!?

บาดแผลของหัวหน้าจางแลดูน่ากลัวแต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะว่าอีกเดี๋ยวมันก็ถูกรักษาแล้ว เพราะรองหัวหน้าองครักษ์เฉินนั้นมีพลังวิเศษในการรักษานั่นเอง เอ ว่าแต่ข้าไม่เห็นรองหัวหน้าเฉินเลยแฮะ ข้ากวาดสายตาไปมองรอบๆ บริเวณแต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของเขา ข้าสะกิดถามจากส่านอ๋องที่เริ่มผ่อนคลายร่างกายไม่หนาวเกร็งเช่นเมื่อครู่

“ส่านอ๋องขอรับ แล้วรองหัวหน้าเฉินไปไหนเสียล่ะขอรับ?”

ปกติแล้วคนที่รับหน้าที่ระบายอารมณ์ของฉินอ๋องคือรองหัวหน้าเฉินผู้มีพลังวิเศษในการรักษามิใช่รึ? เหตุใดกลายเป็นหัวหน้าจางได้ลงสนามเป็นตัวซวยแทนเสียล่ะ? ส่านอ๋องกลับมาทำหน้ายิ้มๆ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากถูกพายุลมหนาวแช่เย็นริมฝีปากแข็งทื่อจนยกมิได้ เขาเอ่ยตอบพลางหัวเราะขบขัน

“อ้อ รองหัวหน้าเฉินบอกว่าเอวเคล็ดจึงขอตัวไปพักน่ะ”

ข้าทำหน้าเย็นชาใส่อากาศตรงหน้า รองหัวหน้าเฉิน นี่ท่านยังใช้ข้ออ้างมิน่าเชื่อถือพรรค์นี้เอาตัวรอดอยู่อีกหรือ!? ข้าถอนหายใจปลดปลงแล้วพยักหน้าเข้าใจ รองหัวหน้าเฉินผู้นี้ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจจริงๆ ไม่ว่าชีวิตนี้หรือชีวิตที่แล้วของข้า เขาเป็นบุรุษกลอกกลิ้งลื่นไหลยิ่งกว่าผู้ใดที่ข้าเจอมาเลย ข้ามองเสี่ยวหยุนที่พยุงอาจารย์ของเขาเดินอย่างทุลักทุเลเพื่อไปรักษาบาดแผล ส่วนฉินอ๋องก็เดินลงมาจากสนามประลองด้วยสีหน้าราบเรียบเป็นปกติ คนผู้นี้ช่างเลือดเย็นจริงๆ รอยยิ้มตอนท้ายนั้นข้ายังจำติดตา แมวเลือดเย็นแสยะยิ้มเมื่อเอาชนะลูกน้องของตนได้ เฮ้อ!


(แค่นี้ ไม่คณามือแมวหรอก เหมียว!)

ฉินอ๋องหันมามองข้าเล็กน้อยแล้วเดินตัวปลิวออกไป ข้าก้มศีรษะขอตัวจากส่านอ๋องแล้วรีบวิ่งตามเจ้านายไป ฉินอ๋องเดินเข้าไปห้องรับประทานอาหาร ตอนที่นั่งลงนั้นพ่อบ้านหม่าก็เข้ามากระซิบกระซาบอะไรบางอย่างให้เขาฟัง จากนั้นฉินอ๋องก็พยักหน้าแล้วโบกมือให้พ่อบ้านหม่าออกไป เมื่อพ่อบ้านหม่าจากไปเขาก็เหลือบมามองข้าด้วยสายตาเย็นชาอย่างยิ่ง ข้ายืนตัวแข็งทื่อเหงื่อเย็นๆ หลั่งเต็มแผ่นหลัง หรือว่าเขาโกรธเพราะข้าทำหน้าที่คนรับใช้ประจำตัวบกพร่อง?

“นั่งสิ”

“ข้าได้กิน...” ข้ายังตอบไม่จบประโยคก็ต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงคอไป แล้วเดินก้มหน้ามานั่งร่วมโต๊ะกับเจ้านายอย่างว่านอนสอนง่าย บ้าชะมัด หากข้ามาช้ากว่านี้มีหวังกลายเป็นตุ๊กตาหิมะแน่ ดวงตางามของฉินอ๋องหรี่ลงอย่างมีแววอันตราย ข้าไม่ใจกล้าหาญเผชิญหน้ากับปีศาจเช่นเขาจึงรีบคว้าถ้วยข้าวเริ่มทานมื้อเย็นรอบสองทันที ให้ตายเถอะ ข้าอิ่มแล้ว เหตุใดถึงต้องมายัดข้าวลงไปอีก หากคืนนี้ข้าปวดท้องขึ้นมาจะโทษใครได้นอกจากตนเองที่ขี้ขลาดเกินไป!

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำของท่านอ๋อง น้ำร้อนยกมาเรียบร้อยแล้ว ข้าปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัวบ้าง เพราะท่านอ๋องอาบน้ำด้วยตนเอง แม้แต่ถอดเสื้อผ้าหรือสวมใส่ก็ยังทำด้วยตัวเอง ดังนั้นเพื่อประหยัดเวลาระหว่างที่ท่านอ๋องชำระร่างกายอยู่นั้นข้าก็มาจัดการตัวเองด้วยเช่นกัน ข้าอาบน้ำใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วเดินมาเคาะประตูก่อนขออนุญาตเข้าไป สาเหตุที่ต้องขออนุญาตก่อนนั้นเพราะหากข้าเดินเข้าไปเลยท่านอ๋องกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่เล่า เสี่ยงต่อการโดนหอกน้ำแข็งพุ่งทะลุร่างได้ อย่าลืมว่าฉินอ๋องเป็นคนหวงตัวยิ่งนัก

ข้าเดินเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงของฉินอ๋องอนุญาตให้เข้า ฉินอ๋องนั่งอยู่บนเก้าอี้รอคอยให้ข้ามาสางผมให้แก่เขา ข้าหยิบหวีแล้วเดินไปสางผมอันนุ่มนิ่มราวขนแมวของเขาอย่างเบามือ เป็นช่วงเวลาที่ข้าชอบมาก ผมของเขานั้นสวยและนุ่มนิ่ม ได้สัมผัสทีไรข้าก็รู้สึกดีเสียทุกครั้ง ข้ายืนสางผมเงียบๆ ฉินอ๋องที่นั่งหลังตรงก็เอ่ยถามข้าด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ได้ยินว่าเจ้าสนใจการค้าขายเลยไปปรึกษาพ่อบ้านหม่างั้นรึ?”

“ขอรับ”

เอ๊ะ เรื่องนี้พ่อบ้านหม่าบอกฉินอ๋องงั้นรึ? ข้าแปลกใจมิใช่น้อย

“อืม ดีแล้วละ ศึกษาไว้เผื่อในอนาคตได้ใช้ กลับมาจากชายแดนค่อยเริ่มเรียนก็แล้วกัน จริงสิ เจ้าต้องเตรียมชุดหนาๆ พกติดตัวไปสักหลายชุดหน่อย เพราะชายแดนทางเหนือนั้นอากาศหนาวกว่าที่เมืองหลวงมากนัก”

“เอ๊ะ? ข้าก็ต้องไปด้วยหรือขอรับ!?” มือของข้าหยุดชะงัก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากกลุ่มผมนุ่มลื่นแล้วหันไปมองเสี้ยวหน้าคมคายที่นิ่งสงบ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความตกใจ ฉินอ๋องกลอกตามามองข้านิ่งๆ แล้วเอ่ย

“เจ้าเป็นคนรับใช้ของเราย่อมต้องไปด้วยอยู่แล้ว หรือว่าเจ้าไม่กล้าไปเพราะกลัวสงคราม? อย่าห่วงไปเลยในหน้าหนาวนั้นไม่มีผู้ใดคิดทำสงครามกันหรอก หรือว่าเจ้ามิอยากไปก็ช่างเถิด”

ข้าฟังเขาพูดแล้ววูบไหวในหัวใจด้วยความรู้สึกบางอย่าง จริงสิ ฉินอ๋องไม่รู้ว่าจะเกิดสงครามขึ้นก่อนหน้าหนาวไม่กี่เดือนนี้? และตอนสิ้นสงครามเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้ายืนนิ่งคล้ายมีบางอย่างวิ่งเข้ามาชนแล้วทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ หากข้าไปด้วยย่อมสามารถเตือนพวกเขาถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ และบางทีข้าอาจจะช่วยไม่ให้ฉินอ๋องต้องบาดเจ็บสาหัสด้วยอีก! มือของข้าสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อคิดว่าตนเองจะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ แต่มิวายคิดไปทางแง่ลบ ถ้ามันเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมล่ะ!? ข้าครุ่นคิดอย่างหนักใจก่อนจะกลืนน้ำลาย สูดลมหายใจเข้าปอด ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ข้ากลับมาหวีผมให้กับฉินอ๋องแล้วเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ข้าจะไปขอรับ”

ข้าจะไป ข้าจะต้องปกป้องท่านให้ได้!

 

 





หัวหน้าองครักษ์จาง / จางฉีหลิน

 

วันนี้แปลกจริงๆ เหมือนว่าท่านแม่ของผู้แต่งตั้งหน้าตั้งตาลากผู้แต่งออกจากหน้าคอมพ์โดยเฉพาะเลย

ตั้งแต่เช้าพาไปทำบุญไหว้พระ จนกระทั่งกลับมาถึงบ้านตอนบ่ายสาม

กำลังจะเปิดคอมพ์ท่านแม่โผล่มาบอกให้ล้างรถให้หน่อย

เราก็ลูกที่ดีไปทำให้ พอกำลังจะนั่งเปิดคอมพ์ท่านแม่ชวนไปซื้อข้าวเย็น//ทำหน้าแมวหงอยใส่อีกเลยใจอ่อนยอมตามไป

วันนี้จึงเริ่มแต่งจริงๆ ตอนห้าโมงกว่าๆ หรือหกโมงจำมิได้ ดีนะที่แต่งไว้บ้างแล้วเมื่อคืน

อย่างที่บอกเนอะ มาช้าดีกว่าไม่มา~~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.414K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25475 ❀;than (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:48
    เป็นแล้วเป็นเอลซ่าเลย น้องงง
    #25,475
    0
  2. #25324 Maylyunho (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 11:10
    555 ชอบเม้นล่าง อ๋องเอลซ่า
    #25,324
    0
  3. #25010 Fah_Nueafah (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 01:49
    พบอ๋องเอลซ่าหนึ่งอัตรา ไปหงุดหงิดมาจากไหนคะท่าน
    #25,010
    0
  4. #24822 pincake (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 00:13
    ท่านอ๋องรู้ ทุกคนรู้...แต่ถิงถิงไม่รู้
    #24,822
    0
  5. #24803 สาวน้อยโลลิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 10:07
    เห็นภาพเอลซ่าซ้อนทับท่านอ๋อง5555
    #24,803
    0
  6. #24653 molyarat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 20:33

    เราเข้าใจน้องนะไม่อยากคิดไปเอง
    #24,653
    0
  7. #24366 Fueled me (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 15:47
    ท่านอ๋องเบาหน่อย คนเขาดูออกหมดยกเว้นคนที่อยากให้รู้ น่าสงสารจริงๆ5555555555555555
    #24,366
    0
  8. #23952 munkrishear (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:22
    ปกป้องท่านอ๋องให้ได้นะะะ
    #23,952
    0
  9. #23930 B.TEm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:42
    ยัยแมว555555555555555 เทอแสดงฟามลู้สึกทางสายตาแบบนี้ น้องถิงคนซื่อของชั้นไม่เข้าใจหรอกโว้ย 55555555555555//5555555
    #23,930
    0
  10. #23769 LAMI_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 16:38
    ท่านอ๋องเป็นเอลซ่า ดูออก
    #23,769
    2
    • #23769-1 Ṗ❤YṖ❤Y(จากตอนที่ 12)
      12 ธันวาคม 2562 / 16:46
      ใช่ พี่น้องที่พลัดพลาดจากกัน 55555555
      #23769-1
    • #23769-2 SHOP_PLOY(จากตอนที่ 12)
      15 มีนาคม 2563 / 01:31
      Into the unknown~~~~~
      Into the unknown~~~~~~~~~~~~~ Into the unknown~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
      #23769-2
  11. #23656 Kookik Tuan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 16:28
    สนุกมากกกกกก อ่านเพลินเลยค่ะ ไหลลื่นอ่านง่ายสบายยย
    #23,656
    0
  12. #23578 kallmelnwz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:44
    สู้เขานะท่านอ๋อง ต้องมีสักวันที่น้องหายซึนนะท่าน
    #23,578
    0
  13. #23548 mininumberone (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 00:39
    สงสารท่านอ๋อง น้องนี้ซึนเลเวลสุดแล้วจริงๆ......
    #23,548
    0
  14. #23445 กอลลิล่าแพนแพน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 15:27
    น้องซื่อบื้อจังเลยอ่ะ เห้อ
    #23,445
    0
  15. #23410 SlimeSlime_92 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 08:19
    ไรท์ใส่แก๊งนกอะไรนั่นผิดป่าวคะ เสี่ยวซีเป็นเพื่อนน้องนะ?
    #23,410
    0
  16. #23278 mytty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 08:12

    น้องคิดการใหญ่มาก555555

    #23,278
    0
  17. #23254 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:56

    เสี่ยวซีเปนคนรึเปล่านะเดี๋ยวทำดีกับอาถิงบางทีก็ทำร้ายอาถิงน่ะ อาถิงแค?กับคนรอบตัวมากแล้วจะเอาตัวรอดมั๊ยเนี่ย

    #23,254
    0
  18. #22883 Peach9 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:29
    ก็ปกป้องท่านอ๋องอ่ะค่ะ น้องงงงงง
    #22,883
    0
  19. #22725 ธัญญ์ . (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 07:03
    อ๋องเหมียวๆ ท่านทำราวกับว่ากลัวจะไม่ทันกอน เอ้ย การณ์ จริงๆ เลยน้า
    #22,725
    0
  20. #22554 Choco_stick (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:39
    น้องจะบิน​ รีบมัดมือชกพาไปชายแดน​เลยนะเหมียว5555
    #22,554
    0
  21. #22390 trp1021 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:28

    ท่านแม่อยากให้พักบ้างรึเปล่าคะ
    #22,390
    0
  22. #22238 Jinriil (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:31
    ชอบความเอารูปแมวมาประกอบของไรท์ 555555
    #22,238
    0
  23. #22134 Xialyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:57
    หนูเป็นเด็กท่านอ๋องน๊า^^
    #22,134
    0
  24. #22020 Miko_Chan2002 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:44
    คนส่วนใหญ่คงรู้แล้วแหละว่านี่เด็กท่านอ๋อง ก็เล่นแสดงออกซะขนาดนั้น ขนาดเสี่ยวชีผู้เป็นเด็กน้อยในสายตาจิ้นถิงยังรู้เลย เหลือแค่ถิงแหละที่ยังไม่รู้555 แต่ก็ไม่โทษถิงถิงนะ เพราะอยู่มา 20 ปีก็ไม่เคยคิดว่าท่านอ๋องรักตนเลย อยู่ๆย้อนอดีตมาแล้วจะให้คิดว่าท่านอ๋องแอบชอบมันก็กระไรอยู่ แถมท่านอ๋องเล่นแสดงออกอ้อมโลก อ้อมดาวพลูโตสองรอบขนาดนั้น คิดว่าคนอย่างน้องถิงจะเข้าใจงันรึ!5555
    #22,020
    0
  25. #21915 lills (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 08:23
    แมววววหวงเด็ก
    #21,915
    0