เอาเถิด ข้าไม่เสียใจ เพราะข้าตายแล้ว (Yaoi)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ ๑๑ แมวหงอย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,558 ครั้ง
    2 ก.ค. 59

ตอนที่ ๑๑ แมวหงอย

เพราะว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงจึงทำให้ข้าได้พบกับองค์รัชทายาทเร็วกว่าชีวิตที่แล้วงั้นรึ? ในชีวิตก่อนนั้นข้าได้เจอกับองค์รัชทายาทเมื่อตอนอายุสิบแปด ไม่คิดเลยว่ารัชทายาทจะวิปริตตั้งแต่ตอนนี้ เขาฆ่าลูกสุนัขด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับสนุกสนาน ไม่ต่างจากตอนที่ข้าพบเขาครั้งแรก

ในตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาลโคมไฟข้าออกมาเที่ยวกับฉินอ๋องแล้วพลัดหลงจากเขา เดินอยู่นานก็หาไม่เจอข้าจึงยืนรออยู่หน้าตรอกสุดทางงานเทศกาล คิดไว้ว่าฉินอ๋องอาจจะยังเดินมาไม่ถึง และที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนหากฉินอ๋องมองมาจะได้เห็นข้าได้ง่าย ข้ายืนรออยู่ตรงนั้นก็ได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ ออกมาจากตรอกมืด คล้ายเสียงขอความช่วยเหลือ ข้าหวาดกลัวแต่ก็ยังเดินไปดูเพราะคิดว่าอาจมีคนต้องการความช่วยเหลือ มันช่างเป็นความใจดีที่โง่เหลือเกิน ในวันนั้นหากข้าไม่เดินเข้าไปคงจะใช้ชีวิตได้สบายยิ่งกว่านี้

ข้าเดินเข้าไปในตรอกแห่งนั้น สิ่งแรกที่ข้าสัมผัสได้คือกลิ่นเลือดคาวคลุ้งในอากาศ ข้าได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงจ้วงแทงอะไรบางอย่าง ด้วยความกลัวเท้าของข้าไม่ยอมขยับ คิดจะหันตัวเดินออกไปแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ข้าแทบเข่าอ่อนเมื่อเห็นภาพในตรอก แม้จะในตรอกจะมืดแต่คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ส่องลงมาทำให้ข้าเห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังใช้มีดชำแหละและจ้วงแทงร่างของสตรีที่นอนกึ่งเปลือยจนเลือดอาบท่วมกาย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเปื้อนหยดโลหิตเป็นดวง เขาฉีกยิ้มกว้างดูบิดเบี้ยวและสยดสยอง ส่งเสียงหัวเราะน่าขนลุกราวกับกำลังรื่นเริงหฤหรรษ์ยิ่งนัก   

จังหวะที่ข้าสูดลมหายใจอันหนาวเหน็บด้วยความตื่นตระหนก เขาก็หันหน้ามาเห็น ข้ายืนตัวแข็งทื่อแทบจะหยุดหายใจ ดวงตาสีเทาของเขากวาดสายตาสำรวจมองข้าราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง จากนั้นมันก็เปล่งประกายน่าขนลุกเมื่อเหลือบมองใบหน้าของข้า เขาฉีกยิ้มกว้างคล้ายเด็กที่เจอของถูกใจ ยกปลายมีดที่เปื้อนเลือดและเศษเนื้อชี้มาที่ข้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ

เจ้า รายต่อไป

ข้ากรีดร้องอย่างตกใจแล้วรีบหมุนตัววิ่งออกไปจากที่ตรงนั้น ข้าไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตอนนั้นกลับวังหย่งเฮ่าได้อย่างไร พอรุ่งเช้าข้าได้ยินข่าวซุบซิบกันว่าเกิดฆาตกรรมท่านหญิงที่ขึ้นเสียงว่างดงามท่านหนึ่ง ตัวของข้าเย็นเยียบฉุกคิดถึงเรื่องที่ไปเจอ จากที่ได้ยินฆาตกรผู้นี้ก่อคดีสังหารมานักต่อนักแล้ว แต่ทางการก็ไม่มีเบาะแสใดๆ ให้ตามจับกุม ข้าลังเลใจที่จะบอกเรื่องราวนี้แก่ผู้อื่น วิตกกังวลพักใหญ่เพราะกลัวว่าฆาตกรคนนั้นจะตามมาเอาชีวิตข้าที่ดันไปเห็นใบหน้าของเขา

ข้าปลอบใจตนเองว่าชายคนนั้นไม่รู้ว่าข้าเป็นผู้ใด ไม่มีตามหาข้าเจอ แต่ไม่นานข้าก็พบว่าข้าคิดผิด องค์รัชทายาทมาเยี่ยมเยียนฉินอ๋องอย่างกะทันหัน ข้าเห็นเขาเพียงแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่าเขาคือชายวิปริตในคืนนั้น เขาเป็นองค์รัชทายาท! ความจริงนี้ทำให้ข้าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ข้ายังพยายามหลอกตนเองว่าเขาอาจจะแค่คล้าย หรือถ้าเขาเป็นตัวจริงบางทีอาจจะจำข้าไม่ได้ แต่ข้าก็คิดผิดอีกครั้ง เมื่อตอนเขาเห็นข้า เขายิ้มให้กับข้า ยิ้มเหมือนในคืนนั้นที่ชี้ปลายมีดกล่าวว่าข้าคือรายต่อไป!

ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าองค์รัชทายาทที่ทุกคนพูดกันว่า เป็นคนตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูดสิ่งนั้น เจ้าชู้บ้างเล็กน้อย แม้จะดูเกเรแต่ก็เป็นคนดี ที่แท้แล้วกลับเป็นคนจิตใจวิปริตเช่นนี้ ตั้งแต่วันนั้นองค์รัชทายาทมาที่วังหย่งเฮ่าเป็นประจำ เขาไม่ได้มาหาฉินอ๋องแต่กลับมาหาข้า องค์รัชทายาทสนุกสนานในการทำให้ข้าหวาดกลัว เขาส่งของขวัญมาให้เป็นประจำ ในตอนแรกของขวัญเป็นเพียงซากสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ตายแล้ว ผ่านไปนานเท่าไรของขวัญนั้นก็ทวีความรุนแรงขึ้นจากซากศพสัตว์กลายเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ ชิ้นสุดท้ายที่ข้าจำได้น่าจะเป็นดวงตาของมนุษย์ที่อัดมาเต็มกล่อง ไม่เพียงแค่นั้นบางครั้งเขาก็เรียกข้าไปหาเพื่อไปดูเขากระทำการวิปริตชวนอาเจียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มระรื่น แม้ข้าจะไม่ยอมไปแต่เขาก็จะทำทุกวิถีทางให้ข้าไปอยู่ดี เขาข่มขู่ข้าต่างๆ นานาบอกข้าว่าหากเรื่องราวเหล่านี้หลุดออกไปจากปากข้าแม้แต่น้อย คนที่ตายนั้นคือข้า มิใช่เขา

ด้วยความกังวลและหวาดกลัวทั้งกลางวันและกลางคืนข้าเริ่มล้มป่วยลง ระหว่างนั้นก็มีข่าวลือหนาหูว่าข้ากับรัชทายาทนั้นมีความสัมพันธ์กัน ฉินอ๋องหวาดระแวงและเริ่มตีตัวออกห่าง ข้าเสียใจและทุกข์ใจอย่างยิ่ง แต่ก็มิอาจเอ่ยเล่าใดๆ ออกไปได้ หากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฉินอ๋องฟังเขาจะเชื่อหรือไม่ คนๆ นั้นเป็นองค์รัชทายาทเป็นพี่ชายของเขา ส่วนข้าเป็นเพียงหนึ่งในนายบำเรอเท่านั้น เรื่องราวมันไม่ง่ายเลยเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงองค์รัชทายาท การกล่าวหาองค์รัชทายาทว่าเป็นฆาตกรวิปริตกระหายเลือดเป็นเรื่องร้ายแรง แม้ข้าจะพูดความจริงแต่จะสู้คำขององค์รัชทายาทผู้มีอำนาจได้งั้นรึ? ดีไม่ดีความจริงนั้นอาจจะทำให้ข้าถูกลงโทษที่ใส่ร้ายองค์รัชทายาท หรือไม่ก็ถูกเก็บเพื่อปิดปากไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นทางใดสุดท้ายแล้วข้าก็ต้องตาย!

ต่อมาข้าถูกไล่ให้กลับไปเป็นคนรับใช้เช่นเดิม ในตอนนั้นแม้จะลำบากแต่ข้าก็รู้สึกดีกว่าก่อนหน้านั้นมาก เมื่อข้ากลายเป็นคนรับใช้รัชทายาทก็หายเงียบไปเช่นกัน บางทีเขาอาจจะหมดความสนใจในตัวข้าแล้วก็เป็นไปได้ และอาจจะแน่ใจแล้วว่าข้าขี้ขลาดและถูกขู่จนไม่กล้าปริปากบอกเรื่องของเขากับผู้ใด แม้จะเสียใจที่ถูกฉินอ๋องทอดทิ้งแต่ข้าก็โล่งอกยิ่งนัก มิต้องคอยหวาดระแวงว่าจะถูกนายบำเรอคนอื่นรังแก มิต้องคอยหวาดกลัวองค์รัชทายาทผู้วิปริตคนนั้น มีเพียงการนินทาเล็กๆ น้อยๆ พอทำให้ระคายหูของพวกคนรับใช้ พวกเขาซุบซิบกันว่าข้าเล่นชู้กับรัชทายาทจนถูกฉินอ๋องไล่ออกมา ข้าอยากจะหัวเราะ เปล่าเลย ข้าถูกไล่เพียงเพราะไม่ได้ตอบคำถามเขาต่างหาก!   

“กลับกันเถิด เสวี่ยเอ๋อร์? มีอะไรงั้นรึ?”

หวงกุ้ยเฟยเอ่ยชวนฉินอ๋องกลับตำหนักหลังจากรัชทายาทเดินออกไป ฉินอ๋องไม่ตอบอยู่นาน หวงกุ้ยเฟยจึงเอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ข้าไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะข้าไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลืมตาอีกแล้ว ความทรงจำอันเลวร้ายย้อนกลับมาเล่นงานข้าจนหมดท่า มันน่ากลัว คนผู้นั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน หากถามว่าข้ากลัวผู้ใดมากที่สุด คำตอบย่อมเป็นองค์รัชทายาทผู้นี้อย่างแน่นอน!

ไม่นานข้าก็ได้ยินฉินอ๋องเอ่ยตอบมารดา

“...เสด็จแม่กลับไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าเป็นอะไรหรือ? เจ้าหน้าซีดนัก”

“ลูกมิได้เป็นอันใด เพียงอยากเดินเล่นสักพัก”

“เอาเถิด เช่นนั้นแม่กลับก่อน เจ้าเองก็รีบกลับเมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้ว อย่าได้คิดมาก รัชทายาทมีนิสัยเช่นนี้อยู่แล้วอย่าได้ถือสาเขาเลย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

หวงกุ้ยเฟยเอ่ยปลอบใจฉินอ๋องที่น่าจะอารมณ์ไม่ดีเพราะโมโหแทนมารดา จากนั้นนางก็เดินจากไปเหลือเพียงฉินอ๋องที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ข้าสูดลมหายใจพยายามที่จะขยับเขยื้อนตัว ข้าพลิกร่างมองลอดพุ่มไม้ไปยังฉินอ๋องที่ยืนนิ่งราวกำลังใช้ความคิดอยู่เงียบๆ คนเดียว อ่า ห่างกันแค่นี้แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันห่างไกลเหลือเกิน ข้าไม่มีแรงจะส่งเสียงเรียกฉินอ๋อง ร่างกายแข็งเกร็งเคลื่อนไหวลำบากไปทุกส่วน นี่อาจจะเป็นอาการตกใจจนสิ้นสติกระมัง เดิมทีข้าคิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่กลับมาเจอคนวิปริตเช่นรัชทายาทผู้เป็นแผลในใจข้าอย่างไม่คาดคิด ทำให้ข้าตั้งสติไม่ทันจนกลายเป็นเช่นนี้ ความดีใจที่ได้เข้าวังในตอนแรกของข้าสลายหายไปไม่เหลือ ลมหายใจของข้าค่อยๆ แผ่วเบาลง สติคล้ายจะเลือนหายไปทุกที

“...ถิง...จิ้งถิง...”

ข้าลืมตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินเสียงของฉินอ๋องกำลังเรียก นี่เขาไม่ได้จะเดินเล่นหรอกหรือ? เหตุใดถึงกลายเป็นว่าเขากำลังตามหาข้าอยู่ หรือว่าฉินอ๋องใช้มันเป็นข้ออ้าง? ข้าจ้องเขม็งไปยังฉินอ๋องที่เดินออกไปไกลเรื่อยๆ เสียงเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาไยถึงฟังดูร้อนรนเช่นนั้น ข้ารู้สึกแปลกใจนัก หรือเพราะว่าข้าสมองเลอะเลือนถึงได้ยินเช่นนั้น ข้าหงุดหงิดตนเองที่อ่อนแอเช่นนี้ และเริ่มร้อนใจที่เห็นฉินอ๋องเดินห่างออกไป ข้าพยายามเรียกเขาแต่มันก็เป็นเพียงเสียงในลำคอแผ่วเบา พอเห็นเขาเดินไปลับสายตาก็ก้มหน้าลงอย่างเสียใจแล้วก็หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

ข้าคล้ายได้ยินเสียงห่วงใยและหวาดหวั่นของเขาดังอยู่ไกลๆ หรือว่ามันจะเป็นความฝันกันนะ ข้ามักจะฝันในยามกลางคืนที่นอนเดี่ยวดาย ฝันว่าเขามานั่งอยู่ข้างกาย จับมือของข้าแล้วมองลงมาอย่างอ่อนโยน เขาเอ่ยเรียกข้าด้วยน้ำเสียงห่วงหา... อ่า เจ้าแมวมาแล้ว ในตอนนั้นความจริงแล้วข้าถูกเขาทอดทิ้งอย่างเย็นชาแต่ทว่าในความฝันเขายังคงอบอุ่นเช่นเดิม แม้จะเป็นความฝันแต่ข้าก็ดีใจ ทุกครั้งในความฝันกึ่งหลับกึ่งตื่นนี้ข้าจะพยายามยิ้มให้เขาแล้วเรียกเขาว่า...

เสวี่ย

ข้ากล้าหาญเรียกเขาด้วยชื่อเพียงในฝันเท่านั้น หากเป็นความจริงหรืออยู่แต่หน้า ไหนเลยข้าจะกล้าเรียกเขาด้วยชื่อ ข้าไม่มีความกล้าหาญเช่นนั้นหรอก ทว่า...ลึกๆ ในใจของข้าปรารถนาเหลือเกินที่จะเรียกชื่อของเขาออกมาดังๆ ชื่อของคนที่ข้ารักหมดหัวใจ ข้าหายใจอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีตะโกนออกไปสุดเสียง

“เสวี่ย! ข้าอยู่นี่!

อ่า ข้าคงเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ หากเขาได้ยินจะต้องถูกลงโทษเป็นแน่ แต่มันก็ปลอดโปร่งราวกับได้ปลดปล่อยความต้องการออกไปจากอก รออยู่นานแทบจะหมดหวังพุ่มไม้ตรงหน้าก็สั่นไหว หัวใจเต้นรัวด้วยความคาดหวัง ข้ายกศีรษะขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าคมคายแต่ทว่าเย็นชายิ่ง ข้ายิ้มอย่างอ่อนแรง

“ท่านอ๋อง”

ฉินอ๋องไม่พูดสิ่งใดก้มตัวลงมาอุ้มข้าอย่างเบามือ ข้ามองเขาอย่างตกใจแล้วพยายามบอกให้เขาปล่อยข้าลง หากมีคนผ่านมาเห็นจะเป็นเรื่องได้ อ๋องจะมาอุ้มคนรับใช้ได้อย่างไร? แต่ทว่าแรงเท่ามดของข้าก็ทำอะไรเขามิได้ ฉินอ๋องขมวดคิ้วแล้วเอ่ยเตือนข้าเสียงเย็น

“หากยังดิ้นและร้องเช่นนี้ ผู้อื่นเดินผ่านมาจะหาว่าเรากำลังรังแกเจ้า นั่นไม่เป็นเรื่องที่เสียหายกว่าเดิมหรือ? สู้ทำตัวนิ่งๆ มิให้ผู้อื่นมองมาไม่ดีกว่ารึ?”

ได้ยินข้าก็คิดตามแล้วจึงหยุดต่อต้าน ทำตัวนิ่งๆ อย่างว่าง่าย ฉินอ๋องอุ้มข้าเดินมาที่ศาลาหลังที่รัชทายาทกระโดดลงมานั่นแหละ พอคิดถึงรัชทายาทผู้นั้นตัวของข้าก็สั่นอย่างระงับไม่อยู่ ฉินอ๋องเหลือบมองข้าเล็กน้อยแต่ไม่ว่าอะไร เขาเร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปบนศาลาแล้ววางข้าลง ข้าถอนหายใจออกมา พยายามที่จะทรงตัวให้มั่นคง ฉินอ๋องล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วเช็ดคราบดินคราบฝุ่นออกจากใบหน้าของข้า

“ท่านอ๋อง เดี๋ยวข้าเช็ดเองขอรับ” ข้าเบือนหน้าหลบมือแกร่งที่ก้มตัวลงมาเช็ดทำความสะอาดให้ ดวงตาดำสนิทตวัดมามองข้าอย่างจริงจังแล้วเอ่ยสั่งเหมือนทุกครั้ง

“แม้แต่จะนั่งเจ้ายังแทบนั่งไม่ไหว นั่งนิ่งๆ ไปเถิด”

แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยแต่ตอนนี้ข้าก็เป็นเช่นที่เขาพูดจริงๆ แม้แต่จะนั่งยังลำบากจึงนั่งนิ่งให้อีกฝ่ายเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ปลายนิ้วแข็งกร้านแตะหน้าของข้าพลิกไปมาราวกับกำลังสำรวจดูบาดแผล ระหว่างที่กำลังตรวจดูสภาพร่างกายของข้าฉินอ๋องก็เอ่ยถามออกมานิ่งๆ

“เกิดอะไรขึ้น?”

หัวใจของข้าเริ่มเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น แอบมองสีหน้าของเขา ใบหน้าคมคายหล่อเหลานั้นยังคงนิ่งเรียบราวกับไม่สนใจสิ่งที่ถามออกมา ทำราวกับว่าเขาถามไปเช่นนั้นเองไม่ได้มีความหมายอะไร ข้าก้มหน้าแล้วกำลังจะตอบไปว่าระหว่างที่ตามหาลูกสุนัขข้าสะดุดหกล้ม นัยน์ตานิ่งและเฉียบคมหันมาจ้องข้าราวกับกำลังล้วงเอาความจริง แววตาของเขาทำให้ข้าต้องกลืนน้ำลาย ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“เจ้าคงจะไม่ได้ไปเห็นไอ้วิปริตสารเลวนั่นฆ่าสุนัข? จากนั้นมันก็วิ่งไล่เจ้าจนเจ้าหกล้มต้องไปหลบที่พุ่มไม้นั้นหรอกใช่ไหม?”

ข้ากลืนน้ำลายดังเอื๊อกลอบมองฉินอ๋อง ข้าได้รับความแปลกใจอีกครั้ง ฉินอ๋องเรียกพี่ชายของเขาว่า ไอ้วิปริตสารเลวแบบหน้าตาเฉย ตาแทบไม่กะพริบด้วยซ้ำ แถมสิ่งที่เขาพูดมานั้นก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ราวกับมายืนมองดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง นี่เขารู้ได้ยังไงกันนะ!? พอเห็นข้าทำหน้าตกใจแกมสงสัยฉินอ๋องก็ทำเสียงหึขึ้นจมูกแล้วย่อตัวลงไปจับขาของข้า ข้ารีบปัดป้องตัวเองจากมือที่กำลังสำรวจความรุนแรงของอาการบาเดเจ็บให้ข้า แล้วเอ่ยปฏิเสธด้วยความเกรงใจอย่างยิ่ง

“ข้ามิได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องดูหรอกขอรับท่านอ๋อง ล้มหกได้แผลมานิดหน่อย”

“สภาพเจ้าดูแย่เกินกว่าคำว่านิดหน่อย”

“ข้าเพียงตกใจมากเท่านั้น มิได้เป็นอันใดจริงๆ”

“ให้เราดูเถิด เจ้าเป็นเช่นนี้แล้วคิดว่าเราไม่ปวดใจงั้นรึ?”

“.....” ข้าหยุดชะงักมือ เบิกตามองดวงหน้าคมคายของเขาที่เงยขึ้นมามอง ดวงตางดงามนั้นมีแวววิงวอนปนเศร้าเจ็บปวดใจ มันช้อนขึ้นมาจ้องมองข้านิ่งๆ มือไม้ของข้าเริ่มอ่อนปวกเปียกแทบจะทันที บ้าจริงๆ! นี่มันขี้โกงอย่างยิ่ง! ทำหน้าหงอยๆ แบบนั้นใส่แล้วข้าจะเอาอะไรไปสู้ด้วยเล่า หูหางตกลู่จ้องมองมาด้วยแววตาหงอยๆ ปัดโธ่เอ๊ย! ไอ้หน้าแมวหงอยนี่มันพลังรุนแรงยิ่งกว่าตอนทำหน้าเหมียวๆ เสียอีก!

“เราเป็นเจ้านายของเจ้า แต่กลับปกป้องเจ้าจากไอ้คนสารเลวนั้นมิได้ ช่างน่าโมโหนัก”

พอแล้ว! พอเสียที อย่าทำหน้าเช่นนั้นข้ายอมแล้ว! อยากจะดูอะไรดูเลย ดูให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นก็อย่าทำหน้าแบบนั้นนะ จะบ้าตาย ต่อหน้าเจ้าแมวใจของข้าก็ทำมาจากเต้าหู้ดีๆ นี่เอง ข้าถอนหายใจยอมนั่งนิ่งๆ ให้เขาตรวจสอบบาดแผลที่ได้ตามอัธยาศัย ฉินอ๋องกลับมาทำหน้าเย็นชาเหมือนเดิมแล้วเริ่มจับแขนขาข้าเปิดดูความเสียหาย เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งนัก เห็นแบบนั้นข้าก็ได้แต่ฮึดฮัดในใจ เหมือนเขาจะรู้จุดอ่อนข้าเป็นอย่างดี เจ้าแมวนี่มันร้ายกาจขึ้นทุกที!


(ข้าเป็นห่วงเจ้ามิได้งั้นรึ?)

เปิดดูเป็นที่พอใจแล้วก็ลุกขึ้นเอ่ยบอกแบบไม่ขอความเห็นเลยสักนิด

“ไปพักที่ตำหนักฉิงเซียงก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับ”

“แต่ว่างานเลี้ยงฉลอง...” ข้ากำลังปฏิเสธแต่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นก็หรี่ลงเป็นสัญญาณเตือนอันตราย ข้าปิดปากฉับไม่พูดอะไร พยักหน้าหงึกหงักแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น ตอนนี้ข้าหายจากตกใจกลัวแล้วละ พอจะขยับได้บ้าง ฉินอ๋องไม่พูดอะไรก้มตัวทำท่าจะอุ้มข้า ข้ามองเขาแล้วร้องห้าม

“ไม่เป็นไรขอรับท่านอ๋อง ข้าเดินเองได้!

“หือ?”

อีกครั้ง หน้าแมวหงอยกลับมาอีกครั้ง ฉินอ๋องทำหน้านิ่งๆ แต่ดวงตาที่ช้อนขึ้นมามองข้านั้นอัดแน่นด้วยความรู้สึกผิดทำให้ข้ากระวนกระวายหัวใจนัก บ้าที่สุด! ข้ากะพริบตาปริบๆ ปากที่จะปฏิเสธไม่ขยับ ยืนนิ่งๆ เหมือนถูกตรึงเอาไว้จึงถูกอีกฝ่ายอุ้มอย่างง่ายดาย ข้าที่ไม่ต้องเดินให้เมื่อยขาเปลืองแรงกะพริบตาปริบๆ อิงหน้าลงบนเนื้อผ้าอาภรณ์อันล้ำค่าของฉินอ๋อง อ่า อันที่จริงมันก็สบายยิ่งนัก เพียงแต่ค่าตอบแทนของการได้สบายและสุขใจเช่นนี้จะต้องสูงมากเป็นแน่ คิดแล้วข้าก็อดตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ ภาวนาอย่าให้ใครมาเห็นเข้าเลย มิเช่นนั้นข้าตายแน่!

ฉินอ๋องพาข้ามายังตำหนักฉิงเซียงอย่างราบรื่น ระหว่างทางไม่พบผู้ใดสักคนข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมไม่เกิดเป็นข่าวลือแปลกๆ อย่างแน่นอน แต่ข้าก็ดีใจเร็วเกินไปเพราะตอนที่เดินเข้าตำหนักฉิงเซียงนั้นผ่านทหารยามหลายคน พวกเขาตัวแข็งทื่อพร้อมเบิกตากว้าง พอเดินผ่านเหล่าขันทีที่กำลังทำงานวุ่นวายพวกเขาก็ตัวแข็งทื่อเบิกตากว้าง และเมื่อเหล่านางกำนัลได้เห็นก็มีสภาพไม่ต่างจากคนก่อนหน้านี้ ข้าเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงได้ตกตะลึงตาค้างเช่นนั้น มีที่ไหนเจ้านายจะมาอุ้มคนรับใช้เช่นนี้ ไม่มีหรอก!

หากมีข่าวลือแปลกๆ อาทิเช่น ฉินอ๋องมีรสนิยมหลงใหลเด็กน้อย หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือฉินอ๋องเล่นรุนแรงกับเด็กรับใช้จนต้องได้อุ้มอะไรทำนองนั้นออกมาล่ะก็... นี่มันเสียหายอย่างยิ่ง! คนนินทาไม่สนใจความจริงหรอกว่าฉินอ๋องจะเป็นเจ้านายจิตใจดีอุ้มเด็กรับใช้ที่บาดเจ็บเดินไม่ไหว พวกเขาสนใจเพียงความสนุกสนานคึกคะนองปากเท่านั้น เริ่มแรกอาจจะเป็นหิ่งห้อยแต่เมื่อยิ่งพูดก็กลายเป็นดวงอาทิตย์

ฉินอ๋องพาข้าเข้ามาในตำหนัก พอเห็นพวกเราหวงกุ้ยเฟยก็รีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น นางยังไม่ทันได้ถามอันใด ฉินอ๋องก็ส่งสายตาบางอย่างไปให้ หวงกุ้ยเฟยมองตาบุตรชายแล้วพยักหน้าเข้าใจ หันไปสั่งนางกำนัลข้างกายที่เบิกตามองข้าอย่างตกตะลึง แต่พอสักพักพวกนางก็ปรับเปลี่ยนสีหน้ากลับมาปกติได้อย่างรวดเร็ว สมกับถูกอบรมสั่งสอนมาดี พวกนางก้มหน้ารับคำสั่งของนายหญิงแล้วเดินออกไปจัดการ ข้าถูกวางลงบนตั่งนอนที่ข้านอนไม่สบายตัวเอาซะเลย สบายก็บ้าแล้ว นี่มันตั่งนอนของหวงกุ้ยเฟยเลยนะ! อ่อยยยย~ ข้าจะเป็นลม!

หลังจากวางข้าลงฉินอ๋องก็เดินออกไปกับมารดา พูดคุยอะไรกันด้วยสีหน้าจริงจังด้วยกันทั้งสองแม่ลูก ส่วนข้าก็ถูกนางกำนัลสาวๆ จับทำแผลทายาและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งขาดทั้งเปื้อนฝุ่น พวกนางให้ข้าดื่มยาบรรเทาอาการปวดและยาป้องกันไข้อีกต่างหาก ช่างรอบคอบกันจริงๆ พอทุกอย่างเสร็จข้าก็ได้พักผ่อน ตอนนั้นเองฉินอ๋องและหวงกุ้ยเฟยก็เดินเข้ามาหา หวงกุ้ยเฟยมองข้าด้วยสายตาเห็นใจอย่างหนัก เอ่อ นี่ฉินอ๋องไปพูดอันใดกับมารดารึ นางถึงได้มองข้าราวกับข้าถูกรัชทายาทข่มเหงย่ำยีไม่เหลือชิ้นดีเช่นนี้กัน

“เราจะไปงานเลี้ยงแล้วจะรีบปลีกตัวออกมา เจ้านอนพักสักครู่เถิด”

“เด็กน้อย หากหิวก็บอกขันทีผู้นี้นะ เขาจะอยู่ดูแลเจ้าที่นี้”

“ขอบพระคุณขอรับ” ข้ากำลังจะลุกขึ้นเพื่อเอ่ยขอบคุณแต่หวงกุ้ยเฟยห้ามเอาไว้แล้วเอ่ยปลอบใจข้าสองสามประโยคแล้วเดินจากไป ข้ามองตามพระสนมผู้เลอโฉมอย่างงุนงง จากนั้นก็หันมามองฉินอ๋องที่มองข้าอยู่นิ่งๆ พอข้าหันมามองเขาก็พยักหน้าหงึกๆ ให้ พยักหน้าทำไม? ข้าไม่ต้องการการพยักหน้าแต่ต้องการคำอธิบายต่างหาก!

ฉินอ๋องราวกับไม่เห็นคำขอคำอธิบายจากสายตาของข้า เขาหันตัวเดินตามมารดาไป ปล่อยให้ข้ามองตามตาปริบๆ ข้าถอนหายใจทิ้งศีรษะนอนอย่างหมดเรี่ยวแรง แอบเหลือบไปมองขันทีน้อยที่เงยมองข้าด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ข้าไม่สนใจเขา พลิกตัวหลับตาเพื่อนอนพักเอาแรง

หลังจากที่หลับไปไม่นานนักข้าก็งัวเงียตื่นขึ้นมา พอข้าลืมตาก็เห็นฉินอ๋องกำลังอุ้มข้าเดินอยู่ หา! นี่มันเรื่องอันใดกัน!? ข้าสะดุ้งตื่นแล้วดิ้นเพื่อลงยืน ฉินอ๋องหยุดแล้วปล่อยข้าลง ข้ามองหน้าเขาด้วยความงุนงงแล้วเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ

“ท่านอ๋องเหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี้ แล้วงานเลี้ยงเล่าขอรับ?”

“ข้าอยู่ในงานเลี้ยงนานหนึ่งชั่วยาม มันน่าเบื่อจึงปลีกตัวออกมาก่อน”

“อ้อ แล้ว...” ข้าพยักหน้ารับ ไม่แปลกใจที่ได้ยินเช่นนี้ ก็เป็นแมวขี้เบื่อนี่นะ ข้ามองไปรอบๆ เห็นท่านรองหัวหน้าเฉินยืนยิ้มๆ อยู่ไม่ไกล ข้าหันมามองฉินอ๋องด้วยสีหน้าเหลอหลา ฉินอ๋องจึงเอ่ยบอกอีกครั้ง

“พวกเรากำลังจะกลับวังหย่งเฮ่า”

บอกเสร็จก็ทำท่าจะเข้ามาอุ้มข้า ข้าจึงยกมือห้ามแล้วบอกปฏิเสธ เขาเองก็ปฏิเสธกลับอย่างไม่สนใจ

“ระยะทางไกล เจ้ายังไม่หายดีจะเดินไหวได้อย่างไร?”

“แต่ว่า...”

“หากเจ้าลำบากใจเราจะไม่อุ้มก็ได้...”

ข้ากำลังดีใจแต่ประโยคต่อมาทำเอาข้าพูดอะไรไม่ออก

“ขี่หลังแทนดีหรือไม่?”

ข้าพยายามหาทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องไปสัมผัสแตะต้องตัวของท่านอ๋องให้หัวใจวุ่นวาย ข้าเหลือบสายตาไปมองรองหัวหน้าเฉินที่ยิ้มๆ อยู่ด้านข้าง พอเห็นข้ามองไปหาเขา รอยยิ้มบนหน้าก็หายวับไปในพริบตา รองหัวหน้าเฉินปั้นจริงจังเอ่ยปฏิเสธข้าด้วยน้ำเสียงเสียอกเสียใจ

“มิได้ๆ เมื่อวานข้ายกของน้ำหนักหนักเกินจนทำให้หลังเคล็ด ตอนนี้ยังรู้สึกขัดยอกไม่หาย เฮ้อ”

ข้ามองเขาอย่างเย็นชา เชื่อคำเขาก็สติไม่ดีแล้ว! รองหัวหน้าเฉินยิ้มละอายใจแล้วหันไปมองด้านอื่นราวกับไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก

“อุ้มหรือขี่หลัง?”  

 

 

 

 





ขอขี่หลังเจ้าค่ะ! อยากสัมผัสหลังกว้างๆ ของบุรุษรูปงามมานานแล้ว //เอื้ออออ โดนแมวตบ

อ๊ะ ลืมตัวๆ หลังของท่านเป็นของถิงถิงเท่านั้น

ตอนที่แล้วดูเหมือนว่าท่านผู้อ่านจะเข้าใจผิดกันนิ๊ดหนึ่งนะ

รูทรัชทายาทผู้ฆ่าหมาไม่ใช่ของถิงถิงนะ หมายถึงของท่านผู้อ่านต่างหาก

ท่านผู้อ่านจะเลือกหนุ่มคนใดก็เลือกเลยจ้า เดี๋ยวรูทอื่นๆ จะตามมาให้เลือกอีก


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.558K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,551 ความคิดเห็น

  1. #25472 ❀;than (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:02
    สรุปยัยน้องพรีเดบิ้วพระชายานะคะไม่ใช่คนรับใช้เพราะท่านอ๋องแมวจ้วบจ้าบมาก เหมือนประกาศให้แม่และคนในวังหลวงทรายโดยทั่วกันว่าปลาซื่อๆ ตัวนี้เป็นของแมวอย่างข้า 5555
    #25,472
    0
  2. #25454 Missjust (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:48
    จะหน้าหรือหลังก็ดีทั้งนั้นนนน
    #25,454
    0
  3. #25323 Maylyunho (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 10:56
    อิองค์รัชทายาทน่ากลัวมาก แต่ครางนี้ท่านแ๋องรู้นะ เป็นที่พึ่งให้น้องได้เพราะฉะนั้นมีอะไรก็พูดให้อ๋องแมวฟังนะ
    #25,323
    0
  4. #25009 TYPKT (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 16:35
    น้องงงงงงงง
    #25,009
    0
  5. #24954 jinhaana (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 23:04
    สงสารน้องจังที่ต้องเจอกับองค์รัชทายาทในชาติก่อน ฮืออ
    #24,954
    0
  6. #24923 Cetus - วาวาฬ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 12:46
    จะว่าไปนิสัยน้องค่อนข้างคล้ายพ่อนะ แบบ มีอะไรจะไม่พูดให้คนรักฟัง จนกระทั่งเสียเขาไปแบบนี้อ่ะ
    //ยัยพี่นี่รู้วิธีอ้อนน้องเนาะะะะะ ตามประสาคนอยู่ด้วยกันมานานแหล่ะเนอะะะะะะะะะ
    #24,923
    0
  7. #24920 ดอกไม้และสายรุ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:59

    ไอต้าวแมววร้ายๆๆ อุ้มเก่งที่หนึ่งลูกชั้นเลิ่กลั่กไปหมดแล้ว555https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

    #24,920
    0
  8. #24365 Fueled me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 15:29
    ฉินอ๋องนี่คือออกตัวแรงนะ เว่อร์มาก555555555555
    #24,365
    0
  9. #23820 มิน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:39

    ตามมาอ่านเรื่องนี้เพราะเห็นคนอื่นว่าดี แต่จนตอนนี้ยังไม่สนุกเลย ไม่มีอะไรน่าติดตาม นอกจากนายเอกน่าเบื่อ เหมือนคนโง่ตายไปกี่รอบก็โง่เหมือนเดิม มีโอกาสอีกกี่ครั้งก็จะผลลัพธ์เดิม

    #23,820
    13
    • #23820-12 ZUGABOM(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 02:39
      มึ.. ไปแต่งอ่านเองสิอิเว.. อยากอ่านแบบไหนก็แต่งเอา
      #23820-12
    • #23820-13 kimleehyun(จากตอนที่ 11)
      22 พฤษภาคม 2563 / 22:09
      เอาจริงๆตั้งแต่อ่านนิยายมา หาคอมเม้นแบบนี้ยากมาก ดูแปลกดี เพราะส่วนมากเค้าจะอ่านแล้วคอมเม้นไปในทางบวก มากกว่าทัศนคติด้านลบ จะเรียกว่าติเพื่อก่อก็อาจจะเป็นแบบนั้น แต่เชื่อมั้ยใจเค้าใจเรามันต้องมีอยู่ในสามัญสำนึกกันบ้างไม่มากก็น้อยเน๊าะ เปิดใจซักนิด แต่ถ้ามันหนักหนามากเกินไปก็แล้วแต่สะดวก การจะดิสเครดิตมครซักคนความรู้ในด้านนั้นๆควรจะแน่มากกว่านี้นะจ๊ะ (คอมเม้นเค้าไปแล้วก็กลับทาอ่านผลงานและแนวคิดของคอมเม้นอื่นๆในคอมเม้นของตัวเองดูด้วยน้า ^ ^ )
      #23820-13
  10. #23576 kallmelnwz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:27
    แหมมมม ท่านอ๋องได้โอกาสนี่เอาใหญ่เลยนะ หลอกกินเต้าหู้น้องไม่หยุดเลย อาถิงลูก ถ้าหนูไม่เลิกมองท่านอ๋องเป็นแมว หนูจะไม่สามารถหยุดตามใจท่านอ๋องได้นะลูก แม่จะบอกให้ ในโลกนี้มีใครบ้างไม่แพ้แมว
    #23,576
    0
  11. #23547 mininumberone (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 00:23
    เริ่มสงสารน้องกับความเจ้าเล่ของท่านอ๋อง
    #23,547
    0
  12. #23299 SRKM2E (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 14:21
    กระโดดกอดคอท่านอ๋องเร็วลูกกก
    #23,299
    0
  13. #23298 akikii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 14:06

    ฉินอ๋องรู้อยุ่แล้วว่าน้องกลับมารึป่าว หรือตัวอ๋องเองก็กลับมาด้วยอะไรงี้

    กลับมาแก้ไขมาคอยปกป้องน้องอีกครั้ง หลังจากที่ปกป้องไม่ได้

    รัชทายาทน่ากลัวมา แงงหลอนสุดอย่าทำอะไรน้องชั้นน้าาา

    #23,298
    0
  14. #23277 mytty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 07:37

    โฮย รัชทายาทน่ากลัวทาก

    #23,277
    0
  15. #23252 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:40

    องค์รัชทายาทบัดซบ ออกไปให้ไกลไปเลยนะ แบบนีสงสารแผ่นดินสงสารประชาชนยิ่งนัก

    #23,252
    0
  16. #23208 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 14:10
    5555555
    #23,208
    0
  17. #22911 TantawanKawnkan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:40
    ชั้นอ่านมามองน้องฟิวเด็ก​ 2-3

    ขวบอะแก
    #22,911
    0
  18. #22882 Peach9 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:04
    อุ้มดีก่าาาาขี่หลังมันลุนแลง
    #22,882
    0
  19. #22850 Koyo 31 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 05:26
    น้องบอกมีช้อยส์ หิ้วเป็นกระสอบทรายให้เลือกมั้ย 5555555555555
    #22,850
    0
  20. #22724 ธัญญ์ . (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 06:42
    รัชทายาทน่ากลัวเกินไปแล้ว ไม่เป็นไรนะถิงถิงของแม่ ;-;
    #22,724
    0
  21. #22389 trp1021 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 23:11
    ขี่หลังอะ จับจังหวะหัวใจง่ายเลยนะ
    #22,389
    0
  22. #22307 tothemoonnnn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 02:12
    น้องน่ารักเหลือเกินเจ้าค่ะ
    #22,307
    0
  23. #22133 Xialyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:22
    ใจเต้นรัววววววววว
    #22,133
    0
  24. #22081 Thunx2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:24
    บางทีตอนนั้นที่ถิงถิงถูกโบยจนตาย แล้วฉินอ๋องกลับมาที่วังแล้วรู้เรื่องเข้าเลยไม่อาจอภัยให้ตนเองได้เลยย้อนเวลากลับมาหาถิงถิงใหม่ก็ได้นะคะ 55555
    #22,081
    1
    • #22081-1 danaja12062002(จากตอนที่ 11)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:05
      +++++++
      #22081-1
  25. #21909 lills (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:38
    แหมมมมเจ้าแมววว
    #21,909
    0