Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 58 : Login 56: องค์กรของมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    5 ธ.ค. 59

Login 56: องค์กรของมนุษย์

 

            เวลาเก้าโมง

            อิงศรออกจากโรงพยาบาลสัตว์มาได้วันหนึ่งแล้ว

            ในคืนนั้นพอเด็กชายที่กลายร่างจากสุนัขทำท่าจะพูดเรื่องยุ่งยากมีนาก็ก็หยุดเอาไว้เพราะเป็นห่วงอาการของเขา เลยนัดเจอกันอีกครั้งเพื่อพูดคุยทีหลัง

            เขาจึงกลับมาพักที่ห้องตัวเอง ใช้เวลาหนึ่งวันไปกับการพักฟื้นร่างกายและเก็บข้าวของในห้อง มีคำสั่งมาว่าอีกสามวันให้ทำการย้ายออกจากค่ายแห่งนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าสาเหตุจะมาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว เดิมทีก็มีกำหนดการให้ทิ้งค่ายแห่งนี้เพื่อกลับไปยังศูนย์บัญชาการหลักตั้งแต่แรก การป้องกันค่ายตอนเรดบอสเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อจะรวบรวมแอพพลิเคชั่นปีศาจตั้งแต่แรก

            เด็กหนุ่มลุกจากเตียงสองชั้น ปีนบันไดลงมา เขาอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นแบบสบายๆ

            การเก็บของเสร็จสิ้นไปตั้งแต่เมื่อคืนวานที่เหลือก็เป็นพวกของจุกจิกส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งค่อยยัดลงไปใน Inventory ทีหลังก็ได้

            หลังจากออกไปเข้าห้องน้ำจนเสร็จ อิงศรก็กลับเข้าห้องแล้วนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานและเปิดหน้าจอเมล์

            ไม่มีข้อความใหม่ส่งเข้ามา ฉบับสุดท้ายยังเป็นเมล์ตัวจับเวลาตายของกวินทร์ ทั้งที่ป่านนี้แล้วก็ควรมีเมล์ส่งมาว่าจะคุยเรื่องนั้นกันเมื่อไหร่แท้ๆ ถ้าให้นึกเรื่องที่ทำให้เมล์ส่งมาช้าแล้วล่ะก็คงเป็นเรื่องของมีนาที่รับตัวเด็กปริศนาคนนั้นไปจัดการ

            แต่อิงศรก็เหม่อมองหน้าจอนั้น ที่เขาจ้องมองอยู่คือส่วนหน้าจอย่อยที่อยู่ข้างในอีกทีเป็นรายการชื่อของเพื่อนที่จะส่งข้อความไปให้ในนั้นมีชื่อที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีเขียวกับสีเทา

            ชื่อที่เขียนด้วยสีเขียวคือ กวินทร์ ข้าวหลาม มีนา เมษา นรินท์ สิงห์

            ชื่อที่เขียนด้วยสีเทาคือ พิพัฒน์ แล้วก็ชื่อจริงของ ฟู มิกซ์ พลอย เน็กซ์ นิว

            ชื่อที่เป็นสีเทามีความหมายว่าคนๆ นั้นไม่สามารถติดต่อไปหาได้หรืออีกนัยหนึ่งก็คือตายไปแล้วนั่นเองและในรายชื่อที่เป็นสีเทานั่นก็มีชื่อของ มิ่งขวัญ รวมอยู่ด้วย เพราะแบบนั้นถึงปักใจเชื่ออย่างสนิทว่ามิ่งขวัญตายไปแล้วจนกระทั่งได้พบกันอีกครั้งที่สนามรบ คงเป็นเพราะกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวก็เลยทำให้อยู่ในรายชื่อที่ติดต่อไปหาไม่ได้

            ระบบของเกมโลกาวินาศ... ไม่สิ เกมโกงวันโลกาวินาศนั้นระบบติดต่อสื่อสารจะทำกันได้แค่คนที่เคยเจอหน้ากันและต่างฝ่ายต่างเพิ่มอีกฝ่ายเป็นเพื่อนในรายชื่อ ถ้าหากว่าลบชื่อของเพื่อนไปก็ต้องไปเจอหน้ากันอีกครั้งแล้วขอเพิ่มรายชื่อกันใหม่ ดังนั้นถึงอยากจะส่งข้อความหามิ่งขวัญก็ทำไม่ได้

            จากนั้น...

            “คุณอิงศรอยู่ไหมคะจะเข้าไปแล้วน้า~”

            เสียงของมีนาก็ดังลอดประตูห้องมา แต่ยังไม่ทันจะลุกไปปลดกุญแจให้ประตูกลับเปิดออกจากด้านนอกได้ซะอย่างนั้น

            อิงศรหันตัวกลับทางประตูห้องโดยที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้เอาขาถ่างออกลำตัวแนบชิดพนักพิง

            “เฮ้ย! เข้ามาได้ไงน่ะก็ฉันล็อกประตู...

            คำถามของเขาได้รับคำตอบเป็นกุญแจห้องสำรองที่ควรจะแขวนอยู่ที่ห้องของผู้จัดการหอพักซึ่งตอนนี้มันถูกควงอยู่ในมือของมีนา

            “เพราะกลัวว่าจะไม่อยู่ก็เลยไปเอากุญแจสำรองมาเผื่อไว้ก่อนน่ะค่ะ

            “ถือวิสาสะหยิบมาเฉยๆ เลยเรอะ

            “ผู้จัดการหอเขาหนีไปตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรดบอสแล้วนี่คะ

            หล่อนพูดอย่างนั้นแล้วก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องทั้งที่เขายังไม่อนุญาต แถมยังไม่ได้ส่งเมล์มานัดกันไว้เลยว่าจะคุยวันนี้ที่ห้องของเขาแต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เจอจนชินชาแล้วตั้งแต่รู้จักกับยัยคนนี้

            จากนั้นกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังก็ตามเข้ามาด้วย ทั้งเมษา กวินทร์ และ นรินทร์ ก็มากันครบทีมทุกคนอยู่ใน ชุดไปรเวท รวมไปถึงเด็กชายปริศนาที่เปลือยล่อนจ้อนในวันนั้นคราวนี้ก็กลับมาพร้อมกับใส่ชุดแขนสั้นที่มีลายเหมือนกับชุดที่เมษาใส่บางทีคงเอาให้ยืมอีกแล้ว

            พอคิดถึงเรื่องเสื้อเขาก็นึกขึ้นมาได้

            “เออ เสื้อที่ยืมนายมาน่ะวางอยู่ตรงนั้นนะซักคืนให้แล้ว

            อิงศรชี้ไปที่เสื้อกับกางเกงซึ่งพับกองอยู่บนเตียงชั้นล่าง

            “ยังอุตส่าห์หาเวลาซักได้อีกนะ

            เมษาพูดแล้วเก็บชุดบนเตียงยัดใส่หน้าจอ Inventory

            “ว่าแต่นายเหอะนี่เปิดร้านเช่าชุดแล้วรึไงคราวนี้ให้เจ้าเปี๊ยกนั่นยืมด้วยมีหลายไซด์หลายขนาดเหลือเกินนะ

            อิงศรมองไปที่ชุดของเด็กชายปริศนา ตอนที่เอาเสื้อให้เขายืมนั่นก็ว่าไปอย่างเพราะขนาดตัวพอๆ กันแต่ถึงขนาดมีไซด์เล็กให้เด็กสิบขวบด้วยก็ดูจะมีชุดเยอะเกินไปหน่อย

            แต่เมษาก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

            “เหอะ ไม่ใช่ของฉัน ยัยมีนาต่างหากล่ะ

            แล้วมีนาก็รับไปพูดต่อเอาเองทันที

            “พอดีสมัยก่อนเราชอบแต่งตัวคู่กันน่ะค่ะแล้วก็แต่งสลับกันด้วยฉันเลยมีกางเกงของเมษาแล้วเมษาก็เลยมีกระโปรงของฉันแทน

            “ไม่ใช่แล้วเฟ้ย! เธอบังคับจับฉันแต่งเองไม่ใช่รึไง!

            เมษาตะหวาดด้วยใบหน้าเขินอายขณะที่มีนากลั้นขำแทบตาย

            ส่วนกวินทร์กับนรินทร์ก็หรี่ตามองเมษาแล้วทำท่าเหมือนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อยด้วยสาเหตุที่เข้าใจได้ง่าย

            เจ้าตัวเลยยิ่งร้อนรนเข้าไปใหญ่

            “เดี๋ยวสิเฮ้ย! พวกนายกำลังคิดว่าฉันเป็นพวกแบบนั้นอยู่ใช่ไหมเนี่ย

            จากนั้นมีนาก็หัวเราะซะยกใหญ่

            ดูเหมือนจุดประสงค์ที่มาบุกรุกห้องของเขาจะถูกลืมไปซะแล้วดังนั้น

            “เฮ้ๆ ตกลงมาทำอะไรกันแน่เนี่ย

            อิงศรก็เลยพูดเตือนความจำทั้งสี่คน

            มีนาหันมาพูดกับเขาว่า

            “ก็...เดี๋ยวจะต้องคุยเรื่องซีเครียดกันแล้วเลยอยากจะให้บรรยากาศมันซอฟท์ลงซักหน่อยน่ะค่ะ

            “แหมถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะรีบคุยๆ ให้มันเสร็จๆ ดีกว่านะค้างคาแบบนี้แล้วมันเครียดหนักกว่าเก่าอีก

            นรินทร์พูดอย่างเห็นด้วยกับเขา

            จากตรงนี้เองการแสดงก็ได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนต่างพยักหน้าให้กัน มันคือสัญญาณที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่คืนที่เขาตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลสัตว์

            สัญญาณว่าการแสดงเพื่อตบตาคนที่อาจจะดักฟังพวกเขาได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย

            “ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ในรัศมีนี้แล้วล่ะ

            อิงศรพูดอย่างมั่นใจเพราะในช่วงที่พวกมีนาพูดคุยเสียงดังโหวกเหวกกันอยู่นั่นเขาใช้สกิลตรวจสอบภายในรัศมีห้าร้อยเมตรรอบห้องพักแล้ว

            ถึงจะเป็นเรื่องกำหนดกันไว้ก่อนก็ตามแต่เรื่องที่เลือกมาคุยกันที่ห้องของเขาก็เป็นเรื่องกะทันหันจริงๆ อย่างน้อยที่สุดมีนาควรส่งเมล์มาบอกก่อน

            เมื่อทุกคนหาที่นั่งของตัวเองได้การสนทนาก็เริ่มขึ้นจากเด็กชายปริศนาซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ตรงกลางห้อง

            “งั้นก็ขอเริ่มจากเหตุผลที่ข้ามาอยู่กับพวกเจ้าก็แล้วกัน แต่ก่อนอื่นอยากให้มนุษย์ผู้ถูกฟันเฟืองเลือกเล่าทุกอย่างที่เจ้ารู้มาจากซีลอร์ดให้ข้าฟังก่อนจะได้รู้ว่าจะเริ่มเล่าตรงไหนดี

            ให้เล่าที่ฟังจากซีลอร์ด... เป็นคำขอที่ค่อนข้างลำบากใจเอาเรื่องเพราะต้องเล่าต่อหน้าพวกพ้อง เดิมทีเขาก็ไม่ใช่ประเภทบอกเรื่องทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้กับคนอื่นอยู่แล้ว เพราะมันจะทำให้ข้อมูลรั่วไหลยิ่งในกลุ่มนี้มี มีนากับเมษาที่เป็นพี่น้องกับสิงห์อยู่ด้วยก็ยิ่งไม่อยากให้ข้อมูลรั่วไปถึงสองคนนี้เลย แม้ว่าที่ผ่านมาจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสองคนนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของสิงห์ ดังนั้นจึงตัดเรื่องเป็นสปายออกไปได้ แต่ถ้าวางใจปล่อยข้อมูลให้ไปแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นสองคนนี้น่าจะถูกพาตัวไปรีดข้อมูลก่อนใคร

            หลังจากชั่งใจอยู่นานและถูกสายตาของทุกคนเร่งเร้าอิงศรก็ตัดสินใจจะเล่าทั้งหมดออกไป

            “เอาเถอะยังไงก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นฟังแล้วจะเชื่อทันทีอยู่แล้วนี่นะ

            เขาพึมพำกับตัวเองโดยไม่ให้ใครได้ยิน

            “งั้นทุกคนตั้งใจฟังให้ดีล่ะเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้น่ะมันออกจะเกินสามัญสำนึกไปหน่อย

            แล้วเขาก็เริ่มเล่าทุกอย่างออกมาแบบสรุป

            เรื่องการมีอยู่ของตัวตนที่เรียกว่าพระเจ้า

            โฉมหน้าที่แท้จริงของเกมโกงวันโลกาวินาศ

            บททดสอบที่จะลงทัณฑ์มนุษย์ด้วยเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสอง

            และเรื่องที่เขากับน้องชายเป็นฟันเฟืองสำหรับขับเคลื่อนเครื่องทำสวนเหล่านั้น

            ตลอดเวลาที่ฟังเรื่องราวอันเหลือเชื่อที่คุยกับซีลอร์ดมานั้นทุกคนฟังอย่างตั้งใจและไม่มีใครแย้งอะไรออกมา คงเพราะได้ประสบกับเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์มาโดยตรงจึงเชื่อเรื่องที่เขาเล่าโดยง่าย

            “....ก็อย่างที่เล่าไป

            เด็กชายปริศนาพยักหน้าให้แล้วเริ่มพูด

            “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเข้าใจถึงสถานการณ์ของตัวเองกันแล้วนะมนุษย์เอ๋ย ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกสถานะของตัวเองเพื่อให้พวกเจ้าไว้ใจ ตัวข้าคือหนึ่งในสิบสองเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ผู้พิสูจน์โดโกบาร์

            รู้สึกได้ว่าบรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งขึ้นมาทันที

            แต่โดโกบาร์...

            “ข้าเป็นผู้พิสูจน์โดยสันดานจึงนึกอยากตรวจสอบด้วยตัวเองว่ามนุษย์นั้นหมดสิ้นคุณค่าในการคงอยู่แล้วจริงๆ หรือไม่ ซึ่งพวกเจ้าสี่คนก็พิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วดังนั้นข้าจึงเริ่มคิดคล้ายกับซีลอร์ดเพื่อจับตาดูพวกเจ้าต่อไปข้าจึงมาอยู่ด้วย

            ยังคงกล่าวต่อเหมือนไม่รู้สึกถึงแรงกดดันจากพวกเขาเลย ทั้งที่โดนพวกมนุษย์ที่จะต้องลงทัณฑ์ล้อมอยู่ ซึ่งความจริงมันก็ถูกแล้ว มนุษย์อย่างพวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายจะต้องหวาดกลัว

            จากนั้นมีนาก็

            “ม...แหมพอฟังแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อน่าดูเหมือนกันนะคะเนี่ย

            พูดเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายความตึงเครียดลง

            “จิ...จริงด้วยสิครับพี่ศรผมยังไม่ได้คืนเจ้านี่ให้เลย

            กวินทร์พูดพลางล้วงเอาฮาร์โมนิก้าออกจากกระเป๋ากางเกง คงตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลบบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี่

            เด็กหนุ่มลุกจากเตียงมายืนข้างหน้าแล้วยื่นฮาโมนิก้าให้

            อิงศรจ้องฮาร์โมนิก้าที่ช่วยหยุดเขาซึ่งกำลังอาละวาดด้วยเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้จะยังไม่ได้ฟังเรื่องนี้จากพวกกวินทร์โดยตรงแต่เขาก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตอนที่คุยกับซีลอร์ดแล้ว

            มาคิดๆ ดูก็รู้สึกเจ็บใจที่สุดท้ายของสุดท้ายเขาก็ถูกสิงห์กับข้าวหลามช่วยเอาไว้อีกเหมือนเมื่อสามปีก่อน ไม่รู้ว่าที่สิงห์มอบฮาร์โมนิก้าอันนี้ให้กับที่ข้าวหลามให้สเปรย์ขยายเสียงมาก่อนออกเดินทางนั้นเป็นเรื่องที่สองคนนั่นคาดการณ์ไว้แต่แรกหรือว่าเป็นแค่ความบังเอิญกันแน่

            อิงศรเอื้อมมือออกไปทำท่าเหมือนจะรับของแต่กลับกุมฮาร์โมนิก้าและมือของกวินทร์แล้วดันกลับไป

            “นายเก็บเอาไว้เถอะ

            หา?”

            กวินทร์ทำหน้าตกใจ

            ถ้าเกิดว่าฉันอาละวาดขึ้นมาอีกนายจะได้เป็นคนหยุดเอาไว้ไง

            พี่ศรรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอครับ

            ดูเหมือนจะตกใจที่เขารู้เรื่องทั้งที่ยังไม่ได้บอก

            อิงศรพยักหน้ารับ กวินทร์จึงถอยกลับไปนั่งที่

            จากนั้น...

            อิงศรก็เบนสายตาไปที่ชื่อกับแถบพลังชีวิตของโดโกบาร์

 

Dogobar Lv.1

[/////100:100/////]

 

            สีของตัวหนังสือที่เขียนชื่อเป็นสีเขียวหมายความว่าเป็นพวกเดียวกับฝ่ายมนุษย์ ก่อนหน้านี้ตอนที่กลายร่างครั้งแรกก็ลองให้นรินทร์ตรวจสอบด้วยแอพพลิเคชั่นปีศาจแล้วแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ ค่าพลังที่มีอยู่ในตอนนี้ก็เหมือนกับมนุษย์ มีอาชีพพื้นฐาน สเปลเลอร์ เหมือนกับนรินทร์ เนื่องจากระดับเลเวลเป็นค่าเริ่มต้นจึงยังไม่ได้ติดตั้งสกิลหรือเพิ่มขีดความสามารถใดๆ ราวกับเด็กเพิ่งเกิดใหม่

            พวกเด็กที่เกิดหลังจากโลกล่มสลายก็จะถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเกมตั้งแต่ตอนที่ออกจากท้องแม่เหมือนกัน

            “ทีนี้ตาฉันถามมั่งล่ะนะ

            อิงศรพูดต่อหน้าโดโกบาร์

            นายคิดจะใช้ร่างนั้นทำอะไรกันแน่

            เพื่อการจับตาดูจำเป็นต้องเรียนรู้ความเห็นของมนุษย์ดังนั้นจึงใช้ร่างนี้แน่นอนว่าด้วยเงื่อนไขเดียวกับพวกเจ้าร่างกายนี้สามารถ ตายได้ เรียนรู้ได้ ใช้พลังของปีศาจที่พวกเจ้าเรียกกันว่าเดม่อนแอพพลิเคชั่นได้ หากเป็นความปรารถนาของพวกเจ้าแล้วจะใช้ร่างกายนี่อย่างไรก็ได้

            อิงศรยิ้ม

            พูดแบบนั้นมันจะดีเร้อ~ พูดซะอย่างกับพวกฉันเป็นแก็งลักเด็กเลยนะนั่น

            แล้วโดโกบาร์ก็ยิ้มเหมือนกัน

            นี่ก็เพื่อการพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์แน่นอนว่าถ้าประเมินตกเมื่อไหร่ข้าจะทำการกวาดล้างเอง

            คำพูดของโดโกบาร์เป็นของจริง แวบหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกลายเป็นศัตรูขึ้นมา

            คนอื่นๆ ได้แต่นั่งเกร็งตัวไม่โต้ตอบเพราะถูกแรงกดดันนั่นเล่นงานซึ่งเขาเองก็ด้วย

            อิงศรรู้สึกว่าการโต้ตอบกับโดโกบาร์อาจจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นยังไงเสียอีกฝ่ายก็คือพรรคพวกของพระเจ้าที่คิดทำลายมนุษย์

            แล้วก็เป็นอีกครั้งที่มีนาแทรกขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันหนังอึ้ง

            เอาเป็นว่าประเด็นของน้องหมาจบไปแล้วนะคะงั้นต่อไปเรามาพูดเรื่องแนวทางของกลุ่มกันดีกว่าค่ะ

            นั่นเป็นหัวข้อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนอิงศรจึงหันไปถาม

            เรื่องอะไร?”

            “พอดีว่าพวกเราคุยกันตอนที่คุณอิงศรยังหลับอยู่น่ะค่ะแต่เรื่องส่วนใหญ่ก็ได้คำตอบหมดแล้วเหลืออีกแค่เรื่องเดียว แต่ก่อนจะพูดเรื่อนั้นอยากจะให้ทุกคนรู้เอาไว้ก่อนเรื่องที่เบื้องบนคิดจะใช้ประโยชน์จากพวกเราน่ะค่ะ

            เบื้องบนคิดจะใช้ประโยชน์

            ถ้าเบื้องบนที่ว่าหมายถึงสิงห์ล่ะก็มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไปตั้งนานแล้วทำไมจะต้องมาบอกเอาป่านนี้ด้วย

            มีนาพูดต่อไปว่า

            ก่อนอื่นจะขอพูดย้อนไปถึงธุวดารกะในอดีตนะคะ ประมาณหลายร้อยปีก่อนได้แล้วล่ะมั้ง

            ไม่รู้ว่าทำไมหล่อนถึงขึ้นต้นเรื่องด้วยประวัติของตระกูลตัวเอง แต่มันก็ทำให้นึกถึงเรื่องที่มังกรในเรดบอสพูดขึ้นมา

            ในตอนนั้นมีนาถูกยึดร่างกายไปโดยมังกรแล้วก็พูดเอาไว้แบบนี้

            ‘เจ้าเองก็เป็นเลือดเนื้อธุวดารกะงั้นรึคงเป็นผู้นำของเหล่ามนุษย์พวกนี้ล่ะสิ กล้ามากนะที่เอาเทพมาใช้สนองความโลภ มันกี่ร้อยกี่พันปีกันแล้วล่ะที่บาปของพวกเจ้าไม่ได้ระงับลงเลยแม้แต่ชั่วอายุคนเดียว

            มีนาเริ่มพูด

            ธุวดารกะนั้นเดิมเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการควบคุมเรื่องเหนือธรรมชาติค่ะในความเป็นจริงแล้วก่อนที่โลกของเราจะล่มสลายก็เคยมีปีศาจและเทพดำรงอยู่ร่วมกับมนุษย์มาตั้งนานนมแล้ว ธุวดารกะได้คิดค้นวิธีที่จะควบคุมเทพและปีศาจเพื่อนำมาใช้ประโยชน์แต่ก็ไม่ได้มีแค่พวกเราหรอกนะคะยังมีองค์กรอื่นทั้งในประเทศและนอกประเทศที่วิจัยเกี่ยวกับอาคมสำหรับควบคุมเทพและปีศาจอยู่อีกอย่างเช่นอารย-สนธยาที่อ้างตัวว่าเป็นองค์กรทางวิทยาศาสตร์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะและนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเดม่อนแอพค่ะ

            อิงศรเข้าใจที่มีนาพูดมาถ้าธุวดารกะเป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนานขนาดนั้นก็คงไม่แปลกที่จะเคยทำกับเทพและปีศาจเอาไว้มากมายและในกรณีที่เป็นแบบนั้นหมายความว่าพวกสัตว์เทวะแท้จริงแล้วเป็นเทพกับปีศาจอย่างนั้นหรือ

            แต่เขาเองก็เคยเห็นพวกสัตว์กลายพันธุ์เป็นสัตว์เทวะมาแล้วถ้าอย่างนั้นก็อาจจะต้องบอกว่าเฉพาะสัตว์เทวะชั้นจ่าฝูงเท่านั้นหรือเปล่า

            มีนายังคงพูดต่อไปอีก

            เดิมทีแล้วปีศาจและเทพมีตัวตนที่เหมือนกับเป็นข้อมูลอยู่การถอดรหัสข้อมูลนั้นแล้วนำมาประยุกต์ใช้ก็คือหลักการของเดม่อนแอพ

            หมายความว่าแต่เดิมปีศาจและเทพเป็นเพียงข้อมูลอย่างนั้นหรือ

            รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องทำนองนี้ถูกพูดขึ้นมา

            แล้วอิงศรก็นึกขึ้นได้ว่าในตอนนั้นที่สิงห์ตอบโต้มังกรก็พูดอะไรราวๆ นี้เหมือนกัน

            ‘โลกหลังจากนี้ไปมนุษย์จะไม่ต้องการเทพหรือปีศาจอีกพวกแกมันก็แค่โปรแกรมที่ชำรุดไปแล้ว ได้แต่รอวันที่จะอันอินสตอลออกก็เท่านั้น

            ซีลอร์ดเองก็เคยพูดไว้แบบนี้

             หากมนุษย์ไม่แสดงความตั้งใจก็จะถูกลบออกไปพร้อมกับสวนแห่งนี้ รากจะแผ่ขยายออกไป  การกำจัดข้อมูลที่ไม่ได้ใช้เพื่อทวงคืนพื้นที่เก็บรักษาจะดำเนินไปจนกว่าทุกอย่างจะถูกอันอินสตอล ออกจากระบบ ทั้งประวัติศาสตร์ ทั้งช่วงเวลาและการมีตัวตนอยู่ของมนุษย์จะกลับคืนสู่ความว่างเปล่า

            อันอินสตอลหมายถึงถอนการติดตั้งโปรแกรม

            ทำไมคำพูดของสิงห์กับซีลอร์ดจึงคล้ายคลึงกัน

            คำตอบมันมีอยู่ตรงนี้นี่เอง

            ถ้าบอกว่าโลกใบนี้หรืออาจจะหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างแท้จริงแล้วเป็นเพียงข้อมูล ถ้าเป็นอย่างนั้นมนุษย์ที่หมดสิ้นความตั้งใจในการก้าวไปข้างหน้าก็คือข้อมูลที่หมดสิ้นคุณค่าในการเก็บรักษาดังนั้นพระเจ้าที่เป็นผู้ใช้งานก็เลยจะลบข้อมูลขยะที่เรียกว่ามนุษย์ทิ้งไป

            มีนายังคงพูดอยู่

            แล้วทีนี้เพราะว่าเดม่อนแอพเกิดขึ้นก่อนที่โลกจะล่มสลายบวกกับที่ฟังจากคุณอิงศรเล่าก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีอาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันก็ได้

            แล้วหล่อนก็จ้องมองมาที่อิงศร

            แต่เขาไม่มีคำพูดจะตอบโต้

            ไม่สิ... มันมีอยู่ ยังมีอีกเรื่องที่เขานึกสงสัยและมีนาก็กำลังตอบความสงสัยนี้อยู่

            เรื่องที่เห็นในความทรงจำซึ่งเคยลืมไปแล้ว...

            พ่อกับแม่ของเขามีส่วนร่วมในการพัฒนาเดม่อนแอพให้ธุวดากะรวมไปถึงอาจจะมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับอารย-สนธยา

            แต่ควรจะพูดเรื่องนี้ที่นี่รึเปล่า?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น