Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 35 : Login 33: พัฒนาการของชายผู้ว่างเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

Login 33: พัฒนาการของชายผู้ว่างเปล่า

 

            ห้องควบคุมหลักศูนย์บัญชาการค่ายฝึกชั่วคราว

            สิงห์มองการต่อสู้ของพวกนรินทร์ผ่านทางภาพของกล้องวงจรปิดที่ฉายลงจอโปรเจคเตอร์

            การต่อสู้เริ่มมาได้ซักพักก็มีคนตายไปมากมาย ไม่ใช่แค่ประตูที่พวกนรินทร์รับมือ แต่ประตูอื่นๆ ก็เริ่มมีคนตายเหมือนกัน

            สิงห์เดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ

            “ชิ ไม่ไหวงั้นเรอะ

            แต่คำพูดของเขาก็ถูกเสียงของเจ้าหน้าที่ภายในห้องกลบไปหมด เสียงรายงานสถานการณ์ของประตูแต่ละทิศดังสลับกันไปมาอย่างสับสนอลหม่าน

 

            ที่สนามรบ

            หลังจากนรินทร์ทุ่มสุดตัวขัดขวางมังกรไม่ให้โจมตีได้แล้ว พวกพ้องที่วิ่งตามหลังมาก็แซงขึ้นไปข้างหน้าแล้วเริ่มเปิดฉากโจมตี ทั้งลำแสง ทั้งอาวุธบิน พุ่งขึ้นไปจากพื้นดินอย่างต่อเนื่อง เกิดระเบิดขึ้นบนร่างของมังกรไอควันสีขาวพวยพุ่งตลบอบอวลบดบังทัศนวิสัยจนย่ำแย่

            มีแต่หน้าจอแสดงแถบพลังชีวิตของมังกรที่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีเมื่อครู่ได้ผล พลังชีวิตเริ่มลดลงไป

 

Heraldic Beast Deity: Cerulean-Eyes Lv. 50

[/////52435:56000///..]

 

            เสียงคำรามดังออกมาจากหมู่ควัน แล้วสายลมก็พัดโหมอย่างรุนแรง แรงถึงขนาดเป่าควันทั้งหมดให้หายไปในพริบตา แรงขนาดที่ว่ามีทหารบางคนตัวปลิวกระเด็นไปข้างหลัง

            นรินทร์ใช้เท้าจิกพื้นพยายามต้านทานแรงลมไว้ให้ได้ ผ้าคลุมสีดำของชุดเครื่องแบบโบกพลิ้วราวกับธงที่ปักอยู่บนยอดของอาคาร เด็กหนุ่มใช้มือข้างขวาป้องกันสายตาเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้น

            “เสร็จกัน!

            แล้วสบถออกมาด้วยใบหน้าตกตะลึง

            ตกตะลึงเพราะว่ามังกรกำลังร่ายรำ

            ร่างไม้อันใหญ่โตแหวกว่ายผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนที่นั้นทำให้เกิดลมกรรโชกรุนแรงขึ้นมา แต่ที่เขาเป็นกังวลนั้นไม่ใช่ลมที่หากแต่เป็นการร่ายรำของมังกรต่างหาก

            แว่นตาที่ได้รับจากแอพพลิเคชั่นปีศาจบอกให้รู้ถึงสกิลที่มังกรกำลังใช้งาน

            “ทุกคนระวังนะท่าโจมตีกวาดล้างกำลังจะมามันใช้ฟอเรสต์แดนซ์อยู่!

            แต่ก็สายเกินไป การร่ายรำเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ตอนที่เขาตะโกนแล้ว ทุกคนรับรู้แต่ก็ไม่มีใครขยับตัวหนีได้ทัน

            มังกรหยุดร่ายรำแล้วคำราม

            “ฟอเรสต์แดนซ์

            เสียงคำรามกลายเป็นคำพูดที่ทำให้สกิลทำงาน

            แผ่นดินสั่นสะเทือน สั่นไหวอย่างรุนแรง

            รากไม้จำนวนมากผุดงอกขึ้นมาจากพื้น รากเข้ามาพันที่แขนและขารวมถึงมัดลำตัวเอาไว้จนไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก ทุกคนเสียท่าให้กับการโจมตีนี้จนหมด

            ทั้งที่มันเป็นสกิลสำหรับโจมตีแต่กลับควบคุมให้กลายเป็นสกิลตรึงเป้าหมายได้เจ้ามังกรมีพลังถึงขนาดนั้นเชียว พลังที่จะควบคุมสกิลได้ตามใจนึกจนราวกับว่านี่ไม่ใช่เกม... ถึงที่จริงแล้วโลกใบนี้จะไม่ใช่เกมตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็เถอะ

            จบสิ้นกันแล้ว...

            วินาทีที่ความคิดนั้นแล่นขึ้นมา นรินทร์ก็แสดงใบหน้าสิ้นหวัง

            ความกล้าที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้ราวกับจะหายไปทั้งหมด

            มังกรหัวเราะ

            “ฮะฮะ

            หัวเราะด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามและรอยยิ้มดูแคลนหากว่ามังกรแสดงสีหน้าได้เหมือนกับมนุษย์มันก็คงกำลังทำหน้าเยาะเย้ยพวกเขา

            “มนุษย์มักจะมีส่วนที่ใช้ไม่ได้เยอะเกินไปทั้งโง่เขลา อวดดี และอ่อนหัด รู้บ้างไหมว่าพวกเราเทพเจ้าพากันเอือมระอาในความใช้ไม่ได้ของพวกเจ้ามากี่ครั้งกันแล้ว

            มังกรพูดแล้วบินขึ้นไปข้างบน มันตีลังกากลางอากาศม้วนตัวหันหัวกลับลงมาแล้วหยุดอยู่ในท่านั้น

            “จบกันแค่นี้แหละมนุษย์เอ๋ยเราจะส่งพวกเจ้ากลับสู่ความว่างเปล่าเอง วอยด์บลาส(Void Blast)”

            ปากของมังกรอ้ากว้าง มันง้างออกมาจนปากบนกับปากล่างแทบจะตั้งตรงกันเป็นเส้นตรง

            อากาศกำลังถูกดูดเข้าไปรวมกันในปากของมัน อนุภาคแสงสีดำรวมตัวกันที่ใจกลางปากนั่น บีบอัดกลายเป็นลูกบอลแล้วขยายขึ้นเรื่อยๆ

            มีเสียงดังมาจากนายทหารหญิงคนหนึ่ง

            “นั่นมันท่าวอยด์บลาสของบิลด์วอยด์นี่นา

            คำพูดแค่นั้นก็เพียงพอแล้วเพราะนรินทร์เองก็รู้จัก วอยด์บลาสมันเป็นสกิลโจมตีแบบกวาดล้างของบิลด์คลาสอาชีพวอยด์ ถึงระยะหวังผลจะค่อนข้างใกล้แล้วยังต้องใช้เวลารวบรวมพลังค่อนข้างนาน แต่เรื่องพลังทำลายนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะมันคือจุดเด่นของสกิลนี้ซึ่งเป็นการโจมตีที่ใช้งานง่ายและรุนแรงที่สุด มันเป็นการโจมตีปิดฉากอย่างแท้จริง

            แล้วตอนนี้สกิลที่ว่านั่นก็กำลังชาร์จอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

            หากโดนซัดในระยะนี้แล้วไม่แคล้วได้แหลกเป็นฝุ่นผงกันหมดอย่างแน่นอนยิ่งฝ่ายนั้นเป็นพลังระดับจ่าฝูงสัตว์เทวะคงไม่มีใครรอดชีวิตจากการโจมตีนี้แน่ หรืออย่างน้อยที่สุดก็คงมีคนตายซึ่งหนึ่งในนั้นคือเขาเองที่ยืนอยู่ตรงศูนย์กลางเป้ายิง

            เสียงกรีดร้องดังขึ้น เสียงโวยวายว่าไม่อยากจะตายดังขึ้น

            “...”

            นรินทร์ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาก้มหน้าลงดวงตาของมีน้ำตาคลออยู่ พอรู้ตัวว่ากำลังจะตายร่างกายก็เหมือนจะควบคุมไม่ได้จนเผลอแสดงความอ่อนแอ

            บอลแสงสีดำเป่งตัวจนมีขนาดเท่ารถยนต์คันหนึ่ง

            แล้วเมื่อมันเริ่มหดตัวลงนั่นคือสัญญาณก่อนการยิง

            วินาทีที่คิดว่าไม่รอดแล้ว ตอนนั้นเอง

            “จงสถิตในคันศรของข้า บัพแอโร่ว!!

            วินาทีที่ลำแสงสีดำอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะคืบคลานออกจากปากของมังกรนั่นเอง ลำแสงกลับเปลี่ยนทิศทางไป

            “อ่อก!

            มังกรสำลักออกมาขณะเดียวกันหัวของมันเบี่ยงไปทางซ้าย ทำให้ลำแสงเปลี่ยนทิศทางและยิงพลาด ลำแสงลอยข้ามกำแพงรั้ว ปะทะเข้ากับสนามพลังชีพจรมังกรแล้วระเบิดออก เป็นการะเบิดอันรุนแรงชนิดที่เสียงของมันทำเอาหูอื้อไปชั่วขณะ

            แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อยคงเป็นเพราะสนามพลังรับแรงกระแทกเกือบทั้งหมดเอาไว้

            นรินทร์เงยหน้าขึ้นทั้งที่น้ำตายังอาบแก้มอยู่

            แล้วเหม่อมองไปยังร่างที่ลุกเป็นไฟของมหิงสาขนาดยักษ์ที่พุ่งเข้ามาชนร่างของมังกรจากทางซ้าย

            “น...นี่มัน...

            มังกรพูดน้ำเสียงกระอักกระอ่วน ร่างของมันเกร็งไปหมดเพราะกำลังสู้กับแรงปะทะของมหิงสาเพลิง

            ทั้งคู่ไม่ขยับออกจากจุดเดิมเลยแม้แต่น้อย ตอนนั้นเองก็มีเสียงพูดเอะอะดังมาจากทิศที่มหิงสาเพลิงพุ่งมา

            “สงสัยจะไม่ไหวล่ะมั้งคะเนี่ย

            “หนวกหูน่ามีนาถ้าเห็นแล้วก็รีบจัดการเข้าสิ

            “ค่าๆ ใช้ยันเลยนะคะคุณอิงศรเนี่ย

            นรินทร์หันไปมอง พวกพ้องคนอื่นๆ ก็ด้วยทุกคนหันไปมองเป็นทางเดียวกันหมด

 

            ที่นั่นทหารหนุ่มสาวสี่คนกับอีก...หนึ่งตัวกำลังวิ่งตรงมาทางนี้

            พวกอิงศรนั่นเอง...แล้วก็มีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งไล่หลังมาติดๆ ทุกคนตัวโทรมไปด้วยเหงื่อ แต่ว่า...หมา... ยังมีสัตว์ธรรมดาหลงเหลืออยู่บนโลกนี้...

            ความคิดตีกันมากเกินไปจนสับสนไปหมด... เลยคิดว่าช่างมันไปเถอะ

            สรุปก็คือ...

            มีนาเป็นคนที่วิ่งนำหน้ากลุ่มออกมาในมือถือเคียวสีดำเมี่ยม

            พอวิ่งมาถึงระยะหนึ่งหล่อนก็หยุดแล้วเงื้อเคียวฟันลงไปบนพื้นถนน

            “เนโครดราก้อน ไทรซอมบี้ทอปส์ (Necro DragonTrizombietops)”

            ทันใดนั้นแผ่นดินก็ปริแยกออกจากกัน

            ประกายสีดำพวยพุ่งขึ้นมา

            ร่างซึ่งเกิดจากการเรียงตัวของกระดูกหลายชิ้นปีนขึ้นมาจากรอยแยกนั่น

            กะโหลกศีรษะยื่นยาวไปข้างหลังเหมือนแผงคอ มีปากคล้ายกับนกแก้ว มีเขาสามเขาด้วยกันเขาแรกอยู่ตรงจมูกคล้ายกับนอแรด อีกสองเขาอยู่บริเวณจุดที่เคยเป็นดวงตามาก่อน คลานสี่ขาเหมือนกับช้าง

            ชื่อของมันมาจาก ไทรเซราทอปส์ สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังพอๆ กับทีเร็กซ์หรือไทแรนโนซอรัสมันเป็นเนโครดราก้อนตัวใหม่ที่มีนาสามารถเรียกออกมาได้เมื่อเธอมีเลเวลหกสิบ

            มีนาถอนจอบออกจากพื้น รอยแยกที่สร้างขึ้นมากลับมาเชื่อมสนิทกันในทันที เด็กสาวตวัดเคียวออกไปเป็นสัญญาณให้มังกรกระดูกที่เรียกออกมาโจมตี

            “ลุยเลยค่าไทรจัง

            พร้อมกับตั้งชื่อเล่นให้มันไปในตัว

            มังกรกระดูกสามเขา โจนตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วผิดกับรูปลักษณ์แล้วกระโดดพุ่งเข้าใส่ร่างของเซลูลีนอายส์

            เกิดเสียงดัง โครมร่างของสัตว์เทวะลอยละลิ่วไปกระแทกสะพานจนถล่มแล้วตกลงมา

            ระหว่างนั้นเองกวินทร์ก็วิ่งแซงทุกคนไป

            แล้วชักดาบเล่มใหม่ออกมา ดาบซึ่งมีใบดาบสีดำที่ได้รับจากดันเจี้ยนกระจกเงา

            เด็กหนุ่มไถลมือไปกับใบดาบแล้วประกาศสกิล

            “ไพโรเบลด!

            เปลวไฟหมุนวนพันรอบดาบ เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้นพร้อมกัน แล้วไปตัดรากไม้ที่พันธนาการกองทัพของนรินทร์ ปลดปล่อยทุกคนเป็นอิสระในเวลาอึดใจเดียว

            อิงศร มีนา เมษา ทั้งสามคนตามมาถึงหลังจากนั้น

            อิงศรตรงเข้าไปคุยกับนรินทร์ก่อนใครเพราะเขาได้รับแจ้งจากสิงห์มาแล้วว่าเป็นผู้บัญชาการกองร้อยนี้รวมถึงแผนการรบครั้งนี้

            “โทษทีนะมาช้าไปหน่อย

            “…”

            นรินทร์ยังคงไม่พูด ที่จริงคือเขายังตกใจอยู่นิดหน่อยที่พวกอิงศรโผล่ออกมากะทันหัน

            “พอดีมีไอ้เบื๊อกคนหนึ่งลืมเช็คน้ำมันรถขากลับน่ะเลยต้องวิ่งมาตอนอยู่กลางทาง

            ขณะที่พูดอิงศรก็ชำเลืองมองไปทางกวินทร์อยู่เป็นพักๆ รุ่นน้องที่เหมือนจะรู้ตัวเลยยิ้มเจื่อนแสร้งทำเป็นเกาหัวและเบี่ยงหน้าไปทางอื่น

            “เลยวิ่งมากันจนเหงื่อท่วมน่ะเหรอ

            นรินทร์พูดพลางดึงแว่นตาปีศาจขึ้นไปคาดไว้บนหัวแล้วทำหน้าเข้าใจสาเหตุที่พวกเขาแฉะไปด้วยเหงื่อ

            จากนั้นเมษาก็หัวเราะแล้วพูดว่า

            “เอาน่าถือซะว่าเป็นการอุ่นเครื่องก่อนออกศึกไง

            แล้วชกมือซ้ายตัวเองจนเกิดเสียงดังปึก

            “อุ่นเครื่องเหงื่อโชกแบบนี้น่ะไม่เอาอีกแล้วนะ

            อิงศรทำท่ารำคาญพลางดึงตรงส่วนปกคอเสื้อของเครื่องแบบที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

            จากนั้นมีนา

            “พักเรื่องพูดคุยหยาบๆ อย่างเหงื่อเอย ไคลเอย ของพวกผู้ชายเอาไว้ทีหลังก่อนเถอะเพราะว่าศัตรูจะมาแล้วนะคะ

            ก็พูดออกมาแบบนั้นแล้วชี้ไปยังทิศที่สัตว์เทวะถูกชนกระเด็น

            เซลูลีนอายส์ทะยานตัวขึ้นจากกองซากสะพานบินฉวัดเฉวียนอย่างรวดเร็ว

            มันกำลังโมโห... พวกเขามองดูการบินของมันแล้วก็รู้สึกได้เอง

            “หนอยแน่ะเจ้าพวกมนุษย์อัปลักษณ์เอ๋ย บังอาจมาทำให้เทพต้องล้มลงบาปของพวกเจ้าต่อให้ลงนรกไปกี่ร้อยกี่พันชาติก็ชดใช้ไม่หมด!

            มีนายังชี้นิ้วไปที่สัตว์เทวะแล้วหันมาพูดกับอิงศร

            “เขาว่างั้นแน่ะ

            เด็กหนุ่มถอนหายใจแล้วตอบกับทุกคนว่า

            “เอาเป็นว่าจัดการมันก่อนก็แล้วกัน

            “รับทราบค่ะถ้าอย่างนั้นทุกคนช่วยเตรียมอิงศรฟอเมชั่นด้วยค่ะ

            มีนาพูดแล้วอมยิ้มขณะที่มองใบหน้าเอือมระอาของอิงศร

            “นี่เธออย่าเที่ยวเอาชื่อคนอื่นไปตั้งชื่อฟอเมชั่นได้ป่ะ

            พอได้ยินแบบนั้นนรินทร์ก็ถามขึ้นมา

            “อิ..อิงศรฟอเมชั่น? มันคืออะไรน่ะครับ

            มีนายื่นหน้าเข้ามาทันทีแล้วถามว่า

            “อยากเห็นใช่ไหมล่ะคะถ้างั้นขอความกรุณาคุณนรินทร์ช่วยสั่งให้ทุกคนทำตาม..

            แต่อิงศรกลับพูดขัดคำพูดของเธอ

            “เรื่องนั้นไม่ต้องแล้ว

            “เอ๋?”

            “สิงห์บอกหมดแล้วเรื่องให้ชั้นเป็นคนสั่งการแทนทันทีที่มาถึงแล้วนายโอเคนะ

            อิงศรหันไปถามนรินทร์ซึ่งพยักหน้าตอบทันทีโดยไม่มีความลังเลเลย

            “ฝากด้วยนะอิงศรเพราะว่าผมน่ะ...

            คำพูดของเขาหยุดชะงักเพราะอิงศรเอื้อมมือมาแตะไหล่จากนั้นก็พูด

            “วางใจเถอะจากนี้ไปชั้นจะไม่ยอมใครตายอีก แน่นอนว่ารวมชั้นเข้าไปด้วยนะ

            ราวกับเดาได้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร

            ปกติแล้ว คนๆ นี้สนใจรอบข้างถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?

            สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอิงศรเปลี่ยนไปจากที่เจอกันคราวก่อน

            ดูมีชีวิตชีวาขึ้น

            อบอุ่นขึ้น

            แทบไม่มีเค้าของเด็กหนุ่มที่เย็นชาและมีแววตาอันว่างเปล่าคนเดิมหลงเหลืออยู่เลย

            ไม่รู้ว่าทำไมแต่พอเห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา รู้สึกว่าความตึงเครียดในตัวมันผ่อนคลายออก จะเป็นเพราะว่าเขาได้ส่งต่อหน้าที่อันหนักอึ้งซึ่งไม่เหมาะสมกับตัวเองไปแล้วหรือว่าได้รับกำลังใจจากอิงศรที่เปลี่ยนไปกันแน่

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงจากทหารที่เคยเป็นนักเรียนในห้องคิงพูดกันมาว่า

            “นั่นมันอิงศรนี่!

            “วีระบุรุษห้องคิงคนนั้นน่ะเหรอ

            “ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเพิ่งจะโผล่มาก็เถอะแต่ช่วยเราจัดการเจ้ามังกรนั่นที

            “ทำได้ใช่ไหมถ้าเป็นนายน่ะ!

            แวบหนึ่งที่ใบหน้าของนรินทร์ปรากฏสีแห่งความเกลียดชังขึ้นมา

            เหล่าผู้คนอ่อนแอที่เอาความละโมบที่มีชื่อว่า ความคาดหวังประเคนโยนให้กับอะไรก็ตามที่กำลังเปล่งแสงแห่งความหวัง มันช่างน่าสมเพชเหลือเกิน

            ทว่า...

            “เออ! มาขับไล่สัตว์เทวะด้วยกันเถอะ

            อิงศรที่ได้ยินความละโมบเหล่านั้นกลับตอบรับมันอย่างไม่ลังเล

 

            ...แล้วพวกเขาก็หันหน้าเข้าท้าทายกับเทพเจ้า

            ...ท้าทายกับโลกใบนี้ที่กำลังทดสอบมนุษย์ว่ายังจะสามารถก้าวเดินต่อไปในอนาคตที่มองเห็นแต่ความสิ้นหวังได้หรือไม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #263 ดินสอยางลบ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 19:38
    งั้นจะมีขุนศึกเพื่อนำศึกทำมัย ง้อววว
    #263
    0