Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 36 : Login 34: Ingsorn Formation

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59

Login 34: Ingsorn Formation

 

            กองร้อยจู่โจมเหลือคนเพียงครึ่งเดียวรวมกับพวกของอิงศรอีกสี่คนที่เพิ่งมาถึง กำลังตั้งกระบวนรบใหม่อีกครั้ง

            อิงศรได้รับหน้าที่บัญชาการกองกำลังต่อจากนรินทร์อีกทีจึงสั่งให้แยกคนที่มีความสามารถจู่โจมระยะไกลออกมาตั้งขบวนแล้วให้คนที่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดเข้าไปดึงความสนใจของสัตว์เทวะเอาไว้ก่อน

            โดยให้เมษาเป็นแกนนำกลุ่มดึงความสนใจ

            “เมษาฝากนายจัดการแนวหน้าทีนะ

            “เออ เดี๋ยวชั้นจัดการเอง

            เมษาตอบรับคำฝากฝังของเขาโดยไม่คัดค้านแล้วหันไปเรียกพวกทหารที่คัดให้ไปสู้แนวหน้าซึ่งรวมพวกที่มีความสามารถในการต่อสู้ประชิดตัวทั้งหมดเอาไว้

            “ทุกคนตามชั้นมาเลย

            ทุกคนส่งเสียงขานรับแล้วตามเมษาที่ออกวิ่งไปก่อนโดยมีกวินทร์ตามไปด้วย

            จากนั้นนรินทร์ซึ่งถูกเลือกมาเป็นแนวหลังด้วยก็...

            "เอ่อ.. แล้วหมาตัวนี้ล่ะ"

            ถามขึ้นมาพลางชี้ที่เจ้าตูบซึ่งกำลังเดินหนีไปนั่งรออยู่ที่หน้าประตูรั้วด้านหลังพวกเขาราวกับรู้ตัวว่าไม่ควรเข้ามายุ่งย่ามกับสนามรบ

            "ถ้าให้อธิบายล่ะยาวแน่ไว้ทีหลังเหอะ"

            อิงศรตอบห้วน

            นอกจากเขากับนรินทร์แล้วก็ยังเหลือมีนากับ เพื่อนทหารที่เป็นอาชีพเรนเจอร์เหมือนๆ กันอีกสี่คนเป็นผู้ชายทั้งหมด ส่วนที่เหลือมาอาชีพพื้นฐานมาจากสเปลเลอร์ที่ถนัดการโจมตีด้วยสกิลเวทมนต์ เป็นผู้ชายกับผู้หญิงในอัตราส่วน 4:6

            “งั้นเหรอ...ว่าแต่อิงศรนายมีแผนแล้วรึยัง

            “ไม่มีหรอกชั้นเพิ่งมาถึง เพิ่งรู้สถานการณ์ด้วยเพราะงั้นอย่าถามถึงแผนเลย

            “หมายความว่าต้องสู้แบบไม่มีแผนเลยเหรอมันเสี่ยงอยู่นะ

            สีหน้าของนรินทร์ซีดลงทันควัน

            “ไม่หรอก กลับกันไม่ต้องคิดแผนนั่นแหละจะดีกว่าสถานการณ์เราตอนนี้เสียเปรียบเกินไปการวางแผนโดยที่มานั่งคาดเดาว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่านะ... มีแต่จะทำให้ทุกคนเครียดเกินความจำเป็น ให้ต่อสู้ตามที่ถนัดดีกว่า

            อิงศรพูดอย่างนั้นแล้วมองไปยังฟากที่สัตว์เทวะคอยท่าอยู่ พวกเมษาเริ่มทำการต่อสู้กันแล้ว ด้วยข้อมูลที่ได้มาจากนรินทร์ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายมีแต่ท่าโจมตีที่ต้องใช้เวลารวบรวมพลังนอกเหนือไปจากนั้นก็มีการแตกตัวเป็นรากไม้มาโจมตีซึ่งรับมือได้ง่ายดังนั้นที่ต้องระวังก็มีแค่สกิล ไอวี่เบรธที่ทำให้กลายเป็นมนุษย์ต้นไม้แต่ก็ถูกนรินทร์ผนึกไปแล้วด้วยสกิลของบิลด์คลาสฮอสปิทัลเลอร์

            อิงศรหันไปถามกับนรินทร์

            “ผนึกสกิลไอวี่เบรธอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน

            “อีกประมาณสามนาทีได้ล่ะมั้ง

            “แล้วคูลดาวน์สกิลล่ะ

            “เสร็จแล้วล่ะถ้าต้องใช้อีกก็ทำได้ไม่ยากหรอก

            “ถ้างั้นนายไปคอยสนับสนุนพวกแนวหน้าก่อนก็แล้วกันทางนี้ชั้นจะจัดการต่อเอง

            นรินทร์พยักหน้ารับ แล้ววิ่งออกไปจากกลุ่ม

            ตอนนี้เหลือแค่เขากับมีนา แล้วก็คนอื่นอีกสิบสี่คนสุมหัวกันฟังแผน... ที่จริงมันเรียกว่าแผนไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนอย่างที่เขาได้พูดว่าในสถานการณ์เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องวางแผน

            “เอาล่ะดูจากที่พวกแนวหน้าเข้าไปสู้แล้วมันยังไม่ตอบโต้กลับมาแบบพลิกโผอะไรแสดงว่าคงหมดมุกแล้ว จากนี้ไปจะเป็นทีของเรา อย่างที่ชั้นพูดไปจะไม่มีการวางแผนซับซ้อนอะไรแต่จะโจมตีด้วยฟอเมชั่นสำหรับการบุกอย่างเดียว ตอนแรกเราขาดคนที่มีสกิลรุนแรงพอจะจัดการกับมันได้เลยทำให้สู้ยืดเยื้อจนเสียคนไปมากแต่พวกชั้นสี่คนมีเลเวลหกสิบคงพอทำดาเมจแรงๆ ได้บ้าง

            อิงศรหยุดคำพูดไปกลางคัน เขาสูดลมหายใจแล้วพ่นออกจากนั้นก็เริ่มพูดใหม่

            "เพราะงั้นถ้าชั้นให้สัญญาณแล้วขอให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ให้โจมตีด้วยสกิลธาตุน้ำ พวกอาชีพเรนเจอร์ทุกคนที่นี่เป็นบิลด์มิสติกชูตเตอร์ (Mystic Shooter) กันหมดใช่ไหม"

            นายทหารที่ถูกพูดถึงทั้งสี่คนต่างพยักหน้าตอบกลับมา

            "ดี ชั้นเองก็เพิ่งเปลี่ยนบิลด์มาเหมือนกัน ขอให้พวกนายติดตั้งสกิลชาร์คชู้ต (Shark Shoot) กันด้วยส่วนพวกที่อาชีพพื้นฐานเป็นสเปลเลอร์ใช้สกิล ธารา (Tara) กันได้สินะ"

            เกือบทุกคนพยักหน้ารับแต่มีนายทหารหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วพูดว่า

            "ฉันสามารถใช้มหาธารา (Mahatara) ได้นะคะเพราะบิลด์ไปทางควินเอสเซนท์สายเวทน้ำอยู่แล้วด้วย"

            "ถ้างั้นก็ดีเลย ส่วนคนอื่นถ้าใครมีสกิลที่เรียกน้ำได้มากๆ ก็ให้ใช้มันโจมตีใส่มังกรตอนที่ชั้นให้สัญญาณเข้าใจตรงกันนะ"

            "อื้อ!"

            ทุกคนตอบรับพร้อมกัน

            เมื่อไม่มีใครคัดค้านอิงศรก็...

            "ถ้างั้นก็ไปลุยกันเลย"

            พูดอย่างนั้นแล้วนำกลุ่มแนวหลังตามไปสมทบกับแนวหน้าที่กำลังปะทะกันอยู่

 

 

            ทันทีที่มารวมกับพวกแนวหน้าได้ อิงศรก็ตรวจสอบสถานการณ์ด้วยสายตาของตน พลังชีวิตของมังกรลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว และยังไม่มีใครตายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

Heraldic Beast Deity: Cerulean-Eyes Lv. 50

[////.39700:56000.....]

 

            มันคงเป็นอย่างที่คาดเดาไว้

            สัตว์เทวะไม่เหลือลูกเล่นอะไรอีกแล้ว...

            เท่าที่ดูคร่าวๆ หน่วยจู่โจมแนวหน้าที่ใช้สกิลธาตุได้เริ่มโจมตีด้วยไฟเป็นหลัก คงเป็นเพราะมันทำความเสียหายกับมังกรที่น่าจะเป็นสัตว์เทวะธาตุไม้ได้ดี

            ประเมินจากสถานการณ์ตอนนี้ถึงไม่ต้องทำอะไรแค่ระดมโจมตีด้วยสกิลธาตุไฟแล้วคอยระวังการโจมตีของอีกฝ่ายก็คงชนะได้ไม่ยาก แต่แบบนั้นมันก็ช้าเกินไป ระหว่างที่พวกเขาตอดเล็กตอดน้อยอยู่นี้ประตูอื่นคงโดนพังไปหมด

            ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาทางจัดการให้เร็วที่สุด...

            อิงศรกวาดสายตามองหาตัวเมษาที่เป็นผู้บังคับกลุ่มแนวหน้าจนเจออยู่ปะปนกับพวกที่กำลังโจมตีใต้ท้องของมังกร แล้วตะโกนเรียก

            "เมษาดึงมันลงมาเลยเราจะเริ่มกันแล้ว"

            เมษาหันกลับมา

            "เข้าใจแล้ว!"

            จากนั้นก็ตะโกนเสียงดังบอกทุกคนในกลุ่มแนวหน้า

            "เฮ้ย! พวกนายถอยออกไปให้หมดเราจะเริ่มอิงศรฟอร์เมชั่นแล้ว!"

            ความงวยงงปรากฏขึ้นบนสีหน้าของทุกคน พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจที่เมษาพูดมาซักเท่าไหร่แต่ก็ยอมทำตามโดยไม่ได้ขัดข้องอะไร

            เมื่อกลุ่มกระจายออกไปจนเกิดพื้นที่ว่างพอ เมษาก็ให้แอพพลิเคชั่นปีศาจทำงาน

            "มาเลยมหากาฬ"

            พริบตาถัดมาเงาของเด็กหนุ่มก็ขยายใหญ่ จนมีขนาดมากกว่าเงาของมังกร เมษาขยับท่าทางให้เงาทำตาม จับเงาหางของมังกรเอาไว้

            "คิดจะทำอะไรงั้นรึมนุษย์"

            มังกรมีปฏิกิริยาตอบรับกับการกระทำของเมษาแล้วหันคมเขี้ยวใส่ ตอนนั้นเองอิงศรก็ยิงศรเพลิงออกไป

            ลูกศรระเบิดกลายเป็นมหิงสาพุ่งเข้าไปชนหัวของมังกรจนลอยขึ้น

            "แต๊งกิ้วเว้ยศร"

            เมษาพูดแล้วเริ่มทำท่าเหวี่ยงของที่จับไว้ เงาก็เหวี่ยงหางมังกรไปด้วย เขาจับมันเหวี่ยงไปรอบๆ

            มังกรพยายามจะตอบโต้จึงอ้าปากออกสูดลมหายใจหวังจะใช้สกิลสาปพวกเขาให้เป็นมนุษย์ต้นไม้ไปพร้อมกัน

 

            แต่นรินทร์ที่สวมแว่นตาปีศาจอยู่ก็มองออกก่อนที่จะเป็นอย่างนั้น

            "มันจะใช้ไอวี่เบรธ"

            เขากำไม้เท้าแน่นแล้วพูดกับเมษาว่า

            "เมษาช่วยหยุดก่อนได้ไหมสกิลผนึกของผมต้องเล็งเป้าอย่างแม่นยำไม่งั้นมันจะพลาด"

            แต่กวินทร์ก็แทรกเข้ามาซะก่อน

            "แค่อุดปากมันได้ก็พอใช่ไหมครับงั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง"

            จากนั้นก็ตวัดดาบฟาดเฉียงลงไปทางซ้ายพลางพูดว่า

            "ไม่ได้ใช้ซะนานแสดงฝีมือหน่อยแจ็คโอแลนเทิร์น"

            แอพพลิเคชั่นปีศาจทำงาน เกิดเป็นแสงสว่างรูปพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกไปปะทะเข้ากับร่างของมังกรที่ถูกเหวี่ยงอยู่

            ไอควันมหาศาลพวยพุ่งออกมาปิดล้อมหัวของมังกรก่อนจะถูกเหวี่ยงออกมาจากกลุ่มควัน ตอนนั้นเองหัวของมันก็กลายเป็นฟักทองไปเป็นที่เรียบร้อย

            "พวกแกทำอะไรข้า พ...พ่นไม่ออก.."

            ระหว่าวนั้นเมษาก็ทุ่มร่างของมันลงพื้น

            ตึง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเฉกเช่นเดียวกับแผ่นดินที่สะเทือนเลื่อนลั่น ยามเมื่อน้ำหนักของรากไม้หลายสิบตันหวดลงมา

            พื้นถนนยุบตัวแตกและจมลงไปเป็นแอ่ง มังกรนอนพาดอยู่ในนั้น ต่อมาหัวของมันคลายจาก พลังแอพพลิเคชั่นปีศาจของกวินทร์แต่ก็ยังไม่ลุกขึ้นมา

 

            "ตอนนี้แหละยิงเลย!"

            อิงศรให้สัญญาณ แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ปลายแขนเสื้อซึ่งมียันต์เวทมนต์ที่ซื้อมาจากร้านค้าของเกมยัดเอาไว้หลายแผ่น เด็กหนุ่มดึงมันออกมาแผ่นหนึ่งแล้วโก่งมันกับสายธนูคันใหม่ที่ได้รับมาจากดันเจี้ยนกระจกเงา ธนูlสีโลหะติดมีดสั้นสำหรับต่อสู้ประชิดตัวบนคันจับถึงสี่เล่มด้วยกัน 

            "ชาร์คชู้ต"

            เกิดเสียงดังฟุ่บ แผ่นยันต์ในมือหายไป ลูกศรโลหะสีฟ้าปรากฏขึ้นบนคันธนูกับมือที่โก่งสายดีดพอดิบพอดี มันคือลูกศรอาคมที่อัดแน่นไปด้วยพลังธาตุน้ำ สกิลของบิลด์คลาสมิสติกชูตเตอร์หรือเรียกกันแบบทั่วๆไปว่า 'ผู้ยิงอาคม'

            พวกเรนเจอร์คนอื่นๆ ก็ทำแบบเดียวกันใช้ยันต์เรียกลูกศรออกมา

            แล้วพอได้รับสัญญาณจากอิงศร พวกเขาก็ยิงออกไปพร้อมกัน ลูกศรพุ่งทะยานแหวกอากาศ วินาทีต่อมาก็ระเบิดออก น้ำปริมาณมหาศาลไม่รู้ที่มาไหลหลั่งแล้วก่อรูปร่างเป็นปลาฉลามจำนวนห้าตัว แต่ละตัวมีขนาดไม่เท่ากันเพราะแปรผันตามพลังสถานะของผู้ใช้ ฉลามของอิงศรมีขนาดไล่เลี่ยกับอีกสามตัวแต่มีตัวหนึ่งที่ใหญ่กว่าใครเพื่อนนั่นแสดงถึงพลังด้านเวทมนต์ที่มากล้นของเจ้าของ

            อย่างไรก็ตามขนาดไม่ได้สำคัญอะไรเลยถ้าเทียบกับร่างกายอันใหญ่โตของจ่าฝูงสัตว์เทวะที่ล้มอยู่ ฉลามน้ำทั้งหมดเข้าปะทะกับรากไม้ที่มัดพันพวกนั้นแล้วแตกกระจายท่วมท้นแอ่งที่เกิดจากถนนยุบตัวโดยสร้างความเสียหายได้เล็กน้อย

 

Heraldic Beast Deity: Cerulean-Eyes Lv. 50

[////.38300:56000.....]

 

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงของพวกสเปลเลอร์กำลังร่ายสกิลดังมาจากข้างหลัง

            "ธารา!"

            "มหาธารา"

            สายน้ำและคลื่นน้ำลอยมากับไหลมา เติมเต็มน้ำที่เกิดจากสกิลชาร์คชู้ตให้ล้นแอ่ง ซึ่งความเสียหายก็ยังทำได้น้อยเหมือนเดิมเพราะธาตุของมังกรคือธาตุไม้ที่ได้เปรียบธาตุน้ำ อย่างไรก็ตามเป้าหมายของการโจมตีนี้ไม่ได้มุ่งหวังสร้างความเสียหายมาตั้งแต่แรก

            เมษาที่เห็นว่าน้ำท่วมร่างของมังกรแล้วก็หันไปเรียกกวินทร์

            "ไอ้น้องตาพวกเราแล้วนะพร้อมไหม"

            "พร้อมทุกเมื่อครับ"

            พอกวินทร์ตอบกลับมาอย่างนั้น เขาก็วิ่งออกไปทันทีขณะที่รุ่นน้องยังคงยืนอยู่ที่เดิมพลางแตะนิ้วไปที่ดาบทำให้หน้าจอเด้งขึ้นมา

            หน้าจอแสดงแอพพลิเคชั่นที่ถือครองอยู่ทั้งสองอัน หนึ่งในนั้นถูกใช้ไปแล้วคือแจ็คโอแลนเทิร์น จึงเลือกอีกอันที่ยังไม่ได้ใช้แทน แล้วค่อยวิ่งตามหลังไป

            กวินทร์เร่งฝีเท้าจนวิ่งแซงหน้า แต่นั่นเพราะเมษาจงใจวิ่งรอเองเพื่อให้กวินทร์ได้ไปทำหน้าที่ที่จะต้องทำซะก่อน รุ่นน้องวิ่งไปถึงจุดที่มีน้ำล้นนองออกมาจากแอ่งแล้วทิ่มดาบลงไปบนน้ำ

            “ลุยโลดแจ็คฟรอส

            แล้วสั่งให้แอพพลิเคชั่นปีศาจทำงาน คลื่นความเย็นแผ่พุ่งจากปลายดาบแช่แข็งน้ำทั้งหมดในพริบตา รวมไปถึงร่างของมังกรก็พลอยเป็นน้ำแข็งไปด้วย

            เมษาที่วิ่งตามมากระโดดขึ้นไปยืนบนร่างที่กลายเป็นน้ำแข็งแล้วตะโกนหาอิงศร

            “ทางนี้พร้อมแล้ว!

            อิงศรพยักหน้าตอบรับคำพูดนั้นแล้วเล็งคันธนูขึ้นไปข้างบนพลางดึงแผ่นยันต์ออกมาจากแขนเสื้อสิบแผ่นด้วยกัน มันคือจำนวนที่ต้องจ่ายให้กับสกิลไม้ตายของสายผู้ยิงอาคมที่จะติดตั้งได้เมื่อมีเลเวลหกสิบขึ้นไป

            เด็กหนุ่มถือยันต์เอาไว้ โก่งสายธนู และร่ายสกิลพร้อมกัน

            “ดราโคเม็ท (Dracomet)”

            ยันต์ทั้งสิบแผ่นลุกไหม้ด้วยเพลิงสีฟ้าคราม

            เปลวไฟพันรอบแขนและขยายตัวเป็นลูกศรเพลิงที่มีส่วนปลายเป็นรูปมังกรแยกเขี้ยว อิงศรยิงโดยเล็งให้มุมตกกระทบลงเหนือที่ๆ เมษายืนอยู่ ศรแห่งเปลวเพลิงสีครามทะยานขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดก็แตกตัวร่วงโรยราวกับฝนดาวตก

            ดาวตกแห่งเพลิงสีครามกระจายตัวออกจากกันอย่างเป็นเอกเทศน์ มันเป็นไปตามรูปแบบของสกิลที่โจมตีแบบกวาดล้างลงมาจากด้านบน ดาวตกแต่ละลูกมีพลังทำลายเหลือคณานับ ดังนั้นมันจึงถูกกระจายออกเพื่อไม่ให้ตกซ้ำลงในจุดเดิม

            เมษาก็หยิบแผ่นยันต์ออกมาเช่นกัน เด็กหนุ่มผมแดงหยิบยันต์จากกระเป๋ากางเกงออกมาทีเดียวสองแผ่นพลางชูอีกมือขึ้นไปข้างบน

            “จักระโฮล (Chakra Hole)”

            ยันต์หายไป บนฝ่ามือที่ชูขึ้นไปนั้นเริ่มปรากฏวงแหวนไฟรูปกงจักรกำลังหมุนพัด

            นรินทร์ที่เฝ้ามองดูการประสานงานนี้อยู่

            “จักระโฮล มันเป็นสกิลสำหรับดึงการโจมตีภายรัศมีที่สกิลทำงานเข้ามาหาตัวเองไม่ใช่เหรอ

            ก็พูดอย่างนั้นกับอิงศรที่เป็นคนยิงฝนดาวตกออกไป

            “คอยดูต่อไปเถอะจะตกใจตอนนี้ยังเร็วไปนะ

            เขาตอบด้วยท่างทางมั่นใจ

            ฝนดาวตกที่กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางถูกดึงดูดโดยสกิลของเมษาจนเริ่มโน้มเข้ามาที่จุดๆ เดียว ซึ่งตอนนั้นเองมีนาก็เริ่มเคลื่อนไหว หล่อนก้าวอออกมาอยู่ข้างหน้าอิงศรแล้วปักด้านเคียวลงบนพื้น

            “เดม่อนแอพเวตาล

            จากนั้นก็ตะโกนถามเมษาว่า

            “เมษาเมื่อคืนฉี่รดที่นอนเหรอคะ!

            เด็กหนุ่มผมแดงหันกลับมาใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อจะเพราะรู้สึกอับอายหรือโกรธกันแน่แต่ก็ตะคอกเสียงมาว่า

            “ห๊า! จะบ้าเหรอใครมันจะ...

            น่าจะเป็นทั้งสองอย่าง... และในทันทีที่ตอบคำถามแอพพลิเคชั่นปีศาจก็ทำงาน วงเวทแสงปรากฏขึ้นบนพื้นที่ด้านเคียวปักเอาไว้แล้วมีนาก็ร่ายคาถา

            “เวตาลปัญจวิงศติ!

            ขณะที่ดาวตกประชิดเข้าหาเมษาจนแทบจะทับร่างแล้วนั่นเอง เขาก็หายวับไปแล้วมาโผล่ที่จุดใกล้กับเธอแทน

            ถึงเมษาที่ใช้สกิลดึงดูดจะถูกย้ายที่มาแล้วฝนดาวตกก็ไม่ได้เบี่ยงวิถีตามไปด้วยเพราะมันกระชั้นชิดจนเกินไป ดาวตกทั้งหมดจึงตกใส่ร่างของมังกรที่ถูกแช่งแข็งและทำความเสียหายรุนแรงจนพลังชีวิตกลายเป็นศูนย์

 

Heraldic Beast Deity: Cerulean-Eyes Lv. 50

[…..0:56000.....]

 

            ในที่สุดก็โค่นจ่าฝูงตัวแรกได้...

            อิงศรเกือบจะคิดอย่างนั้นถ้าไม่ใช่ว่ามีเมล์ส่งเข้ามาตอนนี้พอดี

            จังหวะที่พอดีจนน่ากลัวเช่นนี้ทำให้สังหรณ์ใจไม่ดีนัก

            เด็กหนุ่มก้มหน้ามองหัวข้อเมล์จากหน้าจอ

            'เปิดช่องสื่อสารซะ'

            มันเขียนด้วยสำเนียงที่ชวนคุ้นเคย ภายในเมลไม่ได้เขียนอะไรเอาไว้ มีแต่ชื่อผู้ส่งที่จ่าเอาไว้ว่ามาจาก'สิงห์'

            จะว่าไปแล้วก็เพราะได้มีโอกาสออกจากจับตาดูของสิงห์แบบนานๆ ตั้งแต่ออกจากค่ายไปก็เลยปิดช่องการสื่อสารเพื่อจะได้รู้สึกเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์แล้วก็อาจจะทำให้เจ้าตัวกระวนกระวายใจได้บ้าง

            ความรู้สึกเหมือนตัวเบาหวิวขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้นพอรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่กำลังกังวล แวบหนึ่งที่เผลอคิดไปว่า...

            ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ

            มีเมล์ฉบับใหม่เข้ามาอีก...

            แล้วมันก็เป็นอย่างที่เผลอคิดไปจนได้ เพราะว่าจ่าหัวของเมล์ที่ส่งเข้ามานั่น...

            '@Clipius Death Timing Delivery'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #308 Good One D@y (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 00:30

    บางครั้งก็ดูไม่ออกเลยว่า สัตว์เทวะเนี่ย จะมิตรหรือศัตรูเหมือนพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครฟังจนเกิดความแค้นไรงี้อ่ะ


    #308
    0