Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 263 : Extra Log 259: อดัมและออร์ฟิอูคูมันนาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 ก.ย. 61

Extra Log 259: อดัมและออร์ฟิอูคูมันนาร์

 

            ไพ่อาคานาร์สิบใบปรากฏขึ้นรายล้อมออร์ฟี่พวกมันเคลื่อนที่วนเป็นวงกลมอยู่เบื้องหน้าหอกแห่งเมสสิยาห์ที่เขาถือชี้ไปยัง อดัมคัดมัน

            นี่ไม่ใช่การทำร้าย

            ไม่ใช่การโจมตี

            อาคานาร์อาร์ค

            เมื่อกล่าวออกไป อาคานาร์ทั้งหมดก็กลายเป็นแสงพุ่งออกไปพร้อมกับแสงจากหอกก็พุ่งออกไปด้วย แสงทั้งหมดควบรวมกันมุ่งหน้าไปหาอดัมคัดมัน

            คิดว่าจะได้ผลรึไง

            อดัมคัดมันกล่าว

            ออร์ฟี่รู้ดีว่าคราวก่อนที่ใช้พลังนี้ไปผลลัพธ์มันออกมาอย่างไร เขาใช้พลังนี้โจมตีราหูแต่อดัมเข้ามากันไว้ วินาทีที่แสงจะเข้าถึงตัวอดัมมันก็แยกออกจากกันราวกับจะหลีกหนีอดัม

            เพราะพลังของหอกแห่งเมสสิยาห์หรือลองกินุสนี้รากเหง้าของมันนั้นเกิดมาจากความปรารถนาและเพราะเขาทำร้ายอดัมไม่ได้ อดัมคือเพื่อนคนสำคัญ มันคือความปรารถนาของเขาเองดังนั้นลำแสงถึงได้หลบหลีกไม่กร้ำกรายอดัม

            มันก็ใช่แหละผมทำร้ายนายไม่ได้แล้วก็ไม่อยากทำด้วย

            พอกล่าวถึงตรงนี้ลำแสงก็เข้าไปถึงตัวอดัมคัดมัน ซึ่งไม่ยอมหลบหนีเพราะมั่นใจว่าจะลงเอยแบบคราวก่อน

            ทว่า

            “…แต่ว่าผมจะช่วยอดัม

            เมื่อลำแสงขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะเผาไหม้ผิวหนังอยู่แล้วอดัมคัดมันก็เข้าใจขึ้นมาว่าคราวนี้การโจมตีจะได้ผล โปรแกรมป้องกันตัวพื้นฐานทำงานเหมือนกับสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต บังคับให้ยกดาบในมือขึ้นมาป้องกัน

 

            เกิดระเบิดขึ้นภายในวินาทีถัดมา

            อดัมคัดมันรับเอาลำแสงเข้าไปเต็มๆ แต่ยังคงยืนอยู่โดยมีร่องรอยถูกแผดเผาบนมือและแขนที่ยกดาบมาป้องกัน แขนเสื้อถูกเผาจนขาดทั้งหมด ผ้าคลุมที่สวมอยู่ก็ขาดวิ่นปลิวหายไปในการโจมตีนั้น

 

            อึก ทำไม…”

            อดัมคัดมันเกือบจะทรุดล้มแต่ก็ปักดาบลงกับพื้นใช้เป็นหลักช่วยยันร่างเอาไว้

            ออร์ฟี่พูด

            เพราะว่าผมไม่ได้โจมตีนายยังไงล่ะ

            หมายความว่ายังไง

            อย่างที่บอกไปแล้วไง ไม่ใช่สู้เพื่อโค่นผู้รุกรานหรืออะไรทั้งนั้นผมสู้ก็เพื่อจะช่วยเพื่อนกลับมา ช่วยนายไงล่ะอดัม

            อดัมไม่มีตัวตนอยู่สักหน่อย

            แต่ความรู้สึกของอดัมเป็นของจริง เขาที่หยุดนายไปได้แวบหนึ่งเมื่อตอนนั้นคือสิ่งที่ผมเชื่อมั่น

            ได้ฟังดังนั้น อดัมคัดมันก็ขบกรามแน่นพลางคำรามว่า

            นี่จะบอกว่าตัวตนสมมติที่สร้างไว้ในข้อมูลสำหรับล้างสมองมันเกิดมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ งั้นเรอะเรื่องบ้าบอพรรค์นี้น่ะ…”

            ดูเหมือนว่าตัวอดัมคัดมันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของมันเอง และถึงแม้อดัมจะเป็นอย่างที่มันว่าจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เขาเชื่อในวินาทีนั้นที่อดัมได้เรียกสติเขากลับมา

            อดัมช่วยเขาไว้หลายต่อหลายครั้งแล้วไม่มีทางที่จะไม่มีตัวตนได้หรอก ออร์ฟี่เชื่อมั่นอย่างนั้น

            คราวนี้ถึงตาผมช่วยนายแล้วล่ะนะอดัม

            แล้วยกหอกขึ้นเล็งไปที่อดัมคัดมัน แน่นอนว่าการจะช่วยเหลือ อดัมที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่รึเปล่าจาก อดัมคัดมันนั้นต้องใช้วิธีใดเขาเองก็ไม่รู้ แต่หอกแห่งเมสสิยาห์เหมือนจะช่วยนำทางให้ มันทำแบบนั้นมาได้ซักพักแล้ว ตอนนี้ก็เหมือนกันมันกำลังบอกให้เขาส่งความรู้สึกไปให้ถึงอดัมที่เขาเชื่อมั่น

            ส่งความปรารถนาอันแรงกล้าเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่จะสร้างความเป็นไปได้ที่ไม่มีอยู่จริงให้เกิดขึ้น

            ทำให้ความเป็นไปได้คู่ขนานอื่นซ้อนทับลงยังความเป็นจริงนั่นก็คือพลังที่เรียกว่าไฮพีเรียลไลซ์

            ถ้าอย่างนั้นคงจะเขียนทับ อดัมคัดมันด้วยอดัมเพื่อนของเขาได้

             หอกเปล่งประกายด้วยแสงแห่งความปรารถนา

            มิเรียดวิล

            ออร์ฟี่ดันหอกออกไป ปลดปล่อยแสงแห่งความปรารถนาที่อยากจะช่วยอดัมให้พุ่งไป

            อดัมคัดมันไม่ขยับตัว อันที่จริงมันควรจะยืนไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำเพราะการโจมตีก่อนหน้านี้ ดังนั้นมันจึงขบกรามด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่อย่างนั้น

            อย่าคิดนะว่าทุกอย่างมันจะเป็นไปตามใจแกน่ะ

            อดัมคัดมันถอนดาบขึ้นมาจับด้วยสองมืออย่างที่ไม่เคยทำให้เห็นมาก่อน นั่นเหมือนจะเป็นพลังเฮือกสุดท้ายที่ใช้งัดดาบขึ้นไป

            อาคาชิกสตอร์ม!!!

            สายลมห่อหุ้มใบดาบแล้วฟาดลงมา ดาบปะทะเข้ากับลำแสงแล้วเกิดระเบิดขึ้น ร่างของอดัมคัดมันลอยละลิ่วข้ามเนินหญ้าไปก่อนจะกระแทกลงกับพื้น กลิ้งต่ออีกสองสามตลบแล้วนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น

            อดัม

            ออร์ฟี่วิ่งตามไป ในใจเกิดความลังเลและความสงสัยขึ้นมา นี่เจาทำอะไรลงไปกันนะ

            ทำแบบนี้คือการช่วยอดัมจริงๆ น่ะเหรอ หรือว่าแค่ปลอบใจตัวเองให้ตัดใจฆ่าอดัมคัดมันกันแน่

            ตอนนั้นเองหอกแห่งเมสสิยาห์ที่เจาถืออยู่ก็สั่นด้วยตัวของมันเอง

            ราวกับจะบอกไม่ให้เขาหวั่นไหวไปกับสิ่งที่เห็น

            แบบนี้ดีแล้วสินะ

            เขาบอกกับตัวเองแล้วทำตามที่หัวใจต้องการ เข้าไปใกล้อดัมคัดมันที่สลบเพื่อตรวจสอบ

            แต่ก่อนที่จะเข้าถึงตัวนั้น ดาบก็ตวัดขึ้นมา ออร์ฟี่ชะงักฝีเท้าแทบไม่ทันจึงอาศัยเอี้ยวตัวไปข้างหลังหลบพ้นจากระยะดาบได้อย่างฉิวเฉียด

            อดัมคัดมันถีบตัวกระดอนขึ้นไปแล้วร่อนลงโดยทิ้งระยะห่าง สภาพของมันร่อแร่เต็มทีแค่จะยืนยังโคลงไปมา

            อดัมคัดมันกล่าว

            บอกว่าจะช่วยอดัมสินะแต่ที่กำลังทำอยู่คืออะไรกัน ถ้าฆ่าฉันอดัมที่แกเชื่อมั่นก็จะตายไปด้วยนะ

            ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังพูดว่าอดัมไม่มีจริง แต่ตอนนี้กลับอ้างมาเป็นตัวประกันถ้าอย่างนั้น อดัมที่เขารู้จักก็มีตัวตนอยู่จริงหรือว่าอีกฝ่ายแค่จนตรอกหมดทางสู้จนต้องพูดอ้างลอยๆ กันแน่

            ถ้าพวกผู้รุกรานจะมีตัวหนังสือลอยอยู่บนหน้าให้อ่านเหมือนอิงศรก็คงจะดี แต่ราหูคงป้องกันการอ่านใจของเขาเอาไว้จากสมุนของมันทั้งหมด

            ถ้าอย่างนั้นเขาควรจะทำอย่างไรกับอดัมคัดมันดีล่ะ

 

            ตอนนั้นเองก็มีเสียงที่ช่วยตอบคำถามในใจลอยมา

            ทำได้ดีนี่ไล่ต้อนมันจนมุมแล้วทีนี้ก็จะได้จับมันมารีดข้อมูลซะ

            แฟรนเซียมนั่นเองที่กำลังเดินข้ามเนินหญ้าตรงมาที่นี่พร้อมกับคนอื่นๆ ที่ก่อนหน้านี้ถูกทำให้กลายเป็นไพ่อาคานาร์ต่างก็กลับมาเป็นปกติกันแล้ว

 

            อดัมคัดมันจิกปากด้วยความเจ็บใจ

            ชิ เทิร์นออฟหมดฤทธิ์แล้วเรอะ

            จากคำพูดนั่นดูเหมือนว่าพลังที่เปลี่ยนคนเป็นไพ่อาคานาร์จะมีระยะเวลาที่จำกัดอยู่

            แฟรนเซียมเดินมายืนเคียงข้างเขา ส่วนพวกพ้องของอิงศรก็แยกไปดูอาการอิงศรที่นอนฟุบอยู่ข้างหลัง

            คนที่เลือกมายินเผชิญหน้าอดัมคัดมันร่วมกับเขามีแต่แฟรนเซียมเท่านั้น คนอื่นๆ นอกจากที่ไปช่วยอิงศรคอยดูเชิงอยู่ คงเพราะอยากจะระวังตัวจากพลังที่เปลี่ยนให้กลายเป็นไพ่นั่นกระมัง

            แฟรนเซียมพูดท้าทาย

            ดูเหมือนท่านั่นของแกจะมีเวลาจำกัดสินะพวกฉันถึงได้ยังกลับมาเดินเอ้อระเหยได้แบบนี้น่ะ

            “…”

            เดาถูกสินะถ้างั้นทำไมไม่ทำแบบนั้นอีกรอบล่ะ

            “…”

            งั้นเองเหรอ นอกจากเวลาจะจำกัดแล้วจำนวนครั้งที่ใช้ได้ก็จำกัดสินะคลท่าที่แสนภาภูมิใจนั่นมีหลักการทำงานแบบนี้เอง

            เทิร์นออฟเป็นพลังของไนท์แมร์โซดิแอก ที่เอามาใช้ในคราวนี้ก็เพื่อแสดงให้พวกแกได้เห็นพลังของพวกเรา

            รวมถึงบอกจุดอ่อนของมันให้รู้ด้วยน่ะเรอะ

            “...”

            อดัมคัดมันไม่ได้พูดโต้ตอบ ไม่รู้ว่ามันเบื่อที่จะพูดแล้วหรือว่าจนมุมกันแน่ แต่คิดว่าเป็นอย่างแรกมากกว่า ไม่มีทางที่มันจะไม่รู้ว่าพลังในการถ่วงเวลาคนอื่นๆ จะมีอยู่จำกัดแล้วยังทำไล่ล่าเขาเหมือนกับเล่นเกมไล่จับได้

            ที่ผ่านมาอดัมคัดมันไม่ได้เอาจริงเอาจังในการไล่ล่าเลย ออร์ฟี่รู้สึกอย่างนั้นจึงถามไปว่า

            ตกลงแล้วมีเป้าหมายอะไรกันแน่ คงไม่ใช่แค่มาเล่นไล่จับกับผมสินะ เพราะถ้าดูจากพลังระหว่างพวกเราในตอนนี้ไม่มีทางที่ผมจะเป็นภัยคุกคามให้กับราหูได้เลย ถ้างั้นที่มาไล่ล่าผมก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง

            อดัมคัดมันแสยะยิ้ม มันเลิกยืนกะเผลกแล้วยืดตัวตรงราวกับอาการบาดเจ็บที่แสดงให้เห็นนั้นเป็นการแสร้งทำ ที่จริงแล้วมันไม่ได้ระแคะระคายต่อการโจมตีของเขาเลยอย่างนั้นหรือ

            อา ที่มาก็เพื่อจะประกาศสงครามยังไงล่ะ

            แฟรนเซียมโต้คำพูดนั้น

            ก็ทำไปแล้วไม่ใช่เรอะไง

            แต่อดัมคัดมันไม่ได้แยแสพวกเขาอีกต่อไป

            ไนท์แมร์โซดิแอกต้องการจะเล่นเกมกับพวกแก เกมสงครามครั้งสุดท้าย

            แล้วทำให้หน้าจอระบบของเกมกระเด้งตัวเปิดขึ้นมาตรงหน้ามัน

            เจ็ดสิบสองชั่วโมงนี่คือบัตรเชิญเล่นเกมสงครามครั้งสุดท้ายถ้าหมดเวลาแล้วพวกเราจะเป็นฝ่ายบุกล่ะนะ

            หน้าจอระบบแผ่นใหญ่บังร่างของอดัมคัดมันมิดชิด บนหน้าจอนั้นแสดงตัวเลขเวลานับถอยหลัง 71 ชั่วโมง 59 นาที และตัวเลขวินาทีก็นับถอยหลังไปเรื่อยๆ

            ช่วงที่เวลาบนหน้าจอดึงความสนใจอยู่นี่เองเงาร่างของออดัมคัดมันที่อยู่เบื้องหลังก็เริ่มจางหาย

            ไม่ให้หนีหรอกน่า

            แฟรนเซียมหมุนดาบปักมันลงบนพื้นพร้อมกับร่ายสกิล

            ไกอาเกเซอร์ (Gaia Gazer)

            พื้นที่ดาบปักลงไปเปล่งแสง แสงสว่างสีน้ำตาล พลังของธาตุแห่งแผ่นดินถูกกระตุ้นด้วยพลังของ อาร์คชาแมน (Arch Shaman) บิลด์คลาสที่ใช้พลังจากธรรมชาติซึ่งพัฒนามาจากพลังดั้งเดิมในการใช้ปีศาจของซัมมอนเนอร์ ด้วยพลังของแฟรนเซียมทำให้พื้นดินตอบสนองคำเรียกหาและปลดปล่อยพลังเพื่อเขา

            แสงสว่างพุ่งขึ้นจากพื้นเหมือนกระสุนไปในแนวพาลาโบลาร์ทั้งหมดสิบนัดด้วยกัน กระสุนแสงมุ่งไปยังอดัมคัดมันที่หลบอยู่หลังหน้าจอนั่น แต่เงาร่างของมันก็หายไปก่อนที่จะเข้าถึง

            กระสุนแสงถล่มลงบนพื้นจนบริเวณรอบๆ นั้นถูกคว้านขึ้นไปบนอากาศ ต้นหญ้า เศษดิน ปลิวว่อนกระจัดกระจายโดยที่ไม่มีร่องรอยของอดัมคัดมันหลงเหลืออยู่เลย

            จัดการได้รึเปล่า

            รูบิเดียมที่ตามมาสมทบถาม

            ไม่ มันหนีไปแล้ว

            แฟรนเซียมพูดแล้วดึงดาบเก็บลงฝัก

            อาจจะยังไล่ตามทันก็ได้ ถ้าจับตัวมันได้เราจะได้ข้อมูล

            แฟรนเซียมจ้องหน้ารูบิเดียม มองไปยังคนที่เป็นพี่สาวของตัวเองในฐานะ สิงห์ ธุวดารกะ หล่อนเป็นคนที่ยอดเยี่ยม สิ่งที่พูดมานั้นถูกต้องแล้วเขาเองก็คิดแบบเดียวกันว่าควรจะจับตัวอดัมคัดมันไว้

            แต่...

            ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้านั่นหนีไปไกลเกินกว่าจะไล่ตามทันแล้ว

            เมื่อเห็นว่ารูบิเดียมทำท่าเหมือนกับแปลกใจที่แฟรนเซียมยอมแพ้ง่ายๆ ออร์ฟี่จึงช่วยอธิบาย

            สกิลไกอาเกเซอร์เมื่อกี้มีคุณสมบัติไล่ล่าระดับพื้นผิวโลกอยู่ด้วยหลังจากยิงออกไปถ้าไม่อยู่นอกระยะยิงในรัศมีที่ครอบคลุมทั้งสวนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยังไงก็ต้องโดน

            หมายความว่าเจ้านั่นหนีไปไกลในพริบตาเลยสินะ

            อืม ก็แบบนั้นแหละ

            เมื่อรูบิเดียมเข้าใจในสาเหตุแล้วแฟรนเซียมก็พูดเปิดประเด็นหัวข้อขึ้นมา

            ทีนี้พวกเราก็ตกลงไปในเกมของมันอย่างสมบูรณ์แล้วล่ะนะ

            แล้วชี้ไปที่หน้าจอจับเวลาที่ยังลอยอยู่ตรงนั้น สลับกับหันไปมองอิงศรที่ตอนนี้ได้พวกพ้องช่วยรักษาทำให้อาการไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ได้แก้ปัญหาออกไปเลยซักเรื่องเดียว

            ตอนนี้พวกเขาก็ได้รู้เกี่ยวกับ ผู้รุกราน มากขึ้นมาอีกเล็กน้อย

            เพียงแค่เล็กน้อยจริงๆ เพราะมีแค่ข้อมูลความแตกต่างกันของพลังว่ามากขนาดไหนเท่านั้นเอง พวกมันไม่ใช่แค่เข้ามาในที่ๆ พวกเขาซ่อนตัวได้ตามใจนึกแต่ยังปั่นหัวพวกเขาได้ด้วยกำลังรบเพียงคนเดียว

            ออร์ฟี่พูด

            ถ้าไม่เพิ่มกำลังรบรวมถึงพลังให้มากกว่าตอนนี้พวกเราคงก้าวไปข้างหน้าไม่ได้แน่ๆ อิงศรเองก็คงคิดแบบนี้

 

            @@@@@

            @@@

 

            กลับมาแล้วเหรอสตอรี่เบรกเกอร์

            อดัมคัดมันยื่นประจันหน้ากับผู้เป็นนายเหนือหัวของมันด้วยท่าตามระเบียบพัก โดยที่เหยียบอยู่บนท้องฟ้าเหนือมหาลัยที่เป็นสนามรบกับพวกอิงศรก่อนที่จะหนีขึ้นไปยังแซงทัวรี่

            ในหมู่ผู้รุกรานด้วยกันไม่มีการแสดงความเคารพให้กัน มันไม่ได้มีกฎตั้งเอาไว้ทุกตัวตนของผู้รุกรานเพียงแค่ทำตามเสียงภายในจิตใจที่คอยรวบรวมให้พวกมันเป็นปึกแผ่นกันเท่านั้น มีเพียงระดับสูงที่จะเลือกตัดสินใจด้วยตัวเองได้ซึ่งในที่นี้ก็คือ ราหูลาริส หรือ ไนท์แมร์โซดิแอก ผู้บัญชาการกองกำลังในการรุกรานครั้งนี้

            ส่งสารให้พวกนั้นแล้วสินะ

            พวกนั้นได้รับสารเรียบร้อยแล้ว

            “….”

            ราหูจ้องมองสมุนของมันที่มีความแตกต่างไปจากเดิม ถึงจะไม่มีใครอื่นสังเกตเลยก็ตามแต่มันมองเห็นประกายแสงจุดเล็กๆ ส่องสว่างขึ้นมาภายในร่างกลวงเปล่าที่ออร์ฟิอูคูมันนาร์รับรู้ว่าเป็นอดัม

            แน่นอนว่ารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนสวนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเพราะข้อมูลที่เห็นผ่านดวงตาของสิ่งที่มันสร้างมาเองกับมือจะถูกส่งมาโดยตรง

            เอดีเอเอ็มสตอรี่เบรกเกอร์

            ครับ

            ไม่สิ อดัม ครั้งต่อไปที่อัตตานั้นตื่นขึ้นมาอีกจงหักหลังข้าแล้วไปช่วยออร์ฟิอูคูมันนาร์ซะนี่เป้นคำสั่ง

            คำสั่งงั้นเหรอ คำสั่งให้หักหลังตัวเองเนี่ยนะ

            อดัมคัดมันระเบิดความสงสัยออกมาด้วยคำถาม

            หมายความว่ายังไง

            สตอรี่เบรกเกอร์ข้าสร้างเจ้าขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่ได้สร้างอดัมด้วยหรอกนะ ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นจริงที่ในความเป็นไปได้อื่น ที่โลกคู่ขนานใบอื่นเจ้าเคยดำเนินการในบทบาทของอดัมอยู่เคียงข้างออร์ฟิอูคูมันนาร์

            ถ...ถ้าอย่างนั้นอดัมนั่นก็มีตัวตนอยู่จริงๆ อย่างนั้นเหรอ

            นิ้วมหึมาของราหูชี้มาที่อกของเขา

            ทั้งสองอย่างอยู่ข้างในนั้น จำคำสั่งของข้าไว้ด้วยล่ะสตอรี่เบรกเกอร์ครั้งหน้าเมื่อ อดัมตื่นขึ้นปล่อยให้มันทำอย่างที่มันต้องการ หักหลังเราให้มันได้ช่วยเพื่อนของมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น