Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 262 : Extra Log 258: ความจริงของโลก 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ก.ย. 61

Extra Login 258: ความจริงของโลก 4

 



            แบล็กเจเนซิสอดัมคัดมัน (Black Genesis, Adam Kadmon)”

            อดัม.... เอดีเอเอ็ม สตอรี่เบรกเกอร์ นามนั้นคือผู้รุกราน เจ้านี่คือสมุนของราหู

            หลังจากไฮพีเรียลไลซ์แล้ว รูปร่างก็เปลี่ยนไป ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้คือ ผู้รุกราน หรือว่า อดัมกันแน่

            แบล็กเจเนซิสอดัมคัดมัน นามใหม่ในร่างไฮพีเรี่ยนซึ่งไม่เพียงปลดปล่อยออร่าอันชั่วร้ายออกมาเท่านั้น แต่ยังรู้สึกถึงความเป็นภัยคุกคามที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งแผ่รัศมีออกมาด้วย

            กังหันสีดำ สัญลักษณ์ของผู้รุกรานหมุนพัดกวัดแกว่งล้อมรอบ อดัมคัดมัน กังหันมีด้วยกัน 4 อัน แล้วเมื่อ อดัมคัดมัน ย้ายมือไปแตะอากาศบริเวณเอวซ้าย ทำท่าเหมือนกับเตรียมจะชักดาบ

            โจมตี!!”

            แฟรนเซียมออกคำสั่งแล้วตวัดดาบพุ่งออกไปก่อนใคร ก่อนที่อิงศรจะรู้ตัวเสียอีก จนอดคิดไม่ได้ว่าสมกับเป็นแฟรนเซียมที่ไม่เพียงตัดสินใจได้รวดเร็วแต่ยังลงมือทันที ถ้าโจมตีเข้าไปตอนนี้แล้วได้ผลก็มีโอกาสชนะสูงมาก ดังนั้นเขาจึงคิดว่าควรทำตาม

            ไปกันเลยทุกคน!”

            อิงศรบอกพวกพ้องของตนให้ทำตามนั้น

            พวกเขาจับอาวุธรออยู่ก่อนแล้ว แค่รอคำสั่งบุกเท่านั้น

            มันคิดผิดแล้วที่บุกเข้ามาที่นี่เพียงลำพัง

            อิงศรแอบตรวจสอบด้วยสกิล แสกนนิ่ง ไปก่อนแล้วแต่ไม่พบร่องรอยของศัตรูอื่นอยู่ในสวนเลย ดังนั้นแล้ว อดัมคัดมันก็คงจะต้องจบสิ้นลงที่นี่

            ทว่า...

            มันยิ้ม...

            อิงศรเบิกตากว้าง เมื่อสายตาที่จับจ้องไปยังอดัมคัดมันมองเห็นรอยยิ้มลอยขึ้นมาบนใบหน้าที่เรียบนิ่งราวกับตุ๊กตา เหมือนกับจะแสยะออกมา

            เสี้ยววินาทีนั้นเอง

            ก่อนที่การโจมตีของพวกเขาจะทันได้ปลดปล่อย ก่อนที่แฟรนเซียมจะเข้าถึงตัวเสียอีก

            บาปแรกเริ่ม...

            อดัมคัดมันทำให้มือที่จับอากาศว่างเปล่าจับวัตถุเปล่งแสงที่ จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา

            เมโลดาช (Merodach)

            ชักสิ่งนั้นตวัดมันออกเหมือนกับดาบ ประกายแสงสีดำแดงพุ่งกระจายออกจากตัวดาบ ประกายแสงเหล่านั้นพุ่งใส่ทุกคนยกเว้น อิงศรกับออร์ฟี่

            นี่มัน!”

            แฟรนเซียมซึ่งเข้าไปใกล้ตัวอดัมคัดมันมากที่สุดโดนประกายแสงก่อนใคร พริบตาถัดมาร่างของราชามนุษย์ต่างดาวก็อันตรธานหายไป เหลือเพียงแต่...

            ไพ่...งั้นเหรอ

            อิงศรหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น เอาแต่จ้องมองเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้น เมื่อพวกพ้อง...ทุกคนกลายเป็นไพ่

            ไพ่แต่ละใบเหมือนจะมีรูปของทุกคนปรากฏอยู่ ไพ่เหล่านั้นพลิกคว่ำลงหันหลังไพ่ซึ่งเป็นแบบเดียวไพ่อาคานาร์ จากนั้นกังหันคล้ายสวัสติกะสีดำโอบล้อมไพ่แต่ละใบ กังหันหมุนกวัดแกว่งราวกับจองจำทุกคนที่กลายเป็นไพ่เอาไว้

 

            นี่ก็คือ เทิร์นออฟ การพลิกด้านเพื่อปิดผนึกพลังและตัวตนของผู้ที่มาขวางทาง คือพลังของพวกเราเทิร์นบริงเกอร์ที่พวกแกโดนไปนั้นคือวิชาของฉัน แอบโซลูทออฟ (Absolute off)

            ออร์ฟี่พูด

            แอบโซลูทออฟ...เทิร์นออฟ...นี่มันคืออะไรกันแน่

            อิงศรก็ไม่เข้าใจสิ่งที่อดัมคัดมันพูดเช่นกัน แต่ที่รู้ก็คือต้องทำอะไรซักอย่าง ต้องหาทางช่วยทุกคนก่อน

            ขอเตือนไว้ก่อนดีกว่าว่าอย่าไปยุ่งกับคนที่ถูกเทิร์นออฟ ถึงแม้ว่ามันจะมีพลังในการป้องกันการแทรกแซงอยู่แล้วก็เถอะ แต่ถ้าทำอะไรไม่เข้าท่าล่ะก็คนที่อยู่ข้างในนั้นอาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลยก็ได้นะ

            อดัมคัดมันพูดราวกับเดาความคิดเขาออก

            ชิ

            อิงศรเดาะลิ้น ก็แน่ล่ะตอนนี้แม้แต่ตัวเองก็ยังรู้ ว่าได้ปล่อยอะไรออกไปทางสีหน้าบ้าง ไม่ใช่แค่พวกพ้องเท่านั้นแต่ระดับอย่างแฟรนเซียมยังพลาดท่าเสียทีได้ง่ายๆ พลังของอีกฝ่ายสร้างความหวั่นไหวได้มากถึงขนาดนั้นเลย

            อิงศรพูด

            คิดจะใช้ตัวประกันงั้นเรอะ

            แต่อดัมคัดมันเอียงคอ อย่างงวยงง

            ตัวประกันเหรอ?”

            ก็จับอยู่ไม่ใช่รึไง

            พอพูดไปอีกฝ่ายก็ยิ้มเย้าแล้วพูดเหมือนจะอธิบาย

            ผิดแล้วล่ะ จะทำแบบนั้นไปทำไมในเมื่อสามารถเอาชนะพวกเธอได้ที่ทำไปนี่ก็เพื่อกันตัวเกะกะออกเพราะว่ายังต้องเก็บพวกเธอไว้สำหรับเกมสุดท้าย

            เกม....เกมอะไร

            เกมสำหรับทดสอบขั้นตอนสุดท้ายน่ะสิ แต่ก่อนหน้านั้นอยากจะกำจัดเสี้ยนหนามที่มันรกหูรกตาไปซะก่อน

            อดัมคัดมันจ้องไปที่ออร์ฟี่ อย่างนี้เองสินะเป้าหมายของเจ้านี่ก็คือ

            ออร์ฟี่หนีไป

            ทั้งที่ตอนนี้ถ้าคนน้อยลงไปเขาคงจะถูกฆ่าตายแน่ แต่ว่าถ้าเป้าหมายของมันคือ ออร์ฟี่แล้วล่ะก็การไม่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันต้องการเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

            แล้วก็...

            ไปเซ่ สายตานายเป็นแบบนั้นสู้เจ้านี่ไม่ไหวหรอก

            เขาสังเกตมาซักพักตั้งแต่ก่อนจะเริ่มสู้กันแล้ว แม้ว่าท่าทางของออร์ฟี่เหมือนจะตัดใจเรื่องของอดัมไปหมดแล้วก็ตาม แต่แววตานั้นไม่ใช่ แววตาของออร์ฟี่หม่นหมองไปด้วยความลังเล

            ไม่ให้หนีหรอก

            อดัมคัดมันเงื้อดาบที่เสกมาขึ้น

            แต่อิงศรก็ชักดาบออกมาเช่นกัน เขารวมมันกับคันธนูติดตั้งมีดพุ่งตัวออกไปข้างหน้า

            ครอสวูฟล์!”

            ไขว้อาวุธทั้งสองขณะร่ายสกิล ในระหว่างนั้นเขาก็ตะโกนไล่ออร์ฟี่ไปอีกครั้ง

            หนีไปซะออร์ฟี่

            เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ได้ยินเสียงดังตึกจากด้านหลังและกลิ่นอายของออร์ฟี่ก็เหมือนจะห่างหายไป หมอนั่นยอมหนีไปตามที่เขาบอกแล้วสินะ

            ทีนี้ก็ต้องพึ่งตัวเองแล้ว

            อิงศรทุ่มกำลังทั้งหมดพุ่งใส่ อดัมคัดมันโดยกะจังหวะให้ใกล้ที่สุดเพื่อปลดปล่อยสกิลให้เกิดผลมากที่สุด อย่างน้อยนี่ก็คงถ่วงเวลาให้ออร์ฟี่ได้

            เปลวไฟสีครามห่อหุ้มคันธนูกับใบดาบ อิงศรตวัดอาวุธทั้งสองออกพร้อมกัน ทีนี้หมาป่าเพลิงจากสกิลก็จะขย้ำลำตัวของเจ้านั่น

            เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้น อาวุธทั้งสองตวัดออกไปจนสุดแล้ว หมาป่าเพลิงจากสกิลพุ่งปออกไปข้างหน้าแล้วเช่นกัน

            แต่ว่า...

            อะไรกัน

            กลับจับสัมผัสไม่ได้เลย อาวุธฟันไม่โดนอีกฝ่าย หมาป่าเพลิงก็พุ่งออกไปอย่างไร้จุดหมายแล้วดับมอดเมื่อไปถึงสุดทางของระยะสกิล

            จะบอกอะไรให้ซํกอย่างนะที่ไม่ได้เทิร์นออฟเธอไปด้วยก็เพราะไนท์แมร์โซดิแอกได้กำหนดตัวไมสเตอร์เป็นเธอกับเจ้านั่นเอาไว้แล้วดังนั้นจึงไม่สามารถออฟเธอได้แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว

            เสียงดังลงมาจากด้านบน อิงศรแหงนหน้าขึ้นมอง อดัมคัดมันลอยอยู่บนนั้นในท่าเงื้อดาบท่าเดิม การเคลื่อนไหวที่หลบเลี่ยงการโจมตีของเขาอย่างสมบูรณ์จนไปถึงที่นั่นได้

            พลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน

            แก...

            อิงศรสบถแล้วตัวของเขาก็ค้างเด่อยู่ตรงนี้ โดยที่ขยับไม่ได้ ไม่สิขยับไม่ทันต่างหาก สมองรับรู้แล้วแต่ขาก้าวไม่ทันการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

            อาคาชิกสตอร์ม (Akashic Storm)

            @@@@@@@

            @@@@

            @@

 

            อิงศร

            ออร์ฟี่หันกลับไปมองหอคอยที่ตนเพิ่งหนีออกมา ตอนนี้เขายืนอยู่บนเนินหญ้าที่ห่างจากหอคอยไปราวสามกิโลเมตร ทั้งที่ห่างออกมาขนาดนั้นแต่เสียงก็ยังมาถึง

            เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้องไปทั้งสวนศักดิ์สิทธิ์

            หอคอยสูงที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ หอคอยที่อิงศรและคนอื่นยังอยู่นั้นมองเห้นได้แค่เงาที่อยู่ในเสาแสงซึ่งพุ่งขึ้นไปถึงทะเลแห่งท้องฟ้า เงาของหอคอยที่อยู่ภายใต้แสงแห่งการทำลายล้างนั้นเริ่มถล่มลงมา เงาซากของหอคอยแลหกสลายหายไปในเสาแสง

            เขายืนมองจนกระทั่งเสาแสงหายไปพร้อมกับหอคอยที่ถูกลบออกไปจากที่นั่น

            ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นจะถูกจัดการลงทั้งหมดเลยหรือเปล่า

            บัลลังก์สวรรค์ขอพลังให้ผมด้วย

            วงแหวนแสงปรากฏขึ้นโอบล้อมเขาในทันที บัลลังก์สวรรค์สามารถเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ตราบที่ยืนอยู่ในสวนศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่คือถิ่นของเขาดังนั้นต้องขับไล่ศัตรูออกไป ใช้พลังของบัลลังก์สวรรค์เรียกทุกคนมาที่นี่แล้วรวมพลังกันขับไล่มันออกไปนี่คือสิ่งอิงศรต้องการถึงได้ให้เขาหนีมา

            ไม่ได้ผลหรอก

            อะ

            ออร์ฟี่หันขึ้นไปมองตามเสียงที่ตนได้ยิน อิงศรตกลงมากระแทกพื้นตรงหน้าที่เขายืนอยู่

            อิงศร 

            ออร์ฟี่ขยับตัวเข้าไปหา ตั้งใจจะดูอาการของอิงศร ทว่ากลับมีดาบยื่นเข้ามาขวางทาง

            อดัม

            อดัมคัดมันใช้ดาบนั้นจี้ให้เขาต้องก้าวถอยหลังถอยห่างออกจากอิงศร

            ฉันยังไม่ได้ฆ่าใครทั้งนั้นทุกอย่างยังถูกปิดอยู่ที่นั่นไม่เชื่อก้ลองใช้พลังของบัลลังก์สวรรค์เรียกมาดูสิถ้ายังคิดว่าพลังของอาคาชิกเรคคอร์ดจะแทรกแซงพวกเราได้ก็ลองเลย

            อีกฝ่ายยื่นคำท้าทายมา นั่นเป็นเรื่องจริงหรือว่าแค่พูดโกหกให้ตายใจกันแน่ เขาไม่รู้เลย ไม่สามารถอ่านใจอีกฝ่ายได้ พลังของกังหันสีดำที่ลอยอยู่รอบๆ แผ่ออกมาบดบังหัวใจของอดัมจนมืดสนิท

            เอาสิ เรียกเลยสิ

            ไม่มีทางเลือก มันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เขาสั่งให้บัลลังก์สวรรค์ทำงาน

            พาทุกคนมาที่นี่

            แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ท...ทำไมล่ะ

            ไม่มีอะไรแทรกแซงได้หรอก เทิร์นออฟ คือการปิดโดยสมบูรณ์

            อดัมคัดมันเงื้อดาบแล้วพูด

            ทีนี้ก็ไม่มีตัวเกะกะแล้ว

            ออร์ฟี่ขยับตัวโต้ตอบการเคลื่อนไหวนั้น เขาประคองหอกแห่งเมสสิยาห์ขึ้นมาเพื่อเตรียมรับการโจมตี

            คิดจะสู้แล้วสินะออร์ฟิอูคูมันนาร์

            อดัมคัดมันพูดอย่างนั้นแล้วจงใจให้ดวงตาที่กลายเป็นสีแดง ดูเย็นชาและว่างเปล่า สะท้นอเข้าสู่ดวงตาของเขา

            อดัม

            ภาพของอดัมซ้อนทับขึ้นมา

            ไม่...ไม่ใช่

            ออร์ฟี่พยายามปฏิเสธภาพหลอนที่เขาเห็น แต่มันกลับยิ่งชัดเจนมากขึ้น

            ไม่ใช่...นาย

            อดัมนั้นไม่ตัวตนอยู่จริง อดัมเป็นเพียงความทรงจำจอมปลอมที่หมอนี่ใช้หลอกลวงเขามาโดยตลอด

            นาย...ไม่มี...

            ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แต่กลับปฏิเสธออกไปไม่ได้ ปฏิเสธการมีตัวตนของชายผู้ที่ครั้งหนึ่งคือสหาย คือเพื่อนคนแรก ออกไปไม่ได้

            หนีไป

            เสียงนั้นทำให้มโนภาพของอดัมหายไป เขาถูกดึงกลับมาจากภวังค์ความคิด

            ปล่อยนะ

            อดัมคัดมันพูดโดยที่ก้มมองไปที่พื้น อิงศรที่หมอบคลานอยู่บนพื้นกำลังกอดขาของอดัมคัดมันเอาไว้

            หนีไป...ออร์ฟี่

            ถึงอิงศรจะจับขาของอีกฝ่ายได้แต่ดาบในมือไม่ได้ถูกหยุดการเคลื่อนไหว อดัมคัดมันตวัดมันใส่ออร์ฟี่

            แกร๊ง เสียงโลหะแหลมสูงดังขึ้นเมื่อดาบปะทะเข้ากับหอก ออร์ฟี่ใช้หอกต้านรับดาบนั่นไว้แต่ไม่ได้ดันตอบ ความรู้สึกที่มือหายไปเหมือนกับควบคุมไม่ได้ เขาลังเลที่จะใส่แรงตอบโต้เพราะคิดว่านั่นจะทำอันตรายให้อดัม ดาบจึงปัดหอกกระเด็นหลุดจากมือไปอย่างง่ายดาย

            หนี ออร์ฟี่ หนีไป

            อิงศรเค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่มีตะโกน เสียงของเขาช่วยให้ออร์ฟี่รู้สึกตัวแล้วหันหลังวิ่ง

            เมื่ออดัมคัดมันจะไล่ตามเขาก็พยายามเหนี่ยงรั้งขาที่กอดเอาไว้อย่างเต็มที่

            อดัมคัดมันก้มหน้าลงพูดกับเขา

            พยายามไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะต้องเก็บพวกแกไว้สำหรับเกมหลังจากนี้ถ้าทำให้เจ็บหนักเกินไปจะเกิดความผิดพลาดต่อแผนได้

            ได้ยินดังนั้นอิงศรก็ผุดยิ้ม ทั้งที่ร่างเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้กับอดัมคัดมัน

            ยิ้มทั้งที่พลังแตกต่างกันจนน่าสิ้นหวัง

            งั้นถ้าฉันหยุดไม่ให้แกไปจัดการออร์ฟี่ได้พวกฉันก็ชนะแล้วสิ

            มีความหวังขึ้นมาแล้วสินะ

            อะ...

            แบบนั้นแหละดีแล้วเพราะอีกเดี๋ยวออร์ฟิอูคูมันนาร์ก็จะกลับมาทีนี่เอง วินาทีนั้นความสิ้นหวังก็จะบังเกิดขึ้นถึงตอนนั้นแล้วแกจะถูกความว่างเปล่ากลืนกินหัวใจหรือเปล่านะ โอกาสสำเร็จคงซักแปดสิบจุดสี่สิห้าเปอร์เซ็นต์

            เจ้านี่กำลังพูดเรื่องอะไรกัน อิงศรได้แต่ขบคิดแต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ

            มันบอกว่าออร์ฟี่จะย้อนกลับมาแต่เพราะอะไรล่ะ เท่าที่พอจะคิดได้ก็คือกลับมาเพราะหาวิธีจัดการกับเจ้านี่ได้หรือไม่ก็ตัดใจสู้กับอดัมได้แล้ว นอกนั้นก็นึกเป็นอย่างอื่นไม่ออกแล้ว

            อดัมคัดมันพูด

            คอยดูไปก็แล้วกัน

 

            @@@@@@@@@

 

            มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อนานมากแล้ว

            แฮ่ก แฮ่ก...

            เนิ่นนานเกินไปจนแทบจะหลงลืมไปทั้งหมด

            แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

            แต่ถ้อยคำที่ชายคนนั้นพูดก็ยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวใจ ก้องกังวานมาโดยตลอดแม้กระทั่งตอนที่รู้ว่ามันไม่เป็นความจริง

            ออร์ฟี่วิ่งด้วยเท้าของตัวเอง ในตอนนี้เขาเป็นมนุษย์ ไม่มีพลังของเครื่องทำสวนอีกต่อไป

            เพราะหอกแห่งเมสสิยาห์ไม่อยู่กับตัวจึงไม่มีพลัง ไฮพีเรี่ยน หลงเหลืออยู่ในร่างผ้าคลุมที่เคยคงอยู่ด้วยพลังนั้นหายไปคือสัญญาณบอก ตอนนี้ตัวเขาเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดา

            ออร์ฟี่วิ่งโดยไม่ได้สังเกตว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด เขาไม่มีจุดหมายเพียงแค่วิ่งหนีไปให้ไกล วิ่งหนีจากอดีตที่มาหลอกหลอน

            ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตแดนของสวนศักดิ์สิทธิ์ เหยียบย่ำไปยังสถานที่อันคุ้นเคยในความทรงจำจอมปลอม

            เมื่อวิ่งผ่านเนินหญ้าที่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ซึ่งออกดอกและผลเป็นแก้วใสบริสุทธิ์ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเข้า

            ชายหนุ่มสองคนยืนสนทนากันอยู่ใตต้นไม้แห่งชีวิต ต้นไม้แห่งสวนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งให้กำเนิดสรรพสิ่ง

            บทสนทนาของทั้งสองคนนั้นแว่วมาเข้าหูทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่มันก็ชัดเจนมากเสียเหลือเกิน

            อดาเมียมในที่สุดเธอก็ลืมตาขึ้นแล้ว ผมคือ ออร์ฟิอูคูมันนาร์จะเรียกออร์ฟี่ก็ได้ส่วนผมก้จะเรียกเธอว่าอดัมก็แล้วกัน

            อดัม...

            อื้อ มาจากชื่อแบบเต็มของ อดาเมียมยังไงล่ะ

            มันคือเสียงในความทรงจำ ดังนั้นจึงชัดเจนเป็นอย่างมาก นั่นคือวันแรกที่เขาได้พบกับอดัมที่เฝ้ารอคอยมาโดยตลอด

            แต่นั่นมันเป็นเรื่องโกหก

            ออร์ฟี่สบถคำรามแล้ววิ่งผ่านเนินหญ้านั่นไปโดยไม่เหลียวกลับไปมองอีก เขายังคงมุ่งหน้าวิ่งต่อไป วิ่งหนีจากศัตรู หนีจากอดีตของตนเองด้วย

            เมื่อวิ่งผ่านทะเลสาบที่หล่อเลี้ยงสวนทั้งสวน มโนภาพแห่งความทรงจำก้เหมือนจะผุดขึ้นมาอีก

            นี่ ออร์ฟี่นายไม่เคยสงสัยบ้างเหรอ

            เรื่องอะไรล่ะ ถ้านายไม่รู้ฉันยินดีที่จะช่วยคลายข้อสงสัยให้นะ

            เขาส่ายหัวเพอสลัดภาพนั่นให้หลุดพลางก็ตะโกนไปว่า

            มันเป็นเรื่องโกหก!”

            ตลอดทางมันมักจะเป็นแบบนี้อยู่เสมอ เมื่อวิ่งผ่านสถานที่ที่เคยมีความทรงจำร่วมกับอดัม ภาพหลอนก็จะปรากฏขึ้น และในทุกๆ ครั้งหัวใจก็ราวกับถูกเชือดเฉือนออกไปทีละน้อยๆ

            ยิ่งพยายามยอมรับความจริงมากเท่าใด ความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แต่ถึงอยากจะหลอกตัวเอง อยากจะเชื่อมั่นในภาพลวงตานั่นความเจ็บปวดทรมานก็ไม่ได้บรรเทาลงเลย

            ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ตอนเป็นเครื่องทำสวนคงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแบบนี้

            ความเจ็บปวดนี้ ความทรมานนี้ เพิ่งจะมามีเอาก็ตอนที่กลายเป็นมนุษย์ ทั้งหมดเป็นเพราะอดัม เพราะเขาทำให้ออร์ฟิอูคูมันนาร์ รู้จักอารมณ์และความรู้สึก เพราะอดัมทำให้เขากลายเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ

            กว่าจะรู้ว่ามันไม่ใช่พรที่มอบให้เพื่อการก้าวเดินไปข้างหน้าในวันที่แข็งข้อต่อแอดมินิสเทรเตอร์

            กว่าจะรู้ตัวว่ามันคือกับดักที่ผู้รุกรานจงใจทำไว้

            ก็จมอยู่ในความทรมานของการเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว

            อา...นี่คือคำสาปอย่างนั้นเหรอ

            อดัม...

            ออร์ฟี่หยุดฝีเท้าลง เหนื่อย...ความรู้สึกที่ไม่เคยรับรู้ตอนที่เป็นเครื่องทำสวน ความอึดอัดที่เหมือนกับจะบดขยี้ร่างกาย ความบีบคั้นหัวใจนี้

            แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก...

            ออร์ฟี่ทรุดเข่าลงกับพื้น เขาเพิ่งจะสังเกตว่าสถานที่ที่เขามาถึงคือที่ใด ระหว่างที่เอาแต่วิ่งหนีภาพหลอนมาตลอดทาง

            เห็นไหมล่ะกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย

            เสียงนั่น

            ออร์ฟี่หันไปยังทิศที่เสียงพูดนั้นดังมา

            อิงศรก็อยู่ที่นั่นกำลังกอดขาของ อดัมคัดมันเอาไว้และตะโกนมาว่า

            นี่นาย...จะกลับมาทำไมเนี่ย

            เพราะเอาแต่วิ่งหนีโดยไม่ดูทิศทาง เอาแต่หนีจากมโนภาพแห่งความทรงจำทำให้ไม่รู้ตัวเลยว่า ตนได้วิ่งวนกลับมาที่เดิม

            อดัมคัดมันพูด

            เผื่อว่าจะไม่สังเกตกันแต่ว่าที่นี่คือ สถานที่แห่งคำมั่นสัญญาของพวกเราไงล่ะออร์ฟิอูคูมันนาร์

            แล้วตวัดดาบชี้ไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก ต้นไม้ใหญ่ซึ่งออกผลเป็นทองคำ

            ออร์ฟี่ ดวงตาเบิกกว้าง เขาจ้องมองต้นไม้อันคุ้นเคยนั่นแล้วก็เห็นภาพหลอน

            ต้นไม้ต้องห้าม...นี่มัน

            ที่นี่คือสถานที่ซึ่งเขากับอดัมแยกจากกัน คือจุดเริ่มต้นของการเดินลงสู่กับดักของราหู

 

            เมื่อเห็นออร์ฟี่ใจสลายเอาแต่จ้องมองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป อิงศรก็ถามอดัมคัดมันว่า  

            นี่แกรู้อยู่แต่แรกแล้วเรอะ

            อดัมคัดมันก้มหน้ามองลงมา

            คนที่มอบภาชนะที่ต้องคำสาปนั่นให้ไปอย่างฉันทำไมจะไม่รู้ว่าออร์ฟิอูคูมันนาร์จะต้องเจ็บปวดทรมานกับความทรงจำที่เป็นพิษแล้ววิ่งไปหาสถานที่แห่งความเจ็บปวดนั่นจนครบล่ะ

            จะบอกว่าที่มอบพลังที่ทำให้ออร์ฟี่ ไฮพีเรียลไลซ์ และสามารถโค่นพระเจ้าได้ก็เป็นแผนที่วางไว้เพื่อตอนนี้ เจ้านี้คิดจะพูดแบบนั้นสินะ

            เพราะงั้นสิ่งที่ฉันทำก็แค่มอบร่างกายต้องสาปที่จะเป็นความหวังให้แล้วก็มอบความสิ้นหวังด้วยการมาไล่ล่าออร์ฟิอูคูมันนาร์ด้วยตัวเอง ที่เหลือก็แค่มารออยู่ตรงปลายทางของคำสาปที่เริ่มทำงานเพื่อมอบความว่างเปล่าให้ในตอนสุดท้าย

            นี่เป็นแผนของแกมาตั้งแต่แรกเลยสินะ

            ก็ใช่น่ะสิ

            สารเลวเอ้ย!”

            งั้นคนที่ทำให้เจ้านั่นเดินติดกับดักนี้อย่างเจ้าก็คงไม่ต่างกัน ใครกันล่ะที่ดันตายเอาในตอนทาสำคัญที่สุดน่ะ

            อึก

            จะบอกว่าเพราะเขาตายลงในตอนที่เผชิญหน้ากับโซลาริส นั่นเลยเป้นตัวจุดชนวนที่ผลักหลังออร์ฟี่ให้ติดกับดักนี้อย่างนั้นหรือ

            แน่นอนว่าเขาไม่ยอมรับคำกล่าวหานั้นแต่ว่ามันมีเค้าของความจริงอยู่ทำให้ยากที่จะปฏิเสธ

            อดัมคัดมันเห็นความลังเลที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้านั่นก็หัวเราะเยาะ

            คนสารเลวไปนั่งดูอยู่ตรงนั้นเถอะ

            แล้วเตะอิงศรกระเด็นออกไป

            อั่ก

            อิงศรพยายามจะยันร่างกายแต่ก็ลุกไม่ไหว เขาบาดเจ็บมากเกินไป บาดเจ็บจากการต่อสู้ที่หอคอยก่อนหน้านี้ ที่จริงไม่อยู่ในสภาพที่จะเหนี่ยวรั้งอดัมคัดมันได้ตั้งแต่แรก แต่เจ้านั่นจงใจไม่ไล่ตามออร์ฟี่อยู่แล้วเพราะมันรู้ว่า ออร์ฟี่จะย้อนกลับมา

 

            ถึงตอนจบแล้วล่ะนะ

            อดัมคัดมันกล่าวพลางเขยิบเข้าไปใกล้โดยที่ออร์ฟี่ไม่ขยับตัว

            หมอนั่นใจสลายจนไม่รับรู้สภาพรอบตัวแล้วงั้นเรอะ

            กรอดดด

            อิงศรขบฟันเค้นแรงกายที่เหลืออยู่คลานไปข้างหน้า เขาไม่ได้ไล่ตามอดัมคัดมันไป เพราะไม่มีทางหยุดอีกฝ่ายด้วยสภาพแบบนี้ได้แน่ เป้าหมายของอิงศรคือหอกแห่งเมสสิยาห์ของออร์ฟี่ที่โดนปัดตกเอาไว้ก่อนจะหนีไป

            ถ้าส่งมันให้ออร์ฟี่ได้ก็อาจจะยังพอทำอะไรได้ ถ้าออร์ฟี่ยังมีกำลังใจเหลือพอจะต่อสู้ล่ะนะ

            เขาเองก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร ที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่เดิมพันกับออร์ฟี่ เดิมพันว่าหมอนั่นจะมีมันอยู่รึเปล่า พลังที่ทำให้มนุษย์อย่างพวกเราก้าวเดินมาได้ถึงตรงนี้

            อิงศรเก็บหอกขึ้นมาใช้มันช่วยพยุงตัวจนสามารถลุกมานั่งได้

            ขอดูความดื้อด้าน...ของนายหน่อยเถอะ

            อิงศรขว้างหอกไปสุดแรงที่มี จากนั้นก็ล้มฟุบลง หมดสิ้นทุกอย่างแล้วนั่นเป็นแรงเฮือกสุดท้าย

            เขากล่าว

            ...ออร์ฟี่

            และหมดสติไป

 

            ทว่า..

            อดัมคัดมัน สัมผัสถึงอายพลังของหอกได้จึงตวัดดาบปัดหอกที่อิงศรขว้างมากระเด็นออกไป

            เมื่อเห็นว่าอิงศรหมดสติ...

            ทีนี้ก็ไม่มีตัวเกะกะแล้วสินะ

            จึงเดินหน้าไปหาออร์ฟี่ต่อ เดินมายืนอยู่ต่อหน้าร่างที่ไร้ชีวิตชีวา

            ร่างนั้นสังเกตเห็นเข้าจึงหันมาอย่างเชื่องช้า จ้องมองมาด้วยแววตาอิดโรยและกล่าวอย่างสิ้นหวัง

            ร่างนี้ที่นายมอบให้คือคำสาปอย่างนั้นสินะ เพราะงั้นมันถึงได้เจ็บปวด เจ็บปวดเหลือเกิน ทรมานเหลือเกิน

            ใช่มันคือคำสาป คำสาปที่จะกลืนกินทุกอย่างจนเหลือพียงความว่างเปล่า แกมันก็แค่เบี้ยตัวหนึ่ง

            อดัมคัดมันกล่าวแล้วเงื้อดาบขึ้น

            เป็นแค่เบี้ยที่ว่างเปล่าสินะ

            ออร์ฟี่ไม่ขยับตัว ไม่หลบหนี แต่ปิดดวงตาลงราวกับยอมรับชะตากรรมนี้

            ใช่ ลาก่อน

            อดัมคัดมันฟาดดาบลง ในวินาทีนั้นเอง

 

            ผมอยากจะปกป้องพวกเขาทั้งหมดไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เมื่อเวลานั้นมาถึงฝากนายด้วยล่ะ

            เสียงของอดัมที่สั่งเสียเขาในความทรงจำใต้ต้นไม้ต้องห้าม ไม่รู้ทำไมแต่มันดังก้องกังวานเสียเหลือเกิน

               แล้วตรงนั้นเอง ที่เริ่มรู้สึกว่าความเจ็บปวดทรมานมันบรรเทาลง

 

             ‘จากนี้พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม

            ‘อืม ผมจะอยู่ในตัวของออร์ฟี่...ตลอดไป

 

            นี่มัน...เมื่อตอนนั้นนี่นา แต่ว่าทำไมล่ะก็ตอนนั้นมันเป็นกับดักนี่

            จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่อดัมพูดเอาไว้ก่อนที่จะมอบพลังในการ ไฮพีเรียลไลซ์ให้ขึ้นมา

            เพราะยังมีความยึดติดหลงเหลืออยู่เหรอ ถ้าอย่างนั้น...

            ออร์ฟี่!!”

            เสียงเรียกชื่อดังขึ้น เสียงของอดัมคัดมัน...ไม่สิ มันอ่อนโยนกว่านั้น ถึงจะเป็นเสียงตะโกนก็ตาม

            ออร์ฟี่ปรือตาขึ้น มองไปข้างหน้า มองไปยังศัตรูที่ใช้ใบหน้าของเพื่อน แต่ว่า

            แวบหนึ่ง เพียงแค่แวบเดียวจริงๆ แต่ดวงตาไร้แววของอดัมคัดมันเปลี่ยนไป มันดูอ่อนโยนขึ้นเป็นดวงตาที่อบอุ่นและคุ้นเคย

            ตอนนั้นเอง ที่หัวใจเหมือนกับจะพองโตขึ้น รู้สึกได้ว่าอะไรบางอย่างข้างในกำลังแผ่ขยาย แล้วหอกแห่งเมสสิยาห์ที่ตกอยู่บนพื้นก็ลอยเข้ามาในมือราวกับมีคนจับมาใส่ให้

            อดัมคัดมันชะงักมือที่จับดาบแล้วก้าวถอยห่างออกไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ใบหน้าของมันกำลังแสดงให้เห็นว่าทรมานอยู่ พลางใช้มือกุมที่ศีรษะ

            ทำไม...นี่มันอะไรกัน

            อดัมคัดมันกล่าว มันเดินเซเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้

 

            ในขณะเดียวกันนั่นเอง

            เมสสิยาห์

            หอกที่เขาถือส่งเสียง

            นี่มัน...งั้นเหรอ นั่นสินะ

            นั่นคือ อดัม ไม่ผิดแน่ในนั้นถึงจะเป็นสมุนของราหูแต่ว่ายังมีอดัมอยู่ข้างในนั้น

            บัดซบ บัดซบเอ้ย นี่มันอะไรกัน ตัวฉันเป็นอะไรไปกันแน่ บัคเหรอ มีเออเร่อเกิดขึ้นในส่วนการประมวผลงั้นเรอะ!”

            อดัมคัดมัน ปักดาบลงกับพื้นดูเหมือนว่าความผิดปกติเมื่อครู่ที่ทำให้มันพูดชื่อของเขาจะส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก

            ไม่หรอก นั่นไม่ใช่บัค แล้วก็ไม่ได้มีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นในตัวแกด้วย

            หา...ถ้างั้นแล้วมันคืออะไรกันเล่า

            อดัมไงล่ะ เขายังอยู่ข้างในนั้น

            บ้าน่า อดัมก็เป็นแค่ความทรงจำปลอมๆ ที่ใส่ให้แกเท่านั้นมันไม่มีของแบบนั้นอยู่จริงๆ หรอก

            ถึงจะเป็นเรื่องโกหกแต่ว่าจะเชื่อว่ามันจริงก็คงไม่เป็นไรสินะ อดัม

            ได้ฟังดังนั้นอดัมคัดมันก็รักษาสีหน้าของมันไมได้อีก สีสันแห่งความกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน

            อาคาชิกสตอร์ม!”

            อดัมคัดมันเงื้อดาบขึ้นแล้วฟาดมันลงกับพื้น แต่ออร์ฟี่เคลื่อนไหวตอบโต้การโจมตีนั่นด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ทันทีที่หอกกลับมาอยู่ในมือพลังก็ถูกส่งเข้ามา

            ผ้าคลุมสีแดงพันทับรอบคอเขา พลังไฮพีเรี่ยนกลับคืนมาแล้ว ออร์ฟี่ยื่นหอกไปขัดดาบอีกฝ่าย

            มิเรียดวิล

            แสงสว่างพุ่งจากปลายหอกอัดร่างของอดัมคัดมันกระเด็นออกไป

            อ๊ากกกก

            เขาสลัดความลังเลออกไปได้แล้ว สามารถโจมตีใส่อดัมคัดมันได้แล้ว

            อดัมคัดมันลุกขึ้นมาพลางกล่าวสบถ

            นี่แกโจมตีฉัน...

            เปล่า ผมไมได้โจมตีนาย

            ห๊ะ

            ไม่ใช่การโค่น อดัมคัดมัน หรือ จัดการผู้รุกราน ผมไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดที่ต้องทำก็แค่ช่วยเพื่อนเท่านั้น ช่วยอดัมกลับมาด้วยมือนี้

            ยังจะพูดเรื่องนั้นอยู่อีกหลงงมงายจนแยกความจริงกับความฝันไม่ออกแล้วรึไง

            ใช่ ผมหลงงมงายในความฝันที่พวกนายสร้างขึ้นมาแต่ว่านั่นแหละคือมนุษย์ล่ะ ยึดติดกับอะไรซักอย่างที่ไม่ต้องมีอยู่จริงก็ได้เพราะเข้าใจเรื่องนั้นผมจึงไม่ต้องทรมานกับคำโกหกที่บอกว่าอดัมไม่มีจริงอีกต่อไป

            ไพ่อาคานาร์ปรากฏขึ้นห้อมล้อมออร์ฟี่

            อาคานาร์อาร์ค

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น