Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 167 : Login 164: ตัวตลกวิปลาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 ต.ค. 60

Login 164: ตัวตลกวิปลาส

 

            “หนีเร็วพวกมนุษย์ต่างดาวบุกเข้าประตูเมืองมาแล้ว!”

            ชาวบ้านคนหนึ่งร้องแบบนั้น ตอนที่เกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นที่บริเวณกำแพงเมืองของเมตไตรย

            พอก้อนอิฐที่เรียงตัวกันกำแพงถล่มลงมาจนหมด สภาพของสนามรบที่แสนสิ้นหวังก็ปรากฏขึ้น

            ควันไฟลอยกรุ่นไปทั่ว ซากศพของทหารที่นอนตายกันเกลื่อนพื้น

            มนุษย์ผิวซีดผู้มีเส้นผมสีเงินติดอาวุธกว่าร้อยคนแห่กรูกันเข้ามาข้างในเมืองที่ยังมีประชาชนอยู่กันเต็ม

            ไม่มีการประกาศแจ้งให้อพยพ ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าสถานการณ์ข้างนอกกำแพงเมืองดำเนินไปในทางไหน ดังนั้นจึงถูกฆ่าตายไปคนแล้วคนเล่า

            พวกมนุษย์ต่างดาวไม่สนใจจะจับตัวมนุษย์ไว้แต่กลับฆ่าทิ้งเป็นผักปลา เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่ว

            “”ช่วยด้วย!”

            “พวกทหารมัวทำอะไรอยู่น่ะหายไปไหนกันหมด!”

            “แม่!”

            “พี่คะ!”

            “อย่าทำลูกฉันเลยขอร้องล่ะ อ๊า!!”

            ประชาชนธรรมดาที่ไม่มีพลังพอจะต่อต้านถูกฆ่าไปคนแล้วคนเล่า

            ถูกแย่งชิงคนสำคัญไปทีละคนๆ บางทีก็ตายไปพร้อมกันหมดทั้งเด็กทั้งแม่ ทั้งพี่ทั้งน้อง ถึงอย่างนั้นแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมาช่วย

            ท่ามกลางการฆ่าฟันอยู่ฝ่ายเดียวนั้นก็มีมนุษย์ต่างดาวนายหนึ่งพูดคุยกับเพื่อนด้วยความสงสัยหลังจากหวดดาบลงไปบนหลงของเด็กชายที่พยายามปกป้องน้องสาวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อนไปพร้อมกัน ตายจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น

            “นี่ ฆ่าล้างชาวโลกแบบนี้มันจะดีเหรอแล้วเรื่องคำสั่งคุ้มครองจำนวนประชากรล่ะ”

 

            หยดเลือดสาดกระเด็นมาเปรอะที่ใบแก้มแต่มนุษย์ต่างดาวก็ปาดมันออก

            “ก็มีคำสั่งจากท่านแฟรนเซียมลงมาแล้วว่าฆ่าให้หมดได้เลยนี่ทำๆ ไปเถอะน่า”

            มีคำสั่งแบบนั้นลงมาจริงๆ หลังจากผ่านมาสี่ปีที่ต้องรักษาจำนวนประชากรชาวโลกเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง จึงได้จับ ชาวโลกมาทำ NPC ให้ขัดขืนพวกตนไม่ได้แต่ตอนนี้กลับมีคำสั่งให้ทำลาย

            การทำลายล้างจึงดำเนินต่อไป

 

            ณ ห้องประชุมกลางซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินเหนือสถานีวิจัยที่กุมภานำงานทดลองของสิงห์มาสานต่อ

            ที่นี่เป็นห้องสำหรับประชุมงานวิจัยหลักขององค์กรซึ่งมีแต่ผู้เกี่ยวข้องและตระกูลธุวดารกะเท่านั้นที่จะเข้ามาใช้งานได้ ในยามนี้มันได้กลายเป็นที่หลบภัยและปราการด่านสุดท้ายของเมตไตรยไปแล้ว

            ธุวดารกะที่ควบคุมเมตไตรยทั้งหมดได้มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องประชุมนี้หากเกิดอะไรขึ้นมาละก็เท่ากับว่าองค์กรถูกตัดหัวเลยทีเดียวและคงต้องล่มสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            คนที่มากระจุกกันอยู่ในห้องประชุมมีทั้งหมดสี่คนเป็น ธุวดารกะทั้งหมด ได้แก่ พฤษภา มิถุนา กันยา และ ตุลา เมื่อเสียหัวหอกอย่างกุมภาที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนแถมสิงห์ ซึ่งปกติจะมีหน้าที่ควบคุมแทนหากกุมภาไม่อยู่ก็ถูกประหารไปแล้วตามที่พวกธุวดารกะเข้าใจกัน

            ดังนั้นหน้าที่ผู้นำจึงตกเป็นของผู้ที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มแทนซึ่งก็คือ พฤษภา หญิงสาววัยกลายคนซึ่งถูกเลือกโดยเทวทูตให้มาเป็นธุวดารกะเช่นเดียวกับพี่น้องคนอื่นๆ

            เธอเข้ามาเป็นธุวดารกะถัดจากกุมภากับสิงห์จึงมีประสบการณ์พอให้พี่น้องคนอื่นยอมรับฟังได้อยู่บ้าง

            ภายในห้องไม่มีใครนั่งติดเก้าอี้กันเลยซักคนทุกคนต่างก็ล้อมโต๊ะประชุมกันแล้วถกเถียงกันไปต่างๆ นานา หากว่าไม่มีพฤษภาคอยคุมเอาไว้วงประชุมนี้คงจะระเบิดไปแล้ว

            “เวลาแบบนี้กุมภาหายตัวไปไหนกันล่ะเนี่ย กรกฏ ก็ด้วย”

            ตุลากล่าว

            ผู้ที่ถามคำถามซึ่งทุกคนในที่ประชุมก็อยากได้คำตอบเป็นชายวัยกลางคนท่าทางร้อนรนทั้งที่มีอายุรองลงมาจากพฤษภาแต่กลับไม่สามารถสงบใจได้ในยามฉุกเฉินเช่นนี้เลย

            นอกจากกุมภาจะไม่อยู่แล้วกระทั่งคนสนิทอย่างกรกฏก็พลอยไม่อยู่ไปด้วยจึงไม่มีหนทางจะติดต่อ

            มีเสียงดังมาจากด้านข้างตุลา

            “พวกท่านทูตสวรรค์ก็ไม่ติดต่อมาเลยหรือไง”

            เจ้าของเสียงเป็นเด็กสาวที่อายุเท่ากับมีนา หล่อนคือมิถุนา

            ถัดมาก็มีเสียงจากคนข้างๆ หล่อนต่อว่าคำถามที่ไม่รู้จักคิดนั่น

            “ก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่ามีแต่กุมภาที่ติดต่อกับท่านทูตสวรรค์ได้น่ะ”      

            กันยา เด็กหนุ่มอายุราวสิบแปดปีจ้องมองน้องสาวด้วยความหงุดหงิด

            ทั้งสองยังเด็กเหมือนมีนากับเมษา แต่ในบรรดา ธุวดารกะด้วยกันกลับได้รับการยอมรับมากกว่าเพราะมีความสามารถและเป็นอัจฉริยะที่เรียนรู้ได้เร็ว

            ทว่า ต่อให้จะมีความสามารถมากขนาดไหนประสิทธิภาพของมนุษย์ไม่อาจแก้ไขปัญหาในเวลานี้ได้เลย เพียงแค่จะรับมือก็ยังทำไม่ได้เพราะอำนาจสั่งการทหารทั้งหมดอยู่กับกุมภากว่าจะรู้ตัวว่าถูกโจมตีก็แทบไม่มีทหารเหลือพอจะป้องกันเมืองแล้ว ตอนนี้ทุกคนที่นี่จึงคิดแค่เรื่องให้ตัวเองรอดก็พอ

            กันยาถามขึ้นมาบ้าง

            “แล้วนี่พี่พิจิกกับท่านซาคคิเอลที่ไปอารย-สนธยายังไม่ติดต่อกลับมาอีกเหรอ”

            ในบรรดาคนที่เหลือ พิจิก ธุวดารกะ เป็นคนที่สังกัดอยู่กับทหารของเมตไตรยเป็นคนที่พอจะหวังพึ่งความสามารถได้มากที่สุดในตอนนี้แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เช่นกันส่วนเหตุผลนั้น...

            “เห็นว่าพิจิกเสร็จพวกมันที่นั่นไปแล้วน่ะสิพวกทหารรายงานมาว่าสัญญาณชีพหายไปท่านซาคคิเอลก็เหมือนจะหายตัวไปหรือไม่ก็เสร็จพวกอารย-สนธยาไปแล้ว”

            พอตุลากล่าวไปแบบนั้น กันยา กับ มิถุนา ก็ทำหน้าสิ้นหวัง

            พวกเขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่อารย-สนธยาเลยไม่มีทหารคนไหนรอดกลับมาส่งข่าว

            ในสถานการณ์ที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยซักอย่างอยู่ในมือพวกเขาก็ได้แต่รอให้จุดจบมาถึง

            ทำได้เพียงแค่นั้น...

            “จบกันแล้ว”

            กันยาทุบมือลงบนโต๊ะประชุมพลางสบถแบบนั้น เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นเสียจนเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นมาชัดเจน

            ตอนนั้นเองพฤษภาที่นิ่งเงียบอยู่นานก็เริ่มเอ่ยปากพูด

            “ใจเย็นๆ กันไว้ก่อนที่ฉันเรียกทุกคนมาเนี่ยเพราะเรายังพอมีหวังอยู่ งานทดลองของสิงห์ที่กุมภาสานต่อเห็นว่าพร้อมใช้งานแล้วหากมีสิ่งนั้นก็อาจจะพลิกกระดานเอาชนะพวกมนุษย์ต่างดาวได้ก็ได้”

            พอได้ยินแบบนั้นกันยาก็ทำหน้ามีความหวัง

            “จริงเหรอพี่แล้วไอ้นั่นที่ว่าตอนนี้มันอยู่ไหนล่ะรีบใช้มันเลยสิ”

            คนอื่นก็ส่งสายตาคาดหวังมาเหมือนกัน พฤษภาจึงกล่าวตอบรับความคาดหวังเหล่านั้น

            “อยู่ข้างล่างชั้นนี้นี่แหละเรารีบไปกันเถอะ”

            สิ้นคำพฤษภาก็ออกเดินนำพี่น้องทั้งหมดเดินออกจากห้องประชุมไปลงลิฟต์ขนถึงชั้นใต้ดินชั้นสุดท้าย เมื่อเดินไปตามทางเดินมืดสลัวจนถึงทางออกพวกเขาก็เข้ามายืนอยู่บนระเบียงทางเดินในห้องวิจัย

            แต่สิ่งที่เหล่าพี่น้องธุวดารกะคาดว่าจะได้รับนั้น กลับกลายเป็นทุกอย่างกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง

            “เฮ้ ตรงนั้นน่ะยังปิดระบบไม่ได้อีกเหรอ มันเกินขีดจำกัดแล้วนะ!”

            “ไม่ไหวครับควบคุมแผงวงจรไม่ได้เลยเหมือนมีใครมาล็อกไว้น่ะครับ”

            “แล้วทำอะไรไมได้เลยรึไง”

            “ถ้าไม่มีพาสเวิร์ดก็ทำอะไรไม่ได้เลยครับ”

            สภาพภายในห้องวิจัยดูวุ่นวายเหมือนกับควบคุมเครื่องมือทั้งหมดไม่ได้ มีไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากเครื่องบางอย่างในหลายๆ จุดของห้องวิจัย ไหนยังจะมีเสียงไซเรน‘ระงมไปทั้งห้องอีก

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”

            พฤษภาพยายามถามหาคนรับผิดชอบที่จะตอบเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่ทุกคนต่างก็ยุ่งกับการพยายามหยุดเครื่องมือต่างๆ จนไม่มีใครสนใจพวกธุวดารกะที่เข้ามาข้างในห้องเลย

            “แย่แล้วมันเกินอัตราไปแล้ว หลุดการควบคุมแน่ทุกคนรีบหนีเร็วเครื่องทำสวนมันกำลังจะออกมาฆ่าพวกเราแล้ว!”

            นั่นเป็นเสียงตะโกนสุดท้ายของหัวหน้าฝ่ายวิจัยก่อนจะถูกโครงเหล็กค้ำเพดานถล่มลงมาทับตาย

            เพราะก้อนอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องเริ่มสั่นไหวทำให้ทั้งห้องสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวจนโครงสร้างห้องพังทลาย

            พฤษภากวาดสายตาไปรอบๆ ขณะที่ยึดจับราวกั้นระเบียงเอาไว้แล้วนั่งคุกเข่าบงเพราะแรงสะเทือนของแผ่นดินไหว พี่น้องคนอื่นๆ ก็ทำแบบเดียวเพื่อเอาตัวรอด

            เมื่อห้องหยุดสั่นไหว ตอนนั้นเองสายตาของหล่อนก็ไปเห็นเข้า

            มองเห็นเปลือกหินของอุกกาบาตกำลังหลุดลอกออก เผยสิ่งที่หลบซ่อนอยู่ข้างในออกมา

            สีเงินมันวาวสะท้อนกับแสงจากหลอดนีออนสีขาวของห้องวิจัย ผิวของมันน่าจะเป็นโลหะบางชนิด ขนาดตัวมหึมาที่นอนขดตัวหลับใหลอยู่ข้างก้อนอุกกาบาตนั่นคือสิ่งที่สิงห์พยายามจะทำมาโดยตลอดอย่างนั้นหรือ…พฤษภาคิดว่ามันเป็นเรื่องบ้าเอามากๆ…

            “นี่คือสิ่งที่สิงห์คิดจะทำอย่างนั้นเหรอ”

            หล่อนหลุดปากออกมา ปลายขาสั่นพั่บๆ ยามที่สบตากับสิ่งนั้นความกลัวก็พองขยายจนขาหมดเรี่ยวแรงจะลุก

            พวกนักวิจัยที่อยู่ข้างล่างระเบียงทางเดินโดนซากเพดานที่ถล่มลงมาทับตายกันไปหมดแล้ว เหลือแต่เธอกับพวกพี่น้องเท่านั้น

            และแล้ว…

            “โฮ่ พวกธุวดารกะที่เหลืออย่างนั้นรึ”

            เสียงพูดเหมือนเสียงครางแหบต่ำคล้ายกับสัตว์ป่ากำลังคำรามก็ดังลอดออกมาจากเปลือกอุกกาบาตที่ยังไม่กะเทาะแตกออกไป แววตาสีแดงชาดเปล่งประกายออกมาจากด้านในราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งจะฟักตัวออกจากไข่

            ถ้าตัดเรื่องที่เสียงฟังดูประหลาดออกไปแล้วเสียงนั่น...

            เสียงแบบนั้น...มีนาเหรอ

            พฤษภากล่าวด้วยความตกใจ

            แล้วสิ่งที่อยู่ข้างในอุกกาบาตก็พูด

            “ถือเป็นอาหารเช้าที่ดี สิงห์เจ้าทำให้ข้าถูกใจเสียจริง”

            พอได้ยินที่สิ่งนั้นพูดพฤษภาก็…

            “สิงห์งั้นเหรอ สิงห์เกี่ยวข้องอะไรกับแก พวกฉันเป็นพี่น้องของเขาถ้าแกรับใช้สิงห์อยู่ก็มาช่วยพวกฉันด้วยสิ!”

            ลองอ้อนวอนไปแบบนั้น สายตาคาดหวังเอาไว้ว่านี่อาจจะเป็นแสงสว่างสุดท้ายสำหรับลูกหลานแห่งอาณาจักรพันปีก็เป็นได้

            พวกธุวดารกะเชื่ออย่างหมดใจว่าพวกตนเป็นคนที่ได้รับเลือกแล้วดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะต้องมีปาฏิหาริย์ที่กำลังจะมาช่วยเหลือพวกตน

            อนิจจาสิ่งที่เป็นความหวังนั้นแท้จริงแล้วคือความสิ้นหวัง

            “สายตาแบบนั้นถือว่าใช้ได้ เจ้ากำลังกระเสือกกระสนเพื่อให้ได้มาซึ่งความหวังถ้าเช่นนั้นข้าจะขอเปลี่ยนมันเป็นความสิ้นหวังก่อนจะสวาปามพวกเจ้าก็แล้วกัน สิงห์ ธุวดารกะ พี่น้องของพวกเจ้าแท้จริงแล้วได้ขายเมตไตรยให้กับข้า ได้มอบชีวิตของพวกเจ้ากับวัชพืชอีกนับพันข้างบนนั่นเป็นของกำนัลแด่ข้ายังไงล่ะ”

            มีเสียงหัวเราะดังตามมาหลังจากนั้น

            พฤษภาทำหน้าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

            “ไม่จริง…”

            พอเห็นแบบนั้นแล้วเครื่องทำสวนก็ส่งเสียงครางอย่างรื่นรมย์ มันดื่มดำกับความกลัวและความสิ้นหวังของมนุษย์ทำให้พลังหลั่งไหลเข้าไปในตัว

            ทันใดนั้นเอง เปลือกอุกกาบาตก็สลายไปจนหมดเผยร่างอันองอาจดั่งราชสีห์แต่กลับมีลายพาดกลอนอยู่บนหลังซึ่งแท้จริงแล้วเป็นร่องที่มีไว้เพื่ออะไรบางอย่าง ใบหน้ายื่นยาวและมีใบหูเหมือนสัตว์ตระกูลแมว เขี้ยวโง้งเหมือนเสือเขี้ยวดาบแต่มีแผ่นพับตรงคอคล้ายกับจะกางออกมาได้

            เมื่อมันกางแผ่นพับตรงคอ ก็ทำให้มันดูเหมือนสิงโตที่มีเขี้ยวโง้ง แผงคอนั้นหมุนได้เหมือนกังหันทันทีที่มันเริ่มหมุนก็มีเปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งออกมาจากร่องลายพาดกลอนบนหลังดูราวกับมีหนามเพลิงงอกออกมา แผงคอเปล่งแสงสีเดียวกับเปลวไฟบดขยี้และทำลายทุกอย่างในห้องจนพินาศ

            @@@

            บนเกาะร้างที่แฟรนเซียมมานัดพบกับรูบิเดียมและข้าวหลาม นอกจากนี้กรกฎที่หายตัวไปจากธุวดารกะก็ตามรูบิเดียมหรือกุมภามาก็เพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่

            กรกฎเป็นชายร่างสูงกำยำมีกล้ามเนื้อเด่นชัด ใบหน้าเคร่งขรึม ผมสีดำ ดวงตาสีดำฉายแววความจงรักภักดีต่อ กุมภา ธุวดารกะผู้เป็นพี่อย่างหมดหัวใจแม้ว่าจะทราบในภายหลังว่าหล่อนทรยศและตัวจริงเป็นมนุษย์ต่างดาว ถึงอย่างนั้นก็ยังติดตามรับใช้รวมถึงทำงานที่ได้รับอย่างการไปแก้ไขระบบควบคุมในห้องวิจัยเพื่อให้เครื่องทำสวนหลุดการควบคุมออกมา

            กรกฎรายงานกับรูบิเดียมโดยไม่มีทีท่าสะทกสะท้านกับแฟรนเซียมและข้าวหลามที่ยืนอยู่บนชายหาดด้วย

            ตอนนี้พวกพี่พฤษภาน่าจะเข้าไปในนั้นแล้วครับ

            รูบิเดียมที่ได้ฟังรายงานแล้วก็หันไปพูดกับแฟรนเซียม

            เป็นอย่างทีน่ายคาดเอาไว้เลยนะเจ้าพวกนั้นเข้าไปที่ฐานทัพกันหมดเลยจริงๆ ด้วย

            แฟรนเซียมตอบกลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแม้จะกำลังแอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

            มันก็แหงอยู่แล้วเจ้าพวกไร้ความสามารถพวกนั้นจะต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปมุดอยู่ในที่ปลอดภัยเพราะงั้นถึงได้ให้รอเก็บไปพร้อมกันซะเลยไง

            ข้าวหลามพูด

            ถ้างั้นจะไปกันรึยังล่ะ เวทีพร้อมแล้วนี่ถ้าพระเอกยังไม่ไปการแสดงก็เริ่มไม่ได้ไม่ใช่เหรอ

            แฟรนเซียมตอบคำถามนั้นด้วยการยิ้มที่มุมปากแล้วพูด

            เออ ไปกันเลย

            จากนั้นทั้งสี่ก็แยกย้ายกันไป รูบิเดียม กับ กรกฎแยกไปขึ้นยานลำเลียงที่จอดเอาไว้บนเกาะเพื่อมุ่งหน้าไปขึ้นยานหลักแกรนด์ครุยเซอร์ที่เดิมอยู่ในความดูแลของซีเซียม

            ข้าวหลามกลายร่างเป็นปีศาจแล้วดำลงทะเลไปกับอนันตา

            แฟรนเซียมกระโดดลงไปในทะเลที่ซ่อนเครื่องทำสวนเอาไว้ หลังจากเข้าไปในค็อกพิทก็เรียกฟันเฟืองให้งอกออกมาจากหลังตัวเองแล้วสวมเข้าไปในร่องเพื่อขับเคลื่อนมัน

            ทั้งหมดเตรียมมุ่งหน้าสู่แผ่นดินที่เป็นเวทีสำหรับประกาศยุคสมัยของมนุษย์

 

            แต่ทว่า...

            บนเวทีที่โชคชะตาของคนสองกลุ่มกำลังมุ่งไปหา

            โชคชะตาของอิงศรกับพวกพ้อง และ โชคชะตาของแฟรนเซียม

            ปลายทางที่โชคชะตาทั้งสองจะไปสวนกันนั่นเองกลับมีตัวตลกยืนขวางเอาไว้

            ตัวตลกแห่งความพินาศผู้เสพสมความหวังกับความสิ้นหวังของผู้คน

            นามของมันคือ ออร์ทิเกสซาร์เครื่องทำสวนผู้เสพสมอารมณ์ขันอันวิปลาส

            ทันทีที่มันแหวกตัวขึ้นมาจากห้องวิจัยใต้ดินของเมตไตรยความวิปลาสก็ได้แพร่กระจายลงไปบนแผ่นดินราวกับยาฆ่าวัชพืช

            วัชพืชมากมายล้มตายลงเป็นใบไม้ร่วง

            ทั้งมนุษย์ ทั้งมนุษย์ต่างดาว ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นวัชพืชสำหรับมัน

            เครื่องทำสวนคำรามอย่างยินดีต่ออิสรภาพที่มันเฝ้ารอจะได้เผยแพร่ความวิปลาสแก่วัชพืช

            สิงห์เอยเจ้าถูกหลอกแล้ว ข้าจะทำลายพวกเจ้าทั้งหมดเพื่อให้ประสงค์ของท่านโซราลิสเป็นจริง แผ่นดินนี้ สวนแห่งนี้ พวกเจ้าจงพินาศไปพร้อมกันเสียเถิด เอ้า ลองแสดงความหวังอันสูงส่งของพวกเจ้าดูสิวัชพืชเอย ความสิ้นหวังเองก็จะสูงเทียบเคียงเช่นกัน จงให้ข้าได้เป็นหายนะของพวกเจ้า ข้าคือความวิปลาส ฮะฮะฮะ

            แล้วเริ่มอาละวาด

 

***ตอนวันนี้สั้นๆ ห้วนๆ แบบนี้แหละครับต้องขอโทษด้วย เนื่องจากอยู่ในช่วงปรับกลับเข้าตารางเดิม แล้วเหมือนมันรู้เลยล่ะครับงานเร่งด่วนแม่มเข้าตั้งแต่เช้าวันนี้เลยเล่นเอาไม่มีเวลาเขียนต้นฉบับเลยทีเดียว อาทิตย์หน้าจะกลับไปอัพสองตอนในวันอังคารกับพฤหัสตามตารางเดิมแล้วนะครับ อย่าลืมกันเน่อ แล้วก้ใกล้ไคล์แมกซ์ของครึ่งแรกแย้ว!!***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น