Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 168 : Login 165: The Show of Despair

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 พ.ย. 60

Login 165: The Show of Despair

 

            ตระกูลธุวดารกะล่มสลาย...

            เลือดเนื้อเชื้อไขที่อุทิศตัวให้กับตระกูลถูกฆ่าตายอยู่ใต้ดินของฐานทัพ จากการอาละวาดของเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์

            ทันทีที่เจ้าเครื่องจักรยักษ์ใหญ่รูปร่างเหมือนพยัคฆ์โผล่หน้าขึ้นมาสู่สมรภูมิรบ เค้าลางแห่งความวุ่นวายและหายนะก็เริ่มจับตัว

            เพียงแค่การปรากฏตัวขึ้นของออร์ทิเกสซาร์หนึ่งในเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสอง คมดาบผู้รับใช้แอดมินิสเทรเตอร์โซลาริส ก็มากพอจะหยุดสนามรบให้ชะงักไปได้วินาทีหนึ่งแล้ว

            สายตาของทหารเมตไตรยและกองทัพมนุษย์ต่างดาวที่ฟาดฟันกันอยู่นั้นหันเหไปในทางเดียวกันราวกับต้องมนต์สะกด ไม่มีใครอาจละสายตาจากเครื่องจักรหรืออะไรก็ตามที่ร่างกายเป็นโลหะทั้งแท่งแล้วยังเคลื่อนไหวได้แถมมีขนาดตัวใหญ่มโหฬาร จนแม้แต่ตึกระฟ้ายังสูงได้แต่หน้าแข้งของมันเท่านั้น

            ด้วยขนาดตัวของมันและการที่มันพังฐานใต้ดินซึ่งกินพื้นที่เกือบครึ่งเมืองเพื่อขึ้นมาจึงทำให้พื้นดินบริเวณรอบๆ ยุบตัวลงไป

            ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นรวมไปถึงพวกมนุษย์ต่างดาวบางส่วนที่บุกเข้ามาในเมืองจึงถูกธรณีสูบลงไปจนหมด

            ออร์ทิเกสซาร์ตะกุยขาหน้าของมันขึ้นมาจากหลุมโดยไม่สนใจว่าจะเหยียบถูกเมืองหรือผู้คนไปกี่คนก็ตาม มันเพียงเหยียดย่างเท้าอย่างสำราญใจและขบยิ้มกรุ่มกริ่มทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องยามที่มันย่ำเท้าลงบนบ้านเรือนหรือบนร่างของใครก็ตาม

            ออร์ทิเกสซาร์หันเหสายตาไปยังสมรภูมิที่อยู่ห่างออกไปอีกแค่ไม่กี่ย่างก้าวของมันแล้วครางคำรามด้วยเสียงของมีนา

            “มนุษย์เอ๋ยพวกเจ้ากำลังลำบากอยู่รึให้ข้าช่วยเอาไหม

            มันพูดพร้อมกับอมยิ้มที่มุมปาก ลักษณะกับความละเอียดของปากที่เป็นเครื่องจักรซึ่งขับเคลื่อนด้วยเฟืองจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ภายในกลับทำให้มันแสดงอารมณ์บนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่มันเป็นอาวุธของพระเจ้า หรือ ไม่อย่างนั้นรอยยิ้มกับการแสดงอารมณ์ก็นับเป็นอาวุธสำหรับถอนวัชพืชเช่นกัน หรือไม่มันก็เป็นเพียงแค่อารมณ์ขันส่วนตัวของผู้ที่ได้ชื่อว่าตัวตลกวิปลาสแห่งเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์

            ไม่มีใครล่วงรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของ ออร์ทิเกสซาร์ เว้นแต่ตัวมันเอง

            และแล้ว ตัวตลกก็เตรียมพร้อมจะเปิดการแสดงอันวิปลาสของมันแล้ว

            เหล่าทหารของเมตไตรยพากันตกใจต่อคำพูดที่มันได้หว่านล้อมเอาไว้

            ถึงจะเพียงเล็กน้อยแต่ก็สัมผัสได้ว่าคนพวกนั้นเริ่มมี ความหวังแม้จะเป็นประกายที่เล็กน้อยสักเพียงใดหากทำให้มันพองโตขยายเป็นดวงไฟที่สุกสกาวได้ล่ะก็...

            ยามที่มันดับมอดลงคงจะสนุกน่าดู....ออร์ทิเกสซาร์คิดเช่นนั้นแล้วก็อ้าปากกว้างเล็งไปยังจุดที่มีแต่พวกมนุษย์ต่างดาวกระจุกตัวกันอยู่

            พวกมนุษย์ต่างดาวซึ่งไม่รู้ว่าออร์ทิเกสซาร์คือตัวอะไรก็เริ่มถกกันไปต่างๆ นานา

            “นั่นมันอะไรน่ะ

            “ปาหี่ของพวกชาวโลกงั้นเรอะ

            หัวหน้าหน่วยของมนุษย์ต่างดาวตนหนึ่งในหมู่นั้นสั่ง ขยี้มันทิ้งซะจากนั้นก็เฮโลกันพุ่งเข้าไปหาออร์ทิเกสซาร์กันด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แต่สำหรับเครื่องทำสวนแล้วไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าที่บินเข้ามาในกองไฟ

            “โซเดียราโอ

            มันกล่าวร่ายสกิลเช่นนั้น แต่ยังไม่ยิงลำแสงกวาดล้างออกไปแต่กลับประวิงเวลาชะลอความเร็วในการเปล่งตัวของมวลพลังงานแสงที่มันสะสมให้ช้าลงด้วยเป้าประสงค์บางอย่าง

            การโจมตีของมนุษย์ต่างดาวเข้าปะทะใส่ร่างของมัน แต่ไม่มีอาวุธใดทะลวงผ่านผิวโลหะไปได้ ไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนด้วยซ้ำ กระทั่งการโจมตีที่เป็นลำแสงหรือคลื่นพลังก็จะสลายไปเพราะละอองอนุภาคที่ห่อหุ้มรอบตัวมันซึ่งมาจากผิวอุกกาบาตที่เคยห่อหุ้มตัวมันสลายออกมา อนุภาคที่ช่วยสลายพลังของอมฤต เป็นระบบป้องกันแบบพื้นฐานของเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียว กับ ดีเซมแมร์ที่เคยอาละวาดที่ค่ายกรุงเทพ

            ออร์ทิเกสซาร์รอจนแน่ใจแล้วว่าพวกมนุษย์ต่างดาวเริ่มหมดกำลังใจที่จะโจมตีจึงแสร้งทำทีเป็นล้มเพราะทนอาการบาดเจ็บไม่ไหว

            มันทรุดขาหน้าข้างหนึ่งลงแล้วก้มหัวพลางส่งเสียงคราง

            “โอ้ย~~~”

            พริบตาหนึ่งที่มันสัมผัสได้ว่าพวกมนุษย์ต่างดาวเริ่มโจมตีหนักข้อขึ้น สัมผัสได้ถึงกำลังใจที่มากขึ้นของเจ้าพวกนั้น

            “ซะเมื่อไหร่ล่ะ

            มันคำรามเช่นนั้นตอนที่เงยหน้าแล้วปลดปล่อยลำแสงสีแดงออกจากปาก มันลากลำแสงกวาดพวกมนุษย์ต่างดาวตรงหน้าให้หายไปหมดในพริบตาเดียว

            ลำแสงลากผ่านไปตามส่วนต่างๆ ของเมืองที่ยังเหลือรอดจากพื้นดินถล่มทำให้เกิดระเบิดขึ้นจนเมืองพังพินาศ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของเมตไตรยตกอยู่ในทะเลเพลิงทันที

            เกิดระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในทะเลเพลิงนั่น

            เสียงระเบิดดังกัมปนาท

            แผ่นดินสั่นสะเทือน

            ออร์ทิเกสซาร์ได้เผยแพร่ความกลัวออกไปในวินาทีนั้น มันได้แสดงโชว์อันวินาศสันตะโรให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของเหล่าวัชพืช แล้วมันก็ยินดีที่ได้เห็นวัชพืชแสดงความหวาดกลัวและหวาดวิตก

            พวกมนุษย์ต่างดาวที่ยังเหลือรอดเพราะไม่ได้บุกเข้ามาแต่ยืนดูเชิงอยู่ด้านนอกกำแพงเมืองที่เพิ่งจะถล่มกลายเป็นซากไปต่างก็พากันโวยวายและแสดงอาการหวาดกลัวออกมา บางตนก็เคยมีประสบการณ์มาก่อนเพราะเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่ดีเซมแมร์อาละวาดที่ค่ายกรุงเทพ

            “นี่มันตัวอะไรกันน่ะ ทำไมพลังมันถึงมากขนาดนี้

            “ฉ..ฉันจำมันได้เจ้านี่มันเหมือนกับที่เจอตอนตามท่านโซเดียมคนก่อนไปฆ่าพวกชาวโลกเลยเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์นี่เหมือนกับม้าตัวใหญ่ตอนนั้นเลย!

            พอเห็นแบบนั้นเข้าเหล่าทหารเมตไตรยที่โดนต้อนจนมุมจนถึงเมื่อครู่ก็เริ่มมีขวัญกำลังใจขึ้นมา

            “เจ้านั่นมันมาช่วยพวกเราจริงๆ เหรอ

            “นั่นจะต้องเป็นอาวุธลับที่พวกท่านธุวดารกะเตรียมเอาไว้อย่างแน่นอนเลย

ฉันเคยได้ยินมาว่าพวกเขาทำงานวิจัยลับอยู่ข้างใต้เมืองต้องเป็นเจ้านี่แน่ๆ พวกเรารอดแล้ว!

            แม้ว่านั่นจะหมายถึงการที่ออร์ทิเกสซาร์สังเวยประชาชนในเมืองไปทั้งหมดก็ตาม แต่เหล่าทหารของเมตไตรยซึ่งต่างก็เตรียมใจพ่ายแพ้เอาไว้จนถึงเมื่อครู่ พอได้รับน้ำแห่งความหวังจากออร์ทิเกสซาร์ก็ไม่สนใจสิ่งใดอีกนอกจากความลิงโลดที่เห็นว่าตัวเองสามารถรอดชีวิตจากสมรภูมินี้ได้

            มันเป็นเช่นนั้นเสมอ วัชพืชที่เรียกว่ามนุษย์เมื่อได้รับน้ำแห่งความหวังพวกมันก็จะตอบสนองอย่างน่าขยะแขยง แต่สำหรับออร์ทิเกสซาร์แล้วมันคือความสำราญอย่างหนึ่ง ตัวตลกผู้วิปลาสหัวเราะ

            “การขยี้หัวใจใครสักคนหนึ่งให้แตกสลายน่ะมันง่ายจะตายไป เพียงแค่มอบ ความหวังให้แล้วจากนั้นก็ขยี้มันทิ้งซะ!

            สิ้นคำแผงคอที่เก็บซ่อนเอาไว้ก็ถูกกางออกมาเปลี่ยนพยัคฆ์ให้กลายเป็นราชสีห์ไปในทันใด

            ร่องที่เว้นเป็นลายพาดกลอนอยู่บนหลังพ่นไฟสีครามออกมา แผงคอเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว

            “โซเดียแมททีเรียลเกย์เซอร์ (Zodia Material Geyser) !”

            ออร์ทิเกสซาร์คำราม วินาทีถัดมาแผงคอที่หมุนอยู่ก็ปลดปล่อยบ่วงเพลิงพร้อมกับคลื่นทำลายพุ่งออกไปเป็นลำ

            คลื่นบ่วงเพลิงนั้นพอเคลื่อนที่ผ่านไปก็จะสร้างน้ำพุเพลิงทิ้งเอาไว้

            ไฟบรรลัยกัลป์ลุกโชติช่วงพากันพวยพุ่งขึ้นจากใต้ดินอย่างกับน้ำพุร้อน

            วินาทีถัดจากออร์ทิเกสซาร์ก็พ่นลำแสงสีแดงชาดตามมา ลำแสงทะลุผ่านเสาไฟแล้วทำให้มันแตกกระจายจนเผาทุกอย่างในบริเวณนั้นๆ เป็นจุลก่อนจะมอดดับลง

            คลื่นบ่วงเพลิงและลำแสงทำลายพุ่งผ่านไปทางพวกทหารของเมตไตรยแล้วกลืนกินคนเหล่านั้น ไม่เว้นกระทั่งมนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในวิถียิงก็ถูกจัดการไปเหมือนกัน

            การโจมตียังคงมุ่งต่อไปข้างหน้าจนกระทั่งลงไปในทะเล แต่มันก็ยังแหวกผืนทะเลออกเป็นทางไปจนกระทั่งสุดปลายที่เส้นของฟ้ากับขอบน้ำจรดกัน

            บัดนี้ผืนแผ่นดินแทบจะไม่หลงเหลืออะไรอีกต่อไป

            มีแต่เพลิงไฟแห่งความพินาศลุกโชติช่วงปกคลุมผืนดิน

            ถึงจะยังมีพวกมนุษย์ต่างดาวที่ไหวตัวทันหลบหนีจากทิศทางของการโจมตี รวมถึงทหารของเมตไตรยบางคนก็เล็ดลอดไปได้ แต่ก็ต้องพบเจอกับความสิ้นหวังอยู่ดี

            ‘เหมือนนรกบนดินไม่มีผิด

            ความคิดของวัชพืชทั้งหมดคงไม่ต่างไปจากนี้ออร์ทิเกสซาร์คิดแล้วก็ยิ้มกริ่มอย่างสำราญใจ พลางจับจ้องสายตาไปยังจุดที่โซเดียแมททีเรียลเกย์เซอร์พุ่งไปจนสุด

            ณ จุดนั้นเองที่ความสิ้นหวังก่อตัวขึ้นและทำให้มันยิ้มกระหยิ่มอย่างลิงโลดขึ้นไปอีก

            เริ่มด้วยเส้นขอบน้ำที่ถูกลบหายไปในความว่างเปล่าและลุกลามขึ้นไปยังท้องฟ้า

            เส้นขอบฟ้าทยอยกลายเป็นความมืดมิดที่ไม่มีสสารใดๆ อีก ที่นั่นมีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

            ออร์ทิเกสซาร์ที่เห็นแบบนั้นเข้าก็ครางหัวเราะอย่างขบขัน

            “หึ ฮะฮะฮะ ได้ยินแล้ว ข้าได้ยินเสียงกรีดร้องของแผ่นดินนี้แล้ว เอ้า จงร้องให้มากกว่านี้อีกสิสวนที่ถูกทอดทิ้งเอ๋ย ร้องอ้อนวอนข้าก่อนที่เจ้าจะล่มสลาย

            แล้วเปลี่ยนไปอ้าปากหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะก้มหน้าพูดกับคนที่ยังเหลือรอดอยู่ตรงนั้น

            “พวกเจ้าก็ด้วยวัชพืชเอ๋ยจงร่ำร้องออกมา ทำนองอันน่าเวทนานั่นข้าจะช่วยฟังให้เอง!

            ทันใดนั้นก็มีสิ่งที่ทำให้ออร์ทิเกสซาร์ต้องหยุดชะงักไป

            มันกางแผงคอขึ้นสร้างกำแพงแสงจางๆ ขึ้นที่เบื้องหน้าแล้วเหลียวหันไปทางซ้ายบน ลำแสงสีแดงชาดตกลงมาปะทะถูกกำแพงแล้วกระดอนออก

            การโจมตีแบบนี้มัน โซเดียราโอของเซปทรูสตาร์เจ้าเองสินะสิงห์

            ข้างบนนั้น ร่างมหึมาที่ขนาดตัวพอๆ กันกับออร์ทิเกสซาร์กำลังประพือปีกและบินด้วยไอพ่น

            จักรกลครึ่งสตรีครึ่งปักษา ท่อนบนที่เป็นมนุษย์นั้นมีแขนเป็นปีก มีเส้นผมเป็นสายไฟระโยงระยางที่พัดปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงตาเปล่งแสงแบบเดียวกับลำแสงที่จู่โจมออร์ทิเกสซาร์

            เสียงของแฟรนเซียมผู้นำมนุษย์ต่างดาวดังกระจายออกมาจากร่างของสตรีครึ่งปักษา

            นี่มันหมายความว่ายังไง นรสิงห์!”

            เสียงอันปะทุไปด้วยความโกรธของแฟรนเซียมนั้นได้ปลุกใจและดึงสติเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่กำลังแตกสานซ่านกระเซ็นอยู่บนแผ่นดินที่ลุกเป็นไฟนั่น รวมถึงเหล่าทหารของเมตไตรยก็ด้วย เสียงของเขาคือเสียงของสิงห์ ธุวดารกะ เช่นเดียวกัน

            และเพราะแบบนั้นน่ะเองทำให้ความสับสนเกิดขึ้นบนสนามรบ

            เมื่อกี้มันเสียงของท่านสิงห์นี่ ท่านมาช่วยพวกเราแล้วเหรอ

            แต่ว่าท่านสิงห์น่ะเป็นคนทรยศไม่ใช่เหรอ ดุนั่นสิพวกมนุษย์ต่างดาวมันบอกกันว่าผู้นำของพวกมันมาถึงแล้ว

            หมายความว่าท่านสิงห์ที่จริงแล้วก็เป็น…”

            ความสับสนเหล่านั้นไม่นานก็คลี่คลายแล้วกลายเป็นความสิ้นหวังของทหารเมตไตรย

            แฟรนเซียมยังคงดำเนินการสนทนาต่อไปโดยไม่แยแสเรื่องบนพื้นดิน

            ฉันจำได้ว่าไม่เคยสั่งให้แกเผาเมืองนะ

            ออร์ทิเกสซาร์ที่โดนถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยิ้มกริ่มแล้วตอบไปว่า

            ก็กลืนกินอาคานาร์ฟอร์ซเพื่อให้เฟืองที่เจ้าสร้างให้กลายเป็นของแท้อย่างที่เจ้าบอกอยู่ไงล่ะ

            เขาสั่งไปอย่างนั้นจริงๆ เพื่อให้ฟันเฟืองสังเคราะห์ที่ปลูกถ่ายลงในตัวมีนาที่ตอนนี้คงขับเคลื่อนออร์ทิเกสซาร์อยู่ภายในตัวของมันกลายเป็นฟันเฟืองที่มีพลังเทียบเท่าของจริงจำเป็นจะต้องกลืนกินอาคานาร์ฟอร์ซอันเป็นพลังแห่งโชคชะตาที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ นี่เป็นข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ฟันเฟืองของอิงศร แต่ว่า...

            อาคานาร์ฟอร์ซมาจากมนุษย์เท่านั้นแล้วแกทำร้ายบุตรแห่งแสงทำไม

            เฮอะๆๆ บุตรแห่งแสงเรอะ อย่าพูดให้ขำดีกว่าน่าพวกนี้มันของปลอมที่เจ้าทำขึ้นมาไม่ใช่รึไง

            นี่แกจะหักหลังฉันอย่างนั้นเรอะ

            นี่เจ้าคิดจริงๆ รึว่าผลงานที่ผ่านมามันคือความสำเร็จจริงๆ น่ะเจ้าคิดรึว่าจะควบคุมเครื่องทำสวนได้ หากคิดเช่นนั้นก็เสียใจด้วยนะเพราะว่ามันเป็นละครที่ข้าแกล้งเล่นตบตามาโดยตลอด

            สรุปก็คือตนถูกนรสิงห์หักหลัง เจ้าปีศาจที่ใช้เป็นร่างจำแลงของจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่อย่างเครื่องทำสวนออร์ทิเกสซาร์ซึ่งมาพบเขาเมื่อสิบสองปีก่อน

            ออร์ทิเกสซาร์พูด

            สิบสองปีที่ได้อยู่กับเจ้ามาก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยสนุกมากเลยล่ะสิงห์ แต่ว่านะมันถึงเวลาปิดม่านแล้ว

            แต่แฟรนเซียมก็พูดขัดขึ้นว่า

            สั่งเสียเสร็จแล้วใช่ไหมฉันจะได้แยกชิ้นส่วนแกออกแล้วค่อยไปแก้บั๊คออกทีนี้แกก็จะกลายเป้นตัวหมากที่สมบูรณ์ซะที

            พอได้ยินแบบนั้นออร์ทิเกสซาร์ก็หัวเราะ

            อา อา อา สิ้นหวังใช่ไหมล่ะสิงห์เจ้ารู้สึกเขินอายที่กลายเป็นตัวตลกสินะ...

            ไม่ทันที่จะสิ้นสุดคำพูดกรงเล็บของเซปทรูสตาร์ก็โฉบลงมา แต่ก็ถูกกำแพงแสงที่สร้างขึ้นมาอย่างฉุกเฉินสะท้อนออกไปได้ทัน

            ว่าใครเป็นตัวตลกงั้นเรอะ

            เสียงของแฟรนเซียมเปล่งออกมา หลังจากโฉบทีเผลอพลาดตอนนี้ก็เลยไปอยู่ข้างหลังออร์ทิเกสซาร์

            หึหึหึ กำลังโมโหอยู่รึขำมุกของข้าเข้าแล้วสินะ

            ออร์ทิเกสซาร์กล่าวแล้วหันไปทางที่เซปทรูสตาร์บินอยู่ ทุกย่างก้าวของมันสร้างแรงสั่นสะเทือนให้พื้นดินเสมอ

            แฟรนเซียมตอบโต้คำพูดนั่น

            เป็นถึงราชสีห์แต่กลับชอบแสดงปาหี่งั้นเรอะ

            ข้าไม่ใช่เจ้าป่าแต่เป็นสิงโตในคณะละครสัตว์ต่างหาก เอ้า มาเริ่มกันเลยดีกว่า  โชว์ละครสัตว์แห่งความหวังและความสิ้นหวัง โซเดียมิราจ!

 

***ต้องขอโทษด้วยครับที่วันนี้ลงเลทโอเวอร์ขนาดนี้แต่ไรท์ดันลืมซิงค์ต้นฉบับที่พิมพ์เสร็จไว้ขึ้นไปบนอากู๋ไดรฟ์เลยต้องรอเลิกงานค่อยกลับบ้านมาอัพ TwT ฮรือ ซวยรับฮาโลวันเบย โอเมก้า!!***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น