Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 100 : Login 97: FFF (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 เม.ย. 60

Login 97: FFF (1)

 

            หลังจากตัดสินใจได้อิงศรก็เรียกหน้าจอขึ้นมาแล้วกดส่งคำเชิญให้ทุกคนมาเข้าร่วมปาร์ตี้

            หน้าจอแสดงข้อความตอบรับปรากฏขึ้นต่อหน้าแล้วทุกคนก็กดปุ่มตกลง

            จากนั้นปาร์ตี้ที่เกิดจากการรวมครอบครัวกับพวกพ้องก็ถือกำเนิดขึ้น

            ตอนนั้นเองกวินทร์ก็รู้สึกตัวว่าซากิริกับอิซานามิไม่ได้อยู่แถวนี้อีก

            "จะว่าไปคุณซากิริกับคุณอิซานามิล่ะ"

            มิกซ์ที่เพิ่งมารวมตัวพร้อมกับพวกครอบครัวตอบคำถามนั้นให้

            "เห็นพากันปลีกตัวไปหาที่หลบเมื่อกี้น่ะ"

            สิ้นคำก็มีแชทติดต่อมาจากซากิริ

            เพราะตอบสนองไม่ถูกเด็กหนุ่มจึงเบ้หน้าแล้วรับสาย

            'นี่โชเน็นฉันหาข้อมูลเกี่ยวกับแวริเอเบิลไนท์มาแล้วนะ'

            "งั้นก็ส่งให้พี่ศรไปเถอะครับผมเอามาก็ไม่ได้ใช้หรอก"

            'แล้วคิดว่าทำไมฉันต้องส่งมาให้เธอทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ใช้กันล่ะฉันไม่มีชื่ออยู่ในรายการเพื่อนของเขานี่ ช่วยส่งต่ออีกทอดก็แล้วกัน'

            อีกฝ่ายพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วก็ตัดสายไป

            กวินทร์มองไปรอบๆ พยายามหาว่าทั้งสองคนไปซ่อนกันที่ไหน แต่บริเวณทั้งหมดถูกทำให้กลายเป็นพื้นราบที่มีแต่กองซากปรักไปหมดดูแล้วไม่มีที่ไหนให้ซ่อนตัวได้

            “คงไม่ใช่ว่าหนีกันไปเลยหรอกนะ

            ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งข้อมูลให้กับอิงศรไปทางเมล์ เพราะโดรนเริ่มหันมาจู่โจม

            ตอนนี้ทุกคนกระจัดกระจายกันไปคนละทางโดยมีระยะห่างกันพอสมควรสาเหตุก็เพราะอิงศรได้ออกคำสั่งผ่านทางแชทของปาร์ตี้ให้พวกเขากระจายตัวกันออกไปจะได้ไม่ตกเป็นเป้ารวมให้ศัตรู

            จากนั้นเมล์ของกวินทร์ก็ส่งมาถึงอิงศร

            เด็กหนุ่มเปิดอ่านเมล์ของรุ่นน้องระหว่างที่วิ่งไปด้วย

            มันเขียนรายละเอียดของสกิลที่มนุษย์ต่างดาวกำลังใช้มีรายละเอียดครบถ้วนตั้งแต่เงื่อนไขการร่ายไปจนถึงรายละเอียดสกิลย่อยที่ได้เพิ่มมาหลังใช้สกิล

            การโจมตีปกติของร่างแวริเอเบิลไนท์คือโดรนใบมีดที่xคุมได้อย่างอิสระ

            'มาสเตอร์แวริเอชั่น' สกิลโจมตีแบบสั่งการโดรนอัตโนมัติให้ยิงกวาดล้างพื้นที่

            'มาสเตอร์โพรเทคชั่น' สกิลป้องกันที่ทำงานเองอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้ได้รับความเสียหายจากสกิล

            'โฟรเซ่นสตาร์' สกิลที่เยือกแข็งสกิลซึ่งใช้ไปแล้วไม่ให้กลับมาใช้ได้อีก

            และผลประจำตัวของสถานะแวริเอเบิลไนท์ที่จะไม่ถูกทำลายหรือหายไปรวมถึงทำให้ผู้ใช้งานไม่ได้รับสถานะผิดปกติอื่นใดระหว่างที่ใช้งาน

            ไม่เพียงแค่ข้อมูลของสกิลที่ถูกส่งมาแต่ยังมีข้อมูลของแอพพลิเคชั่นปีศาจที่ถูกใช้ผสานกับแวริเอเบิลไนท์แนบมาด้วย

            ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่มนุษย์ต่างดาวจะใช้แอพพลิเคชั่นปีศาจได้เพราะมิ่งขวัญก็เคยทำให้ดู แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าไทเทเนียมมีความสัมพันธ์แบบไหนกับกวินทร์จึงรู้ว่าหล่อนเองก็เคยเป็นมนุษย์และตอนนี้ก็เป็นครึ่งมนุษย์กับเอเลี่ยน

            แอพพลิเคชั่นปีศาจเทวทูตแห่งจุดจบ 'มาสเทม่า' ชื่อของมันเหมือนกับเทวทูตปีกหักผู้ร่วงหล่นจากสวรรค์เป็นหนึ่งในเทวทูตที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์เดดซี...

            อิงศรข้ามการอ่านตำนานที่เขียนแนบมาอย่างไร้สาระพวกนั้นแล้วไปอ่านตรงที่เขียนสรุปเรื่องความสามารถของสกิล

            ...เป็นแอพพลิเคชั่นปีศาจที่มีสกิลสองอย่างในตัวเองเป็นของหายากพอๆ กับแอพพลิเคชั่นปีศาจที่มิ่งขวัญถือครองอยู่แถมระดับยังเหนือกว่าของที่เมตไตรยใช้กันชนิดเทียบไม่ติดจนน่าสงสัยว่ามนุษย์ต่างดาวที่แพ้ทางปีศาจทำไมถึงมีปีศาจเก่งๆ ไว้ในครอบครอง...

            แต่ไม่ใช่เวลาจะมาสนใจเรื่องนั้น...อิงศรหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วเดินหน้าอ่านรายละเอียดสกิลต่อ มันเขียนไว้ว่าระหว่างที่ใช้งานจะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีปกติและอีกสกิลที่ใช้สั่งปิดการทำงานของเดม่อนสกิลสายเทวทูตซึ่งก็ได้เห็นไปแล้วตอนที่หล่อนใช้มันกับมิ่งขวัญ

            จากนั้นอิงศรก็เปิดดูสกิลของทุกคนในปาร์ตี้ตัวเองเนื่องจากตั้งไว้ให้แชร์ข้อมูลร่วมกันได้แล้วเริ่มคิดแผนการ

            “กวินทร์

            อิงศรพูดใส่หน้าจอติดต่อเฉพาะของปาร์ตี้เรียกกวินทร์ที่ตอนนี้วิ่งหนีโดรนอยู่อีกฟาก กวินทร์รับสายทันทีที่เรียกไป

            ‘ครับ

            “ยังต้องใช้เวลาในการฟอร์มฟอร์เมชั่นขึ้นมาใหม่นายช่วยไปถ่วงเวลาให้ทีสิ

            ‘ผมคนเดียวเลยเหรอ?’

            “ยัยนั่นเป็นพี่นายไม่ใช่รึไงคนที่รู้แกวมากที่สุดมันน่าจะเป็นนายนั่นแหละแล้วก็ขวัญฟังอยู่ใช่ไหม

            เสียงของมิ่งขวัญดังแทรกขึ้นมา

            ‘อื้อ ฟังอยู่

            “ตอนนี้เรื่องสู้นายเก่งที่สุดเพราะงั้นไปช่วยกวินทร์ด้วย

            ‘กับหมอนี่เนี่ยนะ!

            เสียงของมิ่งขวัญดังตะหวาดออกมาจากหน้าจอ ที่จริงก็ได้ยินเสียงเหมือนตะโกนแว่วมาด้วย

            จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะแห้งๆ ของกวินทร์ก็ดังตอบโต้

            ‘ไงๆ ก็ฝากด้วยนะ

            ‘เอาเถอะก็น่าจะง่ายกว่าคู่กับฟูนั่นแหละ

            พอมิ่งขวัญเริ่มพาดพิงถึงคนอื่นเจ้าตัวที่ถูกพูดถึงก็ส่งเสียงขึ้นมาเลย

            ‘ว่าไงนะพูดแบบนี้จะบอกว่าฉันเป็นตัวถ่วงรึไงฟะ

            เจ้าพวกนี้รู้จักกาลเทศบ้างไหมเนี่ย...

            อิงศรที่ฟังอยู่รู้สึกเหมือนเส้นเลือดกำลังปูดที่ขมับ

            ‘ก็มันจริงนี่นาเมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ออกบ่อย

            ‘หนอยแค่เก่งขึ้นนิดหน่อยอย่าทำวางก้ามนัก...

            “เฮ้ย!! ไอ้พวกบ้านี่สู้อยู่นะหัดทำตามที่บอกกันบ้างเซ่!

            อิงศรตะหวาดใส่หน้าจอ เสียงที่ไปออกบนหน้าจอของคนอื่นก็ดังประสานกันจนได้ยินแว่วกลับมาเหมือนเสียงสะท้อน

            ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดฟอร์เมชั่นอย่างตอนที่อยู่กับพวกพ้อง

            เช่นกวินทร์ที่สู้ร่วมกันมาจนรู้จังหวะกันอยู่แล้วแถมผ่านการฝึกวินัยทหารมาด้วยกันก็ว่าไปอย่างแต่พวกครอบครัวไม่ใช่รวมถึงมิง่ขวัญที่ไปอยู่กับมนุษย์ต่างดาวเจ้าพวกนี้เคยทำงานกันเป็นทีมก็แค่ตอนที่ยังเป็นเด็กกันอยู่จะให้ปุบปับมาได้ขึ้นมาเลยคงเป็นไปไม่ได้

            “…”

            หลังจากตะหวาดไปแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกคิดว่าที่ทำไปคงได้ผลอยู่บ้าง ตอนนี้ก็ใช้เวลามาพอสมควรในการวิ่งวนไปรอบศัตรูแต่ยังไม่มีใครถูกจัดการนั่นเป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งว่าการควบคุมโดรนให้โจมตีด้วยใบมีดแสงนั้นเป็นการควบคุมโดยตรงของผู้ใช้ ดูจากการที่ไม่สามารถโจมตีใส่ทุกคนที่แยกกันไปคนละทางได้พร้อมๆ กัน

            แต่ถ้ายังเสียเวลาไปมากกว่านี้สกิลมาสเตอร์แวริเอชั่นที่ใช้ทำลายอาคารหลังนี้อาจจะวนกลับมาใช้ได้อีก

            มันเป็นสกิลที่เขายังไม่เห็นว่าเป็นแบบไหน มีแต่ซากที่เหลือจากการทำลายล้างกับการสั่นสะเทือนที่ได้ยินตอนอยู่ในอุโมงค์ข้างล่างช่วยให้จินตนาการถึงการโจมตีอันรุนแรงขึ้นมา

            “กวินทร์ ขวัญพวกนายคอยล่อยัยนั่นไว้ด้วยวิธีที่ฉันจะบอกนะ...

            อิงศรพูดวิธีการที่คิดเอาไว้ออกไปทั้งหมด เมื่อทั้งสองเข้าใจแล้วก็เปลี่ยนไปคุยกับคนอื่นเพื่อดำเนินแผนต่อ

            จากนั้นกวินทร์ก็วิ่งเบนออกจากเส้นทางวิ่งล้อมกรอบ ตรงเข้าหาศัตรูพร้อมกับแกว่งดาบไฟฟ้า

            "ไพโรเบลด!"

            แล้วร่ายสกิลทำให้ไฟหมุนวนรอบใบดาบควบคู่ไปกับสายฟ้าพอรวมเข้ากับดาบน้ำแข็งอีกเล่มทำให้ตอนนี้มีครบทั้งสามธาตุ

            "ท่าฟันสามธาตุไทรแสลช"

            เด็กหนุ่มตวัดดาบน้ำแข็งตามไปและทำให้พลังงานบนดาบระเบิดออก แต่คมดาบก็หยุดชะงักก่อนจะทันเข้าถึงตัวไทเทเนียมพร้อมทั้งเกิดแรงกระแทกสะท้อนกลับมาจนกวินทร์เท้าลอยจากพื้นถอยกระเด็นไปข้างหลัง

            ไทเทเนียมเล็งจังหวะนี้เอาไว้ กวินทร์ที่ยังไม่ฟื้นตัวจากการถูกสะท้อนกลับจึงกลายเป็นเป้านิ่งที่หลบไม่ได้ โดรนสามเครื่องพุ่งลงมาจากด้านบนเล็งมาที่เด็กหนุ่ม

            ตอนนั้นเองมิ่งขวัญก็พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังของกวินทร์แล้วดึงคอเสื้อ

            "ซุสนัคเคิล"

            พร้อมกับร่ายสกิลเรียกสายฟ้ามาที่กำปั้นแล้ววิ่งตะลุยเข้ามาทั้งอย่างนั้น

            กำปั้นปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นและสะท้อนออก มิ่งขวัญชักหมัดกลับก่อนจะถูกแรงสะท้อนเข้าเต็มๆ ทำให้ไม่เสียหลักกระเด็น

            ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะสัมผัสได้ว่าข้างหลังมีโดรนกำลังจู่โจมเข้ามาและไม่ใช่แค่เครื่องเดียวดังนั้นจึงหลบโดยการก้มตัวลงในจังหวะที่จวนเจียนที่สุดพร้อมกับกดหัวกวินทร์ลงไปหมอบบนพื้น

            โดรนลอยข้ามหัวพวกเขาไปและมุ่งหน้าต่อจนเกือบเข้าปะทะกับไทเทเนียม แต่หล่อนก็หยุดมันไว้ก่อนและนั่นก็ทำให้อิงศรที่ดูอยู่รู้แล้วว่าหล่อนน่าจะยังโดนการโจมตีปกติของตัวเองแอพพลิเคชั่นปีศาจน่าจะไม่ได้ป้องกันการโจมตีของตัวผู้ใช้

            ไทเทเนียมทำท่าตวัดมือสั่งให้โดรนที่หยุดไว้เมื่อครู่หันใบมีดลงไปสับพวกมิ่งขวัญที่หมอบอยู่...แต่พวกนั้นไม่ได้อยู่นั่นแล้ว

            “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

            ตอนที่กำลังตกตะลึงอยู่นั่นเองเงาของทั้งสองคนก็สะท้อนมาจากทางด้านหลัง พอหันกลับไป...

            “ไกอาแฮมเมอร์!

            มิ่งขวัญกำลังเหวี่ยงมือที่ประสานกันไว้และหุ้มด้วยหินทุบลงมา

            ส่วนกวินทร์กวัดแกว่งดาบที่ไม่มีพลังธาตุเหลืออีกแล้วด้วยท่าทางประหลาดเหมือนกำลังร่ายรำ

            ค้อนศิลาของมิ่งขวัญปะทะเข้ามาและถูกสะท้อนกลับไปเหมือนคราวที่ใช้หมัดสายฟ้า

            “อ๋อ ใช้วิธีนี้สินะ

            ไทเทเนียมพูดแล้วตอนนั้นเองมือของหล่อนก็จับแขนของมิ่งขวัญที่คลายจากสภาพค้อนศิลาไว้

            “โวลคาโน่แดนซ์!

            กวินทร์กระโดดขึ้นมาในจังหวะนั้นแล้วตวัดดาบฟันลงข้างล่างพร้อมกันนั้นก็มีเปลวไฟพัดออกมาจากใบดาบตรงเข้าหาไทเทเนียม

            แต่เจ้าหล่อนไม่หลบซ้ำยังวิ่งเข้าหา

            “ใช้การเต้นที่ถนัดผสมกับจังหวะของสกิลที่ต้องร่ายรำเป็นเงื่อนไขนั่นสินะพลังใหม่ของนายน่ะ

            พูดแบบนั้นแล้วมุ่งตรงมาทางนี้

            แถมยังลากแขนมิ่งขวัญมาด้วย

            ไฟถูกสลายไปเพราะมาสเตอร์โพรเทคชั่นแล้วมือของไทเทเนียมก็ฝ่าม่านเพลิงที่สลายตัวเข้ามาคว้าเอาแขนเด็กหนุ่มไป

            “ถึงตัวฉันจะไม่โดนการโจมตีจากคนอื่นแต่ถ้าเป็นการโจมตีของตัวเองก็อาจจะหลบไม่ได้เลยเสี่ยงเข้ามาสู้ประชิดตัวแล้วเล็งหลบเอาตอนที่โดรนจู่โจมมาอย่างนั้นสิ

            ไทเทเนียมยกแขนของทั้งสองคนจนตัวลอยจากพื้น ส่วนสูงที่มากกว่าผู้หญิงปกตินั่นคงเป็นผลมาจากการกลายเป็นมนุษย์ต่างดาว หล่อนหันเหสายตาไปที่อิงศรแล้วพูดต่อจากที่ค้างไว้...

            “มันเป็นอย่างนั้นใช่ไหมล่ะอิงศร

            ทำไมถึงเจาะจงว่าเป็นเขา...

            “นายเองสินะที่มาล้างสมองกวินทร์ของฉันแถมยังถือวิสาสะมาสร้างชุดสกิลให้อีกไม่เจียมกะลาหัวเอาซะเลย

            ถูกอีกฝ่ายพูดใส่อย่างดูแคลน

            ”เพราะมีมือสมัครเล่นแบบนาย กวินทร์ก็เลยดึงความสามารถออกมาได้ไม่หมด...

 

            “ไม่ใช่! ไม่ใช่อย่างนั้นนะ

            กวินทร์ตะโกนขัดคำพูนั้น

            ”ผมเลือกที่จะใช้สกิลแบบนี้เองต่างหาก

            พอเด็กหนุ่มพูดไปแบบนั้นมือของไทเทเนียมที่กำแขนเขาไว้ก็เหมือนจะกำแน่นขึ้น

            แน่นขึ้น

            แน่นขึ้น

            หล่อนกำแขนกวินทร์แน่นเสียจนเสียงกระดูกลั่นดังเปาะแต่มันยังไม่ถึงกับหัก  

            “อ๊ากกก!!!

            เด็กหนุ่มร้องครางอย่างน่าสมเพช

            “ปล่อยนะ!

            มิ่งขวัญคำรามพร้อมกับซัดลูกเตะแต่มันก็ทะลุร่างของหญิงสาวไปเหมือนเตะใส่ควัน แล้วตอนนั้นไทเทเนียมก็หันหน้ามาพูด...

            “นายเองก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอมิ่งขวัญเพราะนายเองก็ละทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่อวิวัฒนาการมาแล้วนี่

            คำพูดนั้นทำให้มิ่งขวัญนิ่งเงียบ

            “…”

            เด็กหนุ่มไมได้เห็นด้วยกับคำพูดของหล่อน เขาคิดว่าทางที่ตนเลือกนั้นแตกต่างกับที่พูดมา

            แต่ตอนนี้จะพูดอะไรได้

            ก็ตอนนี้เขาไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว...

            “ไม่ใช่...มันไม่เหมือนกัน

            จู่ๆ กวินทร์ก็พูดมาแบบนั้น  ฝืนกลั้นความเจ็บปวดแล้วพูดมันอย่างยากลำบาก

            ”ขวัญน่ะถึงจะกลายเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่เขาก็ยังไม่ยอมทิ้งหัวใจของมนุษย์เขาทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องใครซักคนไม่ใช่เพื่อตัวเอง

             “พูดอะไรน่าสนใจดีนี่งั้นขอดูเจ้าความต่างที่นายว่านั่นหน่อยก็แล้วกัน

            ไทเทเนียมพูดแล้วโดรนก็พุ่งลงมา

            เล็งที่แขนของกวินทร์

            ตัดแขนก่อนเพื่อไล่ต้อนให้ใช้สกิลรักษาออกมา เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นพวกอิงศรก็ทำลายแวริเอเบิลไนท์ไม่ได้แล้วตอนนั้นสกิลรักษาก็จะถูกผนึกนี่คือสิ่งที่หล่อนเล็งเอาไว้สินะ...

            อิงศรคิดตรึกตรองอย่างใจเย็นแม้ว่ากวินทร์จะตกอยู่ในอันตรายสุดขีดก็ตาม

            ไม่จำเป็นต้องลนลานให้เสียเรื่องเพราะว่านี่ก็อยู่ในแผนเหมือนกัน

            “ตอนนี้แหละ!

            เวลาได้มาถึงแล้วอิงศรก็ให้สัญญาณ

            ตอนนั้นเองเน็กส์ก็โผล่เข้าไปใกล้ไทเทเนียม ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่เด็กชายได้ร่ายสกิลเอาไว้ก่อนจะโผล่ออกมาแล้ว

            “วินด์วาร์ป

            สิ้นคำก็เกิดวงเวทวาดด้วยแสงสีเขียวปรากกอยู่บนพื้น

            สายลมหมุนวนพัดขึ้นมาจากวงเวท พัดลอยขึ้นไปด้านบน


***ชื่อตอนนี้มาจาก Friend + Family + Formation เลยกลายเป็น ทริปเปิลเอฟไปนั่นเอง(แป้กฝุดๆ)

ช่วงนี้อ่านแล้วอาจจะบรรยายทื่อขึ้นไม่ค่อยสละสลวยแถมตอนหนึ่งยังสั้นอีกตะหากก็ต้องขออภัยด้วยนะครับเนื่องจากช่วงนี้เข้าหน้าเทศกาลงานที่ไรท์ทำอยู่เลยรัดตัวมากจนแทบไม่มีเวลาปลีกตัวมาเขียนนิยายเลยถ้าพ้นช่วงนี้ไปได้น่าจะกลับไปเขียนในระดับเดียวกับช่วงแรกๆ ได้ สุดท้ายนี้คิดว่าถ้าเขียนทันอาจจะได้เห็นเซอไพรส์ในตอนที่ 99 ครับ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น