Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 101 : ​ Login 98: FFF (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    12 เม.ย. 60

Login 98: FFF (2)


            “สกิลนั่นมัน”

            ไทเทเนียมเปรยเหมือนจะรู้เป้าหมายของเน็กส์แต่ก็ตอบสนองช้าเกินไปหากจะหยุดควรจะต้องรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่เน็กส์เข้ามาใกล้แล้วทั้งหมดนี้ก็เพราะมัวแต่สนทนากับกวินทร์

            ...แล้วก็ทำให้เข้าใจขึ้นมาว่าทำไมกวินทร์ถึงต้องฝืนพูดขนาดนั้นทั้งหมดมันก็เพื่อดึงความสนใจของเธอไว้เพื่อแผนนี้

            “งี้นี่เองถ้างั้นเป้าหมายของพวกนายก็คือ...”

            ไทเทเนียมพูดเหมือนสบถ ขณะที่กวินทร์กับมิ่งขวัญรวมถึงเน็กส์นั้นได้หายตัวไป

            อันตรธานหายไปราวกับใช้เวทมนต์

            แล้วปรากฏตัวอีกครั้งในจุดที่ห่างจากเดิมหลายสิบก้าว

            ทันใดนั้นเองวงเวทก็ปลดปล่อยสายลมกรรโชกพัดทุกอย่างในบริเวณนั้นขึ้นไป

            ทั้งเศษหินและดินทรายต่างก็ลอยขึ้นแต่ยังไม่ทันจะลอยสูง สายลมก็ถูกตัดไปโดยสกิลมาสเตอร์โพรเทคชั่น

            อย่างไรก็ตามเป้าหมายของเน็กส์ก็มีแค่การช่วยเหลือพรรคพวกออกมาเท่านั้น

            ตอนนี้ไทเทเนียมตกอยู่กลางวงล้อมที่การโจมตีด้วยสกิลของทุกคนปล่อยออกมาพร้อมๆ กันในช่วงที่ชุนละมุนกันอยู่

            การโจมตีเข้าเป้าทั้งหมดและทำให้แสงของโดรนกลายเป็นสีแดงพร้อมกัน

            จำนวนของโดรนที่ยังมีพลังป้องกันอยู่น่าจะเหลือแค่ครึ่งเดียว

            ไทเทเนียมสั่งการโดรนอีกครั้งโดยยืดแขนขึ้นไป

            "ลองเจอแบบนี้หน่อยเป็นไง"

            จากนั้นโดรนก็เริ่มกระจายตัว ตั้งแถวขดเป็นวงเหมือนดอกไม้และหันปลายที่อ้าคมมีดลง

            นี่ไม่ได้อยู่ในการคาดเดา...อิงศรคิด

            แต่พอจะรู้ว่าหล่อนตั้งใจจะทำอะไร

            ถ้าหากสั่งให้โดรนทั้งหมดพุ่งลงมาพร้อมกัน มันจะกลายเป็นกิโยตีนสำหรับสังหารหมู่ไปโดยปริยาย

            ถึงจะรู้แล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

            ไม่สามารถต่อต้านได้เลย

            ไทเทเนียมตวัดแขนลง

            โดรนกิโยตีนร่วงลงมา

            พวกเขาได้แต่หลบโดยอาศัยช่องว่างระหว่างโดรนด้วยกันแต่ก็ยังไม่พ้น

            เน็กส์กับนิวที่ตัวเล็กยังพอจะลอดผ่านไปได้แต่คนอื่นๆ ถูกใบมีดเฉือนเนื้อไปกันไม่ใช่น้อย

            เลือดไหลทะลัก สาดกระจาย นองพื้นไปทั่ว

            เหมือนจะมีบางคนที่แขนขาดไม่ก็ขาขาดแต่ทุกคนยังรักษาคอของตัวเองไว้ได้

            ทันทีที่โดรนกิโยตีนลงมาหมดทุกเครื่องอิงศรก็สั่งให้พลอยร่ายสกิลรักษา

            "พลอยใช้ฮีลไปเลย!"

            ตัวเขาเองก็โดนสับเข้าที่ไหล่จนแขนเกือบขาดมาเหมือนกัน

            หลังจากนั้นก็มีแสงสว่างเปล่งวาบออกมาจากที่แห่งหนึ่ง

            พอสัมผัสโดนแสงนั่นก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

            อุ่นจนเริ่มรู้สึกว่ามันร้อนอบอ้าวเล็กน้อย คงเป็นเพราะร่างกายถูกกระตุ้นให้รักษาตัวเองความร้อนก็เลยปลดปล่อยออกมา

            บาดแผลสมานตัวกันจนไม่เหลือร่องรอยเว้นแต่เสื้อที่ฉีกขาดไปในบริเวณนั้นไม่ได้ถูกฟื้นฟูกลับมาด้วย

            "ชิ"

            อิงศรเดาะลิ้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง เพราะว่าการรักษาคราวนี้ต้องแลกกับการให้ครอบครัวแบกรับความเจ็บปวดเอาไว้

            'ซัลเวชั่นออฟไลท์' คือสกิลฟื้นฟูที่ต้องแลกพลังชีวิตของผู้ใช้เพื่อฟื้นฟูให้กับเป้าหมายหนึ่งคนหรือหากเลือกฟื้นฟูให้กับปาร์ตี้จะกลายเป็นการรักษาสมาขิกทุกคนที่อยู่ในรัศมีแทนซึ่งพลอยทำอย่างหลัง

            เด็กหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ สำรวจทุกคนที่กระจายกันอยู่

            พลอยกำลังใช้สกิลรักษาตัวเองหลังจากจ่ายพลังชีวิตเพื่อใช้สกิลรักษาแบบฉุกเฉิน ที่ข้างกันนั้นมีมิกซ์คอยคุ้มกันอยู่อีกที

            ฟูกำลังกระโดดข้ามโดรนไปหานิว

            มิ่งขวัญกับกวินทร์ได้เน็กส์ที่รอดจากคมมีดมาโดยไร้รอยขีดข่วนช่วยพยุงอยู่

            ถือว่ายังโชคดีที่พวกเขารอดมาโดยไม่เสียใครไป

            "นึกไม่ถึงเลยว่าจะใช้โดรนทำแบบนี้ได้ด้วย"

            อิงศรพูดเปรยพลางจ้องไปที่หน้าของมนุษย์ต่างดาว

            ...เจ้านั่นใช้แวริเอเบิลไนท์ได้อย่างชำนาญราวกับใช้มานาน ทั้งที่เป็นของเพิ่งมาได้แค่หนึ่งเดือน หมายความว่าด้วยเวลาเพียงแค่นั้นก็สามารถใช้มันจนคล่องแคล่วได้ขนาดนี้ถ้าไม่ใช่อัจฉริยภาพจากพลังของเผ่าพันธุ์ก็เป็นพรสวรรค์ดั้งเดิมอย่างนั้นหรือ?

            กังวลไปก็เท่านั้นต้องคุมเกมอีกฝ่ายให้ได้ถึงจะชนะศึกนี้...

            อิงศรสรุปเอาแบบนั้น

            "ทุกคนโจมตีเหมือนเดิมอีกรอบเลย"

            แล้วออกคำสั่งผ่านแชทปาร์ตี้

            การโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อไทเทเนียมยกโดรนขึ้นโดยหวังจะใช้กิโยตีนอีก

            ตอนนั้นเองทุกคนก็วิ่งเข้าไปอยู่ในบริเวณรอบตัวไทเทเนียมซึ่งเป็นจุดที่เว้นระยะของโดรนไว้จากตัวเธอ ที่นี้จึงเป็นที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุดซึ่งอิงศรได้บอกกับทุกคนไว้หลังจากสั่งบุกแล้ว

            พวกเขายืนล้อมกรอบเธอแต่หล่อนกลับยิ้มแล้วยืนเฉยโดยไม่ทำอะไร

            ยิ้มอย่างสบายๆ ราวกับจะดูแคลนพวกเขา ทั้งที่กำลังเสียเปรียบ

            "ยิ้มอะไรกันนักหนา"

            อิงศรสบถออกไปแบบนั้นแล้วเล็งหน้าไม้ปลดปล่อยสกิล

            "ฟาสช็อต!"

            ลูกดอกถูกยิงต่อเนื่องสามนัดโดยที่ไม่ต้องขึ้นลูกดอกใหม่ แน่นอนว่าทั้งสามดอกถูกสะท้อนออกหมด

            คนอื่นๆ ก็กำลังถล่มเธอด้วยสกิลจนโดรนที่มีแสงสีเขียวลดจำนวนลง

            เหลือเพียงสิบห้า

            สิบสอง

            เหลืออีกแค่สิบเครื่อง...

            ตอนนี้อิงศรเหลือสกิลโจมตีที่ยังไม่ได้ใช้อีกห้าสกิล

            "เฮ้ ใครยังมีสกิลเหลือบ้าง"

            แต่ทุกคนส่ายหน้าดูเหมือนจะใช้สกิลโจมตีที่มีอยู่ไปทั้งหมดแล้ว

            "ไม่สำเร็จงั้นเรอะ"

            ระหว่างที่ตัดพ้ออยู่นั้นยังมีคนหนึ่งที่เปิดหน้าจอดูสกิลตัวเองอยู่และยังไม่ได้ให้คำตอบเรื่องที่ถามไป

            "ยังเหลืออีกห้าสกิล"

            มิ่งขวัญตอบ ถ้ารวมกันก็จะมีครบสิบพอดีเท่ากับว่าจะทำลายแวริเอเบิลไนท์ลง...

            "แต่ว่ามีสกิลหนึ่งต้องใช้จากโกลด์กาแลนต์ถึงจะครบน่ะ"

            โกลด์กาแลนต์...ชื่อของสกิลที่มิ่งขวัญพูดมารู้สึกจะเป็นสกิลระดับสูงสุดของบิลด์คลาสไชนิ่งเอ็นฟอร์สเซอร์ที่เข้ามาใหม่ตอนแพทซ์อามาเก็ดดอน เป็นสกิลที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมการค่อนข้างนาน

            "งั้นใช้สกิลนั่นก่อนแล้วค่อยตามด้วยสกิลที่เหลือทางนี้ฉันจะถ่วงเวลาให้"

            อิงศรพูดแล้วชักระเบิดกระป๋องออกมาจากหน้าจอคลัง ดึงสลักแล้วโยนลงพื้น

            กระป๋องกลิ้งเข้าไปอยู่ใต้เท้ามนุษย์ต่างดาว

            "งั้นเหรอมันก็จริงนะที่สกิลกับการโจมตีปกติใช้ไม่ได้ผลแต่ถ้าเป็นไอเทมก็ยังเป็นข้อยกเว้น"

            ไทเทเนียมทำหน้าเข้าใจ บางทีหล่อนคงจะเข้าใจว่าอิงศรหันมาใช้ไอเทมสำหรับโจมตีแทน

            อิงศรอมยิ้มเล็กน้อยเพราะว่า

            "เสียใจด้วยนะฉันไม่โง่พอจะเอาพลังทำลายของไอเทมมาชนกับแวริเอเบิลไนท์ที่เพิ่มพลังป้องกันให้ผู้ใช้สูงสุดอยู่แล้วเพราะมันก็เหมือนกับขนหินไปถมมหาสมุทรนั่นแหละ"

            แต่แล้ว...

            "ก็เลยจะใช้การพรางตาเพื่อให้ฉันเกิดความลังเลจนรีบสั่งให้โดรนสับลงมาจังหวะนั้นก็จะให้เด็กที่บิลด์สายควินเอสเซนท์คนนั้นใช้สกิลที่เหมือนกับวินด์วาร์ปอย่างสตอร์มวาร์ปหรือไต้ฝุ่นวาร์ปหนีขึ้นไปด้านบนใช่ไหมล่ะ"

            มนุษย์ต่างดาวกลับอ่านทางออกทะลุปรุโปร่งแถมยังอ่านล่วงหน้าไปได้ถึงขั้นนั้น

            "ชิ อ่านออกหมดเลยงั้นเหรอ"

            อิงศรทำหน้าลำบากใจตอนนั้นเองควันก็ลอยออกมาจากกระป๋องและทำให้เกิดม่านควันบดบังบริเวณโดยรอบตามที่หวังเอาไว้

            อย่างไรก็ตาม...สถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนอยู่ดีถึงอีกฝ่ายจะรู้แผนแต่ก็ต้องเดินตามมันอยู่ดีเพราะเหลือทางเลือกเพียงแค่นั้นหรือไม่ก็...

            "มาสเตอร์แวริเอชั่น!"

            เสียงของไทเทเนียมดังลอดควันออกมา

            เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ สกิลที่ใช้กวาดล้างนั่นจะถูกใช้ออกมาหากหล่อนล่วงรู้ถึงแผนของเขา

            แสงสว่างสะท้อนออกมาจากที่ต่างๆ เหนือหัวทำให้หมอกกลายเป็นสีเขียวขุ่นตามแสงเหล่านั้น เท่าที่ดูน่าจะเป็นแสงจากการสะสมพลังงานเพื่อยิงกระสุนหรืออะไรบางอย่างจากโดรนอาจจะเป็นลำแสงก็ได้

            แต่มันยังมีเวลาอยู่... ใจเย็น ค่อยๆ คิดไปว่าควรจะต้องหลบหลีกอย่างไรแล้วก็โจมตีไปด้วยในขณะที่ศัตรูไม่ยอมเคลื่อนไหวเพราะหมอกพรางตาบดบังทัศวิสัย การที่เลือกใช้สกิลโจมตีเป็นวงกว้างและเสียเวลาในการยิงนานเป็นหลักฐานว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเหมือนกับตน

            ถ้าอยู่กลางดงศัตรู อยู่ท่ามกลางหมอกควันที่ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

            การไม่ขยับสุ่มสี่สุ่มห้าจะรับมือได้ดีกว่าแล้วก็ยังมีปราการเหล็กที่ยังไงก็โจมตีไม่เข้าอยู่กับตัวอีก

            ดังนั้นศัตรูจะต้องอยู่ที่เดิม...

            "เอ้า มัวรออะไรอยู่ล่ะฉันยืนอยู่ตรงนี้ไง ที่เดิม ถ้าไม่ยิงมาตอนนี้จะเสียโอกาสนะ"

            ศัตรูกลับท้าทายมาอย่างนั้น แถมยังโบกไม้โบกมือจนมองเห็นตรงส่วนที่ควันไหวไปมาทำให้รู้ตำแหน่งอีก

            "ยัยนั่นมันคิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ย"

            อิงศรพูดสบถขณะที่เล็งหน้าไม้ไปที่จุดนั้นแต่ยังไม่ลั่นไกในทันที

            ความลังเลยั้งมือของเขาไว้... ทำไมจะต้องท้าทายกันถึงขนาดนั้นมันมีเบื้องหลังอะไรรีเปล่า

            แต่ความมีเหตุผลก็ผลักดันเขา... ในสภาพเวพอนไนซ์ไม่น่าจะใช้สกิลอื่นได้เท่ากับว่าอีกฝ่ายไม่มีทางจะหลบได้อย่างแน่นอนการท้าทายอาจจะแค่บลัฟกันเท่านั้น

            ความมีเหตุผลชนะ...

            อิงศรลั่นไกยิงสกิลต่อเนื่องห้าชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่ออกไป

            การโจมตีน่าจะเข้าเป้าทั้งหมด

            ผลจากการปะทะของสกิลสร้างแรงระเบิดที่ทำให้อากาศกระจายตัวออกจนม่านควันจางลงเล็กน้อย

            "วินด์วาร์ป"

            แต่เสียงของไทเทเนียมกลับดังขึ้นมาจากด้านหลัง

            ชัดเจนราวกับว่าหล่อนยืนอยู่ข้างหลังเขาจริงๆ แล้วเมื่อหันไปก็พบเธอยืนห่างอยู่ไม่มากในมือชูนิ้วซึ่งสวมแผ่นซีดีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือเด็ก เขาเห็นมันเพียงครู่เดียวก่อนที่จะสลายไปเหมือนควัน

            ทันใดนั้นเอง ตรงใจกลางม่านควันซึ่งเป็นจุดเดิมที่ไทเทเนียมยืนอยู่จนถึงเมื่อครู่ก็พลันเกิดลมกรรโชกพัดจนม่านควันกระจายหายไปหมด รูปแบบของลมที่เกิดขึ้นเหมือนกับสกิลวินด์วาร์ปที่เน็กส์ใช้ก่อนหน้านี้ สกิลที่พาตัวผู้ร่ายและปาร์ตี้รอบตัวย้ายไปยังตำแหน่งใกล้ๆ แล้วสร้างลมหมุนโจมตีในตำแหน่งเดิม

กลายเป็นว่าไทเทเนียมไม่โดนการโจมตีของอิงศรเมื่อกี้เลยซักนัดเดียวจำนวนการป้องกันจึงยังเหลือสิบครั้งเท่าเดิม

“เมื่อกี้มันสกิลแบบเดียวกับเน็กส์เลยนี่”

            มิ่งขวัญพูด

“เป็นไปไม่ได้สกิลนั่นอาชีพเวพ่อนะอนแชนท์เตอร์ไม่น่าจะเรียนได้นี่นา”

            แต่กวินทร์พูดแย้งคำพูดนั่น แม้ว่าจะไม่เชื่อแต่ความจริงมันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าจนยากจะปฏิเสธได้

            กวินทร์พูดสืบต่อจากเมื่อคำพูดเมื่อครู่

            “ที่สำคัญกว่านั้นอยู่ร่างเวพ่อนไนซ์ไม่น่าจะใช้สกิลอื่นได้นี่แล้วทำไม”

            “ก็ทำเหมือนที่พวกนายทำนั่นแหละ”

            ไทเทเนียมตอบมาอย่างนั้น

            ทำเหมือนกับพวกเขาหรือว่าหล่อนกำลังหมายถึง...

            อิงศรเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรและไทเทเนียมทำอย่างไรถึงได้รอดจากการโจมตีของเขามาได้

            “ไอเทม...งั้นเรอะ”          

            ถ้าอย่างนั้นแผ่นซีดีที่เห็นนั่นอาจจะเป็นไอเทมอย่างที่คิด แต่ของที่หาทางใช้งานได้ยากขนาดเขาเองยังต้องยอมแพ้ แต่หล่อนกลับเอามาใช้ตอนนี้ได้จริงๆ น่ะเหรอ

            แล้วตอนนั้นเองลำแสงของแวริเอชั่นก็โปรยปรายลงมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น