Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 7 : หวั่นไหวหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ต.ค. 61

@มิ้น

                หลังจากที่ฉันเลิกกับผู้ชายเฮงซวยคนนั้น เวลาก็ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้ว ชีวิตฉันเริ่มต้นใหม่โดยง่าย และยังมีเพื่อนคอยอยู่ข้างๆ และที่สำคัญที่สุดคือ เหมือนฉันกับขิงได้เป็นเพื่อนกันแล้ว!

                หรือเปล่านะ?

                “เลิกทำเหมือนว่าเราสนิทกันสักทีเถอะ กลับไปนั่งที่เธอซะ” ขิงทำท่าทางไม่พอใจ เมื่อฉันมานั่งโต๊ะข้างๆแล้วชวนคุย ในขณะที่อีกฝ่ายโวยวายจะนอนลูกเดียว

                “กะ ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันเก็บชีทไว้ให้นะ” พอฉันพูดแบบนั้น ขิงก็ทำไมทำมือไล่ แต่ที่ฉันแปลกใจคือทั้งๆที่เธอแทบจะนอนอยู่ตลอดเวลา แล้วคะแนนเก็บของเธอมาจากไหน? แถมยังส่งการบ้านทุกวิชาด้วย หรือว่าจริงๆยัยนี่ มีญาณทิพย์ ถึงแม้หลับแต่ก็รู้ว่าครูสอนอะไร ไม่จริงน่า!!

                พอถึงเวลาพักเที่ยงฉันเลยตรงไปถามเธอด้วยความสงสัย แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือคำว่า ไร้สาระจริง มันก็เป็นไปไม่ได้จริงๆนั่นแหละ แต่คนมันสงสัยนินา

                “แล้วทำไมเธอถึงรู้ละว่าอาจารย์สั่งการบ้านอะไร แล้วทำส่งทันได้ยังไง?” ขิงมองหน้าฉันอย่างเอือมๆ ก่อนจะถอนหายใจ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าเธอมีเคล็ดลับอะไรซ่อนอยู่!

                 “ก็แค่บันทึกเสียงแล้วเอามาฟังทีหลังไง” ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ขนาดฉันที่ตั้งใจฟังตั้งใจดูที่ครูสอน บางทีก็ยังไม่เข้าใจเลย แต่ยัยนี่แค่ฟังก็ทำได้แล้วหรอ?

                “ทีนี้ไปได้ยัง” พอเห็นใบหน้าของขิงที่เหมือนจะหงุดหงิด ฉันเลยหลีกทางให้แต่โดยดี ฉันไม่อยากมีปัญหากับคนที่พุ่งไปต่อยผู้ชายอย่างไม่กลัวตายแบบเธอหรอกย่ะ ไม่ถามต่อแล้วก็ได้

                “ทำไมพักนี้เธอดูสนิทกับยัยกุ๊ยนั่นจัง” ขุ่นพระ!! ทำไมยัยน้ำแดงชอบโผล่มาเงียบๆแบบนี้นะ

                “คือ...เรื่องมันค่อนข้างยาวอะนะ” น้ำแดงกอดคอฉันแล้วจ้องฉันอย่างสงสัย

                “เอาเถอะ หวังว่าเธอจะคิดถูกนะ ปะ ไปกินข้าวกัน” เธอพูดแล้วไปกอดน้ำตาลที่อยู่ข้างๆแทน ก่อนจะเดินนำออกไป โทษทีนะน้ำแดง เดี๋ยวฉันจะหาโอกาสเล่าให้ฟังแน่ๆ เฮ้อ ฉันก็ไปบ้างดีกว่า หิวจะแย่แล้ว

                “เธอสนิทกับยัยนั่นหรอ” ใครอีกละ คนจะไปกินข้าวโว๊ย ฉันหันไปจ๊ะเอ๋กับเพื่อนร่วมห้องกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ขุ่นพระ ทำไมชอบดักหน้าดักหลังแบบนี้ อย่างกับเกมส์ผีเลย

                “ก็...ไม่เท่าไรหรอก ทำไมหรอ” หวังว่าพวกนี้คงไม่ได้มาหาเรื่องฉันนะ

                “ฉันไม่เคยเห็นยัยนั่นทำเวรเลย เธอช่วยไปบอกหน่อยสิ” พวกเธอก็ไม่เคยทำเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

                “นั่นสิ วันๆไม่เห็นทำอะไรเลยนอกจากนอน หมาที่บ้านฉันยังมีประโยชน์กว่านี้อีก” เพื่อนอีกคนเสริม แต่อย่างน้อยฉันก็แน่ใจว่าขิงไม่เอาเวลาว่าง มานินทาคนอื่นเหมือนพวกเธอหรอก เอ๊ะ แล้วฉันจะไปเข้าข้างยัยนั่นทำไม

                “จ้ะ เดี๋ยวฉันบอกให้นะ” ฉันตัดบทแล้วเดินตามพองเพื่อนไปที่โรงอาหาร ฉันรู้แหละว่าถ้าฉันไปบอกขิงคำตอบที่ได้ก็คงจะมีแค่คำเดียวนั่นแหละ

                 หลังเลิกเรียน

                “ไม่” นั่นไงฉันเดาไว้ไม่มีผิด

                “เอาน่า การทำเวรจะช่วยในเธอมีคะแนนจิตพิสัยเพิ่มขึ้นนะ ฉันจะได้เขียนเพิ่มเข้าไปให้ไง”

                “ฉันไม่เห็นอยากได้ แค่มีงานส่งก็พอแล้วนิ ไอ้พวกกิจกรรมเล็กน้อยพวกนี้ฉันไม่สนหรอก” หึหึ เพราะฉันรู้ว่ายังไงเธอก็จะปฏิเสธฉันแน่ๆ ฉันจึงได้วางแผนมาเรียบร้อยแล้ว ว่าแล้วฉันก็หยิบหนังสืออกมาจากกระเป๋าก่อนจะพูดว่า

                “แล้วถ้าเห็นนี่แล้วเธอยังจะยืนยันคำเดิมหรือปล่า” ฉันชูสิ่งที่ขิงเรียกว่าบีแอลขึ้นมา

                “นั่นมัน! เธอเอามันไปตอนไหน” ฉันยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

                “ก็ใครบอกให้เธอเก็บของสำคัญแบบนี้ไว้ใต้โต๊ะกันละ ถ้าอยากได้บีแอลของเธอคืนก็จงทำเวรวันนี้ซะ!!” ที่จริงฉันกะจะแกล้งขิงเล่นๆ ถ้าเธอบอกว่าไม่ทำฉันก็จะคืนให้ แต่มันได้ผลเกิดคาด! นี่สินะ คือพลังของสิ่งที่เรียกว่าบีแอล!

                ขิงจิ๊ปากอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินไปหยิบไว้กวาดมากวาดห้อง รู้สึกสะใจแปลกๆแหะ ไม่อย่างจะเชื่อเลยว่าคนที่เกรี้ยวกราดอย่างยัยนี่ จะแพ้ให้กับหนังสือชายรักชายเล่มเดียวแบบนี้ ฉันจะจำไว้ไปแกล้งยัยนี่ยันลูกบวชเลย ขอบอก ฮุฮุ

                “จะยืนดูอีกนานไหม จะช่วยฉันทำดีๆหรือจะต้องรีดเลือดกันก่อน” เมื่อเห็นว่าฉันยืนมองอยู่นาน ขิงก็เริ่มมาแซะ ฉันก็ทำของฉันอยู่ทุกวันนะ ยืนดูแค่วันเดียวโดนดุซะงั้น

                “จ้าๆ” แต่ก็ช่วยอยู่ดีอะนะ

                เราแบ่งหน้าที่กันทำจะได้เสร็จเร็วๆ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก แค่กวาดห้อง เอาขยะไปทิ้ง แล้วก็ลบกระดาน ไม่มีอะไรนอกจากนั้น แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันนานมาก ขิงไม่พูดอะไรเลย เอาแต่ก้มหน้าก้มตากวาดพื้น ส่วนฉันก็ลบกระดานอย่างเงียบๆ และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าจะพูดอะไรกับเธอดี

                “หลังจากวันนั้นหมอนั่นได้ติดต่อกับเธอหรือเปล่า” อ้าวอีกฝ่ายดันชวนคุยซะงั้น

                “เอ่อ ก็ไม่ได้ติดต่อมาอะนะ แน่ละ ก็ฉันบล็อกไปหมดแล้ว ทั้งเบอร์ทั้งเฟสทั้งไลน์ จะไม่ติดต่อมาก็ไม่แปลกหรอก”

                “อืม ดีแล้ว” ห๊ะ ฉันพูดซะยาวตอบมาแค่นี้?

                แล้วก็เงียบอีกซะงั้น...

                “อะ เอ่อ ขอบคุณนะ” ฉันพยายามดึงบทสนทนากลับมาอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ตัวเองอึกอัดจนเกินไป

                “เรื่อง” อีกฝ่ายยังคงนิ่งแล้วกวาดพื้นต่อ

                “กะ ก็เรื่องวันนั้นไงก็เธอช่วยปลอบฉัน” ขิงหลุบตาลงประมานว่า ไม่ได้อยากจะช่วยสักเท่าไรหรอก เอาจริงๆฉันก็บังคับให้เธออยู่เป็นเพื่อนเองละนะ อ้าวแล้วทำไมขิงยืนนิ่งแล้วจ้องฉันแบบนั้นละ

                “เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่า” เมื่อฉันพูดแบบนั้นอีกฝ่ายก็หยุดจ้องแล้วกวาดพื้นต่อ อะไรของยัยนี่นะ!

                “เปล่า แค่นึกถึงเรื่องวันนั้น” ขิงเอ่ยเสียงเรียบแล้วเอาไม้กวาดไปเก็บหลังจากที่เธอโกยฝุ่นใส่ที่ตักผงแล้ว

                “พอนึกถึงเรื่องวันนั้นแล้ว ฉันนี่น่าอายเป็นบ้าเลย” โคตรน่าอายเลย นอกจากจะร้องไห้เป็นห่าฝนแล้วยัง นั่งเล่าเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ขิงฟังตั้งครึ่งชั่วโมง ไม่โดนด่าก็บุญละ

                “เธอ...ทำแบบนั้นกับทุกคนเลยหรอ” ขิงเดินมานั่งโต๊ะที่อยู่ใกล้ พลางเท้าคางแล้วมองฉัน เธอหมายถึงเรื่องอะไรนะ เรื่องที่ฉันร้องไห้ หรือเรื่องที่ฉันนั่งบ่นให้เธอฟัง หรือเรื่องที่เอาแอลกอฮอล์จุ่มแผลเธอ เรื่องไหนละ แล้วฉันต้องคิดมากขนาดนี้ไหม แค่ตอบๆไปก็น่าจะจบแล้ว สุ่มๆไปสักเรื่องก็แล้วกัน

                “ไม่นะ ฉันแทบจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นเลย” ฉันพูดพลางเขย่ง กะจะลบรอยเมจิกที่อยู่บนกระดาน ที่ให้เขียนก็มีตั้งเยอะ ทำไมอาจารย์ไปเขียนสูงขนาดนั้นคะ...

                “ฉันหมายถึงเรื่องที่เธอหอมแก้มฉัน” ฉันหยุดชะงักเมื่อขิงดึงแปรงลบกระดานไปจากมือฉัน แล้วลบกระดานหน้าตาเฉย เพิ่งสังเกตว่ายัยนี่สูงกว่าฉันพอสมควรเลยแหะ ว่าแต่ฉันไปหอมแก้มเธอหรอ? ลืมเรื่องนั้นไปเลยนะเนี่ย

                “อะ อ้อ เปล่าหรอก” ฉันตอบอย่างกระอักกระอวน ไปต่อไม่เป็นแล้วเนี่ย

                “แล้วเธอหอมแก้มฉันทำไม” ขิงจ้องฉันเขม็ง นั่นสิ แล้วฉันไปหอมแก้มเธอทำไมกัน ฉันทำไปทำมาย~

                “ระ หรือว่าเธอ หวั่นไหวหรอ” เอ่อ ฉันพูดอะไรออกไป แล้วถ้ายัยนี่ตอบว่าใช่ แล้วฉันจะทำยังไงต่อ

                “กับฉันน่ะ ไม่หรอก แต่อย่าไปทำกับคนอื่นดีกว่า” ถอนหายใจยาวๆเลยค่ะ ว่าแล้วอย่างขิงจะหวั่นไหวกับเรื่องแค่นี้ได้ยังไง คิดมากเกินไปแล้วเรา

                “ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่มีใครเขาถือสา...” ฉันพูดยังไม่จบจู่ๆขิงก็ยื่นหน้ามาใกล้ๆ ทำให้ฉันรีบเอามือมาปิดหน้าไว้โดยอัตโนมัติ โอ๊ย คุณเธอจะทำอะไรเนี่ย ใจหายใจคว่ำหมด

                “เธอจำไม่ได้หรือไงว่าเธอร้องไห้แล้วมาหอมแก้มฉัน รู้หรือเปล่าว่าน้ำมูกเธอมันติดแก้มฉันมาด้วย ถึงจะเป็นวิธีขอบคุณก็เถอะ แต่โคตรเสียมารยาทเลย” อ้าว เรื่องนั้นหรอกหรอ เดี๋ยวนะ น้ำมูกฉันติดแก้มเธอหรอ!

                “เอ่อ ขอโทษนะ T T” ขิงมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจ แง ฉันอยากจะมุดดินหนี!

                “เอานิยายฉันคืนมาได้ละ” ฉันหยิบนิยายคืนให้แต่โดยดี ตอนแรกจะหาเรื่องแกล้งเขา แต่ตัวเองกับขายขี้หน้าซะเอง ฉันนี่นะ ทำอะไรไม่คิดเลย แล้วยัยนี่ยื่นหน้ามาทำไมอีก!!

                “เธอเปลี่ยนแชมพูหรอ” เธอจับผมฉันมาดมหน้าตาเฉย แถมตอนนี้มันใกล้มาก ใกล้ขนาดซูมเห็นทุกรูขุมขนกันไปเลยทีเดียว

                “อื้อ ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ อยากลองยี่ห้อนี้นานละ” และเธอก็ยังคงดมอยู่... เออ ดมให้พอใจ

                “ฉันว่าอันเดิมหอมกว่านี้นะ อันนี้มันฉุนไป” ฉุนอะไรของเธอ ดมจนจะยัดเข้าไปในรูจมูกอยู่แล้ว

                ขิงค่อยๆปล่อยผมฉันออกจากมือของเธอ ก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเอง แล้วเดินออกจากห้องไปหน้าตาเฉย เฮ้ย คิดจะไปก็ไป แบบนี้ก็ได้หรอ...

                “เฮ้อ อะไรของยัยนั้น” ฉันยังไม่ได้เอาขยะไปทิ้งเลยนะยะ อย่างน้อยก็รอกันบ้างสิ ได้ของคืนแล้ว เผ่นเลยสินะ ให้ตายสิ แต่จะว่าไปฉัน...

                เปลี่ยนไปใช้แชมพูอันเดิมดีไหมนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

0 ความคิดเห็น