Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 6 : อยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

@ขิง

เอ่อ...เอาไงดีละเนี่ยฉันมองหัวหน้าห้องที่ยังกอดฉันไม่ปล่อย แถมยังร้องไห้ไม่หยุด และเสื้อนักเรียนของฉันก็กลายเป็นกระดาษทิชชูให้เธอไปเรียบร้อย น้ำมงน้ำมูกนี่ป้ายยันคอเสื้อไปถึงชายเสื้อละมัง เมื่อไรคุณเธอจะหยุดร้องไห้สักที

“ทำไมเขาทำกับฉันอย่างนี้ ทำไม โฮ...” เฮ้ย!! ร้องหนักกว่าเดิมอีก

“มะ...ไม่เป็นไรนะ” ทั้งๆที่ในใจอยากจะด่าออกไปว่า อกหักแค่นี้มันไม่ทำให้ตายหรอกเลิกร้องไห้ได้แล้ว!! แต่พอเห็นหัวหน้าห้องสภาพนี้แล้วฉันถึงกับต้องสงบปากสงบคำเอาไว้ เพราะทำตัวไม่ถูก

“งั้นฉันพาน้องจิ๋วกลับก่อนนะ แกก็เคลียทางนั้นให้เรียบร้อยละกัน” ผู้ชายร่างล่ำที่กำลังหันมาบอกฉันคือ เจสซี่ เพื่อนสาวของฉันเอง ที่จริงมันชื่อเจษ แต่ฉันเรียกมันเจสซี่ จะได้ดูมุ้งมิ้งขึ้น

“เอ่อ...ฉันไปด้วยสิ” ฉันกำลังจะลุกขึ้น แต่ถูกหัวหน้าห้องดึงไว้ นั่นทำให้ฉันแทบเดือด แต่ต้องใจอ่อนเมื่อเห็นใบหน้าอ้อนวอนของเธอ

“เฮ้อ...ก็ได้ เจอกันที่โรงเรียนนะเจส แล้วก็จิ๋ว หวังว่าจะไม่กลับไปคบกับไอ้ชาติชั่วนั่นอีกนะ” เธอเพียงพยักหน้าและไม่สบตากับฉันแม้แต่น้อย ก่อนจะโค้งลา แล้วเจสซี่ก็แบกเธอขี่หลังไป

เป็นกระเทย แต่โคตรแมน...

“แกก็กลับบ้านดีๆละ ขิ้ง~” ขิงเว้ย...ร่างโตๆกับเสียงที่พยามดัดให้เล็กลงไม่เข้ากันเลยสักนิด ฉันมองผ่านหลังที่จากไป เจสซี่ต่อว่าน้องสาว(จิ๋ว)ตัวเองยกใหญ่ และเดินห่างไปเรื่อยๆ ตอนนี้ฉันรู้สึกชุ่มชื้นไปทั้งตัว เพราะแม่นี่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด จนฉันเริ่มจะหมดความอดทน

“เฮ้ย หยุดร้องสักที เหน็บกินขาฉันแล้วเนี่ย” พอพูดจบเธอก็เงยหน้ามามอง

“เหรอ...ฮึก ขอโทษ” ขอโทษแล้วมันหายเหน็บไหมเฮ้ย ลุกไปดิ

“ออกไปสักทีดิ ถ้ายังร้องอยู่แบบนี้ได้ร้องอีกยาวแน่” พอฉันพูดจบเธอก็เช็ดน้ำตา ทั้งๆที่ยังสะอื้น

“ทำไมอะ” เฮ้อ ถามมากจริง

“ดูที่นี่สิ เปลี่ยวจะตาย จะโดนฉุดไปตอนไหนก็ไม่รู้ ถ้าเธอโดนฉุดไปจริงๆ ตอนนั้นละได้ร้องอีกยาวแน่ๆ” เหมือนว่าหัวหน้าห้องจะเข้าใจสิ่งที่ฉันจะสื่อ เธอจึงรีบผละออกจากฉัน แล้วลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทีแบบนี้ละไปอย่างเร็ว ปล่อยฉันนั่งเหน็บกินอยู่ตรงนี้ แล้วนั่นเธอ...เดินกลับมาทำไม?

“เธอเดินไหมไหว” ห๊ะ? ฉันมองเธอแล้วส่ายหัว เธอเหมือนจะเข้ามาพยุง แต่ดึงฉันไม่ขึ้น

“ลุกสิ ถ้าโดนฉุดไป ฉันไม่ช่วยนะ” ย้อนอีก...ฉันลุกขึ้นแต่โดยดี แต่ขาข้างซ้ายชาไปหมด

“เดินเร็วๆสิ” หัวหน้าห้องหันมาเร่ง พร้อมกับพยุงฉันไปช้าๆ เฮ้อ ฉันเป็นแบบนี้เพราะใครละ

หัวหน้าห้องพยุงฉันเดินออกมาสักพัก ก่อนจะหยุดตรงหน้าร้านขายยา แล้วเธอก็หายเข้าไปพักใหญ่ และออกมาพร้อมถุงอะไรบางอย่าง

“หันมานี่สิ” ฉันหันไปอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันกลับมาที่เดิม และหันกลับไปหาหัวหน้าห้องอีก

“ให้หันไปทำไมอะ” หัวหน้าห้องส่ายหัวก่อนจะเทแอลกอฮอล์ใส่สำลี แล้วจิ้มลงบนหน้าผากของฉัน

แสบ!!!

“ทำแผลให้เธอนะสิ ถามได้ หน้ายังกับไปฟัดกับหมามา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะพุ่งไปแบบนั้น” ไม่พูดเปล่า แถมยังกดน้ำหนักมือลงแผลฉันอีก มันแสบนะเว้ย

“โอ๊ย! ทำเบาๆหน่อยสิ” ฉันปัดมือเธอออกอย่างรวดเร็ว จนก้อนสำลีที่อยู่ในมือกระเด็นไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น

“ขะ ขอโทษ ไม่เห็นต้องรุนแรงเลย” ทีงี้มาทำหน้าหมาหงอย แล้วหัวหน้าห้องก็หยิบสำลีอีกก้อนไปจุ่มแอลกอฮอล์เตรียมจ่อไว้ตรงหน้าฉัน นี่ฉันไปทำอะไรให้เธอแค้นหรือเปล่านะ

“หยุดเลย แผลสดมันต้องล้างด้วยน้ำเกลือก่อนไม่ใช่หรือไง แล้วแทนที่จะมานั่งจมปุกอยู่นี่ สู้ฉันไปโรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรอ เผื่อได้เย็บด้วย” พอฉันพูดแบบนั้นสำลีก้อนนั้นที่อยู่ในมือหัวหน้าห้องก็หล่นลงพื้น เธอมองฉันอย่างเป็นกังวล เหมือนจะหน้าซีดๆด้วยแหะ ยัยนี่ไม่สบายหรือเปล่า

“ยะ เย็บเลยหรอ!” ตะ...ตกใจหมดเลย แล้วจะพุ่งมาจับฉันเพื่อ...

“เฮ้อ ล้อเล่นน่า แผลเล็กแค่นี้จะเย็บไปทำไม” เธอถอนหายใจ ก่อนจะวิ่งเข้าไปที่ร้านขายยาอีกรอบ และคราวนี้เธอกลับมาพร้อมน้ำเกลือ เฮ้อ ฉันคิดว่ายัยนี่จะฉลาดกว่านี้ซะอีก ดูเอ๋อๆยังไงไม่รู้

“มาเดี๋ยวฉัน...” ฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันจึงคว้าขวดน้ำเกลือกับถุงยามาไว้ในมือ

“ฉันทำเอง แล้วนี่เงิน” ยื่นเงินให้แล้วยังทำหน้างงอีกนะ รับไปสักทีดิ เฮ้อ ฉันถอนหายใจแล้วยัดเงินใส่มือเธอ

“ฉันไม่เอาหรอก ถือว่าเธอช่วยฉันด้วย เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน! จะไปไหนอะ” ไปไกลๆเธอนะสิถามได้

“กลับบ้าน” แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เลือกที่จะพูดดีๆด้วย(หรอ)

“ยะ อย่าเพิ่งกลับได้ไหม” ห๊ะ?

“แล้วทำไมฉันต้องทำแบบนั้น” พอฉันจะเดินหัวหน้าห้องก็วิ่งมากอดฉันไว้

“ขอล่ะ แค่ตอนนี้เท่านั้น อยู่ตรงนี้นะ อย่าเพิ่งไปไหน” ฉันไม่รู้ว่าคนที่กอดฉันตอนนี้มีสีหน้ายังไง แต่ฉันรู้สึกได้ว่าตัวของเธอกำลังสั่น และฉันก็ยังรู้สึก...

“มันเจ็บนะ อย่ากอดแน่นนักสิ” ไอ้บ้านั่นมันเตะโดนท้องฉันด้วยหรอเนี่ย คิดว่ากันไว้แล้วแท้ๆ

“ขอโทษ” พอได้ยินแบบนั้น หัวหน้าห้องก็รีบปล่อย แล้วยัยนี่พูดเป็นคำเดียวหรือไง

“แค่ครึ่งชั่วโมง” ทำหน้าเอ๋ออีกละ เธอไม่เข้าใจสินะ

“ห๊ะ อะไรครึ่งชั่วโมง” เฮ้อ นั่นไงว่าละ

“ฉันให้เวลาเธอครึ่งชั่วโมง จะพูดอะไรก็รีบพูดมา” ว่าแล้วเธอก็รีบลากฉันไปนั่งที่เก้าอี้สาธารณะตัวที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะพูด....และพูดไม่หยุด

เมื่อกี้ยังเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาอยู่เลย...

ฉันนั่งฟังหัวหน้าห้องสาธยายเรื่องแฟนเก่าของเธอ เธอบอกว่าเขาดีอย่างนั้นอย่างนี้ คบกันมาตั้งแต่สมัยที่ไอ้บ้านั่นยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน ครั้งนี้เธอพูดออกมาโดยที่ไม่ร้องไห้เลย แน่ละถ้าเธอร้องอีกฉันคงไม่ปลอบอีกแน่ แถมเธอยังเล่าเรื่องเดทแรกของเธอนานมาก นานจนกินเวลาเรื่องอื่นๆ ที่จะเล่าต่อ อันที่จริงฉันแทบจะไม่ได้ฟังเลยว่าเธอพูดอะไร เพราะเรื่องมันน่าเบื่อมากไม่ได้หวือหวาอะไร แต่หัวหน้าห้องเผลอหลุดยิ้มออกมา เมื่อเธอพูดถึงเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับไอ้บ้านั่น เธอไม่น่ามาเจอคนอย่างหมอนั่นเลย ถ้าเธอเจอคนที่ดีกว่านี้ฉันคิดว่าเธอคงจะมีเรื่องราวดีๆมากมายให้อยากจะจดจำไปตลอดแน่นอน เพราะขนาดคบกับไอ้นั่นไม่กี่ปี ก็ยังเล่าแต่เรื่องดีๆเลยนิ

กริ้งงงงงงง

“อ๊ะ! เสียงอะไรอะ” หัวหน้าห้องถึงกับชะงักเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกของฉัน แน่ละก็เล่าซะติดลมขนาดนั้น

“เสียงสวรรค์ไงละ ครบสามสิบนาทีละ” ฉันลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้เวลาไปซักที

“ดะ เดี๋ยว ฉันยังเล่าเรื่องนั้นไม่จบเลย” แล้วฉันต้องอยู่ฟังหรอ ไม่มีทางซะละ

“โอเค แม่สาวนักรัก ขอให้โชคดีกับรักครั้งใหม่นะ ลาละ บาย” ฉันไม่อยากจะฟังเธอพูดอะไรต่อหรอกนะ แค่นี้ก็หูชาแล้ว ฉันคงหลอนเสียงเธอไปอีกหลายวันเลยละ

“ขิง!!” ฉันลุกขึ้นโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเธอ เฮ้อ อยากกลับบ้านไปอาบน้ำแล้ว พอหันหลังได้ก็เตรียมจะตรงไปทางกลับบ้าน แต่อีกฝ่ายคว้ามือฉันไว้ ฉันเริ่มจะมีน้ำโหแล้วนะ อะไรกันนักกันหนา สนิทก็ไม่สนิทกัน ถ้าจะพูดอะไรอีกก็ไปพูดกับเพื่อนห้าสีของเธอสิวะ ฉันหันหน้าไปเตรียมปะทะ ด้วยอารมณ์เดือดปุดๆ

“อะไรอีกวะ” จู่ๆหัวหน้าห้องก็ยื่นหน้ามาใกล้โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว จมูกของเธอชนกับแก้มของฉันไปเรียบร้อย และเหมือนจะมีอะไรนิ่มๆ สัมผัสโดนแก้มฉันด้วย

ยัยนี่ทำอะไรอะ?

“นะ นี่มือถือของเธอ อย่าบอกเรื่องวันนี้กับใครนะ แล้วก็ขอบคุณนะ” พอพูดจบอีกฝ่ายก็เดินไปอีกทาง ทีจะไปก็ไปง่ายๆแบบนี้เลยหรอ?

แล้วเมื่อกี้มันอะไร!!?

“เดี๋ยวนี้เขาขอบคุณ ด้วยวิธีแบบนี้หรอ?” ฉันเริ่มงงกับการกระทำของหัวหน้าห้อง เหมือนมันจะทำฉันเอ๋อไปด้วย

Feuer!Sperrfeuer!Los! Achtung! Deckung! Hinlegen! Halt!~

(เพลง los los los จากอนิเมะเรื่อง Youjo Senki)

เสียงริงโทนทำให้ฉันสะดุ้ง บางทีฉันก็คิดนะว่าทำไมตัวเองต้องตั้งเสียงเรียกเข้าให้ฮึกเหิมขนาดนี้

(เอ็งอยู่ไหน!! มาที่ร้านเดี๋ยวนี้เลย!!) ทันทีที่รับสาย สายปลายทางก็ตะโกนออกมา จนฉันต้องเอามือถือออกไปห่างๆ                “เดี๋ยวไปนะลุง ขอไปอาบน้ำที่บ้านก่อน” ขืนไปสภาพนี้ได้ฟังเทศน์แน่

(มาอาบที่บ้านข้าก็ได้ไหมวะ รีบมาเลย) สงสัยลูกค้าเต็มร้านแหงๆ ถึงได้เร่งกันขนาดนี้

“ขอแค่วันนี้ไม่ได้หรอลุง พูดเหมือนไปตอนนี้แล้วจะขึ้นค่าจ้างให้”

(โว๊ย มาตอนนี้แหละ ข้าจะขอบคุณเอ็งอย่างสุดซึ้งเลย ส่วนค่าจ้างค่อยว่ากัน) จู่ๆสมองฉันก็ประมวลผลภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว(ที่โดนจุ๊ฟแก้ม) แล้วก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา

“ไม่เอาวิธีขอบคุณอ่ะลุง แค่เงินก็พอแล้ว” ภาพลุงของฉันที่หนวดเครายาวเฟื้อย กำลังหอมแก้มฉันแล่นเข้ามาในหัวทำให้ฉันปฏิเสธที่จะรับคำขอบคุณจากแกอย่างเด็ดขาด เพราะยัยหัวหน้าห้องคนเดียวเลยที่ทำให้ฉันเห็นภาพน่าขนลุกแบบนี้ โอ๊ย ขนลุกขนชันไปหมดแล้วเนี่ย

(เออ จะอะไรก็ช่างเถอะรีบมาสักที!!) พูดจบก็วางสายใส่เลยให้มันได้อย่างนี้สิ ต้องรีบไปอย่างเดียวสินะ แต่ว่า...อะไรแฉะๆบนหน้ามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ฉันเอามือลูบแก้มตัวเองแล้วไปสะดุดกับน้ำอะไรที่เหนอะๆบนใบหน้า

อี๋ น้ำมูกใช่ไหมเนี่ย!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 15:45
    แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า ถึงตัวไม่อยู่แต่มีของดูต่างหน้า
    #5
    0
  2. #3 lisaxall (@lisaxall) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:03
    โถ่...อาจจะเป็นน้ำลายก็ได้
    #3
    1