Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 25 : ใจกล้ากว่าที่คิดนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

              “ฉันชอบ...เธอ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ”

วี๊ดดดด ตู้มมม!!

                “อืม...ว่าไงนะ ไม่ได้ยินเลย” ขิงค่อยๆลืมตามองฉันอย่างงัวเงีย ท่ามกลางเสียงพลุที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                “พี่!! ตื่นแล้วหรอไปดูพลุกัน” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆข่าก็วิ่งเข้ามาในห้องแล้วลากขิงออกไป หวังว่าเมื่อกี้เขาจะไม่เห็นนะว่าฉันกำลังทำมิดีมิร้ายพี่สาวของตัวเองอยู่ ไม่งั้นฉันคงโดนฆ่าหมกส้วมแน่ๆเลย

                โอ๊ยย ฉันทำอะไรลงไป!!

                อ๊ากกฉันจะบ้าตาย ฉันชอบยัยนี่งั้นหรอ ขนาดตัวเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าแล้วก็ลงไปชักดิ้นชักงอบนเตียงของขิง ตรงที่เธอนอนเมื่อกี้ยังอุ่นๆอยู่เลย จะว่าไปแล้วห้องนี้มันมีแต่กลิ่นของยัยนั่นเต็มไปหมด หมอนนี่ก็ด้วย ฉันคว้าเอาหมอนมากอดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

                พอได้กลิ่นนี้แล้วสบายใจจัง

                “มิ้น เพื่อนเธอถาม...” โซลกำลังจะเปิดประตูเข้ามา ก็ต้องหยุดค้างไว้ทั้งๆอย่างนั้น เมื่อเห็นฉันกำลังนอนดมหมอนของขิงอยู่ ฉันรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ โอ๊ย อายจนแทบมุดดินหนี

                “ยัยโรคจิต” พูดจบโซลก็ปิดประตู ปล่อยให้ฉันชักดิ้นชักงออยู่บนเตียงของขิง ทำไมพอรู้ว่าชอบแล้วฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วยละเนี่ย

                สรุปแล้วในวันนั้นฉันแทบจะไม่กล้าสู้หน้าโซล ขิงเหมือนจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่นั่นก็โล่งไปที ถ้าเธอรู้เรื่องละก็ฉันคงเป็นประสาทตายแน่ๆเลย พอพวกนั้นดูพลุกันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

                06.00 น.

                “เช้าตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ยังไม่ได้นอนเลย” ให้ตายสิ เพราะไปทำเรื่องแบบนั้นกับขิงไว้ พอกลับมาก็ตาสว่างยันเช้าเลย ฉันหยุดคิดเรื่องพวกนั้นไม่ได้จริงๆ จูบนั่น...

                “โว๊ยย นี่ฉันคิดอะไรอกุศลอีกแล้ว!!” ฉันลุกขึ้นยีหัวตัวเอง เพราะความอยากรู้แท้ๆ แล้วไงต่ออะ รู้แล้วจะทำอะไรได้ ถ้ายัยนั่นรู้ความจริงอาจจะ...รังเกียจเราด้วยซ้ำ

                แบบนั้น...ไม่เอานะ

                ไลน์! ไลน์!

NumDang             : พวกเธอไปทำบุญกันหรือเปล่า?

ZoeZ                      : ขอผ่านละกัน

Numfah                  : โซลคนขี้เกียจ!

Kha                         : ตื่นไปทำสักหน่อยเถอะ เผื่อชีวิตจะดีขึ้น ชวนเจ๊เจสกับกันต์ไปด้วยสิ อิอิ

ZoeZ                      : ไม่เอาโว๊ย นี่จงใจใช่ไหมข่า!!

Jezzy                      : อย่างกะฉันอยากไปกับแกตายล่ะอิโซ่

ZoeZ                      : ว่ากันว่าถ้าไปทำบุญร่วมกับใคร ชาติหน้าจะได้เกิดมาเจอกันอีกน้า~

GGUNT                 : งั้นก็ค่อยโล่งหน่อย ฉันคงไม่เจอแกชาติหน้าหรอก

NumDang             : ฮ่ะๆ ทำไมถึงพูดแบบนั้นละ เดี๋ยวเพื่อนเสียใจแย่เลย

GGUNT                 : โซลมันนับถือคริสต์...

MinT                       : งั้นกันต์ก็ชวนขิงไปด้วยสิ

Jezzy                      : ขานั้นเราชวนแล้วย่ะ ขิ้งน้อยบอกจะไปทำงาน

 

ยัยนี่ทำงานไม่เว้นวันหยุดราชการเลยหรือไงนะ แต่เสียดายจังอุตส่าห์จะชวนไปทำบุญด้วย ไม่ได้หวังว่าชาติหน้าจะเจอกันอีกหรอกนะ แค่อยากชวนไปในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง จริงจริ๊งงง!!

“มิ้น ตื่นหรือยังลูก รีบอาบน้ำแล้วลงมาเตรียมของช่วยแม่หน่อย”

“ค่า เดี๋ยวลงไป” เฮ้อ ง่วงจังเลย

พอฉันอาบน้ำเสร็จก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมานิดหน่อย เลยรีบลงไปเตรียมของช่วยแม่ ไม่นานก็ออกจากบ้านไปด้วยรถคันเก่งของพ่อที่ใช้จีบแม่สมัยยังสาว ก็พอจะรู้ใช่ไหมละว่าสภาพตอนนี้มันเป็นยังไง

“นั่นเพื่อนลูกหรือเปล่าน่ะ” แม่ชี้ไปที่ผู้หญิงที่ยืนหาวอยู่หน้าร้านขายข้าวแกง เมื่อเห็นว่าคนนั้นคือขิงฉันก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา ร้านนี้หรอที่ว่าทำงานอยู่ ใกล้วัดจริงๆด้วยแฮะ

“ค่ะ” ฉันตอบกลับไปแล้วมองตามขิงอย่างไม่ละสายตา

“งั้นชวนเพื่อนลูกไปด้วยดีไหม” ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามของแม่ พ่อก็จอดอยู่หน้าร้านแล้วเรียบร้อย

“ไปทำบุญด้วยกันไหมลูก” ทันทีที่พ่อลดกระจกลงแม่ก็รีบชะเง้อไปถามขิงที่ยืนอยู่หน้าร้านกับผู้ชายวัยกลางคนที่ท่าทางดูหน้ากลัว แถมยังไว้หนวดรกรุงรัง

“เอ่อ...” ขิงมัวแต่อ้ำอึ้งก่อนจะหันมามองฉันสลับกับหน้าลุงหนวด(ไม่รู้จักชื่อ)

“ไปๆๆ นานๆทีเอ็งไปทำบุญเสียบ้าง จะได้ล้างซวยไปในตัวด้วย” ลุงหนวดที่ทำหน้าเคร่งขรึมเมื่อกี้ พูดด้วยท่าทางยิ้มแย้ม พลางหยอกล้อกับขิงอย่างสนิทสนม

“ไม่เอาน่าลุง...” ขิงหันไปสะกิดลุงเบาๆ ในขณะที่ลุงเตรียมจะดันขิงขึ้นรถอยู่ตลอดเวลา

“ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรจ้ะ ไว้คราวหน้าละกันเนอะ” พอแม่เห็นสีหน้าลำบากใจของขิงแม่เลยหันไปพูดด้วยรอยยิ้ม

สุดท้ายขิงก็ไม่ได้มาด้วย เฮ้อ แอบเสียใจนิดๆแฮะ พอรู้ว่าตัวเองชอบขิง ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากที่ขิงไม่มาด้วย เอาเถอะ เดี๋ยวก็เจอกันที่โรงเรียนแล้วนิเนอะ คิดในแง่ดีไว้

“อะไรเรา แค่เพื่อนไม่มาด้วยถึงกับหงอยเลยเหรอ” แม่หันมาแซวในขณะที่เก็บของลงจากรถ

“แม่อ่า” พอฉันหันไปงอแงใส่แม่ก็หัวเราะชอบใจก่อนจะเดินนำเข้าไปในวัด

วันนี้คนเยอะกว่าวันปกติ แน่นอนละก็เป็นวันเริ่มต้นของปีนิเนอะ แต่ขอละปีนี้ขอให้รองเท้าฉันยังอยู่ดีด้วยเถอะ ฉันรู้ว่ามันสวยแต่อย่าได้ขโมยของฉันไปอีกเลย ปีก่อนๆก็โดน ฉันละไม่เข้าใจจริงๆทำไมมันหายได้ทุกปีขนาดนี้

พอเข้ามาในตัวศาลาแม่ก็ชะเง้อหาที่นั่ง ฉันเลยพลอยมองหาไปด้วยและดันไปสะดุดตาผู้ชายที่มีผมไฮไลท์สีแดงตรงหน้าม้า นั่นข่าใช่ไหม!! ถ้าข่ามาด้วยก็แสดงว่า....นั่นไงขิง หัวใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อเห็นขิงนั่งอยู่ข้างๆข่า ไหนเมื่อกี้ทำท่าไม่อยากมาไง สงสัยโดนข่าลากมาแหง

“แม่ไปนั่งตรงนั้นไหม” ฉันสะกิดแม่เบาๆ พอแม่หันไปเห็นขิงเท่านั้นแหละ ไปก่อนฉันโดยไม่ตอบเลยจ้า

ก่อนพิธีจะเริ่มแม่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆขิงราวกับเป็นลูกตัวเอง แถมยังพูดไม่หยุดและยังไม่หันมาพูดกับฉันด้วยซ้ำ จนโดนพ่อมองแรงเลยทีเดียวที่เห็นแม่ทำตัวสนิทกับขิงอย่างออกหน้าออกตา ไม่นานนักพิธีก็เริ่มขึ้น ตาฉันแทบจะปิดเมื่อได้ยินเสียงบทสวดที่ยืดยาว พอถวายอะไรเสร็จก็รับพร กรวดน้ำ เตรียมกลับบ้าน ฉันนี่แทบจะบิดขี้เกียจออกมาเลยทีเดียว แต่โดนแม่ตีแขนไว้

 พอทุกอย่างเสร็จสรรพ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปกรวดน้ำให้กับบรรพบุรุษ ตอนแรกแม่ชวนฉันไปเสี่ยงเซียมซีแล้วไปทำนั้นทำนี่บลาๆ ฉันเลยขอผ่านและไปนั่งอยู่ศาลาริมน้ำ เฮ้อ ป่านนี้ขิงคงกลับบ้านไปแล้วแน่เลย นี่เราชอบยัยนั่นถึงขั้นมานั่งนึกถึงแบบนี้แล้วหรอ

“หัวหน้าห้อง ทำไมมานั่งคนเดียวตรงนี้ล่ะ” นี่ฉันคงคิดถึงเธอจนหลอนไปแล้วแน่ๆ ถึงได้ยินเสียงของขิงแบบนี้

“ยัยสะระแหน่ เหม่ออะไรอะ” มิ้นย่ะ!เดี๋ยวนะ...มากันทั้งคู่ขนาดนี้คงไม่ได้หลอนแล้วมั้ง พอหันไปมองตามเสียงก็เห็นสองพี่น้องยืนมองฉันอยู่

“เอ่อ สงสัยชาติหน้าพวกเราคงจะได้เจอกันอีกนะ” ฉันพูดติดตลก แต่ที่จริงแล้วโคตรเขินเลย พูดออกไปได้ยังไง

“แต่ฉันไม่อยากเจอเธอ” ฉันก็ไม่อยากเจอนายหรอกข่า แต่ฉันอยากเจอพี่นาย~

“แต่สงสัยว่าแต้มบุญฉันจะไม่พอให้ไปเกิดใหม่นะ” พอขิงพูดจบฉันกับข่ามองหน้ากันแล้วก็เกิด...เดดแอร์

“เอ่อ มันเป็นมุกอะ” อ้อ นี่มุกหรือเปลือกหอย ไม่รู้ทันไหมฉันขำให้ละกัน เธอจะได้ไม่เสียหน้า ฮ่าๆ

“พี่งั้นผมไปรอที่รถนะ” ไปเลยจ้า จะได้ไม่เป็น กอ-ขอ-คอ ฉันมองตามข่าอย่างหมั่นเขี้ยว ในขณะที่อีกฝ่ายก็ส่งสายตาอาฆาตกลับมาตอบโต้ ถ้าไม่ติดว่าขิงยืนอยู่ตรงนี้ด้วยฉันคงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไปแล้ว

ประกาศว่าไม่ชอบขี้หน้ากันอย่างเป็นทางการ...

“ฉันนึกว่าเธอจะเป็นพวกติ๋มๆซะอีก” ติ๋ม? ฉันเนี่ยนะ? อะไรที่ทำให้เธอมองว่าฉันเป็นแบบนั้นนะ

“ทำไมถึงคิดงั้นละ” พอฉันถามจบขิงเลยเดินมานั่งข้างๆ แล้วจ้องฉัน

“ก็เธอ...ดูเหมือนกลัวๆฉันนิ ในตอนแรก แถมยังพูดติดๆขัดๆ” เอ่อ มันก็จริงละ ก็ได้ยินว่าเธอมีประวัติซะขนาดนั้น ใครจะไม่กลัวละ ถึงจะเป็นแค่ข่าวลือก็เถอะ

“แล้วตอนนี้ฉันไม่เป็นแบบนั้นหรอ”

“หึ ไม่เลย แถมยังใจกล้ากว่าที่คิดนะ” ขิงกระตุกยิ้มที่มุมปากพลางเอนตัวไปพิงพนักพิงของศาลา

“ฮะๆ ใจกล้า? ฉันเคยทำอะไรแบบนั้นด้วยหรอ” อาจจะเคยแต่จำไม่ได้แหงๆเลยฉัน

“ก็เมื่อวานไง เธอทำแบบนั้นกับฉัน แล้ววันนี้ยังมาทักฉันหน้าตาเฉย” เอิ่ม เมื่อวานยัยนี่ไม่ได้หลับอยู่หรอ!! อย่าบอกนะว่ารู้สึกตัวตั้งแต่โดนฉันจูบแล้ว!!

พอนึกถึงเรื่องเมื่อวาน จู่ๆก็รู้สึกเหมือนอุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าน้ำที่กำลังเดือด ถึงไม่เห็นก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองคงหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกแล้วแน่ๆ ทำไงดี สถานการณ์ตอนนี้มันยิ่งกว่าระเบิดลงเสียอีก!!

“คะ คือแม่ฉันเรียกแล้ว ขะ ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ บาย” ฉันรีบตัดบทแล้ววิ่งออกมา

โอ๊ยย อยากจะกรี๊ดดังๆ!!

ทันทีที่ถึงรถฉันก็รีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง แล้วคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยหรือว่าตื่นเต้นกันแน่ แต่ว่านะ ฉันจะทำไงดี ดูจากคำพูดของขิงแล้ว เธอคงจะรู้เรื่องทั้งหมดที่ฉันทำแน่ๆเลย แล้วแบบนี้ฉันจะสู้หน้าเธอยังไงดี แล้วถ้าโดนเกลียดละ อ๊ากก ความคิดในหัวมันตีกันไปหมดแล้ว

ทำยังไงดีละทีนี้!!





#อัพทุกวันพฤหัสและวันเสาร์จ้า

#ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น