Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 24 : ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกชอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

                  เกมส์แห่งมิตรภาพ(แตกแยก)ได้จบลง โดยฝ่ายชาวบ้านเป็นผู้ชนะ ฉันอุตส่าห์พกความหวังที่จะชนะมาอย่างเต็มเปี่ยมเมื่อรู้ว่าขิงเป็นหมาป่า ก็คิดว่าจะเจ้าเล่ห์กว่านี้ซะอีก พอถามว่าทำไมไม่ฆ่าน้ำหวานก็เจสเป็นการ์ดอะ เจ้าตัวตอบกลับมาแค่ว่า อ้อ หรอ ฉันไม่น่าไปหวังอะไรกับยัยนี่ตอนเปิดโหมดตื่นนอนเลย

               “พี่ไปนอนก่อนดีไหม ตาจะปิดอีกแล้วนะนั่น” ฉันมองขิงที่กำลังพยายามลืมตา ถ้าจะขนาดนี้ก็ไปนอนเถอะ ฉันกำลังจะอ้าปากบอกให้ขิงไปนอน แต่จู่ๆเธอก็เอนมาซบไหล่ของฉัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆโชยมาพร้อมกับเสียงของลมหายใจเข้าออก ใกล้ชะมัดเลยแฮะ ไม่คิดเลยว่าขนตาของขิงจะยาวขนาดนี้ ปากก็ดูได้รูป ถ้าเป็นคนที่ยิ้มแย้มสักหน่อยคงจะเป็นคนที่สวยเอาเรื่องเลย ถึงตอนนี้จะสวยไปอีกแบบก็เถอะ ผมเธอนุ่มขนาดนี้เลยเหรอ...

                    “พี่!! จะนอนแบบนี้ไม่ได้นะเดี๋ยวก็ปวดคอหรอก” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงข่าตะโกนขึ้น มือฉันเผลอไปลูบหัวเธอตอนไหนเนี่ย ฉันรีบเอามือลงแทบไม่ทัน ขิงค่อยๆลุกขึ้นด้วยอาการสะลึมสะลือข่าเลยเข้ามาพยุงพี่สาว

                “หึ” โซลมองฉันแล้วยิ้มที่มุมปาก อะไรเล่า! รอยยิ้มแบบนั้นมันน่าหมั่นไส้ชะมัดเลย

                “เดี๋ยวฉันช่วยนะข่า” โซลลุกขึ้นไปพยุงขิงอีกคน แค่เห็นก็หงุดหงิดอีกแล้วเจ้าหมอนั่น!!

                “ฉัน...” ฉันกำลังจะเสนอตัวช่วยอีกคนแต่ก็ต้องนั่งพับเพียบเรียบร้อยเมื่อได้ยินเสียงแหลมดังขึ้น

                “โว๊ย!! จะลากขิ้งน้อยของฉันไปหรือไงยะ!! มานี่เจ๊อุ้มเอง พวกกุ้งแห้ง!!” แล้วเจสก็อุ้มขิงในท่าเจ้าหญิงเข้าห้องไป ที่จริงหุ่นโซลกับข่าก็ไม่ได้ดูผอมแห้งแรงน้อยอะไรขนาดนั้น แค่ล่ำไม่เท่าเจสเท่านั้นเอง...รู้สึกสะใจแปลกๆแหะ

                ทำดีมากเจส!

                 พอขิงไปเฝ้าพระอินทร์ทุกคนก็กลับมาล้อมวงเล่นบอร์ดเกมส์กันอีกรอบ ครั้งนี้ฉันไม่ได้เป็นหมาป่าหรอก แต่ดันโดนโหวตให้ตายก่อนเพราะเพื่อนไม่ไว้ใจ สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นจากสนุกก็จะตีกันเอง สมกับเป็นเกมส์แห่งมิตรภาพ(แตกแยก) ที่ล่ำลือกันจริงๆ พอเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี อีตาโซลเลยเสนอให้เล่นอย่างอื่นแทน ก่อนที่จะเสียเลือดเสียเนื้อกันไปมากกว่านี้ สุดท้ายก็จบที่เกมส์หมุนขวดอะนะ กติกาง่ายๆ คนถามจะเป็นคนหมุน ปลายขวดไปหยุดที่ใครคนนั้นก็แค่ตอบตามความจริง แต่ถ้าไม่ตอบก็แค่กินน้ำโค้กให้หมดแก้ว แล้วก็เวียนกันหมุนขวดไปเรื่อยๆจนครบทุกคน

                “ตาฉันแล้วว~~” น้ำฟ้าพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะหมุนขวดที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางโต๊ะ ขวดที่หมุนค่อยๆชะลอความเร็วในการหมุนลงทำให้ทุกคนลุ้นไปตามๆกัน ก่อนจะหยุดลงที่กันต์...อีกแล้ว

                “โอ๊ย!! วันนี้มันวันอะไรเนี่ย ฉันลุกไปฉี่สามรอบแล้วนะ หมุนไปโดนคนอื่นบ้างเถอะ!!” ทุกคนหัวเราะขึ้นอย่างชอบใจ กันต์ผู้น่าสงสาร นี่ก็วนมาสองรอบแล้วกันต์โดนถามเยอะสุด โดยส่วนมากจะถามเรื่องที่เจ้าตัวไม่อยากบอกอะนะ กันต์เลยต้องกินน้ำโค้กไปหลายแก้วอย่างไม่มีทางเลือก

                “จุจุ กฎก็ต้องเป็นกฎน้า~ จะถามแล้วน้า รักแรกของกันต์คือใครเอ่ย~” นั่นสิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าใคร ในขณะที่ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ กันต์ก็ทำท่าอ้ำอึ้ง

                “ให้ฉันตอบแทนได้ไหมเนี่ย ฮะๆๆ” โซลพูดขึ้นอย่างชอบใจ ทำเอากันต์ลมออกหูเลยทีเดียว นี่ก็เรื่องของเขาจะไปยุ่งทำไมโด่ว ถึงจริงๆฉันก็อยากรู้เหมือนกันก็เถอะ

                “พอเลยโซล คำถามนี้ขอผ่าน” พูดจบกันต์ก็กระดกน้ำอัดลมขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ว้า~เสียดายจัง

                “อะไรกัน แค่รักแรกเอง ถึงจะพูดมาพวกเราก็ใช่ว่าจะรู้จักสักหน่อย” น้ำแดงยักไหล่ก่อนจะส่ายหัวไปมา

                “ชิ เอาเป็นว่าพวกเธอรู้จักน่า  ต่อไปตาใครรีบหมุนๆสักทีเถอะ เอิ้กก~~

                “อิกั้นนน เสียมารยาท”

                “กินเข้าไปตั้งเยอะ ให้ระบายออกมาบ้างจะเป็นไรไป”

                “ต่อไปตาฉันสินะ” พอโซลพูดขึ้นทุกคนก็กลับมาเงียบอีกครั้ง บางทีฉันก็คิดว่าพวกนี้ตั้งใจเล่นเกินไปนะ ไม่แปลกใจที่ขนาดเกมส์หมาป่าเมื่อกี้ก็จะตีกันตายอยู่แล้ว

                “ได้ผู้โชคดีแล้ว” โซลอี้ยิ้มที่มุมปากพลางมองฉันแปลกๆ เอ่อ...ฉันหรอ!!

                “ในที่สุดดด ฉันก็รอดดดด” กันต์ดีใจอย่างออกหน้าออกตา เธอรอดแต่ฉันไม่รอดอะดิ

                “จะถามอะไรดีนะ~” จะถามอะไรก็รีบถาม ถ้าเป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ฉันก็แค่กินน้ำโค้ก ไม่เห็นมีอะไรเลยนิ

                “จริงสิ ช่วงนี้เห็นมิ้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมือถือตัวเองบ่อยๆ หรือว่าจะมีแฟนแล้วกันนะ” มีแฟนอะไรละน้ำแดง ตั้งแต่เลิกกับไอ้พี่ต้นเฮงซวยนั่น ฉันก็แทบจะไม่ได้คุยกับใครเลย แถมยังมาเจอเคสของกันต์อีก เข็ดไปอีกนาน

                “น้ำแดง ฉันควรจะเป็นคนที่ได้ถามสิ” โซลแย้งเมื่อเห็นน้ำแดงแย่งบทไป

                “โทษที” น้ำแดงว่าก่อนจะเอนไปพิงโซฟาแล้วเงียบไป

                “งั้นมิ้น...เธอคิดยังไงกับขิงละ” ถามอะไรง่ายๆแบบนี้ละ แน่นอนละว่าฉันต้องคิดกับเธอแบบ...เอ๊ะ

                “ทำไมเงียบละ” โซลมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนจะต้อนให้จนมุม

                “แน่นอนสิว่าฉันต้องคิดกับขิงแบบเพื่อนอยู่แล้ว ฮ่ะๆๆ” แล้วทำไมแค่คำถามง่ายๆฉันต้องลังเลด้วย

                “แล้วทำไมเธอต้องมองด้วยสายตาหึงหวงเวลาที่ฉันเข้าไปหยอกขิงด้วยละ” เฮ้ยๆ เขาให้ถามแค่คำถามเดียวไม่ใช่หรอ แล้วทำไมทุกคนต้องมองฉันแบบนั้นด้วย

                “ห๊ะ ฉัน...ไปมองนายแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไรโซล พูดอะไรของนาย” ฉันพูดติดตลก แต่ทำไมทุกคนยังมองฉันแปลกๆ

                “ถามได้ตรงประเด็น ฉันก็สงสัยเหมือนกัน” กันต์ก็เป็นไปกับเขาอีกคน

                “โธ่ พวกนายนี่ก็ เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย” เงียบ...ไม่มีใครพูดอะไรเลย เอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นั่นแหละ

                “โอ๊ย พอที ฉันอึดอัดนะที่พวกนายจ้องฉันแบบนี้” พอฉันโวยทุกคนก็หัวเราะออกมา

                “ฮะๆๆ โทษที ฉันแค่ล้อเล่น” ล้อเล่นกับผีสิโซล สายตานายที่มองฉันเมื่อกี้มันจริงจังโคตรเลย

                “ฮะๆๆ เธอจริงจังกับคำพูดของอีตานี่หรอ ใครๆก็รู้ว่าเธอชอบผู้ชายนิ” น้ำแดงเสริม

                “มาเล่นต่อเถอะ อีกนานเลยกว่าจะเริ่มนับถอยหลัง” น้ำตาลพูดอย่างตื่นเต้นเพราะตาต่อไปเธอจะได้เป็นถาม สถานการณ์กลับมาปกติอีกครั้ง ทุกคนดูเหมือนจะไม่สนใจคำถามที่โซลถามฉันไปก่อนหน้านี้ เฮ้อ โล่งไปที

                พอเริ่มวนรอบใหม่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนฉันโดนอยู่คนเดียวเลย พอจะเข้าใจความรู้สึกของกันต์แล้วละ แถมเจ้าพวกนี้ยังถามอะไรแปลกๆ อย่างพวกเรื่องหน้าอายที่ไม่ควรถาม ไม่ก็เรื่องจูบแรก เรื่องรักใคร่ๆพวกนั้น ฉันไม่อยากตอบเรื่องแบบนี้เลยได้ดื่มน้ำอัดลมย้อมใจไปหลายรอบ ใครจะบอกละว่าฉันเสียจูบแรกให้น้ำแดงสมัยอนุบาลเพียงเพราะฉันไปแย่งลูกอมเธอมากิน แล้วเธอก็มาเอาคืนไปด้วย...ปาก โอ๊ยย แค่คิดฉันก็จะบ้าตาย ทำไมฉันไม่คายให้เธอไปดีๆแถมยังไปแย่งกลับมาด้วยปากของตัวเอง แล้วยังทำท่าทีภูมิใจอีก ตัวฉันในสมัยเด็กช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

                “เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันยกธงขาวเมื่อรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหว โดนไปกี่แก้วเนี่ยเรา

                “ห้องน้ำอยู่ขวามือนะ” ฉันพยักหน้าตอบข่าแล้วรีบลุกไปอย่างรวดเร็ว จะราดแล้ว...

                เฮ้อ...ค่อยโล่งหน่อย

                ถึงจะเป็นน้ำโค้กก็เถอะ เล่นเอาจุกเหมือนกันนะเนี่ย เจ้าพวกบ้านั่นก็ถามแต่คำถามอะไรก็ไม่รู้ เฮ้อ แล้วทำไมตอนโซลถามเรื่องขิงเราถึงได้ลังเลนะ ทั้งๆที่คิดว่ายังไงก็ตอบได้อย่างมั่นใจแท้ๆ นี่ฉันเมาน้ำโค้กหรือเปล่าเนี่ยถึงได้สับสนอะไรกับเรื่องแบบนี้ ฉันมั่นใจนะว่าตัวเองชอบผู้ชาย ฉันไม่เคยหวั่นไหวอะไรกับผู้หญิงสักหน่อย

                 ไม่เคยเลยงั้นหรอ...

                “อ้าว มิ้น หน้าแดงๆนะเป็นอะไรหรือเปล่า” ข่าเองหรอ ตกใจหมดเลย! แล้วฉันหน้าแดงหรอ

                “เอ๊ะ ออ ไม่ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก นายจะเข้าห้องน้ำหรอ โทษที” ฉันรีบหลีกทางให้ข่าแต่เจ้าตัวส่ายหัวพลางชี้ไปทางห้องของขิง

                “เปล่า ฉันจะไปปลุกพี่อะ ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วนิ”

                “หรอ งั้นเดี๋ยวฉันไปปลุกให้เอง”

                “เอางั้นก็ได้ กะว่าจะไปเอาของขวัญปีใหม่มาเซอร์ไพรส์พี่สักหน่อย” ข่ากระซิบเบาๆก่อนจะเดินดี้ด้าไปอีกทาง

                เฮ้อ เมื่อกี้ฉันคิดอะไรเนี่ย ไหนมั่นใจว่าตัวเองชอบผู้ชายไง ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆแบบนี้

                แอ๊ดดด...

                “ขิง ข่าบอกให้ฉันมาเรียกอะ” เธอไม่ได้ยินที่ฉันเรียกหรือเปล่านะ

                “ขิง” ฉัยเอามือจิ้มๆแก้มของขิง ในขณะที่เจ้าตัวยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว

                “อืมมม” ขิงขยับตัวแล้วปัดมือของฉันออก ก่อนจะซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม เฮ้อ ตื่นสิยัยบ้า

                “น่ารักเชียวนะ หึหึ” ฉันหันไปเห็นตัวเองที่อยู่ในกระจก สีหน้าแบบนี้เหมือนตอนที่ฉันชอบมองคนที่ชอบเลย ฉันไม่ได้ทำแบบหน้าแบบนี้ตอนมองยัยนี่ใช่ไหม?

                โอ๊ย ทำไมรู้สึกสับสนแบบนี้นะ

                “ฉันน่ะเหรอจะชอบยัยนี่ ดูนะฉันจะพิสูจน์ให้ดู!!” ฉันพูดกับเงาตัวเองที่อยู่ในกระจก แล้วค่อยๆโน้มใบหน้าไปใกล้ๆขิงที่ยังคงหลับอยู่ เห็นไหมละเพราะคำถามบ้าๆของโซลแท้ๆ ถ้าฉันชอบจริงๆใจก็คง...

                ตึกตัก..

                “เอ๊ะ!!” ฉันรีบผละออกอย่างตกใจ ทำไมเมื่อกี้จู่ๆใจก็ตื่นแรงขึ้นมาละ...

                ไม่จริงน่า...ฉันรู้สึกแบบนี้กับเธอตั้งแต่เมื่อไร หรือว่า...จะตั้งแต่ตอนที่ฉันพาเธอไปหาสมุดการบ้านที่หายไปแล้วเห็นเธอยิ้มให้ ไม่สิหรือว่าตอนที่เธอช่วยปลอบฉันในวันที่ฉันอกหัก เอ๊ะ หรือว่าตั้งแต่วันลอยกระทงตอนนั้นขิงเอาเสื้อมาคลุมให้ตอนที่ฉันโดนโรคจิตมองขาอ่อนด้วยนิเนอะ แล้ววันที่แข่งวิ่งผลัดขิงก็วิ่งกลับมาหาฉันตอนที่เห็นฉันล้มอยู่

                “เอ๊ะ...” ยิ้มอะไรของเราอีกแล้วเนี่ย! ฉันรีบหุบยิ้มเมื่อหันไปเจอตัวเองในกระจก

จะว่าไปตอนที่อยู่กับขิงฉันก็รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองได้ และยังสบายใจมากด้วย  แถมเธอยังใจดีกับฉันอยู่เสมอเลยนิ ถึงแม้ฉันจะทำผิดไปหลายเรื่องแต่เธอก็กลับให้อภัยฉันง่ายๆ  และยังเทคแคร์หลายๆเรื่องด้วย นี่ฉันสับสนอะไรอยู่เพื่อนกันก็ต้องดูแลกันมันเป็นเรื่องธรรมดานิ แล้วทำไมในขณะที่ฉันนั่งสับสนกับความรู้สึกของตัวเองอย่างกับคนบ้า ยัยคนที่ฉันคิดว่าชอบก็ดันหลับอยู่ตรงหน้าซะนี่สิ 

“มีแต่ต้องลองดูสินะ!!” ฉันค่อยๆโน้มใบหน้าไปหาขิงอีกรอบ เอ่อ...แค่อยากรู้ความรู้สึกของตัวเองเราถึงกับต้องทำแบบนี้กับคนที่กำลังนอนหลับอยู่เลยเหรอ

                ฉันเถียงกับตัวเองหลายรอบ เพราะคิดว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง แต่จู่ๆก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมา ลมหายใจอุ่นๆของขิงรดลงบนใบหน้าของฉัน ทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ ฉันค่อยๆเอาลูบริมฝีปากเรียวเล็กนั้นเบาๆก่อนจะค่อยๆโน้มลงไปจุมพิตอย่างอ่อนโยน เพียงเสี้ยววินาทีราวกับว่าอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ มันช่างหอมหวาน...

                “ฉันชอบ...เธอ ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ”



          #กล้าแต่ตอนเขาหลับละน้าาาาาาาาาา

          #ถ้าบรรรยายติดๆขัดๆยังไงไรท์ก็ขออภัยด้วยเน้อ เอาตรงๆบทนี้เขียนยากสุดกว่าบทอื่นๆมาก เพราะไรท์ไม่เคยแอบชอบใครด้วยแหละเลยไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกยังไงดี แก้ไปสามสี่รอบเลยทีเดียว 

          #ถ้าชอบก็อย่าลืม กดฟอลไว้น้าาา และให้กำลังใจไรท์กันง่ายๆด้วยการกดหัวใจ หรือคอมเม้นติชมก็ได้นะจ้ะ

          #อัพทุกๆวันพฤหัสและวันเสาร์จ้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านน้าา จุฟๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #11 Sittidet2018 (@Sittidet2018) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 14:52
    ในที่สุดก็รู้ตัวสักทีนะมิ้น
    #11
    0