Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 2 : บทที่ 1/1 ทำความรู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

                   ครูต้องแสดงความเสียใจด้วยที่เพื่อนห้องเรา ขนิษฐา ไม่สามารถจบพร้อมเพื่อน ครูบอกเธอแล้วใช่ไหม มินตรา เธอต้องดูแลเพื่อนสิ เธอทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าห้องล้มเหลวนะรู้ไหม!!! ทำไมไม่ช่วยกันดึงเพื่อนให้จบพร้อมกัน แล้วที่นี้ห้องควีนของเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!

                “ไม่ๆ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ม่ายยยยยยยยยย” ฉันร้องออกมาเสียงหลง เพราะยัยบ้านั่นคนเดียวแท้ๆเลย!! ฉันหัน-ไปมองหน้าอาจารย์วัตสันต์อย่างไม่มีข้อแก้ตัว ก็ยัยนั่นเคยฟังอะไรที่ฉันพูดซะที่ไหนละ

                “เข้าใจแล้วใช่ไหม ทีนี้ก็กลับไปเรียนซะ โฮ่ง” ฮะ โฮ่ง? เดี๋ยวนะ ทำไมหน้าอาจารย์กลายเป็นหน้าเจ้าป๊อกกี้ หมาแสนซนของฉันได้ละเนี่ย!! พอมองไปรอบๆ อาจารย์ทุกคนหน้าเหมือนกันหมดเลย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!

                โฮ่ง!!

                ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพลางมองซ้ายมองขวา ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก นี่ฉันฝันไป!! แหงละถ้าเป็นความจริงฉันคงได้เป็นบ้าแน่ๆเลย แล้วสิ่งที่ทำให้ฉันฝันแบบนั้นเพราะไอ้เจ้าหมาหน้ามึนที่มันนั่งเห่าอยู่ข้างเตียงฉันสินะ เจ้าป๊อกกี้ส่ายหางไปมาแล้วกระโดดขึ้นมาบนเตียง มันทำท่าทางเหมือนอยากให้ฉันเล่นด้วย แต่ไม่มีทางย่ะ วันนี้ฉันต้องไปโรงเรียน

                “เพราะแกเจ้าหมาบ้า ฉันเลยฝันอะไรแปลกๆเลย ให้ตายสิ” ฉันจับหน้าเจ้าป๊อกกี้แล้วส่ายไปส่ายมาอย่างหมั่นไส้ เอาล่ะไปอาบน้ำดีกว่า ฉันลุกออกจากเตียงโดยมีเจ้าหมาหน้ามึนเดินตามมาด้วย ฉันมองมันก่อนจะคิดอะไรบ้างอย่างออกแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูห้องน้ำแน่นอนว่าเจ้าป๊อกกี้มันต้องวิ่งตามมาอย่างแน่นอน จังหวะนั้นฉันก็ปิดประตุอัดหน้าซะ!!

                หงิง หงิง...

                เสียงข่วนประตูกับเสียงร้องแบบนั้นเดาได้ว่ามันคงกระวนกระวายไม่น้อย ฮ่ะ ฮ่า แกล้งหมาสนุกจัง

                ณ โรงเรียน

“มิ้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่คนเดียวอะ” น้ำตาลมองฉันอย่างสงสัย เมื่อเห็นฉันนั่งอมยิ้มอยู่กับมอถือของตัวเอง

                “จะอะไรละ คุยกับคุณแฟนอยู่อะดิ” แหมน้ำแดง เกลียดคนรู้ทันอ่า

                “พี่ต้นชวนไปเดทวันเสาร์นี้อะ จะว่าไปก็ไม่ได้เจอกันสักพักแล้วนะ คิดถึงจัง” ใช่แล้ว ฟังกันไม่ผิดหรอก เห็นอย่างนี้ฉันก็มีแฟนแล้วนะ ฮุฮุ เราคบกันได้ปีกว่าๆแล้วตั้งแต่ช่วงม.4 เขาเป็นคนดี และเอาใจใส่ทุกอย่าง สุภาพบุรุษสุดๆ แถมหล่อด้วยนะ ไม้ได้อวยแฟนตัวเองนะ ความจริงล้วนๆ ฮ่า

                “เค้าก็อยากมีแฟนบ้างอ่า” น้ำฟ้าอย่างเธอถ้าจะหาคงไม่ยากนะฉันว่า ก็น่ารักซะขนาดนี้

                “เหม็นกลิ่นความรักจังเลยค่ะ” คุณหนูประจำกลุ่มส่งสายตาอำมหิตมาทางฉัน แล้วทำท่าทางเหมือนคนหมดหวังสุดๆ นี่ก็อีกคน ถ้าน้ำหวานอยากมีแฟนแค่กระดิกนิ้วเรียกผู้ชายก็ตามต้อยๆแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้ฉันขอนำไปก่อนละกัน ฮุฮุ

                ครืน...ปัง!!

                เสียงประตูที่เปิดออกพร้อมกับแปรงลบกระดานที่มาจากไหนไม่รู้ จู่ๆก็ลอยไปประทบกับกระดานไวท์บอกอย่างจัง ทุกคนที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานถึงกับสะดุ้งกันเป็นแทบ พอหันไปมองแหล่งที่ไปที่มาก็เจอยัยขิงยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับหน้าตาที่ไม่บ่งบอกว่าถึงอารมณ์ใดๆ

                “อย่าให้รู้นะว่าไอ้ตัวไหนทำแบบนี้ ถึงจะเป็นแปรงไม้ แต่น้ำหนักเท่านี้หล่นใส่หัวใครก็แตกได้เหมือนกัน” ถึงหน้าจะไม่บ่งบอกอารมณ์แต่ก็พอรู้อยู่ว่าตอนนี้ยัยนี่เดือดสุดๆเลยนี่หว่า เป็นวันนั้นของเดือนหรือไง

                “ไม่เอาน่าก็แค่แกล้งกันเล่นๆ” หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นเอ่ยขึ้นหน้าตาเฉย

                “งั้นอยากลองหัวแตกเล่นๆบ้างไหมล่ะ” พอยัยขิงพูดแบบนั้น เพื่อนคนนั้นถึงกับก้มหน้ามองโต๊ะของตัวเองไปพลาง แล้วไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก

                “ให้ตายสิ ไม่ใช่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่เดินเข้าทางประตูน่ะ เรียกตัวเองซะสูงส่ง แต่ทำตัวไม่มีสมอง” ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินไปนั่งที่ของตัวเองอย่างเดือดๆ ถึงยัยนั่นจะพูดแรงไปหน่อย แต่มันก็จริงอะนะ จริงอยู่ที่ทุกคนตั้งใจทำให้โดนยัยนั่นแต่ก็ไม่ใช่ยัยนั่นคนเดียวสักหน่อยที่เดินเข้าทางประตู และส่วนใหญ่คนอื่นก็เดินเข้าทางประตูด้านหน้ากันทั้งนั้น ใครเป็นคนทำเนี่ย วิธีการเด็กชะมัด

                “ชิ พลาดหรอ” ฉันหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว น้ำแดงเป็นคนทำเองหรอ!!

                “เอ่อ ถ้าเกิดโดนคนอื่นละ” ฉันพูดพร้อมส่งยิ้มแห้งๆ

                “ไม่โดนหรอกน่า ขำๆอะอย่าไปจริงจังเลย” ยัยน้ำแดงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอย่างเธอจะคิดได้แค่นี้

                “คุยอะไรกันคะ ครูยืนหัวดด่อยู่ตรงนี้แล้วจะเรียนไม่เรียนคะ” อ้าว อาจารย์มาตั้งแต่เมื่อไร

                “นักเรียนเคารพ” ฉันรีบเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว

                “เอาๆ จะบอกอะไรทำไมไม่ดูเพื่อนก่อนว่าพร้อมหรือยัง ดูคนข้างหลังสิยังนอนอยู่เลย” ยัยขิง!!

                ในที่สุดคาบเรียนคณิตศาสตร์ที่แสนยุ่งยากก็จบลง ฉันฟุบโต๊ะอย่างหมดแรงถึงจะสนุกกับการแก้โจทย์แต่มันก็ยากเหมือนนะเนี่ย แถมอาจารย์ยังสั่งการบ้านเหมือนไม่ได้สั่งมานาน(เยอะมาก) พร้อมกับบอกอย่างสดใสว่าส่งก่อนห้าโมงเย็นของวันนี้นะคะนักเรียนฉันจะทำทันไหมเนี่ยมันจะเยอะไปแล้วนะ

                ไม่นานนักคาบเรียนอีกวิชาก็จบลงและถึงเวลาพักเที่ยง ตอนนี้คงเป็นตอนที่ทุกคนต้องทำการบ้านของตัวเองให้เสร็จอะนะ แต่บางคนหายตัวไปและตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยทั้งๆที่ควรจะเอาการบ้านมาส่งแท้ๆ เหอะ แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ

                เธอทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าห้องล้มเหลวนะรู้ไหม!!’ จู่ๆเสียงอาจารย์วัตสันต์(ในฝัน)ก็ดังขึ้นในหัว โว๊ย แล้วฉันต้องทำยังไงดีละเนี่ย ไอ้ความรู้สึกผิดนี่มันอะไรกัน จะรู้สึกผิดทำไมเล่ายัยนั่นทำตัวเองหรอกน่า แต่ฉันก็ไม่ยอมช่วยแล้วทำเฉยแบบนี้นะหรอ? ทั้งๆที่โดนเพื่อนในห้องเกลียดแต่ฉันกลับไม่ใยดีอะไรเลย เธอต้องไปนั่งกินข้าวคนเดี่ยวแน่ๆเลยน่าสงสารจัง โว๊ยยย หยุดๆๆๆ ฉันเถียงกับความคิดตัวเองสักพัก และแพ้ให้กับความขี้สงสารกับตัวเองในที่สุด จู่ๆคนที่เพิ่งจะนึกถึงเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมวางบางอย่างไว้บนโต๊ะหน้าห้อง นั่นมันสมุดการบ้านใช่ไหม ยัยนั่นเอาการบ้านมาส่งหรอ? ที่หายไปเพราะไปทำการบ้านหรอ? ยังไงก็ช่างเถอะ ถ้าเธอส่งงานอย่างน้อยๆเธอก็ไม่ซ้ำชั้นแน่ๆ

                “ยิ้มอะไรของเธอ” น้ำแดงขมวดคิ้วแล้วมองฉัน เอ๊ะ ฉันยิ้มหรอ?

                “ปะ เปล่า แค่ดีใจที่จะได้เจอพี่ต้นวันเสาร์นี้อะ” ขืนบอกว่ายิ้มเพราะยัยขิงเอาการบ้านมาส่งแล้ว ฉันคงโดนพวกนี้หาว่าบ้าแน่ๆ ขอโทษค่ะพี่ต้นขอใช้เหตุผลนี้เป็นข้อแก้ตัวละกัน

                “แหม แม่สาวนักรัก เดี๋ยวนี้ออกตัวแรงนะ” น้ำแดงเอาดินสอที่ถืออยู่ในมือมาจิ้มหน้าฉัน

                แครก!!

             “เหม็นความรักจังเลยค่ะ” น้ำหวานหักดินสอที่อยู่ในมือ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำการบ้านต่อ เอ่อ..บางทีก็โหดไป

                ออดของโรงเรียนดังขึ้น ในที่สุดก็เลิกเรียนแล้วโว๊ย ฉันลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนจะเดินไปลบกระดานจากนั้นก็เดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดพื้นเพราะวันนี้เป็นเวร(กรรม)ของฉันและกลุ่มผองเพื่อน แต่พวกนั้นมักจะโดดเวรอยู่เสมอเหลือแค่ฉันที่ต้องมาทำความสะอาด เพื่อนในห้องพร้อมใจกันออกไปอย่างรีบเร่ง แน่ละเพราะหลังจากเลิกเรียนทุกคนก็จะไปเรียนพิเศษต่อ เพื่อนฉันก็เหมือนกันในกลุ่มมีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่ได้เรียน เลยต้องมาทำเวรคนเดียวแบบนี้ละ แต่ในห้องตอนนี้ใช่ว่าจะมีฉันแค่คนเดียว ยังมียัยขิงที่กำลังนอนอยู่

                “นี่...ตะ”ฉันกำลังจะปลุกยัยขิง แต่จู่ๆเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น แน่ละถ้าเป็นของฉันคงไม่ดังเป็นเสียงเพลงญี่ปุ่นหรอก ยัยนั่นลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย แล้วควานหามือถือของตัวเองในกระเป๋า ฉันเลยเดินมาจากตรงนั้นเงียบๆแล้วทำเวรต่อ ฉันไม่รู้ว่ายัยนั่นคุยอะไรกับใครเพราะไม่ได้สนใจ รีบทำรีบกลับบ้านดีกว่า

                “หัวหน้าห้อง” ฉันหันไปตามเสียงของขิง พลางชี้ที่ตัวเอง ยัยนั่นพยักหน้าพร้อมกับทำหน้านิ่งเหมือนอย่างเคย

                “อะ อะไรหรอ?” ยัยนี่จะคุยอะไรกับฉันนะ แต่ก่อนแทบไม่ได้คุยกันเลยนิ หรือมีเรื่องอยากคุยนะเพราะไม่มีเพื่อนหรอ? อ้อๆ คงเป็นแบบนี้สินะ เพราะไม่มีเพื่อนเลยอยากจะคุยกับฉันในเรื่องที่คุยกับคนอื่นไม่ได้ ไว้ใจฉันที่เป็นหัวหน้าห้องสินะ เอาล่ะ จะพูดอะไรก็พูดมาเลย ฉันพร้อมจะเป็นผู้ฟังที่ดี!!

           “เธอเป็นคนเอาสมุดการบ้านไปส่งอาจารย์สินะ” ก็ใช่นะ ถ้าหัวหน้าไม่เอาไปแล้วใครจะเอาไปละถามแปลกๆ

                “อื้อ ฉันเอาไปเองละ แล้วมันทำไมหรอ?” ทำไมรู้สึกเสียวสันหลังวาบแบบนี้นะ

                “ดี เมื่อกี้จารย์มล(อาจารย์วิมล)โทรมาโวยว่าฉันไม่ส่งการบ้าน ถ้าอยู่กับเธอก็รีบๆเอาไปส่งซะ” ยัยนี่พูดเรื่องอะไรอะ มันจะอยู่กับฉันได้ไงก็ฉันบอกว่าเอาไปส่งแล้ว เอ๊ะ เดี๋ยวนะ? อย่าบอกนะว่า

                “สมุดการบ้านเธอหายหรอ?” สมัยนี้ยังมีวิธีการแกล้งแบบบ้านๆแบบนี้อยู่อีกหรอ ฉันคิดว่ามันหมดยุคไปแล้วนะ

                “เออดิ” เอาจริงดิ!! งั้นก็แย่เลยสิ ถ้ายัยนี่ไม่ได้ส่งการบ้าน ยัยนี่ก็จะซ้ำชั้น ถ้ายัยนี่ซ้ำชั้น ฉันก็จะล้มเหลวในฐานะหัวหน้าห้องอะดิ(โมเมไปเองได้อีก) แถมฉันก็เป็นคนเอาไปส่งด้วย และเห็นกับตาว่ายัยนี่ส่งแล้ว เอื้อ!!รู้สึกผิดคูณสอง

                “ฉันว่าฉันเช็คดีแล้วนะ ไปหากันเถอะ!!”ฉันก็รีบคว้ามือยัยขิงวิ่งออกมาอย่างไม่ถามความสมัครใจของเจ้าตัว

                “วิ่งไปแบบนี้เสียเวลาเปล่าน่า ถ้าไม่ได้อยู่กับเธอ มันก็มีไม่กี่ที่หรอก” ฉันหยุดวิ่งแล้วมองหน้ายัยขิง ทำไมยัยนี่ถึงได้ใจเย็นขนาดนี้นะ ถ้าเป็นฉันคงร้องไห้ไปแล้ว ก็การบ้านมันเยอะขนาดนั้น ทำตอนนี้ก็ไม่ทันเวลาส่งแล้วด้วย

                “ที่ไหนละ?” ฉันถามอย่างสงสัย มันอาจจะไปหล่นอยู่ที่ไหนก็ได้นิ หรืออาจจะมีคนเอาไปก็ได้





#ใครเอาสมุดน้องไปซ่อนนนน

#แค่นี้ก่อนเนอะ เดี๋ยวมันยาวไป

#ถ้าชอบอย่าลืมกดให้กำลังใจไรท์ด้วยน้า ถ้าถูกใจอย่าลืมกดติดตามไว้เลย อัพทุกอาทิตย์จ้า(ถ้าไม่ติดธุระใดๆ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น