ตอนที่ 17 : ให้ฉันอยู่ตรงนี้เถอะนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 พ.ย. 61

ฮือ ให้ตายสิ ตาฉันบวมยังกะโดนผึ้งต่อยมาแนะ เพราะเมื่อคืนพอกลับมาถึงบ้านฉันก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดเลย แถมตอนนี้ยังปวดหัวสุดๆด้วย ดีนะที่วันนี้เป็นวันเสาร์ไม่งั้นฉันคงได้หยุดเรียนแน่ๆเลย

“โฮ่ง โฮ่ง” เจ้าป๊อกหมาหน้ามึนของฉันกำลังข่วนประตูแถมยังเห่าไม่หยุด พอมันตื่นทีไรก็จะมาปลุกฉันทันที บางวันตีห้าก็มี เห็นใจคนนอนดึกหน่อยสิยะ เจ้าหมาบ้านี่

“เฮ้อ เสียงดังแต่เช้าเลยนะแก” ถึงจะบ่นในใจแต่ฉันก็ไปเปิดให้มันอยู่ดี ไม่งั้นมันก็จะเห่าอยู่อย่างนั้น

                พอฉันเปิดประตูให้เจ้าป๊อกกี้ก็ทำท่าดี๊ด๊าใหญ่ ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงฉันอย่างสบายใจ สรุปใครเป็นเจ้าของห้องฉันแน่เนี่ย เฮ้อ ฉันนอนอีกสักหน่อยดีไหมนะ เมื่อคืนกว่าจะหลับได้ ฉันทิ้งตัวลงบนเตียง พอหลับตาลงก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอเกลียดฉันงั้นหรอ ก็สมควรแล้วละ...

                “มิ้นลงมากินข้าวได้แล้วลูก!!” ฉันสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงแม่เรียก พอหันหยิบมือถือมาดูนาฬิกา ฉันเพิ่งจะนอนไม่แค่สิบนาที เฮ้อ ไปกินข้าวก่อนค่อยกลับมานอนต่อละกัน

                ฉันลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะไปแปรงฟันแล้วลงไปกินข้าวโดยมีเจ้าหมาหน้ามึนส่ายหางดุ๊กดิ๊กตามมาอย่างน่าหมั่นไส้ ฉันอยากจะแกล้งมันจริงๆ แต่ว่าวันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ทำอะไรแบบนั้น รู้สึกเหมือนหมดพลังงานเลยแฮะ

                “ทำไมเขี่ยไปเขี่ยมาแบบนั้นละ แม่ทำอาหารไม่อร่อยหรอ” แม่มองฉันอย่างงอนๆเมื่อเห็นฉันไม่ค่อยทานเยอะ เหมือนทุกวัน

                “เปล่าค่ะ อร่อยมากเลย ว่าแต่พ่อไปทำงานแล้วหรอคะ” ฉันพยายามทำตัวปกติ พลางตักข้าวคำโตใส่ปาก

                “จ้ะ ช่วงนี้งานพ่อยุ่งมากเลย” เท่าที่เห็นงานของพ่อก็ยุ่งแทบจะทุกช่วงละนะ

                ออดดด ออดด

                “เอ๊ะ ใครมาน่ะ” แม่ชะเง้อมองหน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงออดดัง

                “เดี๋ยวหนูไปเปิดเองค่ะ” ฉันรีบตักข้าวใส่ปากแล้วเดินออกไปดู ใครมาวันนี้นะ น้ำแดงหรือเปล่า แต่ยัยนั่นไม่เคยมาโดยไม่บอกล่วงหน้านิ เอาเถอะ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง

                “มาแล้วค่า...” เมื่อฉันเปิดประตูออก ก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนคนนี้จะมายืนอยู่หน้าบ้าน!

                “อะไร ทำหน้าอย่างกับเห็นผี” ขิงเอ่ยทัก แล้วเธอมาทำอะไรที่บ้านฉันในวันหยุดแบบนี้

                “ปะ เปล่า แล้วมาทำไมอะ” ฉันต้องเชิญเข้าบ้านก่อนหรือเปล่านะ ทำไมฉันต้องถามขิงแบบนั้นแถมยังทำหน้าหาเรื่องใส่เธออีกด้วย ฉันอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองตอนนี้จังเลย

                “ออ ฉันเอานี่มาคืน” พอพูดจบขิงก็เอาถุงเอกสารยัดใส่มือฉัน เอกสารนี่ที่ฉันทำให้เธอเมื่อวานนิ

                “เธอทำเสร็จแล้วหรอ” ฉันถามอย่างเป็นห่วง ถ้าเธอไม่ส่งงานเธออาจจะติด ร นะสิ

                “ยังหรอก ฉันแค่ไม่อยากติดค้างอะไรกับเธอ ไปละ” เดี๋ยวสิ เธอจะมาแค่นี้หรอ

                “ดะ เดี๋ยว...” ฉันยังพูดไม่จบประโยคจู่ๆเสียงแม่ของฉันก็ดังขึ้น

                “อุ๊ย! ใช่จริงๆด้วย หนูเมื่อตอนนั้นนิ เป็นเพื่อนกับมิ้นหรือจ้ะ เข้ามาก่อนสิ” แม่ถึงกับเดินมาเชิญเข้าบ้านเลยหรอ แล้วทำไมแม่ฉันถึงได้รู้จักกับขิงได้เนี่ย

                “คือ...” ขิงมัวแต่อ้ำอึ้ง เลยโดนแม่ฉันลากมาร่วมโต๊ะทานข้าวเรียบร้อย

                “ตามสบายเลยนะ ทานข้าวเสร็จเดี๋ยวแม่เอาของหวานมาให้” ขิงยังทำท่าทีงงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า เดาได้เลยว่าเธอคงวางตัวไม่ถูกกับผู้ใหญ่แบบแม่ฉันสินะ

                “มะ แม่รู้จักขิงได้ไงอะ” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย

                “อ๋อ ก็ปีก่อนไง ที่แม่เล่าให้เราฟังว่าลูกค้าที่โรงแรมหลงทางแล้วมีเด็กผู้หญิงพามาส่งอะ ลูกค้าคนนั้นแกเป็นลุงแก่ๆหลงๆลืมๆขาแกก็ไม่ค่อยดี ครอบครัวของลุงแกดีใจมากเลยที่เห็นลุงแกกลับมาได้ ตอนนั้นวุ่นวายมากเลย ต้องขอบคุณหนูมากจริงๆ” ไม่พูดเปล่า มีจับไม้จับมือแสดงความซึ้งใจด้วย

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องมันก็ตั้งนานแล้ว” ฉันถึงกับขนลุกเมื่อได้ยินขิงตอบแบบมีหางเสียง เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นเธอมีมารยาทกับผู้ใหญ่

                “ปีที่แล้ว...เอ๊ะ อย่าบอกนะว่าเป็นช่วงข่าวลือที่ว่าเธอควงเสี่ยเข้าโรงแรม!” ฉันโพล่งออกไปอย่างตกใจ

                “ตายจริง! มีข่าวลือแบบนั้นด้วยหรอ ไหนใครบังอาจปล่อยข่าวให้เด็กดีๆแบบนี้เสียหาย!! แม่จะพาไปฟ้องศาล” แต่ดูเหมือนคนที่ตกใจกว่าจะเป็นแม่ฉัน แถมยังจริงจังกับเรื่องนี้มากด้วย

                “มันผ่านมาตั้งนานแล้ว อย่าพูดถึงมันอีกเลยนะคะ” ขิงเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเน้นคำว่า อย่าพูดถึงมันอีกเลย อย่างชัดเจน ทำให้แม่ของฉันเข้าไปกอดปลอบกันอยู่พักใหญ่ แต่ขิงดูเหมือนจะไม่ได้อะไรกับเรื่องนี้มากมาย เธอผ่านมันมาได้ขนาดนี้ได้ยังไงนะ แถมยังไม่ใช่แค่ข่าวลือเรื่องเดียว ถ้าเป็นฉันนะ...คงทำแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ

                “ตายจริง แม่ซักผ้าไว้นิ ลืมซะสนิทเลย ตามสบายเลยนะจ้ะ” ว่าแล้วแม่ก็เดินออกไป ปล่อยในฉันนั่งอ้ำอึ้งอยู่กับขิง บรรยากาศไม่ค่อยดีเลยแฮะ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานฉันก็เลยไม่รู้จะทำหน้ายังไง

                “เอ่อ ทำไมเธอไม่แก้ข่าวเสียหายนี่ซะล่ะ” จะมีใครอยากให้คนอื่นมองตัวเองแบบเสียๆหายๆละว่าไหม

                “พูดไปก็เท่านั้น ไม่มีใครเชื่อหรอก” ทั้งๆที่น้ำเสียงของขิงเหมือนจะเศร้า แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“ฉันนี่ไง ฉันเชื่อนะ!” ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“เฮ้อ มันไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก พอข่าวลือนี่จบไป ก็จะมีข่าวลือแย่ๆเพิ่มมาอีก” ขิงเอ่ยเสียงเรียบ เธอมองฉันก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า “ไม่เห็นต้องไปสนใจเลย” ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงไม่ยอมแก้เรื่องเสียๆหายของตัวเอง ทั้งๆที่จะทำก็ทำได้

“แต่แบบนี้มัน...” ฉันกำลังจะพูดต่อแต่ต้องกลืนคำพูดนั้นลงลำคอ เพราะมือที่กำลังลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน

“ช่างเถอะน่า เธอก็อยู่ในที่ของเธอไปเถอะ ฉันไปนะ” อะไรกันพูดเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกเลย แบบนี้ไม่เอานะ ฉันทำเรื่องแย่ๆกับเธอไว้มาก ยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษจริงๆจังสักครั้งเลย

“ไม่! ข่าวลือทั้งหมดนั่นมันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย ขิงก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีนิ” ฉันกุมมือของขิงไว้ เจ้าตัวมองฉันก่อนจะถอนหายใจ แล้วนั่งลงที่เดิม

“เธอ...จะร้องไห้อีกแล้วนะ” เอ๊ะ จริงด้วย

“ฉันไม่ได้จะร้องสักหน่อย” ฉันรีบปาดน้ำตาที่คลอเบ้า

“ฉันล่ะไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ” นั่นควรจะเป็นคำพูดของฉันมากกว่าย่ะ

“คือ...เรื่องที่ว่าเธอตบตีแย่งผู้ชายนี่จริงหรอ” พอฉันถามแบบนั้นมะเหงกลูกใหญ่ก็ลงหัว แง ตีเค้าทำไม

“คำว่าข่าวลือมันใช่เรื่องจริงซะที่ไหน เมื่อกี้ยังบอกว่าเชื่ออยู่แท้ๆ” ก็คนมันอยากรู้นิ ไม่เห็นต้องใช้กำลัง

“งั้นเรื่องที่ว่าสูบบุหรี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริงเหมือนกันสินะ”

“เธอก็อยู่กับฉันออกจะบ่อย ถ้าฉันสูบก็คงได้กลิ่นแล้วไหม” เออ จริงด้วย กลับกันตัวยัยนี่ออกจะหอม

“งั้นพวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม” เอ่อ ถ้าขิงตอบว่าไม่ได้ฉันจะทำหน้ายังไงละเนี่ย

“คิดว่าไงละ” อ้าว แล้วทำไมไม่ตอบดีๆละ กวนชะมัด

“ตอบแบบนี้แสดงว่าได้แล้วนะ งั้นเอาไลน์มาเลย เป็นเพื่อนประสาอะไร ไม่มีอะไรให้ติดต่อเลย” ฉันโมเมปเองคนเดียว แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตามน้ำด้วย ขิงหยิบมือถือของเธอขึ้นมาก่อนจะเปิดหน้าคิวอาร์โค้ดแล้วส่งมาให้ฉัน

“อะไร จะเอาไม่เอา” เอาดิ แค่ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้ ฉันรีบหยิบมือถือมาสแกนก่อนจะคืนให้

“ขอเบอร์ด้วยสิ” ไหนๆก็ได้ไลน์แล้ว ขอเบอร์ด้วยเลยคงได้เนอะ

“ได้คืบจะเอาศอก” ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่มือก็หยิบมือถือของฉันไปเมมเบอร์ของเธอ ก่อนเจ้าตัวจะส่งคืนให้

“แต่ก็ได้ปะละ” ฉันเริ่มกวนบ้าง แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วยแถมยังทำหน้านิ่งเป็นตอไม้ ชิ

“แล้วฉันกลับได้ยัง”

“กลับได้สิ ใครห้ามเธอ” ขิงหลุบตามองฉัน ฉันก็พอจะเข้าใจเพราะเมื่อกี้ฉันยังดึงแขนเธอไว้อยู่เลย ตอนนี้ไล่กลับซะงั้น ฮ่า ก็มันสบายใจขึ้นเยอะแล้วนิ แค่นี้ก็มั่นใจแล้วว่าฉันยังสามารถคุยกับเธอได้อยู่

“ฝากขอบคุณแม่เธอด้วยนะ” พูดจบขิงลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไป

“อื้อ ไว้เจอกันที่โรงเรียนนะ” ฉันพูดทิ้งท้าย ขิงยิ้มให้ฉันก่อนจะตอบกลับมา

“อืม เจอกัน”

ฉันนั่งมองร่างบางที่เดินออกไปจนลับตา ก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดูอย่างดีใจ ตอนนี้พวกเราก็เป็นเพื่อนกันอย่างเป็นทางการแล้วสินะ ถึงต่อไปเธอจะไล่ฉันไปยังไงฉันก็จะไม่ไปแล้วนะ ให้ฉันอยู่ตรงนี้เถอะ อยู่ข้างๆเธอ







#อัพทุกวันพฤหัสและวันเสาร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #4 Zivach (@Zivach) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 15:02
    คืนดีกันง่ายๆงี้เลยนะ55
    #4
    1
    • #4-1 GEEGRAY (@grayshadows) (จากตอนที่ 17)
      24 พฤศจิกายน 2561 / 15:04
      พวกใจง่ายก็งี้5555
      #4-1