ตอนที่ 16 : ฉันนี่มันแย่ที่สุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 พ.ย. 61

@ มิ้น

                “ยังจะถามอีกนะ เธอกับขิงมันก็เลวพอๆกันแหละ ถึงเป็นเพื่อนกันได้ พวกเธอสนุกไหมที่หลอกฉันได้ สนุกไหมที่ทำให้ฉันเป็นเหมือนคนบ้าแบบนี้!!” ฉันกลั้นน้ำตาไว้ ฉันจะไม่ร้องอีกแล้ว วันนี้ฉันร้องมามากพอแล้ว

                “ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร แต่ลามปามกันขนาดนี้ เล่ามาให้หมดว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ตั้งแต่ต้นเลย ไม่งั้น...ฉันได้ทำสิ่งที่มากกว่าคำว่าเลวกับเธอแน่!” จู่ๆสายตาที่ไร้เดียงสาของกันต์ก็เปลี่ยนไปราวกลับคนละคน จนทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัว

                “นะ นี่เธอขู่ฉันเหรอ! คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง!” ฉันทำเป็นไม่กลัวทั้งๆที่ตัวสั่น ฮือ แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย หนีดีไหม

                “ไม่กลัวก็ดี งั้นก็มากับฉันซะ!!” ว่าแล้วกันต์ก็คว้าแขนฉันไว้ แล้วลากฉันไปที่คาเฟ่ใกล้โรงเรียน ฉันสู้แรงเธอไม่ได้เลยต้องเดินมาดีๆ ไม่งั้นคงโดนลากไปกับพื้นแน่ๆ

                พอเข้ามาในร้าน เจสซี่ก็มาสมทบด้วย ทั้งสองคนสั่งน้ำสมูทตี้ปั่นด้วยท่าทางเคร่งเครียด ก่อนจะบังคับให้ฉันสั่งด้วย แล้วก็นั่งเงียบกันอยู่อย่างนั้น กันต์ลากฉันมาทำอะไรในที่แบบนี้ละเนี่ย ฉันจะโดนอะไรบ้าง รู้งี้ตะโกนออกให้คนช่วยตอนโดนลากมาก็คงรอดตั้งแต่ตอนนั้นแท้ๆ ทำไมหัวช้าแบบนี้มิ้น

                “เอาละหมิ่น จะเปิดประเด็นได้หรือยัง ทำไมวันนี้ขิ้งไม่ตอบไลน์ฉันเลย” เจสซี่เป็นคนเริ่มด้วยสีหน้าเศร้าๆ

                “เล่าซะสิ หรือจะให้ฉันจับสมูทตี้เย็นๆกรอกปากเธอจนหมดแก้วในคราวเดียว ได้จี๊ดไปถึงสมองแน่!” คำขู่ของกันต์ทำเอาฉันอึ้งไปเลย นี่ฉันหลงชอบคนปัญญาอ่อนแบบนี้ได้ยังไง

                “นี่กั้น เก็บคำขู่แกไว้ขู่หมาเถอะ เอาสมองหรือเล็บขบคิดยะ”

                “แล้วเธอมีคำขู่ที่ดีกว่านี้หรือไง!” จู่ๆสองคนนี้ก็เริ่มจะหันไปตีกันเอง

                “จะเล่าดีๆหรือจะเล่าทั้งน้ำตา” เจสซี่พูดเสียงเข้มก่อนงอช้อนที่พี่พนักงานให้มาคนสมูทตี้โชว์ต่อหน้าฉัน ฉันถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วเล่าทุกอย่างให้สองคนนี้ฟัง

                “เดี๋ยวนะ ฉันไปหลอกเธอตอนไหน เธอไม่รู้อยู่แล้วหรอว่าฉันเป็นผู้หญิง” ไม่รู้สิยะ ไม่งั้นไม่หลงจนหัวปักหัวปำแบบนั้นหรอก ผู้หญิงอะไรอย่างหล่อ

                “สรุปเธอเลยไปโวยให้ขิ้ง เพราะเข้าใจผิด”

                “ก็ตามนั้น แต่พวกเธอไม่ได้รวมหัวหลอกฉันจริงดิ” อย่าบอกนะว่าฉันโมเมไปเองเหมือนคราวก่อน ที่ขิงไม่ช่วยฉัน ตอนที่ฉันจมน้ำในวันลอยกระทง

                “แล้วฉันจะไปหลอกเธอทำไมละ ฉันคิดว่าเธอรู้แล้วซะอีก เรื่องของฉันดังจะตายไป” ไม่น่าเลยฉัน

                “สรุปว่าแกผิดไม่ใช่หรือไงยะอิกั้น” สองคนนี้จะตีกันอีกแล้ว

                “เอ่อ ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ ฉันก็ขอโทษด้วยนะ ก็ขิงไม่เห็นบอกอะไรฉันเลยนิ ฉันเลยคิดว่าพวกเธอ...”

                “โอ๊ยหมิ่น ขิ้งน่ะ ถ้าไม่ถามมันก็ไม่บอกหรอก” เจสพูดกับฉันอย่างใจเย็น

                “นั่นดิ ยังกับคอมฯไม่ป้อนคำสั่ง ก็ไม่ประเมินผล” กันต์เสริม

                “เอ่อ พวกเธอ...ไม่โกรธฉันหรอ” พอฉันถามแบบนั้นทั้งสองก็จ้องเขม็ง ก่อนจะหัวเราะออกมา

                “ไม่หรอก ก็เธอเข้าใจผิดนิ แต่เธอก็พูดแรงไปนะ ถึงกับบอกว่าฉัน เลว เลยอะ เสียใจ~” กันต์ทำสีหน้าเหมือนเสียใจมากแล้วหันไปซบกล้ามล่ำๆของเจสที่นั่งอยู่ข้างๆ

                “แต่เธอควรจะไปขอโทษขิ้งนะ รายนั้นคงเสียใจมากแน่ๆ” ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ นี่ฉันทำอะไรลงไปอีกแล้ว

                “เอ่อ ฉันขอโทษนะ” ฉันก้มหน้าสารภาพผิดจากใจจริง ไม่น่าเลยฉัน ขิงจะยอมคุยกับฉันหรือเปล่านะ

                “ไปขอโทษขิงเถอะ” กันต์พูดพร้อมทำมือไล่

                ฉันเดินออกมาจากร้านอย่างกระวนกระวายใจ พรุ่งนี้ฉันจะพูดกับขิงยังไงดี ฉันขอโทษฉันเข้าใจเธอผิดไป แบบนี้หรอ ฉันหวังว่าเธอจะฟังฉันนะ พรุ่งนี้ ขอแค่ถึงพรุ่งนี้เราก็จะกลับมาเป็นเพื่อนกัน แต่เอ๊ะ...พรุ่งนี้มันวันเสาร์นิ! ฉันต้องไปวันนี้เลย แล้วต้องไปยังไงละเนี่ย เบอร์กับไลน์ก็ไม่มี จริงสิ!กันต์กับเจส...พอฉันวิ่งกลับมาที่ร้านก็ไม่เจอสองคนนั้นแล้ว อา...ทำไงดี อ๊ะ!! ยังมีอีกคนหนึ่งนิ !

                “อ้าวมินตรา ทำไมยังไม่กลับอีกละ” อาจารย์วิมลเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นฉันยังอยู่ที่โรงเรียน

                “แฮ่กๆ คะ คือว่าหนูขอ แฮ่ก ที่อยู่ของขิงได้ไหมคะ” ดีจังที่อาจารย์ยังอยู่ ฉันวิ่งกลับมาอย่างสุดแรงเกิดเลยละ

                “เอ่อ ได้สิจ้ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า วิ่งหน้าตั้งมาเชียว”

                “คือ...การบ้าน! หนูจะเอาการบ้านไปให้ขิงค่ะ พอดีเห็นวันนี้เธอกลับไปก่อนเพราะไม่สบาย” จะให้บอกว่าทะเลาะกันได้ยังไงละ ขอโทษนะคะอาจารย์ที่หนูต้องโกหก

                “ออ...นี่จ้ะ” อาจารย์วิมลยื่นกระดาษใบเล็กมาให้หลังจากที่เขียนเสร็จ ฉันรีบรับเอาไว้ก่อนจะขอตัวกลับ

                “งั้นอันนี้ต้องไปถ่ายเอกสารให้สินะ ดีนะที่ยังไม่ได้ทำ ถ้าไปของเอกสารเพิ่มต้องโดนถามเซ้าซี้แน่เลย” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองในขณะที่เดินหาที่อยู่ที่อาจารย์ให้มา

                ก่อนจะถึงบ้านของขิงฉันเจอร้านถ่ายเอกสารพอดี ก็เลยแวะไปถ่ายเอกสารก่อน ส่วนการบ้านที่มีในหนังสือให้เธอเอาสมุดฉันไปลอกละกัน  ฉันจะได้ไม่เสียตังเยอะ เอ๊ะ จริงด้วยเอาเนื้อหาที่เรียนในหนังสือที่เรียนในวันนี้มาถ่ายเอกสารด้วยดีกว่า แล้วก็เน้นตรงที่อาจารย์จะออกข้อสอบไว้ ถ้ามันเป็นขาวดำขิงจะอ่านไหมนะ งั้นเอาไปถ่ายก่อนแล้วค่อยมาขีดให้ทีหลังละกัน ว่าแล้วฉันก็รอให้พี่เขาถ่ายเอกสารให้ครบก่อนค่อยมานั่งไฮไลท์ตรงที่อาจารย์บอกว่าจะออกข้อสอบให้ พร้อมกับเขียนคำอธิบายวิธีทำของโจทย์วิชาคณิตให้ด้วย เดี๋ยวขิงไม่เข้าใจ

                “น้องอีกเดี๋ยวพี่จะปิดร้านแล้วนะ” ฉันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของพี่ที่ถ่ายเอกสาร

                “ค่ะ ขอโทษค่ะ” ฉันรีบเก็บเอกสารกับสมุดใส่ถุงก่อนจะรีบออกจากร้าน พลางมองดูนาฬิกา สามทุ่มแล้วหรอเนี่ย!! ว่าแล้วฉันก็หยิบกระดาษที่ตัวเองเขียนคำอธิบายแต่ละวิชาขึ้นมาดู

                “ตรงนี้ยังเขียนไม่ละเอียดเลยแหะ” ว่าแล้วก็มองหาที่นั่ง ก่อนจะเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมตามความเข้าใจของตัวเอง ฉันใช้เวลาเขียนไม่นาน พอเสร็จแล้วฉันก็ตรงดิ่งมาที่บ้านของขิงทันที

                ออด ออดด

                “ฉันกดไปหลายรอบแล้วนะ ทำไมเธอไม่เปิดสักที หรือว่าฉันมาผิด” แต่เมื่อดูที่อยู่ที่อาจารย์วิมลให้มาก็ไม่ผิดนิ แถมไฟยังเปิดอยู่ด้วย หรือว่าเธอจะกำลังอาบน้ำหรือทำธุระอยู่ รอก่อนละกัน จะว่าไปที่นี่มืดชะมัดเลย

                ตึก ตึก ตึก

                ใครกำลังเดินมาจากทางนั้นนะ ฉันหันไปมองตามเสียงเดินของใครบางคนที่กำลังเดินมาทางนี้ พอคนนั้นเดินมาใกล้ๆ ฉันก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

                “ขะ ขิง” ฉันเรียกชื่อเธออย่างดีใจ มิน่าละเธอถึงไม่เปิดประตูให้ฉันสักทีที่แท้ก็อยู่ข้างนอกนี่เอง

                “มาทำอะไรหน้าบ้านฉัน” ขิงเอ่ยเสียงเรียบ ยังโกรธฉันอยู่แน่ๆเลย

                “เอ่อ ฉันเอาสมุดจดมาให้ แล้วก็การบ้านที่อาจารย์สั่งวันนี้” ฉันยื่นถุงเอกสารที่อุตส่าห์ทำหลายชั่วโมงให้เธอ แต่เธอไม่รับ แถมยังยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ฮือ...ฉันจะทำไงดี

                “ขอโทษด้วยนะที่เมื่อเช้าฉันพูดไม่ดีใส่เธอ” ฉันพูดคำที่คิดว่าสมควรพูดในสถานการณ์แบบนี้มากที่สุด แต่ขิงกลับทำหน้าเหมือนไม่พอใจ

                “เฮ้อ เลิกยุ่งกับฉันซะ” เธอปัดมือฉันออก ทำให้ถุงเอกสารที่อยู่ในมือหล่นลงพื้น ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้แต่อย่างน้อยๆเธอก็ควรจะรับไว้สิ ฉันตั้งใจทำให้เธอเชียวนะ!  

                “ฉันแค่หวังดี ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ฉันแค่อยากช่วยเธอนะ!” ฉันหลุดปากออกไปเพราะความโมโห

                “หวังดีอะไรกัน เธอแค่ชอบเพื่อนฉันก็เลยทำดีกับฉันไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงที่เย็นชาของขิงทำให้ใจฉันหล่นวูบอีกครั้ง สายตาที่เธอมองมาที่ฉันช่างว่างเปล่า เธอคงเกลียดฉันแล้วสินะ

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว คนแบบเธอโคตรเกลียดเลยว่ะ” โคตรเกลียดคำสั้นๆที่หลุดออกมาจากน้ำเสียงที่เย็นชานั้น ราวกับว่าโลกได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ ฉันรู้สึกเจ็บที่กลางอก ฉันอยากจะพูดว่าขอโทษ อย่าเกลียดฉันเลยนะ แต่...ก็พูดไม่ออก รู้สึกตัวอีกที ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้แค่คนเดียวแล้ว

อะไรกันความรู้สึกนี่ อึดอัดจัง ฉันกำลังจะร้องไห้อีกแล้วหรอ เพราะขิงอีกแล้วสินะ? ทำไมละ ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมต้องพูดแบบนั้นกับเธอด้วย แล้วทำไมฉันต้องตั้งใจทำเอกสารบ้าๆนี่ด้วย ทำไม!

ขาทั้งสองข้างของฉันก้าวออกมาจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีฉันก็กลับมาบ้านแล้ว แบบนี้ฉันจะมีหน้าไปเจอเธออีกได้ยังไง จะโทษใครก็ไม่ได้ด้วย ก็เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันที่ทำให้มันยุ่งเหยิงขนาดนี้...

ฉันนี่มันแย่ที่สุด!




#อัพทุกวันพฤหัสและวันเสาร์จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น