Bad guys lover เผลอรักหมดใจยัยเด็กหลังห้อง(yuri)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,381 Views

  • 15 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6

    Overall
    1,381

ตอนที่ 12 : เดทใช่ไหม!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 พ.ย. 61

ฉันนั่งรอให้ถึงเวลาพักเที่ยงอย่างใจจดใจจ่อ พลางมองไปหาขิง กลัวว่าเธอจะตื่นก่อนแล้วเดินออกจากห้องไปก่อน โอ๊ย ทำไมฉันถึงตื่นเต้นขนาดนี้นะ ตอนเดทครั้งแรกกับแฟนเก่าฉันยังไม่เป็นขนาดนี้เลย

                “อะ แฮ่ม! มินตรา ตรงนั้นมีอะไรน่าสนใจกว่าการสอนของครูหรือไง งั้นครูให้การบ้านเพิ่มให้เป็นพิเศษเฉพาะเธอเลยละกัน อย่าลืมทำหน้า88 กับ89 มาด้วยละ” ฉันถึงกับทำหน้าหงอยเมื่ออาจารย์วิมลพูดจบ

                “ขอโทษค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนมากกว่านี้” ฉันก้มหน้าสำนึกผิดก่อนจะเปิดไปดูหน้าที่อาจารย์บอก เอ่อ เยอะไปไหม

                “คนที่นอนอยู่หลังห้องก็อย่าลืมทำมาส่งหลังเลิกเรียนด้วย วันนี้พอแค่นี้” อาจารย์ส่งสายตาไปหาขิงที่นอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว นี่ฉันลากเพื่อนมาโดนด้วยซะงั้น ขอโทษนะขิง

                “นักเรียน เคารพ” ฉันบอกทำความเคารพ แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหน่ายๆ ลางไม่ดีแต่หัววันเลยแหะ ยังไงก็ขอให้ได้ไปดูหนังกับกันต์ในวันเสาร์นี้ด้วยเถอะ สาธุ

                “ไปกินข้าวกันไหม” น้ำแดงสะกิดฉัน ฉันหันไปมองเธอแล้วถอนหายใจ

                “เดี๋ยวฉันไปซื้อขนมปังที่สหกรณ์ละกัน เดี๋ยวจะทำการบ้านส่งไม่ทัน” ไม่น่าตื่นเต้นจนเกิดเหตุจริงๆเลยฉัน

                “ฮ่ะๆ ก็ใครบอกให้เธอทำแบบนั้นละ อาจารย์วิมลยิ่งโหดๆอยู่ด้วย” น้ำตาลหัวเราะพลางตบไหล่ฉันเบาๆ

                “งั้นก็สู้ๆละกันน้า~” น้ำฟ้าลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเพื่อนๆ ไม่อยากสู้ก็ต้องสู้แล้วละ ขืนเกรดตกมีหวังฉันโดนสวด เผลอๆค่าขนมฉันคงจะลดตามไปด้วย แหงๆ

                ว่าแต่ขิงหาย! ไปไหนของเธอเนี่ยไวมาก เมื่อกี้ยังเห็นนอนอยู่เลย เผลอแป๊ปเดียวเอง เฮ้อ เอาเถอะช่วยไม่ได้ละนะ ตอนนี้ทำการบ้านก่อนละกันค่อยไปหาอะไรกิน

                ฉันนั่งทำการบ้านอยู่พักใหญ่จนสูตรตีกันไปหมด ฉันไม่ค่อยมีสมาธิเลย เพราะมัวแต่คิดเรื่องของกันต์ มันเหมือนมีอะไร แบบว่าบริ๊ง คนนี้แหละใช่เลย ถึงตอนเจอกับพี่ต้นฉันจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกันก็เถอะ แต่กันต์ดูไม่ค่อยเลวร้ายเท่าพี่ต้น แต่ตอนนั้นพี่ต้นก็ดีแบบนี้เหมือนกันนิ ไม่สิเรียกว่าดีกว่านี้มาก แล้วฉันจะเอาไอ้บ้านั่นมาเปรียบเทียบกับกันต์ทำไมเนี่ย ลึกๆในใจฉันก็ได้แต่หวังว่ากันต์จะไม่เป็นแบบนั้น ให้ตายสิ ไม่รู้ด้วยแล้ว ฉันหยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้เลย

                “ข้อนี้ตอบหกต่างหาก” ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะของฉัน อ้าว ขิง! หายไปไหนมาเนี่ย

                “อ้อ จริงด้วยขอบใจนะ” ฉันรีบลบแล้วเขียนลงไปตามที่ขิงบอก

                “แล้วเธอทำเสร็จแล้วหรอ” ขิงพยักหน้า เธอนั่งลงโต๊ะที่อยู่ข้างๆพร้อมกับวางขนมปังไว้บนโต๊ะของฉัน ฉันชี้ที่ตัวเองประมานว่าให้ฉันหรอ แล้วเธอก็พยักหน้า ฉันเลยหยิบมากินโดยไม่เกรงใจ

                “จะลอกไหมละ” พูดจบขิงก็หยิบชากระป๋องในถุงที่เธอถือมา ก่อนจะเปิดแล้วกระดกไปอึกหนึ่ง

                “ไม่หรอก ถ้าฉันลอกเวลาสอบฉันจะทำไม่ได้” ฉันกัดขนมปังแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อร่อยจังของฟรี อิอิ

                “แล้วแต่ละกัน” ขิงยักไหล่แล้วจะเดินกลับไปนั่งโต๊ะของเธอ

                “เดี๋ยวๆ แล้วที่ฉันขอให้เธอชวนกันต์ไปดูหนังละ” เมื่อได้ยินฉันถาม ขิงหันกลับมาแล้วมองฉันอย่างงงๆ

                “ออ โทษที จะถามให้เดี๋ยวนี้ละ” อ้าว ไอ้เราก็รอคำตอบอยู่ตั้งนาน เจ้าตัวหยิบมือถือมากดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันมา แล้วชูนิ้วโป้งให้ นั่นแปลว่าตกลงใช่ไหม แทบกรี๊ด...

                “ขอบใจนะ” ฉันบอกขอบคุณไปแต่ขิงไม่ได้สนใจฉันเท่าไร เธอเอาแต่เขี่ยมือถือไปมา ฉันจึงรีบหันกลับมาทำการบ้าน จู่ๆก็รู้สึกมีไฟขึ้นมาเลยแหะ นี่สินะที่เขาเรียกว่าพลังแห่งรัก

                รอฉันก่อนนะพ่อของลูก!

                ไม่นานเกินรอวันเสาร์ที่โหยหามานานก็มาถึง ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าห้างดัง แต่กันต์ยังไม่มาเลย ฉันตื่นเต้นมากถึงขนาดหยิบกระจกมาส่องสองสามรอบเพราะว่าจะมีอะไรติดอยู่บนหน้าฉันหรือเปล่า

                “แล้วทำไม...ฉันต้องมาด้วยละเนี่ย” ฉันหันไปหาคนข้างๆแล้วเก็บกระจกใส่กระเป๋า

                “ก็ถ้าขิงไม่มาด้วย ฉันก็เขินแย่สิ อีกอย่างฉันก็ไม่มีเบอร์กันต์ด้วย เดี๋ยวหลงกันพอดี” ที่จริงฉันตื้อให้ขิงมาเป็นเพื่อนด้วยอะนะ แต่เธอบอกว่าจะไม่มา แต่พอฉันมาถึงเธอก็ยืนอยู่หน้าทางเข้าก่อนฉันแล้ว

                “เธอก็ไม่มีเบอร์ฉันเหมือนกันนั่นแหละ ถ้ากันต์ไม่โทรไปเรียกฉันก็คงไม่มาหรอก แล้วนี่มันหายหัวไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มา เฮ้อ ฉันได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง” ขิงบ่นพึมพำอะไรสักอย่างกับตัวเองพลางเขี่ยมือถือไปมา ขิงพูดเบามากจนเสียงคนรอบข้างกลบไปเลย ฉันกำลังจะถามว่าเธอพูดอะไร แต่เสียงของใครบางคนแทรกขึ้นมาก่อน

                “ไง~ รอนานไหม” คนคนนั้นคือกันต์นั่นเอง มาสักทีพ่อของลูก ฉันกำลังจะพูดแต่ขิงพูดแทรกขึ้น

                “นานโคตร” ทำไมทุกคนแย่งซีนฉันหมดเลย

                “ไม่เอาน่า รอนิดรอหน่อยไม่ได้หรือไง” กันต์กอดคอขิงเหมือนอย่างเคย อย่าทำอย่างนั้นต่อหน้าฉันได้ไหม

                “แล้วใครละ ที่โทรไปปลุกฉันบอกให้รีบมา แต่เจ้าตัวกลับมาสายเนี่ยนะ” ขิงหยิกท้องกันต์ คนถูกหยิกหัวเราะอย่างชอบใจ ยังไงก็หล่ออยู่ดี

                “แล้วจะดูเรื่องอะไรอะ” กันต์เลิกแหย่ขิงแล้วหันมาสนใจฉัน

                “แล้วแต่กันต์เลยจ้ะ” กันต์ทำตาเป็นประกายเมื่อได้ยินว่าตัวเองได้เป็นคนเลือก

                “เธอแน่ใจนะ” ก็ต้องแน่ใจสิขิง ฉันอยากรู้อยู่พอดีว่ากันต์เขาชอบดูหนังแบบไหน

                “อื้อ แน่ใจสิ ทำไมอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองน่า” ขิงไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะโดนกันต์ลากไปขึ้นบันไดเลื่อน ทำไมฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยแหะ

                “ฉันตื่นเต้นมากเลย เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เลือกหนังเอง ปกติขิงกับเจสจะชอบเลือกหนังเรื่องเดียวกันอะ ฉันไม่อยากดูคนเดียวเลยไปดูด้วย ขอบคุณนะมิ้น” กันต์หันมาพูดกับฉันอย่างตื่นเต้น เขาน่ารักมากจริงๆ

                ทันทีที่มาถึงโรงหนัง กันต์ก็รีบวิ่งไปต่อแถว ท่าทางของเขาอย่างกับเด็กๆเลย แต่เมื่อฉันรู้ว่าเขาเลือกว่าจะดูหนังอะไรเท่านั้นแหละถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลยทีเดียว

                “เธอแน่ใจนะว่าจะดูเรื่องนั้นอะ” ฉันชี้ไปที่จอฉายภาพแสดงตัวอย่างหนัง แล้วรู้สึกเสียวสันหลัง เพราะมันเป็นหนังที่เหมือนจะเกี่ยวกับฆาตกรโรคจิต แถมน่าจะเลือดสาดแน่ๆดูจากตัวอย่างที่ฉายมาแล้ว

                ฉันจะรอดไหม...

                “แน่ใจสิ ฉันชอบดูแนวนี้อะ” กันต์ตอบมาอย่างร่าเริง ฉันหันไปหาขิงเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เจ้าตัวยักไหล่

ทีงี้ละไม่ช่วยกันเลย เอาวะ ลองดูสักหน่อยก็ได้ มันอาจจะสนุกกว่าที่ฉันคิดก็ได้น่า อย่าคิดมากสิตัวฉัน

                ทันทีที่หนังเริ่มฉันก็รู้สึกว่าฉันคิดผิดที่ให้กันต์เลือกหนัง ฉากเริ่มต้นเป็นฉากที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร มีเสียงคนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ก่อนจะถือเค้กมาให้เด็กชายคนหนึ่งเป่า และดูเหมือนครอบครัวนี้จะจิตๆเมื่อตัวพี่ชายเอามีดมาตัดเค้กที่เหมือนมีไส้! ใช่! เหมือนมีไส้หรือเศษเครื่องในอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น ฉากหลังจากนั้นมันดูโหดไปสำหรับฉัน ฉันเลยเอาแต่ก้มมองพื้นนั่งฟังเสียงเลื่อยไปพลาง ในขณะที่กันต์ตั้งใจดูมากและขิงไปเฝ้าพระอินทร์แล้วเรียบร้อย ตื่นมาดูเป็นเพื่อนฉันก่อนสิ เฮ้ย ได้ยินแค่เสียงก็กลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว ฉันไม่ถูกกับหนังเลือดสาด!

                “ขิงๆ” ฉันสะกิดขิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ดูเหมือนเธอจะหลับสนิทเลยแหะ แล้วนอนแบบนั้นไม่ปวดคอหรือไง

                “อืม...” ขิงขยับตัวเล็กน้อย แล้วเธอก็พลิกมาทางฉัน ก่อนจะพิงไหล่ฉันเฉยเลย

                “ขิง...มันหนักนะ ลุกไป” ฉันพยายามผลักเธอออก แต่ยัยนี่หนักชะมัดเลย

                “อ้าว ให้มาดูหนังแท้ๆไม่ได้ให้มานอน โทษทีนะมิ้น” เหมือนกันต์จะหันมาบ่นให้ขิง ก่อนจะใช้มือค่อยๆจับขิงไปพิงไหล่ตัวเองแทน แล้วจู่ๆไม่รู้ว่าฉันคิดบ้าอะไรถึงได้จับขิงมาพิงไหล่ตัวเองตามเดิม ทำให้กันต์ทำหน้าเหวอ

                “เอ่อ ฉันไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอจะปวดไหล่นะ” ฉันพูดพร้อมส่งยิ้มแหะๆให้กันต์ แต่เจ้าตัวก็เอาขิงไปพิงไหล่ตัวเองอีก

                “ไม่เป็นไรหรอก ฉันชินแล้วน่า เธอนั่นแหละจะปวดไหล่”

                “ฉันไม่เป็นไรจริงๆ ฉันกลัวว่า...” ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปจับขิงมาพิงไหล่ตัวเอง แต่จู่ๆขิงก็ทำมือห้ามไว้แล้วเจ้าตัวก็ค่อยเอนหลังไปพิงเก้าอี้แทน

                “ตื่นแล้วหรอ ฉันไม่ได้ว่าอะไรนะ นอนต่อเถอะ” กันต์กำลังจะจับขิงไปพิงไหล่ตัวเองแต่ก็โดนขิงทำมือห้ามเช่นกัน

                “เล่นอะไรกันวะ เวียนหัว” พูดจบเจ้าตัวก็ค่อยๆลุกขึ้นจะเดินออกไป  กันต์ทำท่าทีถามขิงว่าจะไปไหน

                “ไปห้องน้ำ” เจ้าตัวตอบแล้วรีบเดินออกไป ฉันรีบลุกขึ้นแล้วหันไปหากันต์แล้วทำมือประมานว่าฉันก็ไปด้วยนะ กันต์พยักหน้าตอบ ฉันเลยรีบตามขิงออกไป ตามจริงฉันไม่ได้อยากจะเข้าห้องน้ำหรอก แต่ฉันไม่อยากอยู่ดูหนังต่างหากละ

                ฉันเดินไปดึงเสื้อขิงเบาๆ เพื่อบอกให้เธอรอฉันด้วย ขิงเลยก้าวช้าลงแล้วเดินไปหาวไป บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมเธอถึงเอาแต่นอนทั้งวันแบบนั้น แต่ก็กลัวที่จะถามไป เพราะบางทีเธออาจจะมีเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ก็ได้ อย่างข่าวลือที่ว่าเธอขายตัวตอนกลางคืน ใจหนึ่งก็กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่อีกใจก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ว่าเธอจะทำเรื่องแบบนั้น

                “อะไร จ้องตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” เสียงของขิงทำให้ฉันดุ้ง ฉันหันไปมองเธอที่กำลังล้างหน้าโดยไม่หันมามองฉัน

                “เปล่า ใครจ้องเธอ” เธอรู้ได้ไงว่าฉันมอง เธอไม่ได้มองฉันด้วยซ้ำ

                “หรอ งั้นเธอจะบอกว่ายัยนี่ที่สะท้อนอยู่ในกระจกไม่ใช่เธอหรอ” เอิ่ม แบบนี้นี่เอง

                “เธอ...อย่าโกรธฉันนะ คือ...” ฉันพูดกระอักกระอ่วน ไม่กล้าถามแหะ

                “ว่า?” ขิงจ้องฉันด้วยสีหน้าสงสัย เอาวะ ก็อยากรู้นิ จะได้หายสงสัยสักที ถึงจะกลัวก็เถอะ

                “ก็...ทำไมเธอถึงชอบหลับตอนกลางวันตลอดเลยอะ ตอนกลางคืนไปทำอะไรทำไมไม่นอน” ถามไปแล้ว!

                “ออ ทำงานน่ะ” ขิงตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กๆในกระเป๋าออกมาเช็ดหน้า

                “งะ งานอะไรอะ” ฉันกลั้นใจถามต่อเพราะความอยากรู้

                “งานร้านอาหารตามสั่ง 24 ชั่วโมงอะ คล้ายๆกับคาเฟ่หน่อยๆอะนะ” ฉันถึงกับโล่งใจเมื่อได้ยินขิงตอบแบบนั้น แม้ว่าเธอจะตอบเสียงเรียบ แต่นั่นก็ทำให้แนเชื่อว่าเธอไม่ได้โกหกแน่นอน

                “อยู่แถวไหนหรอ เดี๋ยวฉันแวะไปบ้าง”

                “แถวๆเขตห้าอะ ทางผ่านไปวัดประจำหมู่บ้าน” อ้าว ใกล้ๆกับบ้านฉันเลยนิ เดินไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว

                “งั้นหรอ เดี๋ยวแวะไปนะ” ฉันตอบเสียงใส พอมองตัวเองในกระจกแล้วฉันแอบเห็นว่าตัวเองยิ้ม อ้าว ฉันยิ้มทำไมละนั่น พอเห็นแบบนั้นฉันเลยหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าขิงจะสังเกตเห็นไหมนะ

                “อืม แล้วเธอจะกลับไปดูหนังไหม” นั่นสิ คุยกันซะเพลินเลย แต่ฉันไม่อยากกลับไปอะ ทำไงดี

                “เอ่อ ก็คงจะไปดูอะนะ” ฉันจะปล่อยกันต์ให้นั่งดูคนเดียวได้ไงอุตส่าห์เป็นคนชวนเขามา

                “หรอ บอกกันต์ด้วยนะว่าฉันจะไปกินข้าวรอ” อ้าว อย่าทิ้งกันแบบนี้สิ

                “ฉันว่า ฉันไปกับเธอดีกว่า ฉันก็หิวเหมือนกัน” รู้สึกผิดกับกันต์อยู่หรอกแต่ฉันก็ไม่อยากเอาตัวเองไม่ทรมานกับหนังอะ กลัวจะกลับไปฝัน ขอโทษนะกันต์ฉันรอนายอยู่ข้างนอกละกัน

                ขิงไลน์ไปบอกกันต์ ก่อนพวกเราจะพากันไปหาอะไรกินที่ศูนย์อาหาร พอกินข้าวเสร็จ ฉันเลยชวนขิงไปหาของหวานตบท้าย เลยไปจบที่ร้านบิงซูใกล้ๆ และไม่นานนักกันต์ก็ตามมาสมทบพร้อมพูดว่าหนังสนุกมาก เสียดายที่ฉันกับขิงไม่ได้ดู ฉันว่าฉันไม่ดูอะดีแล้ว

                “งั้นเราไปคาราโอเกะต่อไหม แค่นนี้ไม่สมใจเลยอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” กันต์เสนอ

                “ฉันขอผ่านละกัน ถ้าจะไปก็ไปกันสองคนเลย” เดี๋ยวสิ ขิงจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ อยู่กับฉันก่อน พลีสส

                “เอ่อ ไปด้วยกันสนุกดีออกอย่าเพิ่งกลับเลย” ฉันพยายามส่งสัญญาณให้ฉันอยู่ต่อ

                “นั่นสิ จะรีบไปไหน วันนี้แกหยุดนิ ปะ! ไปกัน” แต่ไม่ทันได้ปฏิเสธกันต์ก็โดนขิงลากไปแล้วเรียบร้อย

                แต่พอมาถึงห้องร้องคาราโอเกะ ฉันก็พบกับฝันร้ายอีกครั้ง เพราะกันต์ร้องเพลงห่วยมาก ขิงนั่งปิดหูอย่างหน่ายๆโดยไม่เกรงใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง ส่วนฉันก็กลัวเจ้าตัวจะเสียใจเลยนั่งทนๆฟังเขาร้องจนจบเพลง

                “วู้ สนุกจังเลย แล้วนี่ไม่มีใครอยากร้องบ้างหรอ” เมื่อร้องจนพอใจกันต์ก็หันมาถามฉันกับขิงที่นั่งอยู่บนโซฟา

                 “ไม่ดีกว่า” ฉันรีบปฏิเสธทันควัน เพราะฉันไม่ค่อยมั่นใจเสียงตัวเอง

                “แกก็รู้ว่าฉันไม่ฟังเพลงไทย” เมื่อกันต์ยื่นไมค์ไปจ่อหน้า ขิงก็รีบปัดออกทันที

                “โธ่ มันไม่ได้มีแต่เพลงไทยสักหน่อย ฉันเลือกให้แกแล้วเนี่ย ร้องเลยๆ” ว่าแล้วกันต์ก็ยัดไมค์ใส่มือขิงเมื่อหน้าจอแสดงชื่อเพลง และดนตรีเริ่มคลอ เอ่อ my heart will go no…เพลงอย่างเก่า

                แต่เมื่อขิงเริ่มร้องจู่ๆฉันก็ขนลุกซู่ ร้องโคตรเพราะ เสียงของเธอฟังดูมีพลังมาก แม่จ้าวไม่คิดว่าขิงจะร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้ เป็นบุญต่อหูฉันสักทีน้ำตาจะไหล หลังจากที่ฟังเพลงเพี้ยนๆของกันต์มาตั้งนาน พอขิงร้องจบฉันกับกันต์ก็ปรบมือให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงเขาดีจริงให้สิบเต็มสิบอะ

                “แล้วทีนี้จะกลับได้ยัง” พอว่าไมค์ลงเจ้าตัวก็ทำหน้าหน่ายๆ

                “ก็ได้ วันนี้ฉันพอใจแล้วด้วย” ว่าแล้วกันต์ก็เดินลัลลาออกไปก่อนเพื่อน

                “ฉันว่าฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอนะ” ขิงลุกจากโซฟาแล้วบิดขี้เกียจ จะพูดอะไรกับฉันนะ

                “ได้สิ ว่ามา” ฉันมองหน้าเธอ และตั้งใจฟัง

                “คือกันต์มัน...”ขิงพูดยังไม่จบกันต์ก็เปิดประตูเข้ามา

                “นี่ไปเล่นเกมส์ต่อสักหน่อยไหม!! อ้าว...กำลังคุยอะไรกันอยู่หรอ” กันต์พูดด้วยท่าทางตื่นเต้น แต่ก็ลดเสียงต่ำลงเมื่อรู้ว่าเหมือนตัวเองกำลังเข้ามาแทรกบทสนทนาสำคัญ

                “ไม่มีอะไร อยากเล่นเกมส์ไหนละ” อ้าว แล้วเมื่อกี้จะพูดอะไรอะฉันค้างนะเนี่ย อุตส่าห์ตั้งใจฟัง

                เดี๋ยวค่อยถามละกัน

                ฉันเดินตามกันต์ออกไปเล่นเกมส์ยอดเหรียญ เลยรู้มาอีกอย่างว่ากันต์เต้นเก่งมาก อย่างเท่ห์อะ จากนั้นไม่นานพวกเราก็กลับบ้าน กันต์มาส่งฉันหน้าปากซอยด้วยละ จะว่าไปวันนี้เหมือนไปเดทกันเลยนะ ถ้าไม่ติดว่าฉันไปขอให้ขิงไปด้วยอะนะ แต่วันนี้ก็สนุกสุดๆเลย ฉันลืมขอไลน์กันต์ด้วยสิ เอาไว้คราวหน้าละกัน ค่อยๆเป็นค่อยไปๆ อย่างที่เขาว่า ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อิอิ ว่าแต่เหมือนลืมอะไรไปแหะ....

                ช่างมันละกัน




               #มาช้าแต่มาน้าาาา พอดีไรท์เพิ่งเปิดเทอมเลยงงๆกับเวลาอยู่เพราะตารางเรียนยังออกไม่ครบ เอาเป็นว่ายังไงก็อัพวันนี้เนาะ

#ถ้าชอบก็อย่าลืมกดติดตาม กดให้กำลังใจ หรือคอมเม้นท์ติชมงานเขียน เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าา เจอกันตอนหน้า จุฟๆ

#อัพทุกวัน พฤหัส และวันเสาร์จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 16:21
    สนุก...
    #8
    0