(Fic one piece) Training two years of Zoro /Var/

ตอนที่ 23 : Chapter eighteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

 



'ต๊อก ๆ ต๊อก ๆ ' จู่ๆเสียงประหลาดที่คล้ายกับเสียงนาฬิกาก็ดังออกมา

 

 

 

"ได้เวลาอาหารค่ำแล้ว" เสียงเรียบเฉยของเจ้าของปราสาทดังขึ้น โซโลไม่ได้ใส่ใจ ผิดกับลิงยักษ์ที่หยุดชะงัก และยุติการต่อสู่ทันที แล้วเดินถอยห่างออกไป โซโลยังคงงงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า เขาสลายขุมพลังนั้นออกไปแล้วมองว่ามันทำอะไร แต่ทันใดนั้นเสียงร้องเจี๊ยกจ๊ากของฝูงลิงที่มองเหตุการณ์อยู่นานก็ดังจ้าละหวั่น พร้อมของกินที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเขาเองก็ไม่รู้ จ่าฝูงลิงเลิกสนใจโซโลแล้วหันไปร่วมกินอาหารค่ำของเหล่าสมุนที่เตรียมไว้กินด้วยกัน

 

 

 

"ห๊าา !?" โซโลมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความงุนงง ครั้นหันไปหาอาจารย์ตนที่ยังไม่ได้ฝึกให้เขา กับหญิงสาวคนเดียวของเกาะ เขาก็ต้องร้อง ห๋า เป็นรอบที่สอง เมื่อสิ่งที่เขาเห็นเป็นสภาพของหญิงสาวที่กำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ กับชายอีกคนที่พลิกหน้าหนังสือและไวน์แดงซึ่งวางอยู่ข้างๆมือ ทั้งสองคนกำลังนั่งโต๊ะและเก้าอี้สีขาวสะอาดถูกแกะสลักสวยงามอย่างปราณีต

 

 

 

"ดื่มชากันมั้ย ? " เพโรน่ายกถ้วยชาขึ้นมาถามอย่างเชิญชวน 



"ชากับผีเธอเซ่! ฉันยังไม่ได้ล้มเจ้านั่นเลย" โซโลตบมุกนั่นทิ้ง แล้วยังชี้ๆไปยังศัตรูที่ตนยังไม่ได้จัดการ เจ้าตัวที่เขาชี้ก็ดื่มด่ำกินอาหารอย่างมีความสุขกับพวกๆของมันอยู่เสียด้วย



"วันนี้เราจะฝึกกันเท่านี้พอ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่อีกรอบ หักโหมไปมันจะแย่ต่อร่างกายเธอเองในภายหลัง" คนที่โซโลยังเรียกว่าอาจารย์เต็มปากไม่ได้ เขาพูดออกมา ทั้งยังบอกเตือนย้ำให้หยุดพัก



"เพราะนายยังไม่ได้กินข้าวกลางวันไงยะ รีบพักเถอะ ฉันเหนื่อยจะแย่แล้ว" เพโรน่าสมทบอีกครั้ง



"คนที่ต้องพูดคือฉันต่างหาก อะไรมันจะทำให้เธอเหนื่อยกัน ! " โซโลชี้นิ้วเข้าหาตัวเองที่โดนแย่งบทพูด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะพูดจริงๆเสียทีเดียว หลังจากพูดจบ ร่างโปร่งก็ถูกยกตัวลอยขึ้น คนโดนคุกคามมองลิงยักษ์ที่ดึงหลังคอเสื้อเขาเพื่อหยิบตัวเขาขึ้นมา



"เฮ้ย ! อย่าเล่นทีเผลอสิฟร่ะ ! " โซโลจับดาบในมือกำแน่นพร้อมจะสู้อีกรอบ



"วางใจเถอะ ลิงพวกนี้เข้าใจไม่ดื้อด้านบ้าระห่ำแบบเธอหรอก" มิฮอว์คพูดให้คนที่ถูกยกตัวลอยโตงเตงคลายใจ แต่คำว่า ดื้อด้านและบ้าระห่ำ คล้ายเป็นลูกษรที่แทงลงไปบนตัวของเด็กหนุ่ม คนโดนกล่าวหาขมวดคิ้ว แต่เจ้าลิงก็ไม่ได้เปิดฉากต่อสู้กับเขา เพียงทำหน้าฉงน ก่อนจะวางคนที่ขยุกขยิกไปมา 


"ล่ะทำหน้าแบบนั้นมันหมายความว่าไงห๊า..." โซโลยิ่งขมวดคิ้วงงไปใหญ่ แต่ไม่ได้อะไรมากก็ถูกเสียงทุ้มเรียบกล่าวขึ้นอีกรอบ



"กลับปราสาท" เขาพูดประโยคเดียวแล้วเจ้าของร่างสูงจะลุกขึ้นมา คนที่เหลือเพียงพยักหน้ารับ



"อ่า" โซโลขานรับในลำคอ แม้อยากจะล้มลิงตัวนี้แค่ไหน แต่ท้องของเขาก็เรียกร้องหาสารอาหารที่ไม่ได้รับเมื่อกลางวัน ขณะที่กำลังจะเดินกลับ โซโลก็รู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องเขา เขาเลิกคิ้ว หากแต่คร้านจะหันกลับไปมองเพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือมื้อเย็นเท่านั้น




"นี่ ถึงนายไม่ขัดฉัน ฉันก็ไม่เสียท่าให้เจ้านั่นหรอกนะ" โซโลพูดไประหว่างทางเมื่อรู้สึกว่าเหมือนจะถูกขัดจัวหวะพอดีที่ตนตกเป็นรอง แต่เขาก็เตรียมแผนรับเอาไว้แล้ว



"เปล่า แต่มันถึงเวลาอาหารค่ำแล้ว ฉันหิว" มิฮอว์คไม่ได้ยินดียินร้ายกับโซโล เขาบอกเหตุผลที่ตนหยุดการต่อสู้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความเมตาหรือเห็นใจขึ้นมา 



โซโลพยักหน้ารับอย่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับ รอยยิ้มมุมปากถูกยกสูง ใช่โซโลไม่ต้องการให้คนที่เป็นอนาคตคู่ต่อสู้มาสงสาร สนใจ หรือ พิศวาทเขาแม้แต่น้อย เพราะจิตใจ ความนึกคิด มีผลกระทบกับการต่อสู้ แม้ตอนนี้อนาคตศัตรูของตนจะเป็นอาจารย์ให้เขาอยู่ แต่โซโลก็ไม่ได้มีความคิดที่จะสานความสัมพันธ์หรือพัฒนาให้ขึ้นมามากกว่าเป้าหมาย








"แล้วซักวันหนึ่งฉันจะล้มนาย มิฮอว์ค" โซโลพูดขึ้นพร้อมมองแผ่นหลังกว้างนั้น ด้วยนัยน์ตาทะเยอทะยาน 



มุมปากคนที่ถูกกล่าวถึงยกยิ้มขึ้นมาเพียงบางๆ โดยคนข้างหลังทั้งสองคนมองไม่เห็น



"หึ อย่างงั้นก็ช่วยล้มเจ้าหัวหน้าลิงให้ได้ก่อนแล้วกัน โรโรโนอา" หลังจบประโยคของชายนักดาบหรือว่าที่อาจารย์ เสียงหัวเราะขบขันของเด็กสาวก็ดังขึ้น ส่วนคนที่ถูกตอบกลับก็ชักสีหน้า พร้อมตะโกนออกมาเสียงดังว่าตนสามารถทำได้อยู่แล้ว














มื้อเย็นมื้อนี้ถูกฝากฝังให้กับเจ้าของปราสาทอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะในหลายๆเหตุผล โดยเฉพาะเหตุผลที่ห้องครัวอาจจะถูกทำลาย หรือเสบียงที่ซื้อมาเร็วๆนี้อาจจะหมดก่อนเวลาที่ควร โซโลอึดอัดเล็กน้อย ถึงแม้เมื่อเช้าเขาจะกินอาหารของอีกคนก็จริง แต่ยังไงเสีย จิตสำนึกส่วนดีลึกๆก็บอกว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้เท่าไหร่ ขณะที่เพโรน่ายิ้มออกมาอย่างดีใจ ท่าทางของเธอแสดงว่าไม่ได้พึ่งได้กินเพียงครั้งแรก อาจจะเป็นช่วงที่เขาติดเรือผมแดง



"วันนี้ฉันอยากกินเค้ก ถ้านายไม่ทำฉันจะทำเองก็ได้" สาวเจ้าลอยเข้าครัวด้วยท่าทีน่าเริงพร้อมเหล่าบริวารผีขาวอีกสองตัว



"ห้ามพัง ห้ามเสียเปล่า" มิฮอว์คไม่ได้ปฎิเสธความต้องการของเด็กสาว แต่ก็ย้ำสิ่งที่น่ากังวลออกมา



"ชิ จะพยายามแล้วกัน" เธอพองแก้มตัวเอง แต่ก็ยังคงยืนยันที่จะทำของหวาน โซโลถอดหายใจทันที เขาเดินตามเด็กสาวเข้าครัว เพราะภาพที่เธอแทบจะเทน้ำมันหมดขวดยังติดตา แม้สกิวการทำอาหารเขาจะแย่ แต่ก็คิดว่าน่าจะดีกว่าสาวเจ้าขึ้นมาหน่อย



"อยากกินเค้กเหมือนกันล่ะสิ ทำเองย่ะ" เพโรน่ามองคนที่เดินมาหาตน มือบางกำลังจะตอกไข่



"ใช้กี่ฟอง ? ฉันจัดการเองดีกว่า" โซโลคว้าไข่ใบนั้นมาก่อน เขากลัวหล่อนจะตอกแล้วแตกคามือเธอเอง



"ไม่รู้สิ สี่มั้ง ? " เธอพูดด้วยความไม่แน่ใจ คนฟังพยักหน้า ขณะที่ตอกไข่ เปลือกไข่ก็ตกลงมาในถ้วย



"เปลือกๆ ! ฉันไม่กินเปลือกนะ" เพโรน่าพูดพร้อมชี้นิ้วไปยังเศษเปลือกไข่ที่ลอยขึ้นมา โซโลพยักหน้ารับๆ ก่อนจะตอกลูกที่สองซึ่งผลก็เป็นดังเดิม



"นี่มันหมายความว่ายังไงยะ! " เธอรีบทักอีกรอบ เจ้าตัวพยักหัวรับแต่กลับยังไม่เอาออก



"รู้แล้วน่า ค่อยเอาออกตอนตอกครบไง" คนตอกไข่พูดพร้อมไหวไหล่ แล้วหยิบไข่ใบที่สามขึ้นมา



"พูดแบบนั้น นี่นายหมายความว่าเปลือกมันตกลงไปทุกใบเลยรึไง" เพโรน่าพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ถูกยอมรับออกมาง่ายๆด้วยกับพยักหน้ารับ และไข่ใบที่สามก็ไม่ผิดหวังจากคำพูดเมื่อครู่ เศษเปลือกตกลงไปเช่นเดียวกับทุกใบ เธอมีสีหน้าผิดหวังและสิ้นหวังคล้ายวิญญาณออกจากร่าง





มิฮอว์คที่อยู่อีกฝั่งซึ่งกำลังทำอาหารค่ำมื้อนี้อยู่เขาได้ยินเสียงเจื้อแจ้วเป็นพักๆ ระหว่างบทสนทนาของเด็กหนุ่มและเด็กสาว แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก มือหนาทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่ว



  









ไม่ว่าจะร้ายหรือดีแต่เค้กนั่นก็ถูกอบจนได้ โซโลอยากจะทำต่อตรงส่วนครีมเอง เพราะกลัวสาวเจ้าจะจัดการของตกแต่งที่มากเกินพอดี แต่เพโรน่าปฎิเสธ ตัวเธอยืนกลางที่จะทำมันด้วยตัวเอง คนได้ยินจำต้องถอดหายออกมา ก่อนจะเอ่ยย้ำว่าห้ามใช้ของเปลือง ซึ่งเจ้าก็รับปากแล้วทำมือเป็นตัวโอ เป็นอันตกลง 



เค้กที่พึ่งอบออกมาจากเต่ารูปร่างไม่ได้ดูแย่จนกินไม่ลง แต่ก็มีช่องว่างของอากาศแทรงอยู่เนื้อเค้กจึงไม่ได้แน่นเท่าที่จิตนการหรือที่เคยกิน เค้กที่เขาอบมีขนาดประมาณซักปอน์ดสองปอน์ดได้ แม้จะไม่แน่ใจนัก แต่โซโลก็คิดว่าน่าจะตอบสนองความยากของหวานอีกคนได้มาก หรือเกินความจำเป็นไปด้วยซ้ำ






ในที่สุดเขาก็จะได้กินอาหารเย็นมื้อนี้เสียที เพโรน่าเดินออกมาพร้อมเค้กที่เธอเป็นคนแต่งเอง แม้เขาจะย้ำไปบ้าง แต่มันก็ยังดูเยอะในสายตาเขาอยู่ดี ทั้งเมล็ดสี ลูกกวาด ช็อคโกแลต วิปครีม หรือเบอร์รี่ที่มักใส่จะใส่อยู่ในของหวานอย่างเชอร์รี่ก็ดูจะมีเยอะเกินเค้กธรรมดา



สายตาวิบวับๆของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอปรารถนาของหวานตัวก่อโรคเบาหวานมากแค่ไหน แม้ว่าหล่อนจะต้องเขมือบก้อนเค้นชิ้นนี้เท่าไหร่ก็ตาม แต่หล่อนก็ต้องกินอาหารจานหลักของมื้อค่ำวันนี้ก่อน



อาหารหลากหลายจานถูกวางอยู่ตรงหน้า ค่อนข้างที่จะมากกว่ามื้อเช้า



"นอกจากเป็นนักดาบแล้วยังเป็นกุ๊กหรอเนี่ย สะดวกดีแหะ" โซโลยิ้มกว้างแล้วตักอาหารเข้าปากตน



"เธอคงไม่คิดว่าพวกลิงบาบูนจะทำให้ฉันใช่ไหม ? " เจ้าของปราสาทตอบกลับ ส่วนคนที่พึ่งกินอาหารเข้าไปก็สำลัก



"ฉันก็แค่แปลกใจนิดหน่อย แค่นั้นแหละ" หลังจากการไอและดื่มน้ำไปหลายอึกก็ค่อยรอดจากอาการอาหารติดคอละอาหารติดหลอดลมมาได้ 




โซโลไม่ต่อบทสนทนานั้นต่อ เจ้าตัวก้มหน้าก้มต่กินอาหารตัวเองตามปกติ ผู้ใหญ่เพียงคนเดียวมองเด็กหนุ่มตรงหน้าครู่เดียว ก่อนจะหันมาสนใจอาหารดังเดิม




เพโรน่าไม่ได้ให้ความสนใจกับการพูดคุยของทั้งสอง ตอนนี้สิ่งที่ดึงดูความสนใจเธอคือเค้กก้อนโตที่วางไว้ล่อตาล่อใจตัวเอง เด็กสาวค่อนข้างรีบในการจัดการอาหารมื้อนี้ เพราะด้วยความรีบร้อนของสาวเจ้า เธอเองก็เกิดอาการเดียวกับเด็กหนุ่มราวกับรีภาพซ้ำอีกรอบ 



"ดื่มเข้าไปซะยัยบ้า เกิดอยากติดคอตามฉันรึไง? "คนมีประสบการณ์ก่อนหน้าไม่กี่นาทีรีบคว้าน้ำกรอกปากสาวเจ้า ส่วนผู้ป่วยก็ดูคล้ายๆก่ำกึ่งถูกช่วยและถูกฆ่าในเวลาเดียวกัน มือเธอพยายามพลักและดันมืออีกคนออกแต่ก็ไม่เป็นผล 



จนในที่สุดน้ำก็หมดแก้วโซโลจึงดึงมือกลับ คนถูกกรอกน้ำสำลักและไอออกมาอีกหลายครั้ง ก่อนจะชี้ร่ายไปยังบุคคลที่เกือบฆ่าตน



"เจ้าบ้า! นี่นายจะฆ่าฉันรึไงยะ!?" เธอพูดตะคอกขึ้นใส่ทันที



"อะไรของเธอ ฉันช่วยชีวิตเธอนะ ผู้-มี-พระ-คุณ น่ะเข้าใจไหม?" โซโลเมินเฉยกับท่าทีของเธอพร้อมสวนกลับไปโดยย้ำคำว่าผู้มีพระคุณลงไป



"ว่ายังไงยะ? ฉันรอดมาได้นายจะบอกว่าเป็นผู้มีพระคุณ แต่ถ้าฉันตายนายก็เป็นคนฆ่าฉันนะสิ" เพโรน่าไม่ยอม เธอพูดแล้วก็บู้ปากตัวเอง




ทั้งสองคนตอบโต้กันไปซักพักก็ต้องเป็นสาวเจ้าที่ถอนหายใจ ส่วนอีกคนก็เหงื่อตกกับการโต้วาทีครั้งนี้




"ชิ ฉันไม่สนใจนายแล้ว กินเค้กของฉันดีกว่า" เพโรน่าละสายตาจากโซโลไปยังของหวานแทน แต่ทันทีที่หล่อนจะตักเค้กที่ยั่วยวนตรงหน้า ตัวเธอก็ชะงักไป ก่อนจะพองแก้มตัวเองอย่างไม่พอใจ 




และแล้วไม่กี่อึดใจ ร่างผีตัวน้อยๆสองตัวก็ลอยแล้วยื่นจานพร้อมช้อนให้เธอ อีกตัวก็ยื่นมีดมา โพโรน่าตัดเค้กออกมาชิ้นหนึ่ง โซโลไม่ได้สนใจหล่อนเท่าไหร่นักหลังที่จบจากการสนทนาเมื่อครู่เขาก็รับพลังงานเข้าร่างกายตนต่อ อย่างไม่คาดคิด เค้กช็อคโกแลตชิ้นกำลังดีก็ถูกวางไว้ตรงหน้าเขา



โซโลเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเลิ่กคิ้วขึ้นทำนองสงสัยว่าสาวเจ้าต้องอะไร



"อะไรยะ นายเป็นคนทำเหมือนกัน เกิดฉันเป็นอะไรขึ้นมานายก็ต้องเป็นด้วยกันสิ" เธอหันหน้าหนีทันควันไม่ยอมสบตาตรงๆแล้วบอกสาเหตุที่ทำให้เธอยื่นของหวานให้โซโล



คนได้รับไหวไหล่ไม่ใส่ใจ ช้อนที่วางคนจานถูกจับขึ้นมาเพื่อตักอาหารในจานนั้น



"นายล่ะ จะลองชิมหน่อยมั้ย?" เพโรน่าหันไปหาชายอีกคนที่เป็นเจ้าของครัว พร้อมกวักมือเรียกบริวารผีตัวขาวให้มาหาตน



มือหนาที่ยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม ค่อยๆลดระดับลงเพื่อวางถ้วยน้ำชานั้นลง ก่อนจะโบกมือปัดปฎิเสธ



เพโรน่าเมื่อเห็นอีกคนโบกมือก็เข้าใจว่าถูกปฎิเสธ เธอจึงไม่ได้ให้ความสนใจต่อ ก่อนจะลิ้มลองรสชาติสิ่งที่เธอต้องการตรงหน้า





ช้อนที่ถูกตักเนื้อเค้กและครีมช็อกโกแลตเคลื่อนไปอยู่ในโพรงปากอุ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกดึงออกมา


รสชาติหวานๆติดเพดานปากและปลายลิ้น โซโลขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เขาหันไปมองหญิงสาวอีกคนก็พบใบหน้าที่เปี่ยมสุขพร้อมเค้กที่ถูกตักตักอีก คนมองทำสีหน้าเหยเกทันที เขาส่ายหัวเขามา ก่อนสายตาจะเคลื่อนไปเจออีกคนที่อาจจะเป็นทางออกและไขปริศนาให้ตนได้



"ตาเหยี่ยว ลองชิมดูหน่อยไหม ? " นักดาบที่พักตัวฝึกพูดพลางยกจานเค้กตนยื่นให้คนอายุมากกว่า 



"อ่า" คนถูกเรียกพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมขานรับเบาๆ ก่อนจะใช้ช้อนตนตักของหวานบนจานที่ถูกชักชวนและยื่นมาให้ตรงหน้า



"คิดว่าไง ? " โซโลเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที เขาดึงจานกลับมาไว้ที่ตนดังเดิม พร้อมมองปฎิกริยาของคนที่ตนสนทนาด้วย



"มีกลิ่นคาว เนื้อแข็งไป ส่วนหน้าเค้กก็หวานเกินกว่าที่ควรจะเป็น" มิฮอว์ควางช้อนตนลง แล้วตอบคำถามนั้นให้แก่ผู้ที่ใคร่สงสัย



"ฉันเห็นด้วยกับนายข้อสุดท้าย ส่วนข้อแรกๆฉันไม่มีปัญหาเท่าไหร่" โซโลพยักหน้ารับกับคำตอบที่ได้ นั่นเป็นข้อยืนยันได้ว่าต่อมรับรสเขายังทำงานปกติดี หรือไม่ใช่อคติส่วนตัวของเขา



"เธอไม่ได้ใส่น้ำแต่งกลิ่นหรือผงฟูลงไปบ้างรึไง ? " มิฮอว์คสลับกลายเป็นคนถามขึ้นบ้าง คนฟังร้องห๋าออกมา คิ้วถูกเลิ่กขึ้นราวกับไม่เข้าใจ ก่อนจะปฎิเสธออกมา



"หึ ฉันไม่ได้ใส่อะไรไปมากเท่าไหร่ กลัวว่ามันจะกินไม่ได้มากกว่าเดิมน่ะสิ" คนฟังกดศีรษะลงต่ำ มุมปากถูกยกขึ้นมาบางๆ



"ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ไม่แต่งอะไรมากมันก็ดี ดูเป็นปกติ ธรรมชาติ ถึงจะแข็งกระด้าง ฉันก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ" คนฟังพยักหน้ารับ ถึงจะบอกว่าครีมบนเค้กจะหวานจนชวนเลี่ยน แต่กลับเนื้อเค้กที่ก็ไม่ได้ดีไปมากกว่ากัน สุดท้ายทั้งสองนี้ก็จำต้องกินพร้อมกันอยู่ดี เพื่อพยุงให้เป็นด้วยกันรอด



"อาหารนี่มัน... พิลึกชะมัด" โซโลมองเค้กที่ตนตักในช้อน พร้อมส่ายหน้ากับความประหลาดและพิศวงของอาหาร









หลังจากจัดการอาหารมื้อเย็นเรียบร้อย ทุกก็แยกย้ายและต่างคนต่างไป เว้นเสียแต่โซโลที่รับอาสาจัดการเรื่องจานเอง เพื่อไม่ให้ดูเป็นคนที่ได้รับประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว








ขณะที่ร่างโปร่งเริ่มล้างจานได้ซักระยะ บุคคลที่เดินออกไปแล้วกลับมาปรากฎตัวที่ห้องครัวอีกครา โซโลฟังแค่เพียงเสียงคนเดินเข้ามา เสียงก้าวเท้าลงน้ำหนักสม่ำเสมอดังทุกครั้งที่กระทบพื้น มั่นคงและหนักแน่น ความคิดที่ว่าจะเป็นสาวเสียงแสบแก้วหูปัดตกลงไป ทั้งปกติหล่อนยังไม่ค่อยเดินมากนัก ชอบที่จะลอยตัวเหนือพื้นดินเสียมากกว่า



เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาใกล้ๆเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดไป แล้วแทรกด้วยเสียงเปิดตู้ และเสียงกระทบกันของแก้วแทน



โซโลจากเดิมที่ไม่คิดจะสนใจ แต่ตอนนี้ดวงตากับแวววับ ใคร่มองอีกคนแล้วเอ่ยทัก



"ที่ห้องของแกหมดแล้วหรอ ?" แม้ปากจะเอ่ยพูด แต่มือก็ยุ่งกับจานอยู่



"อืม ปกติเอาไปแค่ขวดสองขวด" มิฮอว์คตอบรับและไม่ได้ปฎิเสธ ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้าไวน์แดงแล้วพลิกดูแต่ละแบรนด์



"เห๋... แบบนั้นนายก็ต้องกลับมาที่ห้องครัวบ่อยๆงั้นสิ ไหง๋ไม่หยิบไปเลยหลายๆขวดหรือเป็นลังไปซะล่ะ" หลังจากจบประโยคโซโลก็หยุดมือแล้วหันไปหาคนที่ตนสนทนาด้วย




ใบหน้าเรียบเฉย แต่บรรยากาศและท่าทีที่อึมครึมก็สร้างความเกรงขามได้ไม่ยาก ชายคนนี้จึงกลายเป็นคนที่สุขุมและสันโดษ แสงนวลสีเหลืองสะบายตาของดวงจันทร์ส่องผ่านช่องสำหรับระบายอากาศ ตกกระทบลงบนหน้าที่เคร่งขรึม ท่าทีเหมือนคนเอาจริงเอาจัง กับกริยาที่กำลังใคร่ครวญคิดอย่างพิถีพิถันเพื่อเลือกไวน์ซักขวดสำหรับราตรีนี้ 






"ไม่จำเป็น เอาแค่ที่พอดีก็พอแล้ว มากนักจะวุ่นวายซะเปล่าๆ" เจ้าของร่างสูงนิ่งเงียบไปพักหนึ่งเพื่อใช้ความคิดในการเลือกไวน์แดง ก่อนจะตอบกลับ และประโยคสุดท้ายที่สื่อว่าหยิบไปเยอะอาจจะแตกได้ง่าย 



โดยไม่ได้ตั้งตัว ขณะที่มือหนาหยิบไวน์ที่ถูกใจทั้งสองขวดได้แล้ว สายตาคมที่พิจารณาเลือกไวน์ชั้นดีก็เหลือบขึ้นมา เพื่อมองคู่สนทนาของตน โซโลชักสายตากลับทันทีเพราะคาดไม่ถึง เสียงน้ำไหลดังขึ้นกลบความคิดของเขา ทำให้รู้ว่าตลอดมามีเสียงน้ำอยู่เสมอ มือของเจ้าของร่างโปร่งรีบคว้าจานนำมาล้างต่อเพื่อกลบเกลื่อนอาการที่ดูมีพิรุธของตน



"อ่า นั่นสิอย่างที่แกว่านั่นแหละ" โซโลคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติที่สุด ทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมเขาต้องกลบเกลือบราวกลับว่าตัวเองมีพิรุธ



ด้วยความรีบร้อน มือของเขาที่ไม่มีฟองน้ำยาทำความสะอาดจานอยู่เพราะมันละลายจากการถูกทิ้งไว้ เขาคว้าจานแต่มันดันลื่นจนหลุดออกมือไป ขณะเดียวกันเสียงแก้วที่กระทบกันก็ดังขึ้น




โชคดีที่โซโลประสาทสัมผัสและร่างกายของเขาไวพอจึงสามารถคว้าจานเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่มันจะกลายเป็นแค่เศษกระเบื้อง



"ระวังหน่อยสิ ฉันยังไม่อยากซื้อจานใบใหม่เร็วๆนี้หรอกนะ" มิฮอว์คพูดขึ้น ขณะที่โซโลล้างจานใบสุดท้ายพอดี โซโลหันกลับไปมองอีกคนที่อยู่ในห้องเพื่อตอบกลับ



"รู้แล้วน่า" โซโลตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก



"ยังเลือกไม่ได้อีกหรอ ? " เมื่อยังเห็นร่างสูงยังไม่ได้หยิบไวน์ขึ้นมาซักขวดก็อดถามออกไปไม่ได้




"อ่า" มิฮอว์คตอบรับ ก่อนมือหนาจะเอื้อมไปหยิบขวดสองขวดก่อนนี้ขึ้นมา โซโลเช็ดมือจนแห้งพร้อมพูดต่อ



"ถ้าอย่างนั้น  ให้ฉันช่วยเลือกให้ไหม ? " มือหนาคว้าขวดขึ้นมาทันทีกับคำพูดของเด็กหนุ่ม ก่อนสายตาจะมองมันครู่เดียวแล้ววางขวดกลับไปที่เดิม




"ลองดูสิ" ชายหนุ่มพูดตอบรับคำขอจากเด็กหนุ่ม คนที่ได้รับอนุญาตก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีกับคำตอบ พร้อมสายตาที่เป็นประกาย ร่างโปร่งกรู่เข้ามาหาตู้ที่เต็มไปด้วยขวดไวน์มากมาย



มือโปร่งหยิบขวดไวน์ในแบรนด์ต่างๆขึ้นมาดูอย่างสนใจ มิฮอว์คจึงบ่อยหน้าที่นี้ให้คนเยาว์วัยกว่าจัดการ ระหว่างนั้นโซโลมีหยิบบางขวดที่ไม่รู้จักขึ้นมาแล้วเอ่ยปากถามเป็นระยะๆ ซึ่งมิฮอว์คก็เป็นคนแก้ข้อสงสัยต่างๆให้โดยไม่ได้กล่าวติเตือน หรือแสดงท่าทีรำคาญ



"บอกตามตรงนะ มีหลายแบรนด์ที่ฉันไม่รู้จักเต็มไปหมดเลย" โซโลยอมรับออกมาอย่างง่ายๆ ปกติเขามักจะดื่ม โดยไม่สนชื่อเสียงความโด่งดังนั้นเท่าไหร่ ถ้ากินแล้วถูกใจนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการ เรียบง่ายและไร้การใตร่ตรอง



"อืม ฉันก็พอเดาออก" มิฮอว์คพูดแซะคนเด็กกว่านิดหน่อย แต่คนฟังก็ไม่ได้มีท่าทีเคืองแต่อย่างใด 







"ฉันว่าสองขวดนี้แหละ" มือโปร่งทั้งสองข้างคว้าขวดไวน์สองขวดที่ตนกล่าวขึ้นมา มิฮอว์คมองดูไวน์แดงในมือเด็กหนุ่ม เมื่อมองคราวแรกความแรกใจก็ปรากฏ ก่อนจะหางหายไปพร้อมรอยยิ้มบางๆ 



"หึ ทำไมเลือกสองขวดนั้น ? " มิฮอว์คขำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะถามเพราะต้องการเหตุผลจากเด็กหนุ่ม



"ขวดนี้ฉันเคยดื่ม แล้วก็มั่นใจมากว่ามันรสชาติดี" โซโลพูดพร้อมยกมือซ้ายแกว่งขวดนิดหน่อยเพื่อบอกว่าขวดไหนที่ตนหมายถึง



ขวดแก้วเป็นสีดำสนิท ไร้การสลักลายให้ดูสวยหรู ปากขวดจนถึงเกือบๆคอขวดถูกหุ้มด้วยพลาสติกฟลอยสีเงิน มีข้อความบอกชื่อแบรนด์ซึ่งเป็นตัวพิมพ์ที่เรียบๆแต่อ่านง่าย เช่นเดียวกับกลางขวดที่มีฉลากชื่อแบรนด์ติด ที่มีธีมสีเดียวกับด้านปากขวด ตัวอักษรพิมใหญ่พิมพ์ว่า La Moneda Reserva Malbec ด้านบนมีสัญลักษณ์พระราชวัง La Moneda พร้อมตีกรอบตัวอักษรชื่อนั้นแสดงถึงความสำคัญ ส่วนด้านล่างที่ลงมาหน่อยก็ถูกพิมพ์ตัวใหญ่ว่า RESERVA MALBEC ลักษณะของขวดเรียบมากถึงมากที่สุด แสดงถึงราคาที่ไม่ได้แพงจนต้องขายตับไตเพื่อซื้อมันมา หรือแม้แต่แรงงานลูกจ้างทั่วไปก็ยังสามารถซื้อมันมาได้ซักอาทิตย์ละครั้ง แม้ราคาจะถูกมาก แต่กลับเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่ดีมาก ความฉ่ำราวกับผลไม้สดรวมกับเบอร์รี่ที่ผสมด้วยโยเกิร์ตรสวานิลลาอีกเล็กน้อยมีความเผ็ดร้อนของพริกไทยแทรกตามกลิ่นเบาๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ไวน์ขวดนี้เป็นไวน์ราคาถูกที่สุดแต่กลับดันมีคุณภาพพอๆกับไวน์ราคาสูงชั้นดี



คนฟังเหตุผลพยักหน้ารับขณะที่วิเคราะสาเหตุ ไวน์ตัวนี้เขาเองก็เคยดื่มอยู่บ้างเป็นครั้งคราว รสชาติของมันต่างจากขวดอื่นจนเป็นเอกลักษณ์ ความหวานอมเปรี้ยวจากเบอร์รี่รวมกับโยเกิร์ต มีกลิ่นเผ็ดเบาๆของพริกไทยมาผสมปนอยู่



เมื่อโซโลได้รับสัญญาณให้พูดต่อ เขาก็เขย่าขวดที่มือขวาเล็กน้อยเชิงเรียกความสนใจและจุดเด่นอีกครั้ง



"ส่วนขวดนี้น่ะ ฉันยอมรับว่าไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นเลย" โซโลมองขวดไวน์ที่ตนพูดถึงด้วยสายตาอาวรณ์และความปรารถณา คนฟังมองสีหน้าอีกฝ่ายเงียบๆไม่ได้เอ่ยขัดอะไรออกมา



"แต่แค่เห็นครั้งแรกฉันก็เหมือนถูกดึงความสนใจไป ความรู้สึกเหมือนกับว่า ถ้าฉันต้องขโมยอะไรของนาย ฉันก็ต้องหยิบเจ้านี่ไปแน่นอน ทำนองนั้น" คำพูดฟังดูติดตลก แต่สายตาคนพูดบ่งอกว่ามันเป็นเรื่องจริงมากแค่ไหน




ขวดเป็นสีดำทมิฬ รอยสลักนูนขึ้นมาประกอบเป็นลวดลายอยู่รอบขวด ทั้งด้านบนที่เป็นสัญลักษณ์ และด้านล่างที่สลักเป็นชื่อแบรนด์ ปากขวดจนถึงคอขวดถูกหุ้มด้วยสีแดงเลือดหมู ถูกแต่งแต้มด้วยสีเขียวเล็กน้อย ตัวอักษรสีดำถูกพิมพ์อย่างชัดเจนบนฉลากขาวสะอาด ชื่อแบรนด์หรือชื่ออื่นๆที่สำคัญถูกพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดและถูกขยายให้เห็นหรืออ่านได้อย่างชัดเจน ส่วนรายละเอียดยิบย่อยที่ถูกลดขนาดลงไป โดยชื่อแบรนด์ถูกพิมพ์ว่า VEGA SICILIA โดยสีอักษรเป็นสีทองเงิน นอกจากตัวอักษรที่อยู่บนฉลากขาวแล้ว ยังมีรูปสัญลักษณ์ลวดลายของโลโก้ปรากฎอยู่ด้วย โลโก้เป็นลักษณะคล้ายโล่ ด้านในมีตัวอักษรRMไขว่กันอยู่ ทางซ้ายของโล่มีคำที่เขียวว่า MARCO ส่วนฝั่งขวาเขียนว่า REGISTRADA ซึ่งแต่ละข้อความถูกตีกรอบเฉียงขึ้นในองศาเดียวกัน ด้านบนของโล่คล้ายเป็นงูสองตัวที่หันหน้าเข้าหาเสา บนเสาก็มีปลายยอดคล้ายกระดิ่งหรือระฆังอยู่เหนือนั้นทั้งยังติดปีกสยายอยู่สองข้าง เช่นเดียวกับชื่อแบรนด์โลโก้ก็มีสีสันเป็นสีทองเงิน แบรนด์ที่ดูหรูกว่าแบรนด์อื่นนั้น ก็คือ Vega Sicilia Unico และถูกพิมพ์ตามด้วยปี ซึ่งนานมากกว่าสี่สิบปีมาแล้ว ไวน์สัญชาติสเปนที่ถูกปลูกในพื้นที่อากาศแปรปวนอุณหภูมิสูงสลับต่ำสร้างความโด่ดเด่นและรุนแรงของรสชาติไวน์ที่ถูกหมักเช่นเดียวกัน มีรสชาติที่ถูกว่ากันว่าซับซ้อนประหลาดของนานาผลไม้ต่างๆ มีกลิ่นเครื่องเทศที่รุนแรง ถูกแทรกด้วยเบอร์รี่แยมสตอเบอร์รี่และแยมเชอร์รี่ดำเจม่อนแล้วตบท้ายด้วยกลิ่นหวานๆวนิลาเบาๆ ราวกับนั่งอยู่บนรถไฟเหอะที่คาดเดาอะไรไม่ได้เดี๋ยวขึ้นสูงจนน่าหวาดกลัว เดี๋ยวถูกแล่นลงมาต่ำจนน่ายำเกรง จนในที่สุดก็ได้พักกายเป็นการจบท้าย





มิฮอว์คได้มันมาก็จริง แต่เขายังไม่เคยได้แตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย เขาได้มันมาเป็นที่ระลึกหรือของขวัญ สำหรับสะสมแทน เนื่องจากตัวไวน์ตัวนี้ถูกหมักและเก็บรักษาเป็นระยะเวลานานมาก ซึ่งเขาก็ลืมไปแล้วเช่นกันว่าเคยมีไวน์ชั้นดีขนาดนี้อยู่กับตน



"ตาแหลมดีนี่ เธอรู้ตัวไหมว่าเธอถือไวน์ที่ราคาสูงที่สุดกับราคาต่ำที่สุดอยู่" ความประหลาดใจแรกของมิฮอว์คคือการเห็นเด็กหนุ่มหยิบสองขวดที่เป็นที่ราคาต่างกันที่สุดอยู่ แม้ราคาจะห่างกันมาก แต่ไวน์ทุกขวดต่างก็มีรสชาติความโด่ดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของขวดนั้นๆอยู่



"ห๋า ? ไม่ยักจะรู้แหะ แต่ก็ช่างเถอะหรือแกจะเลือกใหม่ล่ะ ? " คนที่เอ่ยปากยื่นความช่วยเหลือให้ตอนแรกลังเล จากท่าทางของอีกคนเขาก็ไม่มั่นใจได้แน่ชัดว่าถูกใจกับสิ่งที่เขายื่นมือเข้าช่วยไหม








ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มนักดาบก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับคนตรงหน้า ดวงตาสีเหลืองส้มที่ล้อมไปด้วยวงสีดำสองชั้นกดต่ำลงมองไวน์ในมือทั้งสองข้างที่คนเยาว์กว่าถือไว้ ครู่เดียว ก่อนจะละสายตาจากขวดแก้วเหล่านั้น แล้วช้อนตาขึ้นมามองนัยน์ดำที่มีประกายการแบกรับความฝัน ความหวัง และความทะยานอยู่ มือหนาเอื้อมเข้าใกล้







"ฉันเลือกเจ้านี่แหละ"








































___________________________________________________________________




จบไปอีกตอนนนน/// ปาดน้ำตา ช่วงตอนอธิบายไวน์นี่คือแบบ นานมากกกก เปิดเป็นสิบๆแท็บเพื่อหา555 ไวน์ขวดแรกก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ขวดสองคือแอบโกงครับ//ยอมรับ ตอนแรกกะจะหยิบไวน์แพงที่สุดมาจริงๆ แต่นั่นสัญชาติฝรั่งเศสไงงง (มั้ง) เราอยากหยิบไวน์แดงสัญชาติสเปน //อิสเตอร์เอ้กจ้าา มีใครรู้ไหมว่าทำไม ลองตอบมาไรต์อยากรู้ อิอิ


นอกจากโกงราคา เราก็แถมโปรพิเศษโกงอายุให้ไปอีกกกกก //เขาไม่จ่ายนะ


พูดถึงเรื่องจ่ายๆแล้วก็... ใครอยากสนับสนุนไรต์โอนมาทางช่องทางนี้ได้เลย!!





แอ้- //โดนต่อย เอาล่ะเข้าเรื่องต่อ จริงๆตอนแรกอยาก(จะ)เขียนโมเม้นเพิ่มตรงศิษย์อาจารย์คุยขอความรู้เรื่องไวน์น่ะนะ แต่ก็... นั่นแหละ อย่างที่ทุกคนอ่าน ขี้เกียจหาข้อมูลแล้วคับ!!///หลบ แล้วก็สรุปลงในสามบรรทัดเรียบร้อย โมเม้นต์นี้ไปจิตนการต่อกันเอาเองแล้วกันนน 


ตอนนี้จะแถมให้หน่อย ยาวอยู่นะ ยาวพอๆกับตอนพิเศษเลย ถถถ 







A&A


reluz (@kanun0_0) : อ่ยยยย น้องงงง สู้ๆนะค้าาา!!!


น้องสู้แล้ววว แต่โดนไล่ให้ไปกินข้าวก่อนน่ะสิ555



O-M-G--------- (@O-M-G---------) : อัพวันไหนง่า


อัฟแล้วคร๊าฟผม






สรุปเรื่องA&A เราจะตอบคอมเม้นย้อนหลังในเม้นนะ ส่วนคนที่เม้นในตอนล่าสุดเราก็จะตอบในตอนต่อมาเนอะ >< ขอบคุณทุกคอมเม้นที่มาร่วมพูดคุยกันน้าา





























 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #121 B.TEm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 23:06
    อันแรกที่เขาบอกว่าแข็งกระด้างแต่ไม่รังเกียจอะไรสักอย่าง คือเขาพูดถึงเนื้อเค้กใช่มั้ยคะ แล้วอันที่สองที่บอกว่า ฉันเลือกเจ้านี่ คือเขาพูดถึงไวน์ใช่มั้ยคะ 555555555555555555555555555555555555555555555 สงสัยคงจะคิดมากไป มิฮอว์คอาจจะเรื่องมากในการกินก็ได้ เลยเลือกนิดหนึ่ง เขาเลยเลือกเจ้านี่น่ะค่ะ 555555555555555555555555556
    #121
    2
    • #121-1 O-M-G---------(จากตอนที่ 23)
      7 พฤษภาคม 2563 / 07:32
      คำพูดมิฮอว์คชวนให้เข้าใจผิดตลอดด
      #121-1
    • #121-2 O-M-G---------(จากตอนที่ 23)
      7 พฤษภาคม 2563 / 07:32
      คำพูดมิฮอว์คชวนให้เข้ามจผิดตลอดแหละ
      #121-2
  2. #116 O-M-G--------- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 17:15
    อัพวันไหนอีก อัพเร็วๆเส้ แง้
    ไม่มีไรจะอ่านละ
    #116
    0
  3. #115 O-M-G--------- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 17:15
    เพโรน่าชวนไม่ชิม
    ทีโซโลชวนนี่รีบ ชิม จัง
    #115
    0
  4. #102 yugijudai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 23:42
    ตอนนี้ยาวมาก ยาวขนาดไรต์ตอบเม้นแล้วยังอ่านไม่จบเลย 555 โซโลแบบ555 ฝีมือทำอาหารคือต่ำเตี่ยมาก ต้องตอกไข่ยังไงให้ได้เปลือกทุกฝอง มิฮอว์คคือเพโรน่าถามกินมั้ยไม่กิน โซโลยื่นให้กิน อืม .. เข้าใจแหละไม่ได้2มาตรฐาน แค่กินตามอารมณ์ ตอนแรกที่อ่านฉากเลือกไวน์คือ ไรต์เคยกินหรอ บรรยายซะ แม้แต่โลโก้ ต้องใช่แน่ๆ พออ่านท้ายเท่านั้นแหละ 555 ฉันคิดมากไป
    เราไม่รู้เรื่องไวน์อ่า เกี่ยวกับบ้านเกิดโซโลมิฮอว์คมั้ย//เดา
    #102
    0
  5. #100 O-M-G--------- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 19:43
    ตัดจบแบบนี้ได้ไงห๋า!!? 555
    #100
    0
  6. #97 Piratehunter (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:40

    ท่าคนเขียนไม่กวนบาทาก็น่าจะให้ ตาเหยี่ยวเลือกโซโลนะ อย่าให้เห็นตอนหน้านะว่าตาเหยี่ยวเลือกไวน์ มีเรื่องนะไรท์5555

    #97
    0
  7. #96 O-M-G--------- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:29
    อัพอีกทีวันไหนง่า
    #96
    0
  8. #95 O-M-G--------- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 16:29
    หืออออ ตายแปป
    #95
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #94 Benzii Panoi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:30
    โอ้โห ช็อตสุดท้ายแลงมาก แลงมากคุมอาจารย์!! เอาไปนั่งกินด้วยกันที่ห้องเลยมั้ยคะ!?
    #94
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(