(Fic one piece) Training two years of Zoro /Var/

ตอนที่ 17 : Chapter fourteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

บรรยากาศชวนขนลุกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้งคล้ายครั้งแรกที่เคยมา ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสปกคลุมไปด้วยความมืด ราวกลับดินแดนต้องสาปอย่างไรอย่างนั้น เสียงนกอีการ้องขานไม่น่าชื่นชมนัก ความเงียบที่เงียบสนิทพุ่งขึ้นจนน่าสงสัย หากเป็นโจรสลัดที่หลงเกาะมา คงจะเป็นอะไรที่ช่างน่าหวาดกลัวเกินคำจะเอ่ย ไม่ต่างจากพื้นที่รกร้างหรือดินแดนผีสิงเลย 






สิ่งแวดล้อมด้านลบโซโลสัมผัสมาตลอด เขาไม่คิดจะหวาดกลัวอันตราย เพราะเขาไม่เชื่อในเรื่องผีที่ชวนขนหัวลุก ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง สถานที่แห่งนี้เหมาะสมจะฝึกฝนตัวเองเสียมากกว่า เพราะด้วยความเงียบ ตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีความวุ่นวาย
















หลังจากจบคำถามของกัปตันเรือที่ตนอาศัยชั่วคราว โซโลก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อยที่มุมปาก 



"ฉันลงเกาะนี้แล้วกัน" พูดจบโซโลก็เกาะรั้วเรือ แต่ไม่ทันจะกระโดดเขาก็ หันมาหาเจ้าของเรือที่ตนอาศัยชั่วคราว โซโลโค้งศีรษะเล็กน้อย



"ขอบคุณที่ให้ติดเรือมาด้วย" 



คนได้ยินชงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยิ้มรับกับคำขอบคุณ



"เต็มใจเลยต่างหากเจ้าหนู"



โซโลพยักหน้า ก่อนจะกระโดดลงไป แชงค์คูสยิ้มค้าง มองร่างโปร่งของเด็กหนุ่มที่วิ่งเข้าไปภายในพื้นป่าชวนขนลุก ที่ดูอย่างไรก็ดูวกไปวนมา










วกไปวนมา...










ผมแดงตบหน้าผากตัวเอง



"ถ้าให้เจ้าหนูไปคนเดียวได้หลงไม่เจอทางแน่แหงๆ" คนพูดเริ่มโวยวายแล้วตะโกนเรียกพวกพ้อง



"พวกนาย รีบตามหาเจ้าหนูนั่นเร็วเข้า!?" ส่วนคนที่อยู่ในเรือก็พากันตระโกนโห่กับกัปตันที่รู้สึกตัวช้าเกินไป แล้วก็ทอดสมอลงเพื่อปักให้เรือตั้งอยู่กับที่ ส่วนอีกกลุ่มก็ลงตระข่ายเพื่อจะลงเรือ





"บอส เราแบ่งหรือไปเป็นกลุ่มดีครับ?" เสียงของใครซักคนตะโกนถาม 



"อ่า... แยกเป็น4กลุ่ม ส่วนถ้าเจอเจ้าพวกลิงบาบูลล่ะก็" แชงค์จับคางอย่างครุ่นคิด ก่อนจะหันมาหาลูกเรือทุกคน




"พวกเราก็เคยมาที่นี่ ยังไงพวกนั้นคงไม่ทำร้ายเราหรอก มั้งนะ" ก่อนจะแจกรอยยิ้มสดใสให้กับลูกเรือ กลุ่มคนที่ได้ยินก็โห่ตระโกนเรียกชื่อบอสเสียงดัง

















ร่างโปร่งที่วิ่งโดดๆมาคนเดียววิ่งเข้าไปป่าลึกที่ตนเคยมา แต่กลับหาปราสาทหินขนาดใหญ่ไม่เจอเสียที 


ร่างโปร่งหลงอยู่ในป่าอยู่นานสองนาน 


คิ้วของเจ้าตัวขมวดขึ้น 



"ปราสาทล่องหนรึไง ฉันจำได้ว่ามันอยู่แถวนี้นี่นา" พูดไปพร้อมเกาะศีรษะตนไปพลาง ร่างโปร่งเหลือบมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะเดินหน้าต่ออย่างไม่คิดจะสนใจทิศทางอื่น 





ขณะที่ร่างโปร่งเดินทางต่อ จู่ๆก็รู้สึกคล้ายๆกันถูกจับตามองอยู่ตลอดเลยเวลา คิ้วของเจ้าตัวเริ่มขมวดขึ้น พร้อมมือซ้ายที่วางทาบกับกลับด้ามจับดาบเรียบร้อยแล้ว








แต่โดยไม่ทันสังเกตุ โซโลก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างพุ่งมาหาเขา มือโปร่งจับดาบไว้แน่นก่อนจะหันหลังกลับไป ด้ามดาบถูกชักออก แต่ก็ต้องหยุดชงักทันทีที่รับรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร











'โครม!' ศีรษะของทั้งคู่ชนเข้าหากันอย่างจัง






เด็กสาวนั่งลูบผากตัวเองปอยๆพร้อมน้ำตาที่เล็ดออกมาจากความเจ็บ เธอร้องครวญออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองอีกคน




"นาย นายยังไม่ตายหรอยะ!?" เพโรน่าดูแตกตื่น สิ่งปริศนาที่โซโลรู้สึกก็คือเธอนั่นเอง 



คนโดนพุ่งอัดใส่จนล้ม นวดศีรษะตัวเองที่ดูเหมือนจะปูดออกมาบ้าง 




"ฉันไม่ตาย แต่เธอนั่นแหละที่จะตาย ยัยบ้า! หัดให้ซุ่มให้เสียงกันบ้างสิ!?" โซโลพูดตักเตือนหญิงสาวยกใหญ่ เพราะตนเองก็คิดว่าเป็นศัตรูจนเกือบชักดาบมาฟันหล่อนเสียแล้ว




"บ้าอะไรล่ะย่ะ! คนเขาอุส่าเป็นห่วง คนอะไรนอกจากไม่สนใจคนที่ยื่นน้ำใจมาให้แล้วยังต่อว่าฉอดๆ ชิ ใจดำชะมัด" เธอลอยตัวให้สูงขึ้น พร้อมชี้หน้าโซโลแล้วพูดสวนกลับ ก่อนจบประโยคเธอจึงเบนหน้าหนีแล้วเชิดใส่อีกฝ่าย




โซโลคิ้วกระตุกรัวๆ จากที่เขาเตือนกลายเป็นว่าเขาผิดเองไปซะอย่างนั้น 





สุดท้ายก็ยกธงขาว แล้วถามหาปราสาทของตาเหยี่ยว



"ก็ได้ ฉันจะพานายไปก็ได้ เจ้าเด็กหลงทาง" เพโรน่าเลิกเชิดหน้าแต่ทำหน้าบึ้งตึงแทน



"ห๋า เธอก็เหมือนกันแหละ ยัยผีเสียงแสบแก้วหู" โซโลเถียงกลับไป ซึ่งคล้ายดูเหมือนว่าสงครามขนาดย่อมๆนี้จะเกิดไปตลอดระหว่างร่วมทางของทั้งสอง





















กลุ่มของแชงค์คูส เดินตามหาหลายชั่วโมงจนเริ่มเหนื่อย อ่อน ดวงตะวันจากตอนแรกที่เคยอยู่เด่นกลางศรีษะ ปัจจุบันมืดครื้มไร้แสงสว่าง ลูกเรือทั้งหลายมีท่าทีกึ่งนั่งดึ่งยืน บางคนก็นอนลงไปแล้ว หลายคนปาดเหงื่อตัวเอง 



"ไม่เจอแล้ว เด็กคนนั้นหายตัวได้หรือไง?" เสียงของใครซักคนพูด พูดพลางหอบหายใจพลาง 



"นั่นสิครับกัปตัน ไม่ใช่ว่าเด็กนั่นกลับไปแล้วรึเปล่า" ลูกเรืออีกคนตอบพลางปล่อยตัวเองล้มไปพื้นอย่างเหนื่อล้า หลายคนล้าแล้วพูดไปเชิงเดียวกัน แต่กลับไร้เสียงตอบกลับของหัวหน้าตน 



เมื่อบรรยากาศเริ่มแปลกไป หลายคนก็มองหาคนที่ตนสนทนาด้วย กลับต้องตกใจเพราะร่างสูงโปร่งของกัปตันและรองกัปตันหายไปอย่างไร้ร่องรอย





"กัปตันครับ!!!?" ทุกคนตื่นกระหนกพร้อมร้องเรียกหากัปตันที่จู่ๆก็หายตัวไป



ยาซปนอนพิงต้นไม้อย่างสะบายใจ ซึ่งไม่รู้ว่าแอบมางีบตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ครั้นได้ยินเสียงคร่ำครวญ เจ้าตัวก็ยืดกล้ามเนื้อตัวเองแล้วลุกขึ้นมา ขมวดคิ้วหน่อยๆเชิงสงสัย


 
"แชงค์น่ะหรอ? เห็นเจ้านั่นลากตัวเบนไปปราสาทตาเหยี่ยวแล้วนี่" คนพูดไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ผิดกลับลูกเรือพากันอ้าปากค้างกันเป็นที่เรียบร้อย



"กัปตัน!!" พร้อมกับตะโกนเรียกคนที่แอบหนีไปไม่บอกไม่กล่าว 














เจ้าของฉายาผมแดงเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องประจำของเจ้าของปราสาท ครั้นจะโบกมือทักทายเจ้าของเกาะ เขาก็จามฮัดเช้ยออกมา หลายครั้ง 



"จามอย่างนี้ สงสัยจะมีคนบ่นคิดถึงฉันแหง๋ๆ" เจ้าตัวปั้นหน้ายิ้มร่า แล้วก้าวเข้าไปหาคนรู้จัก พร้อมกับรองกัปตันอย่างเบค ที่ดูไม่ค่อยจะเต็มใจมาเท่าไหร่ คล้ายกับโดนลากมาเสียอย่างไรอย่างนั้น

ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง...







"แกมาทำไม?" มิฮอว์คจากตอนแรกที่นั่งอ่านหนัสือพิมพ์ก็พับมัน แล้วหันมาจ้องแขกที่ไม่ค่อยมีบ่อยในปราสาทหลังนี้



"โวๆ นายนี่ใจร้ายชะมัด ฉันคิดถึงเพื่อนสหายแล้วจะมาหาไม่ได้รึไง" แชงค์แสร้งทำเป็นเสียอกเสียใจ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม





มิฮอว์คซึ่งปกติก็ไม่ค่อยได้เป็นเจ้าบ้านคอยต้อนรับแขกอยู่แล้ว เขาไม่ได้ทำอะไรที่ดูเป็นพิธีรีตรองมากนอกจากการโยนขวดไวน์แดงให้ผู้มาเยือน




"ขอบใจนะ แต่ว่า ปราสาทนี่พอจะมีพื้นที่พอจะให้เพิ่มเหล้าเก็บเข้าไปด้วยไหม?" แชงค์ถามติดตลก ก่อนจะหันไปคุยกับคนข้างๆ



"เขาให้นายน่ะ" เบคพยักหน้ารับ แล้วรินขวดไวน์ที่พึ่งถูกส่งต่อมาอีกทีใส่แก้ว




"ไม่ล่ะ ฉันต้องการความรู้สึกมากกว่า" มิฮอว์คตอบ ความรู้สึกที่ว่าไม่ใช่อะไรเสียนอกจากรสสัมผัส การซึมซับ ซึ่งหากดื่มเหล้าจะได้รับเพียงแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด และความร้อนภายในลำคอเข้านั้น ถ้าเทียบกับไวน์อย่างที่เขากินประจำมันต่างกันคนละฟากเลย




"เข้าใจแล้ว พ่อคนโรแมนติก" แชงค์คูสหัวเราะพร้อมคละรอยยิ้ม กับความคิดของหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดตรงหน้าเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนจะแซวหยอกล้อเล็กน้อย




"แต่ฉันว่านะ บางทีถ้าหากนายได้ลองลิ้มรสจากความรู้สึกที่ค่อยๆซึบซับไปอย่างช้า มาเป็นความร้อนที่วูบวาบไปมา มันน่าจะน่าตื่นเต้นกว่านะ" เจ้าของคำพูดยิ้มอย่างเชิญชวน คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อยใส่ให้คนที่พยายามจูงใจ ไม่ใช่ว่ามิฮอว์คไม่ชอบความตื่นเต้น แต่ความสงบนั้นก็ไม่แย่เลยแม้แต่น้อย ขึ้นอยู่กับอารมณ์เสียมากกว่า




"ช้าๆแต่รับรู้ชัดเจน กับเร่งรีบรวดเร็วแต่ไม่คงที่" ดูเหมือนมิฮอว์คไม่ใช่คนที่เคลิ้มกับคำเชิญชวนได้ง่ายนัก เขาพูดแย้งกับอีกคน แล้วมองแก้วไวน์แดงในมือ พวกเขาสองคนมักจะมีความคิดที่ขัดแย้งกับบ่อยๆ แต่บางเรื่องก็คิดตรงกันราวกับรู้ใจ 





เบ็นที่ไม่ค่อยใส่ใจกับความคิดของคนทั้งสอง เขารินไวน์อีกแก้วแล้วให้คนพาเขามา และดื่มในแก้วของตนเอง ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีคนสองคนที่กำลังคุยถกเถียงเรื่องเครื่องดื่มพวกนี้เลยแม้แต่น้อย





"ก็ได้ๆ ฉันยอมแพ้ งั้นไว้คราวหน้าฉันจะยกลังเหล้ามาให้นายบ้างดีกว่า" คนที่มักจะเมาทุกครั้งเมื่อมีโอกาศพูดพร้อมยกมือยอมแพ้ แต่ก็ไม่ละความพยายามที่ให้คนพูดไวน์เป็นชีวิตประจำวันได้ลองสิ่งที่ตนชื่นชอบบ้าง พูดจบเขาก็คว้าแก้วที่ถูกรินให้แล้วดื่มขึ้น 

รสชาติยังดีไร้ที่ติเหมือนเดิม










'ปัง' เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเจี๊ยวจ๊าวหลังประตู



"ฉันจำได้น่าว่าคือห้องนี้" เสียงของเด็กหนุ่มปนรำคาญพูดขึ้น



"ฉันบอกว่าไม่ใช่ยังไงล่ะยะ แล้วอีกอย่างคนอย่างนายที่หาทางมาปราสาทไม่เจอจะจำทางห้องตัวเองได้ยังไงห๊ะ!?" หญิงสาวสวนกลับพร้อมน้ำเสียงใสแหลมอย่างมีน้ำโห



"งั้นก็ดูให้จบไปสิยังไงก็นี่ก็ห้องของ- " คำแสดงความเป็นเจ้าของหายไปหนึ่งคำหลังจากคนดื้อดึงที่บอกหนักบอกหนาว่าตนจำได้ ได้หันเข้ามาดูในภายห้องที่มีคนมากกว่าหนึ่ง



มิฮอว์คไม่ได้ให้ความสนใจกับสองคนทั้งคุยกับเสียงดังหน้าประตูเท่าที่ควรแต่คิ้วถูกเลิ่กขึ้นเล็กน้อย ต่างจากแชงค์ที่เริ่มยิ้มขึ้นมุมปากเล็กน้อย 



"ปราสาทนายนี่ครึ้นเครงดีจัง ดูท่านายคงจะไม่เหงาแล้วล่ะ" แชงค์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี




แต่คนที่ถูกพบว่ามีผู้ศัยร่วมด้วยกลับส่ายศีรษะปฎิเสทคำกล่าวข้างต้น 




"วุ่นวายซะมากกว่า"










--------------------------------------------

สาบานว่านั้นคือเขาคุยกันเรื่องเครื่องดื่ม?!? *แค่กๆ* โอ้ยยย ดูจริงจังกันมากเลยน้าาาา ทำไมรสนิยมทั้งคู่ถึงต่างกันขนาดนี้ เฮียเหยี่ยวชอบแบบนุ่มๆค่อยๆกิน*กินไวน์* ส่วนแชงค์ก็รีบจัด กินได้กิน ชอบความหวือหวา *เหล้ามันร้อนวูบๆไง* 

ตอนนี้ค่อนข้างรู้สึกว่าแต่งหลุด... คือพยายามkeep คาแรคนะ แต่ก็ปลิวตลอดเลย หื้อ555 ละก็ช่วงนี้ดูแลสุขภาพกันด้วยเนอะ บายจ้าา



*สรุปเรื่องนี้จะแต่งจบมั้ยนะ*///วิ่งหนีคนอ่าน















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #118 B.TEm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:18
    คือมันแบบ พยายามยังไงก็คิดว่าเขาคุยกันเรื่องเครื่องดื่มไม่ได้เลยค่ะ *ป้องปากหัวเราะ*
    #118
    1
    • #118-1 เจ้าความต่าง(จากตอนที่ 17)
      4 พฤษภาคม 2563 / 06:49
      เครื่องดื่มแหล๊ะไม่เห็นมีไรเล๊ย 5555
      #118-1
  2. #87 reluz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 18:25
    คุยเรื่องรสชาติของเหล้ากับไวน์เนาะพ่อ แหมมม555555
    #87
    1
  3. #68 yugijudai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 01:53
    ไม่เลย ตอนเราอ่านจินตนาการเลยคำว่าเหล้าไปไกล อ้าาาร
    #68
    1
    • #68-1 (จากตอนที่ 17)
      28 มีนาคม 2563 / 03:14
      ใจเย็น!! ดึงกลับมาก่อนนน เดี๋ยวนี้ไม่เจอกันนานเลยย555
      #68-1
  4. #66 aum7205 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 09:39
    ชอบมากๆเลยคะะ จะรอน้าา
    #66
    1
    • #66-1 (จากตอนที่ 17)
      28 มีนาคม 2563 / 03:14
      โอ้ส ได้เลยย
      #66-1
  5. #65 secret shadow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 13:44
    สนุกมากเลยค่ะ จะรอน้า---
    #65
    1
    • #65-1 (จากตอนที่ 17)
      28 มีนาคม 2563 / 03:13
      ค๊าบบบ><
      #65-1
  6. #64 errrr2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:40
    ชอบมากๆเลยค่ะ
    #64
    1
    • #64-1 (จากตอนที่ 17)
      28 มีนาคม 2563 / 03:13
      ดีใจที่ได้ยินงี้><
      #64-1
  7. #63 Natamon39 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:06
    สนุกมากๆเลยค่าา เราจะรอตอนต่อไปนะค่าาา
    #63
    1
    • #63-1 (จากตอนที่ 17)
      28 มีนาคม 2563 / 03:13
      ครับผม!!//
      #63-1