(Fic one piece) Training two years of Zoro /Var/

ตอนที่ 16 : Special chapter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    9 ก.พ. 63



"ย้าก!" เสียงตะโกนดังออกมาจากบริเวณกลางโรงฝึก เด็กหนุ่มอายุราวๆสิบห้าสิบหกปี เส้นผมเป็นสีเขียว ใบหน้าเรียวไม่ยาวมากเกินพอดี รูปร่างโปร่งไม่สูงจนเกินวัย กำลังฝึกซ้อมดาบไม้ไผ่ หรืออีกกีฬาหนึ่งที่เรียกว่า เคนโด้ เจ้าตัวไม่ได้ชุดเต็มยศนัก แรงของการฟาดลงไปจึงเต็มแรงที่เขาต้องการ 



เสียงดังของดาบไม้ไผ่กระทบกับหุ่นจำลองขนาดเท่ามนุษย์ถี่ขึ้นมา เจ้าตัวฟาดฟันตามจุดที่กำหนดอย่างแม่นยำ ก่อนจะก้าวเท้าซ้ายถอยเทาออกมา แล้วเตรียมพุ่งเข้าไปใหม่ เท้าซ้ายเพิ่มแรงกระโดดขึ้นมา เด็กหนุ่มพุ่งไปข้างหน้าก่อนจะฟาดลงไปเสียงดังบริเวณศีรษะของหุ่นจำลอง



เม็ดเหงื่อผุดออกมาบริเวณกรอบใบหน้าของเขาแผ่นหลังเต็มไปด้วยหยาดเหงื่ออย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนมือโปร่งจะจับดาบไม้ไผ่แล้วร่ายชี้ไปที่กลุ่มเพื่อนในชมรมของเขา



"เฮ้! พวกนายน่ะ มาฝึกกันหน่อยไหม?" เสียงแหบออกมาเล็กน้อยแต่ยังมีความทุ้มเจือจน เอ่ยถามกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยเสียงที่ดัง



คนได้ยินรีบโบมือปฏิเสธ พร้อมพูดตอบอีกคน



"ไม่ไหวแล้วโซโล พวกเราฝึกมาสองชั่วโมงแล้วนะ แถมนี่มันช่วงพักเบรกด้วย ฉันอยากจะล้างเนื้อล้างตัวจะแย่แล้ว" เพื่อนร่วมชมรมบ่นกระปิดกระปอยว่าเหนื่อย บ้างก็บอกว่ารู้ผลแพ้ชนะอยู่แล้ว



เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ โซโล กัดริมฝีปากล่างตนอย่างไม่พอใจกับกลุ่มเพื่อนๆของเขา ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนจากการฝึกกับหุ่นเป็นการฝึกเดี่ยวแทน เสียงแหวกอากาศดังขึ้น โซโลฟาดดาบไม้ไผ่ลงมาซ้ำๆ ด้วยแรงที่สม่ำเสมอ 




ดวงตาสีทองทอดมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าโดยไม่ได้ละสายตา จนกระทั่งมือของใครบางคนโบกผ่านกั้นเขากับสิ่งที่ตนจดจ้อง คนรู้สึกตัวหันมามองเพื่อนของตน



"มีอะไร" เสียงถามออกมาห้วนๆจนคนที่นำมือโบกเพื่อเรียกสติเพื่อนต้องหน้ามุ่ยลง 



"คำถามจากทางนี้มากกว่า จ้องอะไรของนายอยู่ได้? เอ๊! หรือจะมีผู้หญิงมาฝึก" คนที่มีขี้เล่นรีบหันไปมองพร้อมสายตาวิบวับ 


ไวกว่าความคิดมือหนาของเพื่อนที่ตนเอ่ยแซวก็ทาบปิดลงบนในหน้าและดวงตาของเขา เขารีบพยายามแงะมือเพื่อนตัวเองออก



"เอาออกไปเฟร้ย ทำอะไรของนายเนี่ย! มิฮ-" เนื่องจากเสียงโวยวายที่เริ่มจะดังขึ้นตามอามารมณ์ตกใจของคนพูด เจ้าของมือหนายังแถมการปิดปากของอีกคนไปด้วย เป็นบริการพิเศษให้อีกฝ่ายโดยเฉพาะ ก่อนจะลากอีกคนที่จะแสดงอาการรบกวนคนอื่นไปมากกว่านี้



พอออกจากบริเวณฝึกได้ เพื่อนตัวแสบก็หอบหายใจออกมาถี่ๆ คล้ายว่าเมื่อครู่จะหมดลมหายใจ พอเปิดปากได้ก็รีบต่อว่าอีกคนทันที



"นี่นายจะฆ่าฉันอยู่แล้วนะมิฮอว์ค เจ้าบ้า!" พูดสลับกับหอบหายใจไปคนพูดเองก็เหนื่อยที่หายใจไม่ทัน



"ไม่ใช่ว่านายจะก่อกวนการฝึกของคนอื่นรึไงผมแดง เสียงดังชมัด" มิฮอว์คตอบกลับอีกคนไป คนได้ยินก็เบ้ปาก พร้อมเสียงบ่น



"ฉันแค่รบกวนแต่นายนั่นแหละ ที่เข้าข่ายอาชญากร จะพรากผู้เยาว์รึไงไปยืนมองอยู่ได้" พูดจบผมแดงก็รีบหลบหมัดอีกคนที่จะประเคนเข้าใบหน้าของเขา ก่อนจะแลบลิ้นหยอกล้ออีกฝ่าย



"ฉันไม่ได้มีความคิดต่ำๆแบบแก แชงค์คูส" คนที่หวังจะให้หมัดมิตรภาพแด่เพื่อนรัก กดเสียงต่ำเมื่ออีกคนดันหลบทัน พร้อมปฏิเสธคำกังขาของเพื่อนทิ้ง



ขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันไปมาก็มีคนเข้ามาทักทายชายทั้งสอง



"ไง ไม่ได้เจอกันนานเชียว" เสียงอบอุ่นของใบหน้ายิ้มแย้มโบกมือทักทายกับคนที่ทะเลาะกันทั้งสอง



"สวัสดีโคชิโร่" พอมิฮอว์คได้ยินเสียงของคนรู้จักเอ่ยทักมา เจ้าตัวก็รีบกดหัวเพื่อนของตนให้ก้มต่ำลงเล็กน้อย พร้อมกับตนเอง ที่ทำเสียงดังและทำตัวไร้มารยาท ส่วนคนที่โดนขอโทษกลับโค้งศีรษะลงมาด้วยเช่นกัน 



"ไม่เป็นอะไรๆ" เขาพูดพร้อมโบกมือโบกไม้อย่างเกรงใจ



"แต่ไม่ได้เจอพวกนายมานานเหมือนกันนะเนี่ย" โคชิโร หรือเจ้าของครูฝึกเคนโด้ของสำนักนี้ ความจริงเขาอายุมากกว่าสองคนที่ยืนตรงข้ามอยู่สามถึงสี่ปีเท่านั้น แต่เพราะตระกูลของเขาเป็นตระกูลเคนโด้ที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร จึงไม่แปลกนักที่ลูกหลานของตระกูลเคนโด้ จะสามารถเปิดหรือเป็นเจ้าของครูฝึกเคนโด้โดยอายุพึ่งแตะเลขสาม



"อืม พวกฉันว่าจะมาเยี่ยมนายหน่อย" มิฮอว์คพยักหน้ารับ ก่อนจะบอกที่มาที่ไปว่ามาทำไม



"ใช่ๆ พึ่งมาเมื่อกี้อีก" คนที่มาด้วยเสริมคำพูด



"แบบนั้นเองหรอ แล้วพวกนายได้เข้าไปดูมาหรือยังล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง" เสียงสุภาพของอีกคนขับความเป็นสุภาพบุรุษออกมาหมดสิ้น จนแชงค์คูสเริ่มเขยิบถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งจากรัศมีของอีกฝ่าย



"ก็..." มิฮอว์คลากเสียงยาวออกมาเล็กน้อย เผื่อวิเคราะห์สิ่งที่ตนพบเห็นในโรงฝึก



"ถือว่าไม่เลวเลยล่ะ" เขาพูดออกมาพร้อมมุมปากที่เผลอยกขึ้นออกมาเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว



"อย่างงั้นหรอ แหมดีจริงๆเลยที่มีนายมาช่วยดูให้" คนฟังยิ้มให้กับคนที่พูดถึงโรงฝึกตัวเอง



"เอ.. แต่รู้สึกว่าตั้งแต่ช่วงเมื่อครู่กับตอนนี้จะเป็นช่วงพักนะ" โคชิโรแปลกใจขึ้นมาเมื่อตนพึ่งรู้สึกตัวว่ามันเป็นช่วงพักเบรคของเด็กๆที่โรงฝึก เขาจับคางตัวเองพลางครุ่นคิดบางอย่าง ส่วนคนที่เอ่ยปากชมนิ่งค้างไปตกอยู่ในภวังค์ไปแล้วหลังจากที่คิดได้ว่าตนหลุดปากบอกอะไรไปและคิดอะไรอยู่



"เดี๋ยวนะตาเหยี่ยว..." เพื่อนตัวแสบไม่อดที่จะหยอกล้ออีกคนพร้อมลากเสียงยาว เมื่อครู่เขาได้สังเกตใบหน้าของอีกคนที่ผิดปกติจากเดิมแม้จะเล็กน้อยแต่เขาก็รู้หมด



"เงียบไปเลย" เจ้าของฉายา ชายตาเหยี่ยว ที่มาจากสายตาข่มขู่น่าเกรงกลัวของมิฮอว์ค เขาหันไปมองค้อนเพื่อนตัวเอง



"อ้อ" กำปั้นของโคชิโร่ทุบผ่ามือตัวเองพร้อมเสียงที่เขาเอ่ยออกมา



"อย่างงั้นนายคงหมายถึงโซโลสินะ คนที่ฝึกหนักจนตอนพักเบรคก็ไม่พักมีแค่เจ้านั่นแหละนะ" โคชิโร่ยิ้มขึ้นมา ซึ่งดูจะเป็นรอยยิ้มที่ดูภูมิใจมากกว่ารอยยิ้มปกติ



"อย่าบอกนะเด็กที่นายยืนจ้องอยู่นานสองนานคือ-" มิฮอว์คจะพยักหน้ารับ แต่แชงค์ผมแดงก็รีบพูดสิ่งที่ตนเองวิเคราะห์ แยกแยะ ปะติปะต่อ จนได้คำตอบที่ตนเองอยากบอก แต่ยังไม่ทันพูดได้จบประโยคคำที่ขาดไปก็หายไปพร้อมกับสติของเจ้าของ



"เจ้าบื้อนี่ไปเมามาอีกแล้วสินะ" เสียงถอดหายใจเบาๆราวกับเหนื่อยหน่ายกับนิสัยของเพื่อนสนิท พร้อมแบกคนหมดสติจากฤทธิ์แอลกอฮอล์(?)ที่จู่ๆก็แล่นขึ้นมาน็อคเอ๊าท์อีกคนจนออกจากการสนทนา



"นั่นสินะ" คนเห็นเหตุการณ์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ โคชิโร่ปาดกลุ่มเม็ดเหงื่อที่มารวมตัวออกไป เรื่องบางเรื่องแค่ตามน้ำไปไม่จำเป็นต้องพูดอะไรนอกจากนี้ เขาลูบท้องตัวเองเบาๆ ราวกับเจ็ดปวดแทนใครซักคน(?)


"เด็กที่นายบอก เป็นแบบนี้มานานแล้วหรอ?" มิฮอว์คเปิดหัวข้อสนทนาใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้ไร้การรบกวนจากทูตผีปีศาจที่เคยมาก่อกวน


"ถ้าที่ถามหมายถึงโซโลล่ะก็ เจ้าเด็กนี่น่ะฝึกตัวมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ที่มาฝึกจริงจังมากขึ้นก็เมื่อเจ็ดปีก่อน" โคชิโร่เล่าเรื่องไปพร้อมยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อคิดถึงอดีต


มิฮอว์คนิ่งไปเล็กน้อยเพื่อกำลังใช้ความคิด เมื่อเจ็ดปีก่อน เหมือนจะมีเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งที่เขามาหาโคชิโร่


เพื่อ...



"เจ็ดปีก่อนเป็นตอนที่คุอินะหลานสาวของฉันเสียไป นายจำเด็กที่ยืนร้องไห้คราวนั้นได้ไหม? นั่นแหละคือโซโล" มิฮอว์คเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วตั้งใจฟังเรื่องจากอีกคนต่อ



"ตั้งแต่เด็กเจ้านั่นก็แพ้คุอินะมาตลอดเลย พอเธอตายคนที่เสียใจที่สุดคงเป็นโซโล ฉันได้ยินมาว่าเด็กสองคนนี้สัญญากันไว้เรื่องหนึ่ง ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งของเคนโด้" เสียงของโคชิโร่จางหายไปพร้อมจากสนใจของมิฮอว์ค












"คุอินะ-อึก ยัยบ้า เธอยังตายไม่ได้นะ!!" เสียงตะโกนที่วิ่งตามขบวนงานศพพร้อมเสียงร้องไห้เจื้อแจ้วของเด็กชายคนหนึ่ง สีผมเด่นสะดุดตาเป็นสีเขียว กรอบใบหน้าของเด็กอายุราวแปดเก้าปีเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา 



เพราะเด็กคนนี้พึ่งรู้ข่าวเขาจึงรีบวิ่งตามมาทีหลัง แต่ขบวนนั่นก็ไปไกลเสียแล้ว เด็กคนนั้นทั้งร้องเรียกชื่อคนตาย พร่ำบอกเรื่องสัญญา บอกว่าตนต้องชนะอีกคนก่อน เสียงของเด็กหนุ่มที่วิ่งตามขบวนเริ่มที่จะเข้าใกล้ได้แล้วแม้น้อยนิดก็ตาม แต่ราวสวรรค์กลั่นแกล้งเขาร่างของเด็กก็ล้มลงไปกับพื้นเพราะสะดุดจนเท้าแพลงทั้งสองข้าง



"คุอินะ!!" เสียงตะโกนครั้งสุดท้ายดังลั่นเท่าที่เด็กคนหนึ่งสามารถจะทำได้ เขาร้องไห้ออกมาอย่างฟูฟาย ก่อนจะล้มหน้าลงพร้อมหยาดน้ำตาที่ตกกระทบลงพื้นดิน เขาเริ่มที่จะพยุงตัวด้วยความปวดแสบจากข้อเท้าเพื่อวิ่งต่อไป แต่ไปไม่กี่ก้าวเขาก็ล้มลงเพราะความทรมานที่ถาถม เด็กน้อยนั่งจมลงไปกับน้ำตา  แต่จู่ๆมือหนาของใครบางคนก็วางลงบนเส้นผมนุ่มของเด็กตรงหน้า



"เป็นอะไรไป เจ้าหนู" เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงโทนทุ้มเรียบตามปกติของเจ้าของเสียง แต่เด็กตรงหน้ากลับไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาเลย

เมื่อเด็กคนนี้กล้าเมินเขา ร่างสูงโปร่งจึงเอื้อมมือเปลี่ยนเป็นเชยคางของเด็กตรงหน้าขึ้นมา

"มองตาฉันแล้วตอบมาซะ" แม้เขาจะทำตามปกติ แต่ดูเหมือนเด็กตรงหน้าจะขมวดคิ้วน้อยๆ ริมฝีปากเริ่มเบ่งแดงจากการกัดของเจ้าตัว ทั้งยังไม่มองหน้าเขาตามที่เขาพูดอีก



พยศสิ้นดี



"ถอยไปน่า-อึก" คนที่ขมวดคิ้วกลับกลายเป็นเขาซะเอง ปกติถ้าเป็นเด็กทั่วไปคงร้องไห้เสียงดังออกมาแล้วสิ แต่เด็กคนตรงหน้านอกจากปฏิเสธเขาแล้วยังกัดปากแน่นไม่ร้องออกมา ทั้งที่เจ้าตัวสะอื้นไปขนาดนั้นแล้ว ที่แปลกคือน้ำตาของเด็กพยศตรงหน้ามันห้ามไม่ได้เหมือนเสียงจึงล้นเอ่อคลอนัยน์ตา



นิ้วหัวแม่มือของเขาเช็ดน้ำตาที่มันล้นออกมา ทั้งๆที่เจ้าของมือยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนทำอะไรอยู่ เหมือนจะได้ผล เด็กตรงหน้าดูนิ่งไป เขาเองก็นิ่งค้างไปเช่นกันเพราะพึ่งรู้สึกตัว


"อย่ามาทำเหมือนสงสารฉันนะ ฉันไม่ต้องการ-อึก ฉันจะไปหาคุอินะ นายไม่ต้องมายุ่ง" เจ้าตัวเริ่มคุมการสะอื้นออกมาให้น้อยที่สุด เด็กตรงหน้ายอมสบตาเขาเพื่อจะกล่าวประโยคปฏิเสธออกมาอย่างจริงๆจังๆ พร้อมออกปากไล่เขาด้วยแววตาแข็งกระด้าง จนคนที่สบตาเริ่มไม่สบอามารมณ์ เขาจ้องเด็กตรงหน้าเขม็ง โดยมักจะมีคนกล่าวหาว่าสายตาเขาดุร้าย ขมขู่ จนคนต้องตั้งฉายาว่า ตาเหยี่ยว เขาก็คือมิฮอว์ค



เหมือนจะได้ผลเด็กผมสีเขียวดูนิ่งไป มิฮอว์คถอนหายใจอย่างหน่ายๆ แต่นับหนึ่งไม่ครบสิบเด็กนั่นก็กลับมาจ้องตาเขากลับอีกรอบ พร้อมแววตาที่แข็งขึง พอเห็นภาพตรงหน้า มิฮอว์คก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างกั้นไม่อยู่ เพราะเขาไม่เคยเจอใครที่ดื้อรั้นดึงดันขนาดนี้


คนถูกหัวเราะใส่เบ้ปากออก เขาขมวดคิ้วเป็นปมกว่าเดิม เพราะคิดว่าอีกฝ่ายหัวเราะเยาะสมเพชตนที่ร้องไห้ออกมา


"อย่ามาหัวเราะเยาะฉันนะ" เสียงใสของเด็กตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังก็ดูออกว่าโมโห


คนที่ปกติมักมีใบหน้าไร้อามารมณ์หัวเราะออกมาหลุดจากบุคลิกที่เคยเป็น เขาพยายามบอกตัวเองให้สงบสติลงอยู่ซักพัก จนเขาเริ่มคุมสีหน้าปกติได้มากขึ้น


"เอาล่ะเจ้าหนู นายลองบอกเหตุผลที่ฉันต้องหัวเราะเยาะนายสิ" มิฮอว์คอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่เหตุคนนี้ต้องโมโหอะไรขนาดนั้น



"เพราะนายเห็นฉันร้องไห้น่ะสิ สมเพชฉันใช่ไหม!?" เด็กคนหน้าพูดเหมือนประชด ทำเอาคนที่ฟังมองต่ออย่างสนใจ


"งั้นทำไมนายต้องโกรธฉันกันล่ะ?" เขาถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุดกับเด็กคนนี้ คนถูกถามยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่


"หนวกหูน่า! ไม่มีใครอยากโดนมองมาน่าสมเพชหรอก!?" ยิ่งถามมากเด็กคนนี้ยิ่งดูเหมือนจะโมโหมากขึ้น คนได้ยินชะงักลงไปอีกรอบ เขามองอีกคนจ้องลงไปในดวงตาของอีกคน แววตามุ่งมั่น แข็งขึง กระด้าง แววตาไม่ยอมคน ถูกสื่อออกมาอย่างชัดเจน 



ศักดิ์ศรีล้ำคอจริงๆ เจ้าเด็กนี่



"เอาล่ะงั้นไปกับฉัน" มิฮอว์คยกเด็กตรงหน้าขึ้นมาอย่างง่ายๆ ไม่ใช่ว่าอีกคนตัวเบาหวิวเป็นปุยนุ่น แต่เขามีแรงมายพอที่จะยกขึ้นมาได้โดยไม่หนักมากนัก



"ฉันเดินไปเองได้" เด็กผมสีเขียวปฏิเสธ พร้อมดิ้นตัวไปมา มิฮอว์คยอมวางอีกคนลงตามคำขอ แต่พอเท้าเด็กชายแตะลงพื้น เสียงร้องของเจ้าตัวก็ดังขึ้นมา แต่ไม่เต็มเสียงนักเพราะคำว่าศักดิ์ศรี เขาไม่อยากให้ตัวเองอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น

มิฮอค์วมองดูเด็กชายที่กั้นเสียงเอาไว้ด้วยกันกัดริมฝีปาก 

ที่เขายอมปล่อยเพราะเขารู้ตั้งแต่แรกว่าเด็กคนนี้เท้าแพลง เพราะสะดุด แล้วบางทีเขาก็อยากจะสอนอะไรให้เด็กคนนี้ได้รับรู้ไว้บ้าง ในการใช้ชีวิต


"เรื่องบางเรื่องที่ขอให้คนอื่นช่วยมันไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ" มิฮอว์คมองเด็กหนุ่มที่เหมือนจะยื่นคำขาดว่าตนไม่ต้องการความช่วยเหลือ 


"งั้นก็เอาตามที่นายพูด นายจะเดินไปเองงั้นสินะ" เขาพูดพลางมองเด็กที่เหมือนจะลังเลว่าอะไรควรปล่อย อะไรควรยึดติด มิฮอว์คหันหลังกลับทางเดิม ทางที่ขบวนพิธีศพเดินไป 


"เดี๋ยวก่อนนะ! ชะ- ช่วยพาฉันไปหาคุอินะที ขอร้องล่ะ!" มิฮอว์คหันหลังกลับมา ก่อนจะพบว่าอีกคนคุกเข่าขอร้องและกำลังจะก้มหัวให้เขา เขารีบคว้าแขนอีกคนขึ้นมา

"จะทำอะไร!?" น้ำเสียงดุเอ่ยขึ้นพลางมองเด็กตรงหน้าราวกับหัวเสีย

"ก็-อึก ขอร้องไง ช่วยพาฉันไปไหนคุอินะทีนะ ฉันอยากไปหายัยนั่น-อึก" สายน้ำตาค่อยๆไหลรินตามที่เคยเพราะอยากไปหาคนสำคัญแต่ทำไม่ได้ ทำให้คนที่จะดุแทบเปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทัน 

"ฉันเข้าใจแล้ว แต่การที่ยอมก้มหัวคุกเข่าให้ใครมันไม่จำเป็น มันเป็นการขอร้องที่ยอมจะเสียศักดิ์ศรีตัวเองทิ้ง คราวหลังแค่พูดธรรมดาตามปกติก็พอ" ต่อให้มิฮอว์คอยากจะดุเด็กซื่อที่ออกจะบื้อคนนี้มากแค่ไหน สุดท้ายก็ได้แค่ตักเตือนแบบเบาลง คนโดนตักเตือนกัดริมฝีปากล่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบเขา


"อื้อ เข้าใจแล้ว" เด็กชายพยักหน้ารับ แต่เสียงสะอื้นยังเล็ดลอดออกมา พี่เลี้ยงเด็กจำเป็นจึงต้องปาดน้ำตาของเด็กตรงหน้าออกอีกรอบ มือเล็กๆอุ่นๆทั้งสองจับนิ้วมือเขาไว้ มิฮอว์คจึงชะงักไปอีกรอบเพราะคิดไม่ถึง



"ฉันทำเองได้" เด็กคนนั้นพูดพลางยกมือทั้งสองข้างมาเช็ดน้ำตาเอง คนที่นิ่งค้างไปจากการกุมของมือเล็ก พอได้ยินสิ่งที่อีกคนพูดก็แทบจะกลั้นขำไม่ไหวอีกรอบ














มิฮอว์คแบกเจ้าของผมสีเขียวโดยการที่ให้เด็กของเขาขี่หลัง 





ในที่สุดพวกเขาก็ตามขบวนขนศพทันรู้สึกเหมือนจะเป็นพิธีสุดท้ายพอดี โซโลพยายามก้าวเข้าหาหลุมศพของคุอินะ

"คุอินะ ยัยบ้า!? ตื่นขึ้นมาเลยนะ-อึก ฉันรู้เธอแกล้งหลับใช่ไหมล่ะ เหมือนตอนที่ฉันแกล้งหลับเพราะโกรธเธอใช่ไหม-อึก" เด็กคนนั้นเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ก่อนที่จะฝืนลุกขึ้นเหมือนจะไปเปิดโรงศพจนคนต้องตะโกนห้าม บ้างก็เริ่มมีคนจะไปจับตัวเด็กที่จะทำลายพิธีศพ มิฮอว์คเองก็เริ่มจะก้าวไปคว้าตัวเด็กนั่น แต่ทุกคนต้องหยุดลงเพราะเจ้าของงานยกมือโบกพร้อมยิ้มให้กับทุกคน


"โซโล มาหาฉันดีกว่านะ" ใบหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มพูดปลอบชโลมหัวใจของเด็กที่กำลังจะทำลายพิธี

"อาจารย์ คุอินะแกล้งผมคืน หล่อนต้องจงใจแกล้งผมแน่ๆ!?" น้ำตาไหลเคลือบแก้มทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่อง คิ้วของมิฮอว์คกระตุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่ก่อนหน้าเจ้าตัวแสบไม่ร้องไห้ต่อหน้าเขา แต่กลับยอมร้องต่อหน้าโคชิโร่ สรรพนามกับสายเสียงที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง


"โซโล ตั้งใจฟังนะ คุอินะตายแล้ว มันเป็นความจริง แล้วนายต้องยอมรับมันให้ได้" น้ำเสียงต่อให้นุ่มน่าฟังแค่ไหน แต่คำพูดกับบาดลึกเกินที่จะเอ่ย โซโลร้องตะโกนออกมาว่า 'ไม่' เสียงดัง











เด็กผมสีเขียวชื่อโซโล เขานั่งอยู่ที่เดิมไม่ห่างจากหลุมศพของคุอินะไปไหน ตอนแรกก็เหมือนจะมีคนพากลับเข้าโรงฝึก แต่อาจารย์โคชิโร่ยกมือปัดปฏิเสธ เจ้าของมาปล่อยให้โซโลอยู่กับสิ่งที่เขาต้องการ การทำใจมันต้องใช้เวลาเป็นเรื่องธรรมดา แต่อีกเรื่องที่โคชิโร่ไม่รู้คือมิฮอว์คที่เหมือนจะบอกลาเขาเสร็จจะกลับมาที่หลุมศพอีกครั้ง



เด็กนั่งหน้านั่งลุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปเขามองไปที่ป้ายหลุดศพของคุอินะที่กำลังยิ้มแย้ม เสียงสะอื้อของเด็กหนุ่มเริ่มหายไป

"คุอินะ เธอจำไว้ให้ดีนะ ความฝันของเธอกับฉัน ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเป็นส่วนของเธอด้วย!?" แววตาและปฏิภาณของโซโล ปรากฏขึ้นเด่นชัด มิฮอว์คยกขวดไวน์แดงมาดื่มเงียบๆ เมื่อเริ่มนานสองนานเขาจึงเดินมาหาเด็กที่เดิมจะลุกขึ้นมา


"อยากได้อะไรไหม?" มิฮอว์คพูดเปรยขึ้นมา ในเมื่ออีกคนรู้เกี่ยวกับวิธีการขอมือใครซักคนช่วยแล้ว ครั้งที่สองก็เกิดขึ้นไม่อยาก



"ฉันอยากกินน้ำขวดนั้น ในมือนาย" โซโลพูดพร้อมชี้ไปยังขวดในมือของเขาเสียด้วย ทำเอาคนถือนิ่งค้างกับความคาดไม่ถึง


"งั้นหรอ เอาไปสิ" เขาย่อตัวลงมามองเด็กอีกคนอย่างสนใจใคร่รู้ พร้อมยกขวดไวน์แดงหลอกล่ออีกคนเป็นไปตามคาด อีกคนกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง ก่อนจะกะโจนมาหาขวดที่หมายปอง ซึ่งก็ได้รับมาโดยง่ายดาย

พอได้ของที่ต้องการ โซโลก็ยกขึ้นกระดกไปหลายอึกจนหมดขวด เจ้าของขวดแม้จะแปลกใจเล็กน้อยแต่เขาก็รอดูอาการของเด็กตรงหน้า



"หึ้ย ขมชมัดเลย" เจ้าตัวแลบลิ้นออกมา พร้อมหน้าตายี๋ออกมา


"มันคงไม่ใช่น้ำผลไม้สำหรับเด็กหรอกนะ" เขาพูดสมทบไปอีกที จนอีกคนเบ้ปาก


"แล้วมันคืออะไร ผิดกฎหมายไหม?" คนที่ดื่มเริ่มมีความสงสัย แต่รู้ตัวช้าไป


"ถ้าสำหรับนายก็ผิดเต็มๆ ส่วนฉันก็ได้รับเอี่ยวไปด้วย" มิฮอว์คพูดอย่างไม่ใส่ใจ เขามองอาการของเด็กตรงหน้า


"ห๋าา ทำไมนายไม่ห้ามฉันอ่าา?" มิฮอว์คมองเด็กตรงหน้าอย่างสนใจ จากลักษณะคำพูดที่เริ่มเปลี่ยนไป


"ก็นายขอฉันเอง" มิฮอว์คพลางยกมือแกว่งขวดที่ไม่เหลืออะไรแล้วไปมา


"จะโบ้ยว่าความผิดฉันหรอ" โซโลพูดพร้อมน้ำเสียงกึ่งโมโหหน่อยๆ 


"หรือนายจะปฏิเสธ?" มิฮอว์คว่าพลางมองเด็กตรงหน้า ซึ่งเจ้าตัวก็เงียบไปเพราะเถียงไม่ได้



















สุดท้ายเขาก็แบกเด็กน้อยขึ้นหลัง หลังจากที่อีกคนเริ่มมีเสียงอ้อแอ้ หรือพูดไม่ได้ใจความ ริมฝีปากของคนเป็นเด็กคลอเคลียบริเวณกกหูและใบหูของเขาไปมา จนเจ้าของร่างกายเริ่มรู้สึกแปลกๆกับสัมผัสที่ใกล้ชิดเกินไป พร้อมพรั่งพรู่คำพูดที่เขาจับใจความไม่ได้



"นี่นายเป็นใครกันแน่?" เสียงงืมงำเบาๆแม้จะติดยานคานเล็กน้อยแต่ คนที่แบกอีกคนได้ยินอย่างชัดเจน เพราะเจ้าตัวแสบนั้นแทบจะกินใบหูเขาไปแล้วด้วยซ้ำ 

มือขวาของพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นทาบวางลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมเด่นตา สัมผัสนุ่มๆสะท้อนกลับมือหนาดังเคย เหมือนเจ้าของเส้นผมที่เขาวางไว้จะไม่พอใจ เด็กน้อยใช้มือขวาเกาะไหล่เขากันตก ก่อนจะใช้มืออีกข้างยกมือเขาออกจากตนเอง คนที่โตกว่าเมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ต้องการให้มือเขาไปยุ่งกับร่างกายตนจึงจะยกออกให้ แต่ทันทีที่มือหนาอุ่นจะยกออกมา เด็กคนนั้นก็รีบคว้าเอาไว้ก่อน แล้วเคลื่อนมืออีกคนมาทาบลงบนแก้มตัวเอง

"อุ่นดีแหะ" ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่ของเจ้าตัวแสบเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างออกมาพร้อมหลับตาพริ้ม ส่วนเจ้าของมือก็ชะงักกับท่าทีของเด็กบนหลัง


"คนที่ควรพูดแบบนั้น ทางนี้ต่างหาก" 









มิฮอว์คไม่รู้ว่าเด็กคนนี้พักอยู่ที่ไหน แม้แต่ชื่อเขาก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เหมือนจะเคยได้ยินแต่ตอนนั้นสติเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแทน ครั้นจะไปถามคนที่รู้ก็มืดมากแล้วจนไม่อยากรบกวน สุดท้ายที่พักชั่วคราวของเขาก็เพิ่มคนอาศัยมาด้วยหนึ่งคน เขาวางเด็กชายตัวน้อยลงฟูกเตียงเดี่ยว พลางมองกรอบหน้าของที่ไร้พิษสงในตอนนี้


นิ้วเรียวยาวเกลี่ยริมฝีปากล่างที่เด็กน้อยตรงหน้าชอบกัดนักกัดหนาจนมันบางจนแทบจะห่อเลือดแดงสด แต่ไม่ทันจะดึงมือกลับมา ลิ้นอุ่นๆเรียวเล็กไล้ไปตามนิ้วยาวที่เข้ามาคุกคามการนอนของเจ้าของริมฝีปากในตอนแรก ก่อนจะอ้าปากงับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาด้านในกระพุ้งแก้มแล้วดูดดึงเล็กราวกับคิดว่ามันเป็นขนมหวานหรืออาหาร สิ่งแปลกปลอมที่ว่าค่อยๆยอกล้อลิ้นอุ่นด้านใน เกี่ยวรัดกันไปมาจนปากเล็กอ้าใหม่อีกครั้ง เพื่อหอบหายใจ น้ำใสเคลือบนิ้วเรียวไหลติดมาจากโพรงปากด้านใน ภายหลังจึงเพิ่มจำนวนไปอีกหนึ่ง ขณะที่ปากยังคงอ้าค้างไว้เพื่อหายใจนิ้วที่สองก็ดันเข้าไปด้านในพร้อมผลักและดันลิ้นร้อนขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ ใบหน้าขึ้นสีแดงสดจากความระอุของพิษแอลกอฮอล์ ดวงตาข่มไปมาเหมือนอึดอัน เสียงอืออาในลำคอเมื่อรับรู้ว่ามีสิ่งประหลาดเพิ่มขึ้นมา แต่นิ้วนั้นยังคงเก็บเกี่ยวการยอกล้อเกี่ยวรัดไปมากับลิ้นอย่างขาดสติ ก่อนจะย้ายไปขวาทีซ้ายทีตำผนังอุ่นๆ ไรซี่ฟันขึ้นลงไปมา นิ้วทั้งสองยกพลิกหงายขึ้นมาเผื่อสำรวจเพดานด้านบนแล้วจะละเลงลงที่ผนังเพดาน ก่อนปลายทั้งสองจะเข้าไปลึกขึ้น ภายหลังจำต้องพลิกกลับมาคว่ำดังเดิม พร้อมเปลี่ยนตำแหน่งเป็นใต้ลิ้นแทน โดยเป็นแหล่งของน้ำใสๆที่ไหลออกมา นิ้วทั้งสองขยับไปมาภายในบ้างก็ไล้วนด้านล่าง บ้างก็สัมผัสใต้ลิ้นด้านบน  จนกระทั่งถอนจากตำแหน่งเก่าแล้วขึ้นมาอยู่ด้านบนของลิ้นตามเคย ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไปถึงโคนลิ้น น้ำสีใสไหลเอ่อล้นริมฝีปากที่ถูกเปิดเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่มากเกินพอดี ลมหายใจออกทางปากอุ่นร้อนจนสัมผัสได้ พอไปถึงโคนลิ้นก็ตวัดไปมาภายใน 






ถ้าเป็นอะไรที่มากกว่านี้?

























"อื้อ อุก- อึ้-" เสียงที่เสียงอึกอักอึกอักดังขึ้นสาเหตุจากโคนลิ้นที่กำลังถูกจู่โจมโดยสิ่งแปลกปลอมจนอยากจะคลื่นไส้ นิ้วเรียวยาวชะงักฉับพลันเจ้าของจมค้างจนได้สติ จึงดึงนิ้วที่ผ่านการสำรวจทุกซอกทุกมุมของโพรงปากเล็กๆหมดแล้วออกมา น้ำสีใสยืดติดมาเหมือนก่อนหน้า แต่ที่ต่างไปคือมีน้ำไปเคลือบเพิ่มอีกหนึ่งนิ้ว ทั้งยังเปรอะเปื้อนล้นจากริมฝีปากของเด็กตรงหน้า







ชายหนุ่มนิ่งค้างไปกับผลงานของตัวเอง เมื่อเห็นเด็กที่ดูจะมึนเมาเผยปากออกมาเล็กน้อย มือหนารีบหาผ้ามาเช็ดน้ำที่พ่นมาจากต่อมใต้ลิ้นซึ่งกำลังจะไหลจนถึงคอคนนอน ยกผ้าห่มอุ่นคลุมตัวให้เด็กบนเตียง ก่อนร่างสูงจะเดินออกมาล้างมือที่ซิงค์


เขาเลือกที่จะเดินออกมารับลมข้างนอกโดยไม่คิดจะกลับเข้าไปในที่พักของตนเองอีก  การทบทวนการกระทำของตนเองเป็นสิ่งที่สมควรมากในตอนนี้ 















รุ่งสางของวันถัดมา ร่างสูงนั่งพิงต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่ง กับขวดไวน์โปรดที่ระเนระนาดบริเวณโคนต้นไม้ เสียงนกร้องเสียงใสดังแว่วออกมา ทำให้คนที่ยังมึนงงกับตัวเองเหลือบตาขึ้นเพื่อมองท้องฟ้า แสงตะวันแม้น้อยนิดแต่ก็ทแยงเข้าสู่สายตาจนคนมองต้องรี่ตาลง เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอนด้วยซ้ำ 


ร่างสูงเดินตรงไปยังที่พักตน ในหัวยังคงตื้อๆคิดอะไรไม่ค่อยออก อย่างไร้สติ มือหนาก็อุ้มเด็กบนเตียงเข้ามาซบที่อกของตนเสียงอืมอำในลำคอเด็กราวกับมีคนมารบกวนตัวเอง ก่อนที่เขาจะเดินทางไปหาคนที่เขาคิดจะไปหาตั้งแต่เมื่อวาน 



โคชิโร่



พอมาถึงเหมือนเจ้าตัวเองก็กำลังออกมาจากบ้านเช่นกันด้วยท่าทีเร่งรีบ พอเห็นว่าชายที่มาหาคือใครพร้อมกับเด็กที่อีกคนอุ้ม เขาก็เบิกตากว้างอย่างดีใจ



"นายเจอโซโลหรอ?" เสียงที่อีกคนพูดเข้ามาไม่ถึงสติของเขา มิฮอว์คไม่ได้ตอบกลับ แต่ส่งเด็กที่ตนอุ้มอยู่ให้กับอีกคนไว้



"ฝากเจ้าหนูนี่ด้วย" มิฮอว์คบอกกับคนที่รับเด็กไป





"นายแปลกไปนะ? ไปเมาที่ไหนมาล่ะนั่น?" กลิ่นเหล้าของอีกคนส่งขึ้นมาจนต้องเอ่ยปากถาม แต่โชคดีที่เจ้าตัวกินไม่ใช่เหล้ากินแรงชวนเวียนหัว แต่เป็นกลิ่นหอมขององุ่นอ่อนๆที่โชยออกมา



"เจ้าเด็กนี่" สายตาของมิฮอว์คจ้องไปที่เด็กที่ถูกอุ้มอยู่เผื่อจะสื่อว่าตนหมายถึงใคร 









"น่ากินเกินไป" พูดไปพลางใช้นิ้วหัวแม่มือลูบริมฝีปากเด็กที่นอนอยู่ คนที่ยืนตั้งใจฟังนิ่งค้างไป 



ร่างสูงโบกมือลา ทิ้งลูกระเบิดไว้ให้คนที่อยู่ข้างหลัง













"พ- พวกนาย ตำรวจ! ตำรวจอยู่ไหน!?" เสียงทุ้มกล่าวขึ้นเสียงดังเรียกให้ลูกศิษย์ทั้งหมดสะดุ้งตื่น รีบไปหาอาจารย์หรือเจ้าของโรงฝึก










ความจำที่เลืองรางในตอนท้าย มิฮอว์คจำไม่ได้ว่าตนกล่าวหรือทำอะไรออกไป เป็นเพราะความมึนงง หรือเพราะสมองของเขาไม่ได้การพักผ่อนตลอดคืน จึงคิดอะไรไม่ออก  แต่สิ่งที่จำได้ขึ้นในความทรงจำที่แสนจะพร่ามัวนั้นคือความอุ่นร้อนที่ที่แล่นไปตามนิ้วชี้และกลาง นิ้วหัวแม่มือของเขาลูบเกลี่ยเบาๆอย่างไม่รู้ตัว ทั้งที่ยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ว่าตอนท้ายเกิดอะไรขึ้น  แต่เนื่องจากภายหลังเขาเอาแต่มุ่งมั่นจนถึงจุดสูงสุดของการเป็นอันดับ1ในเคนโด้ ทำให้ตนลืมเรื่องอดีตไปอย่างง่ายดาย



มิฮอว์คมองคู่สนทนาอีกครั้ง เพราะเขายืนคิดความหลัง คนมีมารยาทดีงามจึงไม่ได้ทิ้งให้เขายืนอย่างเดียวดาย ทั้งยังไม่ขัดเพื่อเรียกสติเขาอีกด้วย ร่างสูงจึงอดที่จะขอโทษขอโพยกับความไร้มารยาทของตนเสียไม่ได้



โคชิโร่โบกมือปฏิเสธ ก่อนจะพูดมาอีกหนึ่งประโยค



"โทษทีนะตอนนั้นฉันคิดจะจับนายด้วยซ้ำ แต่เหมือนโซโลจะเผลอกินไวน์โปรดของนายเข้าไป นายเองก็ดื่มไปเยอะเลยพูดอะไรผิดไปบ้าง" เขายิ้มพลางพูดเรื่องในอดีต คนได้ยินก็เลิกคิ้วสงสัย ทั้งๆที่เป็นเขาเองที่พูดแต่กลับจำสิ่งใดไม่ได้เลย เมื่อโคชิโร่เห็นว่าอีกคนลืมไปแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างละไมพร้อมบอกว่าไม่มีอะไรสำคัญ



"เจ้าหนูนั่นชื่อโซโลงั้นสินะ" มิฮอว์คถามชื่อเด็กหนุ่มคนนั้นต่อ ซึ่งคนได้ยินก็พยักหน้า



"ใช่ เป็นคนที่มุ่งมั่นมากเลย" ก่อนจะเล่าต่อถึงศักยภาพของคนที่ตนกล่าวถึง



"ทะยานยากแบบกู่ไม่กลับ" เขาเอ่ยเสริมกลับอย่างลืมตัว 




ดื้อด้าน ไม่ฟังใคร  หัวรั้น คำนิยามของมิฮอว์คเมื่อกล่าวถึงโซโล












"ก็นะ นั่นแหละข้อดีของโซโล" โคชิโร่ได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งไป กับคำที่อีกฝ่ายแก้กลับมาให้ 



มิฮอว์คไม่ได้ตอบกลับไป ก่อนจะมองที่โรงฝึกอีกครั้ง





"เจ้าเด็กนั่น พักอยู่ไหนกัน?" ก่อนที่ร่างสูงจะถามเขาต่ออีกรอบ


"บ้านของโซโลก็ไม่ได้อยู่ไกลโรงฝึกหรอก เป็นบ้าน2ชั้น อยู่ถัดจากโรงเรียนของเขาไปแค่สองสามบล็อกเอง บางทีก็ซ้อมจนดึกแล้วเผลอหลับในโรงฝึกก็มี โรงฝึกเราเลยไม่ได้ล็อกประตูเท่าไหร่หน่ะ เพราะมีครั้งหนึ่งที่ฉันไม่รู้ เจ้าตัวก็ถีบประตูโครมซะพังเลย ฉันล่ะตกใจแทบแย่ฮ่าๆ ดันขังลูกศิษย์ตัวเองไว้ซะได้" อาจารย์ฝึกเคนโด้หัวเราะออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต มิฮอว์คพยักหน้ารับ แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะบอกลาอีกคนแล้วลากเพื่อนตัวแสบของตัวเองกลับไป 



มิฮอว์คแบกแชงค์แล้ววาง(?)ทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนจะทิ้งผ้าห่มทับลงไป โดยเจ้าตัวดูจะไม่มีทางทีจะว่าจะตื่นในเร็วๆนี้


ร่างสูงลุกขึ้นไปชำระล้างร่างกายก่อนจะเข้านอน





อันที่จริงควรจะเรียกว่างีบ เพราะมิฮอว์คก็ตื่นในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ความรู้สึกง่วงไม่ปรากฏเลยแม้แต่น้อย ท้ายสุดคนนอนไม่หลับก็ลุกขึ้นมา 


ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนโดยประมาณ ความสงสัยตีตื้นขึ้น ภาพของเด็กหนุ่มที่ฝึกซ้อมอยู่เข้ามาภายในหัวชั่วครู่ ร่างโปร่งหยิบเสื้อตัวใหม่เข้ามาสวม  พร้อมความคิดที่ว่า จะลองไปดูก็ไม่มีอะไรเสียหายเพราะยังไงเขาก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว







ไม่นานนักร่างสูงของมิฮอว์คก็ก้าวเข้ามาอยู่ในโรงฝึกซ้อมอีกครั้ง แต่ไม่ทันจะได้เข้าไป เขาก็สังเกตได้ว่า ไฟภายในถูกปิดแล้ว เดาได้ไม่อยากว่าคนก็คงออกกันมาหมดแล้ว 

มิฮอว์คถอดหายใจอย่างเบื่อหน่าย และกำลังจะกลับที่พัก 

โครม!


จู่ๆเสียงคล้ายกับมีอะไรล้มลงก็ดังขึ้นจากห้องซ้อม คนได้ยินเลิ่กคิ้วขึ้น เมื่อลองพลักประตูออกไป รับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ได้ล็อกไว้ 




ร่างของเด็กหนุ่มสีผมสดุดตากับกองดาบไม้ที่ล้มระเนระนาดอยู่ข้างๆ ทำให้เข้าใจได้ดีว่าเสียงเกิดมาจากใครทำอะไร คนหลับดูไม่รู้ตัว พร้อมหลับอย่างสะบายใจในโรงฝึก เสื้อที่เขาใส่อยู่ยังเป็นเสื้อซ้อมเคนโด้ ดูเหมือนเจ้าตัวจะผลอยหลับไป 

ผู้เข้ามาโดยภาระการณ์ย่อตัวแล้วก้มลงมองเด็กหนุ่ม มือหนาโบกผ่านหน้าคนนอนไปมา แต่กลับถูกมือโปร่งปัดออกไป พร้อมเสียงงึมงำๆในลำคอทำนองว่า ออกไปเจ้าแมลงบ้า


มิฮอว์คมองคนละเมอเงียบๆ ก่อนจะตบลงเบาๆที่แก้มเชิงปลุกคนนอน


"เจ้าหนู" ก่อนเสียงต่ำทุ้มจะเรียกอีกคน ซึ่งดูอีกคนจะไม่มีท่าทีสนใจ ทั้งยังชักสีหน้าไม่พอใจ 

จนแล้วจนรอด เด็กหนุ่มถูกนับว่าเป็นคนขี้เซาเพิ่มขึ้นมาอีกข้อในหัวมิฮอว์ค


ในเมื่ออีกคนไม่ตื่น มิฮอว์คก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินออกไป






มิฮอว์คแบกคนที่หลับอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ บางทีมันอาจจะดูใจร้ายหากปล่อยให้เด็กคนนี้นอนหลังขดหลังแข็งไปกับพื้น ถึงเจ้าตัวอาจจะชินไปแล้ว แต่อยากไรเขาก็ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อไปโรงเรียนในตอนเช้าอยู่ดี

รถสปอร์ตสีดำเงา ที่นั่งสองตำแหน่ง ซึ่งปกตินั่งข้างคนขับจะโล่ง แต่วันนี้มีแขกรับเชิญพิเศษได้รับสิทธิ์นั้นไป 


ไม่นานก็ขับมาถึงบ้านผู้โดยสารอยากไม่อยากเย็น เพราะถัดไปอีกสองบล็อคก็คือโรงเรียน เพราะที่มีสองชั้นใกล้ๆโรงเรียนมีน้อยมากจนรู้ได้ง่าย


คนมาส่งหากุญแจในกระเป๋านักเรียนของเด็กหนุ่ม แต่กลับพบเพียงสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เขามั่นใจว่าหยิบกระเป๋ามาถูก เพราะมันเป็นกระเป๋าเดียวของเหลือ และมีชื่อเจ้าของด้วยลายมือหยึกหยัก เมื่อไม่พบ ก็ต้องหากับเจ้าตัวเองเสีย มือหนาควานไปตามเสื้อของเด็กหนุ่ม คิ้วคนหาขมวดขึ้น ก่อนจะล้วงเข้าไปภายใน เขารู้ถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเด็กหนุ่มทันที มันอาจจะดูน้อยกว่าเขามาก แต่ก็ดีกว่าทุกคนที่เคยเจอในวัยนี้ มือหนาสะเปสะปะไปตามลอนท้อง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ






และเขาก็เจอกุญแจที่อยู่ในสาบเสื้อของอีกคน 


ร่างสูงไขกุญแจบ้านของเด็กหนุ่มสำเร็จ 


บ้านหลังนี้แม้จะเป็นสองชั้นแต่ถูกแบ่งง่ายๆคือ ชั้นล่างเป็นห้องครัวและห้องรับแขก บ้านบนเดาได้ไม่อยากว่าเป็นห้องนอนและห้องน้ำ 


ในที่สุด เด็กผมเขียวก็ได้นอนตามปกติเสียที คนเป็นผู้ใหญ่ถอนหายใจ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องทำเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ช่วยเป็นกิจกรรมให้เขาเกิดง่วงขึ้นมาได้ 

ขณะที่เขาจะกลับหลังเพราะหมดหน้าที่ มือโปร่งก็คว้าแล้วกำเอาไว้ คิ้วของคนที่ถูกกำมือไว้ขมวดขึ้นทันที


"ฉันจะเป็นคนล้มนายเองมิฮอว์ค แล้วกลายเป็นอันดับหนึ่งพร้อมกับยัยนั่น" เจ้าของชื่อหันควับไปทันทีที่ได้ยินชื่อตนเอง แต่ก็พบว่าอีกคนแค่ละเมอ และพูดมันออกมาอย่างไม่รู้ตัว คิ้วที่ถูกขมวดขึ้นถูกคลายลงอย่างไม่รู้ตัว 


มือของเขากำมืออีกคนแน่กว่าที่เด็กหนุ่มทำ แล้วยกมันขึ้นมา 


"ฉันรอนายอยู่ล่ะ โรโรโนอา รีบมาหาฉันเร็วเข้า" เสียงทุ้มต่ำ ก้องกังวานและหนักแน่น คนที่ไม่ได้สติกลับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย 













ตอนเช้าของวันถัดมา เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นไปทั่วห้อง จนเจ้าของต้องปามันลงพื้นอย่างรำคาน โซโลตื่นขึ้นมาสิ่งที่เขามองเห็นครั้งแรกคือเพดานบ้านที่ไม่ใช่โรงฝึกอย่างแน่นอน คิ้วของเจ้าของห้องถูกเลิกขึ้น เขาจำได้ว่าเขาหลับตาไปเพื่อพักสายตาชุดที่เขาใส่อยู่ยังเป็นชุดเคนโด้ กุญแจบ้านยังคนอยู่ที่เดิม แต่จำไม่ได้ว่าตนกลับมาบ้านได้อย่างไร แถมทั้งเสียงนาฬิกาปลุกที่น่ารำคานนั่นอีก จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่ตั้งไว้คือตอนนี้ แต่ที่แน่ๆตอนนี้มัน6โมง และเช้ามากกว่าปกติ คนพึ่งตื่นเปิดปากหาว ใจอยากจะหลับอีกงีบแต่เมื่อโดนรบกวนจากนาฬิกาเมื่อครู่ ก็หมดใจที่จะนอน ตอนสุดท้ายเขาก็ต้องลุกไปทำกิจวัตและไปโรงเรียนที่เช้า ซึ่งผิดจากวิสัยของโซโลยามปกติ







"ฉันเดาว่านั่นไม่ใช่พวงกุญแจบ้านนาย" แชงค์พร้อมมองกุญแจที่อีกคนแขวนไว้กับกระเป๋าสตางค์ มิฮอว์คไม่ได้สนใจอีกคน พร้อมกินอาหาเช้าของตนต่อ


แต่หลังจากกินเข้าไปเพียงช้อนเดียว รอยยิ้มก็ถูกยกขึ้นบริเวณมุมปาก ราวกับเจอของถูกใจ

















--------------------------------------------------------------------------------------------------------------



คุกๆๆๆ เฮียนี่ทำอะไรเสี่ยงคุกจริ๊ง ไหนจะกุญแจที่แอบเอาไปปั้มมาอีก แหมมมม! ///โทรแจ้งตำรวจ 





แต่งไว้นานละ (ก่อนติดตาม100) กะจะลงตอน100 Favorites สรุปไม่ได้ลง  แต่งไม่ทันจ้าฮ่าๆๆ นี่พึ่งแต่งเสร็จ ช่วงนี้งานเยอะจัดๆ คาดว่าตอนต่อไปก็คงไม่ได้ลงในเร็วๆนี้หรอก ตัน เอ้ย ไม่มีเวลา 

ตอนนี้ให้พิเศษอ่านกันไปยาวๆเลยจ้า555

น้องโซกะเฮียมิ โมเม้นน๊อยน้อย จนต้องแต่งตอนพิเศษเพิ่ม สงสารเฮีย      ไว้จะแต่งตอนพิเศษโซกะคนอื่นดีมั้ย  ////หัวเราะ 























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

146 ความคิดเห็น

  1. #117 B.TEm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:12
    คือหลังจากคุณเขาพูดว่า น่ากินเกินไป ไม่ใช่แค่โคชิโรซังที่ค้างอะค่ะ ทางเราก็ค้างเหมือนกัน แบบ อึ้ง ชอค นี่มันอะไรกัน ตำรวจมาเดี๋ยวนี้ !!! ทหารเรือ ?! รัฐบาลโลก ?!?!?! นี่มันอันตีายต่อน้อนเกินไปแล้ว !!!! / แต่น่ารักมากเลยนะคะ เอ็นดูความขี้เซา เกือบโดนลักหลับแล้วน้องหนู แง
    #117
    1
    • #117-1 เจ้าความต่าง(จากตอนที่ 16)
      4 พฤษภาคม 2563 / 06:49
      เรียกตำรวจให้ไวเลย! นอกจากจะพาเด็กหายไปทั้งคืนแล้ว(?) ยังแอบปั้มกุญแจบ้านคนอื่นอีกกกก ตำรวจจจจจ ///ช่วยเรียกตำรวจอีกแรง
      #117-1
  2. #86 reluz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 18:12
    แงงงง มันดือออ
    #86
    1
  3. #76 tsubakihime (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 15:14

    โอ้ยยยย เรากำลังจะตายเพราะความน่ารักของน้อน

    มิฮอร์คนายอดทนได้ยังไงงง 555555

    #76
    1
    • #76-1 เจ้าความต่าง(จากตอนที่ 16)
      26 เมษายน 2563 / 19:52
      อย่าให้เฮียแกไม่ทน!! มันจะลงเด็กดีไม่ได้///ไม่ใช่ล่ะๆๆ555
      #76-1
  4. #62 O0o00ooO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:00

    ฟินเฟอร์ คืออ่านเเย้วยิ้มตามเบยยย😁🙆🌈
    #62
    1
    • #62-1 (จากตอนที่ 16)
      28 มีนาคม 2563 / 02:59
      หื้อดีใจที่ได้รู้อย่างงี้เลย ขอบคุณค๊าบบ
      #62-1
  5. #61 yugijudai (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:47
    คู่ไหนก็พร้อมอ่าน แต่คือ คุกมากๆ ยิ่งตอนเอาโซโลมาส่งแล้วบอกน่ากินคือ คุณตำรวจจับมัน FBIเอาตัวมันไป 555 ยาวสะใจมาก ชอบๆ
    #61
    1
    • #61-1 (จากตอนที่ 16)
      28 มีนาคม 2563 / 02:58
      บะ บ้าน่า คุกนิดหน่อยเอง- แค่กๆ //จะแต่งตอนพิเศษในตอนพิเศษดีมั้ยน้าาา
      #61-1
  6. #59 secret shadow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:39

    แงงงงงง คือบับคู๊ณณณณณ---//กัดปาก
    #59
    1
    • #59-1 (จากตอนที่ 16)
      28 มีนาคม 2563 / 02:57
      มันแบบหึ้ยยยย
      #59-1
  7. #58 CYAN HYDRANGEA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:00

    งุ้ยยยอยากได้ตอนพิเศษโซกะคนอื่นอ่า~
    #58
    1
    • #58-1 (จากตอนที่ 16)
      28 มีนาคม 2563 / 02:57
      จะดีเร้ออ//ลากเสียงยาว
      #58-1