sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 19 : CHAPTER XVII : Sanguis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

 

 

"อั่ก!!"

เสียงร้องเจ็บปวดเพราะถูกกำแพงหนากระแทกเข้าที่หลังด้วยความแรงจนสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของร่างกายไม่น้อย ด้วยร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยเพราะไม่ได้รับสารอาหารอย่างที่ควรจะได้รับทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะต่อกรกับคนตรงหน้าได้ มือหนาที่บีบอยู่ที่ลำคอของเธอทำให้เธอเริ่มที่จะหายใจติดขัดเพราะมันถูกบีบแน่นมากขึ้นไปอีกจนเธอเริ่มจะสำลัก

มือสองข้างที่พยายามดึงข้อมือของคนตรงหน้าให้หลุดจากพันธนาการไม่ได้ช่วยให้ทีโอคิดจะละมันออกมาแต่อย่างใด ใบหน้าที่แสดงออกถึงความพึงพอใจเมื่อได้เห็นอีกคนเจ็บปวดนั้นราวกับนักฆ่าในคราบองค์ชายก็ไม่ปาน เพโรน่าเริ่มรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองกำลังจะหมดไปเมื่อรูทมอร์ยังคงบีบที่ลำคอของเธอให้แน่นขึ้นไปอีก มือสองข้างที่เคยจับที่ข้อมือของทีโออยู่ค่อยๆคลายลงเพราะหมดแรงจะต่อต้าน

แต่ทีโอก็ใจดีพอที่จะยอมปล่อยนางลงให้ริซได้เป็นอิสระ นางทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นจับที่คอของตัวเองที่ตอนนี้มันขึ้นเป็นรอยแดงเบาๆ เธอไอออกมาไม่หยุดเพราะอาการเจ็บหลังจากที่เพิ่งถูกคนตรงหน้าใช้นิ้วกดลงมาที่ลำคอตัวเองด้วยแรงที่มากมายขนาดที่เธอไม่อาจต้าน

หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงต่อต้านได้สบาย แต่เป็นเพราะตอนนี้เธออ่อนกำลังเกินกว่าจะใช้กำลังกับคนตรงหน้าได้

"สองวันแล้วสินะ.. ที่เธอไม่ยอมบอกอะไรกับฉันเลย"

เป็นเวลาสองวันแล้ว.. ที่ทีโอ รูทมอร์ เข้ามาเค้นความจริงจากปากของทหารหญิงผู้น่าสงสาร แม้วันแรกนางจะไม่ได้ถูกทำร้ายขนาดวันนี้ แต่รอยเลือดที่กลบปากเธออยู่ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอคงถูกฝ่ามือของอีกคนฟาดมาแน่ๆ

แต่เธอก็ยังไม่ยอมพูดอะไรเกี่ยวกับฟรอยเออร์ออกมาอยู่ดี

"ทำไมถึงคิดว่าฉันจะรู้?"

"แล้วเธอคิดจะค้านหรือ? ว่าเธอเองไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย" เห็นกันอยู่ชัดๆว่าเธอนั้นกุมความลับของโซลเซียนาไว้ตั้งมากมาย ยิ่งเป็นคนที่ปิดปากเงียบสนิทเช่นเธอ มีหรือจะไม่รู้อะไรเลย ทีโอแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองเล็กน้อยเพราะรู้สึกได้ถึงความท้าทายผ่านสายตาของหญิงสาวที่จ้องมาที่ตัวเอง ดูเหมือนว่าแค่การบีบคอมันคงน้อยไป "อย่าให้ฉันต้องทรมาณเธอไปมากกว่านี้จะดีกว่านะ เพโรน่า ริซ เธอก็รู้ฉันไม่ใช่คนใจเย็นสักเท่าไหร่"

"นายกำลังคิดอะไรอยู่..." เธอถามในขณะที่มือยังคงลูบบริเวณรอยช้ำสีเข้มเพราะถูกแรงบีบเมื่อครู่ ใบหน้าที่เหยแกแสดงถึงอาการติดขัดเมื่อต้องกลืนน้ำลายลงไปมันช่างขัดกับนายทหารหญิงผู้เข้มแข็งเหลือเกิน "ทั้งที่นายไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมาที่โซลเซียนาเลยด้วยซ้ำ"

"ทำไมถึงคิดอย่างนั้น?"

"เห็นอยู่ชัดเจนว่ามีอาณาจักรอีกมากมายที่คู่ควรแก่การให้พวกนายไปทำลาย" เธอพูดในสิ่งที่เธอเองก็สงสัยมันมาตลอด "ทำไมถึงเลือกที่จะทำลายอาณาจักรที่ซอมซ่อแห่งนี้"

"ก็เห็นๆกันอยู่ไม่ใช่หรือ.." องค์ชายจากลิวาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ไม่บ่อยนักจะมีคนได้ยิน ทีโอจ้องเข้าไปยังดวงตาที่แข็งกร้าวของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทหารของอาณาจักร ก่อนจะคว่ำปากลงอย่างร้ายกาจด้วยความสมเพชต่อสภาพของนางในตอนนี้

จะให้นางเป็นทหารที่แข็งแกร่งเพียงไหน แต่ถ้าขาดตัวให้กำเนิดพลังหลักอย่างพลังงานก็ทำให้นางกลายเป็นสามัญชนธรรมดาได้อย่างไม่ยาก

"ที่ฉันต้องการคือตัวของโวลธาเนีย.. เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันรักองค์ชายตัวน้อยนั่น"

"ฉันไม่รู้ และไม่คิดจะรับรู้ด้วย"

เธอเถียงกลับทั้งที่สภาพของตัวเองไร้ซึ่งกำลังในการจะสู้กับองค์ชายที่มีพละกำลังเหนือกว่ามาก รูทมอร์หัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพชกับคนที่ปากดีแม้ว่าร่างกายของตัวเองจะล้มฟุบจนถ้าหากเขาใช้เท้าเหยียบเข้าที่ศีรษะของหล่อนทีเดียว หัวของนางก็จมอยู่ที่เท้าของเขาได้ไม่อยาก เขาใช้ลิ้นดันที่กระพุงแก้มอย่างใช้ความคิดกับวิธีที่จะง้างปากให้เพโรน่าพูดเรื่องสำคัญออกมา

"งั้นก็รู้ไว้ซะ ในอนาคตตอนที่ฉันขึ้นเป็นราชาและได้ตัวมัลฟอนมาเป็นราชินีแล้ว.. เธอเองก็ต้องเคารพฉันอยู่ดี" ทีโอไม่ได้พูดเสียงดังไปทั่วคุกด้านหลังปราสาทแห่งนี้ แต่เป็นน้ำเสียงที่ดังมากพอที่จะทำให้คนสองคนได้ยินมัน เขาหันหลังในกับร่างเพรียวที่นั่งพิงอยู่กำแพงสีเข้มก่อนพูดในสิ่งที่ทำให้เพโรน่าต้องขมวดคิ้ว "ส่วนเรื่องยึดอำนาจ นั่นมันเป็นเรื่องของพ่อฉัน ฉันไม่ได้ไปเป่าหูให้เพราะมาทำลายที่นี่ทิ้งหรอก"

"หมายความว่ายังไง?"

"พ่อแค่ต้องการที่จะยึดอาณาจักรทุกอาณาจักรในโลกนี้ เริ่มตั้งแต่อาณาจักรที่เล็กและใกล้จะตายอย่างแฟร์เบิร์ก โซลเซียนา หรืออาณาจักรอื่นๆที่ถูกพวกฉันยึดไปแล้ว ก่อตัวขึ้นมาให้กลายเป็นพื้นที่ของลิวาเอล ขยายอำนาจเพื่อต่อกรกับเซคันดาติ"

น้ำเสียงที่เรียบนิ่งไร้ความร้ายกาจแฝงอยู่ในรูปประโยคทำให้เพโรน่าเปลี่ยนจากแววตาที่แข็งกร้าว มาเป็นแววตาที่ตั้งคำถามแทน ไม่รู้ทำไม แต่เธอคิดว่าสิ่งที่ทีโอ รูทมอร์กล่าวมาเป็นเรื่องจริงแทนที่จะโกหก

หากจะโกหกเธอมันก็ทำได้ไม่ยาก ในตอนนี้เธอไร้ซึ่งอำนาจและพละกำลังในการไปต่อกรกับลิวาเอล ต่อให้จะพูดอะไรมาใส่เธอมันก็ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น แต่ทำไมยังเลือกที่จะเล่าความจริงให้เธอฟัง?

"แล้วทำไมนายไม่คิดจะห้ามองค์ราชามาคาลอฟ"

"เพราะถ้าในอนาคต ตอนที่ฉันมีอำนาจยิ่งใหญ่ ถึงตอนนั้นมัลฟอนก็คงจะหันมามองฉันบ้าง.."

เสี้ยววินาทีนึงที่เพโรน่าเห็นความศร้าสลดขององค์ชายผู้มีฉายาจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผ่านดวงตาคู่นั้นหลังจากที่อีกคนหันหน้ามามองเธอ แต่มันก็เพียงเสี้ยววิเดียวเท่านั้น เพราะสุดท้ายอีกคนก็กลับมายกยิ้มดังเดิม

"นายทำมันผิดทุกอย่าง ทีโอ" เธอเอ่ยขึ้น "ต่อให้นายจะมีทั้งอำนาจ ชื่อเสียงหรือเงินทอง อะไรก็ตามที่นายคิดว่ามันจะทำให้มัลฟอนสนใจนาย มันเป็นเรื่องที่คิดผิดทั้งหมด"

เพราะสิ่งเหล่านั้นมันไม่สามารถมัดหัวใจขององค์ชายตัวขาวได้เลยสักนิดเดียว

"ตราบใดที่พระองค์ไม่ได้รักนาย.. นายทำมันก็สูญเปล่าทั้งสิ้น.."

"แล้วฉันไม่มีสิทธิพยายามอะไรสักอย่างเพื่อความรักเลยหรือ..?"

คำพูดตัดพ้อของคนที่เข้ามาบุกยึดโซลเซียนาทำเอาคนที่นั่งอยู่ตรงพื้นไปต่อไม่ถูก คงต้องยอมรับตรงๆว่าเธอไม่เคยเห็นอีกคนในมุมนี้มาก่อน เพราะชื่อเสียงด้านความโหดร้ายของทีโอ รูทมอร์ ที่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตายไปไม่รู้กี่คนนั่นทำให้เธอมองว่ากษัตริย์จากลิวาเอลเป็นดั่งปีศาจหรือไม่ก็ซาตานที่แฝงตัวมาในคราบมนุษย์

"องค์ชายมัลฟอนมีคนรักแล้ว และพระองค์ก็รักคนคนนั้นเสียจนหมดหัวใจ"

"..."

"ฉันรู้ว่านายเองก็รู้ดีว่าคนนั้นคือใคร"

จะเป็นใครได้อีก? นอกจากองค์ชายที่กลับไปยังเซคันดาติโดยทิ้งให้มัลฟอนโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่

รูทมอร์แค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพชตัวเองขึ้นมาหลังจากที่เพโรน่าพยายามเอ่ยย้ำสถานะของตนเองให้เขาได้รู้ รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีวันได้หัวใจของคนตัวขาวมา ต่อให้ต้องพยายามอีกสักเท่าใดก็ตาม เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องมาเยือนโซลเซียนาพร้อมกับมาคาลอฟ และต้องเห็นแววตาที่หวาดระแวงยามได้สบตากับเขา หัวใจของเขาเองก็บอบช้ำไม่น้อย

ที่ตรงนั้นของมัลฟอน มันไม่เคยเป็นเขา

"ดูเหมือนเธอเองจะพาฉันออกนอกเรื่องไปไกลไม่น้อยเลยนะ เพโรน่า ริซ" เจ้าตัวเปลี่ยนจากสีหน้าและน้ำเสียงผิดหวัง มาเป็นน้ำเสียงปกติที่เจ้าตัวมักใช้พูดสนทนา พร้อมกับใบหน้าที่ร้ายกาจดังเดิม นั่นทำให้เพโรน่าต้องกลับมาใช้แววตาแข็งกร้าวอีกครั้งเพราะรู้สึกได้ว่าเธออาจจะต้องโดนอีกคนเค้นเรื่องฟรอยเออร์ออกจากปากอีกเป็นแน่

แน่นอนว่าเธอคิดไม่ผิด เธอถูกมือหนาจับเข้าที่กรอบหน้าครึ่งบนของเธอก่อนค่อยๆบีบศีรษะของเธอด้วยแรงมากพอที่จะทำให้เธอเริ่มรู้สึกเจ็บ อีกคนย่อตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเธอ เพโรน่าสามารถเห็นท่าทางของอีกคนได้ผ่านช่องระหว่างนิ้วที่ปิดตาเธออยู่

"ฉันจะมีวันได้สมหวังกับมัลฟอนไหม? นั่นมันไม่ใช่ธุระของเธอ"

"อึก.."

"เพราะสุดท้ายแล้วเธอมันก็แค่ไอ้ทหารกระจอกที่ถูกราชาที่โง่เขลาหลอกใช้งาน"

น้ำเสียงที่ถูกกดลงต่ำพร้อมกับคำรามเล็กน้อยในลำคอราวกับสะใจที่ได้เห็นหญิงสาวเจ็บปวด ความเจ็บจากการถูกบีบที่แรงมากยิ่งขึ้นยิ่งทำให้เธอส่งเสียงด้วยความทรมาณ น่าเสียดายที่ทีโอไม่ได้เห็นใจเธอเลยสักนิด

แปะ..

สำหรับคนที่เก็บอารมณ์ไม่เก่งอย่างทีโอ รูทมอร์แล้ว มีหลายเรื่องที่ทำให้เจ้าตัวต้องหัวเสียง่ายๆอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ในบางครั้งการโดนบิดาขัดใจก็ทำให้เขาต้องโมโหจนพังข้าวของเหมือนกัน และสิ่งที่เขาารังเกียจมากจนทำให้เลือดขึ้นหน้าได้ไม่ยากเห็นทีคงจะเป็นเรื่องความมีมารยาทล่ะมั้ง

เพโรน่า ริซ เธอเป็นคนที่อ่อนโยนและมีมารยาท ทุกคนรู้เรื่องนั้นดี น้อยครั้งที่เธอจะใช้นิสัยความไร้มารยาทไปกับบางอย่างเรียกได้ว่าไม่บ่อยนักที่เธอจะกระทำเรื่องไม่ควร แต่ครั้งนี้ดูเหมือนการที่เธอถมน้ำลายใส่หน้าว่าที่ราชาแห่งลิวาเอลจนมันโดนเข้าที่ข้างแก้มของอีกคน คงทำให้ทีโอ รูทมอร์ ไม่คิดจะปล่อยตัวเธอไปแน่

"เธอต้องการแบบนี้สินะ.."

ปึ้ก!!

"อั่ก!!"

มือหนาจัดการกุมศีรษะของเธอไว้แน่นก่อนจะใช้แรงกระแทกศีรษะของเธอเข้ากับกำแพงที่เธอนั่งพิงอยู่ด้วยความตั้งใจว่ามันจะทำให้เธอสลบได้ไม่ยาก แน่นอนว่าพอโดนไปแรงขนาดนั้นก็ย่อมต้องทำให้เธอหมดสติเป็นธรรมดา ร่างของหญิงสาวที่ไร้ซึ่งสติตอนนี้ได้เพียงนั่งพิงอยู่ตรงกำแพงที่เดิมด้วยความหมดสภาพ ทิ้งไว้เพียงเจ้าชายแห่งลิวาเอลที่ดูจะอารมณ์เดือดไม่น้อย

มือข้างขวาของตัวเองยกขึ้นปาดน้ำสีใสที่แสนสกปรกข้างแก้มตัวเองทิ้งอย่างลวกๆด้วยความขยะแขยง ไม่วายตามไปยกเท้าขยี้เข้าที่หัวไหล่ข้างซ้ายของเธอจนเป็นรอยขึ้นมา สาบานเลยว่าถ้าได้ล่วงรู้ความจริงเรื่องฟรอยเออร์เมื่อไหร่เขาจะไม่ปล่อยให้เพโรน่าได้มีชีวิตต่อไปแน่ เธอเป็นตัวขัดขวางที่จะทำให้ชีวิตเขาเป็นปัญหาได้ไม่ยาก

ทีโอตัดสินใจเดินออกมาจากคุกที่ใช้ขังเพโรน่าก่อนจะสั่งให้ทหารที่ติดตัวเขามาจัดการปิดประตูขังเธอเอาไว้ด้านในนั้นดังเดิม ไม่ลืมที่จะตรวจสอบความแน่นหนาของกรงเพื่อให้มั่นใจว่าเธอไม่สามารถหนีออกมาได้ ทีโอรู้ดีว่าหากเธอตองการจะหนีแล้ว ห้องขังแค่นี้คงขังเธอเอาไว้ไม่ได้นานนัก

เขาหันไปสบตาทหารข้างกายที่ยืนด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ คงต้องบอกได้แค่ว่าดัลเธีย ชีร์โก เป็นทหารที่ไม่มีความเคารพแก่เขาเลยสักนิด ทั้งๆที่ก็เห็นอยู่เต็มสองตาว่าในตอนนี้อนาจักรกำลังตกอยู่ในน้ำมือของเขาและราชามาคาลอฟ แต่เจ้าตัวกลับไม่คิดจะเกรงกลัวต่อการถูกสังหารเลยแม้แต่นิดเดียว แน่นอนว่ามันทำให้รูทมอร์ไม่พอใจ

"อย่าคิดจะช่วยหล่อนออกมาเชียว" ทีโอชี้หน้าอีกคนอย่างคาดโทษ "เพราะถ้าหล่อนหนีออกมาได้ คนเดียวที่ฉันจะโทษคือแก"

นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นเรื่องจริงที่ทีโอ รูทมอร์คิดจะทำ ดัลเธียโค้งคำนับให้เล็กน้อยกับองค์ชายแห่งลิวาเอลที่ตอนนี้มีอำนาจสูงสุด เขาถูกบังคับให้ต้องมาเป็นทหารที่ดูแลอีกคนอย่างใกล้ชิดโดยให้เหตุผลว่าถ้าหากปล่อยให้เขาคลาดสายตาไป อาจจะทำให้เขาเผลอคาบข่าวไปบอกคนนอก หรือช่วยให้มัลฟอนและคนอื่นๆหนีออกไปจากที่นี่ได้

ดัลเธียชายตาไปมองร่างของหญิงสาวในคุกที่แสนจะแคบและแออัดกว่าคุกใต้ดินเป็นไหนๆ ก่อนจะหันหลับมามองผู้เปรียบเสมือนราชาองค์ใหม่แห่งโซลเซียนา พร้อมกับขายาวที่เดินตามร่างของอีกคนเพื่อกลับไปยังด้านในของปราสาท โดยทิ้งให้ทหารหญิงนอนหมดสติด้วยสถาพสะบักสะบอม ไม่เหลือสติที่ทำให้เธอได้ออกมาทำสายตาคาดโทษเหมือนอย่างวันก่อน..

"อย่าชักช้าชีร์โก.. รีบตามฉันมาได้แล้ว"

 

 

 

 

 

 

 

 

ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว ที่มัลฟอนถูกขังไว้ที่นี่..

ห้องกว้างที่เคยเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนและเป็นที่ที่เขาสบายใจ ตอนนี้มันเหมือนกับคุกที่ขังเขาไว้ไม่ให้ออกไปด้านนอกได้มากกว่า ว่าตามจริงเขาก็ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย นอกจากใช้ชีวิตเดินไปเดินมาอยู่ในห้องแห่งนี้โดยมีแซตลีย์ ไซฮีล เข้ามาคอยดูแลเป็นพักๆ และตัวปัญหาที่สร้างความกังวลกับใจเขา คอยเข้ามากระทำการล่วงเกินกับเขาอยู่บ่อยครั้ง

ไม่ใช่การขืนใจ หากแต่เป็นการจับมือ การใช้ฝ่ามือที่แสนสกปรกลูบไล้ไปตามใบหน้าเขา กอดฉวยโอกาสเข้ามาสวมกอดอย่างที่เขาไม่เต็มใจ สิ่งเหล่านั้นมันทำให้มัลฟอนรู้สึกขยะแขยงร่างกายตัวเองที่ถูกอีกคนสัมผัสมาแล้ว หลายครั้งที่ถูกดึงเข้าไปให้อยู่ในอ้อมอกของอีกคน เมื่อถูกคลายออกโวลธาเนียมักจะยกมือขึ้นมาโอบกอดตัวเองทุกทีราวกับหวงแหนเรือนกายนี้

และมัลฟอนก็มักจะได้เห็นแววตาผิดหวังฉายอยู่บนใบหน้าของอีกคนทุกครั้งเช่นกัน

สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ค่อนข้างวุ่นวายจากการที่ประชาชนเพิ่งได้รับทราบความจริงจากมาคาลอฟ และเพิ่งสูญเสียผู้ปกครองอาณาจักรไปอย่างกระทันหันโดยที่ไม่ได้เตรียมใจ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการให้มาคาลอฟเป็นผู้ปกครอง และฝ่ายที่ต้องการให้มัลฟอนออกมากระทำการอะไรสักอย่างกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาแสนจะเห็นใจประชาชนเหล่านั้นหากแต่ไม่สามารถออกไปเผชิญหน้ากับพวกเขาได้ เป็นเพราะประตูบานใหญ่ตรงหน้าของเขาตอนนี้ถูกล็อคไว้โดยองค์ชายจากลิวาเอล

ภายในห้องกว้างแห่งนี้มีเพียงเขาที่เดินไปมาจนมันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่เขารู้สึกได้ว่ามันแคบลงทุกทีๆที่เดินไปมา ทั้งๆที่ก่อนหน้ามันเคยกว้างใหญ่กว่านี้มาก ความโดดเดี่ยวที่เกาะกินหัวใจของคนตัวขาวมากขึ้นทุกวันส่งผลให้มันถูกระบายออกมาในรูปแบบของน้ำสีใสบริเวณขอบตาทั้งสองข้าง

"อึก.."

ร่างเล็กทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความอ่อนแอที่สะสมมาตลอดหลายวันมานี้ มือทั้งสองข้างสั่นเพราะความรู้สึกหลายอย่างที่ตีกันในหัวอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเสียใจ ทั้งกลัว ทั้งโหยหาบางอย่างจนทำให้มัลฟอนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ แม้จะพยายามเม้มปากสะกดกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา หากแต่ความอ่อนแอที่มีมากเกินไปทำให้สุดท้ายก็ต้องร้องอยู่ดี

มัลฟอนพยายามมาตลอด พยายามที่เข้มแข็ง พยายามที่จะต่อต้านสิ่งที่ทีโอพยายามมอบให้ รวมถึงสถานะที่อีกคนต้องการจะให้เขาเป็นนั่นก็คือตำแหน่งราชินีของเขา เขาภาวนาทุกวันว่าให้ใครสักคนเข้ามาช่วยให้เขาหลุดพ้นออกไปจากคุกแห่งนี้ ทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมามันเหมือนกับเขาต้องกลับเข้ามาในนรกที่ถูกเรียกว่าบ้านเกิดอีกครั้ง

ทั้งๆที่สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับอยู่ดีว่าภายในหัวใจของเขานั้นโหยหามากเพียงใด..

"ฮึก.. ฟ..ฟรอยเออร์.."

คิดถึง.. คิดถึงเหลือเกิน..

คิดถึงจนไม่สามารถจะเก็บไว้ได้อีกต่อไป คิดถึงอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่เคยกอดเขาไว้ยามเขาเป็นกังวล อ้อมกอดที่เคยกอดเขาไว้แนบแน่นทั้งคืนที่เขาอยู่ด้วยกัน มัลฟอนไม่อาจหนีหัวใจของตัวเองได้อีก ต่อให้จะบอกว่าโกรธฟรอยเออร์มากเพียงใดก็ตาม แต่ความคิดถึงมันมีมากกว่าเกินทุกสิ่ง บัดนี้ไม่มีความโกรธใดๆหลงเหลืออยู่อีก

มือขาวที่เคยกุมกันอยู่ตรงบริเวณกลางอกยกขึ้นมาปาดน้ำสีใสอย่างลวกๆพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆเป็นการบอกให้ตนเองหยุดฟุ้งซ่าน ร่างขาวในชุดนอนตัวบางค่อยๆยันกายขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่เจ้าตัวมักจะเดินมาหยุดดูบริเวณด้านนอกอยู่บ่อยครั้ง

ปราสาทที่สูงเสียดฟ้าและห้องบรรทมที่อยู่สูงขนาดนี้ ยามใดที่ได้มองลงไปด้านล่างมันไม่ต่างอะไรจากการถูกขังไว้บนหอคอยเลยสักนิด อดคิดไม่ได้เลยว่าหากเขาได้กระโดดลงไปจากหน้าต่างมันคงจะดีกว่านี้

"องค์ชาย.."

เสียงเรียกจากด้านหลังของแม่บ้านสาวผมลอนทำให้โวลธาเนียต้องหันไปสบตากับเธอ บัดนี้เป็นเวลาเที่ยงจนเกือบบ่าย คงถึงเวลาอาหารเที่ยงของเขาแล้ว เธอถึงได้เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารที่มากมายขนาดนี้ ทีโอ รูทมอร์ มักจะสรรหาอาหารมากมายมาให้เขาตลอดระยะเวลาที่ถูกขังอยู่ในนี้ ทั้งของคาวของหวานมากมายที่ถูกบรรจงทำมาให้

เธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะตัวกว้างที่มัลฟอนมักจะใช้ทานอาหารอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆเขา

และมันทำให้มัลฟอนต้องตกใจจนคว้าแขนของนางมากุมไว้แน่น

"เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!? รอยฟกช้ำนี่มาจากไหน!?"

รอยเขียวช้ำมากมายตามแขนของเธอสร้างความไม่สบายใจให้กับคนตัวขาวอย่างมาก ทั้งๆที่เมื่อวานมันยังไม่มีรอยอะไรเลยด้วยซ้ำ

เธอเบือนหน้าหนีราวกับเลี่ยงที่จะตอบคำถามเหล่านั้น แซตลีย์ค่อยๆดึงแขนตัวเองกลับมาจากการกอบกุมขององค์ชายตัวเล็ก ก่อนเธอซ่อนแขนซ้ายที่มีแต่รอยฟกช้ำมากมายไปไว้ด้านหลัง

"ทานข้าวเถอะนะเพคะ แล้วเรามาพับนกเล่นกันอีกดีกว่า"

"เราจะไม่ทานจนกว่าเธอจะบอกความจริงกับเรา" เจ้าตัวค้านทันทีที่หญิงสาวเลี่ยงการสนทนาเรื่องรอยฟกช้ำเหล่านี้ ใบหน้าหวานแสดงออกถึงความขัดใจที่ถูกหญิงสาวเบี่ยงประเด็นหนี รู้อยู่เต็มอกว่ามัลฟอนไม่ชอบที่จะถูกขัดใจ "พวกเขาทำให้เธอเจ็บใช่หรือไม่.. คนใจร้ายพวกนั้น"

คนใจร้ายที่ว่าก็คงไม่พ้นพวกอาณาจักรรูทมอร์

เธอพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

"เพราะเราหรือ?"

"ไม่ใชหรอกเพคะ ต่อให้กระหม่อมไม่ได้ทำสิ่งใดผิด คนพวกนั้นก็จะทำร้ายกระหม่อมอยู่ดี" เธอกล่าวตัดพ้อพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินไปยกถาดอาหารเหล่านั้นมาวางไว้โต๊ะตัวเล็กไม่ไกลจากหน้าต่างที่มัลฟอนกำลังยืนมองออกไปอยู่ "สักสองสามคำก็ยังดีนะเพคะ กระหม่อมไม่อยากให้พระองค์ต้องอดอาหารต่อต้านพวกรูทมอร์เช่นนี้"

อย่างที่แซตลีย์ได้เอ่ยไป มัลฟอน โวลธาเนีย จงใจอดอาหารทุกอย่างที่รูทมอร์บรรณาการมาให้เพื่อต่อต้านให้อีกคนปล่อยเขาไป หรือไม่ก็ตั้งใจให้ร่างกายตนเองขาดสารอาหารแล้วสิ้นใจตายไป ดีกว่าต้องไปเป็นเจ้าสาวของทีโอ

"เราไม่หิว.." คนตัวขาวเอ่ยอย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้มือปัดถาดอาหารให้ออกห่างตัวเองไปเบาๆ "เราไม่่อยากทานอะไรทั้งนั้น"

"แต่องค์ชาย.."

"หรือที่เธอโดนทำร้ายเช่นนี้ เป็นเพราะเราไม่ยอมทานอาหาร?"

หญิงสาวเบือนหน้าหนีอีกครั้งเมื่อถูกถามเรื่องที่ไปจี้ใจเธอเข้า รอยเขียวช้ำจากการถูกทำร้ายมากมายตามแขนคงไม่ใช่ใครอื่นไกลอีก คงเป็นฝีมือของทีโอ รูทมอร์อีกเป็นแน่

"จะว่าเช่นนั้นก็ถูก"

"..."

"แต่แผลแค่นี้กระหม่อมทนได้เพคะ มันไม่ได้เจ็บอะไรเลย แต่กระหม่อมเพียงต้องการให้พระองค์ทานอาหารบ้างเท่านั้น แค่ขนมปังเล็กๆเพียงชิ้นเดียวไม่ช่วยให้อยู่ท้องหรอกนะเพคะองค์ชาย"

เธอระบายยิ้มออกมาด้วยความฝืนกลั้น รอยช้ำเหล่านั้นมันเจ็บปวดกับเธอจนเธอต้องหลั่งน้ำตา แต่เพราะเธอเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่มัลฟอนเหลืออยู่ หากแสดงความอ่อนแอให้อีกคนได้เห็น โวลธาเนียก็จะแตกสลายเอาได้ง่ายๆ

แม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่าการยิ้มไปเช่นนั้นมันช่างหลอกลวง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาณไม่ต่างจากดวงตาของคนตรงหน้า

มัลฟอนเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิด ก่อนจะคว้าที่ถ้วยอาหารที่มีอาหารรสเริศอยู่ในนั้น จัดการเทมันทิ้งไปยังด้านนอกหน้าต่างอย่างไม่ใยดีไม่นึกเสียดายมันเลยสักนิด ตามด้วยอาหารอื่นๆอีกมากมายที่ถูกเททิ้งลงไปตามๆกัน แซตลีย์ทำได้เพียงอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับการกระทำขององค์ชายตัวขาว

"ท..ทำอะไรเพคะองค์ชาย!?"

เธอถามในขณะที่มัลฟอนกำลังจัดการให้ถ้วยชามเหล่านั้นอยู่ในสภาพที่เหมือนกับเพิ่งถูกทานมา

"แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วไม่ใช่หรือ?" เจ้าตัวถาม "แค่นี้เราก็จะได้ไม่ต้องทานอาหารพวกนี้ เธอเองก็ไม่ต้องถูกทำร้าย"

มือบางยกถาดอาหารขึ้นยื่นไปให้กับสาวใช้ที่ยังคงตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่

"ต...แต่หากพวกเขารู้"

"หากทั้งเราและเธอไม่ปากโป้งไป ใครไหนจะรู้กันล่ะ" มัลฟอนใช้ถาดดันที่ท้องของหญิงสาวเบาๆเป็นการออกคำสั่งว่าให้น้ำถาดเหล่านี้ไปคืนให้กับครัวเสีย "รีบกลับมาด้วยนะ เราอยากพับนกแล้ว.."

สิ้นคำสั่งของคนตัวขาว แซตลีย์ก็รับถาดจากมือขององค์ชายตัวเล็กมาก่อนจะเดินหายไปจากประตูบานใหญ่เพื่อนำจานเหล่านี้ไปเก็บไว้ที่ครัว ทิ้งให้มัลฟอนต้องอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง

คนตัวเล็กได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่เขาได้ทิ้งลงไปที่ด้านล่างลงไปเมื่อครู่ จะไม่มีใครมาบังเอิญเห็นเข้า หรือต่อให้เห็นก็อยากให้เป็นคนของโซลเซียนาเสียจะดีกว่า..

แต่ถ้าหากเป็นทีโอ รูทมอร์มาพบเข้า แซตลีย์คงได้เดือดร้อนอีกเป็นแน่

แกร๊ก..

เสียงเปิดประตูอีกครั้งจากคนที่มัลฟอนไม่อยากจะพบหน้ามากที่สุดทำให้ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งเมื่อครู่ของเจ้าตัว แปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจทันที คิ้วสองข้างที่ขมวดเข้ากันจนจะเป็นปมนั้นไม่ได้ทำให้ผู้มาเยือนรื่นใจขึ้นเลยสักนิด รวมไปถึงท่าทางที่ไม่ต้อนรับแขกของอีกคนด้วย

"โอหังเหลือเกินนะ.. ท่าทีพวกนั้นน่ะ"

"..."

"ลืมสถานะของตัวเองไปหรือเปล่า โซลเซียนาไม่ได้เป็นของนายและพ่อนายอีกต่อไปแล้วนะ"

ทีโอ รูทมอร์เดินตรงเข้ามาหาเขาหมายจะใช้มือลูบไล้ไปตามใบหน้านวลนั้นอีกครั้ง แตจ่ความแข็งกร้าวของมัลฟอนไม่ได้ยอมให้กับทีโออีกต่อไป หากเป็นก่อนหน้านี้โวลธาเนียอาจทำได้เพียงยืนตัวแข็งทื่อให้อีกคนได้กระทำเต็มที่ แต่บัดนี้ไม่ใช่อีกแล้ว

"โอ้.." เมื่อเห็นดวงตาที่แสนดื้อรั้นต่อต้านขององค์ชายผิวกายขาว จึงทำให้ทีโอระบายยิ้มร้ายออกมาได้ไม่ยาก "นายไม่ใช่กระต่ายตัวน้อยของฉันอีกแล้วสินะ.."

"ถอยออกไปเถิดรูทมอร์ ฉันไม่อยากทำร้ายนาย.."

"ประโยคนั้นเป็นฉันเองไมใช่หรือที่ต้องพูด? อย่าลืมว่านายต้องตกเป็นภรรยาของฉัน"

มัลฟอนยกยิ้มสู้อีกคน

"อย่าทำให้ขำเลยจะดีกว่ารูทมอร์ ฉันไม่ยักเห็นจำได้ว่าไปตกลงเป็นภรรยากับนายตอนไหน"

"..."

"ฉันไม่มีวันรักนาย และไม่มีวันเป็นราชินีของนาย จำเอาไ- อ๊ะ!!"

คนตัวขาวเผลอหลุดร้องเสียงหลงในตอนที่อีกคนผลักไหล่เล็กในชิดเข้ากับกำแพงบานใหญ่ก่อนจะยัดเยียดรสจูบที่แสนน่ารังเกียจมาให้กับองค์ชายโวลธาเนียอย่างรวดเร็ว มัลฟอนเมื่อสามารถตั้งสติได้ว่าในตอนนี้อีกคนกำลังกระทำการที่ไม่น่าให้อภัย ก็ยิ่งทำให้คนตัวขาวดื้อรั้นมากขึ้นไปอีก มือทั้งสองข้างยกขึ้นใช้แรงที่ตนมีพยายามผลักไสแผ่นอกของอีกคนให้ถอยห่าง

แต่มันไร้ประโยชน์ เมื่อแรงของอีกคนนั้นมีมากกว่ามัลฟอนเป็นไหนๆ เพียงแค่มือสองข้างดันให้ไหล่เล็กนั้นติดไปกับกำแพงโดยไร้ซึ่งการขัดขืน ก็ทำให้มัลฟอนทำได้เพียงส่งเสียงร้องต่อต้านในลำคอเท่านั้น

ไม่ใช่การบรรจงจูบหรือค่อยๆคลึงมันเบาๆที่ทำให้ใจสั่นเหมือนกับฟรอยเออร์ แต่เป็นการตะโบมจูบอย่างหิวกระหายราวกับสัตว์ป่ามากกว่า มัลฟอนพยายามที่จะไม่ให้ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายได้เข้ามาในโพรงปากของตนเอง แต่เพราะแรงบีบที่ไหล่มนทั้งสองข้างนั้นทำให้เจ้าตัวเผลอเปิดทางให้อีกคนได้เข้ามารุกล้ำทันที ลิ้นร้อนกวาดชิมความหวานจากโพรงปากของอีกคนราวกับขนมหวานจนทำมัลฟอนต้องทุบอกอีกคนแรงๆ

การกระทำที่โหดร้ายซึ่งไม่ต่างจากการขืนใจยิ่งทำให้โวลธาเนียสั่นกลัว ยิ่งแรงบีบมากขึ้นเท่าไหร่ร่างทั้งร่างก็สั่นมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งอีกคนที่ขบริมฝีปากบางด้วยความรุนแรงยิ่งทำให้มัลฟอนนั้นเจ็บปวดจนต้องเผลอร้องออกมาเบาๆ ใบหน้าของเจ้าของหัวใจดวงน้อยลอยอยู่เต็มหัวขององค์ชายตัวขาวไปหมดราวกับมนตร์สะกด

ทีโอนั้นเป็นจูบแรกของเขา..

และเป็นจูบที่เขารังเกียจที่สุด

สัมผัสที่รุนแรงและป่าเถื่อนช่างแตกต่างกับสัมผัสที่อ่อนโยนและน่าจดจำของคนผมสีสว่าง เขาไม่สามารถขัดขืนรูทมอร์ได้อีก เพราะตอนนี้แรงทั้งหมดมันหายไปราวกับถูกสูบพลัง แขนทั้งสองข้างที่เคยพยายามดันแผ่นอกของอีกคนออก ไนตอนนี้ทำได้เพียงกำเข้าหากันเท่านั้น

อีกคนผละจูบออกพร้อมกับสีใสที่เชื่อมอยู่กับริมฝีปากของพวกเขา ดวงตาของมัลฟอนสั่นไหวจนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ มัลฟอนถูกขืนใจจนสาหัสทั้งร่างกายและจิตใจ สำหรับโวลธาเนียที่เคยล้มเลิกความคิดเรื่องการฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็กลับมาคิดเรื่องนั้นอีกครั้ง

"มัลฟอ-"

ไม่ทันที่ทีโอจะได้เอ่ยอะไรออกมา ฝ่ามือบางก็ฟากเข้าที่แก้มข้างซ้ายขององค์ชายแห่งลิวาเอลจนเกิดเสียงดังลั่น ใบหน้าของอีกคนหันไปตามแรงตบจนเกิดอาการชาขึ้นที่ข้างแก้ม

ทีโอไม่ได้หันกลับมาสบตากับมัลฟอน หากแต่ยังคงค้างไว้อย่างนั้นด้วยความตกใจ

"สิ้นคิดอย่างไรก็เป็นอยู่วันยันค่ำ"

"..."

"คิดจริงๆหรือว่าการทำแบบนี้จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง" น้ำเสียงสั่นเครือนั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ความเสียใจ และจากการที่เจ้าตัวพยายามจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา แต่แม้จะกลั้นสักเพียงใด ขอบตาที่ร้อนผ่าวนั้นก็ยังคลอไปด้วยน้ำสีใสอยู่ดี "นายมันก็ดีแต่บังคับขืนใจเรา.."

"ฉันขอโทษ"

"เราไม่ให้อภัย" คนตัวขาวเถียงกลับ "ทำกับเราไม่ต่างจากทาสที่ถูกกักขัง เหตุใดเราต้องให้อภัย"

"..."

ดวงตาของทีโอ รูทมอร์ ไม่เหลือคราบของจิ้งจอกผู้ร้ายกาจอีกต่อไป ในตอนนี้มันเหลือเพียงคำตัดพ้อและความรู้สึกผิดเท่านั้น เจ้าตัวไม่คิดจะตอบโต้มัลฟอนที่กล้าฟาดลงมาที่ข้างแก้มของเขาเสียเต็มแรงขนาดนั้น องค์ชายแห่งลิวาเอลน้อมรับความผิดไว้ทุกอย่าง

ที่เขาทำไปทั้งหมดเพราะอารมณ์โทสะ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้

ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าในตอนที่มาอยู่โซลเซียนา จะดูแลอีกคนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วแท้ๆ..

ทีโอค่อยๆปล่อยให้คนตัวขาวเป็นอิสระจากการจับกุมไหล่มนทั้งสองข้าง โดยที่ไม่คิดจะสบตากับอีกคนเลยสักนิด เขารู้ดีว่าถ้าหากได้สบตากับคนตัวขาวและรับรู้ถึงความรู้สึกเกลียดชังที่อีกคนมีให้คงทำให้เขาโกรธตัวเองไม่น้อย เพราะเพียงแค่นี้เขาก็เกลียดตัวเองมากพอแล้ว..

มากเสียจนอยากหายไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ร่างสูงในชุดเจ้าชายผู้ทรงอำนาจค่อยๆหันหลังเดินกลับไปยังประตูบานใหญ่ที่ตัวเองถือวิสาสะเปิดเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตอยู่หลายครั้ง โดยไม่คิดจะหันหลังกลับมาสนใจคนที่ยังยืนพิงกำแพงอยู่ที่เดิม แต่ละย่างก้าวของเขามันช่างหนักอึ้งเสียเหลือเกิด

ประตูบานใหญ่นั้น เหมือนห่างออกไปทุกที..

ดูเหมือนแค่คำขอโทษ มันคงจะไม่ช่วยให้คนตัวขาวรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด..

 

 

 

 

 

 

 

 

"มงกุฏดอกไม้!?"

เสียงหวานแหวขึ้นดังลั่นห้องบรรทมกว้างที่มีเพียงเขาและคนใช้คนสนิทอยู่เพียงสองคนเท่านั้น ใบหน้าหวานขององค์ชายแห่งโซลเซียนามีคำถามมากมายเต็มไปหมด ทั้งคำถามที่ว่าต้องทำไปเพื่ออะไร และทำมันไปเพื่อใคร แต่มัลฟอนก็ไม่ได้คิดจะเอ่ยถามอะไรออกไปทั้งนั้น

เพราะดูเหมือนเธอจะเตรียมคำตอบไว้ให้แล้ว

"กระหม่อมเพียงคิดว่าการพับนกเพียงอย่างเดียวมันคงทำให้พระองค์เบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำมงกุฏดอกไม้กันดีไหมเพคะ?" เธอเอ่ยเชิญชวนในขณะที่เริ่มคว้าดอกไม้มากมายที่เธอเก็บมาจากสวนนำใส่ตระกร้าใบใหญ่เพื่อนำมาให้คนตัวขาวได้เริ่มเรียนการทำมงกุฏดอกไม้ มาวางไว้ตรงหน้าคนตัวขาว "หากไม่รู้จะทำให้ใคร ลองทำไว้แล้วกระหม่อมจะนำมันไปวางที่หลุมศพของราชินีให้นะเพคะ.."

การพูดถึงมารดาที่ลาจากโลกนี้ไปนานทำให้มัลฟอนสะอึกเล็กน้อย ภาพของมารดาที่งดงามราวกับภาพวาดค่อยๆลอยเข้าหัวของเจ้าตัวมาจนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอ้อมกอดของนาง แม้จะไม่ได้สัมผัสมันมาหลายปีแล้วก็ตามที

มงกุฏดอกไม้ให้กับท่านแม่งั้นหรือ..

ร่างเล็กเผลอระบายยิ้มออกมาเบาๆอย่างอ่อนโยนเมื่อนึกไปถึงหญิงสาวที่อ่อนโยนและเข้มแข็งมากที่สุดในสายตาขององค์ชายโวลธาเนีย มือบางคว้าเข้าที่ดอกไม้สองสามดอกที่ถูกวางไว้บนพื้นก่อนจะกวาดสายตามองมันอย่างเชยชม ดอกไม้เหล่านั้นถูกคัดสรรมาอย่างดีโดยสาวใช้ผมลอนตรงหน้าเขาเอง ดูเหมือนหล่อนจะเตรียมการนี้มาเรียบร้อยแล้ว

ทั้งอุปกรณ์และดอกไม้มากมายที่เบ่งบานสวยงามส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องกว้าง ทุกอย่างพร้อมสำหรับสิ่งที่เธอจะเริ่มสอนต่อไปนี้

"เช่นนั้น สิ่งแรกพระองค์ควรทำคือการเลือกดอกไม้เหล่านี้มาก่อนนะเพคะ"

หญิงสาวผู้แสนอ่อนโยนค่อยๆบรรจงสอนคนตัวขาวให้เริ่มการทำมงกุฏดอกไม้ที่เธอแสนจะตั้งใจนำมาสอนอีกคน เป็นอีกครั้งที่เธอได้เห็นแววตาที่แสนจริงจังและตั้งอกตั้งใจยามได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ เธอยังยืนยันคำเดิมว่าสิ่งเหล่านั้นที่คนตัวขาวแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว เป็นพฤติกรรมที่น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดในสายตาของเธอ

หากใครมาเห็นก็ตกหลุมรักได้ไม่ยาก

ในตอนที่มือขาวกำลังตั้งใจทำมงกุฏดอกไม้ด้วยความยากลำบาก เพราะความที่ไม่เคยทำมาก่อน ริมฝีปากบางเผลอเม้มเข้าหากันอยู่หลายครั้งและคิ้วที่ขมวดกันไม่ยอมคลาย ทำให้แซตลีย์หัวเราะออกมาได้ไม่ยาก นั่นทำให้คนตัวขาวต้องยู่หน้าทันที

"แล้ว.."

"..."

"องค์ชายจะบอกกระหม่อมได้หรือยังเพคะ ว่าวันก่อนทีโอ รูทมอร์ เข้ามาทำอะไรพระองค์.."

เธอเริ่มเปิดคำถามหลังจากที่เริ่มทำมงกุฏดอกไม้ได้เพียงไม่ถึงครึ่ง ในวันนั้นหลังจากที่เธอเก็บจานเสร็จก็เข้ามาในห้องนี้ เธอหมายจะได้เห็นองค์ชายตัวขาวที่นั่งรอเธอด้วยใบหน้าระรื่นอย่างสดใส แต่กลับกันเธอเห็นใบหน้าที่แสนเจ็บปวดและร่างกายที่ราวกับไร้ซึ่งวิญญาณ ทำให้เธอต้องหน้าซีดเพราะความทำอะไรไม่ถูก

เธอพยายามที่จะถาม แต่อีกคนก็ไม่ยอมบอกอะไรเธอเลยสักคำเดียว เจ้าตัวเอาแต่ส่ายหัวปฏิเสธและเอาแต่ย้ำประโยคเดิมๆ

'เราไม่เป็นอะไร อย่าห่วงเลย'

แต่สายตาและสีหน้าขององค์ชายตัวขาวนั้นฟ้องเธอทั้งหมด..

เธอไม่ได้ถามอะไรอีกหลังจากวันนั้น แต่เพราะความเป็นห่วงของเธอมันยังคงอยู่ แม้จะถูกบอกไว้ว่าไม่ต้องเป็นห่วง สาวใช้ผู้เป็นทั้งแม่และพี่สาวในเวลาเดียวกันเลือกที่จะถามออกไปโดยไม่ได้หวังคำตอบอะไรกลับมา คนที่อมทุกอย่างไว้ในปากไม่ยอมพูดอะไรอย่างโวลธาเนีย เธอรู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ยอมคายอะไรออกมาง่ายๆ

"เราโดนจูบ"

"..."

"ทีโอ รูทมอร์ ยัดเยียดจูบให้กับเราอีกแล้ว.."

เป็นครั้งที่สองแล้วที่ถูกทำเช่นนี้..

"องค์ชายเพคะ.." มงกุฏดอกไม้หลากสีที่ถูกบรรจงทำขึ้นโดยมือบางทั้งสองข้าง ถูกทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี เธอดึงร่างขององค์ชายตัวขาวเข้ามาแนบไว้กับอกของตัวเองพร้อมกับลูบกลุ่มผมนิ่มปลอบอย่างอ่อนโยน เธอรู้อยู่เต็มอกว่าตอนนี้คนตัวขาวไม่ต่างจากร่างที่ไร้ความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว

แซตลีย์ ไซฮีล ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำปลอบโยนใดๆนอกจากลูบศีรษะของอีกคนไปมาเบาๆจนเริ่มรู้สึกได้ถึกความเปียกชื้นบนหน้าอกของเธอ เดาได้ไม่ยากว่าของเป็นน้ำตาจากความอดกลั้นตลอดหนึ่งวันที่ผ่านมาต้องจมกับเรื่องราวที่โหดร้ายเหล่านั้น เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่แสนทรมาณไหลออกมาจากดวงตาของเธอเช่นกัน

เธอไม่เคยร้องไห้ให้มัลฟอนเห็น

และนี่เป็นครั้งแรก..

"ซ...แซตลีย์..?"

เจ้าตัวผละออกจากอกแสนอบอุ่นของสาวใช้ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายของคนตัวขาว น้ำตาที่เกิดจากความเจ็บปวดในหัวใจของคนที่ชุบเลี้ยงมัลฟอนมาตั้งแต่จำความได้

ทั้งโกรธตัวเองที่ไม่สามารถดูแลอีกคนได้

ทั้งเจ็บปวดแทนสิ่งที่มัลฟอนถูกกระทำ

"ก...กลัวมากไหมเพคะองค์ชาย" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะปล่อยให้น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาอย่างไม่คิดจะห้ามมันเอาไว้ "เจ็บไหมเพคะ กระหม่อมผิดเอง.."

"อย่าร้องเลยแซตลีย์.." องค์ชายผิวขาวเอ่ยปลอบด้วยความเป็นห่วงก่อนจะฝืนยิ้มออกมาเพื่อหวังว่าจะให้เธอได้สบายใจขึ้นมาบ้าง เพียงสักนิดก็ยังดี

"พวกเขาไม่มีวันเข้าใจความเจ็บที่พระองค์ได้รับหรอกเพคะ"

"..."

"ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปก็มีแต่เขาจะทรมาณพระองค์มากขึ้นไปอีก การถูกบังคับให้ต้องหมั้นหมายกับองค์ชายที่แสนน่ารังเกียจนั่นก็คงจะถูกจัดขึ้นในเร็ววัน"

ดวงตาที่สั่นระริกของมัลฟอนราวกับเป็นกังวลไม่ได้ทำให้เธอหยุดที่จะพูดต่อ ในสิ่งที่เธอคิดมาตลอดที่มัลฟอนเริ่มถูกกักขังที่นี่วันแรก

"เธอต้องการจะพูดอะไรกันแน่ แซตลีย์.."

"หนีไปด้วยกันเถอะเพคะ"

"!!!" ดวงตาใสเบิกโพลงด้วยความตกใจหลังจากที่สาวใช้ผมลอนเอ่ยจบ ใบหน้าของเธอบ่งบอกได้ว่าเธธอพูดจริงไม่ได้โกหกแน่ "ม..หมายความว่ายังไง?"

"หนีไปให้ไกลจากอาณาจักรบ้าๆนี่.. ไปอยู่กับแซตลีย์เถิดนะเพคะองค์ชาย" เธอบีบที่ไหล่มนทั้งสองข้างไว้แน่นไม่ยอละสายตาออกจากใบหน้าหวานที่ยังมีอาการตกใจอยู่ แซตลีย์เม้มปากเข้ากันแน่นด้วยความเป็นกังวล แม้จะบอกให้หนี แต่เธอเองก็ยังไม่ได้เตรียมแผนการให้การจะพาตัวคนตัวขาวหนีไปเลยด้วยซ้ำ

"แล้วเราจะไปที่ไหน? ด้านนอกมีทหารของลิวาเอลเต็มไปหมด ไม่มีทางที่เราจะ-"

"แซตลีย์จะพาหนีเอง อย่าได้กังวลเพคะ" เธอดึงร่างขององค์ชายตัวขาวเข้ามากอดอีกครั้ง "กระหม่อมไม่อยากเห็นพระองค์เจ็บเช่นนี้อีกแล้ว.."

หัวใจของเธอแทบแตกสลายเมื่อดอกอัลมอนต์ที่แสนบอบบางตรงหน้านั้นมีรอยช้ำชายการถูกบีบขย้ำของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หากเธอเป็นผู้ดูแลดอกไม้เหล่านั้น เธอเองก็คงจะเจ็บปวดไม่น้อยที่กอหไม้ที่เธอเฝ้าดูแลอย่างทะนุถนอมมาตลอดหลายปี และจะไม่มีวันให้อภัยคนนั้นอย่างเด็ดขาด

มัลฟอนค่อยๆดันร่างของหญิงสาวออกก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อใช้ความคิดกับสิ่งที่แซตลีย์ได้เอ่ยขึ้นเมื่อครู่ จริงอยู่ถ้าหากหนีไปก็จะทำให้ทั้งเขาและเธอต่างก็เป็นอิสระจากเรื่องโหดร้ายเหล่านี้ ในทางกลับกันมัลฟอน โวลธาเนีย ไม่อาจรับรู้ได้เลยว่าโลกภายนอกนั้นโหดร้ายเพียงใด หากเจอผู้ประสงค์ร้ายขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร

ไหนจะเงินตราที่เขาไม่ได้มีติดตัวไว้เลยสักเหรียญเดียว ที่อยู่อาศัย และปัญหาอีกมากมายที่จะตามมาหากต้องออกไปเผชิญกับโลกภายนอกนั้น

เพราะความที่คนตัวขาวมัวแต่จมอยู่กับความคิดมากมายในหัวของตัวเองนั้น จึงทำให้ไม่ทันได้สังเกตุเลยสักนิดว่ามีบุคคลไม่ได้รับเชิญบุกรุกเข้ามาในห้องของเขาอีกครั้ง..

เป็นดังเช่นทุกวัน ที่ทีโอ รูทมอร์จะเข้ามาโดยพลการเฉกเช่นนี้

"จะหนีงั้นหรือ.. ไม่คิดง่ายไปหรือเธอน่ะ"

"!!!" ทั้งเธอและมัลฟอนต่างหันไปมองคนที่ยืนกอดอกอยู่หน้าประตูด้วยแววตาที่ไม่พอใจ โดยเฉพาะกับแซตลีย์ที่กำมือเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธแค้น "รูทมอร์.."

"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนชั้นต่ำแบบเธอจะกล้าคิดหาวิธีพาภรรยาของฉันหนี"

"เราไม่ใช่ภรรยาของนาย"

ทีโอแค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพช

"งั้นก็ว่าที่ภรรยา เช่นนั้นเหมาะสมหรือไม่?"

"ทุกสถานะที่แกมอบให้ ไม่สิ.. ยัดเยียดให้กับองค์ชายโวลธาเนีย ไม่มีสิ่งใดเหมาะสมทั้งนั้น.." ร่างของสาวใช้ยันกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะตรงไปยังคนที่มีอำนาจมากที่สุดในตอนนี้อย่างไม่นึกเกรงกลัว บัดนี้เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าจะถูกลงโทษอะไรอีกหรือไม่ ขอเพียงได้ทำให้ทีโอมีแผลกลับไปบ้างเท่านั้นก็พอใจเธอแล้ว

เธอเกลียดทุกคนที่กล้าทำให้มัลฟอนต้องแตกสลาย

และองค์ชายของเธอก็แตกสลายไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

"ดูเธอจะปากกล้ามากกว่าทุกครั้งนะ" คนชอบท้าทายอย่างไรก็ชอบอยู่วันยันค่ำ ทีโอทำสายตาเจ้าเล่ห์สมกับฉายาที่ว่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่ผู้คนต่างก็ใช้เรียกอีกคร มุมปากที่ยกขึ้นเหมือนกับผู้ที่ได้กุมอำนาจเอาไว้มากมาย พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ล้วงอยู่ที่กระเป๋ากางเกง "แค่ถูกทหารของฉันใช้แส้ฟาดที่แขนของเธอ เห็นทีมันคงไม่พอ.."

แส้ฟาด..?

ที่แขนของแซตลีย์งั้นหรือ?

เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด หลังจากที่รอยฟกช้ำเหล่านั้นคาใจมัลฟอนอยู่หลายวัน รอยพวกนั้นเป็นฝีมือของทหารจากลิวาเอล และเป็นคำสั่งขององค์ชายเจ้าเล่ห์ ที่สั่งลงโทษคนใช้ของเขาเอง อันที่จริงอีกคนไม่มีสิทธิกระทำเช่นนี้กับคนใช้ของมัลฟอนเลยด้วยซ้ำ..

"แค่รอยฟกช้ำแค่นี้ ทำอะไรฉันไม่ได้ นายควรรู้เอาไว้"

ทีโอหัวเราะในลำคอเบาๆ

"เช่นนั้น.. ให้ฉันทำรอยแผลที่ฝังตัวเธอจนตายหน่อยเป็นไง?"

สิ้นสุดเสียงที่แผกลั่นไปทั่วห้องบรรทมนี้ ของแหลมที่ถูกเรียกว่ามีดสั้นก็ปักเข้าที่อกข้างซ้ายของเธอเต็มแรงเสียจนมิดด้ามนั่น ของเหลวสีแดงมากมายไหลลงมาอาบเล่มมีดนั้นเอาไว้จนน่ากลัว ไหนจะร่างของหญิงสาวที่ยืนชะงักนิ่งเพราะความไม่ทันได้ตั้งตัวว่าองค์ชายจะใช้มีดสั้นในการสังหารเธอเช่นนี้ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะถูกทำร้าย..

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของโวลธาเนียทั้งหมด..

"อึก!"

"แซตลีย์!!!"

 

 

 

To be con..

 

#auratusmn

 

ขออภัยในความล่าช้าค่ะ น้องคอมไปซ่อมแซมอยู่ แง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #736 mddm_245 (@mddm_245) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 19:22
    ทีโอบ้าไปแล้วแน่ๆ ชุดความคิดอะไรเนี่ย เค้าจะยิ่งเกลียดแกมากกว่าเดิมอีกนะนั่น
    #736
    0
  2. #729 Chompoo (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 02:11

    เอ้าเฮียทีโอมีแต่จะทำให้น้องเกลียดนะเฮียยยยย

    #729
    0
  3. #704 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:37
    ทีโอมีชัยเหนือทุกคนเรื่องมัลฟอน ถ้าทีโอรู้ว่าต้องรักยังไง เกินเยียวยาสำหรับลิวาเอล
    #704
    0
  4. #700 secretn (@secretnn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:51
    โอโหหหหทีโอแกเลวได้ขนาดนี้เลยหรอ
    #700
    0
  5. #680 _Neferu_ (@i3-kk) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:20
    ฟรอยยยมาช่วยเมียได้แล้ววว แงงง แซตลีย์ไม่นะๆๆๆ
    #680
    0
  6. #593 nxjm (@rakmaanfha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 02:45
    ทีโอ ชั้นว่าจริงๆแกอาจจะเป็นคนดีแต่แกทำแบบนี้แกควรไปตายซะ สงสารน้องงงงงงงง
    #593
    0
  7. #499 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 04:12
    ตอนแรกก็แอบเห็นใจที่ทีโอถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจแต่พอเห็นแบบนี้ก็สงสารไม่ลง คนๆนึงมันจะไม่มีสามัญสำนึกได้ขนาดนี้เชียวเหรอ
    #499
    0
  8. #465 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 14:21
    ไม่ไหว แซตลีย์ของเราฮืออออออออ ทีโอรูทมอร์!!! ไม่มีวันที่นายจะได้รับความรักหรือการให้อภัยจากน้องมัลฟอนแน่นอน!!!!! นายมันแย่กว่าที่คาดไว้เสียอีก ทั้งๆที่คิดว่านายรักน้องอาจจะทำให้อะไรมันไม่แย่ไปกว่านี้ แต่นี่นายทำแซตลีย์!!! ไม่คิดจริงว่าจะฆ่าคนที่อยู่ดูแลน้องมาตลอดแบบนี้ นายแย่มาก ฟรอยเออร์คือหนึ่งเดียวแล้วนะ ไม่มีใครอยู่ข้างน้องเลย ขอให้รู้เรื่องให้ไวกว่านี้
    #465
    0
  9. วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 22:19
    เกินไปมากค่ะรูทมอร์เกินคาดมากไม่คิดว่าจะบ้าได้ขนาดนี้
    #464
    1
  10. #463 milkicedtea (@elephantisme) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:18
    ทีโอแกไม่มีทางได้อะไรจากมัลฟอนหรอก แกมันชั่ว ขอบคุณแซตลีย์มากๆที่ดูแลมัลฟอนอย่างดี
    #463
    0
  11. #462 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 16:29
    แซตลีย์ เธอทำได้ดีที่สุดแล้ว
    ขอบคุณนะ เธอเก่งมาก
    #462
    0
  12. #461 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 16:28
    โอ้โห คือคิดไว้แล้วว่ามันต้องแย่
    แต่มันก็อับจนหนทางจริงๆนะ
    มัลฟอนแตกสลายไปแล้วเป็นพันๆครั้ง ทำไงดี
    #461
    0
  13. #460 benzhwe_ (@benzhwe_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:02
    คิดว่าน้องจะได้ออกไปแล้ว แต่ทีโอแกมันชั่วร้ายอะ ให้ตายมัลฟอนก็ไม่มีวันรัก ฮือ โมโห ที่พึ่งสุดท้ายของน้องก็ถูกแกทำลาย โว้ยยยย
    #460
    0
  14. #459 benzhwe_ (@benzhwe_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:00
    รูทมอร์คือไม่สมควรได้รับการอภัยเลย สำนึกไม่เท่าไหร่ก็เอาอีกแล้ว
    #459
    0
  15. #458 beam_bk12 (@beam_bk12) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:51
    ขอร้อง พามัลฟอนออกไปเถอะ ยิ่งแซตลีย์ไม่อยู่แล้วแบบนี้น้องคงเหมือนตายทั้งเป็นอะ ฮืออออ
    #458
    0
  16. #455 knp.n (@nookky777) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 03:37
    ฟรอยเออร์จะมาช่วยมัลฟอนได้ยังคะ แงงงง ไม่ไหวแล้ววว นายคนนั้นรีบๆมาเร็วววว
    #455
    0
  17. #454 KaidsarinYaemyol (@KaidsarinYaemyol) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 02:54
    ตอนแรกน้องใจชื้นมาก แซตลีย์จะพามัลฟอนหนีแล้ว หักไปอีกรอบ งี้โวลธาเนียจะเหลือใครคะเนี่ย แงงงงง น้องขา
    #454
    0
  18. #453 leenlyn (@pie-whan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 02:00
    ไม่ไหวววววว ชั้นไม่ไหววววว รูทมอร์แกมีความเป็นคนบ้างอะ เข้าใจว่ารักเขามาก มันยอมไม่ได้ที่จะมีคนพาเขาหนีไป แต่แกจะฆ่าเลยอะนะ เสี้ยววินาทีที่ทำเนี่ย มันโหดไปมั้ย มองแต่ตัวเองอะ ถ้ารักน้องโวลธาเนียร์จริงๆก็ควรเข้าใจเขาบ้าง เอาแต่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อะ อย่างน้อยก็ยังเคยมีความคิดจะดูแลเขาดีๆนะ ถึงจะทำไม่เคยได้เลยก็เหอะ มีบางแวบที่เราสงสารรูทมอร์นะ แต่แบบแกเข้าหาเขาผิดตั้งแต่แรกอะ คุกคามขนาดนี้ใครเขาจะชอบแกห้ะ!! เข้าใจว่าเป็นลูกคนเดียวมีแต่คนคอยตามใจ แต่มันไม่ได้ปะ เราน่ะสงสารน้องโวลธาเนียร์ หัวใจเจ่บไปหมดดดดด ;___; ฟรอยเราขอร้อง มันถึงเวลาแล้วรึยัง!!! น้องเขาไม่มีความโกรธเหลือแล้ว เขาคิดถึงเข้าใจมั้ย น้องไม่เหลือใครแล้วววววว มาสักที T______T เป็นวีคแล้ว ข่าวมันควรแว่วๆไปเซคันดาติแล้วรึเปล่า อย่ามัวแต่ทำงานหนีหญิง T____T มาช่วยน้องงงง ฮือออออ
    #453
    0
  19. #452 19juline (@p9hmieww) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:43
    มันโหดร้ายเกินไปสำหรับโวลธาเนีย..จะไม่เหลือใครที่พึ่งพาได้เลยหรือ...ฟรอย์เออร์นายทำอะไรอยู่!!!!!!นายเงียบเกินไปแล้ว!!!!!!! ดัลเธียส่งสารด่วน!!!!!! นายไม่ห่วงน้องเลยเหรอㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #452
    0
  20. #451 raksamon22 (@raksamon22) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:17
    อ่ย เมื่อไหร่ฟรอยเออร์จะมาช่วยน้องงงง ใจเจ่บไปหมดแล้วสงสารน้อง
    #451
    0
  21. #450 pxend (@pxend) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 00:46
    สงสารน้องมาก มายก้อด ไรท์เขียนดีมากค่ะ บทสงสารเราก็สงสารน้องจับใจเลย แล้วก็โกรธทีโอมาก โกรธสุดพลัง ฮือ ฟรอยเออร์ รีบมาหาน้องได้แล้ว ใจคนเป็นแม่มันช้ำTT
    #450
    0
  22. #449 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:49
    ช็อคที่ 1 รูทมอร์จูบมัลฟอน
    ช็อคที่ 2 รูทมอร์ขอโทษ (ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะออกมาจากปากคนยโสโอหังอย่างเธอเรย)
    ช็อคที่ 3 แซดลี่ถูกฆ่า
    และทั้งสามช็อคนี้มาจากบุคคลคนเดียวกัน โอ้หม่ายก้อด ทีโอ เทอมันเกินคนไปแล้ว ตอนแรกฉันเกือบจะสงสารเทอแล้วนะ อีกแค่นิดเดียวเองจริงๆ ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นในสมัยนี้รูทมอร์ถูกส่งตัวไปหาจิตแพทย์ด่วนแล้วแน่ๆ ไม่เห็นวี่แววว่าใครจะมาช่วยเหลือน้องได้อีกแล้วนอกจากฟรอยเออร์ แต่หมอนั่นก็ไม่เคยรู้อะไรเลย ให้ตายเถอะ กว่าฟรอยเออร์จะไหวตัวทัน มัลฟอนท้องลูกสองแล้วมั้ง //กุมขมับ ขอให้พระเอกฉลาดสมความเป็นพระเอกซักทีเถอะ
    #449
    0
  23. #448 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:41
    ทำไมทีโอทำแบบนี้อ่ะ ไหนว่าอยากให้น้องรักไง ทำแบบนี้ยิ่งแย่ไปกว้าเดิม น้องต่อต้านสุดๆ แน่ๆ แล้วน้องไม่เหงือใครแล้วอ่ะ แม้กระทั่งแซตลีย์ น้องต้องคิดจะฆ่าตัวตายอีกแน่ๆ เลยㅠㅠ ฟรอยเออร์มาช่วยทีเถอะ ขอร้องงงงงง
    #448
    0
  24. #447 jenoloves (@jenoloves) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:38
    กว่าฟรอยเออร์จะมาช่วยน้องช้ำก่อนพอดี ไม่มีวี่แววว่าฟรอยเออร์จะรู้ด้วย มัลฟอนรีบหาทางออกมาก่อนเลยได้ไหม ฮึบสู้เลย อย่าไปยอม!!! ต้องหนีออกมาให้ได้นะ!!!
    #447
    0
  25. #446 Youandmeindacity (@anotherworldxy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:37
    ฟรอยเออร์อยู่ไหนนมาช่วยน้องที รูทมอร์เหมือนคนไม่มีสติแล้วอ่ะตอนนี้ฮืออออออ
    #446
    0