sub eques auratus [ MINNO ]

ตอนที่ 18 : CHAPTER XVI : Alligatum

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

 

 

 

 

 

 

การกลับมาหลังจากที่หนีหายไปสร้างเรื่องราวไว้ที่โซลเซียนาอยู่หลายเดือน ทำให้ภาระหน้าที่ที่เขาควรจะปฏิบัติอยู่ที่นี่เพิ่มมากขึ้น เอกสารมากมายที่กองแทบจะท่วมหัวเขาถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานตัวกว้างที่เขาคุ้นเคยโดยมีผู้เป็นบิดานำมาวางไว้ให้ ก่อนหน้าที่พระองค์จะออกไปเขาบอกทิ้งท้ายไว้ว่า นี่แค่ส่วนน้อยเท่านั้น มีหลายอย่างที่องค์ราชาทำให้จนเสร็จหมดแล้ว..

ดูเหมือนว่าแผนการที่จะออกไปเดินเล่นที่ป่าด้านนอกอาณาจักรกับรูเฟนคงจะต้องพักเก็บไว้ก่อน

เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนหลังเห็นกองเอกสารที่ถ้าหากหยิบพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะล้มทับหัวเขามาก็ได้ แขนแกร่งยกขึ้นเหยียดตึงเพื่อยืดเส้นยืดสายเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานครั้งนี้ บางทีวันนี้ทั้งวัน ฟรอยเออร์อาจจะไม่ได้ออกจากห้องกว้างนี้เลยก็ได้ เวลาที่เขาได้ใช้สมาธิในการทำงานแล้ว มักจะชอบจิตหลุกไปกับงานทุกที เขาหมายถึงว่าเขามักจะชอบลืมเรื่องโลกภายนอกไปยามที่ได้ทำงานนั่นแหละ..

และมันจะน่าหงุดหงิดที่สุดถ้ามีใครสักคนจะมารบกวนการทำงานของเขา

รูเฟน ทีร์กานา รู้ถึงข้อนี้ดีที่สุด เจ้าตัวที่มักจะใกล้ชิดกับเขาตลอดเวลาก็ต้องลากตัวเองออกไปห่างๆจากห้องทำงานนี่ รูเฟนไม่ได้บอกกับเขาว่าต้องการจะไปที่ไหน ทิ้งท้ายไว้แค่ว่าหากต้องการอะไรให้บอกแม่บ้านแถวนั้นไปก่อน แล้วจะรีบกลับขึ้นมาช่วยเหลือ ทหารเอาแต่ใจเช่นนี้ ไม่รู้ไปติดนิสัยมาจากใครกันแน่

มือหนาคว้าปากกาขนนกสีดำสนิทที่ถูกวางทิ้งไว้โดยแม่บ้านสักคนในปราสาทมาบรรจงเขียนลงบนกระดาษแผ่นแรกที่ถูกดึงลงมาจากกองเอกสารสูงตระหง่าน ใบหน้าเรียบเฉยเริ่มตึงเครียดมากขึ้นทั้งที่เพิ่งเริ่มเขียนได้เพียงแผ่นแรก ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดการทำงานในฐานะเจ้าชายหรือว่าที่ราชา เขายินดีกับตำแหน่งที่ตนได้รับมันมาตั้งแต่เกิด

ปัญหามันไม่ใช่งาน แต่มันเป็นเพราะเขารู้สึกไม่อยากจะทำอะไรมากกว่า หัวสมองเจ้าปัญหายังวกกลับไปที่อาณาจักรโซลเซียนาอยู่ตลอดเวลา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคิดถึงคนตัวขาวมากแค่ไหน ฟรอยเออร์เริ่มคิดถึงโวลธาเนียตั้งแต่เริ่มลืมตาตื่นขึ้นมา จนกระทั่งทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ไปจนตอนที่เขาวนกลับมานอนบนเตียงกว้างอีกครั้ง เขาก็ยังคิดถึงมัลฟอนอยู่ดี

ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสกลับไปพาตัวอีกคนกลับมา ฟรอยเออร์รู้ดีว่าตัวเองกระทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย และรู้ว่าต่อให้กลับไปขอโทษเพียงรอบเดียวมันก็คงจะไม่เพียงพอ ต่อให้จะต้องไปกลับโซลเซียนาอีกกี่พันครั้งเขาก็จะไป เพื่อที่จะได้กลับไปหาคนตัวขาว

จะว่าเขาคลั่งรักจนหน้ามืดตามัวมันก็ไม่ผิดนักหรอก คนแบบเขาไม่เคยรู้สึกรักใครมาก่อน และในเมื่อเขามีความรักทั้งที เขาคงจะไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ หากแค่คนๆเดียวเขายังรักษาไว้ไม่ได้ ตำแหน่งราชาแห่งเซคันดาติก็คงไม่เหมาะสมกับเขาอีกต่อไป

มือหนาเตรียมจะดึงเอกสารแผ่นใหม่ออกมาจัดการต่อหลังจากที่ผ่านพ้นแผ่นแรกไปอย่างยากลำบาก แต่มือหนาก็ต้องชะงักลงเมื่อรู้สึกได้ถึงการมาเยือนของบุคคลปริศนาโดยไร้ซึ่งการบอกสัญญาณในการมาถึง ประตูที่ถูกเปิดออกโดยมือเรียวของคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานไม่ได้ช่วยให้ฟรอยเออร์เปลี่ยนสีหน้าแต่อย่างใด เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่บุกรุกห้องทำงานของเขาเป็นใคร ฟรอยเออร์ก็วางปากกาขนนกลงทันที

"ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะเข้ามาเดินเล่นได้"

น้ำเสียงที่กดลงต่ำเป็นการแสดงออกให้สาวเจ้าได้รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ ทำให้เธอหันมามองด้วยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย เห็นได้ชัดจนว่าเธอไม่คิดจะออกจากห้องนี้ไปด้วยคำสั่งของฟรอยเออร์ กลับกันนางทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวกว้างที่ถูกตั้งทิ้งไว้ไม่ไกลจากเขานัก

"อย่าทำหน้าแบบนั้นเลย ฟรอยเออร์.."

"ไม่ยักรู้ว่าสนิทขนาดให้เธอมาเรียกชื่อฉัน" ปากไปไวเท่าความคิด ฟรอยเออร์เอ่ยปากสวนทันควันทันทีที่เสียงหวานเอ่ยจบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ออกไปได้แล้วอัลเลนฟิน ฉันกำลังยุ่ง"

"คงทำให้ไม่ได้หรอก" นางว่าด้วยรอยยิ้มร้าย "ฉันเป็นคู่หมั้นของนาย เผื่อนายลืมนะฟรอยเออร์ และการที่ฉันจะบุกรุกเข้าห้องใดก็ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตนาย มันก็ถูกต้องไม่ใช่หรือ?"

"..."

"อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว.. หลังจากนั้นทุกอย่างของฉันก็จะเป็นของนาย และของนายก็จะเป็นของฉัน"

"อย่าให้ฉันต้องโมโหไปมากกว่านี้จะดีกว่า" ฟรอยเออร์ขึ้นเสียงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ใช่การตะโกนออกไปอย่างเสียงดัง แต่เป็นเสียงทุ่มต่ำที่แสดงออกให้รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจกับการกระทำขององค์หญิงแสนงดงามผู้นี้ "ถ้าเธอแตะต้องของของฉันในออกนี้ ฉันจะเรียกทหารมาลากตัวเธอออกไปซะ"

ฟรอยเออร์ว่าเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นหนังสือลงมา

"ถ้าทำอย่างนั้นราชาจาร์ฟาก็คงจะโกรธ"

"อย่าลืมว่าฉันไม่เคยกลัวท่านพ่อ" เขารั้นคำสั่งของท่านพ่อมาทั้งชีวิต หากจะให้รั้นอีกมันก็ไม่ใช่ปัญหา แค่การแต่งงาน คิดจริงๆหรือว่าเขาจะหัวแข็งอีกไม่ได้ "จะไม่มีการแต่งงานระหว่างฉันและเธอ อัลเลนฟิน"

"เรียกฉันว่าไนเอลสิฟรอยเออร์.. ไม่เห็นต้องเรียกห่างเหินกันอย่างนั้นเลย" เธอว่าก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาตัวกว้างเพื่อตรงมาหาเขา นางยื่นมือมาดึงตัวฟรอยเออร์ให้ลุกขึ้นมาประจันหน้ากับตนเองก่อนจะส่งรอยยิ้มยั่วยวนอย่างที่นางชอบทำมาให้กับเขา "เพราะถ้าเรียกแบบนั้นแล้ว บางทีเราอาจจะสนิทกันมากขึ้นก็ได้จริงไหม?"

มือเรียวยกมือทาบลงบนแผ่นอกกว้างก่อนจะลูบไล้มันไปมาเบาๆด้วยนิ้วเรียว นางพยายามใช้สายตาและท่าทางในการยั่วยวนให้ฟรอยเออร์หมดความอดทน และเริ่มลงมือจัดการกับตัวเธอเอง

"อย่ากลัวเลย ท่านพ่อไม่ถือสาเรื่องนั้นก่อนจะแต่งงานหรอก.."

เชื่อเถอะว่าการที่มีเนื้ออันโอชะมาเสนอให้ตรงหน้าหมาป่าขนาดนี้ ไม่มีหมาป่าตัวไหนจะไม่เลือกกินมันหรอก ยิ่งเนื้อที่งดงามและไร้การแตะต้องจากผู้อื่นเช่นนี้ ไม่มีใครไม่อยากจะไม่ลิ้มลอง และไนเอลมั่นใจว่าฟรอยเออร์จะไม่สามารถอดทนต่อการยั่วยวนของเธอได้แน่..

จนกระทั่ง..

พลั่ก!

"ฟ..ฟรอยเออร์?"

ไนเอลร้องด้วยความตกใจหลักจากที่ถูกมือหนาสองข้างผลักออกมาให้ถอยห่างออกจากร่างกายกำยำ

"ฉันจะเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย"

"..."

"อย่าทำให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้ แล้วรีบออกไปจากห้องฉันซะ" การออกคำสั่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ของฟรอยเออร์ เรนกอร์ด ทำให้นางต้องรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างช่วยไม่ได้ ยอมรับว่ารู้สึกเสียหน้าที่จู่ๆเจ้าตัวก็ผลักเธอออกเช่นนี้ ทั้งๆที่เธอมั่นใจว่าเจ้าชายผมสีสว่างจะต้องไม่ปล่อยเธอไปแน่ แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

สิ้นเสียงปิดประตูโดยมือเรียวของไนเอล ฟรอยเออร์ก็ถอนหายใจออกมาทันที สำหรับเขาที่ตายด้านกับสตรีมานาน การที่นางยั่วยวนเขาเช่นนี้มันไม่ได้มีผลอะไรต่อจิตใจหรือทางอารมณ์ของเขาทั้งนั้น เขาเพียงแค่รู้สึกละอายแทนกิลเบิร์ต ผู้เป็นพ่อของนางที่ลูกสาวทำตัวไม่สมเป็นหญิงแบบนี้ หากรู้ตัวว่าเป็นองค์หญิงก็ควรจะนึกถึงเกียรติของตัวเองเสียบ้าง

เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับเรื่องที่ต้องเจอในแต่ละวัน

"นางสร้างปัญหาหรือ?"

ไม่ทันที่ฟรอยเออร์จะได้นั่งลงบนเก้าอี้ เสียงของนายทหารคนสนิทก็ทำให้ฟรอยเออร์ต้องหันไปมองด้วยสีหน้าอ่อนแรง

"รังควาญฉันตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน"

"ทั้งๆที่พระองค์เอ่ยปากไล่เช่นนั้น?" คำพูดของนายทหารคนสนิททำให้ว่าที่ราชาแห่งเซคันดาติมั่นใจว่าเจ้าตัวต้องได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทั้งหมดอย่างแน่นอน "เรื่องถึงหูท่านกิลเบิร์ตเป็นแน่"

"ถ้าท่านพ่อยังเลือกที่จะเข้าข้างหล่อน นายก็เตรียมเก็บของหนีไปโซลเซียนากับฉันได้เลย"

เพราะครั้งนี้เขาไม่ผิดเลยสักนิด ห้องทำงานและห้องบรรทมที่เป็นดั่งเขตหวงห้ามของเขา นอกจากรูเฟนและแม่บ้านก็แทบไม่มีใครเข้ามาเหยียบมันได้เลย บางครั้งแค่มีคนมาหยุดมองหน้าประตูเขาก็ขมวดคิ้วใส่แล้ว จะว่าเขาหวงเกินเหตุก็ได้ แต่การที่มีใครสักคนมายืนจ้องหน้าห้องเขา คิดจริงๆหรือว่ามันจะปกติ?

"มันก็ไม่แน่หรอกองค์ชาย.. อย่าลืมว่าหล่อนเป็นบุตรสาวของสหายคนสนิท หากจะเข้าข้างนางมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินไป"

รูเฟนพูดเรื่องจริง ตั้งแต่ที่นางมาพักอยู่ที่นี่ในฐานะคู่หมั้นของฟรอยเออร์ องค์ราชาก็แทบจะประคบประหงมนางทุกอย่าง ตั้งแต่จัดหาห้องนอนที่ดีที่สุดให้ ไปจนถึงการเปลี่ยนอาหารบางอย่างที่นางไม่สามารถทานได้ ก็เพื่อนางเพียงคนเดียว

แต่สำหรับฟรอยเออร์ที่ถูกตามวอแวจนน่าหงุดหงิด เขาไม่ได้ตามใจเอาอกเอาใจนางที่เป็นคู่หมั้นอย่างที่ควรทำเลยสักนิด ทั้งทำเมินเฉยยามเดินผ่าน หรือเลี่ยงโดยการเดินอ้อมไปอีกทางเพราะรู้ว่านางจะต้องดักรอพบเจอเขาที่ตรงไหนสักที่และการถูกรบกวนกิจวัตรประจำวันอีกหลายๆอย่างที่แสนจะน่ารำคาญ แค่นึกถึงก็ทำเอาเขาหงุดหงิดได้ไม่ยาก

"เอลิยอนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือยัง?"

เพราะเรื่องของไนเอล อัลเลนฟินที่ชวนให้ฟรอยเออร์ปวดหัว เขาถึงได้เปลี่ยนเรื่องอย่างกระทันหัน โดยนึกไปถึงเรื่องที่เขาสั่งให้รูเฟนเขียนจกหมายไปบอกสหายคนสนิทแห่งอาณาจักรลอยย์ เรื่องที่องค์ชายโวลธาเนียรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

"จดหมายที่กระหม่อมเขียนไปคงถึงลอยย์แล้ว ป่านนี้คงรู้แล้วก็คงหงุดหงิดพระองค์อีกเป็นแน่" รูเฟนกล่าวอย่างติดตลกพร้อมกับสองมือที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าทั้งสองข้างด้วยท่าทางสบายๆ รูเฟนกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าตั้งแต่ที่กลับมาเซคันดาติเขาสบายใจขึ้นหลายเท่า เพราะความเคยชินที่เคยอยู่ที่นี่ และอาหารที่ถูกปากมากกว่า "แต่คงไม่ได้ออกมาหาพระองค์อีกนานเลยล่ะ"

"หมายความว่าไง?" ฟรอยเออร์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "คงไม่ได้ถูกพ่อตัวเองกักบริเวณอีกใช่ไหม"

"เห็นทีท่านจะเดาถูกนะองค์ชาย" รูเฟนดีดนิ้วก่อนจะเอ่ยตอบองค์ชายผมสีสว่าง สิ่งที่ฟรอยเออร์เอ่ยตอบกลับมาเมื่อครู่ไม่ได้ผิดไปจากเรื่องจริงเลยสักนิด

เพราะมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดา เอลิยอน เลอกรันจ์ ที่มักจะถูกกักบริเวณอยู่บ่อยครั้งเพราะการกระทำของตัวเอง

"แต่เห็นทีคราวนี้จะไม่ใช่เพราะการกระทำขององค์ชายเอลิยอนเอง" คนขี้เล่นอย่างไรก็ขี้เล่นอย่างนั้นอยู่วันยันค่ำ แม้แต่คำพูดหรือท่าทางก็ยังขี้เล่นเหมือนเดิม "หลายวันก่อนที่องค์ราชินีจะเดินทางไปโซลเซียนา มีข่าวลือกันให้ทั่วว่าราชามาคาลอฟเดินทางไปยึดอาณาจักรลอยย์"

"ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องจริง"

ตอนที่ยังอยู่โซลเซียนา เขาเองก็บังเอิญได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง แต่เพราะเขาไม่ได้สนใจมันและคิดว่าคงเป็นเรื่องโกหก ถึงได้ปิดหูปิดตาไม่ได้รับรู้อะไรเลย

"เป็นเรื่องจริงต่างหาก องค์ชาย.." มือขวาของทหารผิวสีแทนแท้าลงกับโต๊ะทำงานของเขาราวกับว่าพื้นที่ในห้องนี้เป็นของตัวเอง ฟรอยเออร์ไม่ได้รู้สึกขัดหูขัดตาอะไร เพราะนี่เป็นพฤติกรรมที่เจ้าตัวทำมันเป็นประจำอยู่แล้ว

เขาหมายถึงเรื่องไร้มารยาทของรูเฟน ทีร์กานา

"แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่การไปทำสงคราม แค่การพบปะพูดคุยธรรมดาเท่านั้น พระองค์ก็รู้ว่าความสามารถในการเกลี้ยกล่อมคนของพวกรูทมอร์น่ะร้ายกาจ" ทีร์กานายังคงเอ่ยปากเล่าต่อไป "ดูเหมือนจะเกลี้ยกล่อมราชาอาณาจักรลอยย์สำเร็จเสียด้วย โชคร้ายที่องค์ชายเอลิยอนไม่ได้คล้อยตามไปกับพวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เลยทำให้ขัดแย้งกับราชาจนถูกกักบริเวณนั่นล่ะ"

ฟรอยเออร์หัวเราะในลำคอเบาๆหลังได้ยินชื่อของบุคคลที่ขยันสร้างปัญหาไม่ต่างจากไนเอล อัลเลนฟิน พวกอาณาจักรลิวาเอลดูเหมือนจะไม่มีวันล้มเลิกความคิดที่จะยึดทุกอาณาจักรมาอยู่ภายใต้อำนาจของตนเอง เป็นความคิดที่โง่เขลาสิ้นดี หากให้พูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วการที่อาณาจักรลิวาเอลทำเช่นนี้มันไม่ได้ช่วยให้พวกเขาได้ขึ้นเป็นใหญ่เลยสักนิด

กลับกันมันรังแต่ทำให้เกิดปัญหาภายในกันเอง เรื่องแค่นี้ทำไมมาคาลอฟ รูทมอร์ถึงคิดไม่ได้กัน?

"ต่อให้ถูกยึดไป อนาคตในตอนที่หมอนั่นขึ้นเป็นราชา อำนาจทั้งหมดก็ตกอยู่ในมือของเอลิยอนอยู่ดี" และดูเหมือนอีกไม่นานแล้วด้วยที่ราชาจะสละบัลลังก์ให้กับบุตรชายของตนเอง

ฟรอยเออร์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นนวดที่ขมับข้างซ้ายตนเองเบาๆหลังรู้สึกได้ว่ามันมีอาการปวดขึ้นมาเล็กน้อย เขาคว้าปากกาขนนกที่ถูกวางทิ้งไว้เมื่อครู่กลับขึ้นมาก่อนจะเริ่มกลับมาสนใจเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ฟรอยเออร์ไม่ควรเอาเรื่องน่าปวดหัวมาใส่หัวตัวเองเพิ่มอีกแล้ว แค่เอกสารตรงหน้าก็ทำเอาเขาเหนื่อยมากพอแล้ว

"ดูเหมือนพระองค์กำลังยุ่ง บางทีกระหม่อมควรจะออกไป" เจ้าตัวว่าก่อนจะเดินไปยังประตูบานใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า

"นายควรรู้ตัวนานแล้ว"

ไม่วายทิ้งคำด่าให้รูเฟนได้ขบฟันด้วยความแคลงใจเล่นๆ เขาไม่ลืมที่จะล็อคประตูไว้เพื่อกันไม่ให้หญิงสาวเจ้าปัญหาได้เข้ามาป่วนองค์ชายของตนเองอีก ไม่อย่างนั้นคงต้องถูกฟรอยเออร์ด่าอีกแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านนอกที่เป็นต้นกำเนิดมาจากประชาชนมากมายที่มารวมตัวอยู่ใจกลางเมืองอันเป็นลานประหารอันใหญ่โตของโซลเซียนา มีทั้งเสียงโห่ร้องด้วยความเศร้าโศกและเสียงด้วยความยินดีที่จะได้กำจัดราชาผู้ร้ายกาจออกไปจากอาณาจักรแห่งนี้ ประชาชนบางคนยินดีที่จะตกเป็นเมืองขึ้นของลิวาเอลเพราะเชื่อว่าจะทำให้อาณาจักรรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นด้วยคำหว่านล้อมมากมายของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ รูทมอร์

แน่นอนว่าองค์ราชินีดิเลียก็ถูกประหารพร้อมกัน เกือบชั่วโมงแล้วที่มัลฟอน โวลธาเนีย ยืนเกาะขอบหน้าต่างเพื่อรับฟังเสียงจากเหตุการณ์ด้านนอก เขาเริ่มฟังตั้งแต่ประโยคแรกที่มาคาลอฟเริ่มสาธยายอธิบายถึงความร้ายกาจขององค์ราชาคาลอส และราชินีดิเลีย เสียงที่ตอบรับกลับมามีทั้งเสียงก่นด่าปาข้าวของมากมายและเสียงร้องได้จากความผิดหวังต่อที่สิ่งองค์ราชาที่ตัวเองรักทำกับประชาชน

ทหารที่ประหารบิดาของเขาไม่ใช่ทหารของโซลเซียนา แต่เป็นทหารที่บ้าเลือดของอาณาจักลิวาเอล น่าแปลกที่มัลฟอนไม่ได้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้เลย คงเป็นเพราะความแค้นที่ผู้เป็นพ่อทำให้แม่ของตนเองต้องตายไปเมื่อนานมาแล้วมันยังคงฝังใจอยู่ การที่คาลอสตายไปก็คงจะไม่ทำให้มัลฟอนต้องพบเจอกับเรื่องเจ็บปวดอีก รวมถึงราชินีผู้ร้ายกาจที่พยายามจะแย่งทุกอย่างจากแม่ของเขาไป..

เสียงที่เริ่มโห่ร้องดังมากขึ้นยิ่งทำให้โวลธาเนียตัวน้อยเกิดความสงสัย แม้อยู่ในจุดที่ไม่ได้เห็นแม้แต่แท่นประหารก็ตามที มือบางทาบลงกับกระจกบานใสก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับความชัดให้กับสายตาตนเอง แม้จะไม่อยากเห็นภาพคนที่ต้องถูกประหารต่อหน้าต่อตาแต่ต้องยอมรับเลยว่าเสียงพวกนั้นเรียกความสนใจให้กับเขาจริงๆ

หลังเสียงหวีดร้องของประชาชนเริ่มดังจนน่าแปลกใจทำให้โวลธาเนียมั่นใจได้ว่า ป่านนี้ชีวิตของผู้เป็นพ่อของตนและขุนนางผู้ร้ายกาจคนนั้นคงดับสิ้นไปแล้ว แม้จะรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเพราะอย่างไรนั่นก็พ่อแท้ๆของตน แต่มันก็แค่ความเสียใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ริมฝีปากสีสวยพ่นลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะก้มหน้ามองเท้าของตัวเองราวกับพยายามตั้งสติกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

มัลฟอนไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร อาณาจักรจะวุ่นวายเพียงไหนเขาไม่สามารถจินตนาการมันออกมาได้จริงๆ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้คือความสิ้นหวังที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง เขาไม่เห็นหนทางหนีจากลิวาเอลเลยสักทาง จะเหลือก็แต่ความตายที่ดูเหมือนจะสามารถจบทุกอย่างในชีวิตของโวลธาเนียลงได้

"อย่าได้สนใจเลยนะเพคะ กลับมานั่งกับแซตลีย์เถิด"

แม่บ้านคนสวยที่นั่งพับนกกระดาษอยู่บนพื้นพรหมเอ่ยเรียกองค์ชายตัวขาวที่ยังคงเอาแต่สนใจเสียงโหวกเหวกด้านนอกนั่น เธอรู้ดีว่าตอนนี้จิตใจคนตัวขาวนั้นแย่ลงเรื่อยๆ ดังนั้นการที่เธอเอ่ยปากบังคับอ้อมๆให้คนตัวขาวกลับมานั่งที่เดิมนั้นก็เพื่อให้อีกคนได้สนใจอย่างอื่นมากกว่าเสียงอันโหดร้ายด้านนอกที่มันจะทำให้มัลฟอนอาการแย่ลงกว่าเดิม

มือขาวของแม่บ้านคนสวยหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาพับนกตัวที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ต่อหลังจากที่พับตัวก่อนหน้าเสร็จ นกทุกตัวที่พับทุกวางทิ้งไว้ในโหลแก้วขวดใสที่นางนำมาตั้งทิ้งไว้ การพับนกเช่นนี้บางทีอาจจะทำให้โวลธาเนียผ่อนคลายได้บ้าง แซตลีย์ยื่นนกตัวเล็กไปตรงหน้าองค์ชายตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม เพื่อให้มัลฟอนสนใจมัน

"สวยจัง" คนตัวขาวว่าก่อนจะนำมันมาวางไว้บนอุ้งมือของตัวเอง นิ้วเรียวอีกข้างที่ไม่ได้ถือนกกระดาษถูกยกขึ้นมาแตะสัมผัสที่กระดาษเบาๆ ราวกับเอ็นดูมัน พอได้เห็นว่ามัลฟอนพอจะปล่อยความกังวลทิ้งไปได้บ้างก็ทำให้แม่บ้านคนสวยสบายใจมากขึ้น "เราอยากลองทำแบบนี้บ้าง"

"มาสิเพคะ แซตลีย์จะสอนให้"

นางว่าก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้กับองค์ชายแห่งโซลเซียนาก่อนจะเริ่มบรรจงสอนพับนกตัวเล็กให้กับเจ้าตัว มันเป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากๆในตอนที่คนตัวขาวตั้งอกตั้งใจทำอะไรสักอย่าง จนเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเอ็นดู

สำหรับแม่บ้านอย่างเธอ เธอถูดบังคับโดยทีโอ รูทมอร์ ให้มาดูแลรับใช้มัลฟอนอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มัลฟอนต้องขาดตกบกพร่องเรื่องนั้นเธอย่อมต้องทำมันอยู่แล้วเพราะนี่เป็นหน้าที่ของเธอ หากแต่เหตุผลขององค์ชายแห่งลิวาเอลไม่ใช่อย่างนั้น

'อย่าทำให้ว่าที่ภรรยาของฉันแปดเปื้อน มัลฟอนจะต้องเป็นคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของฉัน'

แว้บนึงที่เธอมีความคิดอยากจะทำให้องค์ชายตัวขาวตรงหน้าแปดเปื้อนเสียให้สิ้นเรื่อง

หากแต่เธอไม่คิดจะทำอยู่แล้ว เธอไม่สามารถลงมือทำร้ายคนที่น่าสงสารที่สุดในโลกนี้ กลีบดอกไม้ที่บอบบางไม่สมควรได้รับการทำร้ายใดๆทั้งนั้น ยิ่งกับเธอที่เฝ้าทะนุถนอมดูแลเจ้าดอกอัลมอนต์ที่งดงามนี่มานาน มีหรือเธอจะเด็ดมันทิ้งขว้างได้ลงคอ

"เราทำได้แล้ว" เสียงหวานเอ่ยร้องด้วยความดีใจหลังใช้ความพยายามในการพับนกของตัวเองอยู่เนิ่นนาน มือบางเอื้อมไปคว้านกที่แม่บ้านผมลอนพับทิ้งไว้มาตั้งข้างๆกัน ก่อนที่ใบหน้ายิ้มหวานเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเศร้าสลด "ทำไมมันไม่สวยเหมือนที่แซตลีย์ทำล่ะ"

"ครั้งแรกก็แบบนี้แหละเพคะ ไว้ทำเยอะๆได้เท่าแซตลีย์ เจ้านกน้อยคงออกมาสวยไม่แพ้กัน"

เธอยิ้มเอ็นดูให้กับความไร้เดียงสาขององค์ชายผิวขาวก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นใหม่ให้กับอีกคนเพื่อเริ่มพับนกตัวที่สอง แน่นอนว่ามือขาวรับกระดาษแผ่นเล็กมาเริ่มพับใหม่อีกครั้งจนกระทั่งหน้าตาของมันออกมาดูดีกว่านกตัวแรกหลายเท่า สร้างความดีอกดีใจให้กับองค์ชายโวลธาเนียตัวน้อยจนออกนอกหน้า

นกตัวที่สามและสี่เริ่มตามมาเรื่อยๆหลังจากที่เจ้าตัวเห็นว่านกเหล่านั้นเริ่มใกล้เคียงกับตัวที่แซตลีย์มากขึ้น ทั้งหมดที่เขาและเธอพับขึ้นถูกเก็บไว้ในโหลดแก้วสีใสจนมันใกล้จะเต็ม

"เราจะเก็บมันไว้" เจ้าตัวว่าก่อนจะทำการปิดฝาโหลแก้วอย่างแน่นหนา พร้อมกับนำมันไปวางไว้บนโต๊ะของตัวเอง มัลฟอน โวลธาเนียค่อนข้างที่จะภูมิใจกับเหล่านกตัวน้อยที่ตัวเองบรรจงนั่งพับมันมา เขาไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่

ขาเรียวเดินตรงกับมาที่พื้นพรหมอีกครั้งก่อนจะพบว่ามีนกกระดาษอยู่หนึ่งตัวที่ไม่ได้ถูกเก็บเข้าไปในโหลแก้วเมื่อครู่นี้ ดูจากสภาพกระดาษที่ค่อนข้างจะยู่ยี่ก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่านี่อาจเป็นนกตัวแรกๆที่มัลฟอน โวลธาเนีย เริ่มพับมันขึ้นมา ทั้งๆที่นกตัวอื่นๆถูกเก็บไว้ในโหลอย่างสวยงามแล้วแท้ๆ แต่กลับเป็นมันตัวเดียวที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอกอย่างเดียวดาย

มือขาวเอื้อมลงไปเก็บนกกระดาตัวน้อยที่น่าสงสารขึ้นมา ก่อนจะยกมันขึ้นสูงกว่าระดับสายตานิดหน่อยเพื่อสำรวจมัน เป็นช่วงจังหวะบังเอิญที่มีนกตัวน้อยบินผ่านหน้าต่างบานใหญ่พอดี และแม้มันจะไม่ได้ดูเหมือนกับนกที่โวลธาเนียพับขึ้นเพราะด้วยความบิดเบี้ยวของนกกระดาษ แต่มันก็ไม่ได้ต่างกันจนเกินไปนัก

มัลฟอนเดินตรงไปที่หน้าต่างบานใหญ่นั่นอีกครั้ง ก่อนจะวางเจ้านกกระดาษตัวน้อยลงบนขอบหน้าต่างอย่างแผ่วเบา ทำราวกับว่ามันมีชีวิต

"หากเราเป็นนก เราจะโบยบินได้อย่างอิสระไหม?" น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถามแม้บ้านที่นั่งอยู่ด้านหลัง สาวเจ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินตรงเข้าไปในระยะที่ใกล้กับองค์ชายตัวน้อยมากยิ่งขึ้น "ถ้าหากว่าเรา.. เป็นนกเหล่านั้น เราจะไม่ต้องถูกใครทำร้ายใช่หรือไม่?"

"ไม่จำเป็นว่าพระองค์จะต้องเป็นนกเลยนะเพคะ" แม่บ้านผมลอนเอ่ยขึ้นก่อนจะส่งมือไปลูบที่กลุ่มผมนิ่มนั่นเบาๆ "นกเหล่านั้นเองก็มีระยะและขอบเขตในการบินของมัน ไม่ใช่ว่ามันจะได้รับอิสระเสมอไป"

เธอว่าพร้อมกับมองไปที่ฝูงนกที่บินผ่านหน้าต่างบานใหญ่ไปอย่างเชื่องช้า

"พระองค์เองก็จะมีอิสระได้เช่นกัน"

"แล้วเราจะได้รับอิสระเมื่อใดกัน?" องค์ชายตัวน้อยยังไม่หยุดเอ่ยถาม

นกกระดาษตัวน้อยที่ถูกวางทิ้งไว้ที่ขอบหน้าต่างเมื่อครู่ค่อยๆพัดปลิวไปตามสายลมที่กระทบเข้ามา มันถูกพัดไปในที่ที่โวลธาเนียไม่สามารถทอดสายตาไปให้ถึงได้ ภายในหัวใจอันอ่อนโยนขององค์ชายมัลฟอนเองก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อยที่ปล่อยให้นกที่บิดเบี้ยวนั้นพัดปลิวไป

"ต่อเมื่อถึงเวลาที่ควรเพคะ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครสามารถขังพระองค์ได้ตลอดไปอย่างแน่นอน"

สักวันในอนาคตข้างหน้า องค์ชายของเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ได้ทำตามใจอย่างที่ใครหลายคนสามารถทำได้ ดวงตาที่เคยหมดหวังไปแล้วขององค์ชายผิวกายขาวเริ่มมีประกายความหวังขึ้นมาน้อยๆหลังได้ยินคำพูดที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี อย่างน้อยในช่วงเวลาแบบนี้ แม่บ้านคนสนิทก็ยังคงอยู่กับโวลธาเนียเสมอ

"พูดง่ายจังนะ แซตลีย์ ไซฮีล"

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากหน้าประตูเป็นเสียงของคนที่โวลธาเนียเกลียดมากที่สุด แต่เจ้าตัวกลับจดจำมันได้เป็นอย่างดี คนตัวขาวแสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงดังกล่าว พร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนหนักมากขึ้นราวกับระงับความโกรธในใจเอาไว้

"ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ นายไม่ได้อยู่ที่ลานประหารหรือ?" แซตลีย์เอ่ยถาม

"ฉันจะอยู่ที่ไหนมันก็ไม่ใช่ธุระของเธอ ถ้าหมดหน้าที่แล้วก็ช่วยออกจากห้องนี้ไปซะ อย่ามารบกวนกระต่ายน้อยของฉัน"

ทีโอ รูทมอร์ออกคำสั่งก่อนจะเดินเข้าไปกระชากแขนแรียวขององค์ชายโวลธาเนียให้ร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตนเองด้วยความรวดเร็วทำให้คนตัวขาวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต้องปลิวไปตามแรงกระชากนั้นอย่างง่ายดาย ข้อมือขาวที่ถูกคนตัวโตกว่ากุมไว้แน่นเริ่มมีอาการเจ็บขึ้นมาหลังจากที่แรงบีบมันมากขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานนิ่วหน้าเล็กน้อยแต่กลับไม่แสดงสำหน้าใดๆออกมา

แซตลีย์ ไซฮีล แม้ในตอนแรกจะไม่ยินยอมที่จะออกไปตามคำสั่ง แต่เพราะเห็นแววตากดดันและมือที่ออกแรงบีบข้อมือขาวมากยิ่งขึ้น แต่เธอก็ต้องยอมเดินออกไปด้วยใบหน้าและท่าทางที่ไม่เต็มใจนัก ทำให้ภายในห้องบรรทมที่กว้างขวางแห่งนี้เหลือเพียงกระต่ายน้อยที่น่าสงสาร และเจ้าของฉายาที่ร้ายกาจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ทีโอ รูทมอร์

"อีกไม่นานนายก็ต้องเป็นภรรยาของฉัน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาทำร้ายนายได้อีก"

เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับใบหน้าเจ้าเล่ห์ที่ก้มลงมาใกล้กับใบหน้าหวานจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน แน่นอนว่าคนตัวขาวรีบใช้มือของตัวเองดันอีกคนออกทันที

"นายจะบังคับเราไปเพื่ออะไรกัน รูทมอร์"

"ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ จะมีวันที่นายมอบหัวใจให้กับฉันงั้นหรือ?" คำตัดพ้ออย่างอ้อมๆขององค์ชายแห่งลิวาเอลไม่ได้ทำให้คนตัวขาวรู้สึกใจอ่อนแม้แต่น้อย กลับกันอีกคนกลับกำลังใช้ความพยายามในการนำข้อมือของตัวเองให้หลุดออกมาจากพันธนาการของอีกคน แต่ดูเหมือนมันจะไร้ประโยชน์ เมื่อเจ้าตัวไม่คิดจะปล่อยให้โวลธาเนียเป็นอิสระ "ตอบฉันสิ มัลฟอน"

"เราไม่มีวันมอบหัวใจให้กับนา- อ๊ะ!"

เสียงหวานร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดหลังจากที่ถูกบีบข้อมือให้แรงขึ้นอีกจนมันแทบจะแหลกคามือ ดวงตาคู่สวยคลอเคล้าไปด้วยน้ำตาเพราะความเจ็บจนไม่สามารถอดทนได้ ตอนนี้โวลธาเนียไร้ซึ่งหนทางในการจะนำข้อมือตัวเองให้หลุดจากพันธนาการแล้ว

จะว่าเจ็บที่ข้อมือก็เจ็บ หัวใจเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

"ทำไมล่ะ ทำไมไม่เป็นฉัน? หรือเพราะไอ้ทหารบ้านั่น" ร่างขาวชะงักกึกทันทีที่องค์ชายแห่งลิวาเอลเอ่ยถึงบุคคลที่สาม ที่โวลธาเนียรู้ดีว่าที่อีกคนหมายถึงนั้นเป็นใคร

ทหารบ้านั่นหรือ? จะเป็นใครไปได้อีก มีเพียงคนเดียวในอาณาจักรโซลเซียนาเท่านั้น ที่กล้าเทียบเคียงกับองค์ชายแห่งลิวาเอล แม้มัลฟอนจะเคยสงสัยว่าเหตุใดฟรอยเออร์ เรนกอร์ดถึงกล้าที่วางอำนาจใส่ทีโอ เขาเคยคิดว่าเป็นเพราะความบ้าบิ่นของอีกคน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย.. เพราะฐานะที่แท้จริงของฟรอยเออร์นั้น ยิ่งใหญ่กว่ารูทมอร์เป็นไหนๆ

"คิดว่าฉันดูไม่ออกงั้นหรือ? ว่านายให้ใจกับไอ้ทหารไร้ที่ซุกหัวนอนปลายเท้านั่นไปแล้ว" เจ้าตัวยังไม่หยุดขึ้นเสียงใส่มัลฟอน "ทั้งๆที่ฉันให้นายได้มากกว่ามัน ฉันให้นายได้ทุกอย่าง ทั้งอำนาจและเงินทองฉันก็ให้นายได้ทั้งนั้น แต่ทำไมถึงเป็นหมอนั่น!?"

"เรื่องนั้นมันไม่เกี่ยวเลยต่างหากรูทมอร์ นายเองที่บ้าบิ่นคิดไปเองว่าเราต้องการอำนาจ เราไม่เคยต้องการของบ้าๆพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ" เป็นมัลฟอนที่เริ่มขึ้นเสียงตอกกลับทีโอ รูทมอร์บ้าง แม้เสียงเล้กจะพยายามพูดให้เป็นปกติมากที่สุด แต่มันยากเหลือเกินที่จะควบคุมไม่ให้เสียงสั่น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าองค์ชายผิวกายขาวรู้สึกสั่นกลัวอย่างมากที่สุด "ที่เรารักฟรอยเออร์ ก็เพราะที่หมอนั่นเป็น ไม่ใช่เพราะอย่างอื่นเลย"

มือขาวที่ว่างอยู่รีบยกขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความรวดเร็วทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป ชื่อต้องห้ามที่เจ้าตัวบอกกับตัวเองหนักหนาว่าจะต้องไม่ให้ทีโอได้รับรู้มัน ดูเหมือนมันจะสายไปเสียแล้ว เมื่อจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คลายข้อมือบางนั้นลงก่อนจะแปรเปลี่ยนใบหน้าที่ร้ายกาจมาเป็นใบหน้าที่ตั้งคำถามไว้มากมายแทน

"นายพูดว่าอะไรนะ"

คราวนี้ดูเหมือนว่ามัลฟอนจะแย่แล้วจริงๆ..

โวลธาเนียเงียบ เจ้าตัวเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการตอบคำถามของอีกคน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าการกระทำเช่นนี้มันไม่ได้ช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นจากการไล่ต้อนของจิ้งจอกรูทมอร์เลยสักนิด แต่มัลฟอนก็ยังเลือกที่จะทำมัน

ร่างสูงที่เดินตรงเข้าหมายจะกดดันให้คนตัวขาวพูดความจริงไม่ได้ช่วยให้อีกคนยอมพูดเลยสักนิด มือขาวยกขึ้นปิดที่ริมฝีปากตัวเองสนิท ไม่ยอมที่จะให้เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟรอยเออร์ได้หลุดออกไปอย่างเด็ดขาด

ทั้งๆที่ดูเหมือนมันจะไร้ประโยชน์ แต่มันกลับได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ ทีโอแลบลิ้นเลียที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆด้วยใบหน้าที่ร้ายกาจก่อนจะหันหลังกลับไปยังประตูบานใหญ่ที่เป็นประตูห้องบรรทมแห่งนี้ แน่นอนว่าอีกคนยังไม่ยอมออกไปจากประตูบานใหญ่ กลับกันอีกคนกลับยืนนิ่งๆที่ตรงหน้าประตูบานนั้นแล้วมองมาทางเขาด้วยแววตาที่กุมชัยชนะ

"ถ้านายไม่ยอมพูด ฉันเองก็พอจะรู้ว่าจะสามารถถามเรื่องนี้ได้จากใคร"

 

 

 

 

 

 

 

To be con..

#auratusmn

 

วันนี้คุณกรอกฟอร์มแล้วหรือยังคะ /ยื่นไมค์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

736 ความคิดเห็น

  1. #728 Chompoo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 01:54

    ทีร์โอเตงใจเย็นๆก่อนนนนนนน

    #728
    0
  2. #703 ปงจี้ (@mayupong-111) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 03:16
    ดิฉันสวดมนต์ขอพรแล้วค่ะ ฮือออออออ ลูกเอ้ย
    #703
    0
  3. #498 bubblebae (@gorbua123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 03:48
    ริซซวยแน่ๆเลย;-;
    #498
    0
  4. #431 bubbleteap (@waiisang) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 12:58
    อยากอ่านต่อมากๆๆๆๆแล้ว ฟรอยเออร์รีบมาเร็ว
    #431
    0
  5. #416 forlearning (@forlearning) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 14:14
    ฮืออออมากอดนะคะคนดีของมี๊
    #416
    0
  6. #413 pxend (@pxend) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:09
    แง สงสารน้องง;_;
    #413
    0
  7. #412 benzhwe_ (@benzhwe_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 10:22
    อยากมัดทีโอกับไนเอลแล้วจับโยนน้ำ โอ้ยยย
    #412
    0
  8. #411 plumfloral (@plumfloral) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 18:38
    ใครก็ได้ส่งข่าวไปที่ฟรอยเออร์ที แงงงงงงง
    #411
    0
  9. #410 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 14:00
    รอคราวระเบิดลง เห็นแววสงคราม
    นี่มันเพิ่งเริ่มต้นจ้ะ คริ
    #410
    0
  10. #408 I am Muzik (@ilovemuzik) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 04:25
    ไม่มีใครส่งข่าวไปบอกฟรอยเลยเหรอ ฮือออออ
    #408
    0
  11. #407 raksamon22 (@raksamon22) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 00:46
    เมื่อไหร่น้องจะเป็นอิสระแค่นี้ก็เจ็บหัวใจจะแย่แล้ว ฮืออออ ฟรอยเมื่อไหร่แกจะขี่ม้าขาวมาช่วยยย
    #407
    0
  12. #406 Mindknj_2005 (@Mind_2005) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:33
    โอ้ยยย บีบหัวใจมันตื่นเต้น มันแบบแงง แล้วคือองค์ราชาจาฟาร์นี่จะเอายังไงอ่ะแค่ลูกเพื่อนมั้ยเอ่ยเข้าใจนะว่าอาจจะแบบอยากช่วยอยากสานสัมพันธ์เพราะลูกสาวบ้านนั้นชอบแต่ช่วยถามลูกชายตัวเองหน่อยว่ามันชอบเขามั้ย ส่วนองค์ชายมัลฟอน ลูกแม่ ;-; หนูต้องไม่เป็นไรมากนะ ทิโอก็ด้วย เลิกบังคับเสียที
    #406
    0
  13. #405 Youandmeindacity (@anotherworldxy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23
    โอ้ยยยน้องงงงงงใครก็ได้มาช่วยน้องทีy__y
    #405
    0
  14. #404 Youandmeindacity (@anotherworldxy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23
    โอ้ยยยน้องงงงงงใครก็ได้มาช่วยน้องทีy__y
    #404
    0
  15. #403 Ran_Mori (@Ran_Mori) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:39

    ฟรอยเออร์ ต้องมาช่วยน้องให้ได้นะๆๆๆ แงงง ขอให้ข่าวถึงไวๆจะได้มาช่วยน้องทัน ไม่อยากให้มัลฟอนเจ็บปสดฝฝวดแล้ว หัวอกคนเป็นแม่มันเจ่บไปหมด

    #403
    0
  16. #401 AbsTxz_ (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:34
    กี้ดดดดดดดด ทีโอ!! เธอนี่มัน!! ร้ายกาจ!!! ฮือออลูกแม่ แม่แยากไปกอดเธอ // ยัยผู้หญิงคนนั้น เธออย่ามายุ่งยุ้บยิ้บจะได่มั้ยหึ้ยๆๆๆๆ // เมื่อไหร่ฟรอยเออร์จะรู้เรื่องนี้กันฮือ
    #401
    0
  17. #400 19juline (@p9hmieww) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:43
    สงสารน้องมัลฟอน ฟรอยด์จะไม่ไปช่วยน้องจริงเหรอ ไม่มีแผนเลยเร้อะ อะไรก็ได้ช่วยมากระตุ้นหรือคาบข่าวมาบอกฟรอยด์ที ใจเย็นไปแล้ววน้องหลุดพูดไปขนาดนั้น ฮือออออ ทางนี้ร้อนใจละค้าบ
    #400
    0
  18. #399 Wnats (@JennieJk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:31
    ไปถามเพโรน่าแน่ๆ ทีโอ แต่ฟรอยยิ่งใหญ่กว่าแกมากนะ.... แล้วรูเฟนไม่รู้เรื่องที่โซลเซียนาโดนยึดเลยหรอออออ ฟรอยมาช่วยน้องทีเถอะะะะะ
    #399
    0
  19. #398 leenlyn (@pie-whan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:30
    น้องโวลธาเนียยยยยยย พี่บอกว่าไงอย่าคิดทำร้ายตัวเองอะ ;__; รูทมอร์ก็คือจะเป็นคนส่งข่าวเองรึเปล่า ฟรอยจะมาช่วยทันมั้ย เลิกทำงานก่อน T____T จริงๆรูทมอร์กับฟรอยก็คือคลั่งรักพอกันอะ แต่รูทมอร์คือมีวิธีแสดงออกที่แบบ ใจเย็นก่อนปะ ทำแบบนี้ใครเขาจะไปรักแกอะ เข้าใจว่าโดนสปอยมาแต่เด็กเลยเป็นแบบนี้ แต่เห้อออออ พอเถอะ เขาไม่รักก็คือไม่รักนะ ส่วนน้องโวลธาเนียก็คือพูดออกมาเลยนะว่ารักฟรอยที่เขาเป็นเขานะ พี่จะล้อง T___T อยากให้น้องมีความสุขสักที มาช่วยน้องสักทีฟรอยเออร์!!!
    ปล กรอกแน้วค่ะคุณไรท์เตอร์ //เตรียมทุบกระปุกหมู
    #398
    0
  20. #397 คุกกี้รสฮีโร่ (@milkcookie) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:25
    อ้ากกกกกกกกก น้องงงงงงง แต่แบบนี้รูทมอร์จพไปหาเรื่องฟรอยหรอ ถ้ารู้ว่าฟรอยเป็นใครอะ ฮึ่ม

    สงสารมัลฟอน ;_;

    แต่รักฟรอยมาก ไม่หวั่นไหวใดใด คลั่งรักมัลฟอนมากด้วย แง รีบๆ ไปช่วยน้องนะ;_;
    #397
    0
  21. #396 NatKanokwan (@NatKanokwan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:19
    น้องงงงง เอาแล้วไงงง
    #396
    0
  22. #395 cHAmPaIN_BF (@hye-ri) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:19
    น้องงงงง ทำอะไรลงไป๊ แง้ แต่บางทีอาจจะเป็นข้อดีก็ได้นะ มาคิดไปคิดมาชีร์โกก็ไม่น่าตามฟรอยเออร์กลับมา ต้องเป็นตัวรูทมอร์ต่างหากที่ไปหาเรื่องใส่ตัว รูทมอร์นี่บ้าเผด็จการจริงๆ มาทำเป้นเจ้าของชีวิตลูกฉัน มัลฟอนบอกเขาไปเลยรู้กว่าหนูไม่บริสุทธิ์แล้ว หนูได้เสียเปนภรรยาตัวจริงของฟรอยเออร์แล้วปล่อยหนูปัยซะ!!!
    พูดถึงความจริงเพิ่งเคยเห็นมุมอ่อนแอของรูทมอร์เป็นครั้งแรกเลยนะ โหดร้ายกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้แต่วูบไหวกับผู้ชายตัวเล็กๆคนเดียว สงสารก็สงสารนะ แต่อยากให้ลูกหนีไปมากกว่า เธอทำสิ่งแย่ๆกับมัลฟอนมากเพียงพอแล้วรูทมอร์
    #395
    1
    • #395-1 19juline (@p9hmieww) (จากตอนที่ 18)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:44
      เห็นด้วยค่ะ++
      #395-1
  23. #394 June_031226 (@juneinfinite) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:16
    สงสารน้องใจจะขาดแล้วค่ะ ลูกแม่
    #394
    0
  24. #393 KPTK (@KPTK) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:13
    ไปถามเพโรน่าแน่เลย
    #393
    0
  25. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:11
    นั่นไงโดนแล้วชื่อไรนะเพโรน่าปะ
    #392
    2