รักวุ่นๆ ลุ้นหัวใจ

ตอนที่ 6 : เรื่องวุ่นๆ # 6 การกลั่นแกล้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 เม.ย. 52

ตอนที่ 6

 

                หลังเลิกซ้อมคาราเต้ ลูน่ายังคงเอื่อยเฉื่อยซ้อมต่อเหมือนเช่นเคย

                จะขยันไปไหน นายไม่ได้ลงแข่งซะหน่อย โชตะพูด

                ช่วยไม่ได้ ก็ฉันไม่ได้อยู่ชมรมคาราเต้นี่นา พูดก็พูดเถอะ ไปโรงเรียนมาเป็นอาทิตย์ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่โรงเรียนมีชมรมคาราเต้หรือเปล่า

                ท่าทางนายจะไม่สนใจเข้าชมรมเลยนี่

                อือ ลูน่ายอมรับ ความจริงตอนที่จะมาญี่ปุ่นเธอก็ไม่ได้คิดว่าจะฝึกซ้อมคาราเต้อย่างจริงจังแบบนี้ แต่พอมาเห็นทุกคนฝึกซ้อมเลยนึกสนุก แล้วก็มีจุดประสงค์หลักคือการวัดฝีมือตัวเองด้วย

                ทำไมล่ะ

                ซ้อมที่นี่ก็พอแล้ว ส่วนที่ขาดไปเพราะไม่ได้เข้าชมรมฉันก็ซ้อมชดเชยเอา รับรองนายตามฉันไม่ทันแน่ ลูน่าพูดข่ม

                หน็อยแน่! คอยดูเถอะ ซ้อมแข่งเมื่อไหร่ฉันเอานายหมอบแน่

          ลูน่าหัวเราะ

                จะลับฝีมือรอก็แล้วกัน การแข่งคราวนี้ก็พยายามเข้าล่ะ

                นายจะไปดูหรือเปล่า โทรุที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัวเข้ามาถามอย่างคาดหวัง

                ไปสิ พวกนายแข่งวันอาทิตย์ใช่ไหม

                โทรุพยักหน้า

                เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าพวกนายได้มากกว่าห้าเหรียญฉันจะเลี้ยงซูชิหมุน ลูน่าเสนอ

                เยส!” โชตะกำหมัดอย่างหมายมั่น ก่อนจะตะโกนบอกเพื่อนที่ทยอยเดินออกมา เฮ้ย พวกเรา วันอาทิตย์นี้ถ้าได้เกินห้าเหรียญมิซึกิจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงซูชิ

                หลังจากนั้นก็มีเสียงคุยกันขรม ต่างพยายามคาดคะแนว่าใครจะชนะบ้าง ลูน่าก็พลอยเข้าไปผสมโรงพูดคุยด้วยอย่างสนุกสนาน ไม่สังหรณ์ใจสักนิดว่าตัวเองจะต้องพบกับความชุลมุนวุ่นวายแค่ไหนในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

 
************************

                เช้าวันรุ่งขึ้น ลูน่าไปโรงเรียนตามปกติ ช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาลูน่าค่อยๆปรับตัวให้เคยชินกับชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย  อาการปฏิเสธโรงเรียนยังคงมีอยู่แต่ก็ไม่มากนัก ส่วนมากมักจะกำเริบขึ้นมาในช่วงเช้าที่เธอต้องเผชิญหน้ากับสถานที่ที่เรียกว่าโรงเรียน แต่พอเข้าไปอยู่ในโรงเรียนแล้วอาการก็จะทุเลาลงจนหายไปเอง ชีวิตในโรงเรียนจึงสงบสุขพอสมควร ถ้าไม่รวมเรื่องเล็กๆน้อยๆบางอย่าง...

                เรื่องของเรื่องก็คือ เรย์มักจะคอยถามเรื่องของเธอจากเพื่อนๆเสมอ ไม่ใช่แค่มิกิหรือนานะที่อยู่ชมรมคอมพิวเตอร์ แต่หมายรวมถึงเพื่อนในห้องและเพื่อนร่วมชั้นด้วย ในตอนแรกลูน่าก็ไม่รู้ว่าพี่ชายฝาแฝดทำอะไรลงไปบ้าง จนกระทั่งนานะมาเปรยๆ ให้ฟังว่าเรย์มักจะถามนั่นถามนี่เกี่ยวกับ มิซึกิตลอด ลูน่าก็รีบโทรไปโวยทันที แต่ก็สายไปเสียแล้ว สิ่งที่เรย์ทำไปด้วยความเป็นห่วงทำให้คนอื่นเข้าใจผิดจนได้

เพียงเวลาไม่ถึงสัปดาห์หลังจากนั้นก็เกิดข่าวลือก็กระหึ่มไปทั่วโรงเรียน นักเรียนหญิงหลายๆคนพากันเขม่นหน้าเธอเป็นแถว แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เพราะหลังจากที่มีหน่วยหน้ากล้าตายเข้าไปถามเรย์ตรงๆ

เอ่อ... ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ

ได้สิ เรย์ตอบโดยแทบจะไม่ต้องคิด

ทำไมรุ่นพี่ถึงสนใจเรื่องของคุณคุโรคาวะนักล่ะคะ

เรย์มีสีหน้าประหลาดใจนิดๆ

ก็เป็นห่วง น้ำเสียงคนตอบเหมือนยังงงๆ ว่าทำไมต้องถามเรื่องนี้ด้วย

ทำไมต้องเป็นห่วงล่ะคะเริ่มถามเซ้าซี้เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

เขาเป็นรุ่นน้อง แล้วก็สุขภาพไม่ค่อยดีด้วย คนรู้จักกันเป็นห่วงกันมันเรื่องธรรมดานี่ เรย์ตอบเลี่ยงๆ

รู้จักกันเหรอคะ ที่ไหน เมื่อไหร่

เรย์ขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาถามซอกแซกเรื่องส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้ คำตอบที่พูดออกไปจึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ผมคิดว่า ผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณ

เท่านั้นแหละ

 ในวันรุ่งขึ้นลูน่าก็เจอจดหมายข่มขู่ในล็อคเกอร์ใส่รองเท้าทันทีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใส่ใจมากนัก ซึ่งคงทำให้คนที่ทำรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น การกลั่นแกล้งจึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับเช้าวันนี้ ลูน่ายืนอมยิ้มอยู่หน้าล็อคเกอร์ใส่รองเท้า สีสเปรย์แดงสดเขียนเป็นคำสั้นๆว่า ยัยบ้าเด็กสาวเปิดเข้าไปดูข้างในเห็นขยะสุมอยู่เต็มรองเท้า แถมคราวนี้เป็นขยะสดที่เริ่มเน่าแล้วมีน้ำเป็นเมือกๆ กลิ่นก็เหม็นเหลือทน คนที่เอามาใส่คงลำบากน่าดู แค่นึกภาพพวกหล่อนอุดจมูกไปสรรหาขยะพวกนี้ไปก็รู้สึกขำแล้ว

อีกแล้วเหรอ ไปบอกอาจารย์หรือสภานักเรียนดีกว่า ริสึโกะที่มาโรงเรียนแต่เช้าเข้ามาเห็นพอดี

อืม... แต่ไม่เป็นไรหรอก ลูน่าหันมายิ้มให้เพื่อนพลางหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากถุงผ้าที่เธอถือมาด้วย วันนี้ฉันเอารองเท้าที่ใส่ในห้องมาด้วย ส่วนขยะพวกนี้ก็ไปบอกภารโรงให้มาจัดการก็แล้วกัน แต่เสียดายรองเท้าชะมัด เพิ่งซื้อมาแทนของเก่าที่หายไปไม่กี่วัน ดีนะที่มีสำรอง

นี่ อย่าทำเหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติได้มั้ย เธอกำลังโดนกลั่นแกล้งอยู่นะ

จะให้ทำยังไงล่ะ จะนั่งเฝ้าล็อคเกอร์ทั้งวันทั้งคืนเหรอ เป็นไปไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ จะสืบหาตัวคนทำก็ต้องใช้เวลา อะไรที่พอจะทำได้ตอนนี้ก็ทำไปก่อน จริงมั้ย

ริสึโกะถอนหายใจ เพื่อนใหม่ของเธอคนนี้ช่างไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย ทั้งเรื่องโดนแกล้งทั้งเรื่องข่าวลือเห็นเฉยตลอด แถมมีการบอกว่า ไร้สาระอีกต่างหาก แล้วเรื่องที่คุณเธอสนใจก็ดูมีสาระมากๆ อย่างพวกข่าวดารา นักร้อง หรือวงการบันเทิง พอเพื่อนๆคุยกันถึงเรื่องพวกนี้ทีไรแม่คนนี้เป็นตาวาวทุกที

นี่ ลูน่าสะกิดเพื่อนหลังจากเธอเปลี่ยนจากรองเท้าหนังเป็นรองเท้าสำหรับใส่ในอาคารเรียน แล้วฉันจะทำยังไงกับรองเท้านี่ดี... เอาใส่ถุงไว้ก็แล้วกัน

ริสึโกะกลอกตา ให้มันได้อย่างนี้สิ... ถามเองตอบเองเสร็จสรรพ ช่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

เข้าห้องเรียนกันเถอะ ลูน่ากึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนสาวที่มองหน้าเธออย่างเอือมๆ

เมื่อทั้งสองสาวเดินจากไปคนที่แอบฟังอยู่เงียบๆ อีกด้านของล็อคเกอร์ก็เดินอ้อมมาดูที่เกิดเหตุ

โดนหนักเหมือนกันแฮะ เขาพึมพำออกมาเมื่อเห็นสภาพล็อคเกอร์ แต่แล้วก็พูดอย่างไม่ใส่ใจ เจ้าตัวเขายังไม่รู้สึกเดือดร้อน คนนอกอย่างเราจะไปแส่ทำไม 

จากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินออกจากอาคารเรียนพร้อมฮัมเพลงอย่างรื่นรมย์

*******************************

 

ตายแล้ว!” ริสึโกะอุทานเมื่อเห็นโต๊ะเรียนของลูน่าถูกเขียนเละเทะด้วยปากกาเคมีแบบเปอร์มาเนนท์ แน่นอนว่าในห้องไม่มีแมวสักตัว จับมือใครดมไม่ได้

ไม่เป็นไรน่า เจ้าของโต๊ะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เดี๋ยวฉันไปบอกคุณภารโรงนะ เธอรออยู่ที่นี่แหละ

ฉันไปด้วย

อย่าเลย เธอช่วยเฝ้าของให้ฉันดีกว่า ถ้าไปด้วยกันทั้งสองคน กลับมาอีกทีข้าวของเราอาจจะหายวับไปเลยก็ได้ ลูน่าพูดกึ่งเล่นกึ่งจริง

ริสึโกะจึงกลับไปนั่งหน้ามุ่ยที่โต๊ะของตัวเอง

ลูน่ายิ้มให้เพื่อนแล้วเดินออกไปเงียบๆ เมื่อมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรไปหาคนที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุ

ดูเหมือนฉันกำลังโดนกลั่นแกล้งอยู่ ลูน่ากรอกเสียงไปทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย

โดนแกล้ง? ทำไมล่ะ เรย์ยังงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก

เท่าที่ฟังมาจากเพื่อน ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจที่นายถามถึงฉัน

แล้วเริ่มโดนแกล้งตั้งแต่เมื่อไหร่ เรย์ถาม

ลูน่านึก

ตั้งแต่ปลายๆ อาทิตย์ที่แล้วได้มั้ง แล้วมันก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปลายสายเงียบไปนานลูน่าจึงตัดบท นายไม่รู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น

คิดว่าน่าจะใช่นะ... จำได้เลาๆ ว่ามีเด็กรุ่นน้องมาถามซอกแซกเกี่ยวกับเรื่องนี้

เรื่องนี้? เรื่องไหนกัน

เรื่องที่พี่คอยสอบถามเรื่องการใช้ชีวิตนักเรียนของเธอน่ะ ไม่นึกว่าจะทำให้เข้าใจผิดกันใหญ่โต แล้วเรย์ก็ปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมาได้น้ำเสียงเป็นห่วงจึงเปลี่ยนเป็นรื่นเริงทันที ถือว่าเป็นของขวัญจากพี่ก็แล้วกัน แก้ปัญหาให้ได้ล่ะ ว่าที่ท่านประธานบริษัท

เรย์วางสายทันทีที่พูดจบ ลูน่ามองโทรศัพท์พลางจินตนาการถึงหน้าคนที่พูดสายด้วยเมื่อกี้

ได้เลย เด็กสาวยิ้มเย็น

ลูน่าเริ่มต้นการแก้ปัญหาด้วยการติดสินบนภารโรงของโรงเรียนนิดหน่อย ให้ช่วยทำความสะอาดโต๊ะและล็อคเกอร์ของเธอทุกวันในช่วงเช้าตอนที่นักเรียนเริ่มพลุกพล่านแล้ว นอกจากนี้ยังฝากเป็นหูเป็นตาให้คอยจับตาดูว่าเป็นฝีมือใคร 

เท่านี้ก็พอจะสบายใจได้เปลาะหนึ่ง

ความจริงลูน่าก็ไม่สนใจที่จะจับตัวคนร้ายให้ได้ แต่ในเมื่อการกระทำของพวกนั้นสร้างต้นทุนให้เธอ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะจับตัวมาชดใช้เสียหน่อย

ลูน่าเดินนำภารโรงให้มาดูที่ล็อคเกอร์ และฝากจัดการให้ด้วยเพราะมันส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนอื่น ส่วนโต๊ะเรียนเธอบอกว่าไว้ค่อยทำพรุ่งนี้ เพราะต้องการแสดงให้คนที่ทำรู้ว่าเธอไมได้เดือดร้อนสักนิดกับการกระทำของหมาลอบกัดแบบนี้

 
********************

                เมื่อกลับมาถึงห้องเรียน เพื่อนร่วมห้องก็ทยอยมาถึงกันพอสมควร โต๊ะเรียนของลูน่ากลายเป็นหัวข้อซุบซิบประจำวัน แต่แทบจะไม่มีคนเข้ามาถามไถ่เจ้าของโต๊ะ มีแต่เพื่อนที่ค่อนข้างสนิทเท่านั้นแหละที่มาเดือดเนื้อร้อนใจแทน ดังนั้นที่ตั้งใจว่าจะขอให้เพื่อนๆ ในห้องช่วยเป็นหูเป็นตาแทนก็เป็นอันพับไป เพราะดูแล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากเข้ามายุ่ง 

แถมวันนี้ทั้งวัน อาจารย์ที่ถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องโต๊ะเรียนก็มีแต่อาจารย์ประจำชั้นคนเดียว เขาคิดว่าไม่ใช่หน้าที่หรือคิดว่าอาจารย์ประจำชั้นคงจะมาจัดการเองก็ไม่ทราบได้ แต่ลูน่าก็พอใจที่ไม่ต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

                คุณคุโรคาวะ ทำไมโต๊ะเรียนของคุณถึงได้เลอะเทอะแบบนั้น อาจารย์ประจำชั้นถามในชั่วโมงโฮมรูม

                ไม่ทราบค่ะ ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง

                แล้วทำไมคุณไม่ไปหาอะไรมาเช็ดซะ

                ฉันไม่ใช่คนทำนี่คะ เหมือนจะตอบแบบกวนๆ แต่นี่คือการพูดไปตรงๆ เท่านั้น ในเมื่อไม่ได้ทำ ทำไมต้องรับผิดชอบ

                ยังไงก็ตาม รีบไปจัดการให้มันสะอาดซะน้ำเสียงของอาจารย์ไม่ค่อยพอใจ

                ค่ะ ลูน่าไม่ต่อล้อต่อเถียง เพราะเดี๋ยวเลิกเรียนก็มีคนมาทำความสะอาดให้

                แล้วใครที่แกล้งเพื่อนแบบนี้เลิกทำได้แล้ว ถ้าจับได้ครูจะลงโทษให้หนัก

                ลูน่าแอบยิ้มเยาะ คาดโทษไปก็เท่านั้น ถ้าจับตัวคนทำได้ง่ายๆ ก็ไปลากคอให้มาเช็ดโต๊ะให้แล้วล่ะ

******************************************
 

                 เด็กสาวผมยาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังยืนแหงนหน้ามองตึก 109 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชิบุยะโดยไม่สนใจสายตาที่มองอย่างแปลกๆ ของคนรอบข้าง

จุดประสงค์การมาชิบุยะครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการมาผ่อนคลายความเครียดจากเรื่องที่โรงเรียนตามที่เพื่อนคะยั้นคะยอแล้ว ลูน่ายังอยากจะมาสังเกตการณ์เล็กๆน้อยๆ อีกด้วย

เนื่องจากรู้มาว่า ที่นี่มักจะมีแมวมองจากเอเจนซี่หรือบริษัทบันเทิงต่างๆ แวะเวียนมาบ่อยๆ ซึ่งก็ตรงกับจุดประสงค์ของหลายๆ คนที่มาจับกลุ่มรวมตัวกันด้วยความหวังว่าจะได้รับการทาบทามจากเหล่าแมวมองเหล่านี้

ลูน่าก็ตั้งใจจะใช้การทำตัวให้โดดเด่นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกแมวมองเช่นกัน วันนี้จึงถือว่าเหตุการณ์ประจวบเหมาะ เธอมีสองสาวผู้เข้านอกออกในย่านนี้จนทะลุปรุโปร่งมาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์

หยุดทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงได้แล้ว เดี๋ยวเค้าก็รู้กันพอดีว่าเพิ่งจะเคยมาชิบุยะ นานะสะกิดแขนเตือนเมื่อเห็นลูน่าหันมองทางนี้ทีทางนั้นที

ลูน่ายิ้มเก้อ ตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตนักเรียน ม.ปลายมา ดูเหมือนมาดภูมิฐานตอนใส่หัวโขนของเธอจะถูกเก็บเข้าลิ้นชักไปจนหมด กับเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทเธอมักจะแสดงออกอย่างตรงๆ ตามที่คิดหรือรู้สึก แต่อาจจะมากเท่ากับตอนที่อยู่กับครอบครัวในเวลาที่เป็นส่วนตัว ซึ่งลูน่าจะแสดงออกถึงนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอย่างชัดเจน

ถึงแม้สิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้จะไม่ใช่การใช้ชีวิตอย่างเสแสร้ง แต่นี่ไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของลูน่า เพราะ ณ เวลานี้ เธอก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารบริษัทที่ชื่อ ลูน่า โรเจอร์ แต่เป็น คุโรคาวะ มิซึกิ นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ เท่านั้น

เอาละ วันนี้เรามาคลายเครียดกัน เพราะฉะนั้น เริ่มจากการไปกินเค้กออกใหม่ของทีไทม์ มิกิประกาศจุดประสงค์หลักของตัวเองในวันนี้

หลังจากนั้นก็ต่อด้วยคาราโอเกะแบบนอนสต็อป ให้เรื่องเครียดๆมันละลายหายไปให้หมด นานะผู้รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจวางแผนต่อ

ลูน่าพยักหน้าหงึกๆ ไม่โต้แย้ง แล้วก็ปล่อยให้สองสาวลากตัวไป แต่ยังไม่ทันถึงคอฟฟี่ชอปที่มิกิหมายมั่นปั้นมือจะไปกินเค้ก ทั้งสองสาวก็ถูกถึงดูดความสนใจด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดของคนจำนวนมากที่ล้นทะลักออกมาจากร้านซึทายะ และทำท่าจะเข้าไปเบียดเสียดด้วย ลูน่าจึงรีบดึงทั้งสองคนไว้

คนเยอะขนาดนั้นยังจะเข้าไปอีกเหรอ ฉันไม่เข้าไปด้วยหรอกนะ

ตามใจ! ฉันไม่ขอลายเซ็นของโทโมยะเผื่อหรอกนะนานะน้ำเสียงงอนๆ

อือ ฉันรออยู่ที่นี่ดีกว่า ก่อนจะหันไปแซวมิกิ ระวังจะโดนเหยียบนะ

ย่ะ แม่เสาไฟฟ้า มิกิแขวะกลับ

ลูน่าหัวเราะพร้อมกับโบกมืออวยพรให้เพื่อนฝ่าผู้คนล้านแปดเข้าไปขอลายเซ็นไอดอลสุดโปรดของพวกเธอที่มาโปรโมทซิงเกิ้ลของตัวเอง

เมื่อมองไม่เห็นเพื่อนๆ แล้ว ลูน่าก็มองหาที่ที่จะนั่งรอ แต่ก็มีคนมาทักเธอเสียก่อน

คุณสนใจจะเป็นนางแบบมั้ย ผู้ชายท่าทางเหมือนนักธุรกิจตรงเข้ามาถาม

ลูน่าหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความสนใจ เพียงแค่นั้นก็ทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจยี่นนามบัตรให้ เด็กสาวรับนามบัตรมาอ่าน

บิงโก! ใครจะไปคิดว่าเรื่องฟลุคๆ แบบนี้ก็มีด้วย ลูน่าคิดเมื่อเห็นชื่อเอเจนซี

...ในเครือของมิราจ... เด็กสาวพึมพำเบาๆ

รู้จักใช่มั้ย

ลูน่าพยักหน้า

ถ้าสนใจก็ติดต่อมานะ วันอาทิตย์นี้เราจะมีการออดิชั่น เอ่อ... ความจริงมันปิดรับสมัครไปแล้วล่ะ แต่ถ้าคุณสนใจผมพอจะช่วยได้ อ้อ ผมไม่ใช่พวกแมวมองหรอก พอดีมาทำงานแถวนี้ ต้องรีบไปแล้วล่ะ แล้วเขาก็แทรกกลุ่มคนเข้าไปในร้านที่มีไอดอลมาแจกลายเซ็น

จริงสินะ... โทโมยะก็สังกัดมิราจเหมือนกัน ลองให้ชินจิช่วยตรวจสอบผู้ชายคนนี้ให้หน่อยดีกว่า ถ้าเป็นราชรถทองของจริง งานนี้ก็คืบหน้าไปอีกขั้น...

ลูน่ามัวแต่มุ่งมั่นกับเส้นทางสู่ความเป็นดาราเพื่อสานต่องานที่ได้รับมอบหมายมาจนลืมนึกไปว่า วันอาทิตย์นี้เธอสัญญากับพวกที่โรงฝึกว่าจะไปดูการแข่ง แถมรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองหลังแข่งเสร็จถ้ากวาดเหรียญได้ตามเป้า

งานนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย.

************************************


0.25 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2552
เลยมาถึงเช้าวันใหม่จนได้ แต่มาแล้วยังดีกว่าไม่มา เนอะ

9/2/08 แก้คำผิด+ปรับเวลาในเนื้อเรื่องนิดหน่อย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น