รักวุ่นๆ ลุ้นหัวใจ

ตอนที่ 7 : เรื่องวุ่นๆ # 7 ก่อนวันออดิชั่น 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 เม.ย. 52

/>

href="file:///C:\DOCUME~1\ADMINI~1\LOCALS~1\Temp\msohtml1\01\clip_filelist.xml" />

ตอนที่ 7

 

            วันรุ่งขึ้นลูน่าไปโรงเรียนตามปกติ เธอไม่ได้บอกเพื่อนๆ เรื่องที่ได้รับการทาบทามให้ไปออดิชั่นบทนางเอกในละครเรื่องใหม่ที่มี โอโนะ โทโมยะ ไอดอลชื่อดังเป็นพระเอก

 

            เมื่อวานหลังจากสอบถามชินจิเกี่ยวกับ คุริฮาระ เรียวกิ ผู้ชายคนที่ให้นามบัตรมา ลูน่าก็โทรศัพท์ไปตอบตกลงทันที แล้วก็ตั้งใจว่าจะโทรไปบอกเรย์ในเย็นวันนี้

 

            ลูน่าเดินผ่านล็อคเกอร์ใส่รองเท้าของตัวเอง ค่อนข้างพอใจที่เห็นทุกอย่างสะอาดเรียบร้อยดี อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเผชิญกับสายตาสมเพชจากเพื่อนนักเรียนด้วยกัน แม้ว่าจะต้องหิ้วถุงใส่รองเท้ามาโรงเรียนทุกวันก็ตาม

 

            อรุณสวัสดิ์ นานะทักทายก่อนจะเหลือบไปมองล็อคเกอร์ของลูน่า สะอาดเอี่ยมดีนี่ คุณภารโรงเค้ามาทำความสะอาดให้ใช่มั้ย

 

            อือ เสียอย่างเดียวเอารองเท้าเก็บไว้ไม่ได้นี่แหละ

 

            เดี๋ยวพวกนั้นก็เบื่อไปเองแหละ แกล้งได้แกล้งไป ดูคนโดนแกล้งสิ ไม่เดือดร้อนสักนิด นานะประชดเล็กๆ ให้กับความใจเย็นของเพื่อน

 

            ลูน่ายิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อย

 

            ไม่ใช่ไม่เดือดร้อน แต่ถ้ายิ่งโวยวายพวกนั้นก็ยิ่งได้ใจ แก้ปัญหาแบบเงียบๆ ดีกว่า เด็กสาวแอบถอนหายใจ หวังว่าคงจะไม่เจออะไรมากกว่านี้นะ

 

********************************

           

            ความหวังก็เป็นแค่ความหวัง แต่ความจริงมันไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไป

 

            ลูน่าคิดว่าจะทำเป็นลืมๆ ว่าเธอกำลังโดนกลั่นแกล้งอยู่ เพราะตอนนี้ไม่มีเห็นรอยขีดเขียนบนโต๊ะหรือมีขยะอยู่ในล็อคเกอร์ให้เห็นแล้ว

 

ตั้งใจจะใช้ชีวิตตามปกติแล้วแท้ๆ แต่พอเธอแยกตัวจากเพื่อนเพื่อไปเข้าห้องน้ำตอนพักกลางวัน เธอก็ถูกลากตัวออกมาจากห้องน้ำทันทีราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังรอจังหวะอยู่

 

            เด็กสาวไม่ได้ขัดขืนแม้จะรู้ว่าพวกรุ่นพี่ผู้หญิงสองสามคนนี้คงไม่ประสงค์ดี ด้วยความเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็สามารถเอาตัวรอดได้ ลูน่าจึงเดินตามไปอย่างเงียบๆ ไม่ปริปาก ไม่มีความกังวล หรือหวาดกลัวปรากฏอยู่ในสีหน้า แม้จะถูกดึง ถูกกระชาก ให้เดินไปตามทิศทางที่คนเหล่านั้นต้องการก็ตาม

 

            สิ่งที่เธออยากรู้คือ คนพวกนี้ต้องการอะไร

 

            เมื่อไปถึงหลังโรงยิม มีผู้หญิงสองคนยืนรออยู่ ลูน่าถูกผลักไปอย่างแรงจนเกือบชนกำแพง เมื่อหันหลังกลับมา เธอก็ถูกล้อมไว้โดยเด็กผู้หญิงห้าคนในสภาพหลังติดกำแพง

 

            มองดูจากเข็มที่ติดบนปกเสื้อก็รู้ว่าพวกนี้เป็นเด็กปีสอง

 

            มีอะไร ลูน่าถามเสียงเรียบ

 

            ยังจะมาถามอีกว่ามีอะไร เด็กสาวคนที่ท่าทางเป็นหัวโจกตวาด หล่อนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณเรย์ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ

 

            ก็เคยเจอกันที่ห้องพยาบาล ตอนวันเปิดเรียน ลูน่าไม่ได้โกหก เพราะเรย์กับคุโรคาวะ มิซึกิ เจอกันครั้งแรกในวันเปิดเรียนจริงๆ

 

            แค่นี้? อีกฝ่ายขึ้นเสียงสูง ใครจะไปเชื่อหล่อนยะ หล่อนต้องอ่อยรุ่นพี่เค้าแน่ๆ

 

            ลูน่าเบิกตากว้าง เรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว

 

            เด็กสาวยิ้มเหยียด แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ข่มความไม่พอใจไว้

 

            ฉันไม่รู้ว่าพวกรุ่นพี่ต้องการคำตอบแบบไหน ฉันจะย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่วันนั้น ฉัน... คุโรคาวะ มิซึกิ ก็ไม่ได้พบกับคนที่คุณพูดถึงเลย

 

            แต่ว่า... รุ่นพี่... เด็กผู้หญิงอีกคนอ้ำอึ้งเมื่อถูกเพื่อนมองอย่างคาดคั้น ในที่สุดก็โพล่งออกมา เธอโกหก รุ่นพี่เป็นคนพูดเองว่าเป็นห่วงเธอ

 

            ลูน่าทำหน้าเซ็งจัด รู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แถมยังกำลังคุยอยู่กับคนที่พูดไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก

 

            เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้ใช่ไหม เด็กสาวก็ใช้มือแหวกวงล้อมแล้วเดินออกมา

 

            เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่อนุญาต เธอจะไปไหนไม่ได้

 

            ลูน่าถูกดึงเสื้อจากข้างหลังอย่างแรงจนเสียการทรงตัว เธอล้มก้นจ้ำเบ้าลงแทบเท้าคนที่ดึงเสื้อ แขนซ้ายที่ใช้ยันพื้นเจ็บแปลบขึ้นมาทันที

 

            ทำอะไรกันน่ะ นักเรียนชายที่ลูน่ารู้สึกคุ้นตาเข้ามาขัดจังหวะ ซึ่งสามารถยับยั้งเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี

 

ความจริงเขาก็ไม่ค่อยอยากจะแสดงตัวออกไปเท่าไหร่ แต่เห็นว่ามีคนกำลังจะถูกรุมก็วางเฉยไม่ได้ แถมยังเป็นคนที่เขารู้จักอีกด้วย

 

ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย ใช่มั้ย กลุ่มสาวปีสองทำไม่รู้ไม่ชี้ หันไปถามลูน่าที่กำลังพยุงตัวเองลุกขึ้น

 

อือ ลูน่าพึมพำ สีหน้าเรียบเฉย แล้วเธอก็เดินตรงไปหาคนที่คิดว่าตัวเองมาช่วยเธอ

 

ขอบคุณนะ คุณชิรายูกิ ลูน่านึกชื่อของเพื่อนร่วมชมรมออกจนได้

 

เราไปกันเถอะ เซย์จิบอก และขณะที่เดินไปด้วยกันเขาก็เตือนลูน่า คุณควรจะระวังตัวมากกว่านี้ ผมได้ยินจากรุ่นพี่อามามิว่าคุณถูกพวกปีสองปีสามเขม่นอยู่

 

คราวหน้าฉันจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ลูน่าตอบโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม

 

คราวหน้าเธอต้องควบคุมอารมณ์ให้มากกว่านี้ ลูน่าคิด เมื่อกี้ฟิวส์ขาดจนตั้งใจจะซัดพวกนั้นให้หมอบ ดีนะที่มีคนมาเห็นก่อนเลยยั้งมือไว้ทัน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เธอก็ไม่อยากใช้กำลังหรอก เดี๋ยวจะมีปัญหาตามมาไม่รู้จบ

 

เอาล่ะ ถึงห้องพยาบาลแล้วเซย์จิหันหลังจะกลับไปห้องเรียนของตัวเอง

 

เดี๋ยวค่ะ

 

เด็กหนุ่มหันกลับมา

 

เรื่องชมรม... ถ้าฉันอยากจะแวะไปบ้างคงไม่เป็นไรใช่ไหม อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนอะไรบ้าง

 

ก็แล้วแต่คุณ

 

**********************************

 

พอเลิกเรียนลูน่าปฏิเสธที่จะไปเดินเที่ยวกับพวกนานะ เพราะมีเรื่องที่ต้องเตรียมการสำหรับออดิชั่นวันพรุ่งนี้ ดังนั้นหลังจากแยกกับเพื่อนๆ ลูน่าก็ตั้งใจจะโทร.หาเรย์ แต่ควานหาเท่าไหร่ก็ไม่พบโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋ากระโปรง กระเป๋านักเรียน หรือแม้กระทั่งถุงใส่รองเท้า

 

มือถือหาย!

 

ขาเร็วเท่าความคิด ลูน่าสาวเท้าเดินไปที่ตู้โทรศัพท์ หยอดเหรียญร้อยเยน แล้วกดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ ถือสายรออยู่นานแต่ก็ไม่มีคนรับ พอโทรเป็นครั้งที่สองก็มีคนกดไม่รับสายลูน่าจึงถอดใจ ดูเหมือนว่าคนที่เก็บได้จะไม่อยากเอามีถือมาคืนเธอซะแล้ว เป็นอันว่าเธอคงจะต้องไปหาเรย์ที่คอนโดโดยไม่โทรไปบอกก่อนเพราะจำเบอร์โทรไม่ได้ แต่ก็คงไม่เป็นไร...

 

นี่แหละผลของการไว้ใจเทคโนโลยีมากเกินไป

 

********************************

 

ขณะเดียวกัน เด็กผู้หญิงไฮสคูลห้าคนนั่งมองโทรศัพท์มือถือสีดำที่กำลังสั่นเพราะมีสายเรียกเข้า พลางถกเถียงกันว่าจะรับดีหรือไม่

 

จะไม่รับจริงๆเหรอ ยูริ เด็กสาวผมซอยสั้นถาม

 

รับทำไมล่ะ ฉันว่าคงเป็นยัยนั่นน่ะแหละที่โทรเข้ามือถือตัวเอง ยูริ เด็กสาวที่ท่าทางเป็นหัวโจกของกลุ่มบอก

 

แล้วเธอจะทำยังไงกับมัน จะเอาไปทิ้งเหรอ

 

ไม่ล่ะ เราจะเอาไปคืน ยูริตอบ

 

เอ๋ เพื่อนๆ อุทานด้วยความมึนงง

 

แต่ไม่ใช่เอาไปคืนยัยนั่น เราจะลองโทรหาคนที่มีเบอร์เมมอยู่ในเครื่อง ไม่แน่นะ ยัยนั่นอาจจะมีเบอร์ของรุ่นพี่ก็ได้

 

เมื่อทุกคนเห็นด้วย ยูริจึงกดตัดสายเมื่อมีสายโทรเข้าครั้งที่สอง รออยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีการโทรเข้าอีกเป็นครั้งที่สาม แสดงว่าอีกฝ่ายตัดใจแล้ว ยูริจึงกดดูหมายเลขที่เคยโทรเข้าโทรออก

 

มีอยู่สองชื่อที่มีการโทรเข้าโทรออกบ่อยๆ ยูริหันหน้าจอให้เพื่อน แล้วชี้ไปที่ みぎกับしんじ

 

ลองกดดูเมล์ก่อนสิ

 

ยูริทำตามแต่ไม่พบอะไร กล่องรับข้อความว่างเปล่า...

 

ไม่มีข้อความ เด็กสาวมองหน้าเพื่อนราวกับเป็นเรื่องประหลาด โดยมากมือถือของนักเรียนไฮสคูลทั่วๆไป มักจะเต็มไปด้วยเมลล์จากเพื่อนบ้าง จากแฟนบ้าง แต่นี่ไม่มีอะไรเลย

 

ไม่ใช้หรือว่าลบออกหมดกันแน่

 

งั้นลองโทรหาชินจิก่อน ยังไงหมอนี่ก็เป็นผู้ชายแน่ๆ ส่วนมิกิอะไรนั่น เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน ยูริตัดสินใจกดโทรออก

 

“Hi. I’m quite busy. What do you want?” เสียงตอบรับจากปลายสาย น้ำเสียงค่อนข้างหงุดหงิด

 

เอ่อ... ยูริงุนงงเล็กน้อยที่อีกฝ่ายพูดภาษาอังกฤษ

 

ชินจิผิดสังเกต คนที่โทรมาไม่น่าจะใช่ลูน่า จึงถามเป็นภาษาญี่ปุ่น

 

สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณ...

 

ฉันเก็บมือถือได้ค่ะ ยูริรีบตอบ ใจชื้นขึ้นเล็กน้อยที่อีกฝ่ายพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ก็เลยลองโทรหาหมายเลขที่เจ้าของเครื่องเคยติดต่อน่ะคะ

 

อืม... ชินจินิ่งคิด เขากำลังงานยุ่ง คงไม่มีเวลาออกไปเอาโทรศัพท์มือถือคืน ความจริงผมก็อยากจะไปรับคืนให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยสะดวก คงออกจากที่ทำงานไปไหนไม่ได้ ไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่ไหนหรือครับ

 

ไม่เป็นไรค่ะ เราเอาไปให้ก็ได้

 

เรา? แสดงว่าหลายคน

 

เอาอย่างนั้นก็ได้ ชินจิตัดสินใจ

 

ถ้าอย่างนั้นรบกวนเอามาให้ที่บริษัทมิราจตรงรปปงงิได้ไหมครับ บอกว่ามาพบมัตซึยาม่า ชินจิ

 

ดะ... ได้ค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ ยูริรับคำ ตกตะลึงไม่น้อยที่คนรู้จักของลูน่าทำงานอยู่บริษัทบันเทิงชั้นนำของญี่ปุ่น

 

ว่าไงๆ เพื่อนๆ รีบถาม

 

เขาให้เอาไปให้ที่มิราจ

 

มิราจ หมายถึง มิราจนั่นน่ะเหรอ

 

อือ ยูริพยักหน้า เป็นอันว่าทุกคนเข้าใจตามนั้น

 

*****************************

 

เมื่อเดินทางมาถึงบริษัทมิราจ เด็กสาวทั้งห้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในอาคารก็ถูกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าห้ามไว้เสียก่อน

 

ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถาม น้ำเสียงเบื่อหน่ายเล็กน้อย เขาคิดว่า เด็กผู้หญิงพวกนี้คงไม่พ้นมาดักรอดาราที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งเขาปล่อยให้ผ่านเข้าไปในอาคารไม่ได้

 

เราเอาของมาให้คุณมัตซึยาม่า ชินจิ ยูริบอกน้ำเสียงขุ่น

 

อ้อ... มัตซึยาม่าซัง... ฝากของไว้ที่นี่เลยครับ

 

ยูริคาดไม่ถึง พวกเธออุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงรปปงงิเพราะอยากจะเห็นหน้าคนรู้จักของคุโรคาวะ มิซึกิ ระหว่างที่เดินทางมาก็คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์อะไรกัน คนที่เธอบอกเพื่อนว่า เสียงทุ้มน่าฟัง หน้าตาเป็นอย่างไร

 

มาจนถึงที่แล้ว ถ้าไม่ได้พบเธอไม่ยอมกลับแน่

 

ไม่ได้ ยูริปฏิเสธ พวกเราต้องการให้กับมือ

 

เจ้าหน้าที่ฯ รู้สึกลำบากใจเพราะคุณมัตซึยาม่าสั่งไว้อย่างนั้น แต่เห็นท่าทางของเด็กพวกนี้แล้วคงไม่ยอมเอาของฝากไว้แล้วกลับไปง่ายๆ

 

งั้นรอตรงนั้น เขาชี้ยังม้านั่งตัวยาวที่อยู่ด้านข้าง เมื่อพวกยูริทยอยเดินไปยังที่นั่ง ก็เดินไปที่ประชาสัมพันธ์ กดหมายเลยโทรศัพท์ภายในเพื่อบอกชินจิ

 

เวลาผ่านไปสักครู่ ชายหนุ่มรูปร่างสูงในสูทเทาเข้มก็เดินผ่านประตูที่กั้นระหว่างโถงกับพื้นที่เฉพาะพนักงานออกมา เขาเดินตรงมาหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พูดกันสองสามคำก็หันกลับมามองเด็กสาวห้าคนที่นั่งรอเขาอยู่

 

ชายหนุ่มนักธุรกิจอาจจะไม่อยู่ในสายตาของสาวมัธยมปลายเท่าไหร่ นอกจากว่าพวกเธอจะสนเงินของเขา เพราะสำหรับเด็กสาวเหล่านี้ พวกคนทำงานมักจะถูกค่อนขอดเป็นตาลุงไปหมด แต่คงต้องยกเว้น มัตซึยาม่า ชินจิ คนนี้

 

หล่อชะมัด ยูริได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ จากเพื่อน เธอก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งเขาเดินมาใกล้ก็ยิ่งรู้สึกถึงเสียงเต้นของหัวใจ

 

ผม... มัตซึยาม่า ชินจิ ชายหนุ่มแนะนำตัว

 

ค่ะ พูดราวกับคนใจลอย

 

ชินจิขมวดคิ้ว เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรเขาจึงพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย

 

มือถือ

 

ยูริสะดุ้ง ไม่ใช่เพราะเสียงเข้มของชายหนุ่ม แต่เพราะเพื่อนสะกิดจากด้านหลัง

 

ค่ะ ค่ะ เด็กสาวหยิบโทรศัพท์มือถือสีดำยื่นให้

 

ชินจิรับมาถือไว้ โค้งเล็กน้อยพร้อมกับขอบคุณที่อุตส่าห์ลำบากเอามาให้ถึงที่ทำงาน พร้อมทั้งสอบถามชื่อและอีเมล์ไว้ติดต่อเพื่อตอบแทนในภายหลัง หลังจากนั้นก็ตั้งใจว่าจะเดินกลับไปทำงานต่อทันที แต่ก็มีเสียงเรียกไว้

 

เอ่อ... คือ... เราเจอมือถือที่โรงเรียน เอ่อ... ยูริลังเลว่าจะถามดีหรือไม่ เจ้าของมือถือเป็นใครคะ แล้วคุณเป็นอะไรกับเขา

 

คุณต้องการรู้ไปทำไม ชินจิถาม

 

ก็แค่ต้องการเช็คให้แน่ใจ เผื่อมีคนกำลังตามหามือถือเครื่องนี้ จะได้บอกว่าอยู่ที่คุณ ยูริตอบเลี่ยงๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าเจ้าของมือถือเป็นใคร แต่ที่อยากรู้คือคนตรงหน้าเกี่ยวข้องอะไรกับยัยเด็กนั่น

 

ชินจิพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่รู้เรื่องที่ลูน่ากำลังโดนกลั่นแกล้ง คิดว่าแค่ทำมือถือตกธรรมดาๆ จึงตอบไปตามที่คิดว่าเพื่อนนักเรียนของลูน่าสามารถรู้ได้

 

เจ้าของมือถือชื่อ คุโรคาวะ มิซึกิ อยู่ปีหนึ่งโรงเรียนเดียวกับพวกคุณ เขาเป็นลูกศิษย์ของผม

 

เป็นอาจารย์เหรอคะ?

 

สอนพิเศษน่ะครับแน่ละ... ก็งานหลักของเขาคือเป็นบอร์ดี้การ์ดนี่นา การสอนนั่นสอนนี่ให้ก็คงจะเรียกว่าเป็นการสอนพิเศษนั่นแหละ แต่ตอนนี้สงสัยว่างานเลขานุการบริหารของมิราจคงจะกลายเป็นงานหลักไปแล้ว

 

นึกถึงเรื่องงาน ชินจิจึงขอบคุณอีกครั้งแล้วกล่าวลา ปล่อยให้ห้าสาวที่เดินออกมาจากตึกสำนักงานของมิราจพูดคุยเกี่ยวกับเขาไม่ขาดปาก

 

*********************************


ห่างหายไปนานหลายเดือน ในที่สุดก็อัพจนได้ ตอนนี้เขียนไปเขียนมาชักยาวกว่าที่คาดเลยแบ่งเป็นสองตอน
ตอนหน้าตั้งใจจะเขียนให้หวานๆกุ๊กกิ๊กๆบ้าง(จะทำได้เหรอเปล่านะ - -)

ว่าแล้วก็กลับไปปั่นนิยายอีกเรื่อง(ต้องอัพไม่ทันกำหนดแหงๆ ~>_<~)


ปล. อธิบายเพิ่มเติม みぎ
แปลว่า ขวา (จริงๆแล้วออกเสียงคล้ายๆ มิหงิ มากกว่า มิกิ)
เพื่อนๆ เดาได้หรือเปล่าว่าคือใคร (เฉลยตอนหน้า ^^)

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #23 Prcblem Chllcl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 12:32

    ไม่มาอัพ เลยนะ แล้วยังจะอู้อีกหรอไง ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    #23
    0