รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 14 : 13. ขอบพระคุณคุณโจร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

๑๓

ขอบพระคุณคุณโจร

 

 

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีน้ำตาลเข้ามากระทบคนที่กำลังนอนหลับฝันหวานอยู่บนเตียง จนเจ้าตัวต้องขยับกายหนี แต่ก็ไม่วายต้องตื่นด้วยเสียงเห่าของหมาน้อยอยู่ดี

เจ้าใบ้เห่าพลางคาบผ้าห่มของเจ้านายออกเพราะอยากเล่นด้วยเต็มแก่ หรือไม่ก็คงจะหิวจนตาลายเลยต้องปลุกคนขี้เซาให้ตื่นขึ้นมา

สิตางศุ์พยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่ทำได้ไม่เท่าไรก็ต้องยอมแพ้ลุกขึ้นมานั่งซึมกระทืออยู่บนเตียง จ้องเจ้าใบ้ที่สั่นหางอยู่ตาขวาง

“แกจะปลุกฉันทำไมฮะไอ้ใบ้ กำลังฝันว่าจะได้จูบหมอชินอยู่แล้ว แกนะแก ไอ้มารหน้าขน!” พูดแล้วก็ลุกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเดินลงไปเอาอาหารให้เจ้าหมาน้อยชั้นล่าง พร้อมกับหายไปทำธุระส่วนตัวอยู่นานสองนาน

ยังดีที่วันนี้เป็นวันหยุด สิตางศุ์จึงนอนทอดกายสบายๆ ในอ่างอาบน้ำโดยไม่ต้องเร่งรีบทำอะไร ในหัวก็คิดถึงแต่เรื่องเมื่อคืนอย่างเสียไม่ได้ อาการของหมอชินที่แสดงออกมานั้นมันพอจะเดาได้รึเปล่านะว่า เขาเองก็แอบมีใจให้ หรือเป็นแค่อารมณ์ของผู้ชายที่ได้อยู่ใกล้ผู้หญิงสวยไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น แต่จะเป็นอย่างไหนมันก็ทำให้เธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัวได้เหมือนกัน

จะว่าไปหมอชินนี่ก็เสือซ่อนเล็บดีๆ นี่เอง

คิดแล้วก็ยิ้มไปทั้งหน้า เสียดายที่วันนี้หมอชินไม่อยู่บ้าน เพราะเขาออกไปรับรถของตัวเองตั้งแต่เมื่อเช้า ไม่เช่นนั้นเธอคงจะไปด้อมๆ มองๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว

ทว่านอนแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำไปได้สักพัก ก็ได้ความคิดดีๆ ขึ้นมาใหม่ ในเมื่อวันนี้อยู่บ้านไปก็ไม่ได้เห็นหน้า สู้ออกไปทำอะไรสนุกๆ ที่ห่างหายไปนานคงจะดีกว่ามานั่งอุดอู้อยู่ในบ้านเพื่อรอเขาฝ่ายเดียว

 

เสียงปืนที่ดังขึ้นติดต่อกันหลายนัดสนั่นไปทั่วทั้งสนามซ้อม หากเป็นคนเพิ่งมาใหม่คงจะอดสะดุ้งไม่ได้ แต่หญิงสาวในชุดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมง ที่ก้าวเดินเข้ามานั้นหาได้มีความรู้สึกเช่นนั้นไม่ เธอปรายตาไปมองยังช่องยิงปืนที่ว่างอยู่ ขณะตรงดิ่งเข้าไปจับจองในทันที กระสุนซ้อมขนาดเก้า มม. กล่องหนึ่งถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะบรรจุมันลงไปในแม็กด้วยความชำนาญ

“เพิ่งเคยมารึเปล่าครับ ไม่เคยเห็นเลย” เสียงทุ้มๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังของหญิงสาวที่กำลังยกปืนพกขึ้นมาเล็งศูนย์

สิตางศุ์หันกลับไปมอง ก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีส่งยิ้มมาให้เธออย่างเปิดเผย ดูท่าทางตาคนนี้จะเจนจัดในเรื่องการจีบหญิงที่เพิ่งมาใหม่ คงจะเข้ามาเสนอตัวช่วยสอนยิงปืน แล้วก็ค่อยจัดการสาวๆ เหล่านั้นไปทีละคนสองคน เพราะดูจากท่าทางกรุ้มกริ่มดวงตาวาววับของเขามันก็พอบอกยี่ห้อได้ดี

“ใช่ค่ะ เพิ่งเคยมา” สิตางศุ์พูดจริงใช่โกหก เธอเพิ่งเคยมายิงปืนที่นี่เป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เธอจะไปสนามประจำตลอด แต่โชคร้ายที่วันนี้มันปิดปรับปรุง เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นสนามนี้แทน

นพเก้ายิ้มพรายเมื่อเห็นสาวสวยมาเดี่ยว อารมณ์หนุ่มโสดที่อยากแทะโลมดอกไม้หอมหวานมันห้ามกันได้ที่ไหน ก็แม่คุณทั้งสวย ทั้งสง่า แถมดูหยิ่งจนแทบจะไม่เห็นเขาในสายตา ช่างผิดกับสาวๆ คนอื่นที่รีบเข้าหาเขาทันทีตั้งแต่แรกเห็น

อย่างนี้มันต้องลองของ...

“งั้นก็ยินดีต้อนรับครับ ผมชื่อนพเก้า เรียกนพก็ได้ ผมชอบมาที่นี่บ่อยๆ ถ้าคุณ...เอ่อ...”

“ตังค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างเสียไม่ได้

“ครับ ถ้าคุณตังมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือก็บอกผมได้ทันทีเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

หญิงสาวยิ้มรับ ขณะหันไปสนใจกับปืนในมือต่อ ทำราวกับคนรูปหล่อพ่อรวยอย่างเขาเป็นอากาศธาตุ นพเก้ากระตุกยิ้ม ไพล่นึกในใจว่าเธอคงจะทำเป็นไม่สนเขาเพื่อเรียกคะแนน

หากอีกฝ่ายกลับไม่คิดเช่นนั้น คนที่กำลังง่วนอยู่กับปืนที่ไม่ใช้ได้มานาน เริ่มรู้สึกรำคาญสายตาของคนตัวสูงที่มายืนจดๆ จ้องๆ อยู่ หากเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะทิ้งเบ็ดอ่อยเหยื่อเพื่อบริหารเสน่ห์บ้าง แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะเธอมีหมอชินอยู่ทั้งคน

ขอโทษนะคะ ตอนนี้คนสวยไม่ว่าง มีคนจองแล้ว!

“คุณตังเคยยิงปืนมาก่อนรึเปล่า ดูท่าทางเหมือนกับไม่ใช่ครั้งแรกเลยนี่ครับ” หนุ่มหน้าเข้มไม่ยอมแพ้ ยิ้มระรื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ชวนเธอคุยไปเรื่อยๆ

“ก็เคยยิงมาบ้างค่ะ ยิงมดบ้าง ยิงริ้นไรบ้าง หรือไอ้พวกที่คอยมากวนใจน่ะค่ะ” สาวสวยยิ้มมุมปาก ขณะตั้งใจหันปืนมายังชายหนุ่มเพื่อเช็กลำกล้อง

“โอ้ๆ อย่างนั้นไม่ดีแน่ครับ” นพเก้าอุทานออกมา พร้อมกับใช้มือดันปากกระบอกปืนไปทิศทางอื่น “ถึงแม้มันจะเป็นลูกซ้อม แต่ก็บาดเจ็บได้นะครับ ถ้าไงผมสอนให้ดีกว่า รับรองว่าคุณจะยิงแม่นขึ้นแน่นอน”

สิตางศุ์เลิกคิ้วสูง “ถ้าอย่างนั้นคุณนพก็ช่วยแสดงฝีมือให้ตังดูเป็นตัวอย่างก่อนได้มั้ยคะ ตังจะได้เรียนรู้ไปด้วย”

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกริ่ม ยกบาเร็ตต้าในมือขึ้นมาเล็งไปยังเป้าขาวสะอาดที่อยู่ห่างออกไปไกลหลายสิบเมตร

“คุณตังคอยดูให้ดีนะครับ” พูดจบนพเก้าก็เหนี่ยวไก กระสุนพุ่งไปยังเป้าหมายตามที่เล็งเอาไว้ค่อนข้างแม่น แล้วเขาก็ยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นรอยกระสุนของตัวเองเคลื่อนจากจุดศูนย์กลางไปแค่เซ็นต์เดียว

“เห็นมั้ยครับ การยิงปืนมันไม่ยากเลย แค่คุณตั้งสมาธิ เล็งศูนย์ดีๆ แค่นี้ก็เข้าเป้า”

หญิงสาวที่ยืนมองอยู่พยักหน้าให้ ริมฝีปากบางเหยียดออกมาเป็นรอยยิ้ม รอยกระสุนบนเป้ากระดาษนั้นมันทำให้รู้ว่าหนุ่มหล่อคนนี้ไม่ได้มีดีแค่คำพูด แสดงว่าเขาก็เก่งเอาการ

แต่เดี๋ยวรอก่อน ฉันยังไม่ได้แสดงฝีมือเลยด้วยซ้ำ

“คุณนี่ยิงแม่นเหมือนกันนะคะ” พูดพลางยกปืนในมือขึ้นเล็งไปยังเป้าแผ่นเก่า

“ผมชอบมายิงบ่อยๆ ครับ”

“ถ้าอย่างงั้น นัดนี้ของตังถือเป็นนัดซ้อมมือก็แล้วกัน เพราะตังไม่ได้ยิงมานานมากแล้ว คุณนพอย่าหัวเราะตังนะคะ”

“โธ่...ผมจะไปหัวเราะได้ยังไงกันล่ะครับ มีแต่อยากจะช่วย” หนุ่มหล่ออมยิ้ม มองสาวสวยตาวาว แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ตอบ กลับยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากแทน ก่อนเธอจะรวบรวมสมาธิ เหนี่ยวไกออกไปอย่างมั่นใจ

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นมาจาก PARA-ORDNANCE Hawg 9 ที่ถืออยู่ สิตางศุ์ชอบปืนรุ่นนี้ เพราะมันบรรจุกระสุนเต็มแม็กได้ถึงสิบสองนัด แถมการออกแบบก็ยังคลาสสิกจนเธอถูกอกถูกใจ ถึงแม้ว่าจะมีใครบอกว่ามันจับยาก แต่สำหรับเธอมันเป็นปืนที่จับแล้วถนัดมือมากที่สุด

นพเก้ามองท่าทางทะมัดทะแมงของสาวสวยด้วยความชื่นชม ดูจากท่าทางหยิ่งๆ ของเธอ เดาได้ว่า เธอคงจะทะนงตัวว่าเก่งพอดู ถึงไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเลยแม้แต่น้อย

“โห...เลยเป้าไปตั้งไกล” สิตางศุ์ชี้ไปยังเป้ากระดาษที่เธอเลื่อนมาเช็กฝีมือของตัวเอง แม้รอยกระสุนจะอยู่ไม่ห่างจากรอยของชายหนุ่มมากนัก แต่ก็ถือว่ายังอยู่ไกลจากจุดศูนย์กลางมากกว่าของเขาอยู่ดี

โถ...คงจะฟลุคยิงเข้าเป้าสินะ

นพเก้ายิ้มกริ่ม ก่อนจะวางมาดเป็นผู้รู้ในศาสตร์ยิงปืน เพื่อจะได้ถ่ายทอดให้แก่สาวสวยผู้นี้

“มันเป็นธรรมดาครับ แรกๆ ก็อาจจะฟลุคยิงโดนเป้าโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เดี๋ยวผมจะสอนให้คุณเล็งโดนเป้าแบบไม่มีฟลุคอีก สนใจมั้ยครับ”

“สนค่ะ” สิตางศุ์ยิ้มรับ นานแล้วที่เธอไม่ค่อยได้ซ้อมมือกับใคร พอมีเหยื่อโผล่มาให้เชือด ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ไม่เสียแรงที่หนีหมอชินมาสนุกเช่นนี้

“งั้นเริ่มจากการเล็งเป้านะครับ ให้คุณสังเกต...”

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณนพ” หญิงสาวพูดสวน “คุณนพไม่ต้องสอนตังเรื่องพวกนี้ก็ได้ค่ะ เรามาแข่งกันเลยดีกว่า”

“แข่ง?” นพเก้าเลิกคิ้วสูง ไม่นึกว่าสาวสวยที่เหมือนกับเพิ่งหัดยิงปืนได้ไม่นาน จะมาขอท้าดวลกับนายตำรวจเจนสนามอย่างเขา “คุณจะแข่งยิงปืนกับผมเหรอครับ”

“ค่ะ หรือว่าคุณนพไม่กล้ารับคำท้าของตัง” สิตางศุ์หรี่ตามองคนตัวสูงตรงหน้าอย่างท้าทาย

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ มีหรือที่เขาจะถอย แต่เขาแค่ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกแม่สาวคนนี้ด้วยการที่เป็นฝ่ายที่ชนะรวดเดียวต่างหาก แต่ในเมื่อเธอท้าดวลมาแล้ว อย่างน้อยมันก็ต้องมีของรางวัลตอบแทนบ้าง...

“ผมรับคำท้าครับ แต่มีข้อแม้” เรียวปากได้รูปกระตุกยิ้ม

“ยังไงคะ?”

“ถ้าเกิดว่าผมชนะ คุณตังจะต้องให้เบอร์พร้อมกับออกไปกินข้าวกับผมวันนี้”

“ไม่มีปัญหาค่ะ” หญิงสาวรีบรับคำ ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น “แต่ถ้าตังชนะล่ะคะ?”

“ถ้าคุณชนะ คุณอยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย ผมทำให้ได้ทุกอย่าง” นพเก้ายิ้มพราย รู้สึกเหมือนเธอกำลังให้ท่าเขาอยู่ โดยเอาการแข่งขันมาบังหน้า

“ก็แฟร์ดีค่ะ ถ้างั้นก็เริ่มกันเลย คุณก่อนก็แล้วกัน”

นพเก้าไม่ปฏิเสธ ก้าวออกมายืนอยู่ด้านหน้า พร้อมกับยกบาเร็ตต้าขึ้นมาเล็ง เพื่อประกาศให้เห็นว่าฝีมือของเขาไม่ใช่ระดับไก่กาทั่วไป

ปัง!

ทันทีที่ลูกกระสุนพุ่งออกไปทะลุเป้ากระดาษ ชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

“คุณยังแน่ใจอยู่เหรอครับที่จะแข่งกับผมวันนี้” พูดพลางเลื่อนเป้าเข้ามาใกล้ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าคงจะยาก หากอยากชนะคะคานกับเขา อันที่จริงฝีมือระดับเขานั้นจะยิงให้เข้าเป้าเลยก็ง่ายอยู่ แต่จู่ๆ จะอวดภูมิไปข่มขวัญคู่ต่อสู้นั้นเห็นทีจะไม่ใช่เรื่อง ฉะนั้นออมแรงเอาไว้โชว์ทีเด็ดหลังจากเธอขอแก้มือมันไม่ดีกว่าหรือ?

สิตางศุ์มองรอยกระสุนด้วยความพอใจ แม้มันฝังชิดตรงเป้ากลางสีดำแต่กลับค่อนออกมาด้านนอกเสียมาก พูดง่ายๆ ก็คือมันแค่เฉียดเข้าจุดศูนย์กลางไปเล็กน้อยนั่นเอง

“คุณนี่ก็แม่นเหมือนกันนะคะ” พูดแล้วก็ให้ชายหนุ่มเลื่อนมันกลับไปไว้ยังที่เดิม ก่อนจะตั้งสมาธิเล็งไปยังเป้าที่ห่างออกไปหลายสิบเมตร ขณะเหนี่ยวไกด้วยความสุขุม

ปัง!

สิ้นเสียงปืนที่ดังลั่น รอยยิ้มที่อยู่บนหน้านายตำรวจหนุ่มก็เลือนหาย เพ่งมองเป้านั้นอย่างไม่เชื่อสายตา

“เข้าเป้าเป๊ะๆ” สิตางศุ์ยิ้มกริ่ม ขณะเลื่อนเป้ากระดาษมาให้หนุ่มหล่อที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกได้เห็นเป็นขวัญตา

รอยกระสุนที่ทะลุเป้าตรงจุดศูนย์กลางสีดำ มันเตือนสติชายหนุ่มว่า ไอ้นัดแรกที่มันโดนวงนอกนั้น ไม่ได้ฟลุค แต่เป็นเพราะเธออ่อนซ้อมมานานเท่านั้นเอง

ล้อเล่นรึเปล่าวะ?

“ขอบคุณนะคะคุณนพที่ออมมือให้ตัง ว่าแต่ตอนนี้ตังชนะแล้ว เราจะมาคุยเรื่องที่ตกลงกันไว้ได้รึยังคะ” แล้วรอยยิ้มนางมารก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าสวย ขณะมองหนุ่มร่างสูงที่ยังคงนิ่งอยู่เพราะอึ้งไม่หาย

“แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะครับ” นพเก้ากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน รู้ถึงไหนอายถึงไหนนั่น เรื่องที่เขามาแพ้ดวลปืนให้กับผู้หญิง!

สิตางศุ์มองบาเร็ตต้าสีดำมะเมื่อมในมือของชายหนุ่มตาเป็นมัน ปืนรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นที่เธอกำลังอยากได้อยู่พอดี และโชคมันช่างขยันเข้าข้างเธอจริงๆ เมื่อมีคนมาประเคนมันให้ถึงที่

เริดจริงๆ อย่างนี้สิถึงเรียกว่ามาแล้วไม่เสียเที่ยว

นายตำรวจหนุ่มเห็นสายตากระเหี้ยนกระหือรือของหญิงสาวก็พอจะเดาออก นพเก้ากลืนน้ำลายอีกครั้ง เพราะปืนกระบอกนี้เป็นกระบอกคู่ใจเขามาตั้งแต่เข้ามาเป็นตำรวจใหม่ๆ หากจะต้องยกให้หญิงสาวไปง่ายๆ มันทำใจไม่ได้จริงๆ

ซวยแล้วกู...

“ปืนของคุณนพนี่สวยดีนะคะ” สิตางศุ์ยิ้มกริ่ม ปรายตาไปมองปืนในมือของชายหนุ่มอีกครั้ง

“ครับ แต่ผมมีกระบอกอื่นที่ดีกว่านี้ เอาไว้ผมค่อยเอามาให้คุณจะดีกว่ามั้ย” นพเก้าพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง

“บาเร็ตต้ารุ่นลิมิเตดอิดิชั่น ของอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ทั่วๆ ไป ในเมื่อคุณนพรับคำท้าของตังแล้ว จะกลับคำง่ายๆ เหรอคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วสูง กอดอกมองหน้าหนุ่มดวงซวยอย่างผู้ชนะ

เล่นกับใครไม่เล่น อยากมาเล่นกับสิตางศุ์ ราชโยธิน ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันน่ะลูกใคร ไม่เคยได้ยินชื่อรึไง พันเอกโสภณ ราชโยธิน แชมป์เหรียญทองกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยสี่สมัยซ้อนน่ะ!

“ไม่แน่นอนครับ” นพเก้าพูดเสียงอ่อนระโหยโรยแรง ไม่คิดว่าจะถูกสาวสวยตลบหลังกลับได้เจ็บแสบขนาดนี้ เขาค่อยๆ ยื่นปืนในมือให้เธอปริ่มจะขาดใจ สายตาดูละห้อยยิ่งกว่าเมียรักถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา

ยัยผู้หญิงคนนี้มันเป็นปีศาจร้ายในคราบของสาวสวยชัดๆ!

 

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่ม หญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากรถ ก็หิวจนตาลาย เพราะเธอต้องเสียเวลาบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถติดอยู่นานสองนาน แถมวันนี้ยังไม่ได้เจอคุณหมอรูปหล่อเสียอีก ทว่าโชคยังดีถึงแม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม สิตางศุ์ไหวไหล่เมื่อก้มมองดูซองใส่ปืนในมือ อันที่จริงก็อดสงสารหนุ่มหน้าเข้มคนนั้นอยู่ไม่น้อย แต่ใครใช้ให้เขามายุ่งกับเธอก่อนเล่า ลูกสาวนักแม่นปืนอย่างเธอก็เลยจัดคอร์สพิเศษสั่งสอนไปพอเป็นพิธี

ยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่ได้พักหนึ่งก็ต้องยอมแพ้ให้กับเสียงท้องที่ร้องประท้วงอยู่ ลำพังเธอยังหิวขนาดนี้ แล้วเจ้าหมาน้อยเพื่อนยากจะหิ้วท้องรอเธอขนาดไหน สิตางศุ์ไม่รอช้าเรียกหาเจ้าใบ้ลั่นบ้าน

“ใบ้ อยู่ไหนน่ะลูก ออกมากินข้าวได้แล้ว” เธอตะโกนเรียกรอบๆ บ้าน แต่ก็พบแค่เพียงว่างเปล่า คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เมื่อนึกไปว่าเจ้าตัวเล็กคงจะแอบหนีไปเที่ยวกลางคืนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

“ใบ้ ถ้าแกยังไม่กลับเข้าบ้านอีก งั้นคืนนี้ก็นอนนอกบ้านเลยแล้วกัน ฉันจะเข้าบ้านแล้วนะ” หญิงสาวตะโกนออกไปอีกครั้ง ขณะเอื้อมมือไปไขกุญแจบ้าน

แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจ เมื่อรูกุญแจประตูหลังบ้านมีรอยเหมือนกับถูกของมีคมพยายามงัดมันออก แต่งัดไม่ได้เลยยังคงล็อกอยู่ เห็นดังนั้นสิตางศุ์จึงรีบเปิดซองบาเร็ตต้าที่เพิ่งได้มาใหม่เพื่อใช้งาน เพราะปืนของเธอเก็บเอาไว้ในอยู่ในรถ แม้จะจับไม่ค่อยถนัดมือเหมือนปืนของตัวเอง แต่หญิงสาวก็มีทักษะพอที่จะใช้งานมันได้ดีไม่น้อยกว่าPARA Hawg 9 เลยแม้แต่น้อย

สิตางศุ์ใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น แม้จะเคยยิงปืนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่เคยเอามาใช้ในสถานการณ์จริงเช่นนี้สักครั้ง คิดจะโทร.หา 191 อยู่เช่นกัน แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าบ้านจะถูกงัดจริงรึเปล่า ดังนั้นเธอจึงเก็บความคิดนี้เอาไว้ก่อน รอให้แน่ใจแล้วค่อยโทร.

หญิงสาวเดินอ้อมมายังหลังบ้าน ค่อยๆ ลงฝีเท้าอย่างเงียบกริบ รู้สึกวันนี้มันเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระทึกอยู่ในอก พลางนึกเป็นห่วงเจ้าใบ้ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นไร ภาวนาไม่ให้มันถูกทำร้ายเท่านั้นพอ

แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างห้องครัวที่ถูกเปิดอ้าอยู่ หญิงสาวกระชับปืนในมือที่เริ่มสั่นขึ้นมา ก่อนจะโยนตัวเองเข้าไปในหน้าต่างบานนั้นท่ามกลางความเงียบสงัดอันมีเพียงแสงรำไรจากด้านนอกสาดส่องเข้ามา ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น เธอก็หมอบต่ำลง จึงทำให้เห็นรอยรองเท้าเปื้อนดินที่เลอะไปทั้งห้องครัว

สิตางศุ์ใจหายวาบ รู้ได้ในทันทีว่ามีโจรขึ้นบ้านเธอแน่นอน โทรศัพท์ที่กดเบอร์ฉุกเฉินเอาไว้แล้วในมืออีกข้างหนึ่ง ถูกโทร.ออกในทันใด

“191 สวัสดีครับ”

“คุณตำรวจคะ รีบมาด่วนเลยนะคะ บ้านฉันถูกขโมยขึ้น” หญิงสาวพูดเสียงเบา ทว่าสั่นระริกด้วยกลัวว่าไอ้พวกหัวขโมยมันจะได้ยินไปเสียก่อน

“ใจเย็นๆ ครับตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

“ฉันอยู่ที่...” พูดได้เท่านี้ก็ต้องรีบหยุด เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของแขกไม่ได้รับเชิญกำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสอง ตรงมายังห้องครัวที่เธอหลบอยู่ตอนนี้

ฮัลโหลๆ! ยังอยู่รึเปล่าครับคุณ

สิตางศุ์กัดฟันแน่น อยากจะบอกใจแทบขาดว่าบ้านอยู่แถวไหน แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ เพราะตอนนี้เธอต้องรีบออกไปจากห้องครัวนี้ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เสียงของคุณตำรวจยังคงลอดผ่านโทรศัพท์ที่กำแน่นอยู่ แม้จะมีปืนในมือก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเธอรู้ดีว่าลำพังเธอคนเดียวคงไม่สามารถจัดการกับขโมยที่ไม่รู้ทั้งจำนวนและอาวุธได้

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทำเอาเจ้าของบ้านตัวจริงรีบกุลีกุจอปีนออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิต แต่กลับช้ากว่าไอ้พวกขโมยที่รีบกวาดข้าวของเตรียมตัวหนีตั้งแต่ได้ยินเสียงรถของเธอขับเข้ามา

“อ้าวเฮ้ย ซวยแล้ว!” เสียงแหบที่ดังขึ้นอย่างตกใจเบื้องหลัง ทำเอาเลือดในกายของสิตางศุ์เย็นเฉียบ

“หรือมันจะเป็นเจ้าของบ้านวะพี่ห้าว สงสัยจะเป็นอีนี่แน่ ที่ตะโกนโหวกเหวกเมื่อกี้นี้” อีกคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความสงสัย

“ถ้าเป็นเจ้าของบ้านก็ดีกูจะได้รวบทั้งคนทั้งของ เฮ้ย อีนั่นน่ะ ค่อยๆ หันมาช้าๆ ถ้ามึงตุกติกกูยิงปอดทะลุแน่!” คนที่ถูกเรียกว่าห้าวกระชากเสียงใส่ ขณะจ่อปืนเล็งไปยังด้านหลังของหญิงสาว

สิตางศุ์กัดฟันแน่นด้วยความกลัว พลางกระชับปืนในมือให้พร้อมเหนี่ยวไก อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นเธอก็จะกระโดดออกไปจากหน้าต่างได้แล้ว ไม่น่าทำใจกล้าเข้ามาดูลาดเลาก่อนเลยให้ตาย!

หญิงสาวค่อยๆ หันตัวไปช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย เหวี่ยงปืนในมือมาจ่ออยู่หน้าชายร่างบึกบึนอายุอานามน่าจะไม่เกินยี่สิบดี ขณะถือปืนเล็งมายังเธอเช่นกัน

“อ้าวเฮ้ย! พี่ห้าว อีนี่แม่งมีปืนด้วย!” อีกคนที่สะพายกระเป๋าเดินทางอยู่ถึงกับผงะ เบี่ยงตัวเข้าไปหลบหลังลูกพี่เป็นพัลวัน

“ฉะ ฉันจะไม่ยิงแก ถ้าแกทิ้งของของฉันเอาไว้แล้วก็ออกไปตอนนี้” สิตางศุ์เสียงสั่น เล็งปืนไปยังชายที่ชื่อห้าวด้วยความกลัวจับใจ

“มีปืนด้วยเหรอวะ นึกเหรอว่ากูจะกลัว มึงยิง กูยิง เอาสิ แล้วดูว่าใครมันจะเร็วกว่ากัน” ห้าวหรี่ตามองหญิงสาวที่ตัวสั่นงันงกอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ถ้าฉันยิงแกตอนนี้ ยังไงฉันก็ไม่ผิด ฉะนั้นอย่ามาบีบฉันให้ยิง ไม่งั้นแกได้ตายสมใจแน่!

“โถ อีงก มึงอย่ามาขู่พวกกูซะให้ยาก! พวกกูมีสองคน มึงแค่ตัวคนเดียวจะเอาอะไรมาสู้วะ ของบ้านมึงก็ออกจะเยอะแยะแบ่งกันใช้บ้างจะเป็นไรไป ไป! ไอ้จิ๊บ มึงรีบออกไป ไม่ต้องกลัวอีนี่ ปืนปลอมทั้งนั้น!” พูดพลางดุนหลังลูกน้องให้นำหน้าไปก่อน

“อย่าขยับนะ ไม่งั้นฉันยิงจริงๆ พอเสียงปืนดัง คนก็จะรู้กันหมดว่าบ้านฉันมีเรื่อง เขาก็จะแห่กันมาดู แล้วพวกแกก็จะไม่รอด แถมหมู่บ้านทิพย์วิมานที่ฉันอยู่ตอนนี้ก็อยู่ห่างจากสถานีตำรวจไม่กี่นาที พวกแกได้ตายก่อนจะออกไปจากบ้านฉันแน่รับรอง!” สิตางศุ์พยายามบอกข้อมูลทุกอย่างที่พอจะพูดได้ให้ปลายสายได้ยิน เธอรู้ดีว่าทางตำรวจยังคงฟังการสนทนาอยู่ไม่ผิดแน่

“อีนี่แม่งพูดมากว่ะ เดี๋ยวก็จับทำเมียซะหรอก” ห้าวพูดขึ้นมาอย่างรำคาญ พลางหันไปมองลูกน้องที่ยืนขาสั่นอยู่ “ไอ้ห่านี่ก็ไปสิวะ กูบอกไม่ได้ยินรึไง!

“พี่ก็ไปก่อนสิ ถ้าเกิดมันยิงผมไส้แตกทำไง” จิ๊บพูดพลางส่ายหัวพรืด ไม่ยอมเดินผ่านหญิงสาวที่ยืนถือปืนมือสั่นท่าเดียว

“โอ๊ย ไอ้ปอดแหก! มึงคิดว่าปืนของอีนี่มันเป็นของจริงรึไง มันก็เอาของปลอมมาขู่เราทั้งนั้น ไปเร็ว!” ห้าวไม่ฟังอะไรทั้งนั้น กระชากคอเสื้อลูกน้องเดินผ่านหญิงสาวไปอย่างไม่หวั่นเกรง

ปัง!

สิตางศุ์ที่ตอนนี้เริ่มทำอะไรไม่ถูก เหนี่ยวไกออกไปหนึ่งนัด ส่งผลให้ร่างสองร่างที่กำลังจะเดินผ่านหน้าเธอไปกระโดดขึ้นมาจากพื้นแทบไม่ทัน หญิงสาวเลือกเล็งไปยังพื้นบ้านเพราะไม่อยากทำร้ายใคร มันจึงเป็นผลบุญอันน้อยนิดของโจรทั้งสองที่ดวงยังไม่ถึงฆาต

“หะ เห็นมั้ย ถ้าพวกแกยังยืนยันคำเดิม คราวหน้าฉันจะยิงแกให้สมองทะลักเลย!” พยายามทำใจดีสู้เสือ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มออกอาการกลัวให้เห็น

“มึงคิดว่ามีปืนอยู่คนเดียวรึไงฮะ อีแก่!” ห้าวตวาดขึ้น พร้อมกับเล็งปืนไปยังร่างของหญิงสาวที่ยังคงเล็งปืนมายังเขาเช่นกัน

“หุบปากไปเลย แกว่าใครแก่ยะ! แล้วแกนึกว่าฉันยิงไม่เป็นรึยังไง!” เมื่อเลือดขึ้นหน้า สิตางศุ์ ราชโยธิน ที่เหลืออดก็เริ่มเห็นโจรตัวเท่าหมาไปแล้ว

ด่าฉันแก่เหรอ!

เมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรเจ้าของบ้านได้นอกจากเล็งปืนใส่กันเพื่อไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ ห้าวจึงหันไปสั่งลูกน้องเสียงเข้ม

"ไอ้จิ๊บ มึงไปแย่งปืนจากอีนี่มาเร็วเข้า!

“ไม่เอาอะ ผมกลัว” จิ๊บยังยืนยันคำเดิม มือไม้สั่นไปหมด ก็ครั้งก่อนๆ ที่ออกตระเวนปล้นบ้านกับลูกพี่นั้น ไม่เคยถูกปืนจ่อหัวอยู่อย่างนี้สักครั้ง

ซวยฉิบหาย!

“ถ้าพวกแกขยับตัว ฉันยิงสมองไหลแน่ อยู่นิ่งๆ!” สิตางศุ์ตวาดกลับ ตอนนี้ความโกรธมาพุ่งขึ้นนำความกลัวไปเสียแล้ว และในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ต้องเล็งปืนใส่กันอยู่อย่างนี้ ก็เล็งไปจนกว่าตำรวจจะมาก็แล้วกัน!

ห้าวได้แต่กัดฟันกรอด จะขยับตัวไปไหนก็ไม่ได้หวังจะพึ่งลูกน้องที่มาด้วยกัน ไอ้นั่นก็ดันกลัวหัวหด แถมเสียงปืนที่ดังขึ้นเมื่อครู่นี้ ก็คงดังพอจะเรียกคนทั้งหมู่บ้านให้มามุงดูได้ไม่ยาก สมองโจรอย่างห้าวครุ่นคิดอย่างหนัก จนในที่สุดก็หาทางรอดให้ตัวเองได้

มันถีบลูกน้องหนุ่มเต็มแรงจนกระเด็นออกมาข้างหน้าเพื่อดึงความสนใจของหญิงสาว ช่วงชิงจังหวะที่สิตางศุ์สะดุ้งหันปืนไปยังลูกน้องผู้โชคร้าย ก่อนจะกระโดดเข้าไปเตะปืนในมือของเธอออก พร้อมกับจ่อปืนของตัวเองไปยังหัวของเจ้าของบ้านอย่างสะใจ

“เป็นยังไงละอีแก่ มึงจะแน่สักแค่ไหนกันวะ!” ห้าวตะคอกใส่สิตางศุ์ที่ยืนหน้าซีดทำอะไรไม่ถูก เมื่ออาวุธชิ้นเดียวถูกเตะกระเด็นไปไกล

“ไปหาอะไรมามัดอีนี่ไว้เร็วไอ้จิ๊บ มัวแต่ชักช้าจะอยู่รอให้พ่อมึงมาลากเข้าคุกรึยังไง!” จิ๊บได้ยินดังนั้นก็วางกระเป๋าที่กวาดของมีค่าในบ้านของหญิงสาวลงจากบ่า กุลีกุจอหาเชือกเพื่อจะเอามามัดเธอให้สิ้นฤทธิ์

“แกจะต้องตกนรกหมกไหม้! ชาติหน้าถ้าได้เกิดก็ต้องเกิดเป็นแค่พยาธิไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากลักกินขโมยกินเขาไปวันๆ! ไม่มีวันเจริญ! คนอย่างแกมันเป็นไอ้พวกกินข้าวให้แก่! มีหัวไว้คั่นหู! ขนาดขอทานยังมีประ...”

“มึงจะหุบปากได้รึยังวะ” ไม่ต้องรอให้หญิงสาวด่าจนจบ ห้าวก็ดันปืนเข้าไปแตะที่หน้าผากของเธอเบาๆ เพราะรำคาญเสียงแว้ดๆ เหลือจะทนแล้ว

สิตางศุ์ทั้งโกรธทั้งกลัว อุตส่าห์พลิกสถานการณ์เพื่อประวิงเวลาได้แล้ว เธอกลับต้องมาเสียท่าให้ไอ้พวกโจรชั่วอย่างไม่น่าให้อภัย สาบานว่าถ้ารอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้ เธอจะเดินสายเรียนศิลปะป้องกันตัวให้เก่งเชียว

แล้วอย่าให้ได้เจอกันอีกเป็นครั้งที่สองนะ แม่จะเลาะฟันออกมาทั้งยวงเลยคอยดู!

“ไม่! ไอ้พวกคนเลวอย่างแกมันตะ...”

เพี๊ยะ!

เสียงปืนกระทบกับใบหน้าดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงร้องโอ๊ยของหญิงสาว เมื่อถูกปืนของห้าวตบเข้าที่โหนกแก้มจนหน้าหัน ความชาที่ลามไปทั้งหน้ากำลังเลือนหายกลายเป็นความปวดหนึบเข้ามาแทนที่ จากที่เคยเห็นโจรตัวเท่าหมาไปแล้วเมื่อสักครู่ ตอนนี้มันได้ลดขนาดเป็นตัวเท่าอะมีบาไปแล้ว...

“มึงหยุดพล่ามสักทีได้มั้ยอีบ้า กูจะเป็นประสาท!” ห้าวตวาดกลับ รำคาญทั้งเสียงแว้ดๆ ของยัยเจ้าของบ้านปากมาก รำคาญทั้งลูกน้องไร้น้ำยา ที่จนป่านนี้มันก็ยังไม่ได้เชือกมาแม้แต่เส้นเดียว

“แกกล้าตบหน้าฉันเหรอ!” หญิงสาวกัดฟันกรอด ไม่สนใจแล้วว่ากำลังถูกปืนจ่ออยู่ที่หัว เธอพุ่งตัวเข้าใส่ไอ้โจรดวงซวยอย่างไม่คิดชีวิต ทั้งตบ ทั้งเตะ ทั้งต่อย จนไอ้ห้าวที่ไม่ทันได้ระวังตัวไถลไปชนเข้ากับเคาน์เตอร์ ปืนที่อยู่ในมือแทบไร้ประโยชน์ เพราะไม่มีช่องให้มันได้ยกขึ้นใช้งานเลยแม้แต่วินาทีเดียว

จิ๊บที่ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบวิ่งออกมาดู เมื่อเห็นลูกพี่โดนเจ้าของบ้านทำร้ายอยู่ ก็ปรี่เข้าไปกระชากตัวเธอออกมาด้วยความตกใจ

“เฮ้ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยลูกพี่กู!

แต่สิตางศุ์ที่กำลังเลือดขึ้นหน้าไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น พอรู้สึกว่ามีคนมาจับแขนเพื่อดึงตัวเธอออกจากด้านหลัง ก็ศอกกลับออกไปเต็มแรง จนจิ๊บหน้าหงายเลือดกำเดาไหลเปรอะเปื้อนเต็มหน้า

“แกตายแน่ ไอ้เลว!” หญิงสาวตวาดลั่น กระหน่ำทั้งมือทั้งเท้าไปยำไอ้ห้าวไม่ยั้ง

และในนาทีนั้นเอง เสียงผู้คนมากมายก็ดังขึ้น ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพังประตูหน้าบ้านเข้ามา ตามข้อมูลที่หญิงสาวทิ้งไว้และเบาะแสเสียงปืนจากเพื่อนบ้าน

“หยุด! ยกมือขึ้น ไม่งั้นเจอยิง” เสียงทุ้มๆ ที่ฟังดูคุ้นหูเสียเหลือเกินดังขึ้นเบื้องหลัง ตำรวจที่บุกเข้ามาต่างกรูกันไปรวบตัวโจรทั้งสองที่ยอมแพ้ราบคาบ แถมยังทำท่าเหมือนกับจะร้องไห้ โดยมีสาวเจ้าของบ้านยืนหอบฮักอยู่ข้างๆ

“อ้าว คุณตัง!” นพเก้าเอ่ยทักอย่างแปลกใจ แต่ช้ากว่าเพื่อนรักของเขาที่ปราดเข้าไปหาเธอก่อน

“คุณเป็นยังไงบ้างครับ” คชินทร์ถามอย่างร้อนรน ตั้งแต่ได้ยินเสียงปืนที่บ้านของเธอ เขาก็รีบโทร.เรียกนพเก้าให้มาที่นี่ด่วน โชคดีที่เพื่อนของเขาอยู่แถวนี้พอดี จึงสามารถนำกำลังตำรวจที่ได้รับแจ้งมาช่วยไว้ทัน

“หมอชิน!” สิตางศุ์ดีใจจนน้ำตาคลอเมื่อเห็นร่างสูงๆ ของคชินทร์เดินฝ่าตำรวจเข้ามาหา หญิงสาวรีบโผไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ ไม่สนใจสายตาใครทั้งนั้น ขณะละล่ำละลักพูดออกมา

“ตังกลัวจังเลยค่ะหมอชิน ไม่รู้ว่าพวกมันงัดเข้ามาในบ้านตอนไหน กลับมาอีกทีก็ถูกพวกมันเข้ามาทำร้ายแล้ว ดูหน้าตังสิคะ" หญิงสาวสั่นเทาไปทั้งร่าง ขณะซุกตัวอยู่ในอกอุ่นๆ ของคุณหมอหนุ่ม ก่อนจะยื่นใบหน้าที่มีรอยช้ำเนื่องจากโดนปืนฟาดให้เขาดู

นพเก้าที่ยืนฟังอยู่ถึงกับต้องเบิ่งตามองหญิงสาวและพวกโจรดวงซวยสลับกันไปมาอีกครั้ง เมื่อดูจากสภาพของเธอที่มีรอยเขียวช้ำเพียงแค่แก้ม กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ปูดบวมไปทั้งหน้า เลือดกำเดาไหลไม่หยุด ไม่ต้องให้เดาว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่ได้เปรียบ

โถ...แม่คุณ โดนโจรทำร้ายจนน้ำตาคลอเบ้า น่าสงสารจริงๆ

มือใหญ่ของคชินทร์ค่อยๆ ไล้ไปยังแก้มใสที่แดงช้ำด้วยความโกรธ นึกโทษตัวเองว่า ปล่อยปละละเลยเธอเกินไปจนเกิดเรื่อง ถ้าหากว่าเธอเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองไปอีกนาน

“เจ็บมากมั้ยครับ ผมขอโทษที่มาช่วยคุณช้าไป” ชายหนุ่มปลอบให้คนที่สั่นอยู่ในอ้อมแขนได้รู้สึกดีขึ้นบ้าง

สิตางศุ์พยักหน้ารับทั้งน้ำตา ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นนายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อตอนกลางวัน ยืนส่ายหัวอยู่เบื้องหลังของคชินทร์ ท่าทางอิดหนาระอาใจเหลือจะทน

“อ้าวคุณนพ มาได้ยังไงคะ?” หญิงสาวปาดน้ำตาออก ผละออกจากอกอุ่นๆ ของคชินทร์อย่างแสนเสียดาย

“คุณรู้จักกับไอ้นพด้วยเหรอครับ?” คชินทร์ขมวดคิ้ว มองหน้าเพื่อนรักและสาวสวยไปมาด้วยความแปลกใจ

“ก็เพิ่งรู้จักวันนี้แหละค่ะ พอดีตัง...”

“เอ้อ ไอ้ชินเรื่องนั้นช่างมันเถอะว่ะ อย่าไปสนเลยว่าฉันกับคุณตังจะรู้จักกันยังไง ตอนนี้สนแต่ไอ้โจรสองคนนั่นดีกว่า เพราะลูกน้องฉันบอกว่า ไอ้พวกนี้เป็นพวกหัวขโมยที่ทางตำรวจต้องการตัวอยู่พอดี สงสัยงานนี้คงต้องขอบคุณคุณตังที่ทำให้ทางตำรวจได้ตัวสองคนนี้มาจนได้” นพเก้ารีบเลี่ยงไปเรื่องอื่น ไม่อยากให้ใครรู้ว่า เขาได้เพลี่ยงพล้ำการดวลปืน จนต้องเสียบาเร็ตต้าสุดรักให้แก่เธอไป

“คุณนพเป็นตำรวจเหรอคะ?” สิตางศุ์ถามเสียงเรียบ แต่เก็บรอยขบขันในสายตาไว้ไม่มิด เมื่อรู้ว่าคนที่เธอเพิ่งชนะมาเป็นถึงนายตำรวจใหญ่

“ครับ ไอ้นพมันหนีไปเรียนโรงเรียนนายร้อยตั้งแต่ม.ปลาย เลยเป็นตำรวจอย่างที่เห็น” คชินทร์ตอบแทนเพื่อนที่ทำหน้าปูเลี่ยนอยู่

“ผู้กองครับ” ตำรวจในเครื่องแบบนายหนึ่ง เดินเข้ามาเรียกนพเก้าพร้อมกับปืนของกลางในมือ

“มีอะไรครับจ่า” แม้ยศของนพเก้าจะสูงกว่า แต่เขาก็ให้ความเคารพนายตำรวจชั้นประทวนที่อายุมากกว่าเขาหลายรอบด้วยหางเสียง

“ปืนที่ไอ้สองตัวนั่นใช้เป็นปืนปลอม จะให้ผมเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยรึเปล่า”

สิตางศุ์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับกัดฟันกรอด อารมณ์โมโหพลุ่งพล่านยิ่งกว่าลาวาปะทุ เมื่อถูกลูบคมด้วยปืนปลอม เธอเดินฝ่าตำรวจไปยังไอ้ห้าวและไอ้จิ๊บที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่หน้าตายับเยิน ก่อนจะแหวแว้ดออกมา

“นี่พวกแกกล้าใช้ปืนชั้นต่ำมาตบหน้าสวยๆ ของฉันงั้นเหรอ!” สิตางศุ์ไม่พูดเปล่า ยกขาไปเตะผ่าหมากไอ้ห้าวที่ยืนกลัวตัวสั่นอยู่ จนมันร้องโอดโอยหน้าเขียว ล้มลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น

“โอ๊ย อีบ้า! มึงจะทำลายเผ่าพันธุ์กูเลยรึยังไง ไม่ไหวแล้วครับคุณตำรวจ ช่วยจับผมไปที ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีอีนี่อยู่ด้วย ผู้หญิงอะไรวะ ทำร้ายได้แม้กระทั่งโจร!” ไอ้ห้าวโพล่งออกมาอย่างสุดทน อีกฝ่ายที่ถูกว่าให้ก็ชักสีหน้า เดินเข้าไปหมายจะเอาคืนอีกสักทีสองที

“ใจเย็นๆ ครับคุณตัง!” คชินทร์ปรี่มาห้ามเสียงหลง นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะมีลูกบ้าถึงขนาดนี้

พอได้ยินเสียงนุ่มๆ ของคุณหมอรูปหล่อ สิตางศุ์ก็อ่อนลงทันใด รีบสลัดภาพนางมารออก พร้อมหันมาฉีกยิ้มกลบเกลื่อน

“ขอโทษนะคะหมอชิน ตังฟิวส์ขาดไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ แต่ปล่อยให้พวกนั้นได้รับผลกรรมตามกฏหมายเถอะครับ เราอย่าไปยุ่งอีกเลย”

“ก็ได้ค่ะ ตังเชื่อหมอชิน” พูดพลางยิ้มให้ ขณะสายตาก็เหลือบไปเห็นบาเร็ตต้าที่ถูกเตะกระเด็นโผล่ออกมาจากใต้ซิงค์น้ำ เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงรีบเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาเช็ดถูอย่างเป็นห่วง

นพเก้าที่มองอยู่ถึงกับเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เมื่อเห็นบาเร็ตต้าลูกรักอยู่ในมือของสาวสวยวิญญาณปีศาจ นายตำรวจหนุ่มได้แต่มองตาละห้อย อยากได้คืนตัวสั่นตัวคลอน

“ปืนกู...” พลางเปรยออกมาเบาๆ อย่างสุดแสนเสียดาย จนเพื่อนรักที่ยืนอยู่ใกล้ต้องเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ปืนไหนกันไอ้นพ?” คชินทร์พูดพลางมองเพื่อนซี้ที่ยังคงมองปืนในมือหญิงสาวตาปริบๆ

“เปล่า ไม่มีอะไร แกจะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะ เพราะเดี๋ยวฉันจะต้องพาไอ้พวกนี้ไปโรงพักอยู่” นพเก้าปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะหันไปสั่งงานลูกน้องเสียงเข้ม

คชินทร์ขมวดคิ้วมองเพื่อนอย่างไม่ค่อยเข้าใจ ก่อนจะเลิกใส่ใจ หันไปหาหญิงสาวที่ลูบคลำปืนสีดำมะเมื่อมแทน

“คุณตังมีปืนด้วยเหรอครับ?”

“ค่ะ ตังเอาไว้ป้องกันตัว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะโดนปืนปลอมสวมรอยทำร้ายให้” พูดแล้วก็แค้นไม่หาย ถ้าหากว่าหน้าเธอเสียโฉมไปเพราะปืนชั้นต่ำนั่น เธอจะตามราวีให้ถึงที่สุดเลยคอยดู!

“คุณนี่มีอะไรที่เกินความคาดหมายเยอะนะครับ” คชินทร์ยิ้มมุมปาก “ดูคุณไม่เหมือนกับพวกชอบเล่นปืนผาหน้าไม้เลย”

“หมอชินเคยได้ยินคนชื่อนี้มั้ยคะ โสภณ ราชโยธิน” สิตางศุ์เอียงคอมองหน้าคุณหมออย่างลุ้นๆ

“ไม่รู้สิครับ ว่าแต่เขาเป็นใครกัน”

“แชมป์แม่นปืนของประเทศไทยสี่สมัยซ้อน แถมยังได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์อีกตั้งหลายเหรียญ” ประโยคนี้นพเก้าเป็นคนพูดขึ้นเอง เพราะเขาก็ชื่นชอบนักแม่นปืนผู้นี้อยู่มาก

“ใช่ค่ะ ผู้ชายคนนี้แหละ” หญิงสาวอมยิ้ม เมื่อเห็นใบหน้างุนงงของคชินทร์

“โอ๊ะ อย่าบอกนะว่า...” นพเก้าที่เริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ถึงกับหน้าเผือด

“เขาเป็นพ่อฉันเอง” ได้ยินดังนั้นนพเก้าก็แทบจะเอาหัวโขกกับพื้นให้ตายเสียรู้แล้วรู้รอด ถ้าหากเขารู้สักนิดว่าเธอผู้นี้เป็นลูกของคุณโสภณ ราชโยธิน เขาจะไม่มีวันรับคำท้าดวลปืนกับเธอแน่นอน

กูว่าแล้ว...

“อืม...ผมพอเข้าใจแล้วครับ” คชินทร์พยักหน้ารับ

“ว่าแต่หมอชินเห็นใบ้รึเปล่าคะ ตั้งแต่มาถึงตังยังไม่เห็นมันเลย หรือว่าไอ้สองคนนั่นมันจะฆ่าหมาตังไปแล้ว” สิตางศุ์ที่เพิ่งนึกถึงเจ้าหมาน้อยขึ้นได้ ลุกลี้ลุกลนจนอีกฝ่ายต้องปลอบ

“มันยังไม่ตายหรอกครับ แค่โดนยานอนหลับ ผมเจอมันนอนอยู่ข้างรั้วอีกด้านนึง สงสัยว่าตอนเข้ามาคุณตังคงยังไม่สังเกตเห็น” ชายหนุ่มรีบบอก เพราะกลัวใจหญิงสาวจะปรี่ไปเตะผ่าหมากโจรสองคนนั่นอีกครั้ง “แต่ผมอุ้มมันไปไว้ที่บ้านแล้ว”

“บ้านหมอเหรอคะ?” หญิงสาวเลิกคิ้วสูง

“ครับ” คชินทร์รับคำ ก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา “ผมว่า วันนี้คุณไปอยู่บ้านผมก่อนดีกว่ามั้ยครับ เพราะบ้านคุณเละเทะไปหมด แถมประตูก็พังตอนตำรวจบุกมา ถ้าคุณไม่ตะขิดตะขวงใจ ผมก็ยินดี”

สิตางศุ์ที่ฟังอยู่ถึงกับกะพริบตาปริบๆ นี่หมอชินกำลังชวนเธอไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกันหรือนี่!

หนุ่มหน้าเข้มหรี่ตามองอีกฝ่ายที่ยังคงนิ่งอยู่ ที่เขาเอ่ยปากเพราะเป็นห่วงจากใจจริง แม้จะกลัวคนอื่นมองว่าไม่ดีก็ตาม แต่ก็ไม่อยากเห็นเธอถูกทำร้ายอีก เพียงแค่ใบหน้างามมีรอยเขียวช้ำจากฝีมือโจรชั่ว อารมณ์ของเขาก็เสียจนอยากจะเข้าไปประเคนหมัดเข้าใส่คนทำให้หายแค้น แต่พอเห็นสภาพโจรทั้งสองแล้วก็ต้องปลงตก ไม่อยากจะซ้ำเติมคนเจ็บอีกรอบ ได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมายต่อไป

ทางฝ่ายนพเก้าที่ยืนฟังอยู่ถึงกับแอบส่ายหน้าออกมาด้วยความสงสารเพื่อน สงสัยว่าไอ้ชินคงจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่ไม่โดนฤทธิ์นางมารของแม่สาวคนนี้เล่นงาน

กูอนุโมทนาสาธุให้มึงก็แล้วกัน ไอ้ชินเอ๊ย

“ถ้าอย่างนั้นตังคงต้องรบกวนหมอก่อนสักวันสองวันแล้วละค่ะ เพราะต้องรอจนกว่าทุกอย่างจะซ่อมเสร็จ หมอชินไม่มีปัญหาแน่นะคะ” พูดพลางกลั้นยิ้มเอาไว้ เดี๋ยวเขาจะรู้ตัวว่า เธอดีใจแค่ไหน

“ไม่มีปัญหาครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมรอ คุณตังรีบไปเก็บของก่อนเถอะ” คชินทร์ยิ้มรับ รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ด้วยเหตุที่เขาสามารถดูแลเธอได้ใกล้ชิดกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

“งั้นรอตังแป๊บนะคะ” ว่าแล้วคนที่เพิ่งถูกปืนตบหน้า ก็เดินขึ้นไปเก็บของด้วยความปลื้มปีติในใจ ลืมความโกรธเคืองและความเจ็บบนหน้าไปสิ้น ไอ้เรื่องจะมีคนมองไม่ดีน่ะกลัวที่ไหน กลัวแต่จะพลาดโอกาสทองในการใกล้ชิดคุณหมอผู้นี้เสียมากกว่า ส่วนเรื่องบ้านที่เพิ่งถูกปล้นไปมันแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว ประกันจ่ายให้ไม่อั้นอยู่แล้ว แถมไอ้โจรกระจอกงอกง่อยพวกนั้นก็ยังถูกจับเข้าซังเตไปหมดแล้ว แล้วจะมีเรื่องอะไรให้เธอกังวลใจไปกว่าเรื่องของหมอชินอีกเล่า? คิดแล้วก็อดยิ้มออกมาอย่างเบิกบานไม่ได้

คุณโจรขา ช่างมาขึ้นบ้านได้ถูกเวลาสุดๆ ดิฉันขอขอบพระคุณจริงๆ ค่ะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #849 akkanee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 10:12
    นพผู้น่าสงสาร เพื่อนของหมอชินใช่ไหมคะเนี่ย
    โถๆ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับนางเอกของเรา
    #849
    0
  2. #619 กวาง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:43
    คุณนพคะลองของร่ะไม่สำเร็จหรอก เพราะว่าถ้าตังง่ายคงไปก่อนเจอหมอชินแล้วค่ะ

    แล้วตังก็ผู้หญิงของเพื่อนคุณนะคะ ถึงแม้หมอชินจะยังไม่ได้บอกก็เถอะ

    แล้วใครบอกคุณนพคะว่าตังให้ท่า เพราะว่าท่าเรือของตังตอนนี้หมอชินจอดแล้วค่ะ
    #619
    0
  3. #482 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 18:37
    ตังแสบได้ใจอ่ะ 55+
    #482
    0
  4. #413 ดารานิล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 / 12:09
    เข้ามาแก้ไขเนื้อหาในตอนนี้นิดนึงนะคะ
    #413
    0
  5. #374 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 16:28
    โอ้ว.. นายนพผู้น่าสงสาร ๕๕
    #374
    0
  6. #315 ~_~ กระเบื้องสีฟ้า~_~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2554 / 00:14
     เพิ่งเข้ามาอ่าน อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว เดาเลยว่า หมอชินต้องไปทำอะไรสักอย่างนีแน่ๆ ที่มันร้ายแรงจนต้องให้นีกับลูกต้องอยู่แค่สองคน อาจเป็นต้นเหตุทำให้พ่อของเด็กจากไปก็ได้
    #315
    0
  7. #271 prawpraw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 20:51

    นางเป็นใคร! เค้าหึงนะหมอชิน 555555

    #271
    0
  8. #254 GR*A*CE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 15:29
    สงสารหนุ่มตำรวจเสียปืนให้ตังเลย
    แล้วนี้คือใครอะ ทำไมหมอชินต้องเสียใจด้วย
    #254
    0
  9. #208 หมอกกลางภู (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 15:16
     แอบเห็นใจคุณตำรวจที่โดนยัยตังค์หลอกชิงปืนรักไปสำเร็จ หุหุ
    #208
    0
  10. #134 pppp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 15:21
    ใครรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    #134
    0
  11. #133 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 11:04
    สงสัยเหมือนคนอื่น ยัยญานี เป็นใคร ไรเตอร์รีบมาต่อด่วนเลยนะ ค้างงงงงงงงง
    #133
    0
  12. #132 suket (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 23:56
    ญานีโผล่มาแล้ว...แต่she เป็นใครอ่ะ อืม...เดานะ เดาว่าหมอชินคงไปทำอะไรไว้กับครอบครัวของนีเพราะดูหมอชินรู้สึกผิดอะไรบางอย่าง ก็เลยต้องมาดูแลคนที่ชื่อนี อันนี้เดาจริงๆ (ผิดแล้วจะหน้าแตกมั๊ยเนี่ย เดาซ่ะเยอะ) รอไรท์เตอร์มาเฉลยดีกว่าว่านีเป็นใคร
    #132
    0
  13. #131 white glass (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 23:33
    สนุกมากค่ะ..อ่านแล้วทั้งขำทั้่งน่ารัก..
    #131
    0
  14. #130 Naiad['s] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 19:45

    คุณนีเกียวข้องกับหมอชินยังไงค่ะ?

    สงสัยจัง???

    #130
    0
  15. #129 penggggg (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 17:47
    สนุกมากเลยค่ะ...อ่านรวดเดียวจบเลย

    #129
    0
  16. #128 brigitte-pat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 13:41


    ญานีคนนี้ She เป็นใครค้าาาาา อยากรู้มาก ๆ ๆ เดี๋ยวตังให้ยัยตังออกตามหาความจริงนะคะไรเตอร์

      


    #128
    0
  17. #127 นางสาวแสนดี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 10:24
    สงสัยมากๆๆ ญานีหล่อนเป็นใครยะ??
    #127
    0
  18. #126 ดารานิล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2554 / 02:50

    สวัสดีค่ะ ตอนนี้กว่าจะเข็นออกมาได้ มึนสวดยอด 555+
    อันที่จริงตอนนี้ยาวมากแต่แบ่งลงทีละครึ่งนะคะ วันนี้ก็จัดครึ่งแรกไปก่อน
    ถ้าใครเห็นคำผิดคำตกหรือพิมพ์เกิน และอะไรอีกมากมาย
    ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วยนะคะ แล้วจะกลับไปเช็คตอนรีไรท์อีกครั้ง


    ฝากอีกเรื่องนึง ตอนนี้เปลี่ยนแฟนเพจใหม่นะคะ
    พอดีอันเก่ามันมีเหตุนิดหน่อย (เป็นความโง่ของคนทำเอง เอิ๊กกก)
    ถ้ายังไงก็ไปกด like ที่เพจ ใหม่ได้เลยค่ะตามลิงค์ด้านบนนะคะ อิอิ

    ขอบคุณ
    คุณนางสาวแสนดี : ใช่ค่ะ ให้หมอได้รุกบ้างอะไรบ้าง อิอิ

    คุณบัว : สงสัยจะเขินจัดเรียกคุณหมอจะยาวเลยนะคะ 55+

    คุณDear-Jazz : แต่ตอนนี้ไม่รอแล้วค่ะ เพราะยังไงคนเขียนก็คงไม่มีแล้ว เอิ๊กๆๆ

    คุณbrigitte-pat : ค่ะ น่าสงสารคุณหมอเลยให้มีบทรุกบ้างในบางที 5555+

    คุณpppp : แต่ตอนนี้ใครหลายคนอาจจะเปลี่ยนใจได้นะ :p

    คุณammm : ใจเย็นๆ ค่ะ อ่านตอนนี้ก่อนแล้วความเขินคุณหมอจะหายไปในบัดดล เอิ๊กกกก

    คุณwinny : อันนี้เป็นบทที่ต้องใช้กันทั้งสองเรื่อง ก็เลยช่วยกันคิดกับคุณพวงพริกน่ะค่ะ 555+

    คุณเรจิน่า^v^ : ฟื้นก่อนค่ะ มาอ่านตอนนี้ก่อน 555+

    คุณหิ่งห้อยสีเหลือง : เอ่อ...จิกเหมือนไรเตอร์คืออะไรเหรคะ ดารานิลไม่จิกนะ อิอิ

    คุณMPRNG : ขอบคุณค่ะ แต่ตอนนี้คนเขียนเริ่มจะเขียนไป ง่วงไปแล้ว จะตีสามแว้ววว 555+

    คุณsuket : พอดีเรื่องนี้เอาตัวจริงมาเขียนทั้งคู่ เลยไม่มีใครยอมใครไงคะ กรั๊กๆๆ

    คุณfjoe : มุขนี้ตีลังกาสิบห้าล้านตลบ พยายามหาให้มันมาโยงกันให้ได้ค่ะ เอิ๊กๆๆ

    คุณfonfan : ที่บอกว่าน่ารักคนเขียนชิมิคะ กร๊ากๆๆๆ

    คุณOukung : แต่ตอนนี้หมอชินต้องถูกหักคะแนนแน่เลย เหอะๆๆ


    และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ
    ( ดารานิล
    )



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 มิถุนายน 2554 / 16:33
    #126
    0