รักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 13 : 12. งานเลี้ยงรุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 เม.ย. 59

๑๒

งานเลี้ยงรุ่น

 

 

หลังจากคืนแห่งความประทับใจผ่านไป อะไรๆ ก็เหมือนจะดีขึ้น คชินทร์ต้องติดรถสิตางศุ์ไปทำงานทุกวัน เพราะกว่ารถของเขาจะซ่อมเสร็จก็ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ นับเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่หญิงสาวปลื้มใจสุดๆ นึกขอบคุณผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจับใจ ที่เธอช่างมาหลับในได้ถูกจังหวะเสียจริง

เรื่องในคืนนั้นไม่ถูกนำมาพูดกันอีก แต่ต่างฝ่ายก็ต่างรู้กันดีว่า บัดนี้มีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป เพราะถึงแม้คชินทร์ไม่ตอบรับ หรือปฏิเสธคำพูดเปรียบเปรยของเธอในคืนก่อน ก็พอจะเดาได้ว่า เขาได้เปิดรับเธอมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว

แต่เรื่องที่หนักใจที่สุดตอนนี้ก็คือ บัตรเชิญงานเลี้ยงรุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ปีนี้เธอไม่อยากจะไปแบบสาวโสดอีก เพราะเหนื่อยใจที่จะต้องคอยตอบคำถามของบรรดาเพื่อนฝูงซึ่งหิ้วลูกจูงสามีมาด้วยว่า ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน เพราะในกลุ่มเพื่อนสนิทที่คบกันอยู่ตอนนี้มีเพียงเธอและเพื่อนสาวอีกหนึ่งหน่อที่ยังคงโสดมาได้จนถึงทุกวันนี้

ยัยหมัดหมา

เมื่อคิดถึงมธุชา ที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า มัด แต่เธอชอบเปลี่ยนให้เป็นหมัดหมาในยามที่เกิดหมั่นไส้เพื่อนคนนี้ขึ้นมาเพียงเพราะชอบชิงดีชิงเด่นกัน แต่ไม่แสดงออกซึ่งๆ หน้า

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของจริง!

ในสมัยเรียน เธอและมธุชามักที่จะแข่งขันกันเงียบๆ ทุกด้าน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายที่ปากจะบอกว่าไม่ แต่ใจมันก็อยากด้วยกันทั้งคู่!

ปีนี้แหละยัยหมัดหมาเอ๋ย...ฉันจะควงหนุ่มหล่อแสนดีไปเย้ยเธอให้ได้ คอยดู!

สิตางศุ์คิดพลางหัวเราะร่วน เมื่อจินตนาการหน้า เหวอๆ ของมธุชา เมื่อเห็นเธอควงหมอชินไปเย้ยถึงที่ เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่จะโสดเป็นคนสุดท้ายและเหี่ยวตายอยู่บนคานก็คือเพื่อนรักของเธอคนนี้นี่เอง

มีความสุขจัง

แต่ความสุขที่สร้างขึ้นก็อยู่ได้ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เมื่อยังคิดไม่ออกว่าจะบอกคุณหมอรูปหล่ออย่างไรดีให้ยอมตกลงปลงใจแต่งงาน เอ๊ย! ไปงานเลี้ยงรุ่นในครั้งนี้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

ครุ่นคิดอยู่เกือบทั้งวัน จนในที่สุดเธอก็มีคำตอบให้กับตัวเอง ในเมื่อดูจากท่าทางของหมอชินที่ตอนนี้เปิดรับเธอมากขึ้น ก็ไม่แน่ว่างานครั้งนี้อาจจะไม่ต้องใช้เล่ห์มารยาอะไรมากมาย แค่พูดความจริงกับทริกอะไรอีกเล็กน้อยก็เท่านั้น

เกิดมาสวย รวย ฉลาด มันก็ดีอย่างนี้นี่เอง

 

“คุณแน่ใจเหรอครับว่าไม่มีปัญหา”

คชินทร์เอ่ยถาม ขณะขับรถของสิตางศุ์มาจอดรอรับเจ้าของหน้าบริษัทเธอ เพราะช่วงนี้เขาไม่มีรถใช้ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ

“ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ ถ้าหมอชินช่วย จะกรุณามาก เพราะค่าปรับปีนี้แพงหูฉี่ชนิดที่ตังรับไม่ได้เลย”

สิตางศุ์ที่ขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว พูดพลางทำหน้าเศร้า ลุ้นคำตอบของเขาจนตัวโก่ง หลังจากที่เธอใส่ทั้งไข่ใส่ทั้งมารยาบอกเขาไปว่า งานเลี้ยงรุ่นปีนี้ถ้าใครที่ยังไม่มีคู่ควงมางานจะถูกปรับเป็นเงินถึงหนึ่งหมื่นบาท

“ก็ได้ครับ ถือว่าตอบแทนน้ำใจที่คุณยอมให้ผมใช้รถมาทำงานทุกวัน” ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์ก็ดีใจลิงโลด

“ขอบคุณค่ะหมอชิน ถ้างั้นวันนี้หมอเตรียมตัวได้เลย เพราะงานจะมีวันพรุ่งนี้แล้ว”

“วันพรุ่งนี้แล้วเหรอครับ?”

“ใช่ค่ะ ว่าแต่หมอชินมีชุดรึยังคะ ถ้ายังไม่มีเดี๋ยวตังหาให้ เพราะงานนี้ตังเป็นเป็นคนไหว้วานหมอเอง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีแล้ว”

“แล้วสีอะไรคะ” เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาใส่ชุดสีอะไร จะได้เตรียมตัวใส่คู่กัน

“สีดำครับ” คชินทร์ตอบอย่างไม่คิดอะไร

“โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นวันพรุ่งนี้หลังเลิกงาน ตังจะแต่งตัวรอที่บ้าน งานเริ่มหนึ่งทุ่มนะคะหมอชิน”

“ได้ครับ”

The couple in black is coming!

 

งานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้จัดใหญ่กว่าทุกครั้ง เพราะปีนี้ถือเป็นการครบรอบสิบปีหลังจากที่จบมา ทุกคนที่มีชื่ออยู่ในรุ่นถึงจะมา หรือไม่มา ก็ถูกเก็บเงินค่าจัดเลี้ยงหมด ดังนั้นปีนี้จึงได้สถานที่จัดในโรงแรมหรู บรรดาเพื่อนพ้องที่หายหน้าหายตาไปนานก็ต่างพากันเตรียมตัวมางานนี้กันโดยเฉพาะ ไม่เว้นแม้แต่สาวสวยในชุดราตรีสีดำที่กำลังก้าวรถจากรถสปอร์ตสีบรอนซ์ โดยมีหนุ่มหล่อในชุดสูทสีเดียวกันยืนคอยอยู่

คชินทร์มองสาวร่างระหงที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยความรู้สึกใจเต้น วันนี้สิตางศุ์อยู่ในชุดราตรีสีดำเปลือยไหล่ด้านหนึ่ง ผิวขาวๆ ยิ่งขับให้เธอดูเด่นเป็นสง่าขึ้นไปอีก เนื้อผ้าละเอียดแนบไปกับเรือนร่างเพรียวระหงปล่อยชายยาวกรอมเท้า และที่สะดุดตาที่สุดก็ตรงกระโปรงยาวแหวกขึ้นด้านหน้าสูงเสียจนเห็นเรียวขางามรำไรบนส้นสูงสีเดียวกันในยามที่เธอก้าวเดิน ผมยาวสลวยถูกมัดรวบตึงเปิดวงหน้างามให้เด่นขึ้น ใบหน้าสวยได้รับการแต่งแต้มมาอย่างดี ทุกอย่างพอเหมาะพอเจาะเข้ากันได้อย่างลงตัว เขาต้องยอมรับว่าเธอดูดีมากเมื่ออยู่ในชุดนี้ ไม่ใช่ว่าทุกวันเธอจะไม่สวย แต่วันนี้เธอสวยเสียจนทำให้หัวใจของเขาเต้นแปลกไปกว่าเดิมมากทีเดียว

เรียบร้อยค่ะหมอชิน ไปกันได้เลยแล้วชายหนุ่มก็พยักหน้า ยื่นแขนออกไปให้เธอได้คล้องเดิน แอบชำเลืองมองคนสวยข้างกายอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่เขาไม่เคยพูดกับใครมาก่อนในชีวิต

วันนี้คุณดูสวยมากครับ คนที่เพิ่งถูกชมยิ้มเอียงอาย ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชินกับคำชมเหล่านี้ แต่เธอไม่เคยได้ยินคนหน้าเข้มพูดทำนองนี้กับเธอมาก่อนเลยจริงๆ

หมอชินก็หล่อค่ะ พูดแล้วก็เขิน หน้าร้อนผ่าวๆ ก็ดูสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอมานั่นเล่า มันอ้อล้ออย่างไรชอบกล แต่สิตางศุ์ก็ไม่ได้พูดเกินเลยแม้แต่น้อย เพราะวันนี้คชินทร์ดูหล่อบาดใจ จนคิดว่าชะนีไทยที่เห็นคงตายเรียบ สูทสีดำที่เจ้าตัวเลือกมาเน้นให้ร่างสูงโปร่งของเขาดูดีขึ้นมาก แถมยังเข้าชุดกับเธอได้ราวกับนัดไว้ สรุปว่างานนี้ เกิดของจริง เธอจะเชิดหน้าควงหนุ่มหล่อคนนี้ทั่วงานเลยคอยดู!

 

เสียงฮือฮาระคนไปกับเสียงโห่แซวดังขึ้น เมื่อร่างสูงโปร่งที่ควงสาวสวยในชุดราตรีสีดำปรากฏขึ้นหน้างาน สิตางศุ์ยิ้มกริ่มให้บรรดาเพื่อนฝูงที่มองมายังเธออย่างไม่เชื่อสายตา

อะไรกันยะแม่สาวโสด ตอนนี้สละคานแล้วรึไง เพื่อนสาวที่อยู่ในชุดราตรียาวสีชมพู ปรี่เข้ามาทักทายด้วยความตื่นเต้น พลางปรายตาไปมองหนุ่มหล่อในสูทดำที่ยืนเคียงข้างเพื่อนคนสวยด้วยความสนใจ

เพื่อนต่างหากล่ะยัยขวัญพูดพลางหันไปยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นเชิงขอโทษที่ถูกยิงคำถามส่วนตัวทันที

ฉันไม่เชื่อเธอหรอก เพื่อนที่ไหนจะควงกันมาออกงาน แล้วนี่จะไม่แนะนำเพื่อนรูปหล่อคนนี้ให้รู้จักหน่อยเหรอจ๊ะ สิตางศุ์ยิ้มกริ่มกับความเข้าใจของเพื่อนสาว ก็แหม...คนเราส่วนมากมันก็เป็นอย่างนี้แหละ พอบอกเป็นเพื่อนก็นึกว่าเป็นแฟน พอบอกว่าเป็นแฟนจริงๆ ก็ดันไม่เชื่อ เพราะอย่างนี้ไงถึงต้องบอกว่าหมอชินเป็นเพื่อน

เข้าทางเป๊ะเลย!

หมอชินคะ นี่เพื่อนตัง ชื่อขวัญค่ะ เธอผายมือไปยังหญิงสาวในชุดราตรีสีชมพู

สวัสดีครับคุณขวัญ ผมคชินทร์ชายหนุ่มค้อมหัวให้อย่างมีมารยาท

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคชินทร์ ไปทางนู้นดีกว่าค่ะ เพื่อนเราอยู่โน่นกันเต็มเลย แล้วแรกขวัญก็พาหนุ่มสาวที่กลายเป็นจุดสนใจไปทั้งงาน ตรงไปยังกลุ่มเพื่อนที่ยืนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอีกมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง

พลันสายตาของสิตางศุ์ก็สะดุดเข้ากับร่างบางของเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ที่ในวันนี้อยู่ในชุดเดรสเกาะอกสั้นสีขาวติดระบายไปทั้งตัว ช่วงเอวมีเข็มขัดสีดำคาดเอาไว้ดูเก๋ไก๋ ชุดนี้สั้นก็จริงแต่มันกลับยิ่งขับเน้นให้เห็นเรือนร่างอรชรของคนสวมใส่ได้ชัดขึ้น โดยเฉพาะช่วงขาเพรียวสวยบนส้นสูงสีดำนั้น ไม่ว่าชายหรือหญิงก็อดจะมองซ้ำไม่ได้ ขยันทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาชาวบ้านแบบนี้ไม่มีใครเกินมธุชาแน่ หญิงสาวอดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ก็ยังคงยิ้มกริ่มเดินควงหมอหนุ่มเข้าไปหาสาวชุดขาวด้วยท่าทีมาดมั่นราวกับนางพญา

กะจะแข่งกับฉันเหรอยะยัยหมัดหมา เธอน่ะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ก้าวขาออกจากบ้านด้วยซ้ำ!

อ้าวมัด มานานรึยัง ไม่เห็นบอกตังเลยว่าจะมาสิตางศุ์ฉีกยิ้มกว้าง คนที่ถูกเรียกหันกลับมามอง คิ้วเรียวสวยขมวดครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายออก เรียวปากบางสีชมพูระเรื่อแย้มยิ้มหวานหยด ขณะยกมือขึ้นปัดปอยผมที่รุ่ยลงมาจากการมัดมวยต่ำรวบเก็บไว้ด้านข้างเพื่อเปิดดวงหน้าสวยหวานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น จนคนที่มองอยู่ต้องแอบเบะปาก

คิดว่าเป็นนางเอกนิยายเรื่องนี้อยู่เหรอยะ ขอโทษที...อย่างเธอน่ะมันเป็นได้แค่ตัวประกอบ ฉันต่างหากที่เป็นนางเอก เสียใจด้วย

ตายแล้วตัง ขอโทษทีนะจ๊ะ มัดว่าจะโทร.บอกตังตั้งแต่เมื่อวานแล้วละ แต่มัดมัวยุ่งอยู่กับการปิดต้นฉบับ บก.เร่งมายิกๆ จนแทบไม่ได้โงหัวไปไหน ก็เลยลืมตังซะสนิทเลย ไม่ว่ากันนะ มธุชาตอบเสียงหวาน แต่ก็ต้องยิ้มค้างไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายควงหนุ่มหล่อล่ำยืนฉีกยิ้มให้อย่างหยิ่งผยอง

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะมัด ยังไงเราก็ได้มาเจอกันในงานแล้วนี่ ว่าแต่ปีนี้มัดมาคนเดียวเหรอจ๊ะ พูดพลางกวาดสายตามองหาคู่ควงของเพื่อนรักทั่วงาน ขณะกลั้นหัวเราะเอาไว้ในใจ

ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะเพื่อนรัก ในที่สุดก็เป็นเธอคนเดียวในกลุ่มที่ยังไม่มีคนควงมางาน!

มธุชาหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็กลบเกลื่อนได้เร็ว พลางฝืนยิ้ม เหลือบมองไปยังหนุ่มหล่อที่ยืนอยู่เคียงข้างเพื่อนสาว ก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมาในหัวของนักเขียนนวนิยายมือฉมัง ที่ถนัดด้านการสังหารคนด้วยคำพูด

ก็อย่างที่เห็นแหละตัง เธอแสร้งทำหน้าเฉย อมยิ้มมุมปากน้อยๆ ขณะเหลือบมองหนุ่มหน้าเข้ม ว่าแต่ตังพาน้องชายมาด้วยเหรอ ทำไมไม่แนะนำให้รู้จักกันบ้าง นี่คบกันมาตั้งนาน มัดนึกว่าตังเป็นลูกคนเดียวซะอีกนะเนี่ย

ได้ยินดังนั้นสิตางศุ์ก็แค่นหัวเราะเบาๆ ให้กับประโยคเชือดเฉือนที่บาดเข้าลึกถึงจิตใจ คชินทร์ที่ฟังอยู่ถึงกับอมยิ้ม นึกสงสารคนที่มาด้วยกันจนอดช่วยเหลือไม่ได้

ผมไม่ใช่น้องชายของคุณตังหรอกครับ เราเป็น...

แฟนกันใช่มั้ยละ เหมียวที่ยืนยิ้มควงสามีอยู่ข้างๆ โพล่งขึ้นมาก่อนที่คชินทร์จะพูดจบ สิตางศุ์หน้าเหวอ นึกไม่ถึงว่าเพื่อนจะยิงกลางลำอย่างนี้ ทว่าชายหนุ่มที่ถูกกล่าวหากลับไม่ปฏิเสธ แต่ยิ้มน้อยๆ เป็นคำตอบให้แทน

ไม่ปฏิเสธแสดงว่ายอมรับใช่มั้ยคะหมอ กิ้วๆ

งั้นก็ขอแนะนำให้รู้จักเลยแล้วกัน หมอชินคะนี่เพื่อนตัง ยัยขวัญ หมอรู้จักแล้ว ส่วนผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นสามีของขวัญชื่อพี่เอ ผู้หญิงสวยๆ คนนี้ชื่อเหมียว สามีนางก็คือนายพงษ์ และคนสุดท้ายที่ยืนอยู่คนเดียวไม่มีคู่ตรงนี้ก็คือมัดค่ะ เพื่อนที่ตังสนิทที่สุด

สิตางศุ์ผายมือหาทุกคน กระทั่งไปหยุดอยู่ตรงสาวชุดขาวคนสุดท้าย ที่แทบสำลักค็อกเทลกับคำพูดของเพื่อนสาวขณะยกขึ้นมาจิบ

อ้าวเป็นหมอเหรอครับคุณชิน พงษ์ถามขึ้น เมื่อได้ยินเพื่อนสาวเรียกสรรพนามนำหน้าหนุ่มหล่อคนนี้ว่าหมอ

ผมเป็นสัตวแพทย์ครับ คชินทร์ตอบพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย

จริงเหรอคะหมอชิน ดีจังเลยค่ะ มัดเองก็กำลังจะเขียนนิยายที่พระเอกเป็นสัตวแพทย์อยู่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้คงเศร้าค่ะ เพราะนางเอกโดนฆ่าตายตอนจบ อืม...แต่อันที่จริงก็ไม่ใช่นางเอกหรอกนะคะ เป็นตัวประกอบที่คิดว่าตัวเองจะได้เป็นนางเอกซะมากกว่า ออกแนวจิตๆ ปนโหดหน่อยค่ะ คือมัดอยากเปลี่ยนแนวของงานเขียนดูบ้าง น่าสงสารตัวละครอยู่เหมือนกันนะคะ แต่มัดไม่เปลี่ยนใจแน่ ยังไงก็ตายตอนจบค่ะ สะใจดี!” มธุชาที่พูดขึ้นมาแย้มยิ้ม ขณะปรายตามองเพื่อนรักที่ยังพยายามฉีกยิ้มกว้างอยู่

คุณมัดเป็นนักเขียนเหรอครับ หนุ่มหล่อถามอย่างสนใจ

ค่ะ นักเขียนสาวยิ้มรับ

สิตางศุ์ที่ยืนฟังอยู่ก็รู้ในทันทีว่าเพื่อนหมัดหมากำลังหมายถึงใคร ดังนั้นเธอต้องรีบกันคุณหมอรูปหล่อออกให้พ้นทาง ขณะกำลังจะเปิดฉากลำเลิกความคิดถึงกับเพื่อนรักที่ยืนมองมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ตังว่าหมอชินไปหาอะไรรองท้องก่อนดีมั้ยคะ ตังกลัวหมอชินจะหิว

อืม ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมตักมาเผื่อคุณเลยก็แล้วกัน อยากกินอะไรมั้ยครับ

อะไรก็ได้ค่ะ หญิงสาวยิ้มละมุน มองตามแผ่นหลังของคุณหมอหนุ่มจนลับตา ก่อนจะหันไปเปิดศึกกับเพื่อนรักทันที

มัดเพิ่งรู้นะว่าตังชอบหญ้าอ่อน มธุชายิ้มเยาะ เปิดฉากก่อนเป็นคนแรก

ก็หญ้าอ่อนมันเคี้ยวกรุบๆ กรอบๆ ดีนี่มัด ดีกว่าไม่มีอะไรให้เคี้ยว แห้งเหี่ยวไปวันๆหากแต่อีกฝ่ายก็แรงไม่แพ้กัน

มธุชาสะอึกอย่างแรง หากก็พยายามทำเหมือนไม่ใส่ใจกับคำค่อนแคะ รีบฉีกยิ้มหวานเคลือบยาพิษออกมา

นั่นสิเนอะ ก็ผู้ชายเพอร์เฟ็กต์สมัยนี้มันหายาก กี่รายๆ ก็...ยังไม่ถูกใจ เคี้ยวหญ้าอ่อนไปพลางๆ ก่อนก็ไม่เลวนัก แต่จะว่าไปตังดูแก่กว่าหมอชินตั้งหลายปี จะดีเหรอถ้าควงกันไปไหนเดี๋ยวก็โดนทักอีกหรอกว่าเป็นพี่สาวกับน้องชาย นานๆ ไปก็อาจจะกลายเป็นแม่กับลูกเลยก็ได้นะ ว่ากันว่าผู้หญิงน่ะแก่เร็วกว่าผู้ชายด้วย เดี๋ยวใครจะหาว่าตังเป็น ไก่แก่ไปอีก มัดไม่อยากให้ใครมองแบบนั้นเลย สงสารเพื่อนน่ะ

แหม...มันก็ไม่ห่างกันขนาดนั้นหรอกจ้ะมัด สิตางศุ์กัดฟันกรอด แก้วค็อกเทลในมือแทบจะแหลกเป็นผุยผงด้วยแรงบีบ

ฉันขอสาปแช่งแกยัยหมัดหมา ให้แกมางานเลี้ยงรุ่นคนเดียวจนเหี่ยวตายอยู่บนคานเลย สาธุ!

ว่าแต่มัดเถอะ อะไรกัน เราก็อายุขนาดนี้แล้วนะ ยังไม่รีบหาแฟนอีกเหรอ รอนานไปกว่านี้มันจะไม่ทันแล้วนะจ๊ะ ดูสิขนาดไม่ได้เจอกันแค่ปีเดียว ดูมัดเหี่ยวลงเยอะเลยเนอะ อุ๊ย...ดูสิ คอยานเป็นเหนียงเลย พูดเสร็จก็แทบจะโก่งคอหัวเราะให้ฟันร่วง เมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนรักเผือดลงทันใด

โถตัง...ดูพูดเข้าสิ เข้าใจล้อเล่นนะจ๊ะ บอกแล้วว่าผู้ชายเพอร์เฟ็กต์มันหายาก ถึงหญ้าอ่อนมันจะพอแก้ขัดได้ แต่มัดก็ไม่สิ้นหนทางขนาดนั้นหรอกจ้ะ เอ๊ะ...จะว่าไปรอยตีนกาบนหน้าตังก็ดูเหมือนมันจะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วเยอะเลยนะเนี่ย ต๊าย...แก้มก็ดูหย่อนๆ ด้วยนะ ดูสิๆ มัดตาฝาดไปรึเปล่า ไม่นะ...ตังเพื่อนรัก ความ เหี่ยวเริ่มถามหาแล้วเหมือนกันนะเนี่ย โอ้มายก๊อด...น่ากลัวจัง!” นักเขียนสาวแสร้งทำหน้าตกอกตกใจ ขณะจ้องเพื่อนตาโต

โอ๊ยๆ พอได้แล้วทั้งสองคนนั่นแหละ เจอหน้ากันเมื่อไรพูดจาภาษาดอกไม้กันเมื่อนั้น เปลี่ยนเรื่องๆ ขวัญอยากจะบ้าตาย

แรกขวัญส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ ไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปแอบชิงดีชิงเด่นกันตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันไปเสียแล้ว แต่เห็นท่าทางขู่ใส่กันฟ่อๆ อย่างนี้ ถ้าเกิดว่าใครคนใดมีเรื่องขึ้นมา อีกคนหนึ่งก็พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือโดยไม่ถามสักคำเช่นกัน

ความสัมพันธ์ของยัยตังกับยัยมัดนี่มันคืออะไรกันนะ งงจริงๆ

 

งานเลี้ยงรุ่นปีนี้ก็ถือว่าไม่เลวนัก แต่ถ้าตัดยัยหมัดหมาออกไปจากงานได้ก็จะถือว่าดีเลิศ เพราะมธุชาคอยแต่จะจ้องจับผิดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหมอชินตลอดทั้งงาน แต่สาวสวยก็บ่ยั่น เพราะสุดท้ายแล้ว หมอชินก็ต้องตกเป็นของเธออยู่ดีไม่มีผิดโผ!

“คิดอะไรอยู่ครับ” หนุ่มหล่อถามขึ้น ขณะเดินเคียงข้างสาวสวยกลับมายังลานจอดรถหลังงานเลี้ยงได้เลิกรา

“ไม่มีอะไรค่ะ” สิตางศุ์ที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รีบปฏิเสธโดยพลัน

“เพื่อนคุณดูตลกดีนะครับ ยิ่งคุณมัดยิ่งแล้วใหญ่ ดูเธอแปลกๆ ดี” คชินทร์ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะมธุชาดูเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างกับคนร่างระหงที่เดินอยู่เคียงข้างชอบกล

“ยัยนั่นก็เป็นอย่างนั้นแหละค่ะ หมอชินอย่าใส่ใจเลย”

“แต่ผมสงสารเธอนะครับ” ได้ยินอย่างนั้นหญิงสาวถึงกับขมวดคิ้ว

“สงสารทำไมกันคะ?”

“ก็คุณมัดต้องเสียเงินตั้งเป็นหมื่นค่าปรับโทษฐานที่มางานคนเดียว” สิ้นเสียงนุ่มๆ ของคชินทร์ สิตางศุ์ก็อยากจะหัวเราะงอหาย โถ...หมอชินนี่เป็นคนดีสุดๆ ถ้าเกิดว่างานเลี้ยงรุ่นมีการปรับเงินจริง สงสัยยัยหมัดหมาก็คงโดนปรับไปจนตาย

“อย่าไปสงสารเลยค่ะ รายนั้นเขียนนิยายเรื่องนึงได้เป็นแสนๆ ค่าปรับแค่นี้จิ๊บจ๊อย” หญิงสาวโบกไม้โบกมือ

“ว่าแต่คืนนี้ผมยังต้องแสดงละครเป็นแฟนคุณไปจนกลับถึงบ้านเลยรึเปล่า” จู่ๆ คชินทร์ก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาคนฟังถึงกับเหวอ หน้าร้อนผ่าวๆ

“หมอชินก็ ตังไม่ได้ตั้งใจให้หมอมาทำอย่างนั้นสักหน่อย” แม้จะบอกว่าเปล่า แต่เจตนาแอบแฝงน่ะมันเห็นกันอยู่ตั้งแต่หน้าประตู

“ไม่เป็นไรครับ คงเป็นเพราะคุณมัดที่ทำให้คุณต้องชวนผมมางาน” สิตางศุ์หน้าแดงด้วยความเขินที่โดนจับได้อีกครั้ง

“หมอชินรู้ทันจนได้”

อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มละมุน มองอีกคนที่แสดงอาการขัดเขินด้วยความรู้สึกดีๆ ในหัวใจ ก่อนจะประคองร่างนั้นขึ้นรถไป พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน

“ถ้างั้นวันนี้ผมจะแสดงบทของผมต่อจนกว่าจะเที่ยงคืนก็แล้วกันครับ ถือว่าแถมให้ เพราะคุณพาผมมาสนุกคืนนี้”

“เอาจริงเหรอคะหมอชิน” ดวงตาคนพูดเป็นประกาย

“คืนนี้คุณอยากไปที่ไหนอีกรึเปล่าครับ ผมจะพาไป”

หญิงสาวถึงกับหูอื้อ หน้าร้อน เมื่อถูกหนุ่มหล่อชวนออกเดตกันอย่างไม่ทันตั้งตัว

“งั้นไปล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยาดีมั้ยคะ”

“ครับ” คชินทร์ยิ้มอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความชื่นมื่น ราวกับมีดอกไม้ผลิบานอยู่ในใจของคนทั้งสอง แม้ว่าดอกของใครคนหนึ่งจะใหญ่กว่าก็ตามที

 

“เสียดายนะครับที่มาไม่ทัน”

คชินทร์เอ่ยขึ้น ขณะเหม่อมองเรือลำใหญ่แล่นอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางแสงไฟในยามค่ำคืน

สิตางศุ์ที่ยืนอยู่เคียงข้าง ยื่นแขนออกไปวางพาดไว้บนราวสะพาน เรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะหมอชิน แค่พาตังมาก็ดีใจแล้วค่ะ ดีซะอีกที่ไม่ทันขึ้นเรือ ตังยังไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาใครด้วยชุดจัดเต็มขนาดนี้ เดี๋ยวจะโดนนินทาว่าเยอะ”

คชินทร์ยิ้มมุมปาก เหลือบมองคนข้างกายอีกครั้ง ลมเย็นๆ ในยามค่ำ พัดผ่านเข้ามาจนกระโปรงที่แหวกอยู่ของหญิงสาวปลิวสะบัดเผยให้เห็นช่วงขาเรียวยาวน่ามอง เนินอกขาวผ่องดูนวลเนียนยิ่งนักเมื่อต้องกับแสงไฟยามค่ำ คงต้องยอมรับตามที่เธอพูด เพราะหากว่าเธอไปปรากฏกายบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา คงจะมีสายตาของบรรดาชายหนุ่มเหลือบมองดูแทบนับไม่ถ้วน

ฉะนั้นไม่ขึ้นไปนั่นแหละดีแล้ว...

“ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าค่อยมากันใหม่นะครับ” เสียงนุ่มๆ ที่เอ่ยชวน ทำเอาหญิงสาวที่ฟังอยู่ถึงกับหันขวับ

“เมื่อกี้หมอชินชวนตังมาล่องเรือเหรอคะ?” สิตางศุ์หรี่ตามอง ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“แล้วคุณจะมารึเปล่าครับ” คุณหมอยิ้มมุมปาก หากสายตาที่ทอดมองมาพราวระยับยิ่งกว่าดาวบนฟากฟ้า

“ตังขอคิดดูก่อนนะคะ ไม่รู้ว่าวันนั้นจะว่างรึเปล่า” ต้องเล่นตัวอัพราคาบ้าง แต่แค่พอหอมปากหอมคอ เล่นมากไม่ดี เดี๋ยวจะถูกเมินไปเปล่าๆ

“ถ้าอย่างนั้นผมถือว่าคุณรับคำชวนแล้วนะครับ”

“แน้...วันนี้หมอชินเป็นอะไรรึเปล่าคะ ดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้” ก็จะไม่ให้แปลกได้อย่างไร ทุกทีที่เจอกันมีแต่เธอฝ่ายเดียวเท่านั้นที่รุกเอารุกเอา แต่พอมาวันนี้ถูกเขารุกบ้าง คนไม่เคยตั้งรับก็เลยมองว่าประหลาดไปเสียได้

“แปลกแล้วดีรึเปล่าครับ” เขาอมยิ้ม เห็นเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก

“ไม่รู้สิคะ ดูไม่ค่อยออก”

“แล้วต้องทำขนาดไหนละครับ คุณถึงดูออก” ว่าแล้วก็ขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด

“พอค่ะ ตอนนี้ตังดูออกแล้วว่า หมอแปลกไปจริงๆ” หน้าร้อนจัดจนเหมือนจะเป็นลม เมื่อเขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นโคโลญอ่อนๆ

ใจเย็นๆ ค่ะหมอ วันนี้ตังยังไม่พร้อมลุย

“เหรอครับ?” เขายิ้มมุมปาก มองคนข้างกายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“เรากลับกันมั้ยคะ ตังรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย” จะให้สบายได้อย่างไร ถ้าเขายังไม่หยุดพฤติกรรมประหลาดๆ พวกนี้ ไหนจะสายตากรุ้มกริ่ม ไหนจะน้ำเสียงสุดเซ็กซี่นั่นอีก

โอย จะเป็นลม!

“ไหน. ผมขอดูหน่อย ไม่สบายตรงไหนครับ” พูดพลางยื่นหลังมืออุ่นๆ ไปทาบไว้บนแก้มเนียนที่แดงแจ๋ สิตางศุ์สะดุ้งเล็กน้อย ชักหน้าออกห่างโดยอัตโนมัติ ไม่คิดว่าหมอชินที่ไม่เคยมีพิษสงอะไรจะมาไม้นี้ได้

“นี่หมอแอบแต๊ะอั๋งตังรึเปล่าคะ” พูดไปก็ใจเต้น ถ้าหมอบอกใช่ คงจะยื่นอีกแก้มไปให้เขาได้แต๊ะอั๋งง่ายๆ ตายละหว่า...คราวนี้คงจะได้หักคานจริงๆ เสียละมั้ง?

“ผมวัดไข้ครับ” คชินทร์เก็กหน้าขรึม ทั้งที่ในใจอยากจะยิ้มกว้าง เขาก็ผู้ชายคนหนึ่ง พอมีสาวสวยมาวนเวียนใกล้ตัวอยู่ตลอดเวลา หากไม่คิดอะไร ก็คงต้องไปเช็กสมองเสียใหม่แล้ว

“ตัวก็ไม่ร้อนนี่ครับ หรือว่าดื่มค็อกเทลในงานมากไปหน่อย” เขาตีหน้าซื่อ

“อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ค่ะ สงสัยจะดวลกับยัยมัดจนเพลิน” เธอก็รีบรับสมอ้างทันที

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันก่อนก็ดีครับ คุณจะได้พักผ่อน”

“ค่ะ” พูดเสร็จก็พากันไปขึ้นรถที่จอดไว้ไม่ไกลนัก หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อคิดถึงสัมผัสอันแผ่วเบาบนพวงแก้ม ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับหมอชิน เขาถึงเฮี้ยนเปลี่ยนตัวเองเป็นฝ่ายบุก จนเธอตั้งรับแทบไม่ทัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

894 ความคิดเห็น

  1. #809 akkanee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2554 / 15:56
    ว้าวๆ สลับบทบาทกันบ้าง 55+
    #809
    0
  2. #618 กวาง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2554 / 19:41
    หมอชินยอมรับแล้วสิว่าตังมานั่งอยู่ในใจแล้ว

    ว่าแต่รุกกลับขนาดนี้ ท่าทางหมอชินจะไม่ธรรมดานะเนี่ย

    แต่อย่าทำให้ตังอายมากนักล่ะ เดี๋ยวระเบิดตายซะก่อน
    #618
    0
  3. #601 pybpig (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 12:04
    เพิ่งเข้ามา่อ่านครั้งแรกค่ะ  อ่านไปยิ้มไป  น่ารักมากค่ะ  ^_^

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ  ขอบคุณมากค่ะ
    #601
    0
  4. #594 Chicky ya ya ya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 00:20
    ตอนนี้เขินอ่ะ น่ารักจัง^^
    #594
    0
  5. #541 _wlkin_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 05:12
    รุกบ่อยๆสิคะหมอ อร๊าย น่าร๊ากกก เป็น FCพี่ตังไปแว้วว (อ้าวไม่ใช่ FC หมอเหรอ? ...No เค้า FC พี่ตังง๊าฟ ชอบสาวๆแบบนี้ มันโดนใจ)
    #541
    0
  6. #481 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 18:29
    หมอชินรุกหนักเลย 55+
    #481
    0
  7. #373 กางเกงยีนส์ขาสั้น ^^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 16:23
    อร๊ายยยยยยยยยยย.. เขิน > <
    #373
    0
  8. #363 nuii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 / 19:57
    โอ้ยยยเมื่อย

    อ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มไม่หุบเลย เมื่อยไปหมดแล้ว

    ชอบมากกกค่ะเรื่องนี้

    ทั้งพระเอกนางเอก และเจ้าใบ้ด้วย
    #363
    0
  9. #268 prawpraw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 20:42

    เขินอะ >//////////////////////<

    #268
    0
  10. #253 GR*A*CE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 15:18
    หมอชิน >//////<
    #253
    0
  11. #206 หมอกกลางภู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 15:04
     โฮะๆๆๆ หมอชินทำได้นะเนี่ยะ ต้อนกลับเยอะๆ ยิ่งชอบ ยัยตังค์จะได้อายเป็น หึ หึ เห็นแล้วขำ
    #206
    0
  12. #125 Oukung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 21:10
    เอาไป เต็มสิบ
    #125
    0
  13. #124 fonfan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 20:11
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกกที่สุดดค้าาาาาาาาาาาาาา
    #124
    0
  14. #123 fjoe (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 19:51
    โอ้ยยยย เขินน เขินจนทนไม่ไหว อยากเป็นลมไปพร้อมกับพี่ตัง 555 >//
    #123
    0
  15. #121 suket (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 16:35
    ตังกับมัดนี่พอกันทั้งคู่ เฉือดเฉือนกับแบบสุดๆ อืม...เพิ่งรู้นะค่ะเนี่ยว่าคุณดารานิลกับคุณพริกเขียนนิยายต่อกันเป็นภาค คิดว่าจะเป็นแค่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันอย่างเดียวซ่ะอีก(คุณพริกบอกอย่างนั้นน่ะค่ะ อิอิ)
    #121
    0
  16. #120 M@PR@NG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 12:18
    ชอบเรื่องนี้จัง น่ารักมากเลยค่ะ อ่านไปหัวเราะไป
    #120
    0
  17. #119 หิ่งห้อยสีเหลือง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 09:33
    อ๊ายยยยย ตอนนี้จิกเหมือนเลยไรเตอร์!!!
    #119
    0
  18. #118 เรจิน่า^v^ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 00:26
    อ๊ายยยยยย...เอิ๊ก!!! เป็นลม
    #118
    0
  19. #117 Winny (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 23:11
    หมอน่ารักจัง ว่าแต่ฝีปากยัยตัง กะ ยัยมัด นี่สูสีกันจริง ๆ เห็นด้วยที่ไม่ต้องมีตัวอิจฉา แค่ลับฝีปากกับโดนัท และก็ยัยมัด นี่ก็ศึกหนักแล้ว ถ้ามีตัวอิจฉามาอีก สงสัยความดันขึ้น ปวดหัวคิด wording ให้ทันกันแบบมันส์ ๆ แบบเนี้ย
    #117
    0
  20. #116 ammm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 22:20
    กรี๊ดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดด เขินอะคุณหมอ
    #116
    0
  21. #114 brigitte-pat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 22:01


     ฮุ ๆ ๆ คุณหมอเริ่มรุกแล้วแล้วน้าาาาา


      



    #114
    0
  22. #113 Dear-Jazz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 20:21
    ถ้ารอจนสามเอ็ดแล้วได้แบบนี้ เรารอได้ค่ะ
    หมอชินขาาาาาาาาาา
    #113
    0
  23. #112 บัว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 20:16
    =/////= คุณหมออออออออออออออออออออออออออออออ
    #112
    0
  24. #111 นางสาวแสนดี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 19:27
    อิอิ หมอชินรุกบ้างแล้ว
    #111
    0
  25. #110 ดารานิล (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 19:17
    สวัสดีค่ะ วันนี้มาอย่างเต่าอีกแล้ว เหอะๆๆ
    สำหรับตอนนี้จะเป็นตอนเปิดตัว มธุชา
    นางเอกเรื่อง "อุบายร้อน ซ่อนกลรัก" ของคุณพวงพริกนะคะ
    เป็นเรื่องราวต่อจากรักเล่ห์ เสน่ห์ร้าย
    คือประมาณสาวโสดวัยสามสิบเอ็ดสองคนอยากสละคานจนตัวสั่น
    คงมาจากเรื่องจริงของคนเขียนทั้งคู่ เอิ๊กกกกก

    ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ
    ปล. แต่คุณพวงพริกยังไม่ได้เริ่มเขียนเลยนี่สิ ปัญหาใหญ่ 55555+

    ขอบคุณ
    คุณD_nan : ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

    คุณNaiad['s] : โดนไปขนาดนั้นถ้าคุณหมอไม่หวั่นไหวก็ใจแข็งโพดๆแล้วค่ะ 555+

    คุณsazamp : ถูกค่ะ เข้าล๊อกของนางเอกทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวที่คุณหมอรุกกลับ 555+

    คุณนางสาวแสนดี : ถูกค่ะ เจ้าใบ้นี่ไม่ไหว ทำอะไรไม่เนียนเหมือนเจ้าของเลย เอิ๊กๆ

    คุณOukung : ขอบคุณค่ะ :)

    คุณหิ่งห้อยสีเหลือง : มาแน่นอนค่ะ เพราะยังไงเรื่องนี้ก็ต้องจบให้เร็วที่สุด 55+

    คุณออยจัง : ขอบคุณค่ะ :)

    คุณsuket : มุขนี้นอนตีลังกาคิดตั้งนาน เพราะไม่รู้จะให้มันมาเกี่ยวกับพระจันทร์ยังไงอ่ะค่ะ 5555+

    คุณรถเมล์ : ขอบคุณค่ะ :)


    และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ
    ( ดารานิล
    )

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มิถุนายน 2554 / 19:19
    #110
    0