หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 79 : สิ่งสำคัญที่สุดคือครอบครัว [ตอนจบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,091 ครั้ง
    5 ธ.ค. 62

ในที่สุดก็มาถึงตอนจบแล้วค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนมาตลอด จากนี้ผู้เขียนจะทำการแก้ไขเนื้อหาในบางส่วนเพื่อให้นิยายเรื่องนี้ดียิ่งขึ้นนะคะ ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องการตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม แต่ในส่วนอีบุคนั้นหลังจากแก้ไขเนื้อหาเสร็จจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่ในเร็วๆนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

..................


 

“อืม รสชาติดี” จ้าวไท่หลงโยนขนมที่ได้จากงานเทศกาลที่เมืองชิงเข้าปากไปคำโตอย่างแสนสุข แต่ก็ไม่ลืมจะโยนให้เสี่ยวหลานที่ตนนั่งอยู่บนหลังให้ได้กินด้วย “แต่ถึงจะรสชาติดีก็ยังไม่ดีเท่าขนมที่เจ้าทำหรอกจิวเหมย ว่าแต่นี่เราจะไปที่ใดกันต่อหรือขอรับท่านน้าอี้เทียน”

“ไม่มีจุดหมาย ให้ฟ้าดินเป็นบ้าน”

“ข้าคิดว่าเจ้าจะรีบไปตรวจกิจการเสียอีกจิวเหมย”

“เจ้าคิดว่าสหายของเจ้าจะรอดพ้นจากหูตาของชาวบ้านที่ต่างก็รอคอยการไปเยือนของนางอย่างนั้นหรือไท่หลง ป่านนี้ชื่อเสียงของนางที่สามารถรักษาเจ้าเมืองชิงให้หายดีกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งคงดังไปทั่วยุทธภพแล้วกระมัง” เดิมทีพวกนางคิดจะเดินเที่ยวงานเทศกาลวันสุดท้ายจบแล้วก็จะเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้นทันทีแต่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของชาวบ้านที่นั่งดื่มสุราอยู่โต๊ะข้างๆพวกนางเข้าเสียก่อน

ใจความสำคัญคือเจ้าเมืองชิงล้มป่วยหนักหลังจากจัดงานประจำปีได้เพียงสองวัน ไม่มีผู้ใดทราบสาเหตุ หมอทั่วแคว้นชิงก็ไม่สามารถรักษาได้ ได้แต่นอนรอความตายอยู่ภายในจวน ดูเอาเถิด ขนาดเจ้าเมืองจะตายชาวบ้านยังร่วมงานรื่นเริงได้อย่างหน้าชื่นตาบาน พอนางเอ่ยถามชาวบ้านกลุ่มนั้นก็ได้ความว่าเจ้าเมืองผู้นี้นั้นหาได้เป็นคนดีน่าสรรเสริญแต่เป็นเจ้าเมืองที่ชาวบ้านต่างสาปแช่งให้ล้มตายอยู่ทุกวี่วัน

เพราะเหตุใดน่ะหรือ ก็เพราะเจ้าเมืองผู้นี้นั้นทั้งคดโกงที่ดินทำกินของชาวบ้าน เก็บภาษีเกินกว่าที่ราชสำนักกำหนด และอื่นๆอีกมากมายจนนางก็คร้านจะจดจำใส่หัว สรุปง่ายๆก็คือ ไม่มีเรื่องดีให้ได้ชื่นชมเลยสักเรื่อง

“ก็จริงนะขอรับ แต่ข้าว่าที่ชื่อเสี่ยงของจิวเหมยโด่งดังคงไม่ใช่เพียงเพราะรักษาเจ้าเมืองหรอกขอรับ ชาวบ้านต่างก็สรรเสริญนางที่เอาเอกสารที่ดินทำกินไปคืนให้มากกว่า ไหนจะภาษีที่จ่ายเกินไปก็ได้คืนจนบางคนลืมตาอ้าปากร่ำรวยขึ้นเพียงข้ามวัน แต่ที่ข้าสงสัยคือเหตุใดเจ้าถึงได้ช่วยรักษาท่านเจ้าเมืองเล่าจิวเหมย เขาเป็นคนไม่ดีไม่ใช่หรือ จากหลักฐานที่ท่านน้าทั้งสองพบก็บอกอยู่ว่าคดโกงไปเพียงใด”

“บางทีความตายสำหรับบางคนก็ดูจะสบายไป เจ้าเมืองผู้นั้นยังต้องอยู่ชดใช้ให้ชาวเมืองอีกมาก ทั้งจากหลักฐานนั้นบ่งชี้เจ้าเมืองไม่ได้คดโกงเพียงผู้เดียวเป็นแน่ บางทีหลักฐานที่ข้านำไปถวายฮ่องเต้อาจสร้างระลอกคลื่นลูกใหญ่ในราชสำนักมากทีเดียว แล้วอีกอย่างนะไท่หลง ข้าเพียงช่วยให้เจ้าเมืองผู้นั้นรอดเพียงไม่นานเท่านั้น ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องตายอยู่ดี”

“เจ้าไม่กลัวเขาหนีไปหรือ”

“จะหนีได้เช่นไร ถึงเขาจะรอดตายก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแข็งแรงพอจะเดินเหินได้สบายหรอกนะ”

“ร้ายกาจ” เพิ่งจะรู้หรืออย่างไร...จากนั้นราวเจ็ดวันพวกนางก็ได้ข่าวถึงการกวาดล้างขุนนางในราชสำนักที่อยู่เบื้องหลังการคดโกงขอเจ้าเมืองชิง มากเสียจนคุกหลวงไม่เพียงพอที่จะคุมขัง ได้รับโทษประหารไปหลายคน เพราะหลังจากสืบความเพิ่มเติมก็พบการคดโกงในราชสำนักเพิ่มอีกมาก พี่หยางของนางคงทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนเป็นแน่

พวกนางเดินทางแบบไม่เร่งรีบ แต่ถึงจะอยากรีบก็ไม่สามารถทำได้เพราะระหว่างเส้นทางที่พวกนางเดินทางผ่านนั้นต่างก็มีชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านออกมารอคอยการมาถึงของพวกนาง ทั้งยังเชิญเข้าไปพักในหมู่บ้านอย่างกระตือรือร้น บางหมู่บ้านถึงกับจัดเวรยามเพื่อเฝ้ารอพวกนางด้วยซ้ำ

นางเองก็ไม่ขัดความต้องการของชาวบ้านทั้งยังช่วยรักษาให้อย่างเต็มใจ คนที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดก็คงเป็นจ้าวไท่หลงที่ได้กินอิ่มนอนหลับสบายทุกวัน เรียกได้ว่าชื่อเสียงของนางในตอนนี้นั้นโด่งดังไปทั่วยุทธภพจริงๆ นางไม่ได้คิดปกปิดตัวตนเพราะตั้งใจจะช่วยเหลือผู้คนอยู่แล้ว

รอนแรมอยู่สองเดือนพวกนางก็ถึงเมืองหยุนกังซึ่งเป็นเมืองแรกที่มีกิจการของนางตั้งอยู่ มีทั้งโรงเตี๊ยมขนาดกลาง เหลาอาหารและเหลาสุราขนาดใหญ่ กิจการทุกอย่างออกมาดีและเป็นตามระบบที่นางได้วางไว้ แต่ท่านพ่อเป็นผู้จัดการแทนให้ทุกอย่าง นางอยู่ดูให้แน่ใจถึงสามวันก็ออกเดินทางไปยังเมืองอื่นต่อไป

"ข้าไม่เคยรู้เลยว่าแคว้นซานกว้างใหญ่ขนาดนี้ เดินทางจากเมืองหลวงมาหลายเดือนเพิ่งจะผ่านเมืองไปได้ไม่กี่เมืองเท่านั้น นี่ก็เข้าฤดูเหมันต์แล้วด้วย”

“จากสี่แคว้นนั้นแคว้นซานกว้างใหญ่ที่สุด อาจารย์ของเจ้าไม่เคยสอนหรืออย่างไรไท่หลง”

“สอนสิขอรับท่านน้า แต่ในตำราหรือจะสู้ออกมาเห็นด้วยตาตนเอง” พูดไปก็คีบหมูที่กำลังย่างเข้าปากไปด้วย เนื้อสัตว์อสูรหมักกับสมุนไพรที่ไม่ได้กินมานานหอมไปทั่วหมู่บ้านที่พวกนางแวะพักค้างแรม อากาศหนาวมากแล้วจนนางอดจะกังวลถึงครอบครัวที่เมืองหลวงไม่ได้ “นั่นเจ้าทำสิ่งใดอยู่หรือจิวเหมย”

“ชุดกันหนาวให้หลานๆ ข้าได้ผ้าขนสัตว์จากร้านผ้าในตลาดมาก็เลยเอามาทำ”

“ไม่ทำให้พี่ใหญ่บ้างหรือ เจ้าจะให้สามีของเจ้านอนเหนาวอยู่ผู้เดียวหรืออย่างไร”

“ข้าไม่ลืมสามีตัวเองหรอกน่า ข้าทำไว้ให้พี่หยางก่อนจะออกเดินทางเสียอีก ที่ได้มานี่ก็เพียงพอแค่ทำให้หลานน้อยทั้งสองเท่านั้น หากเจ้าอยากได้ด้วยก็คงต้องไปหาผ้าขนสัตว์มาเอง”

“เอาขนเสี่ยวหลานไปทำได้หรือไม่” ผลจากการพูดแบบนั้นคือโดนเสี่ยวหลานสะบัดขนใส่หน้า “ข้าพูดเล่นนะเสี่ยวหลาน จะเอาขนเจ้าไปทำได้เช่นไรจริงหรือไม่...ถึงมันจะนุ่มและอุ่นมากก็เถอะ” แน่นอนสิ เพราะนางต้องนั่งหวีขนให้พยัคฆ์เมฆาทั้งสองตัวอยู่ทุกวัน ตอนแรกก็ไม่ยอมให้หวีหรอกโดยเฉพาะเสี่ยวหู่ แต่พอได้หวีก็เริ่มติดใจ ร้องขอให้นางหวีขนให้เกาหลังให้แทบทุกวันเลย อีกทั้งหลังๆมานี้พวกมันยังชอบอาบน้ำแบบสุดๆเพราะแชมพูที่นางทำขึ้นเอง

“ขออภัยที่มารบกวนขอรับฮูหยิน” นางถึงกับสำลักเนื้อที่กินเข้าไปเมื่อได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านเรียกนางว่าฮูหยิน จะไม่ให้เรียกก็ไม่ได้เพราะชาวบ้านต่างก็รู้ว่านางแต่งงานกับพี่หยางแล้ว จะให้เรียกคุณหนูหลิวอยู่เหมือนเดิมก็เห็นทีจะไม่เหมาะ “ชาวบ้านอยากตอบแทนฮูหยินจึงให้ข้านำของมามอบให้ขอรับ แต่ก็เป็นเพียงผักผลไม้ที่หาได้ในป่าและปลูกเองเท่านั้นขอรับ แม้จะไม่มีค่าแต่ข้าและชาวก็อยากจะมอบให้เพื่อตอบแทนน้ำใจของฮูหยินขอรับ”

“ข้าไม่คิดมากหรอกเจ้าค่ะ เพียงชาวบ้านคิดมีน้ำใจข้าก็ยินดีรับเอาไว้แล้ว” นางลุกไปรับตะกร้าผักผลไม้ที่หัวหน้าหมู่บ้านเอามาให้อย่างเต็มใจ “หัวหน้าหมู่บ้านทานมื้อค่ำมาหรือยัง เชิญทานพร้อมพวกข้าสิเจ้าคะ”

“ใช่ๆ มาทานด้วยกันสิขอรับหัวหน้าหมู่บ้าน เสี่ยวหู่เสี่ยวหลานเข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่ามาได้ เนื้อนุ่มเชียวขอรับ อ้อ มีสุราของท่านน้าลู่ไป๋ด้วยนะขอรับ ไม่ใช่ว่าผู้ใดจะได้ลิ้มลองกันง่ายๆหากไม่เข้าไปที่เหลาสุรา”

“ข้าเองก็ได้ยินจากนักเดินทางเช่นกันขอรับว่าสุราจากเหลาสุราของฮูหยินนั้นเลิศรสไม่มีที่ใดเหมือน”

“เช่นนั้นก็มานั่งด้วยกันเถิดหัวหน้าหมู่บ้าน มาลองดื่มดูว่าเป็นเช่นที่นักเดินทางเหล่านั้นพูดหรือไม่” จากนั้นวงเนื้อย่างก็กลายเป็นวงสุรา จ้าวไท่หลงที่ได้รับอนุญาตให้ดื่มได้แล้วก็ช่วยจัดที่จัดทางให้หัวหน้าหมู่บ้านเข้าร่วมวงด้วย เนื้อย่างหอมๆกับสุราช่างเข้ากันได้ดี ยิ่งดึกเสียงวงสุราก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ จากวงเล็กๆมีเพียงแค่สามคนตอนนี้กลายเป็นว่าเป็นวงใหญ่มีเป็นสิบคนจนนางต้องไล่ให้ลงไปตั้งวงสุรากันด้านล่างของบ้าน ส่วนนางก็หนีเข้ามิติเพื่อดูดซับปราณ

วันเดือนปีคล้อยผ่านฤดูเหมันต์ถึงสามรอบจิวเหมยก็หยุดเดินทางที่เมืองสุดท้ายที่มีกิจการของนางเปิดอยู่ สามปีที่ผ่านมานางได้เดินทางไปทั่วยุทธภพเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านและดูแลกิจการจนครบถ้วนทุกเมืองและทุกหมู่บ้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านน้อยใหญ่นางก็ไม่ปล่อยให้รอดพ้นตาไปได้ มีสถานการณ์ให้แก้ไขและช่วยเหลืออยู่บ้างแต่ไม่บ่อยนัก เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายอย่างที่สุด

“อีกสองวันท่านอาจารย์จะมารับเจ้ากลับไปฝึกฝนต่อนะไท่หลง”

“ถึงเวลาแล้วหรือขอรับท่านน้าอี้เทียน”

“ใช่ จากนี้ท่านอาจารย์คงไม่ปล่อยให้เจ้ากลับมาแล้วหากยังไม่สำเร็จวิชาตามที่ท่านอาจารย์จะสอน วันนี้จิวเหมยจะมาพาเจ้ากลับไปส่งที่เมืองหลวงเพื่อให้ร่ำลาครอบครัวของเจ้า ท่านอาจารย์จะไปรับเจ้าที่นั่นด้วยตนเอง”

“เมื่อถึงเวลาต่างคนต่างก็มีเส้นทางของตนเองไท่หลง เจ้าเองก็ต้องทำให้ดีที่สุด”

“ข้าเข้าใจแล้วจิวเหมย ข้าจะตั้งใจฝึกฝนกับท่านตาจนสำเร็จให้ได้”

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวน” ไท่หลงกล่าวลาท่านน้าทั้งสองแล้วก็หายเข้ามิติพร้อมกับนางก่อนจะโผล่ออกไปยังหน้าจวนตระกูลจ้าวของท่านอัครเสนาบดี “ข้าส่งเจ้าที่ตรงนี้ เอาไว้พบกันใหม่นะสหาย ขอให้เจ้าโชคดี”

“ขอบใจมากจิวเหมย หากเจ้ามีข่าวดีอย่างเช่นว่าข้าจะมีหลานตัวน้อยๆก็ให้ท่านน้าอี้เทียนส่งข่าวไปบ้างนะ”

“ได้สิ แต่เจ้าคงจะต้องรอนานหน่อยเพราะข้ายังไม่พร้อมจะมีลูกในตอนนี้”

“เห็นใจพี่ใหญ่ของข้าบ้าง อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้อุ้มลูกน้อยกัน”

“พี่รอง! ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ” ขณะที่กำลังคุยกันจ้าวไท่เว่ยที่ออกไปเรียนที่สำนักศึกษาก็กลับมาถึงจวนพร้อมกับบ่าวรับใช้ส่วนตัว ร่างเล็กของคุณชายน้อยตระกูลจ้าววิ่งเข้ามาหาพี่ชายคนโปรดอย่างร่าเริงจนจิวเหมยเองก็อดจะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ นี่หากรู้ว่าอีกสองวันพี่รองของตนเองจะไม่อยู่อีกแล้วคงจะร้องไห้งอแงอีกเป็นแน่

“เจ้าพาน้องเข้าจวนเถอะ ข้าเองก็จะกลับแล้วเช่นกัน”

“ขอบใจอีกครั้งจิวเหมย เอาไว้พบกันใหม่” นางยิ้มให้สหายแล้วกลับเข้ามิติอีกครั้งเพื่อกลับไปหาท่านน้าทั้งสอง

นางใช้เวลาอีกสิบวันในการอยู่ดูแลกิจการที่เมืองสุดท้ายก็กลับเมืองหลวงผ่านทางมิติ ม้าสองตัวท่านน้าทั้งสองเก็บไว้ที่หลังโรงเตี๊ยมเพื่อเอาไว้รับส่งแขกที่มาพักหากมีคนต้องการใช้บริการรถม้าของทางโรงเตี๊ยม ที่กลับเมืองหลวงช้าขนาดนี้เพราะท่านน้าลู่ไป๋เกิดอยากหมักสุราสูตรใหม่ที่คิดขึ้นได้ระหว่างเดินทาง กว่าสูตรสุราจะลงตัวก็สิบวันเข้าไปแล้ว

“จวนของท่านน้าทั้งสองก็เสร็จแล้วนะเจ้าคะ” นางมาส่งท่านน้าที่จวนของท่านพ่อ จะได้แวะบอกกล่าวด้วยว่าพวกนางกลับมาแล้ว “ข้าได้ให้คนเข้าไปทำความสะอาดไว้แล้วเจ้าค่ะ พร้อมย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย”

“เช่นนั้นข้าจะบอกกล่าวบิดาของเจ้าก่อน อีกสองสามวันก็คงจะย้ายเข้า”

“ได้เจ้าค่ะท่านน้าอี้เทียน เครื่องเรือนต่างๆข้าก็ได้เตรียมไว้ให้แล้วนะเจ้าคะ ท่านน้าทั้งสองไปดูที่จวนก่อนก็ได้เจ้าค่ะ หากไม่ชอบก็ค่อยซื้อหาเข้าไปเพิ่มเติม” นางเดินนำท่านน้าทั้งสองไปยังห้องทำงานของท่านพ่อ เพราะเวลานี้นั้นเลยมื้อค่ำของจวนไปแล้ว แม่ใหญ่คงจะเข้าห้องพักเตรียมหลับนอนแล้ว ส่วนท่านพ่อก็คงนั่งทำงานอยู่เช่นเดิมแม้จะคืนตราแม่ทัพแล้วก็ตาม นางเอ่ยทักพ่อบ้านหม่าที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานท่านพ่อแล้วมอบของฝากที่นำมาจากต่างแคว้นให้ “ท่านพ่อทำงานหนักเกินไปแล้วนะเจ้าคะ ใยไม่พักผ่อนบ้าง”

“เหมยเอ๋อร์! กลับมาแล้วหรือลูก เข้ามาก่อนๆ” อดีตแม่ทัพใหญ่เห็นบุตรสาวคนโตที่ออกท่องยุทธภพไปถึงสามปีกลับมาแล้วก็ปรี่เข้าไปรวบตัวบุตรสาวเข้ามากอดอย่างคิดถึง “เจ้าไปไม่ติดต่อกลับมาเลยจนพ่อเป็นกังวล ยังดีนะที่คนของเราที่อยู่แต่ละเมืองส่งข่าวมาให้พ่อได้ทราบข่าวบ้าง”

“ขออภัยเจ้าค่ะ ลูกเองก็เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวมากไปสักหน่อย”

“เจ้ากลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว วันนี้จะพักที่นี่หรือจะกลับจวนของเจ้าเล่าลูกพ่อ”

“กลับจวนของลูกเจ้าค่ะ วันพรุ่งลูกจะมาทานมื้อเย็นกับท่านพ่อนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นก็รีบกลับเถิด มืดค่ำแล้วจะเป็นอันตราย ท่านทั้งสองก็ไปพักผ่อนเถิด เดินทางกันมาเหนื่อยมากแล้ว”

“เช่นนั้นลูกกลับก่อนนะเจ้าคะ” นางลาท่านพ่อและท่านน้าทั้งสองแล้วก็เข้ามิติเพื่อกลับไปยังจวนที่สามีของนางกำลังรออยู่ ไม่รู้ว่าจะกลับจากในวังหรือยัง แม้สองสามปีมานี้บ้านเมืองจะสงบสุขแต่นางก็ได้ข่าวอยู่ตลอดว่าสามีของนางนั้นทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพัก พอเอ่ยถามผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแคว้นซานครั้งเมื่อแวะไปเยี่ยมฮองเฮากับหลานๆก็ได้ความว่าสามีของนางนั้นหางานให้ตนเองได้ทำเพราะกลัวจะฟุ้งซ่านและคิดถึงนางมากจนเกินไป ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก

จวนของท่านแม่ทัพในยามที่นางเยียบเข้ามานั้นเงียบสงบราวกับไม่มีผู้ใดอาศัย นางคงคิดเช่นนั้นจริงๆหากไม่เห็นคนงานเดินตรวจเวรยามรอบๆจวนเข้าเสียก่อน พอเรียกมาถามไถ่ก็ได้ความว่าสามีของนางไม่กลับจวนมาสองวันแล้ว

“ฮูหยินจะให้บ่าวไปแจ้งแก่ท่านแม่ทัพหรือไม่ขอรับ บ่าวจะได้รีบไป”

“ไม่ต้องหรอก วันพรุ่งค่อยไปแจ้งก็ได้ วันนี้พวกเจ้าตรวจเวรยามแล้วก็ไปพักเถอะ”

“ขอรับฮูหยิน” คนงานทั้งหมดเดินแยกไปตรวจตรายังจุดอื่นต่อ นางเองก็แยกไปยังเรือนของตนเองเช่นกัน วันนี้นางเองก็รู้สึกล้าไม่น้อยจึงอยากจะรีบอาบน้ำเข้านอน วันพรุ่งค่อยเข้าไปตามสามีถึงในวังก็ยังไม่สาย

แต่พอลืมตาในเช้าวันใหม่นางก็ได้เห็นสามีนอนจ้องหน้านางอยู่ก่อนแล้ว “ท่านพี่ทำเช่นนี้น้องอาจจะตกใจจนหัวใจวายตายได้เลยนะเจ้าคะ คิดถึงน้องหรือไม่เจ้าคะ น้องคิดถึงท่านพี่มากๆ” นางเบียดตัวเข้าซุกกอดสามีอย่างแสนคิดถึง กายหนาของพี่หยางอบอุ่นเหมือนยามต้องแสงพระอาทิตย์เลย “คิดถึง น้องคิดถึงท่านพี่ที่สุด”

จ้าวไท่หยางโอบกอดภรรยาไว้อย่างแสนรัก สามปีที่ห่างหายไม่มีวันใดไม่คิดถึง อยากจะตามนางไปใจแทบขาดแต่หน้าที่ของแม่ทัพใหญ่ก็ต้องทำ หากนางไม่กำชับไว้เป็นมั่นเหมาะว่าไม่ให้เขาทิ้งงานแล้วตามนางไปเขาก็คงไม่ต้องทนคิดถึงนางจนแทบขาดใจเช่นนี้ กินไม่อิ่มนอนไม่หลับมาสามปี ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องทนนอนหนาวอยู่คนเดียวอีกแล้ว

“พี่ก็คิดถึงน้องที่สุดเช่นกัน จากนี้น้องอย่าได้หวังว่าจะได้อยู่ห่างกายพี่อีก”

“น้องไม่ไปไหนอีกแล้วเจ้าค่ะ” สองสามีภรรยาโอบกอดถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันอย่างไม่คิดจะลุกไปไหน ไม่นานจากนั้นก็มีเสียงครางหวานเล็ดลอดออกไปให้สาวใช้ที่รอรับใช้อยู่หน้าประตูได้หน้าเขินอายหน้าแดงก่ำ

กิจกรรมร้อนในห้องพักของคู่สามีภรรยายังคงดำเนินต่อไปจนเกือบเข้ายามอู่ นายท่านของจวนถึงได้ยอมปล่อยให้ภรรยาได้อาบน้ำล้างตัวเพื่อออกไปรับประทานอาหารมื้อเที่ยง ใบหน้าหวานของฮูหยินคนงานแดงระเรื่ออยู่ตลอดเมื่อเห็นสาวใช้มองหน้านางอย่างเขินอายทั้งยังเอาสมุนไพรบำรุงที่ต้มมาอย่างดีให้นางดื่มอีก

“บำรุงให้มากๆนะเจ้าคะฮูหยิน ร่างกายจะได้แข็งแรง”

“ข้าร่างกายแข็งแรงดีอยู่แล้ว ไม่ต้องบำรุงอะไรเพิ่มหรอก”

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ คุณชายหรือคุณหนูตัวน้อยคงจะรอมาเกิดอยู่ในครรภ์ของฮูหยินอยู่เป็นแน่ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมนะเจ้าคะ นี่เป็นสมุนไพรชั้นดีที่แม่ใหญ่ของฮูหยินและท่านแม่ของนายท่านส่งมาให้เจ้าค่ะ”

“เจ้าพูดได้ดี ต้มสมุนไพรเหล่านี้ให้ฮูหยินอย่าได้ขาดเข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะนายท่าน” เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่ถามนางสักคำว่าอยากดื่มสมุนไพรขมๆพวกนี้หรือเปล่า โอสถที่นางหลอมเองยังดีกว่ากันเยอะ ทั้งยังไม่ขมกินยากเช่นนี้ด้วย แต่หากนางแย้งไปท่านพี่ก็คงจะไม่ยอม

“กิจการทุกอย่างของน้องก็ลงตัวแล้ว ยังไม่ยอมให้พี่มีเจ้าตัวน้อยสักคนสองคนอีกหรือ”

“อันที่จริงน้องก็คิดว่าจวนของเราเงียบเหงาอยู่เหมือนกันนะเจ้าคะ เช่นนั้นจากนี้ก็คงต้องฝากท่านพี่ด้วยเจ้าค่ะ”

“พี่จะทำเต็มที่ พวกเจ้าจงนำคำของข้าไปแจ้งแก่คนงานในจวนทุกคน นับตั้งแต่คืนนี้ห้ามให้ผู้ใดผ่านหน้าเรือนของข้าเป็นอันขาด หากข้าไม่เรียกอย่าได้มารบกวน” นี่ท่านพี่จริงจังไปหรือไม่เจ้าคะ

แม่ทัพใหญ่พูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น หลิวจิวเหมยไม่ได้ออกจากห้องอีกเลยเป็นเวลาสามวัน ข้าวน้ำล้วนเป็นสามีที่นำเข้ามาให้นางได้ทานถึงในห้อง นอกเวลาทานข้าวนางก็ถูกสามีโอบกอดอยู่บนเตียงแทบจะทุกเวลา ไม่ได้พบหน้าผู้ใดหรือได้ออกตรวจกิจการเลยสักอย่างเดียว จนผู้ที่มารอพบได้สองวันแล้วเริ่มมีอาการโมโหร้ายจนอยากจะบุกเข้าห้องสามีภรรยาคู่นี้ให้คลายหงุดหงิด

“จะต้องให้ข้ารออีกสักกี่วัน นายท่านของพวกเจ้าอดอยากมากนักหรือถึงไม่ปล่อยให้ภรรยาออกจากห้อง!

“น้องอย่าโมโหไปเลยไป๋เอ๋อร์ คู่สามีภรรยาที่ต้องห่างกันถึงสามปีย่อมต้องคิดถึงกันมากเป็นเรื่องธรรมดา”

“แต่นี่มันสามวันแล้วนะอี้เทียน” พ่อบ้านหย่งได้แต่ยืนยิ้มอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรดี คำสั่งนายท่านของจวนนั้นก็สำคัญจะให้เขาไปรบกวนเพื่อแจ้งว่าท่านฟ่านลู่ไป๋กับท่านอู๋อี้เทียนมารอพบฮูหยินก็คงจะเป็นการขัดคำสั่ง แต่ทั้งสองท่านก็มารอพบฮูหยินได้สองวันแล้วเช่นกัน หากไม่เป็นเรื่องสำคัญก็คงไม่ยอมมานั่งรอเช่นนี้

“วันนี้เรากลับจวนกันก่อนเถิด วันพรุ่ง...”

“วันพรุ่งๆๆ เจ้าบอกวันพรุ่งมากี่วันแล้วอี้เทียน สองผัวเมียคู่นี้ช่างน่าตายนัก!

“หึหึ เช่นไรวันนี้ก็กลับก่อนเถิด ท่านแม่ทัพคงอยากจะมีบุตรเต็มทีแล้วถึงได้ขยันเช่นนี้” พ่อบ้านหย่งเดินออกไปส่งทั้งสองท่านที่หน้าจวนแล้วกลับเข้ามาดูแลความเรียบร้อยภายในจวนอีกครั้ง เขาเองก็อยากจะบอกเช่นกันว่าไม่ใช่เพียงทั้งสองท่านที่อยากพบฮูหยิน แต่ฝ่าบาทเองก็อยากพบท่านแม่ทัพเช่นกัน

เข้าวันที่ห้าจิวเหมยก็ทนไม่ไหวที่จะต้องอยู่แต่ในห้องอีกต่อไป ขนาดนี้แล้วหากนางยังไม่ท้องก็ไม่ใช่ความผิดผู้ใดแต่คงเพราะสวรรค์ยังไม่มีดวงวิญญาณส่งมาเกิดเป็นแน่ นางร้องขอสามีอยากออกไปสูดอากาศข้างนอก ยามซื่อนางก็สมหวังเมื่อสามีโอบประคองนางออกจากห้องเสียที แต่ไม่ออกมาในยามนี้จะดีกว่า

“กว่าจะออกจากห้องได้นะพวกเจ้า!

“เอ่อ ท่านน้ามาพบข้าหรือเจ้าคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ!” ท่านน้าลู่ไป๋ของนางกลายร่างเป็นมารเรียบร้อยแล้ว จากที่จะไปสูดอากาศก็ต้องมานั่งรับฟังบทเทศนาอันยาวเยียดจนง่วงอีกรอบแล้ว “ข้าจะมาบอกว่ามีคนจะขายหอนางโลม เจ้าสนใจจะซื้อเอาไว้หรือไม่”

“สนใจเจ้าค่ะ!

“ไม่คิดหน่อยหรือ”

“ไม่ต้องคิดเจ้าค่ะ ท่านน้าก็รู้ว่าข้าอยากทำหอค้าข่าวมานานแล้ว ซื้อเลยเจ้าค่ะ จัดการได้เลยแต่เปลี่ยนจากหอนางโลมเป็นหอดนตรีนะเจ้าคะ นางโลมพวกนั้นก็จ้างเอาไว้เช่นเดิม ข้าขอคิดก่อนว่าจะให้พวกนางทำงานในลักษณะใด ซื้อเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว”

“อืม เช่นนั้นข้าจะให้เสี่ยวอิงจัดการเลยก็แล้วกัน อ้อ บิดาของเจ้าให้ไปทานมื้อค่ำที่จวน เพราะวันนี้น้องสาวทั้งสองของเจ้าจะกลับมาเยี่ยม เจ้าไม่ได้พบน้องนานแล้วไม่ใช่หรือ”

“ได้เจ้าค่ะ ข้ากับท่านพี่จะไปทานมื้อค่ำที่จวนของท่านพ่อ” เมื่อได้ในสิ่งที่พอใจท่านน้าลู่ไป๋ก็ขอตัวกลับไป วันนี้ท่านน้าอี้เทียนไม่ได้มาด้วยเพราะต้องอยู่เฝ้าเหลาสุราแทนท่านน้าลู่ไป๋

ยามโหย่วนางกับพี่หยางก็มายังจวนของท่านพ่อเพื่อทานอาหารค่ำร่วมกัน น้องสาวที่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วทั้งสองคนวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นนาง ฟางเอ๋อร์นั้นใบหน้าสวยหวานถอดมาจากแม่ใหญ่ไม่ผิดเพี้ยน ส่วนผิงเอ๋อร์นั้นสวยคมงดงามไม่แพ้กัน อีกไม่นานท่านพ่อคงได้รับเทียบเชิญจากแม่สื่อไม่เว้นวันเป็นแน่

ครอบครัวของนางอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา กุ้ยอันในวัยกำลังซนสร้างเสียงหัวเราะไปทั่วจวน ท่านพ่อกับแม่ใหญ่นั่งยิ้มมองน้องสาวทั้งสองของนางช่วยกันป้อนข้าวกุ้ยอัน จู่ๆนางก็หวนคิดถึงบิดามารดาและน้องสาวในโลกเดิม

พ่อคะ แม่คะ จันทร์ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วนะ มีท่านพ่อท่านแม่ที่รักจันทร์ แม่ใหญ่ที่ดีกับจันทร์ มีน้องๆที่แสนน่ารัก มีท่านน้าทั้งสองที่เอ็นดูจันทร์ มีคนงานที่ไว้ใจได้ มีกิจการที่เจริญรุ่งเรือง มีสามีที่รักจันทร์มากและจันทร์ก็รักเขามากเหมือนกัน ในวันที่จันทร์มีความสุขอยู่ที่นี่จันทร์ก็อยากขอให้แม่กับน้องมีความสุขมากๆเช่นกันนะคะ

“น้องร้องไห้ทำไมเหมยเอ๋อร์ ไม่สบายหรือ”

“เปล่าเจ้าค่ะท่านพี่ น้องแค่มีความสุขมากๆเท่านั้น”

“ขอบใจลูกมากเหมยเอ๋อร์ที่ทำให้ครอบครัวของเราอบอุ่นเช่นนี้ หากไม่มีลูก...พ่อก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะมีวันนี้หรือไม่ พ่อโทษตัวเองอยู่ตลอดที่ทำหน้าที่พ่อและสามีได้ไม่ดี พ่ออยากจะขอโทษลูกและฮูหยินในสิ่งที่ทำผิดพลาดไปแล้ว ให้อภัยพ่อและสามีที่ไม่เอาไหนของพวกเจ้าได้หรือไม่”

“น้องไม่เคยโกรธท่านพี่เลยเจ้าค่ะ น้องเองก็เคยทำผิดเช่นกัน ผิดต่อทั้งท่านพี่และเหมยเอ๋อร์ น้องเองก็อยากจะขอโทษเจ้าค่ะ”

“ลูกไม่โกรธท่านพ่อกับแม่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ จากนี้ครอบครัวของเราจะมีแต่ความสุขในทุกๆวัน ท่านพ่อทำหน้าที่พ่อและสามีได้ดีแล้วเจ้าค่ะ ลูกนั้นมีพี่หยางคอยดูแลแล้วท่านพ่ออย่าได้กังวล แต่น้องๆทั้งสามยังต้องการความรักและความอบอุ่นจากท่านพ่อและแม่ใหญ่นะเจ้าคะ ให้เรื่องในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญแล้วทำปัจจุบันให้ดีที่สุดนะเจ้าคะ”

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ดังไปเกือบค่อนคืนทำให้นางยิ้มออกมาอย่างมีความสุข มือหนาของพี่หยางกอบกุมมือของนางเอาไว้อย่างอบอุ่น นางโชคดีจริงๆที่ได้มาที่นี่ ได้มาเจอทุกคนที่แสนดีกับนางเช่นนี้

“พี่จะดูแลน้องและทำให้น้องมีความสุขที่สุดนะเหมยเอ๋อร์ ฮูหยินของพี่”

“น้องก็จะทำให้ท่านพี่มีความสุขเช่นกันเจ้าค่ะ”

นางให้สัญญากับตนเองและทุกคนว่านับจากนี้นางจะทำให้ทุกคนรอบตัวนางมีความสุขให้มากที่สุด นางอยากจะขอบคุณอะไรก็ตามที่ดึงนางมายังโลกใบนี้ ขอบคุณที่ทำให้นางได้มีโอกาสทำเพื่อคนที่นางรักแม้โลกนั้นจะไม่มีโอกาสแล้วก็ตาม แต่โลกนี้นางยังมีโอกาสและจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่นางจะทำได้ ห่วงอย่างเดียวของนางก็คงจะเป็นสหายเพียงคนเดียวที่ตอนนี้นางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นเช่นไรบ้าง

ทางด้านของคนที่จิวเหมยกำลังนึกห่วงนั้นก็กำลังวิ่งหลบลูกไฟที่สร้างจากปราณขั้นสูงของท่านตาผู้ที่เปรียบเสมือนเป็นอาจารย์ของตนอยู่อย่างว่องไว แต่ความว่องไวนั้นก็ยังไม่เป็นที่พอใจของผู้อาวุโสเท่าใดนัก

“อย่ามัวแต่วิ่งหลบไท่หลง ความว่องไวของเจ้าไม่ช่วยให้เจ้ารอดไปได้ตลอดหรอกนะ”

“ไม่หลบก็ตายสิขอรับ อ้าก มันร้อนนะขอรับท่านตา เจ็บๆๆๆ หยุดก่อนขอรับท่านตา ข้าวิ่งไม่ไหวแล้ว”

ก็น่าเป็นห่วงจริงๆนั่นแหละนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.091K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4223 pokaw_w (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:15
    นึกว่าพระเอกกะนางเอกจะได้เป็นเทพเซียนซะอีก
    #4,223
    0
  2. #4117 Kanokkron_13 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 13:31

    ขอบคุณค่ะอบอุ่นมากกกก

    #4,117
    0
  3. #4026 Milkky LulLa (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 23:02
    ขอบคุณมากๆ ค่ะไรท์ รอติดตามเรื่องๆ ต่อนะคะ
    #4,026
    0
  4. #3995 drakr (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:10
    ขอบคุณมากๆนะคะ
    #3,995
    0
  5. #3994 moonbless (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 12:33
    ขอตอนพิเศษแบบ1.ลูกๆของจิวเหมย 2.แฟน ชีวิตรักและครอบครัวของไท่หลง นะคะไรท์
    #3,994
    0
  6. #3993 เฉิงหนิงต้า (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 00:45

    ขอบคุณค่ะไรท์
    #3,993
    0
  7. #3992 Nuthathai Por (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 22:55

    อยากเห็นตอนจิวเหมยมีเจ้าตัวน้อยซะจริง ๆ

    ขอบคุณไรท์มาก ๆ นะคะสนุกมาก ๆ เลยค่ะ

    #3,992
    0
  8. #3985 mameawctc (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 20:56
    ขอบคุณมากค่ะ
    #3,985
    0
  9. #3959 Mbk Mbk (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:20
    ขอบคุณมากค่ะ
    #3,959
    0
  10. #3954 J_warunya (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:02
    ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ สนุกๆออกมาให้อ่านนะค่ะ
    #3,954
    0
  11. #3953 nnp-pangg02 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:25
    อบอุ่นมากกกกก แต่ขำไท่หลงก่อน55555555555สงสารมากแม่ ขอบคุณไรท์ที่เขียนนิยายดีๆใก้เราได้อ่านนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ ปล.เรื่องต่อไปมาตอนไหนเราจะเข้ามากดเฟบไว้เลยอิ้อิ้
    #3,953
    0
  12. #3952 ป้าพิมพ์จ้า (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 20:15

    ขอบคุณสำหรับนิยายแสนสนุก

    #3,952
    0
  13. #3951 klinsurai23 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:39

    จบแบบดีต่อใจ ขอบคุณที่เขียนให้อ่านจนจบนะคะไรท์
    #3,951
    0
  14. #3950 L-girl (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:21

    สนุกมาก

    ขอบคุณค่ะ

    #3,950
    0
  15. #3949 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:00
    กรี๊ดดดดด น่ารักมากๆเลย เย้ ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปจ้า
    #3,949
    0
  16. #3948 Myaily1971 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 14:35

    ขอบคุณไรท์มากๆ นะคะที่เขียนให้ได้อ่านจนจบค่ะ
    #3,948
    0
  17. #3941 Nittaya4858 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 09:31
    ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
    ขอบคุณค่ะ
    #3,941
    0
  18. #3930 molja (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 23:41

    ขอบคุณไรท์มากค่ะ ที่เค้นสมองผลิตนิยายน้ำดีแบบนี้ออกมา ได้ทั้งความรู้ สาระ และความคิดแบบดีๆ ให้ได้รับรู้กัน

    ไม่ดราม่า ตอนไหนมีไท่หลง ตอนนั้นจะอ่านไปยิ้มไป แถมไรท์ใจดีลงนิยายจนจบ ไม่ทิ้งกลางคัน อยากให้ไรท์มีภาค 2 ค่ะ

    ให้ไท่หลงจอมโวยวายแต่มีน้ำใจสุดๆเป็นพระเอก คงตลกและสนุกแน่นอนค่ะ

    #3,930
    0
  19. #3926 sajiaoo (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 22:33

    ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เป็นนิยายเรื่องแรกที่ได้อ่าน ได้ติดตาม ได้รอคอย ได้อ่านตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ จะเป็นกำลังใจให้นะคะ ผลิตผลงานดีๆมีคุณภาพแบบนี้มาอีกนะคะ ขอบคุณที่ทำให้คนอ่านมีความสุขและขอให้ไรท์มีความสุขเช่นกันนะคะ รัก
    #3,926
    0
  20. #3924 chanchan123 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 22:04

    คนที่น่าสงสารที่สุดคือพี่หยางกว่าจะได้อยู่กับเหมยเอ๋อร์ ดีใจด้วยได้มีความสุขซักที
    #3,924
    0
  21. #3917 Yelan4 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 15:56

    ขอบคุณนะคะที่ลงให้อ่านจนถึงตอนจบ ชอบมากค่ะนิยายเรื่องนี้อ่านแล้วติดงอมแงมเลยค่ะ
    #3,917
    0
  22. #3913 pat2514 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 14:23
    ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรท์..ที่ลงให้อ่านจนจบยิ้มตลอดทุกครั้งที่อ่านเลยค่ะ..^_^ ^_^
    #3,913
    0
  23. #3909 abeja2 (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:49

    ขอบคุณครับ

    #3,909
    0
  24. #3904 หลิน (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 10:23

    ขอบคุณนะคะ เป็นนิยายที่อ่านแล้วยิ้มๆ

    #3,904
    0
  25. #3903 Nong Akk (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 10:00

    ขอบคุณคะไรท์ สนุกมากกกกก

    #3,903
    0