หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 78 : ตัวห่างไกลแต่ใจชิดใกล้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,678 ครั้ง
    2 ธ.ค. 62

“หลงเอ๋อร์! ลูกไปอยู่ที่ไหนกัน นี่พวกเจ้าเห็นคุณชายรองบ้างหรือไม่...ไม่งั้นหรือ ไปตามหาคุณชายรองแล้วพามาพบข้าประเดี๋ยวนี้” เสียงคนงานขานรับคำนายหญิงของจวนดังมาถึงห้องทำงานของนายท่านผู้เป็นใหญ่ที่สุดในจวน ภายในห้องมีบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองที่ทุกคนกำลังตามหานั่งอยู่ด้วย ผู้เป็นบิดาทั้งระอาใจทั้งเอ็นดูบุตรชายคนรองที่ทำเช่นไรก็ไม่ยอมให้มารดาจับคู่กับสตรีนางใดเป็นอันขาด

“จะบอกพี่ได้หรือยังว่าเหตุใดเจ้าต้องหลบท่านแม่เช่นนี้ด้วยหลงเอ๋อร์”

“ก็งานเลี้ยงน้ำชาน่ะสิขอรับ พี่ใหญ่ก็รู้อยู่ว่างานเลี้ยงน้ำชาของท่านแม่นั้นวัตถุประสงค์คือสิ่งใด”

“พี่ย่อมต้องรู้ แต่หากเจ้าไม่อยากร่วมงานเลี้ยงน้ำชาใยเจ้าไปบอกท่านแม่ไปตรงๆเล่า”

“ข้าบอกไปแล้วขอรับ แต่ท่านแม่ก็ยังอยากให้ข้าเข้าร่วมอยู่ดี วันพรุ่งข้าจะออกเดินทางอยู่แล้วท่านแม่ก็ยังอยากให้ข้าพบเจอสตรีเหล่านั้นอยู่อีก ลูกรบกวนท่านพ่อบอกท่านแม่ด้วยนะขอรับเพราะวันนี้ลูกจะไปพักที่จวนของพี่ใหญ่ วันพรุ่งจะได้เดินทางไปพร้อมจิวเหมยเลย”

“เอาเถิด ชีวิตเจ้า เจ้าก็ต้องเป็นผู้กำหนดเอง รักษาตัวด้วยหลงเอ๋อร์”

“ขอบพระคุณขอรับท่านพ่อ ลูกจะไม่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นกังวลขอรับ” จ้าวไท่หลงกระโดดไปที่หน้าต่างห้องอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงของมารดาใกล้เข้ามาทุกขณะ “ฝากบอกท่านแม่ด้วยนะขอรับว่าลูกรักท่านแม่มากๆ แต่ลูกยังไม่พร้อมจะแต่งงานขอรับ ลูกลาขอรับท่านพ่อ เอาไว้จะให้จิวเหมยพากลับมาเยี่ยมบ่อยๆนะขอรับ” พูดจบก็เร้นกายหายออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารของตนและสหายในทันที

จิวเหมยที่กำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่กับเสี่ยวอิงถึงกับจะสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆสหายเพียงคนเดียวของนางก็ปรากฎตัวขึ้นโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า นางจ้องหน้าจ้าวไท่หลงด้วยความไม่พอใจเพราะตัวเลขที่นางกำลังบวกลบอยู่ในตอนนี้ปลิวหายออกจากสมองไปหมดแล้ว

“เจ้าควรจะส่งเสียงเสียบ้าง”

“ขอโทษที ข้ารีบร้อนไปหน่อย”

“รีบร้อนเรื่องอันใดกัน วันนี้ไม่ใช่ว่าเจ้าควรจะอยู่ที่จวนเตรียมของสำหรับเดินทางวันพรุ่งหรอกหรือ”

“ก็ควรจะเป็นเช่นนั้นหากท่านแม่ไม่จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้นที่จวน” อีกแล้วหรือ นี่มันงานที่สามของเดือนนี้แล้วนะ “ข้าจึงรีบหนีออกมาก่อนจะถูกท่านแม่จับได้อย่างไรเล่า คืนนี้ข้าไปนอนที่จวนของเจ้านะ”

“บอกพี่หยางหรือยังเล่า”

“เรียบร้อย พี่ใหญ่ก็อยู่ที่จวนด้วย ก่อนจะออกมาข้าบอกท่านพ่อกับพี่ใหญ่แล้ว”

“อืม มาแล้วก็ไปพบท่านน้าอี้เทียนที่เหลาสุราเถิด เห็นถามหาเจ้าตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ได้เลย ข้าจะได้ไปที่ครัวด้วย วันพรุ่งต้องเดินทางไกลข้าต้องเอาขนมไปด้วยให้มากๆ ไปล่ะ” เสี่ยวอิงหัวเราะให้กับความกระตือรือร้นของเด็กหนุ่ม ถึงจะตัวโตแค่ไหนก็ยังคงชื่นชอบขนมอยู่เช่นเดิม

ช่วงเย็นจิวเหมยเรียกประชุมคนงานทุกคนที่โรงเตี๊ยม ไม่ว่าจะทำงานที่เหลาอาหาร เหลาสุรา หรือที่ไร่ คนงานต่างก็ไปรวมตัวกันที่โรงเตี๊ยมเว้นแต่เอ้อหลางที่จำต้องอยู่เฝ้าโรงหมอเพราะยังมีชาวบ้านไปซื้อโอสถและสมุนไพรอยู่ตลอด อีกทั้งนางได้พูดคุยกับพี่เอ้อหลางไว้เรียบร้อยแล้ว

“จากนี้ข้าจะไม่อยู่ดูแลกิจการในเมืองหลวงอีกนานเลยเจ้าค่ะ วันพรุ่งข้ากับท่านน้าทั้งสองแล้วก็ไท่หลงจะออกเดินทางไปดูกิจการที่ต่างเมือง จึงอยากจะฝากฝังทุกอย่างให้ทุกคนได้ช่วยกันดูแลกิจการของพวกเราที่เมืองหลวงด้วยนะเจ้าคะ หากมีปัญหาที่แก้ไม่ได้หรือต้องการความช่วยเหลือก็ให้ไปแจ้งที่ท่านพ่อ ท่านแม่ทัพจ้าว พ่อบ้านหม่า หรือไม่ก็พี่เสี่ยวอิงได้เลยนะเจ้าคะ”

“พวกเราจะดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดีขอรับคุณหนู” คนงานช่วยกันขานรับเป็นมั่นเหมาะว่าจะช่วยกันดูแลกิจการทุกอย่างเป็นอย่างดี

“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็วางใจเจ้าค่ะ วันพรุ่งข้าคงเดินทางโดยไร้กังวล”

“คุณหนูโปรดรักษาตัวด้วยขอรับ/เจ้าค่ะ” ก่อนแยกย้ายกันนางยังให้พี่เสี่ยวจิงและพ่อบ้านหม่านำเงินมาให้คนงานอีกคนละหนึ่งตำลึงทองเพื่อเป็นของขวัญที่ทุกคนตั้งใจทำงาน “คุณหนูเพิ่งจะให้พวกเราเมื่อไม่นานนี้เองนะขอรับ พวกข้าจะกล้ารับได้เช่นไร ที่ได้อยู่ทุกวันนี้ก็มากกว่าที่ควรจะได้อยู่แล้วนะขอรับ”

“รับไปเถิดเจ้าค่ะ หากไม่ได้ใช้ก็เก็บเอาไว้เป็นทุนหรือให้ลูกหลานในอนาคตก็ได้เจ้าค่ะ”

“รับไปเถิด จิวเหมยไม่ได้เดือดร้อนที่จะให้ พวกเจ้าก็ตั้งใจทำงานเป็นการตอบแทนนางก็แล้วกัน”

“ขอรับท่านลู่ไป๋ พวกข้าจะตั้งใจทำงานไม่ให้คุณหนูต้องผิดหวังที่ช่วยเหลือพวกข้าเอาไว้ขอรับ” นางยิ้มรับแล้วบอกให้ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน นางกับไท่หลงเองก็ต้องรีบกลับไปพักผ่อนเช่นกันเพราะวันพรุ่งต้องออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า ป่านนี้พี่หยางของนางคงรออยู่ที่จวนแล้ว

เมื่อกลับถึงจวน ไท่หลงก็แยกเข้าห้องไปพักผ่อนทันที ปล่อยให้คู่สามีภรรยาได้ใช้เวลาช่วงค่ำคืนร่ำลากันให้เพียงพอก่อนจะแยกจากกันอีกหลายปี

“น้องกลับมาแล้วเจ้าค่ะท่านพี่”

“เหนื่อยหรือไม่ พี่ให้คนเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว น้องไปอาบน้ำก่อนเถิด”

“น้องอยากออกไปชมจันทร์กับท่านพี่ก่อนเจ้าค่ะ ได้หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวไท่หยางจูงมือภรรยาออกจากห้องไปยังสระบัวที่เขาตั้งใจทำเพื่อเป็นของขวัญให้ภรรยาในวันแต่งงาน ซึ่งจิวเหมยเองก็ชอบมากเช่นกัน อากาศยามค่ำคืนกำลังเย็นสบายเหมาะสำหรับการชมจันทร์เป็นอย่างยิ่ง “กอดน้องหน่อยเจ้าค่ะ น้องหนาว”

“หึหึ มานี่มา” วงแขนกว้างรวบตัวภรรยาเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างรักใคร่ “น้องไม่อยู่พี่ต้องเหงามากเป็นแน่”

“ถึงเหงาก็ห้ามมีอนุนะเจ้าคะ น้องไม่ยอมจริงๆด้วย”

“พี่ไม่คิดมีสตรีอื่นนอกจากน้องหรอกเหมยเอ๋อร์ พี่สัญญากับน้องแล้วพี่จะไม่ผิดสัญญา ต่อให้เหงามากเพียงใดพี่ก็จะรอเพียงน้องผู้เดียว เช่นนั้นรีบกลับมาหาพี่เข้าใจหรือไม่”

“เจ้าค่ะ หากตรวจกิจการทุกอย่างเสร็จแล้วน้องจะรีบกลับมาหาท่านพี่ หรือหากน้องคิดถึงท่านพี่ไม่ไหวน้องก็จะทิ้งให้ไท่หลงดูแลกิจการแทนแล้วน้องก็จะกลับมาหาท่านพี่นะเจ้าคะ คิกคิก” จมูกโด่งกดลงที่กลางศรีษะของภรรยาอย่างเอ็นดู “ท่านพี่ก็อย่าทำงานหักโหมนักนะเจ้าคะ หากมีคนส่งข่าวไปว่าท่านพี่ไม่สบายน้องจะเพิ่มเวลาไปอีกหนึ่งปี”

“พี่คงได้ทิ้งงานแล้วตามน้องไปเป็นแน่ น้องอย่าได้ซนจนเกินไปนักนะเหมยเอ๋อร์ ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญพี่อยากให้น้องระมัดระวังตัวเองให้มากๆ ต่อให้น้องมียอดฝีมือติดตามไปด้วยพี่ก็ยังคงเป็นห่วง”

“เจ้าค่ะ น้องจะไม่ให้ตัวเองมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว”

“อยู่ไกลก็คิดถึงพี่บ้างเข้าใจหรือไม่ พี่คงคิดถึงน้องมากเป็นแน่”

“มีรูปน้องติดอยู่ทั่วห้องยังคิดถึงอยู่อีกหรือเจ้าคะ” ตอนเห็นพี่หยางเอารูปเหมือนจริงของนางมาติดไว้ทั่วห้องนางทั้งขำและเขินอายไปพร้อมกัน สามีของนางบอกว่ากลัวจะคิดถึงนางจนทนไม่ไหวจึงไปจ้างให้ช่างวาดรูปฝีมือดีมาแอบวาดรูปนางเอาไว้หลากหลายอิริยาบถ นางเองก็รู้ว่ามีคนแอบตามนางอยู่ห่างๆแต่เพราะเห็นว่าไม่ได้มุ่งร้ายจึงไม่ได้สนใจ มารู้เหตุผลก็ตอนเห็นรูปตัวเองติดอยู่ทั่วห้องนั่นแหละ

“รูปวาดหรือจะสู้น้องตัวจริง ยามมองจันทร์พี่คงได้เห็นแต่หน้าน้อง”

“คิกคิก พูดเช่นนี้น้องไม่ไปดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ถึงอยากให้เป็นเช่นนั้นแต่พี่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ น้องมีหน้าที่ของน้องที่ต้องทำ พี่เข้าใจ” นางกระชับแขนกอดสามีแน่นขึ้น นางช่างโชคดีที่ได้บุรุษผู้นี้เป็นสามี พี่หยางของนางดีที่สุดต่อให้มีผู้ใดมาบอกว่ามีคนที่ดีกว่านี้นางก็จะเถียงให้ขาดใจว่าเช่นไรพี่หยางของนางก็เป็นบุรุษที่ดีที่สุดในแผ่นดิน สตรีทุกคนจะต้องอิจฉานางที่ได้ครอบครองบุรุษที่แสนดีผู้นี้

“น้องรักท่านพี่จังเลยเจ้าคะ”

“พี่ก็รักน้องมากนะเหมยเอ๋อร์ น้องคือดวงใจของพี่” สองสามีภรรยาใช้เวลายามค่ำคืนด้วยกันอย่างมีความสุข แม้ว่าวันพรุ่งนี้จะต้องจากกันไกลแต่เช่นไรใจสองดวงของพวกเขาไม่เคยห่างกัน จ้าวไท่หยางกอดกระชับร่างน้อยของภรรยาอย่างรักไคร่ จิวเหมยเองก็แนบใบหน้ากับหน้าอกแกร่งของสามีเพื่อฟังเสียงเต้นของหัวใจที่นางชื่นชอบให้แนบชิดขึ้น

ยามค่ำคืนที่ควรเงียบสงบแต่จ้าวไท่หลงกลับนอนหลับไม่สนิทเพราะเสียงครวญครางของสหายและพี่ชายดังเล็ดลอดมาให้ได้ยิน ไม่น่าเลือกพักห้องข้างๆคู่สามีภรรยาเลย สุดท้ายคนที่ตั้งใจจะนอนเอาแรงให้เต็มอิ่มก็ต้องระเห็จตัวเองออกไปนอนบนหลังคาจวนที่ห่างออกไปเพราะห้องอื่นในจวนก็ไม่พร้อมให้เขาได้เข้าพัก คนงานเองก็ไปนอนกันหมดแล้ว โชคดีที่อากาศไม่เย็นนักไม่เช่นนั้นเขาจะบุกเข้าไปในห้องนั้นแล้วขัดจังหวะเสียเลย

“เจ้านอนไม่หลับหรือไท่หลง ไม่ใช่ว่าเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้วงั้นหรือ”

“ช่างกล้าถาม! ห้องของข้าอยู่ติดกับห้องของพวกเจ้าข้ายังจะได้นอนอยู่อีกหรือ!

“ทำไมเล่า” ไท่หลงเตรียมอ้าปากสาธยายเรื่องเมือคืนให้สหายฟังอย่างละเอียด แต่จิวเหมยนึกขึ้นได้เสียก่อนว่าเพราะเหตุใดสหายของนางถึงได้มีสภาพเหมือนคนไม่ได้นอนเช่นนี้ “หยุด! เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว”

“เหอะ! เสียงพวกเจ้าดังไปทั่วจวนแล้วข้าจะบอกให้”

“ไม่ได้ดังขนาดนั้นเสียหน่อย”

“เจ้ายังจะกล้าพูดอีกหรือ!” จิวเหมยกัดข้าวปั้นในมืออย่างไม่สนใจสหาย ตอนนี้พวกนางเดินทางออกจากเมืองหลวงได้สักพักใหญ่แล้ว จากที่ไม่ได้สนใจสหายเท่าใดนักก็ต้องสนใจเพราะไท่หลงเอาแต่เอนกายนอนบนหลังของเสี่ยวหลาน เห็นท่าทางไม่สดชื่นของสหายจึงเอ่ยปากถามในตอนที่แวะพักทานมื้อเที่ยงแต่ไม่คิดว่าสาเหตุจะเกิดจากตนเองและพี่หยาง “พี่ใหญ่ของข้าขยันเช่นนี้อีกไม่นานข้าคงได้อุ้มหลานกระมัง”

“อีกนาน”

“ใยเจ้าถึงได้มั่นใจนัก”

“ก็พวกข้าป้องกัน จะให้ข้าท้องป่องตอนเดินทางและอยู่ห่างไกลจากพี่หยางเช่นนี้ได้เช่นไรเล่า มันอันตราย”

“ป้องกันยังไง เรื่องเช่นนี้มันป้องกันได้ด้วยหรือ”

“ได้สิ ข้าหลิวจิวเหมยทำให้เป็นไปได้ทุกอย่างนั่นแหละ เจ้าอย่าถามมาก เอาไว้เจ้ามีเมียข้าจะบอกให้ก็แล้วกัน เจ้ารีบกินเข้าจะได้เดินทางต่อ” การเดินทางของพวกนางเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบนัก ค่ำที่ใดนอนที่นั้น ให้สมกับเป็นการเดินทางท่องยุทธภพอย่างแท้จริง “ด้านหน้าเป็นเมืองใดหรือเจ้าคะท่านน้าอี้เทียน”

“เมืองฉาง เป็นเมืองเล็กๆก่อนถึงเมืองชิง อยู่ไม่ไกลนักหรอก คืนนี้เจ้าจะแวะพักที่นั่นก็ได้ แต่วันพรุ่งที่เมืองชิงจะมีงานเทศกาลวันสุดท้าย หากเจ้าอยากเที่ยวงานก็ต้องรีบเร่งเดินทางเพื่อให้ทันเข้าพักที่เมืองชิง แต่ข้าไม่แน่ใจนักว่าจะมีโรงเตี๊ยมว่างให้เราได้เข้าพักเพราะเทศกาลนี้เป็นเทศกาลประจำปีของเมืองชิง ผู้คนต่างก็เดินทางมาเที่ยวชมเทศกาลกันจำนวนมากในทุกปี”

“ข้าอยากเที่ยวงานเทศกาล เราไปเที่ยวงานเทศกาลกันเถอะจิวเหมย”

“ได้เลยไท่หลง เช่นนั้นเรารีบเดินทางกันเถิดเจ้าค่ะ” เป็นอันว่าพวกนางต้องรีบเดินทางไปให้ถึงเมืองชิงเพื่อเที่ยวงานเทศกาล นางเองก็ไม่ค่อยได้เที่ยวนักตั้งแต่มีงานเฉลิมฉลองที่เมืองหลวง ถือว่าครั้งนี้เป็นการเปิดหูเปิดตาโดยแท้

“เมืองชิงอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เดินทางเพียงไม่กี่ชั่วยามก็ถึงแล้ว ผู้คนจึงหลั่งไหลไปเที่ยวงานเทศกาลกันจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าก็มาจากต่างเมืองกันมากเช่นกัน พวกเจ้าจะได้เห็นของแปลกตาจากต่างเมืองมากมายเชียวล่ะ”

“ท่านน้าอี้เทียนเคยมาเที่ยวงานเทศกาลที่เมืองชิงด้วยหรือเจ้าคะ”

“เคยสิ ข้าเคยมาอยู่ที่เมืองชิงเพื่อตามหาไป๋เอ๋อร์อยู่นานทีเดียว” พวกนางใช้เวลาเดินทางถึงสี่ชั่วยามก็มาถึงเมืองชิง มาถึงก็เดินหาโรงเตี๊ยมสำหรับเข้าพักแต่ก็อย่างที่ท่านน้าอี้เทียนบอก ผู้คนเดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลกันมากจริงๆจนไม่มีโรงเตี๊ยมไหนว่างให้พวกนางได้เข้าพักเลย “เป็นเช่นนี้เราจะทำเช่นไรกันดี”

“ออกไปนอนในป่าก่อนถึงประตูเมืองก็ได้กระมัง วันพรุ่งค่อยเข้าเมืองกันอีกครั้งก็ได้”

“เอาเช่นที่ท่านน้าลู่ไป๋บอกก็ได้เจ้าค่ะ เช่นไรเราก็เตรียมกระโจมมาเพื่อตั้งที่พักอยู่แล้ว”

“ใยเจ้าไม่สร้างโรงเตี๊ยมที่เมืองชิงด้วยเล่าจิวเหมย”

“ท่านพ่อหาซื้อที่ไม่ได้น่ะสิ เอาไว้ข้าจะบอกท่านพ่อให้ลองหาดูอีกทีก็แล้วกัน” เพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้เมืองหลวงจึงเป็นเส้นทางที่จอมยุทธและนักเดินทางมักจะแวะพักที่นี่ก่อนเข้าเมืองหลวงเสมอ นางเองก็เล็งเห็นถึงช่องทางทำมาหากินเช่นกันแต่ท่านพ่อยังหาซื้อที่ดินว่างๆให้นางไม่ได้ ส่วนโรงเตี๊ยมหรือเหลาอาหารและเหลาสุราก็ไม่มีที่เช่นกัน แม้แต่เหลาเก่าๆก็ไม่มีผู้ใดยอมขาย มีเงินก็ซื้อไม่ได้ต้องมีโชคและวาสนาด้วย

“ไหนๆก็เข้าเมืองมาแล้วเจ้าจะซื้อของกลับไปทำอาหารหรือไม่จิวเหมย”

“ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ อาหารที่ท่านลุงกงกับท่านป้าจางทำให้ข้าเก็บไว้ในมิติเยอะมาก นี่ก็มืดมากแล้วเราทานพวกนั้นให้หมดก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” แม้ในมิติจะไม่ทำให้อาหารเน่าเปื่อย แต่วันนี้พวกนางเร่งเดินทางกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยนางจึงอยากพักผ่อนมากกว่าจะทำอาหาร “เรารีบออกจากเมืองกันเถิดเจ้าค่ะจะได้พักผ่อน”

“แต่ข้าขอซื้อขนมได้หรือไม่”

“หากเจ้าจะซื้อก็ตามไปทีหลังก็แล้วกัน” จิวเหมยทิ้งสหายกับเสี่ยวหลานไว้ข้างหลังอย่างไร้เยื่อใย ท่านน้าทั้งสองนั้นใช้ม้าในการเดินทาง ไท่หลงจึงครองเสี่ยวหลานไปคนเดียว ส่วนนางก็ขี่เสี่ยวหู่เช่นเคย ค่ำมืดขนาดนี้แล้วยังจะซื้อขนมอยู่อีกก็ปล่อยให้เที่ยวกันสองคนไปนั่นแหละดีแล้ว

แต่จ้าวไท่หลงก็ไม่ได้ไปซื้อขนมเพราะวันพรุ่งเขายังมีโอกาสได้ซื้อ ทั้งสี่คนเดินทางออกจากเมืองชิงไปยังป่าโปร่งที่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมืองมากนัก มาถึงก็ช่วยกันตั้งกระโจมสามกระโจม ของนางกับพยัคฆ์น้อยทั้งสองหนึ่งกระโจม ของไท่หลงหนึ่งกระโจม ของท่านน้าทั้งสองอีกหนึ่งกระโจม เมื่อตั้งกระโจมเสร็จก็มานั่งล้อมวงทานมื้อเย็นด้วยกันจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน แต่เวลานอนของนางก็ถูกทำลายเพราะจ้าวไท่หลง

“เจ้าจะไม่กลับไปนอนจริงๆหรือสหาย”

“ก็ข้ากลัวจนนอนไม่หลับ ข้างนอกมันน่ากลัวมาก มืดอย่างกับจะมีภูตผีออกมาอย่างนั้นแหละ ข้าไม่กล้าอยู่คนเดียวหรอก เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงจริงๆนะ ไม่ใช่เสียงลมด้วย ข้าได้ยินจริงๆ ไม่เชื่อเจ้าก็ออกไปนั่งฟังดูสิ”

“ข้าจะให้เสี่ยวหลานไปนอนเป็นเพื่อนเจ้าก็แล้วกัน”

“แต่ว่า...”

“ไปนอนได้แล้ว หากเจ้าไม่ไปข้าจะเผากระโจมเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ!” คนจะหลับจะนอนยังมาพูดเรื่องผีอยู่ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.678K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #3991 Nuthathai Por (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 22:34

    หลงเอ๋อร์เจ้าเด็กไม่รู้จักโต

    #3,991
    0
  2. #3826 @_sassygirl_@ (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 23:12
    โตแต่ตัวจริงๆนะหลงเอ๋อร์
    #3,826
    0
  3. #3825 chamee (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 18:39
    รอไท่หลงเจอผี 555
    #3,825
    0
  4. #3824 Wibee (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 06:34

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #3,824
    0
  5. #3823 Meemiza (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 06:32
    ไท่หลงเอ้ยยย~
    #3,823
    0
  6. #3822 chon29 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 06:14
    ออกเดินทางแล้วสงสารพี่หยางคงคิดถึงน่าดู
    #3,822
    0
  7. #3821 Pandanus23233 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:42
    รอต่อ คิดถึงพี่หยางแทนจิวเหมยแล้วเนี่ย
    #3,821
    0
  8. #3820 Panarinya (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 23:28

    รอค่ะไรท์
    #3,820
    0
  9. #3819 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:43
    สงสารเลยไท่หลง 55555
    #3,819
    0
  10. #3818 0637379350 (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 22:05

    รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าาาาา
    #3,818
    0
  11. #3817 LovelyWonbin (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 21:12
    ไท่หลง โตแต่ตัวจริงๆ ยังห่วงกินขนมตลอด
    #3,817
    0