หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 5 : บ้านหลังใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,284 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

นางรอข่าวที่ไหว้วานให้ไท่หลงไปสืบอยู่ที่โรงเตี๊ยมมาสามวันแล้ว สหายยังไม่ส่งข่าวแต่นางก็เข้าใจได้เพราะคนอย่างท่านพ่อคงไม่ให้ใครตามสืบเรื่องของตนเองได้ง่ายดายนักหรอก สิ่งที่นางทำได้ตลอดสามวันที่ผ่านมาก็คือทำงานหาเงิน ยิ่งเงินเยอะเท่าไหร่นางก็จะยิ่งสุขสบายมากเท่านั้น สินเดิมของท่านแม่นั้นส่วนมากเป็นเครื่องประดับ มีตั๋วเงินตำลึงทองอยู่สองพันตำลึงทองเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าบุตรสาวคหบดีจะมีสินเดิมเพียงเท่านี้ แต่คิดมากไปก็ปวดหัวนางก็เลยเลือกที่จะไม่สนใจและทำงานหาเงินด้วยตัวเอง แต่เครื่องประดับเหล่านั้นนางก็เอาไปขายแลกเป็นตั๋วเงินไว้เรียบร้อย

ลูกค้าของนางก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆทั้งคนเก่าคนใหม่ เพื่อความไม่จำเจเมื่อวานนางก็เลยทำสีใหม่ออกมาขาย ได้ เป็นสีน้ำตาลหลากหลายโทนตั้งแต่อ่อนไปจนเข้มถึงดำ เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบให้ตาสวยคมหนักๆ คิดว่าจะขายไม่ได้แต่กลับขายได้ดีไม่แพ้ของเดิม นี่พี่สาวจากหอคนิกาอิงฮวาหลายคนก็มาซื้อไปคนละชิ้นสองชิ้น ร่ำรวยๆ

“ข้ามาแล้วจิวเหมย!” ไท่หลงกำลังพยายามเบียดเหล่าพี่สาวที่ยืนออกันอยู่หน้าร้านของนางเข้ามาหา แต่ไม่เข้าใจว่าจะเบียดพวกพี่สาวทำไมในเมื่อเข้าทางร้านซาลาเปาก็ได้ นี่เจ้าแอบกินเต้าหู้พี่สาวพวกนี้ใช่หรือไม่สหายข้า! “อะไร ไม่ดีใจหรือที่ข้ามาหา นี่ข้าหนี เอ้ย รีบมาหาเจ้าแต่เช้าเลยนะ”

“เจ้ากำลังมาขัดจังหวะข้าขายของนะไท่หลง” ถึงแม้จ้าวไท่หลงจะเพิ่งอายุได้เพียงสิบสองหนาว แต่รูปร่างหน้าตาก็ใช่จะเมินเฉยได้ง่ายๆ เหล่าพี่สาวต่างส่งสายตาวิบวับให้เขาจนนางอยากถอนหายใจหนักๆออกมาทีเดียว “เจ้าไปนั่งรอก่อนไท่หลง ข้าขายหมดวันนี้ค่อยกลับไปคุยกันที่โรงเตี๊ยม”

“ได้ๆ เชิญเจ้าตามสบาย” ว่าง่ายแบบนี้ค่อยน่าคบหาหน่อย”

“นั่นสหายของเจ้าหรือจิวเหมย คุณชายตระกูลใดกันช่างหล่อเหลาเช่นนี้” คล้อยหลังเจ้าตัวที่หายเข้าไปในร้านซาลาเปาเสียงพี่สาวตรงหน้าของนางก็เอ่ยถามขึ้นอย่างเอียงอาย เด็กสิบสองขวบก็ตกสาวได้แล้วหรือ!

“สหายข้าเองเจ้าค่ะ คุณชายรองตระกูลจ้าว จ้าวไท่หลง”

“บุตรชายของอัครเสนาบดีจ้าวเช่นนั้นหรือ! ช่างเป็นโชคดีของข้าที่มาเดินตลาดวันนี้” หากพี่สาวช่วยซื้อของก็จะเป็นโชคดีของข้าเช่นกันเจ้าค่ะ “คุณชายจ้าวมาหาเจ้าบ่อยหรือ”

“ไม่บ่อยหรอกเจ้าค่ะ หากเขามีเวลาก็เพียงมาเยี่ยมเยียนสหายอย่างข้าบ้างเท่านั้น”

“แม่นางเซียนเจ้าจะซื้อหรือไม่ หากไม่ก็หลีกทางให้พวกข้าหน่อยเถิด พวกข้ารอนานแล้ว” พี่สาวคนอื่นๆที่ต่อแถวรออยู่เอ่ยประท้วงเบาๆจนแม่นางเซียนคนงามแห่งหอคนิกาต้องรีบหยิบจับและจ่ายเงินให้นางโดยเร็ว ก่อนไปก็ไม่วายแอบมองจ้าวไท่หลงที่นั่งกินซาลาเปาอยู่ด้านหลังนาง “ข้าเอาอย่างละหนึ่งตลับแม่นางจิวเหมย”

“เจ้าค่ะ พี่สาวรู้วิธีใช้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ข้ารู้ ข้าเคยมาซื้อแล้วครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้ข้ามาซื้อให้ท่านแม่” จิวเหมยรีบหยิบจับของให้ ทั้งเอ่ยแนะนำวิธีการใช้เพิ่มเติมเพราะสีใหม่นั้นค่อนข้างจะใช้ยากกว่าสีเดิม หากทาเข้มไปจะไม่สวยงาม “ไว้ข้าจะบอกท่านแม่อย่างที่เจ้าแนะนำ”

ไท่หลงกินซาลาเปาหมดไปห้าลูกจิวเหมยก็ขายของหมด คุณชายจ้าวช่วยนางเก็บของแล้วกลับโรงเตี๊ยมด้วยกัน รอให้สหายขึ้นห้องเอาของไปเก็บจนเสร็จถึงได้มานั่งจิบน้ำชาเพื่อพูดคุย

“มาพบข้าได้นั่นหมายความว่าเจ้ามีข่าวมาแจ้งเช่นนั้นใช่หรือไม่คุณชายจ้าว”

“ข้าว่าเจ้าคงต้องหาบ้านเองแล้วล่ะจิวเหมย” นางชะงักจังหวะรินน้ำชาเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่นั้นก็ไม่อาจะรอดพ้นสายตาของไท่หลงไปได้ “อันที่จริงข้าไม่ได้ไปสืบความอะไรหรอกจิวเหมย เพียงแต่ทำตามคำแนะนำของพี่ใหญ่ก็เท่านั้น”

“คุณชายจ้าวไท่หยางน่ะหรือ เขาแนะนำเจ้าเช่นไร”

“พี่ใหญ่บอกข้าว่าให้รอดูสักสองสามวัน หากยังไม่มีความคืบหน้าก็เป็นไปได้ว่าท่านแม่ทัพอาจจะไม่สะดวกช่วยเจ้าเรื่องบ้านในช่วงนี้ แต่เมื่อวันก่อนพี่ใหญ่ได้พบท่านแม่ทัพและได้สอบถามให้เจ้าแล้ว ท่านแม่ทัพนั้นมีเรื่องด่วนจริง จึงหลงลืมไปว่าต้องให้คนมาแจ้งเจ้า แต่พี่ใหญ่ก็ไม่ทราบหรอกนะว่าเรื่องด่วนที่ว่าน่ะคือเรื่องใด อีกทั้งวันที่พ่อบ้านหม่าเอาสินเดิมของมารดาเจ้ามาให้นั้น ท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ในจวนจึงไม่ทราบว่าพ่อบ้านหม่ามาพบเจ้าที่นี่”

“เช่นนั้นหรือ ขอบใจเจ้ามาก หากเป็นเช่นนี้ข้าคงต้องหาบ้านเองเสียแล้ว”

“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดเลยเจ้าไม่ต้องขอบใจข้าหรอก อ่อ เจ้าไม่ต้องหาบ้านเองหรอกนะ เพราะท่านแม่ทัพได้ไหว้วานให้พี่ใหญ่ของข้าช่วยหาบ้านให้เจ้าแล้ว พี่ใหญ่ฝากข้ามาถามเจ้าว่าเจ้าอยากได้บ้านแบบใด จะได้รีบจัดการให้”

“ข้าว่าข้าหาเองจะสะดวกกว่า หากไม่มีก็ซื้อที่ดินสักผืนแล้วสร้างบ้านเองไปเลย เจ้าว่าดีหรือไม่”

“เช่นนั้นวันนี้เจ้าว่างหรือไม่เล่า ข้าจะไปหาบ้านเป็นเพื่อนเจ้าเองเพราะข้าว่างมาก” นางตอบรับเพราะวันนี้นางเองก็ไม่มีสิ่งใดต้องทำแล้ว ของก็ไม่จำเป็นจะต้องขายทุกวันออกไปหาบ้านวันนี้ก็ดีเหมือนกัน

สองสหายเดินถามชาวบ้านในตลาดว่าพอมีใครอยากขายบ้านหรือไม่แต่เดินจนเหนื่อยก็ยังไม่มีแม้สักหลัง จิวเหมยก็เลยตัดสินใจเดินออกห่างจากตลาดมาสักเล็กน้อย รอบนอกนี้มีบ้านที่สร้างจากดินและไม้อยู่จำนวนมาก มันไกลจนแทบติดกำแพงเมืองด้านในแต่สภาพแวดล้อมนั้นจิวเหมยกลับชื่นชอบมากกว่าอยูใกล้ตลาดด้วยซ้ำ อีกทั้งที่ดินแถวนี้ยังมีที่ว่างอยู่จำนวนมากไม่ค่อยแออัดอย่างในตลาด

“ข้าอยากอยู่แถวนี้ เราไปหาที่ดินว่างสักแปลงกันเถิด”

“แต่มันไกลจากตลาดมากพอควรเลยนะจิวเหมย”

“นั่นแหละดี อยู่ไกลความวุ่นวายแต่อยู่ใกล้ทหาร ข้าซึ้อม้าสักตัวไว้ใช้ก็ไม่ลำบากมากนักหรอก”

“เจ้าขี่ม้าเป็นงั้นหรือ”

“ก็ฝึกสิ เจ้าขี่เป็นมาตั้งแต่เกิดหรืออย่างไรกัน” เขาก็ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย “ที่ดินตรงนี้เหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นอย่างมาก ข้าแปลกใจจริงที่มีคนมาอาศัยอยู่น้อยแสนน้อยเช่นนี้ เจ้าพอจะรู้อะไรหรือไม่ไท่หลง”

“เจ้าก็ดูระยะทางจากตรงนี้กับเส้นทางเดินเข้าเมืองสิจะมีผู้ใดอยากมาอยู่ไกลถึงเพียงนี้ คนที่อยากค้าขายก็ต่างอยากจับจองพื้นที่ใกล้ตลาดกันทั้งนั้นหากไม่มีม้าเช่นเจ้าว่าก็คงเดินทางกันลำบากน่าดู” ขนาดตอนเดินมาเขายังแทบหอบ

“เช่นนั้นข้าจะอยู่ที่นี่แหละ!

จิวเหมยเดินสำรวจที่ดินที่เหมาะกับนางมากที่สุด ไหนๆก็จะมีบ้านเป็นของตัวเองแล้วก็ต้องเอาให้คุ้ม ไท่หลงเองก็ช่วยนางตรวจดูถึงเส้นทางและความปลอดภัยรวมทั้งเอ่ยถามชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงวิธีการครอบครองที่ดินสักผืนบริเวณนี้จนได้ความว่าเพียงไปติดต่อคนของเสนาบดีกังปู้ให้มาวัดเขตที่ดินและจ่ายเงินทำสัญญาซื้อขายก็เป็นอันเสร็จ

จิวเหมยกับไท่หลงก็เลยรีบกลับเข้าไปในเมืองเพื่อไปติดต่อคนของเสนาบดีกังปู้หลังจากเลือกได้ว่าจะเอาที่ดินติดริมน้ำสายหนึ่งโดยไท่หลงเป็นผู้ออกหน้าแทนนาง ด้วยตำแหน่งทางราชสำนักของอัครเสนาบดีนั้นทำให้คนของเสนาบดีกังปู้กระตือรือร้นจะทำหน้าที่ นางไม่อยากใช้ชื่อท่านพ่อเพราะหากมีผู้ล่วงรู้ว่านางออกมาอยู่ข้างนอกเพียงลำพังจะเป็นที่ครหาเอาได้ พวกเขาสามสี่คนตามนางและไท่หลงออกมานอกเมืองเพื่อตรวจวัดขอบเขตที่ดินและคำนวณราคา ซึ่งจิวเหมยถึงกับยิ้มแป้นเมื่อทราบว่าราคานั้นไม่ได้แพงอย่างที่นางกังวล

นางจ่ายไปสามร้อยตำลึงทองสำหรับที่ดินราวๆสองไร่ ไท่หลงตาแทบถลนเมื่อนางซื้อไว้มากมายเช่นนี้ กลับถึงโรงเตี๊ยมก็ซักถามนางไม่หยุด “ข้าอยากปลูกดอกไม้ สมุนไพร พืชผักและผลไม้ หากปลูกข้าวได้ข้าก็จะปลูก”

“ข้าก็ยังเป็นห่วงเจ้าอยู่ดี หากท่านแม่ของข้าทราบจะต้องไม่เห็นด้วยเป็นแน่”

“ข้าหวังพึ่งพาพวกเจ้าตลอดไม่ได้เจ้าก็รู้”

“โธ่เอ้ย ให้ท่านแม่รับเจ้าเป็นลูกอีกคนยังได้เลย” ใครจะกล้ารบกวนขนาดนั้นกัน

“ช่วงนี้ข้าคงต้องขอให้เจ้าช่วยอีกหลายเรื่องเลยนะไท่หลง ขอบใจเจ้ามากจริงๆที่วันนี้ไปเป็นเพื่อนข้า”

“ข้าเต็มใจช่วย เจ้าเป็นสหายของข้าเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก” ไท่หลงมองนางขีดเขียนตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษอย่างสนใจ ไม่นานก็ปรากฏเป็นรูปบ้านหลังเล็กรูปทรงแปลกตา “เจ้าจะเริ่มสร้างเมื่อใดหรือ”

“เร็วที่สุด”

“เช่นนั้นวันนี้ข้าจะกลับไปแจ้งพี่ใหญ่ว่าเจ้าได้ที่ปลูกบ้านแล้ว พี่ใหญ่จะได้แจ้งแก่ท่านแม่ทัพยามพบหน้า”

วันรุ่งขี้นนางไปพบกับช่างไม้เพื่อสอบถามหาคนที่จะมาสร้างบ้านให้นางได้ ช่างไม้สอบถามรายละเอียดบ้านที่นางต้องการแล้วก็เอ่ยปากจะเป็นคนสร้างบ้านให้นางเองแต่ตลับไม้ที่นางสั่งทำก็ยังมีคนที่ช่างไม้จ้างไว้ทำต่อได้และฝีมือก็ดีมากไม่แพ้กัน นางกางแบบบ้านที่นางพกมาให้ช่างไม้ดูซึ่งนางเขียนรายละเอียดมาดีมากก็เลยไม่ใช่งานยากอะไร

สามวันต่อมาช่างไม้และแรงงานก็เริ่มลงมือสร้างตัวบ้านและรั้วล้อมรอบที่ดินขนาดสองไร่ของนาง มีแรงงานอีกส่วนประมาณสิบคนที่นางจ้างมาต่างหากกำลังปรับหน้าดินที่ห่างจากตัวบ้านเล็กน้อยเพื่อใช้สำหรับเพาะปลูก ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายในหมู่บ้านที่ว่างงานไม่มีรายได้ ช่างไม้รับเอาไว้ทุกคนที่มาหางานทำเพราะหากแรงงานมีเยอะบ้านของนางก็จะยิ่งเสร็จเร็วขึ้น

บ้านของนางทำจากไม้เหมือนเช่นบ้านทั่วไป แต่ที่แตกต่างคือรูปทรงและภายในตัวบ้านที่ห้องนอนห้องครัวห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน ที่ปลื้มปริ่มที่สุดเห็นจะเป็นห้องสุขา แม้แต่โถนั่งยองช่างไม้ก็ทำออกมาได้สวยงาม

ใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนพื้นที่โล่งสองไร่ก็ถูกปรับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยโดยสมบูรณ์ นางย้ายออกจากโรงเตี๊ยมมาได้สองวันแล้วและเป็นสองวันที่นางยุ่งมากเหลือเกินเหตุเพราะของก็ต้องทำออกขาย ดอกไม้ สมุนไพรก็ต้องปลูก ไหนจะใกล้ถึงฤดูทำนาของชาวบ้านซึ่งนางเองก็คิดจะปลูกข้าวไว้กินเองเช่นกัน แต่เรื่องข้าวนางได้จ้างคนในหมู่บ้านมาทำให้เนื่องจากนางไม่มีความรู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย

นางได้ข่าวจากท่านพ่อเป็นระยะ บอกว่าช่วงนี้นั้นไม่อาจะมาพบนางได้เพราะมีเรื่องด่วนหลายเรื่องให้จัดการ หากนางมีเรื่องด่วนหรือต้องการความช่วยก็ให้คนไปแจ้งแก่พ่อบ้านหม่าได้เลย แต่นางนั้นก็จัดการทุกอย่างด้วยตนเองได้ดีไม่ต้องเดือดร้อนผู้ใดเลย มีจ้าวไท่หยางแวะมาเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือบ้างแต่เขาก็งานยุ่งมากเช่นกัน

“ข้าปอกไข่จนหมดแล้วจิวเหมย เจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใดต่อหรือไม่” ไท่หลงที่วันนี้มาเยี่ยมนางถูกนางใช้งานทันทีที่มาถึง ไข่ไก่ต้มสามสิบลูกถูกยกมาให้เขานั่งปอกอยู่คนเดียว ส่วนนางทำอะไรไม่อาจรู้ได้อยู่ในครัว

“ยกเข้ามาให้ข้าในครัว” วันนี้จิวเหมยจะขึ้นบ้านใหม่ ถึงแม้แขกจะมีเพียงคนเดียวคือจ้าวไท่หลง แต่นางนึกอยากทำอาหารแจกก็เลยไปเหมาไข่จากในตลาดมาทำไข่พะโล้ โชคช่วยที่นางไม่ต้องทำเองคนเดียว “ข้าจะแบ่งให้เจ้าเอากลับไปฝากท่านน้าชิมด้วยนะไท่หลง” ปิ่นโตที่นางสั่งช่างไม้ให้ทำเป็นพิเศษถูกล้างเตรียมไว้พร้อมแล้ว

“บ้านเจ้าร่มรืนเย็นสบาย ข้าชอบเปลนั่นมาก ว่าแต่ เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าข้ามาพบเจ้าด้วยเรื่องใด”

“ไม่ได้มาเยี่ยมข้าหรอกหรือ”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ข้าก็มีเรื่องมาแจ้งแก่เจ้าด้วย” จิวเหมยเหลือบมองสหายที่ดูจะอึดอัดไม่น้อย แต่นางก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องที่ไท่หลงจะบอกเขานั้นเป็นเรื่องอะไร ก็ในเมื่อในตลาดมีคนพูดกันปากต่อปากจนมาเข้าหูนางจนได้

ตระกูลหลิวกำลังตามหาหมอที่เก่งที่สุดไปรักษาบุตรสาว

แน่นอนว่านางไม่ได้ป่วยใกล้ตายจนต้องรีบหาหมอมารักษา หากไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใครไปได้นอกซะจากน้องสาวที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ “ไม่ใช่เรื่องที่ข้าจะต้องสนใจหรอกไท่หลง มันเป็นเรื่องของพวกเขา”

“ข้ากำลังคิดว่า เหตุผลที่ท่านแม่ทัพไม่อาจช่วยเหลือเจ้าเรื่องบ้านได้อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ก็เป็นได้” ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่นางก็ไม่คิดจะสนใจอยู่ดี ฮูหยินใหญ่ทำสิ่งใดไว้กับนางบ้างนางจำได้ไม่ลืม “ท่านพ่อของข้าบอกว่าอาการหนักมากทีเดียว แม้แต่หมอหลวงก็ไม่อาจรักษาได้ ท่านแม่ทัพตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถรักษาบุตรสาวได้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึงทองเชียวนะ ถ้าอาการหนักเช่นนั้นก็คงเป็นเรื่องด่วนไม่น้อย”

“พวกเขาทำเรื่องร้ายกับข้าไว้มากไท่หลง ข้าไม่อาจะเห็นใจบุตรสาวผู้ที่เคยคิดเอาชีวิตข้าได้หรอก”

“ข้าเข้าใจเจ้านะ แม้ข้าจะไม่รู้ก็เถอะว่าพวกเขาทำสิ่งใดกับเจ้าบ้าง หากไม่ร้ายแรงจริงเจ้าคงไม่เมินเฉยต่อพวกเขาเช่นนี้ เช่นนั้นก็อย่าใส่ใจเลย ข้าเพียงรู้ข่าวแล้วเอามาแจ้งแก่เจ้าเท่านั้น”

“ข้าไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้วล่ะไท่หลง จะมีก็เพียงท่านพ่อเท่านั้นที่ข้ายังเคารพรัก เช่นไรตอนนี้ข้าก็ซื้อที่ดินตรงนี้แล้ว สร้างบ้านเสร็จแล้ว ออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนในจวนของท่านพ่ออีก” นางเลิกสนใจเรื่องความเป็นความตายของน้องสาวต่างแม่แล้วจับไข่ใส่ลงไปในหม้อที่เคี่ยวเครื่องเทศกับหมูสามชั้นรอไว้แล้ว ใส่ใข่ลงไปจนหมดก็ปิดฝาเคี่ยวต่ออีกครึ่งชั่วยาม ไท่หลงเมื่อเห็นนางไม่สนใจก็ละความสนใจไปที่อื่น ก็มันไม่ใช่เรื่องของเขาเช่นกันนี่นา

นอกจากจิวเหมยจะใช้ให้คุณชายจ้าวปอกไข่แล้วยังใช้ให้รดน้ำผักในแปลงให้ด้วย ไท่หลงก็ทำไม่มีบ่นแต่แปลงผักของสหายนั้นหลายแปลงทำเอาเขาเหน็ดเหนื่อยมากทีเดียว เมื่อไข่พะโล้ได้ที่จิวเหมยก็แบ่งใส่ถ้วยแล้วใส่ถาดให้คุณชายจ้าวถือตามนางไปแจกเพื่อนบ้าน มื้อเที่ยงวันนี้คุณชายจ้าวก็เลยกินข้าวเยอะเป็นพิเศษจนจิวเหมยอดจะหัวเราะไม่ได้

“รสชาติดี หมูก็นุ่ม ข้าขอเพิ่มข้าวอีกชามเถิดจิวเหมย”

“ทานอย่างอื่นบ้าง ผักนี่ก็สดกรอบอร่อยเหตุใดเจ้าไม่แม้แต่จะชายตามอง”

“ข้าไม่ชอบผัก!

“แต่มันจะช่วยให้เจ้าร่างกายแข็งแรงดั่งเช่นพี่ใหญ่ของเจ้านะ เจ้าอยากเป็นเช่นพี่ใหญ่ของเจ้าไม่ใช่หรือ” ไท่หลงชื่นชมพี่ใหญ่ของตัวเองมาก มาเจอนางแต่ละครั้งก็เล่าเรื่องพี่ใหญ่ให้นางฟังไม่ได้ขาด วันนี้พี่ใหญ่ไปไหน ทำอะไร พี่ใหญ่เก่งอย่างนั้นพี่ใหญ่เก่งอย่างนี้ จนบางครั้งก็ต้องปรามให้หยุดพูด “ผักพวกนี้ยังบำรุงสมองช่วยให้เจ้าฉลาดมากขึ้นด้วย”

“เจ้าว่าข้าไม่ฉลาดหรือ”

“ข้าพูดเช่นนั้นหรือ” ฮ่าๆ

กินเสร็จไท่หลงก็หอบหิ้วปิ่นโตไข่พะโล้ของสหายขึ้นรถม้ากลับไปฝากท่านแม่ที่บ้านอีกด้วย คล้อยหลังคุณชายจ้าวกลับไปไม่นานจิวเหมยก็กลับมาทำความสะอาดครัวแต่ก็อดครุ่นคิดถึงเรื่องน้องสาวต่างมารดาไม่ได้ หากท่านพ่อจะเห็นเรื่องความเป็นความตายของน้องสาวนางเป็นเรื่องด่วนนั้นไม่ใช่เรื่องผิด และนางก็ไม่คิดโทษบิดาที่เอาเรื่องของนางเป็นเรื่องรอง แต่จะให้ช่วยทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางสามารถช่วยชีวิตน้องสาวต่างมารดาได้แต่นางก็ยังลังเล

“ชีวิตแลกชีวิตก็สมควรแล้วมิใช่หรือ” หากเป็นท่านตาท่านจะชี้แนะหลานเช่นไรหรือเจ้าคะ

หลิวจิวเหมยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเล็กของนางเป็นปกติ ตื่นเช้ารดน้ำผัก ต้นไม้ สมุนไพร หามื้อเช้ากินแล้วก็เข้าไปขายอายชาโดที่ตลาด ชื่อนี้พวกพี่สาวเรียกตามนางจนผิดเพี้ยนแต่ยังไงตอนนี้สินค้าของนางก็มีชื่อเรียกแล้ว วันนี้นางก็ยังได้ยินเรื่องท่านแม่ทัพตามหาหมอมารักษาบุตรสาวอยู่ตลอด นางก็ฟังหูไว้หูเพราะไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอก

“จิวเหมย”

“อ่ะ คุณชายไท่หยาง มาซื้อของหรือเจ้าคะ”

“เจ้าควรเรียกพี่ว่าอะไรหรือเหมยเอ๋อร์” การปรากฎตัวของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลจ้าวทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ที่ยืนต่อแถวซื้อของหน้าร้านของนางเขินอายจนหน้าแดง บ้างก็ทิ้งผ้าเช็ดหน้าทอดสะพานกันเต็มที่ บ้างก็แกล้งเป็นลมเพื่อให้ชายผู้ที่ได้ชื่อว่าบุรุษที่งดงามผู้หนึ่งในแคว้นซานนั้นช่วยเหลือ มีถูกเนื้อต้องตัวกันเพียงนิดสาวๆก็เขินจนตัวแดง

“แต่ว่านั่นมัน...ก็ได้เจ้าค่ะ พี่หยาง! ไม่ทราบว่าท่านมาทำอะไรที่ตลาดหรือเจ้าคะ” นางถูกจ้าวไท่หยางบังคับให้เรียกท่านพี่มาได้สักพักแล้ว และพักนี้นางก็เจอเขาบ่อยพอๆกับเจอจ้าวไท่หลงเลยทีเดียว คนน้องน่ะไม่เท่าไหร่เพราะนางนับเป็นสหาย แต่คนที่นี่สิยังระบุสถานะไม่ชัดเจน “ท่านกำลังทำให้ร้านข้าเป็นจุดสนใจนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นพี่จะไปรอเจ้าที่โรงเตี๊ยมหมิงอัน”

“พี่หยางมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือเจ้าคะ”

“คุยตรงนี้เห็นทีจะไม่เหมาะ”

“เจ้าค่ะ ขายของหมดแล้วข้าจะไปพบท่านที่โรงเตี๊ยม”

กว่านางจะขายของหมดคุณชายจ้าวคงได้กินน้ำชาหมดไปหลายกา วันนี้ก็ยังขายดีแต่นางคิดว่าคงต้องทำสินค้าใหม่ออกมาขายบ้างแล้วจะได้ไม่จำเจ นางเก็บของไปเก็บไว้ที่โรงเก็บม้าก่อนจะกลับไปโรงเตี๊ยมหมิงอันที่คุณชายจ้าวรออยู่ บรรยากาศคึกคักทีเดียวเพราะมีสาวน้อยสาวใหญ่นั่งอยู่เต็มไปหมด

“ดูท่าเหลาอาหารของโรงเตี๊ยมจะขายดีเป็นพิเศษ” นางนั่งลงตรงข้ามกับบุรุษผู้ไม่แยแสแม้จะมีสายตาหยาดเยิ้มส่งมาจากทั่วทุกมุมในโรงเตี๊ยม “ท่านจะไม่สนใจสักหน่อยหรือ” จิวเหมยขยิบตาหยอกล้อกับจ้าวไท่หยางอย่างนึกสนุก

“หึ มาก็ดีแล้ว ก่อนจะมีผู้ใดกระอักเลือดตายเสียก่อน”

“ท่านจะใจร้ายกับสตรีบอบบางได้เช่นนั้นหรือ พวกนางชมชอบท่านนะ”

“พี่ยังไม่มีแผนเรื่องฮูหยินของข้า หากเป็นเจ้าก็ไม่แน่” พึงใจคนเย็นชาก็ต้องทำใจหน่อยนะสาวๆ

“ท่านมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าก็พูดมาเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะได้รีบกลับบ้าน”

“เจ้ารู้เรื่องน้องสาวต่างมารดาของเจ้าแล้วกระมัง”

“เจ้าค่ะ ไท่หลงมาแจ้งแก่ข้าแล้ว แต่พี่หยาง ท่านคิดว่าข้าจะช่วยอะไรได้หรือเจ้าคะ”

“มันก็จริง แต่เจ้าไม่คิดจะกลับไปเยี่ยมเยียนนางสักหน่อยหรือ”

“เรื่องของข้ากับพวกเขามันซับซ้อนกว่าที่ท่านคิดเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากแม้แต่จะกลับไปเหยียบจวนนั้นแล้ว ข้าไม่อยากไปกวนใจท่านพ่อเจ้าค่ะ แค่เรื่องของน้องท่านพ่อคงมีเรื่องให้คิดหนักมากพออยู่แล้ว”

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า เมื่อวานไท่หลงเอาสิ่งที่เรียกว่าไข่พะโล้มาฝากท่านแม่ โม้นักหนาว่าเจ้าทำได้รสชาติดี ท่านแม่ของพี่ทานได้มากกว่าทุกวัน ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ หลังๆมานี้ท่านแม่ทานได้น้อยจนพี่นึกเป็นห่วง”

“หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ดีใจเจ้าค่ะ เอาไว้ข้าจะจัดสมุนไพรบำรุงให้ท่านน้านะเจ้าคะ ข้าพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง ว่าอาหารของข้ารสชาติดีเช่นที่ไท่หลงโม้หรือไม่เจ้าคะ”

“พี่เติมข้าวไปหลายคราทีเดียว ว่างๆก็เข้าไปเยี่ยมท่านแม่บ้าง ท่านเอ่ยถึงเจ้าหลายคราแล้ว”

“เจ้าค่ะ ไว้ข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านน้าที่จวนนะเจ้าคะ” พูดคุยกันจนน้ำชาหมดกาที่สามจิวเหมยก็เอ่ยปากขอตัวหลับบ้านเพราะต้องเตรียมของมาขายวันพรุ่ง ไหนจะต้องแวะซื้ออาหารสดกลับไปทำอาหารเย็นอีกคงใช้เวลาพอสมควร จ้าวไท่หยางเองก็ไม่ได้รั้งนางไว้เพราะเห็นว่าถึงเวลาที่นางต้องกลับแล้วจริงๆ

“พี่จะให้คนตามไปส่งเจ้าถึงที่บ้านนะเหมยเอ๋อร์ เพื่อความปลอดภัย”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะพี่หยาง เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ออกจากโรงเตี๊ยมนางก็แวะตลาดซื้อของตามที่ต้องการแล้วก็ไปที่โรงม้าที่ฝากม้าไว้ นางฝึกขี่ม้าตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านแล้วแต่ยังเป็นเพียงม้าขนาดกลางตัวไม่ใหญ่มากนัก เพราะหากตัวใหญ่เกินไปนางจะบังคับม้าไม่ไหว และม้าตัวนี้ก็เป็นท่านพ่อที่หามาให้นางเอง

ระหว่างควบม้ากลับบ้านนางก็อดครุ่นคิดเรื่องน้องสาวต่างมารดาอีกไม่ได้ ทำเป็นลืมไปแล้วแท้ๆจ้าวไท่หยางก็ดันมาพูดให้หวนนึกคิดอีก ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่านางป่วยเพราะอะไรเหตุใดแม้แต่หมอหลวงก็รักษาไม่ได้ ไหนจะหมอจากทั่วสารทิศที่มาทำการรักษาเพราะหวังเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองนั่นอีก จนป่านนี้ยังรักษาไม่ได้แม้แต่ผู้เดียว

“หรือนางจะเป็นโรคร้ายแรง โธ่เอ้ย จรรยาบรรณของคนที่เคยเป็นหมอมันค้ำคอจริงๆไอ้จันทร์!” ครุ่นคิดสักพักจิวเหมยก็ตัดสินใจกระตุกม้าออกนอกเส้นทางกลับบ้านมุ่งตรงสู่จวนตระกูลหลิวในทันที ถึงแม้จะเกลียดแม่ของเด็กนั่นขนาดไหนแต่นั่นก็น้องสาวจะไม่ให้ดูดำดีเลยก็กลัวคนกล่าวหาว่าไร้น้ำใจ “อย่าคิดว่าข้าจะรักษาให้ฟรี สร้างบุญคุณกันซักหน่อยเป็นเช่นไรฮูหยินใหญ่ หึหึ”

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.284K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4236 เผ่าเร่ร่อน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 18:32

    เป็นเราคงตัดขาดจากบ้านนั้นไปแล้ว ไม่ขอยุ่งเกี่ยว ไม่ว่าเป็นหรือตาย เพราะจริงๆแค่ร่างแต่วิญญาณไม่ใช่

    #4,236
    0
  2. #4099 1988yongsi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:56
    เคียงพ่อน่ะเอาจริง
    #4,099
    1
    • #4099-1 Pksth_(จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2563 / 23:33
      +10000+
      #4099-1
  3. #3889 Nuthathai Por (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 22:39

    ก็รู้นะว่าเรื่องลูกป่วยมันเป็นเรื่องสำคัญ แต่กับลูกอีกคนนี่ไม่คิดจะดูดำดูดีหน่อยเลยเหรอ

    #3,889
    0
  4. #3741 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 14:23
    รู้เรื่องทีเดียว
    #3,741
    0
  5. #3701 mydear26 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 15:13
    อ่านมาถึงตรงนี้เห็นความอยุติธรรมของอิพ่อมันมากกกก คือไรว่ารักลูกกับหญิงคนรักคือปล่อยเลยตามเลยแต่ลูกกับหญิงที่คิดแต่จะฆ่าลูกของคนรักกับดูแลอย่างดีตั้งเงินรางวัลซะเยอะแต่กับนางเอกมีแต่สินเดิมของแม่แค่น้อยนิดนี้คือความรักของไอ่พ่อ ถ้าเป็นแบบนี้ตัดขาดจากพวกมันดีที่สุดในเมื่อหาเลี้ยงตัวเองได้แล้วอย่าไปแคร์เลยพ่อหมาๆแบบนี้อ่ะ เคืองแรงอินจัดมากกกกกกกก เพราะไปไอ่พ่อมันไม่มีความเป็นธรรมดีแต่ปาก ปล่อยพวกมันตายไปแระดี แต่อย่างว่าคงไปรักษาพวกมันสินะ เฮ้ออออ
    #3,701
    0
  6. #3432 c_nattrisia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 15:02
    อีพ่อมีเงินจ้างหมอหมื่นตำลึงทอง แต่ไม่ให้เงินลูกสาวเลยหรอ มีแต่สินเดิมของแม่แค่2000ตำลึงทอง แปลกๆนะ
    #3,432
    0
  7. #3219 Kungbible (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 13:00
    ยิ่งอ่านยิ่งเคืองพ่อนางเอก
    ลูกสาวทั้งคู่
    แต่ไม่ยุติธรรม
    เงินก็ไม่ให้นางเอกซื้อบ้าน
    แต่ยังมีมารักษาลูกอีกคนได้
    แถมสินเดิมของแม่นางเอก 2,000 เอง
    แต่ค่ารักษาให้ลูกอีกเมีย ให้ 10,000
    อะไรมันจะย้อนแย้งกันขนาดนี้

    ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนลูกอีกคนที่อยู่นอกจวน

    เกลียดเลย
    #3,219
    0
  8. #3190 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:38

    ปล่อย​ๆตายๆซะก็ดีนะหึ!!!!
    #3,190
    0
  9. #3148 MINERVA09 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:34
    นึกว่านางจะไม่ช่วยซะแล้วถ้าไม่ช่วยนี่เรารับไม่ค่อยได้เลยเพราะคนที่ทำร้ายนางคือแม่ไม่ใช่ลูกจรรยาบรรณหมอควรมีแถมเป็นญาติตัวเองอีก
    #3,148
    0
  10. #2707 MarsJust (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 23:32
    ปูเรื่องเหมือนนางเอกต้องเทพมาก แต่มาตอนนี้ไม่มีอะไรเลย

    พ่อให้อารมเหมือนไม่ได้รักนางเอกอ่ะ แล้วนางเอกไม่เห็นฝึกฝนหรือบ่มเพราะความเทพเลย แต่พึ่งอ่านไม่กี่ตอนขออ่านให้หมดจนถึงตอยปัจจุบันก่อน
    #2,707
    0
  11. #2305 PPruedee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 17:46
    พ่อทำเหมือนรัก แตือ่านดูก็รู้ว่าไม่อ่ะ อาจเป็นเพราะไรท์เขียนจนเป็นแบบนี้ แต่บอกตรงๆ ไม่รู้สึกถึงความรักของพ่อเลย นางเอกโดนลวงไปฆ่า อายุก็แค่12 อยู่โรงเตี๊ยมคนเดียวอีก สาวใช้ก็ไม่มี แต่ก็ยังไม่สนใจ ถ้านางโดนฆ่าตายจะไม่แปลกใจเลย
    #2,305
    0
  12. #2295 นักอ่านนิยายออนไลน์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:21

    แสบบบบบบบบบบบบ ไอจันทร์

    #2,295
    0
  13. #2251 MinorA (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:40
    ความเป็น-ังอยู่จริงงงงง แต่พ่อก็น้าาาา ไม่ค่อยสนใจเลยยยย
    #2,251
    0
  14. #2157 FM47 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 19:33
    ถ้าเราเป็นนางเอก ป่านนี้คงท่องยุทธภพไปแล้วไม่มานั่งกลุ้มกับคนในจวนให้ถ่วงความเจริญหรอก555
    #2,157
    0
  15. #2012 dreaminfo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:01
    เอาตามจริงเราไม่ปลื้มท่านพ่อนางเอกเลยนะไหนบอกว่าเรักลูกคนนี้มากเเถมเเม่นางเอกยังเป็นผู้หญิงที่รักมากเเต่ทำไมถึงไม่ใส่ใจลูกคนนี้บอกมีเรื่องเร่งด่วนคืออะไรอ่ะเรื่องลูกคนรอง.....เเล้วบอกว่าลืมเรื่องบ้านนางเอกสะงั้น สมน้ำหน้าเเล้วที่ป่วย...ตัดหางปล่อยวัดทั้งตระกูลเฮอะเเล้วสร้างกระกูลใหม่มาเเทนเถอะ...อินมากเเหะๆๆๆขอบคุณคะไรท์สำหรับนิยายดีๆๆ
    #2,012
    0
  16. #1975 JanjiraLailang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 11:17
    ไม่น่าไปช่วยเลย
    #1,975
    0
  17. #1971 kunpirom0825 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 02:44
    เป็นกุตัดพ่อตัดคนในจวนหมด พ่อนางเอกรุ้ว่าลุกเกือบตายยังใงก้ไม่แก้แค้นรึทำห่าใร ปากบอกรักแค่หาบ้านให้นางเอกยังใม่ได้เลยถึงจะยุ่งก้ควรคิดสิมีวิธีมากมายอย่างส่งคนที่ใว้ใจไปพาลุกชื้อใรงี้ ตังก้ไม่ได้เยอะ สินเดิมก้มีแต่ของแม่ พ่อบอกรักแม่นางเอกแต่คือใรมีลุกกับฮูหยินคนอื่นๆ ถึงแม่นางเอกจะตายไม่เศร้าเลยหรอ เขาไม่เรียกรักอาจจะแค่หลงถ้าลืมขนาดไปนอนคนอื่นได้นะ นางเอกน่าจะใจแข็งหน่อย '- - ไม่น่าใปรักษามันเลย
    #1,971
    0
  18. #1963 new16052559 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 14:44

    ไท่หลง !!!

    พ่อมหาจำเริญ ชมรมคนกลัวเมีย ยืน1เลย

    #1,963
    0
  19. #1714 Xuehua_ns (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 15:25
    สุดท้ายก็กลับไปช่วยเหลือพวกที่เคยทำร้ายตัวเอง พ่อนางเอกปากก็บอกว่ารักลูกนักหนาแต่ไม่เห็นช่วยเหลืออะไรเลย บอกจะแก้แค้นๆ ไหนล่ะแก้แค้นของนาง การออกมาอยู่คนเดียวเนี่ยหรอคือการแก้แค้น งงใจ
    #1,714
    2
    • #1714-1 bangtanna(จากตอนที่ 5)
      14 กรกฎาคม 2562 / 16:12
      เห็นด้วยค่ะ แล้วสินเดิมก็ได้ไม่ครบไม่เห็นพ่อนางเอกตะทำไรเลย งงใจพ่อนางเอก
      #1714-1
    • #1714-2 PPruedee(จากตอนที่ 5)
      30 กรกฎาคม 2562 / 17:47
      จริงงงง ทำเหมือนรักแต่ความสำคัญคือปลายแถว ปลายจนลืมว่าต้องหาบ้านให้
      #1714-2
  20. #1652 Sweet dreaM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:38
    ราคาของดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลหรือเปล่าคะ
    #1,652
    0
  21. #1588 kimurakung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 11:41

    เห็นด้วย เงินตั้งหมื่นตำลึง เอาให้คนอื่นก็เสียดายเปล่าๆ แถมสินสมรสเดิมของท่านแม่ก็คงไม่พ้นโดนฮูหยินใหญ่ฮุบไปซะเยอะ .. งานนี้ก็ขอเอาทุนคืนสักหน่อยก็ดี อิอิ

    #1,588
    0
  22. #1553 เมมฟิส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 12:51
    น่าน้อยใจแทนเหมยเอ๋อร์

    ไหนบอกรักเหมยเอ๋อร์มาก

    แต่นี้กลับไม่มาดูเลยเหมยเอ๋อร์เลย

    ถึงลูกสาวอีกคนจะไม่สบายมากก็เถอะ

    แต่เหมยเอ๋อร์ออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียวน่ะ

    เคืองท่านพ่อมากๆ
    #1,553
    0
  23. #1249 Earthkid (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 17:41
    ไม่เอาไม่เอาอย่าไปรักสาให้เขานะเค้าคิดค่าลูกคนอื่นจำเลยตามสนองลูกตัวเองต้องมาตายบ้าง
    #1,249
    1
    • #1249-1 PetPassion(จากตอนที่ 5)
      6 กรกฎาคม 2562 / 23:57
      อย่างน้อยก็ได้ตังน่า
      #1249-1
  24. #1088 kikijajakiki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 15:46
    งง ไหนตอนแรกบอกว่าพ่อรัก แล้วตอนหลังๆ มานี่พอหายหัวไปไหน ซื้อที่ปลูกบ้านเองพ่อก็ไท่ช่วย รีไรท์เหอะ มันไม่สมเหตุสมผลเลย
    #1,088
    0
  25. #437 Mam Phornphen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 21:52
    ไม่โอเคกับพ่อนางม่กๆ นี่ลูกนะ ไหนส่ารัก ทั้งนางแค่ 10 ปี แทนที่จะส่งคนไว้ใจได้มาช่วยเหลือ ดันหายหัว ไม่สมเหตุสมผลเลย
    #437
    0
  26. #274 พฤษภาฯ(คนอยากเขียน) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:18
    เด็กสิบขวบนี่ซื้อที่เองได้แล้วหรือ?ยังไงก็ต้องให้ผู้ใหญ่ออกหน้านะ
    #274
    1
    • #274-1 moonbless(จากตอนที่ 5)
      24 มิถุนายน 2562 / 19:54
      ก็ยังว่าให้จ้าวไท่หลงออกหน้าให้แทน สหายของน้องเป็นลูกอัครเสนาบดีนะ ชี้นกย่อมได้นก จะซื้อที่นอกเมืองทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ

      นิยายอ่ะ ชนชั้นสูงมีอภิสิทธิ์เสมอ
      #274-1
  27. #266 New-Manee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:52
    พ่อโคตรรักแม่นางเอก แต่ไม่ทำอะไรเพื่อลูกเลย เพราะกลัวอิทธิพลเมียแต่ง? แบบนี้ไม่เฟมือนรักนะ เหมือนลูกชังมากกว่า
    #266
    2
    • #266-1 เมมฟิส(จากตอนที่ 5)
      11 กรกฎาคม 2562 / 12:53
      +1 ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด

      ถึงฮูหยินให้จะเป็รญาติฮองเฮาก็เถอะ

      ก็น่าจะเล่นงานแบบทางอ้อมก็ได้

      นี่ไม่ทำอะไรเลยสักนิด

      แถมยังไม่มาดูเหมยเอ๋อร์เลยสักนิด

      ถึงลูกสาวอีกคนจะป่วยมากก็เถอะชิ
      #266-1
    • #266-2 PPruedee(จากตอนที่ 5)
      30 กรกฎาคม 2562 / 17:48
      +++++++100000
      #266-2