หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 4 : กิจการรุ่งเรืองกับมนุษย์หน้าตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,426 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

นางขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแต่มีผู้โชคดีซื้อทันเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเพราะเล่นซื้อกันไปคนละสองสามชิ้น ที่เหลือที่มาไม่ทันก็บ่นเสียดายไปตามๆกันแต่จิวเหมยแจ้งแก่พวกนางว่าอาจจะมาขายอีกครั้งในวันหรือสองวันนี้ นางไม่รับจองเพราะไม่รู้ว่าช่างไม้จะส่งตลับที่สั่งให้นางได้เมื่อใด เมื่อครู่ก่อนกลับโรงเตี๊ยมก็ได้แวะไปสั่งเพิ่มแล้ว

“แบบนี้ข้าคงไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าแล้วกระมัง”

“ข้ามีอะไรให้เจ้าต้องห่วงกันเล่า” มือนับเงินไม่หยุด วันนี้ได้มาร้อยหกสิบตำลึงทอง ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “ข้าอยู่ผู้เดียวได้สบายมาก เจ้าก็เห็นแล้วว่าข้าดูแลตนเองได้”

“ว่าแต่ เจ้าจะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองที่จัดในวังหรือไม่ ฮ่องเต้จัดเลี้ยงขอบคุณทหารที่ชนะสงครามซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมมาเป็นวันพรุ่ง ท่านพ่อของเจ้าต้องเข้าร่วมแน่อยู่แล้ว พี่ใหญ่ของข้าแม้จะไม่อยากไปยังขัดไม่ได้”

“จะไปได้เช่นไร แค่กลับจวนยังทำไม่ได้เลย” ถ้าท่านพ่ออยากให้ไปด้วยคงให้คนมาบอกหรือมาจัดการด้วยตนเองไปแล้ว แต่นี่คงเกรงใจฮูหยินใหญ่อยู่หลายส่วนกระมัง เพราะงานเลี้ยงใหญ่โตเช่นนี้คงมีแต่ฮูหยินใหญ่เท่านั้นที่ท่านพ่อจะควงออกงานได้ “ช่างเถิด ข้าเองก็ไม่ได้อยากไปนักหรอก งานเช่นนั้นมันเหมาะกับข้าเสียที่ไหน” เอาเวลามาคิดเรื่องหาเงินใช้จะดีกว่า ฮ้า กลิ่นเงินช่างหอมหวาน

ไท่หลงอยู่สนทนากับนางอยู่อีกครู่ใหญ่ก็จำต้องกลับจวนไปเพราะได้เวลาที่ฮูหยินจ้าวจะกลับจากวัดแล้ว จิวเหมยก็เลยมีเวลามาบดกลีบดอกไม้แห้งเพิ่ม ยิ่งทำไว้เยอะก็ยิ่งดี อีกหน่อยถ้ามีบ้านอยู่เป็นกิจจะลักษณะคงได้ทำอย่างอื่นออกมาขายด้วย ในโลกก่อนนั้นนางไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องสำอางสักนิด มีไว้บ้างพอให้ได้หยิบใช้ในยามจำเป็นต้องออกงาน สิ่งที่นางทำในโลกนี้ก็แค่ใช้หลักการง่ายๆไม่ยากเย็นอะไรแต่ไม่มีผู้ใดคิดทำมากกว่า สิ่งใดที่มันยากกว่านี้นางก็จนปัญญาจะทำเช่นกัน แต่ทำผู้เดียวค่อนข้างเปลืองแรงมากทีเดียว “คงต้องรีบถามเรื่องบ้านกับท่านพ่อ”

งานเลี้ยงเฉลิมฉลองเพื่อขอบคุณทหารกล้าที่ร่วมรบชนะสงครามนั้นครึกครื้นทั้งจากในวังและนอกวัง ตามท้องถนนและร้านค้าบ้านเรือนต่างประดับประดาดอกไม้อย่างงดงาม จิวเหมยที่ไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศเช่นนี้ก็ตื่นเต้นไม่น้อย แต่ยิ่งคนมากการค้าขายของนางก็ยิ่งรุ่งโรจน์ วันนี้นางเอาของออกมาขายถึงยี่สิบตลับ หลังจากช่างไม้เอาตลับไม้มาส่งให้นางที่โรงเตี๊ยมในช่วงค่ำนางก็หมกตัวอยู่ในห้องและทำมันออกมาจนเสร็จและมันก็พร้อมจะวางขายในวันนี้

“เอ๊ะ เจ้าที่ขายตลับสีทาตานั่นเอง!

“พี่สาว! เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ” แม่นางน้อยที่เคยอุดหนุนซื้อของของนางไปสองตลับปรี่เข้ามาหานางทันทีที่เห็น วันนี้ใบหน้าสวยหมดจดถูกแต่งแต้มอย่างสวยงาม สีตารับกับสีแก้มและปากเป็นอย่างดี “วันนี้พี่สาวงดงามมากเจ้าค่ะ”

“ก็เพราะสีทาตาของเจ้าอย่างไรเล่า ข้าและท่านแม่ชอบมาก วันนี้ข้าก็ใช้นะ พวกลูกอนุในจวนอิจฉาข้ากันยกใหญ่ อ้อ ข้าซื้ออีกห้าตลับสิ ข้าจะเอาไปฝากท่านน้าท่านป้าแล้วก็พี่สาวในวัง”

“ข้าดีใจที่พี่สาวชอบเจ้าค่ะ รอสักประเดี๋ยวนะเจ้าคะข้าจะรีบห่อให้” เฮงตั้งแต่หัววันจริงๆ หลังจากพี่สาวผู้นั้นเดินจากไปก็มีพี่สาวคนอื่นๆแวะเวียนเข้ามาดูชมสินค้าของนางมากมาย ทั้งลองใช้และซื้อกลับไป นางเป็นปลื้มมาก!

ในขณะที่หลิวจิวเหมยกำลังสนุกกับการขายของอยู่นั้น มุมหนึ่งของร้านน้ำชาห่างออกไปคนละฟากถนนจ้าวไท่หยางกำลังจ้องมองร่างบอบบางของสหายน้องชายด้วยแววตาครุ่นคิด สหายร่วมโต๊ะมองตามสายตาของรองแม่ทัพไปจนสุดสายตาก็เห็นว่ากำลังมองเด็กสาวผู้หนึ่งอยู่เท่านั้น มีสิ่งใดให้น่าสนใจจนต้องจ้องตาแทบไม่กระพริบ

“สนใจแม่นางน้อยผู้นั้นหรือ”

“นางเป็นบุตรีของท่านแม่ทัพใหญ่หลิวตงเฉินและเป็นสหายของไท่หลง”

“แล้วบุตรีของท่านแม่ทัพอีกทั้งยังเป็นสหายของน้องชายมันเกี่ยวกับเจ้าเช่นไรงั้นหรือคุณชายจ้าว” แต่แทนที่คุณชายจ้าวจะตอบคำถามของสหาย ร่างสูงใหญ่ของรองแม่ทัพก็เดินออกจากร้านน้ำชามุ่งตรงไปยังร้านขายเครื่องประทินผิว ก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าเหตุใดจึงสนใจนางนัก นางก็เป็นเพียงสหายของน้องชายและลูกของสหายท่านแม่เท่านั้น

“ขออภัยจริงๆเจ้าค่ะพี่สาว ของที่ข้าเอามานั้นหมดแล้ว เกรงว่าพี่สาวต้องรออีกสองสามวันนะเจ้าคะ”

“แต่ข้าไม่ได้ออกจากจวนบ่อยๆนะสิ แต่เอาเถิด เอาไว้ข้าจะให้สาวใช้มาซื้อกับเจ้าทีหลังก็ได้”

“ขอบใจพี่สาวที่เข้าใจเจ้าค่ะ” ของหมด หน้าร้านก็ซา จิวเหมยเก็บของเตรียมกลับห้องเพื่อเตรียมของไว้สำหรับทำเพิ่มช่วงเย็น วันนี้นางขายยี่สิบตลับหมดอย่างรวดเร็วแต่มันก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด นอนไม่พอ ร่างกายไม่ได้พักผ่อน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันนางคงได้ล้มพับคาแผงเป็นแน่ “เหนื่อยจัง”

หมับ

“เฮ้ย” จู่ๆก็มีคนเข้ามาดึงของในมือนางไปจนหมด กำลังจะโวยวายว่าโดนขโมยของก็เห็นตัวต้นเหตุเสียก่อน “คุณชายจ้าว ทำอะไรของท่านเจ้าคะ มาแย่งของของข้าทำไมกัน”

“ตัวเจ้าบอบบางเช่นนี้ยังจะยกของหนักโดยไม่ประมาณตน ข้าเพียงอยากช่วยเท่านั้น”

“ก็บอกดีๆก็ได้นี่เจ้าคะไม่เห็นจะต้องแย่งจากมือข้าเลย ตกอกตกใจหมด”

“จะกลับโรงเตี๊ยมใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็นำทางเถิด” แม้จะงุนงงไปบ้างว่าคุณชายจ้าวมาทำอะไรแถวนี้แต่ก็ยอมเดินนำกลับโรงเตี๊ยมแต่โดยดี ก็ดี นางจะได้ไม่ต้องถือของหนักๆกลับเอง “ระวังถุงเงินของเจ้าด้วย” รู้หรอกน่า ขอทานเยอะออกปานนี้นางจะไม่ระวังได้อย่างไร

เดินไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงโรงเตี๊ยม จ้าวไท่หยางช่วยนางถือของขึ้นไปส่งถึงบนห้องแม้นางจะบอกว่าสามารถขนขึ้นมาเองได้ก็เถอะ ในห้องพักกว้างขวางนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้แห้งที่แบ่งไว้เป็นกองๆ ใกล้ๆกันนั้นมีครกหินอันใหญ่อยู่สามอันและโถน้ำอันใหญ่ นางคงทำของที่นางขายอยู่ในห้องนี้กระมัง

“ขอบคุณคุณชายจ้าวเจ้าค่ะที่ช่วยเหลือ” นางเปิดประตูห้องไว้เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่านางอยู่ในห้องกับชายสองต่อสอง เสี่ยวเอ้อยกน้ำชาที่นางแวะสั่งเข้ามาให้ก่อนจะถอยกลับออกไป “เชิญคุณชายเจ้าค่ะ ข้าคงตอบแทนท่านได้เท่านี้”

“ข้าเพียงอยากช่วย ไม่ได้ต้องการให้ตอบแทน”

“ขอบคุณน้ำใจของคุณชายเจ้าค่ะ” จิวเหมยรินน้ำชาให้คนตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้ นางอาจจะมองคุณชายผู้นี้ผิดไป เขาคงเพียงอยากจะช่วยเพราะเห็นว่านางเป็นสหายของน้องชายกระมัง การได้จิบชาผ่อนคลายแบบนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ได้พักบ้าง “คุณชายมาเดินเที่ยวหรือเจ้าคะ ไท่หลงบอกข้าว่าในวังหลวงก็มีจัดเลี้ยงเช่นกัน”

“ข้าออกมากับสหาย ส่วนงานเลี้ยงในวังนั้นข้าไม่ได้สนใจนักหรอก เข้าร่วมเป็นพิธีก็เพียงพอ ว่าแต่เจ้าเถิด มาขายของเช่นนี้ขัดสนมากหรือ เหตุใดไม่แจ้งแก่ท่านแม่ทัพจะมาลำบากเช่นนี้ทำไม”

“ข้าขอท่านพ่อได้ไม่ตลอดชีวิตหรอกเจ้าค่ะ ข้าอยากหาใช้เองมากกว่าจะขอผู้ใด”

“ไม่เหนื่อยหรือ คุณหนูส่วนใหญ่รักสบายมีคนตามรับใช้เป็นขบวนแต่เจ้ากลับชอบลำบาก”

“เหนื่อยสิเจ้าคะ ข้าต้องทำเองคนเดียวทุกอย่าง แม้จะขายได้ดีแต่ก็เหนื่อยมากเช่นกัน แต่จะให้กลับจวนที่มีแต่คนคิดร้ายกับตนเองข้าก็ไม่อยากกลับ สู้อยู่ข้างนอกเช่นนี้แล้วปลอดภัยจะดีซะกว่า หากออกมาแล้วข้าก็อยากพึ่งพาตนเองมากกว่ารอคอยการช่วยเหลือจากท่านพ่อ ภายหน้าจะได้ไม่ต้องมีผู้ใดมากล่าวหาข้าว่าเกาะท่านพ่อสบาย” ได้ฟังเหตุผลของนาง ไท่หยางก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะจำยอมด้วยเหตุผล “น้องสาวข้าที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ก็กำลังโตขึ้นทุกวัน อีกหน่อยทุกอย่างก็คงเป็นของนางกับแม่ ข้าไม่อยากไปขัดพวกเขาให้เป็นภัยมาถึงตัวเองหรอกเจ้าค่ะ”

“ที่เจ้าต้องออกจากจวนเป็นเพราะฮูหยินใหญ่เช่นนั้นหรือ”

“จะว่าเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด”

“ช่างเถิด เช่นไรมันก็เป็นเรื่องของเจ้าข้าเป็นคนนอกไม่อาจตัดสินใจแทนเจ้าได้ วันนี้ข้าว่าง เจ้ามีสิ่งใดอยากให้ข้าช่วยอีกหรือไม่” แม้จะหวั่นๆนิดหน่อยเพราะพี่ใหญ่ของไท่หลงนั้นเดิมทีก็ชอบแผ่นกลิ่นอายอันตรายรอบตัวอยู่แล้ว จู่ๆมาบอกว่าว่างและอยากจะช่วยนางเป็นใครก็ต้องมีระแวงกันบ้าง แต่ถ้าเสนอมาเช่นนี้แล้วก็...

“ข้าไม่เกรงใจนะเจ้าคะ”

“บอกมาเถิดว่าจะให้ช่วยสิ่งใด”

“เช่นนั้นเชิญคุณชายจ้าวตรงนั้นเลยเจ้าค่ะ” จิวเหมยชี้ไปที่ที่ครกสามใบตั้งอยู่ “ช่วยข้าบดกลีบดอกไม้เหล่านั้นก็แล้วกันนะเจ้าคะ ข้าต้องใช้อีกมากทีเดียว” ไท่หยางเห็นว่าไม่ใช่งานยากอะไรก็ลุกไปนั่งตรงหน้าครกหินอย่างว่าง่าย ร่างสูงสง่าของท่านรองแม่ทัพนั้นแลดูเกะกะไม่น้อยแต่ที่นางต้องการคือแรงของเขาต่างหาก ตำสากลงไปทีกลีบดอกไม้คงแหลกละเอียดในครั้งเดียว “คุณชายต้องแยกเป็นสีๆด้วยนะเจ้าคะ ห้ามบดผสมกันเด็ดขาด ดูสีได้จากก้นครกเจ้าค่ะ”

“ครกนี้หนักมาก เจ้าต้องทำคนเดียวเช่นนี้ทุกวันเลยงั้นหรือ”

“ไม่กี่วันเองเจ้าค่ะ แล้วมันก็ไม่ยากอะไร” ข้อมือนางเล็กเพียงนั้นแต่กลับยกหินหนักๆได้ อีกหน่อยข้อมือคงได้ระบมเป็นแน่ ไท่หยางสังเกตนางอยู่เงียบๆ จนนางหยิบกลีบดอกเหมยกุ้ยลงในครกแล้วเอ่ยเร่งให้เขาบดนั่นแหละถึงได้สติ “ได้คุณชายจ้าวมาช่วยเช่นนี้เบาแรงข้าได้เยอะเลยเจ้าค่ะ”

“อยากให้ช่วยเมื่อใดก็บอก หากว่างข้าจะมาช่วย”

ทั้งสองคนช่วยกันบดกลีบดอกไม้แห้งจนหมด คุณชายจ้าวช่วยนางได้มากหากนางต้องบดเองเกรงว่าอีกหลายวันกว่าจะเสร็จ รู้ตัวอีกทีฟ้าด้านนอกก็มืดเสียแล้วคุณชายจ้าวเองก็ทำงานไม่มีบ่นเพียงพักจิบน้ำชาเป็นระยะเท่านั้น วันนี้นางคงต้องเลี้ยงข้าวผู้ช่วยของนางมื้อใหญ่แล้ว

“เชิญคุณชายที่เหลาอาหารด้านล่างเถิดเจ้าค่ะ ให้ข้าเลี้ยงอาหารตอบแทนซักมื้อ”

“เช่นนั้นก็รบกวนด้วย”

นางรีบสั่งให้เสี่ยวเอ้อจัดอาหารชุดใหญ่ขึ้นโต๊ะไว้ที่ชั้นล่างในทันที นางเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะเดินนำคุณชายจ้าวลงไปด้านล่าง บรรยากาศวันนี้คึกคักเป็นพิเศษแม้แต่เหลาอาหารในโรงเตี๊ยมก็ยังเต็มไปด้วยผู้คน ถึงกระนั้นเสี่ยวเอ้อก็ยังหาโต๊ะให้พวกนางได้

“เชิญคุณชายจ้าวรับประทานเจ้าค่ะ อาจจะไม่สู้อาหารเหลาราคาแพงแต่ข้ารับรองว่ารสชาติดีทีเดียว” คุณชายจ้าวหยิบตะเกียบไม่พูดจา นางก็จ้วงข้าวเข้าปากเช่นกันเพราะหิวมาก อาหารสี่อย่างที่เสี่ยวเอ้อจัดมาให้ล้วนเป็นอาหารขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยม รสชาติถือว่าดีใช้ได้เหมาะสมกับราคาที่ไม่ได้แพงมาก “พอทานได้หรือไม่เจ้าคะ”

“รสชาติดี” เพียงแค่นั้นต่างคนต่างก็ไม่พูดอะไรกันอีก นางสังเกตคุณชายจ้าวผู้นี้ แม้แต่เวลากินข้าวมุมปากก็แทบไม่ยก เคี้ยวอาหารได้เงียบกริบไม่มีหกเลอะเทอะ หลังตั้งตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด อะไรจะสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ไม่แปลกใจเหตุใดถึงได้เป็นถึงรองแม่ทัพ “เจ้าก็ทานบ้างเถิด อย่ามัวแต่จ้องหน้าข้า” มือใหญ่คีบเนื้อนกพิราบตุ๋นและอาหารอย่างอื่นให้นางไม่ได้หยุด จู่ๆก็มาทำดีกับนางเช่นนี้ต้องการสิ่งใดจากนางหรือไม่กันนะ ขอนางสงสัยไว้ก่อนเป็นดีกว่า

หลังทานมื้อเย็น คุณชายจ้าวก็แยกตัวกลับจวนในทันที จิวเหมยไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณที่เขาสละเวลามาช่วยงานนางจนเสร็จ คุณชายจ้าวเพียงตอบว่าเต็มใจแล้วก็กลับไปสวนกับช่างไม้ที่เอาของมาส่งพอดี วันนี้ได้ถึงห้าสิบอันทีเดียวเพราะช่างไม้รับคนทำงานเพิ่มถึงทำงานได้เร็ว นางไม่ลืมจะสั่งเพิ่มอีกเป็นร้อยเพราะไม่อยากให้สินค้าของนางขาดตลาดเพราะผลิตตลับไม่ทัน

ขั้นตอนการบรรจุสีลงในตลับนั้นไม่ได้ยากเย็นนักเพราะนางเริ่มชินมือแล้วแต่ตอนวาดลวดลายบนหน้าตลับนี่สิใช้เวลานาน เห็นทีต้องเร่งเรื่องบ้านกับท่านพ่อจริงๆจังๆเสียที จะได้ขยับขยายหาคนมาช่วยเพิ่ม

วันรุ่งขึ้นนางก็ไปขายของที่ตลาดเช่นเดิม วันนี้มีลูกค้าที่ซื้อไม่ทันเมื่อวานมารออยู่หลายคนทีเดียว พอเห็นนางก็ต่างมาเข้าแถวรอ จิวเหมยยิ้มทักทายทุกคนแล้วรีบเร่งตั้งร้านและขายในทันที วันนี้นางยังได้สอบถามพี่สาวที่มาซื้อทุกคนอีกว่าอยากให้นางทำสีใดออกมาเพิ่มแต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสีที่ข้าทำนั้นสวยงามดีอยู่แล้ว ความแฟนซียังเข้าไม่ถึงสินะถึงไม่มองสีเหลืองสีเขียวสีน้ำเงินบ้าง

นางขายดีเหมือนดังเช่นสองวันแรก เพียงไม่ถึงสองชั่วยามนางก็ขายหมด จ่ายเงินค่าเช่าที่กับเจ้าของร้านซาลาเปาเสร็จก็เก็บของกลับโรงเตี๊ยม แต่นางจะหยุดขายวันพรุ่งนี้หนึ่งวันเพื่อพักผ่อนเพราะนางมีเงินเก็บพอสมควรแล้ว และนางอยากนัดท่านพ่อมาคุยเรื่องบ้านให้รู้เรื่องเสียที

“เสี่ยวเอ้อ ให้คนไปแจ้งแก่พ่อบ้านหม่าที่จวนท่านแม่ทัพหลิวให้มาพบข้าที่นี่โดยด่วน”

“ขอรับคุณหนูหลิว”

รอเวลาประมาณหนึ่งเค่อพ่อบ้านหม่าก็มาถึง

“คารวะคุณหนูใหญ่ขอรับ”

“นั่งก่อนพ่อบ้านหม่า จิบชาสักจอกจะได้หายเหนื่อย” จิวเหมยรินชาใส่จอกให้พ่อบ้านหม่าอย่างเป็นกันเอง ชายชราเองก็ไม่ได้ขัดที่นางทำเช่นนั้นให้แต่ก็นอบน้อยเกรงใจอยู่ในที “ท่านพ่อได้แจ้งพ่อบ้านหม่าเรื่องบ้านที่ข้าไหว้วานท่านพ่อหรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากทราบว่าเป็นเช่นไรบ้าง”

“เรื่องบ้านนั้นนายท่านบอกให้ข้าจัดการทีหลังขอรับ และขอให้จัดการเรื่องสินเดิมของอนุสามให้คุณหนูก่อนขอรับ นายท่านมีเรื่องด่วนกว่าให้จัดการขอรับ ขออภัยคุณหนูใหญ่ขอรับที่ล่าช้า”

“มิเป็นไรเจ้าค่ะ ว่าแต่เรื่องใดหรือเจ้าคะที่ด่วนกว่า”

“เรื่องนี้เกรงว่าคุณหนูใหญ่ต้องเรียนถามนายท่านด้วยตนเองขอรับ”

“เช่นนั้นก็ให้คนขนของขึ้นไปไว้ที่ห้องเลยเจ้าค่ะ เสี่ยวเอ้อช่วยจัดการด้วยนะเจ้าคะ” นางหันไปเอ่ยปากกับเสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ใกล้ๆและคุ้นเคยกับนางดี “ขอบใจพ่อบ้านหม่าที่อุตส่าห์เป็นธุระให้ นี่เป็นน้ำใจจากข้าเจ้าค่ะ” จิวเหมยยื่นถุงตำลึงทองให้พ่อบ้านหม่าเพื่อแสดงน้ำใจแต่ชายชรากลับไม่ยอมรับไปเสียที “เอาไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าให้”

“ขอบพระคุณขอรับคุณหนู”

“ท่านพ่อได้กล่าวอะไรกับพ่อบ้านหม่าเรื่องข้าอีกหรือไม่”

“มีเท่านี้ขอรับ บอกเพียงให้ข้าน้อยจัดการเรื่องสินเดิมเท่านั้นขอรับ”

“เช่นนั้นก็ขอบใจพ่อบ้านหม่าอีกครั้งเจ้าค่ะ ข้าหมดธุระกับท่านแล้ว” พ่อบ้านหม่าก้มหัวให้นางแล้วเดินออกจากโรงเตี๋ยมไป จิวเหมยมองสินเดิมที่เคยเป็นของมารดาที่กำลังทยอยขนขึ้นไปเก็บบนห้อง มันมากมายแต่ก็ไม่อาจเทียบกับบุตรสาวของเสนาบดีทั้งหลายหรือแม้กระทั่งคุณหนูจากตระกูลใหญ่ “เรื่องด่วนอะไรกันนะ นี่ข้าก็ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนอย่างนั้นสินะ เสี่ยวเอ้อ ให้คนไปแจ้งคุณชายจ้าวไท่หลงที่จวนของท่านอัครเสนาบดีจ้าวว่าข้าอยากพบ หากคุณชายสะดวกรบกวนให้มาพบข้าที่นี่ที”

และจ้าวไท่หลงก็ไม่เคยทำให้สหายผิดหวัง

“มีอะไรหรือจิวเหมยถึงให้คนไปตามข้า”

“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยหน่อยไท่หลง” จ้าวไท่หลงมองท่าทางหงอยเหงาของสหายเป็นนึกเป็นห่วง หลิวจิวเหมยที่เขารู้จักนั้นสดใสร่าเริง ตั้งแต่รู้จักกันแม้จะไม่นานแต่ก็ไม่เคยเห็นนางท่าทางเช่นนี้ “ข้าได้เอ่ยปากขอให้ท่านพ่อช่วยหาบ้านให้ข้าซักหลังแล้วท่านพ่อก็รับปากว่าจะให้พ่อบ้านหม่าเป็นคนจัดการให้ แต่วันนี้ข้าเรียกพ่อบ้านหม่ามาพบแต่เขาบอกว่าท่านพ่อมีเรื่องด่วนกว่าเรื่องบ้านของข้าให้จัดการก่อน ข้าอยากรู้ว่าเป็นเรื่องใด เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่”

“ได้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง เจ้าอย่าเพิ่งคิดมากเลยจิวเหมย อย่างที่ท่านแม่เคยบอกเจ้า หากเจ้าเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือขอเพียงเจ้าบอกพวกเราสกุลจ้าว พวกเรายินดีช่วยเจ้าทุกเรื่องอยู่แล้ว”

“ขอบใจนะ เจ้าเป็นสหายที่ดีกับข้ามาก”

“แล้วนี่เจ้าจะทำเช่นไรต่อ ไปพักที่จวนข้าไหม ท่านแม่จะต้องดีใจมากแน่ๆ”

“ข้าไม่รบกวนขนาดนั้นหรอก ข้าคงจะต้องหาบ้านเช่าเองหรือหาพื้นที่สักแห่งสร้างบ้านของตนเองไปเลย”

“เช่นนั้นข้าจะกลับไปคิดที่จวนก่อนว่าจะช่วยเจ้าได้เช่นไร” เพราะเขาเองก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบสอง หากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของท่านแม่ทัพเกรงว่าจะไม่มีความสามารถขนาดนั้น เมื่อกลับมาถึงจวนจึงได้มานั่งถอนหายใจทิ้งเพราะคิดไม่ออกว่าจะช่วยสหายเช่นไรดี “เฮ้อ”

“ถอนหายใจหนักเช่นนี้เจ้ามีเรื่องให้หนักใจหรือน้องพี่”

“พี่ใหญ่!!” ไท่หลงมองคนที่กำลังเดินเข้าจวนมาด้วยประกายแห่งความหวัง “พี่ใหญ่ขอรับ!

“มีเรื่องใดหรือ”

“ข้าเพิ่งออกไปพบจิวเหมยมาขอรับ” ชื่อของเด็กสาวที่ออกจากปากน้องชายทำให้จ้าวไท่หยางนิ่งฟังอย่างสนใจ “นางขอให้ข้าช่วยสืบเรื่องของท่านแม่ทัพขอรับ ฯลฯ” ไท่หลงเล่าเรื่องที่เขาได้รับฟังจากหลิวจิวเหมยให้พี่ชายฟังอย่างละเอียดจนคนที่รับฟังขมวดคิ้วหนักขึ้นเรื่อยๆ “นางอยากรู้ขอรับว่าเรื่องด่วนนั้นคือเรื่องใด”

“ท่านแม่ทัพอาจจะมีเรื่องด่วนจริงกระมัง งานราชสำนักก็มีมากท่านแม่ทัพเองก็ไม่ค่อยจะว่าง”

“ข้าก็อยากให้เป็นเช่นนั้นขอรับ”

“เรื่องนี้อาจจะมีอะไรซับซ้อนกว่าที่คิดก็เป็นได้ เรื่องในจวนผู้อื่นเราไม่ควรไปยุ่งนะไท่หลง ยิ่งแล้วจวนนั้นเป็นจวนของท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นซาน การรักษาความลับและความปลอดภัยย่อมแน่นหนา เจ้าจะไปสืบได้อย่างไร”

“แต่ข้าเป็นห่วงจิวเหมยขอรับ หากช่วยอะไรนางได้บ้างข้าก็อยากช่วย”

“พี่เข้าใจที่เจ้าเป็นห่วงสหาย” เขาก็เป็นห่วงนางเช่นกัน สตรีน้อยนางนั้นทำให้เขานึกห่วงอย่างที่ไม่เคยเกิดกับสตรีใดมาก่อน เขาเองก็ยังไม่อาจเข้าใจตนเองนักแต่ก็ใช่เรื่องจะหนักใจนัก “แต่เรื่องนี้เราไม่อาจเข้าไปยุ่ง ให้นางรออีกซักวันสองวันเถิดแล้วเรียกพ่อบ้านคนนั้นมาสอบถามอีกครั้งหากยังไม่มีอะไรคืบหน้าก็ไม่จำเป็นต้องไปสืบให้มากความ”

“หากไม่ได้มีเรื่องด่วนเล่าขอรับ หากจิวเหมยถูกทิ้ง”

“เจ้าอย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้นเลยหลงเอ๋อร์ ท่านแม่ทัพอาจจะมีเรื่องด่วนจริงก็ได้ หากได้พบท่านแม่ทัพพี่จะถามดูก็แล้วกัน น้องอยากช่วยสหายนั้นเป็นเรื่องดี แต่กับเรื่องนี้นั้นเห็นทีว่าเจ้าจะทำสิ่งใดไม่ได้มากหรอกน้องพี่ และหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนางจริง พี่จะช่วยนางเอง” จ้าวไท่หลงยิ้มกว้างพยักหน้าหงึกๆอย่างดีใจ

“ขอบพระคุณขอรับพี่ใหญ่ เอาไว้ข้าจะบอกจิวเหมยนะขอรับว่าพี่ใหญ่ก็เป็นห่วงนางมากๆเช่นกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.426K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,320 ความคิดเห็น

  1. #4239 RakRakTJ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 19:27
    ปูเรื่องมาคือ นางเอกเก่งมาก เป็นหมอทหารมีทั้งความรู้เเละหมัดมวย เเต่พอมาเข้าร่างนี้ คือทุกอย่างหายไปเลย ไม่มีเล่เหลี่ยมอะไรเลย มีอะไรเจอปัญหาอะไรก็บอกคนอื่นไปซะหมด ดูอ่อนต่อโลกเวอร์ทั่งๆที่ตัวเองก็อายุ28ผ่านร้อนร้อนผ่านหนาวมาตั้งเยอะ ควรมีความลับบ้าง ควรรวบครอบกว่านี้อะ เห้อออออ
    #4,239
    0
  2. #3887 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:57

    ท่านพ่อมัวทำอะไรอยู่กันนะ

    #3,887
    0
  3. #3740 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 14:09
    เกิดไรขึ้นน้าาาา
    #3,740
    0
  4. #3735 Rangsima Anne (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 21:52
    เป็นพ่อที่แปลกมากๆๆๆๆๆ ไม่หาบ้านให้ลูกอยู่เป็นหลักแหล่งจะได้ปลอดภัย แถมเอาทรัพย์สินมาทิ้งไว้ให้ล่อตาล่อใจโจรอีก ทั้งๆที่ลูกตัวคนเดียวอยู่โรงเตี้ยม
    #3,735
    0
  5. #3729 WeerayutSamart (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 18:59
    ชอบความสดใสของจิวเหมยน้า
    แต่อยากให้อธิบายทีว่านางคิดอะไรถึงทำตัวเด็กทั้งที่ตัวจริงไม่ใช่เด็กและเป็นทหาร
    #3,729
    0
  6. #3218 Kungbible (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 12:45
    พ่อของนางเอกเราอ่านแล้วไม่รู้สึกเลยว่ารักนางเอก
    ตั้งแต่เรื่องบ้าน
    เรื่องเบี้ยเงินเดือน
    เรื่องมรดก
    เอาแต่สินเดิมของแม่นางเอกมาให้
    แล้วของตัวเองไม่มีให้นางเอกเลยหรือไง
    ถ้าออกรบตายไปก่อน
    ทุกอย่างก็อยู่ที่ฮูหยินใหญ่
    ดูแล้วไม่มีความรับผิดชอบในฐานะพ่อเลย

    การแสดงออกก็กลัวเกรงอำนาจของฮูหยินกับฮองเฮามากกว่าความถูกผิด

    ผิดหวังกับพ่อนางเอกจริงๆ
    #3,218
    1
    • #3218-1 คุณออลวอน(จากตอนที่ 4)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 07:38
      เราเห็นด้วยค่ะ
      #3218-1
  7. #3189 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 10:59
    เห้อมีแต่คนลืม
    #3,189
    0
  8. #2249 MinorA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:41
    เริ่มเห็นแววมาละค่ะ พี่ใหญ่
    #2,249
    0
  9. #1720 Sistel2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:23

    ลงเรือคุณพี่่ะ

    #1,720
    0
  10. #1705 Xuehua_ns (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 13:33
    แม่ทัพดูเหมือนไม่ได้รักนางจริงๆเลยอ่ะ เหมือนทำไปงั้นอ่ะ
    #1,705
    1
    • #1705-1 oohing(จากตอนที่ 4)
      19 สิงหาคม 2562 / 19:29
      เนอะเเบบทำให้มันเเล้วๆไป
      #1705-1
  11. #1270 Empty_Mind (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 12:25
    หือ..? ช่วยเพราะเป็นเพื่อนน้องจริงๆอ่ะ
    #1,270
    0
  12. #467 THEHAMM (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 17:01
    ไม่รู้ว่าทันมั้ย แต่อยากทักว่าเป็นลูกสาวแม่ทัพ อายุ10ขวบตัวคนเดียวได้ไง แบบ ท่านพ่อควรที่จะส่งคนมารับใช้ดูแล ปกติลูกคุณหนูต้องมีบ่าวติดตาม จัดน้ำให้อาบดูและนู่นนี่นั่น1คนอ่ะ แบบคนเดียวไม่ด๊ายยยยย
    #467
    0
  13. #273 พฤษภาฯ(คนอยากเขียน) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 13:04
    แก่แดดไปนะ สิบหนาวกลัวข้อครหาอยู่กับชายหนุ่ม สองต่อสองโอ้โห
    #273
    5
    • 1 กรกฎาคม 2562 / 09:37
      ต้องดูด้วยนะว่าสมัยใน​ ตามประวัติศาสตร์​ มีหลายราชวงศ์​ที่ให้วัยปักปิ่นเป็นเริ่มตั้งแต่​ 11​, 12,13,14

      แต่ที่นิยมเอามาแต่งนิยายกันก็​ 15​ เพราะฉะนั้น​10​ปีของสมัยนั้นไม่แก่แดดหรอก​ อีกอย่างวิญญาณ​ที่มาสิงอายุตั้งเยอะแหละ​ แล้วก็ระวังตัวไว้ก่อนก็ดี​ ระวังดีกว่ามาตามแก้ที่หลัง​ ไม่ใช่รอให้มันเกิดก่อนแล้วแก้​
      #273-3
    • #273-4 MeFordary(จากตอนที่ 4)
      20 กันยายน 2563 / 19:03
      ถ้าจำไม่ผิดนางเอก 12 หนาวไม่ใช่หรอค่ะ อายุพอๆ กับน้องชายพระเอก แต่ครที่มาอยู่ในร่างนางเอกก็โตพอเกินตัวแล้ว
      #273-4
  14. #25 usaonly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 11:32

    เพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมากค่ะ ชอบท่ีนางเอกสู้ชีวิตและไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ สงสัยพี่ใหญ่จะชอบนางเอกซะแล้ว บุรูษหน้าตายแต่สายตาคอยสอดส่องแต่นางเอก น้องยังเด็กนักยังไม่ปักปิ่นใช่ไหมคะ ถ้าพี่ใหญ่ออกตัวว่าจะช่วยน้อง งานนี้นางเอกเราก็ปลอดภัยหายห่วง นางไม่มีวรยูทธ์สมัยโบราณ แต่นางเป็นศิลปะการป้องกันตัว คงเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว หวังว่าท่านพ่อจะไม่ทำให้นางเสียใจ อุตส่าห์รอคอยบ้านหลังน้อย ก็คงเก้อแน่เลย รอลุ้นกันค่ะว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก ขอบคุณค่ะ

    #25
    0
  15. #21 09fg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 17:20
    ท่าน-แน่
    #21
    0
  16. #19 Looney00 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:21

    ไรท์จ๋ามาต่อเร็วๆๆๆนะคะ “”””ขออย่าให้พ่อทอดทิ้งน้องเลยสงสาร

    #19
    0