หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 45 : หุบเขาเหลียนเหมยซาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,405 ครั้ง
    28 ก.ค. 62

“ข้าว่า เสี่ยวหู่มันตัวใหญ่ขึ้นหรือไม่นะ”

“ตาเจ้ามีปัญหาแล้วล่ะไท่หลง ตัวมันไม่ได้ใหญ่ขึ้นเลยสักนิด” ไม่ใหญ่อะไรเล่า ตัวจะเท่าบ้านอยู่แล้ว! ช่วงนี้ชอบหายออกจากบ้านไปตอนกลางคืนบ่อยๆ พอกลับมาก็เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเศษดินเศษหญ้า กลางวันก็เอาแต่นอนไม่ขยับจนบางครั้งนางก็คิดว่ามันตายไปแล้วถ้าพุงใหญ่ๆของมันไม่ขยับให้รู้เสียก่อน

“แต่มันไม่ควรจะโตเร็วถึงเพียงนี้มิใช่หรือ”

“มันเป็นสัตว์อสูรนะไท่หลง มันโตเร็วเป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ”

“ก็คงจะเป็นเช่นนั้น นี่ ก่อนมาหาเจ้าข้าไปแวะตลาดมาใช่หรือไม่ ข้าได้ยินเรื่องน่าสนใจมาด้วยล่ะ” จ้าวไท่หลงหยิบขนมข้าวปากตั้งท่าจะเล่าอย่างออกรส “ข้าได้ยินมาว่ามีสัตว์อสูรออกมาอาละวาดที่เมืองอวิ๋น แคว้นเยี่ยน ชาวบ้านล้มตายไปมาก แม้แต่จอมยุทธ์ที่เขาว่าแข็งแกร่งที่สุดของแคว้นเยี่ยนก็ไม่อาจปราบพวกมันได้”

“แล้วมันน่าสนใจที่ตรงไหนเล่า”

“เจ้าไม่สนใจหรือ” นางเหลือบตามองสหายที่ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างตาหยีให้นาง กำลังหาเรื่องมาให้นางอีกแล้วใช่หรือไม่ “เจ้าไม่คิดว่ามันน่าสนใจหรือ คิดดูสิ หากเราจัดการสัตว์อสูรพวกนั้นได้จะเป็นการสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงเชียวนะ สิ่งใดจะตามมาเล่าเจ้าไม่คิดหรือ”

“มันเป็นเรื่องของแคว้นเยี่ยนน่ะไท่หลง”

“ผู้ใดว่าเล่า ตอนนี้จอมยุทธ์จากทั่วทุกแคว้นกำลังมุ่งไปแคว้นเยี่ยนเพื่อล่าสัตว์อสูรกัน ฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนตั้งรางวัลให้สำหรับผู้ที่ปราบสัตว์อสูรพวกนั้นได้ถึงห้าหมื่นตำทองเชียวนะ เงินมากมายเช่นนั้นช่วยให้เจ้าตั้งเหลาอาหารได้อีกหลายที่เชียวล่ะ ข้าว่ามันน่าสนใจไม่น้อยเลยนะ” ก็น่าสนใจจริงๆ แต่เรื่องนี้หากจะไปใช่จะไปได้เลยเสียเมื่อไหร่

“ท่านพ่อของข้าคงอนุญาตหรอกนะ”

“จริงด้วยสินะ เจ้าเพิ่งไปเมืองฉางมาโดยไม่ได้บอกท่านแม่ทัพนี่นา แต่ก็ใช่จะไม่มีทาง”

“เจ้ากำลังจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้าใช่หรือไม่”

“ไม่ใช่เสียหน่อย ข้าเพียงจะบอกว่าหากพี่ใหญ่ไปด้วยเราก็อาจจะได้ไปก็เป็นได้”

“พี่หยางจะไปด้วยได้เช่นไร แคว้นเหลียวเพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อวันก่อนเอง ป่านนี้คงจะวุ่นอยู่ในวังเป็นแน่ เจ้าอย่าไปรบกวนพี่หยางเลย อีกอย่าง ช่วงนี้ข้าต้องดูแลเรื่องเหลาอาหารกับเหลาสุรา หากไปแคว้นเยี่ยนในยามนี้เกรงว่าคนงานจะลำบาก ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเขาเถิด” นี่นางก็ตัดสินใจจะกลับมาอยู่ที่จวนของท่านพ่อเป็นการถาวรและปล่อยให้ท่านลุงเหวินกับท่านป้ากงอยู่อาศัยบ้านนั้นแทน ส่วนท่านน้าลู่ไป๋ พี่เสี่ยวจิง พี่เสี่ยวอิง กุ้ยผิง กุ้ยอัน เสี่ยวหู่ มาอยู่กับนางที่จวนนี้ มีเรือนเป็นของตนเองกันทุกคน แม้จะไม่ใหญ่นักแต่ก็สะดวกสบายยิ่งนัก นางปรับพื้นที่ทั้งหมดที่บ้านของนางให้เป็นสวนผักผลไม้และปลูกข้าว ปลูกสมุนไพร เลี้ยงปลา ไก่ ทำเกษตรเต็มรูปแบบตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

“เสียดาย แต่ก็เอาเถิด เอ๊ะ ขนมข้าหายไปไหนหมด” หายไปอยู่ในกระเพาะของเสี่ยวหู่หมดแล้วอย่างไรเล่า “วันนี้เจ้าไม่ออกไปโรงหมอหรือ ร้านอาหารปิดก็ใช่ว่าเจ้าจะต้องปิดโรงหมอเสียหน่อย”

“ข้าตรวจไปมากแล้วเมื่อวาน วันนี้จึงให้พี่เอ้อหลางขายเพียงสมุนไพรเท่านั้น หากมีผู้เจ็บหนักจริงๆจึงจะให้คนมาตามข้าที่จวน เจ้าทานเสร็จก็กลับจวนไปได้แล้วกระมัง วันหยุดเช่นนี้ก็อยู่ให้ติดจวนเสียบ้าง หิมะตกหนักก็ยังจะมาหาข้าอยู่อีก สมควรแล้วที่เจ้าถูกท่านน้าเอ็ดไม่เว้นวัน”

“เพราะหิมะตกอย่างไรข้าถึงหาขนมทานไม่ได้ ไม่ให้มาหาเจ้าแล้วจะให้ข้าไปหาผู้ใดเล่า”

“ข้าได้ยินว่าจางลี่หลิงจะหมั้นหมายกับบุตรชายคนรองของเสนาบดีหลี่ จริงหรือไม่”

“จริงกระมัง ข้าเองก็ได้ยินท่านพ่อคุยกับท่านแม่เรื่องนี้เช่นกัน”

“ไม่เสียใจหรือ”

“เหตุใดข้าจะต้องเสียใจ ข้าไม่ได้รู้สึกชอบพอแม่นางจางเลยจิวเหมย หากให้คบหาเป็นสหายคงจะดีกว่า”

“น่าสงสารนางจริงๆ ยังไม่ถึงพ้นวัยปักปิ่นเสียด้วยซ้ำก็ต้องมีคู่หมั้นเสียแล้ว” กับนางเองพี่หยางยังให้โอกาสได้ลองใช้ชีวิตเป็นอิสระจนกว่าจะถึงวันที่นางพร้อมออกเรือนจริงๆ แต่จางลี่หลิงกลับไม่มีโอกาสนั้นเลย หลังจากได้ข่าวนางก็ให้พี่เสี่ยวจิงไปสืบลักษณะนิสัยของคุณชายหลี่มา ปรากฏว่าเป็นบุรุษที่มีความสามารถผู้หนึ่ง หากตระกูลหลี่กับตระกูลจางได้เกี่ยวดองเป็นปึกแผ่นกันคงคานอำนาจให้กันได้ไม่น้อยหน้าผู้ใดในราชสำนักเป็นแน่

“เหมยเอ๋อร์”

“ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ” นางหันไปสั่งสาวใช้ที่ช่วยนางเย็บผ้าอยู่ไม่ไกลให้ไปยกขนมกับน้ำชามาให้ท่านพ่อ “เข้าวังไปตั้งแต่เช้า ลูกไม่คิดว่าจะกลับมาเร็วเช่นนี้ ในวังเรียบร้อยดีแล้วหรือเจ้าคะ”

“ดีแล้ว นี่เจ้ามาขอขนมเหมยเอ๋อร์ทานอีกแล้วสิไท่หลง”

“แหะๆ ขอรับท่านแม่ทัพ ที่จวนนั้นไม่มีขนมให้ข้าทานเลย ยิ่งหิมะตกเช่นนี้ยิ่งเป็นเรื่องยากขอรับ”

“อืม จวนอื่นก็คงไม่ต่างกัน คงมีแต่เหมยเอ๋อร์ที่ยังคงมีขนมให้เจ้าได้ทานบ้าง แล้วนี่คุยเรื่องใดกันอยู่หรือ”

“เรื่องแคว้นเยี่ยนขอรับ ข้าได้ข่าวมาว่ามีสัตว์อสูรออกทำร้ายชาวบ้านล้มตายไปมาก จึงเล่าให้จิวเหมยฟังคิดว่านางจะสนใจไปปราบอสูรเพื่อรับเงินรางวัลขอรับ” ท่านพ่อมองนางด้วยความขำขัน

“เจ้าอยากไปหรือไม่เล่าเหมยเอ๋อร์”

“ไปได้หรือเจ้าคะ!” อันที่จริงนางก็สนใจเงินห้าหมื่นตำลึงทองนั้นไม่น้อย

“สุดแล้วแต่เจ้าเถิด หากจะไปพ่อขอให้ประมุขฟ่านกับเสี่ยวจิงไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน ส่วนองครักษ์เงานั้นพ่อจะให้ติดตามเจ้าไปเพิ่มอีก ไปกันหลายคนจะได้ช่วยเหลือกันได้หากมีภัยไม่คาดคิด แต่พี่หยางของเจ้าคงจะไปด้วยไม่ได้เพราะยังติดพันงานต้อนรับแคว้นเหลียว”

“ไปนะจิวเหมย”

“แต่ลูกยังกังวลเรื่องเหลาอาหารกับเหลาสุราของลูกเจ้าค่ะท่านพ่อ หากไปแล้วเกิดปัญหาลูกเกรงว่ามันจะไม่คืบหน้า” แม้ช่างไม้จะบอกนางเป็นอย่างดีว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยแน่นอน แต่นางก็ยังกังวล อาจจะเพราะมันเคยไฟไหม้มาแล้วก็เลยกลัวไปหมด กลัวจะผิดพลาด กลัวจะไม่ตรงตามแบบ “ว่าแต่ท่านพ่อไม่ห้ามลูกหรือเจ้าคะ”

“พ่อเคยห้ามเจ้าได้หรือลูกพ่อ” นางยิ้มแหยเมื่อได้ฟังความจริงข้อนี้ “อีกอย่าง หากเจ้าสามารถช่วยเหลือแคว้นเยี่ยนได้ก็ย่อมเป็นเรื่องดี ส่วนเรื่องเหลาอาหารกับเหลาสุราของเจ้านั้นพ่อก็ว่าจะคุยเรื่องนี้อยู่พอดี ช่วงนี้หิมะตกหนักยิ่งนัก หากยังให้คนงานทำงานกันต่อเกรงว่าจะไม่ดีนัก พ่ออยากให้เจ้าสั่งหยุดสร้างไปก่อนดีหรือไม่”

“ได้เจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านพ่อที่ชี้แนะเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็ไปแคว้นเยี่ยนได้แล้วนะสิ!

“ข้าต้องถามท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวจิงเสียก่อนว่าจะไปด้วยได้หรือไม่ เจ้ากลับจวนไปก่อนเถิดไท่หลง เอาไว้ข้าจะคนไปแจ้งหากตัดสินใจได้แล้ว” ก่อนกลับนางก็เอาขนมให้สหายไปอีกมาก หลังไท่หลงกลับไปแล้วนางก็เรียกท่านน้าลู่ไป๋กับพี่เสี่ยวจิงมาพบ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด

“หากเจ้าจะไปข้ากับเสี่ยวจิงก็ต้องตามไปอยู่แล้ว”

“เงินห้าหมื่นตำลึงก็น่าเสี่ยงไม่น้อย ให้เสี่ยวหู่กินพวกมันให้หมดก็สิ้นเรื่อง แต่หากได้ล่าเองก็น่าสนุกไม่น้อย”

“แล้วเรื่องที่พรรคของท่านน้าเล่าเจ้าคะ”

“ยังไม่ถึงเวลาหรอก ทางนั้นยังคงเงียบอยู่แต่ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล”

“เช่นนั้นข้ารบกวนท่านน้าไปแจ้งแก่ช่างไม้ให้หยุดสร้างเหลาไปก่อนนะเจ้าคะ หากหิมะหยุดตกค่อยเริ่มทำอีกครั้ง หากมีปัญหาให้มาแจ้งแก่ท่านพ่อที่จวนได้ทุกเมื่อ แล้วก็ส่งคนไปแจ้งไท่หลงให้เตรียมตัวได้เลย ข้าจะเดินทางในยามเหม่าของวันพรุ่ง ให้ไท่หลงไปเจอข้าที่หน้าประตูเมืองเจ้าค่ะ ครั้งนี้ข้าจะเอาเสี่ยวหู่ไปด้วย” เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้นเจ้าตัวยักษ์ก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างดีใจที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นเสียที

ยามเหม่ามาถึงก็พร้อมเดินทาง นางควบม้าออกจากจวนมาเงียบๆพร้อมท่านน้าลู่ไป๋และพี่เสี่ยวอิง มีเสี่ยวหู่วิ่งตามมา ตัวมันใหญ่จนจะเท่าม้านางจึงไม่กังวลนักหากมันต้องวิ่งระยะทางไกลๆ อีกทั้งยังวิ่งเร็วกว่าม้าของนางเสียอีก มีองครักษ์เงาจำนวนหนึ่งของท่านพ่อตามอารักขา จ้าวไท่หลงมารออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับพี่หยาง

“พี่หยางจะไปด้วยหรือเจ้าคะ”

“ใช่ คิดว่าพี่จะปล่อยให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายเช่นนั้นโดยไม่มีพี่ได้หรือ”

“แล้วเรื่องในวังเล่าเจ้าคะ แคว้นเหลียวเพิ่งจะมาถึงมิใช่หรือ”

“หน้าที่ของพี่หมดแล้ว อีกทั้งท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพเจียงก็ยังอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวลเหมยเอ๋อร์”

“เช่นนั้นก็เดินทางกันเถิดเจ้าค่ะ”

“พี่ว่าเจ้าให้เสี่ยวหู่หดตัวให้เล็กลงแล้วอุ้มไปจะดีกว่านะ หากมีผู้พบเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่เช่นนี้เกรงว่าจะเป็นอันตรายได้” เสี่ยวหู่ได้ยินเช่นนั้นก็หดตัวเล็กลงเท่ากับที่นางพบมันในครั้งแรกทันที นางมองเจ้าพยัคฆ์ตาโต ไม่เคยรู้เลยว่ามันทำเช่นนี้ได้แล้ว “ตอนนี้มันสามารถหดหรือขยายตัวได้แล้วเหมยเอ๋อร์” นางรับเสี่ยวหู่ที่พี่หยางยื่นให้มาอุ้มเอง จับมันจ้องหน้านิ่งๆแล้วเหมือนจะเห็นมันยิ้มประจบนางเสียด้วย “เดินทางได้!

แคว้นเยี่ยนนั้นต้องใช้เวลาเดินทางด้วยม้าถึงห้าวัน สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นหุบเขาเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นอย่างมาก แคว้นนี้จึงเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณต่างๆ ปลูกสิ่งใดก็งอกงาม นางได้ยินมาว่าอาจจะเป็นเพราะไอเวทย์จากหุบเขาเหลียนเหมยซานถึงทำให้พืชพรรณต่างๆเติบโตได้ดี

“หุบเขาเหลียนเหมยซานนั้นมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่จำนวนมาก มากกว่าป่าที่เราไปล่าสัตว์อสูรเมื่อครั้งก่อนนั้นมากนัก พี่เกรงว่าที่สัตว์อสูรออกมาทำร้ายชาวบ้านครั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเกิดสิ่งใดขึ้นในหุบเขาก็เป็นได้ เพราะปกติแล้วรอบๆทางทางเข้าออกป่าจะมีเวทย์ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรออกมา หากพวกมันออกมาได้เช่นนี้มิใช่ว่าเวทย์นั้นเสื่อมลงหรอกหรือ”

“ท่านอาจารย์ของข้าเคยเล่าให้ฟังว่าในหุบเขาเหลียนเหมยซานชั้นในนั้นหากผู้ใดเข้าไปแล้วยากจะได้กลับออกมา แต่ก็มีผู้คนไม่น้อยที่เสี่ยงตายเข้าไปในนั้นเพื่อหวังจะเข้าไปในถ้ำที่เก็บอัญมณีล้ำค่า ว่ากันว่าเก็บเท่าใดก็ไม่มีวันหมด อีกทั้งยังเป็นที่เก็บคัมภีร์และตำราเวทย์มากมาย หากผู้ใดได้ครองครองคงได้เป็นสุดยอดจอมเวทย์ แต่มันเป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น จริงแท้เพียงใดก็ไม่อาจมีผู้ใดรู้ได้”

“น่าสนใจจริงๆ” พี่เสี่ยวจิงพึมพำอย่างนึกสนุก ตอนนี้พวกนางกำลังพักอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่งหลังเดินทางมาได้สี่วันแล้ว ระหว่างทางก็แวะพักตามหัวเมืองบ้างป่าบ้างตามแต่ว่าฟ้าจะมืดที่ใด หากได้อยู่ในป่าเช่นวันนี้เสี่ยวหู่จะเป็นผู้ล่าสัตว์มาเป็นอาหารให้พวกนาง ส่วนของมันน่ะหรือ อิ่มอร่อยในป่าเสร็จนั่นแหละจึงจะเอาออกมาให้พวกนางได้ทานบ้าง

รุ่งเช้าพวกนางรีบออกเดินทางกันต่อเพื่อจะไปให้ถึงเมืองหลวงแคว้นเยี่ยนก่อนค่ำ ระหว่างทางก็เจอกับจอมยุทธ์ที่กำลังเดินทางไปแคว้นเยี่ยนอีกหลายคนทีเดียว ยามโหย่วพวกนางก็มาถึงหน้าประตูเมืองที่ตอนนี้มีคนต่อแถวเพื่อจะเข้าไปในเมืองจำนวนมาก เมื่อเข้าเมืองได้แล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือหาโรงเตี๊ยมดีๆสักที่หลับนอน แล้วก็ได้โรงเตี๊ยมชั้นดีมา ด้วยเพราะโรงเตี๊ยมที่ราคาถูกนั้นถูกจับจองโดยเหล่าจอมยุทธ์ไปหมดแล้ว พวกนางไม่มีปัญหาเพราะเช่นไรก็จ่ายได้อยู่แล้ว อีกทั้งนางก็เอาอัญมณีของท่านแม่ติดตัวมาอีกมาก หากเงินที่เอามาไม่พอก็แค่เอาออกไปขาย

“พวกท่านมาล่าสัตว์อสูรใช่หรือไม่ขอรับ”

“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้นเหล่าเสี่ยวเอ้อ”

“ก็ช่วงนี้สัตว์อสูรออกมาทำร้ายชาวบ้านมากมาย ฮ่องเต้จึงมีประกาศให้จอมยุทธ์มาปราบสัตว์อสูรเหล่านั้น หากทำได้จะได้รางวัลถึงห้าหมื่นตำลึงทองเชียวนะขอรับ โรงเตี๊ยมในเมืองหลวงและเมืองต่างๆที่ใกล้กับหุบเขาเหลียนเหมยซานถูกจับจองจนเต็มไม่มีแม้ห้องว่าง แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถปราบสัตว์อสูรเหล่านั้นได้เลยขอรับ”

“แต่ระหว่างทางที่เดินทางมา พวกข้าไม่พบสัตว์อสูรเลยสักตัวเดียว เป็นเรื่องจริงแน่หรือ”

“ตอนนี้พวกมันอยู่ในหุบเขาเหลียนเหมยซานขอรับ บรรดาเมืองต่างๆที่อยู่ใกล้หุบต่างก็มีชาวบ้านล้มตายเพราะพวกมันไม่เว้นวัน มีส่วนมากที่เข้ามาหลับภัยที่เมืองหลวงแต่ก็มีอีกมากที่ไม่อาจมาได้”

“เช่นนั้นหากจะปราบพวกมันก็ต้องไปที่หุบเขาเหลียนเหมยซานสินะ”

“ขอรับ เป็นเช่นนั้น” พวกนางสบตากันอย่างเข้าใจ เกรงว่าการมาปราบสัตว์อสูรในครั้งนี้ของนางจะยุ่งยากกว่าที่คิดเสียแล้ว “หากแต่หุบเขาเหลียนเหมยซานนั้นช่างอันตรายยิ่งนัก หากผู้ใดได้เข้าไปก็ยากจะได้ออกมาขอรับ มีจอมยุทธ์หลายคนเข้าไปแล้วยังไม่กลับออกมาเลยขอรับ”

“ขอบใจมากเสี่ยวเอ้อ เจ้านำอาหารขึ้นชื่อของที่นี่มาห้าหกอย่างพร้อมด้วยน้ำชาสักสามกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วหายไปที่ห้องครัวก่อนจะนำน้ำชามาให้พวกนางได้แก้กระหาย “เจ้าจะทำเช่นไรต่อไปหรือเหมยเอ๋อร์”

“ข้าว่าเราต้องเข้าไปในหุบเขาเหลียนเหมยซานเจ้าค่ะพี่หยาง”

“แค่กๆ เจ้าว่ากระไรนะ! เจ้าไม่ได้ยินที่เสี่ยวเอ้อพูดเมื่อครู่หรือ ผู้ใดเข้าไปก็ยากจะได้กลับออกมา”

“ข้าว่าต้นเหตุที่ทำให้สัตว์อสูรออกมาอาละวาดเช่นนี้ต้องอยู่ในหุบเขาเป็นแน่ หากจะให้พวกมันกลับเข้าไปอยู่ในหุบเขาเช่นเดิมเราก็ต้องเข้าไปหาต้นตอนั้นให้พบแล้วจัดการกับมันเสีย มิเช่นนั้นต่อให้เราฆ่าพวกมันตายเท่าใดก็ไม่อาจทำให้พวกมันหยุดออกมาอาละวาดได้เป็นแน่ หากเจ้ากลัวเจ้าจะอยากมาทำไมเล่าไท่หลง”

“ก็ไม่ได้กลัวหรอก แต่ก็ไม่คิดอยากจะเข้าไปเช่นกัน”

“เจ้าว่าเราควรเข้าไปในหุบเขานั้นหรือไม่เสี่ยวหู่” เจ้าพยัคฆ์เงยหน้าขึ้นจากตักมาจ้องนาง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็พยักหน้าให้ “เจ้าจะพาพวกข้าออกมาได้หรือไม่เล่า หากเสี่ยงต่อชีวิตข้าก็ไม่เข้าไปหรอกนะ” ครานี้มันส่งเสียงแง่วๆออกมาต่อว่านางยกใหญ่หาว่านางกล่าวหาว่ามันไร้ความสามารถ โอ้อวดใหญ่โตว่าหากไปกับมันนั้นไม่ว่าสัตว์อสูรตัวใดก็ไม่สามารถทำสิ่งใดพวกนางได้เป็นแน่ เถียงสู้ขาดใจเลยนะเนี้ย “เอาล่ะๆ ข้าเชื่อเจ้าแล้ว เช่นนั้นคืนนี้หลังทานข้าวเสร็จเราจะไปดูลาดเลาเสียก่อน ข้าว่าเข้าหุบเขาในตอนกลางวันจะเป็นการดีกว่า”

“แง่ว แง้วๆ แง่ว!

“เช่นนั้นหรือ มันบอกว่าหากจะเข้าไปก็ต้องเป็นช่วงกลางคืนเท่านั้นเพราะว่าสัตว์อสูรออกมานอกหุบเขากันมาก จึงเป็นทางสะดวกให้เราได้เข้าไปดูด้านในเจ้าค่ะ หากเข้าไปกลางวันนั้นเกรงว่าจะถูกพวกมันทำร้ายเอาได้”

“จะกลางคืนหรือกลางวันก็เสี่ยงถูกพวกมันทำร้ายเช่นกันมิใช่หรือเสี่ยวหู่”

“มันบอกว่ากลางคืนจะเสี่ยงน้อยกว่าเจ้าค่ะท่านน้า”

“เช่นนั้นคืนนี้เราไปดูลาดเลาเสียก่อน หาช่องทางเข้าไปหุบเขาแล้วกลับมาวางแผนกัน คืนวันพรุ่งเราจะเข้าไป” ทุกคนเห็นด้วยกับพี่หยาง เมื่อเสี่ยวเอ้อเอาอาหารมาเสิร์ฟก็รีบทานแล้วออกจากโรงเตี๊ยมไปยังเมืองอวิ๋นทันที เพราะเมืองอวิ๋นนั้นเสี่ยวเอ้อบอกว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อไปถึงพวกนางซุ่มอยู่ด้านนอกและใช้ยอดไม้เป็นจุดสังเกตการณ์ ชาวบ้านปิดบ้านเงียบไม่มีแม้แสงไฟ “มีจอมยุทธ์ซุ่มอยู่มากทีเดียว ระวังตัวกันด้วยนะทุกคน”

เข้ายามห้ายนางก็จับความเคลื่อนไหวได้ เบื้องหน้าของนางนั้นหมอกเริ่มจางจนปรากฎให้เห็นหุบเขาลูกใหญ่ตั้งตระหง่าน ต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่นจนหาทางเข้าแทบไม่เจอ นางพยายามเพ่งมองในความมืดเพื่อหาจุดที่สัตว์อสูรตัวแรกออกมา ไม่นานก็เห็นสัตว์อสูรตัวแรกที่ส่วนหัวนั้นเหมือนกับกระทิงแต่ลำตัวยาวคล้ายงู เห็นความยาวของมันแล้วนางขนลุกชันไปทั้งตัว อนาคอนด้าที่ว่าใหญ่นั้นอย่าได้เอามาเทียบเลย บิซิลิสก์ของทอมริชเดิลก็อย่าหวัง

“นั่นมัน...”

“เสอเหย่หนิว”

“สัตว์อสูรระดับสูงงั้นหรือ ข้าว่ามันแปลกมาที่สัตว์อสูรระดับสูงที่มักอาศัยอยู่ในหุบเขาชั้นในออกมาอาละวาดเช่นนี้ ต้องมีสิ่งใดผิดปกติเป็นแน่ หรือว่าจะมีผู้เข้าไปก่อกวนพวกมันถึงหุบเขาชั้นใน”

“ที่ประมุขฟ่านกล่าวมานั้นข้าเองก็คิดเช่นเดียวกัน ต้องมีสิ่งใดไปกวนพวกมันถึงหุบเขาชั้นในเป็นแน่”

“แล้วเราจะทำเช่นไรกันดีขอรับ”

“คืนนี้มาออกแรงกันสักหน่อยเป็นอย่างไร มาดูสิว่าสิ่งข้าสอนเจ้าไปนั้นเจ้าทำได้ดีเพียงใดคุณชายรอง” พูดจบพี่เสี่ยวจิงก็คว้าคอเสื้อจ้าวไท่หลงแล้วพากระโจนลงไปที่หมู่บ้านในทันที พี่หยางถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีทางเลือกล่ะนะ ก็ต้องออกแรงย่อยอาหารที่ทานเข้าไปเสียหน่อย เมื่อลงมาถึงภายในหมู่บ้านที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายไม่น้อยเพราะเหล่าจอมยุทธ์ที่ซุ่มอยู่นั้นออกมาสู้กับสัตว์อสูรกันแล้ว เสี่ยวหู่ดิ้นลงจากอ้อมแขนของนางไปยืนที่พื้นก่อนจะขยายร่างให้ใหญ่โตเช่นม้าตัวใหญ่แล้วบอกให้นางขึ้นไปขี่มัน

“เต็มที่เลยเสี่ยวหู่” ได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวหู่ก็พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งมายังจุดที่นางอยู่ ปากเสี่ยวหู่อ้าทีเดียวก็เก็บพวกมันเข้าปากได้ถึงสามตัว หน้าที่ของนางทำได้อย่างเดียวคือเกาะขนมันให้แน่นที่สุด “เจ้าจะไม่ให้ข้าได้แสดงฝีมือบ้างหรือเสี่ยวหู่ เจ้ากินพวกมันเข้าไปมากแล้วนะ” มันปฎิเสธเสียงหนักแน่นว่าไม่และยังไม่อิ่ม เป้าหมายของมันก็คือเสอเหย่หนิวตัวใหญ่ตัวนั้นที่ตอนนี้ใช้หางฟาดจอมยุทธ์จนกระเด็นไปไกลทีเดียว “ใจเย็นๆนะเสี่ยวหู่”

เสียงคำรามของพยัคฆ์เมฆากึกก้องไปทั้งหมู่บ้าน มีจอมยุทธ์จะเข้ามาทำร้ายมันแต่นางที่เกาะอยู่ด้านหลังนั้นคอยห้ามและบอกว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของนางเอง เจ้าเสี่ยวหู่ก็หาได้สนใจสิ่งใดไม่เพราะมันจ้องจะพุ่งเข้าใส่เสอเหย่หนิวท่าเดียว เจ้าตัวเป็นงูหัวเป็นกระทิงก็หันมาประจันหน้ากับมันเต็มที่ ไม่มีเกรงกลัวเพราะพวกมันเป็นสัตว์อสูรระดับสูงเช่นเดียวกัน เสี่ยวหู่ขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นไปอีกจนนางแทบกรีดร้อง อีกนิดเจ้าจะตัวใหญ่เท่าเหลียนเหมยซานแล้วนะเสี่ยวหู่

“เหมยเอ๋อร์!

“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะพี่หยาง” ขนของมันยาวมากพอให้นางได้จับ อีกนิดจะเอามาพันตัวไว้แล้ว เสี่ยวหู่กระโจนเข้าใส่เสอเหย่หนิวอย่างเร็วพร้อมกับเสียงคำรามไม่หยุด โดนหางมันฟาดไปก็ไม่มีสะเทือน นางไม่กล้าใช้ธาตุใดเข้าช่วยด้วยเพราะกลัวเสี่ยวหู่จะได้รับพิษจากมันไปด้วย แต่พยัคฆ์ที่เคยตัวน้อยของนางนั้นหาได้สนใจไม่ว่านางจะช่วยหรือไม่ช่วยเพราะตอนนี้มันพุ่งเข้าไปกัดลำตัวของเสอเหย่หนิวจนแทบขาดเป็นท่อน เสียงร้องของกระทิงในร่างงูดังขึ้นอย่างเจ็บปวด

“โฮก!” แปลได้ว่า ตายเสียเถอะเสอเหย่หนิว

ร่างของงูหัวกระทิงตัวใหญ่หายเข้าไปอยู่ในปากของเสี่ยวหู่เป็นที่สยดสยองของนางยิ่งนัก เหล่าสัตว์อสูรต่างล่าถอยเข้าไปในหุบเขากันจนไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวเมื่อเจอฤทธิ์ของเสี่ยวหู่เข้าไป พยัคฆ์เมฆาเรอเบาๆให้นางได้ยินทั้งยังบ่นให้นางฟังว่ารสชาติของเสอเหย่หนิวนั้นไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย มันใช่เวลามาบ่นเรื่องรสชาติหรืออย่างไรเล่า!

“หดตัวลงได้แล้วเสี่ยวหู่” มันบอกนางว่าตอนนี้ไม่สามารถหดตัวได้สักพักจนกว่าของในท้องจะย่อย แต่มันก็ยอมนอนหมอบให้นางได้ลงจากหลังของมันได้สะดวกขึ้น “ตะกละนักก็เป็นเช่นนี้แหละ”

“เจ้าสุดยอดไปเลยเสี่ยวหู่!

“ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“สบายมาก แต่ข้าคงต้องฝึกคุณชายรองเพิ่มอีกมากทีเดียว ใจเสาะและปวกเปียกยิ่งนัก”

“ข้ายังตั้งตัวไม่ได้ต่างหากเล่าขอรับพี่เสี่ยวจิง”

“เรากลับกันเถิดเหมยเอ๋อร์ พวกมันกลับเข้าหุบเขาไปเช่นนี้คงไม่ออกมาอีกแล้ว” ปัญหาอยู่ที่เจ้าเสี่ยวหู่ต่างหากเล่าเจ้าคะ เมื่อนางบอกเหตุผลไปทุกคนก็มองเจ้าพยัคฆ์ที่ตอนนี้เลียมือเลียเท้าตนเองอยู่เงียบๆ “เช่นนั้นก็รอให้เสี่ยวหู่หดตัวได้ก่อนก็แล้วกัน แยกย้ายกันดูเถิดว่ามีสัตว์อสูรตัวใดบ้างที่สามารถทานได้ จะได้ให้ชาวบ้านเอาไปทำอาหาร”

“ประเดี๋ยวก่อนขอรับ พวกท่านเป็นผู้ใดมาจากที่ใดกัน เหตุใดมีสัตว์อสูรไว้ครอบครองเช่นนี้”

“พวกข้ามาจากแคว้นซาน สัตว์อสูรตัวนี้เป็นของข้าเองเจ้าค่ะ พวกท่านมีสิ่งใดหรือไม่”

“การได้ครอบครองสัตว์อสูรนั้นเป็นเรื่องยากยิ่ง ยิ่งเป็นสัตว์อสูรระดับสูงเช่นพยัคฆ์เมฆา ไม่ทราบว่าแม่นางทำเช่นไรหรือจึงได้มันมา” นางอุ้มเจ้าเสี่ยวหู่ที่ตอนนี้หดตัวได้แล้วมาอุ้มไว้

“ข้าช่วยชีวิตมันไว้เจ้าค่ะ ข้าจึงเอามามันมาเลี้ยง”

“หากพวกท่านไม่มีเรื่องใดแล้วพวกข้าต้องขอตัวก่อน วันนี้พวกข้าเพิ่งเดินทางมาถึงและเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก” ท่านน้าลู่ไป๋พูดจบก็เดินนำพวกนางออกจากหมู่บ้านในทันที แต่มีเสียงของคนผู้หนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่คิดว่าจะพบประมุขฟ่านแห่งพรรคหยกจันทราที่นี่ ช่างน่ายินดียิ่งนัก”

“เจ้ารู้ว่าเป็นข้า”

“หากจำสหายไม่ได้ข้ายังสมควรเรียกตนเองว่าสหายได้อยู่หรือ ฟ่านลู่ไป๋” ฟ่านลู่ไป๋มองรอยยิ้มกวนโทสะของคนผู้นี้และขบคิด ช่างคุ้นเคยแต่จะเป็นไปได้เช่นไร สหายของเขาผู้นั้นตายไปแล้วมิใช่หรือ

“จางอี้ชิง...งั้นหรือ”

“เป็นข้าเอง” รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟ่านลู่ไป๋ ช่างเนิ่นนานเหลือเกินสหายข้า

“จางอี้ชิง...ผู้อาวุโสจางอี้ชิงแห่งสำนักหูหลาง เป็นไปได้เช่นไร เขาตายไปแล้วมิใช่หรือ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.405K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4047 yukai (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 06:38

    ขอบคุณ
    #4,047
    0
  2. #3947 Nuthathai Por (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 13:29

    เจ้าพยัคฆ์ของเรานี่เก่งใช่เล่นเลยนะเนี่ย

    #3,947
    0
  3. #3784 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 12:47
    เสี่ยวหู่เจ๋งมากกกกกก
    #3,784
    0
  4. #3609 แฟนเฉินเฉิน (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 21:56
    จุดๆนี้สาวกท่านอี้ยิ้มไม่หุย
    #3,609
    0
  5. #3241 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 18:34
    ใครอีกเจ้าคะ
    #3,241
    0
  6. #2737 Alamadine (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 16:15
    มีตัวละครเพิ่มมาอีกแล้ว
    #2,737
    0
  7. #2693 โต้ยOTOYAN (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 15:54
    ไรต์ติ่งอี้ชิงใช่ไหมสารภาพมา!!5555555555
    #2,693
    0
  8. #2637 Nisikarn (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 02:36
    ไรท์ติ่งใช่ไหมบอกเรามา555544
    #2,637
    0
  9. #2352 What&Why (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 01:27
    จางอี้ชิง!!! ไรต์เป็นโซแอลใช่หมือไร่
    #2,352
    0
  10. #2332 PPruedee (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:59
    ก่อนหนเานี้ก็ลู่หาน นี่ก็จางอี้ชิง บังเอิญหรือชอบเอ็กโซคะ555555555
    #2,332
    0
  11. #2199 got7-blackpink (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:12

    เสี่ยวหู่เจ้าช่างตะกละได้น่าเอ็นดูยิ่ง5555
    #2,199
    0
  12. #2198 LuckyMyFriend (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 23:09
    อซ.มาจะครึ่งวงแล้วนะคะ 555555
    #2,198
    0
  13. #2197 Jirapanonpitak (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 22:46

    สนุกยิ่งนักรอออ
    #2,197
    0
  14. #2196 คนเช็ดเงา (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 21:49
    ระวังท้องเสียนะ เสี่ยวหู่ กินไม่เลือกอย่างนี้
    #2,196
    0
  15. #2193 kacu (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 17:19
    กินเก่งโตไว
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #2,193
    0
  16. #2191 orawansuwimon (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    เสี่ยวหู่ กินไม่เลือกจริงๆ 555
    #2,191
    0
  17. #2190 HighGirl (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 14:09
    เสี่ยวหู่จอมตะกละ!!
    #2,190
    0
  18. #2189 อัมพร (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:35

    ขอบคุณค่ะ

    #2,189
    0
  19. #2188 LENG555* (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:26

    แมวน้อยแสดงฝีมือดี

    #2,188
    0
  20. #2186 r123123 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 11:21

    ขอบคุณค่ะ

    #2,186
    0
  21. #2185 Poonchanit (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 11:02
    สนุกมาก อ่านรวดเดียวเลยค่ะ
    #2,185
    0
  22. #2183 ในวันที่ฝนตก (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 10:16
    ในที่สุดน้องเมียวของเราก็ได้ออกลวดรายสักที
    #2,183
    1
    • #2183-1 moonbless(จากตอนที่ 45)
      28 กรกฎาคม 2562 / 11:10

      เสี่ยวหู่ น้องเหมียวของน้องเหมยสุดยอดเลย น่ารักจัง 555 งาบรวดเดียว เสือเนาะ สัตว์อสูรชั้นสูงซะอย่าง เจ้าของสบายไปร้อยแปดอย่าง อิอิอิ
      #2183-1
  23. #2182 por4312525 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 10:13

    กำลังสนุกเลย มาอัพเพิ่มบ่อยนะไรท์
    #2,182
    0
  24. #2180 wanwansweety (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:52

    แหมงาบรัวรัวเลยนะเสี่ยวหู่
    #2,180
    0
  25. #2179 Suphatsorn2510 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 09:46
    อยากอ่านต่อออ
    #2,179
    0
  26. #2175 CH3521 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 08:48
    จางอี้ชิง ไม่ได้ทัวร์คอนอยู่หรอคะ 555555
    #2,175
    1
    • #2175-1 LuckyMyFriend(จากตอนที่ 45)
      28 กรกฎาคม 2562 / 23:09

      โอ้ยยยยลั่นเลยเม้นนี้
      #2175-1