หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 21 : ห้วงมิติลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,448 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62

นางฝัน

และช่างเป็นฝันที่ดีมากเหลือเกิน

“ช่างเนินนานเหลือเกินลูกแม่” สตรีงดงามราวกับเทพธิดากำลังส่งยิ้มที่อบอุ่นหัวใจมาให้นางผู้นั้นคือท่านแม่ของหลิวจิวเหมยไม่ผิดแน่ จู่ๆความรู้สึกของความคิดถึงคำนึงหาของหลิวจิวเหมยก็เอ่อล้นกลั่นออกมาเป็นน้ำตาหลั่งรินไหลพร้อมกับใจที่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก “ลูกช่างเติบโตได้งดงามยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าที่เป็นลูกของแม่หรือผู้ที่มาจากที่แสนไกล อย่าร้องไห้ไปเลยลูกแม่ นี่เป็นฝันดีของเจ้า”

“ท่านแม่”

“จ้ะ แม่เอง แม่เฝ้ารอที่จะได้พบเจอลูกอีกครั้งมาเนิ่นนานเหลือเกิน มาทางนี้เถิด” ท่านแม่เดินเข้ามากอดแล้วจับมือนางเดินไปที่ศาลาไม้สีขาวหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ มีน้ำตกสูงร่วงลงสู่แม่น้ำสายหนึ่งที่กำลังสะท้อนแสงแดดระยิบระยับราวกับอัญมนีล้ำค่า นางสาบานได้เลยไม่ว่าจะโลกอนาคตอีกหลายร้อยปีที่นางจากมาหรือในโลกนี้ก็ตาม นางไม่เคยพบเห็นสถานที่ที่งดงามจนแทบลืมหายใจเช่นนี้มาก่อน

“ที่นี่ช่างงดงามมากเจ้าค่ะ ท่านแม่อยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”

“ที่นี่เป็นเพียงมิตินึงเท่านั้น แม่ถอดจิตออกจากร่างหลังรู้ตัวว่าไม่อาจหนีความตายพ้น แม่อยู่ในแหวนที่เจ้าใส่สร้อยคล้องคอไว้เช่นไรเล่า” แหวนเช่นนั้นหรือ “อัญมนีสีเขียวบนแหวนนั้นเป็นที่ที่เก็บดวงจิตของแม่ไว้ ภายในแหวนเป็นห้วงมิติลับที่แม่ได้ครอบครอง มีแต่แม่เท่านั้นที่รู้ว่าจะสามารถใช้มันเช่นไรได้ แม่ฝากแหวนวงนี้ไว้ที่ฮูหยินใหญ่เพื่อมอบให้เจ้าในวันที่เหมาะสม ช่างเป็นโชคดีของแม่ที่นางมอบมันให้ลูกก่อนที่จะได้เดินทางมาที่ป่าแห่งนี้” จริงสิ ตั้งแต่ท่านพ่อเอาของมามอบให้นางและพบว่ามันเป็นเพียงแหวนหนึ่งวงเท่านั้น ด้วยขนาดของมันและนิ้วของนางนั้นเล็กเกินกว่าจะใส่ได้นางก็เลยซื้อสร้อยมาจากในตลาดแล้วคล้องแหวนไว้ก่อนจะสวมที่คอไว้ตั้งแต่นั้นมา

“ห้วงมิติลับหรือเจ้าคะ”

“ใช่แล้วลูกแม่ หากมิตินี้อยู่ในมือของจอมยุทธ์สักคนคงจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เจ้าสัมผัสเวทย์บริสุทธิ์จากในนี้ไม่ได้หรือเหมยเอ๋อร์ มันเข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าภายในป่าแห่งนี้เสียอีก” จริงด้วย และมันทำให้ปราณของนางปั่นป่วนไปหมด “หากดูดซับเวทย์บริสุทธิ์นี้ควบคุมกับการกำหนดลมปราณให้ผสานไปกับมัน ปราณของลูกจะแข็งแกร่งเหนือผู้ใดและใช้มันแบบไม่มีวันหมด”

“ไม่มีวันหมด หากเป็นเช่นนั้นลูกก็จะ...”

“ใช่จ้ะ ลูกจะสามารถใช้พลังธาตุขาวและดำของลูกได้โดยไม่มีจำกัด” สุดยอดแห่งความขี้โกง! “เพียงลูกเข้ามาในมิตินี้แล้วดูดซับเวทย์บริสุทธิ์และใช้มันให้เป็นหนึ่งเดียวกับปราณของลูกเท่านั้น”

“เช่นนั้นท่านแม่ก็เป็นผู้ใช้พลังธาตุเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“สตรีอ่อนแอเช่นแม่น่ะหรือจะโชคดีได้ครอบครองสุดยอดพลังเช่นนั้น”

“แล้วเหตุใดลูกถึงได้ครอบครองมันเล่าเจ้าคะ”

“เป็นลิขิตสวรรค์ เจ้านั้นเดินทางมาไกลนักลูกแม่ ความรู้ความสามารถของเจ้าในโลกนั้นจะสามารถช่วยเหลือคนในภพนี้ได้ พลังธาตุดำจะช่วยเป็นเกราะป้องกันอันตรายทุกอย่างที่จะทำร้ายลูก และพลังธาตุขาวจะช่วยเยียวยาไม่ว่าจะเป็นตัวเจ้าเองหรือผู้อื่นเช่นที่เจ้าทำมาตลอด แม่รับรู้ทุกอย่างที่ลูกทำและมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

“ท่านแม่รับรู้หรือเจ้าคะ”

“แม่เป็นดวงจิตน่ะเหมยเอ๋อร์ วิญญาณของแม่อยู่กับลูกตลอดแม้แต่ตอนที่ลูกถูกลวงไปให้สัตว์อสูรทำร้ายจนตายแม่ก็อยู่กับลูก แต่แม่ไม่อาจช่วยอะไรเจ้าได้เพราะวิญญาณไม่มีพลังจะทำสิ่งใดได้และมันก็เป็นชะตาของเจ้าที่จะต้องพบเจอ หากจะมีที่แม่รู้สึกเสียใจก็คงเป็นพ่อไม่เรื่องของเจ้า เขาช่างไม่เหลียวแลเจ้าจนแม่ทนไม่ได้”

“ท่านแม่โกรธท่านพ่อหรือเจ้าคะ”

“เจ้าไม่โกรธเขาหรือเหมยเอ๋อร์ ชายผู้นั้นแม้จะรักแม่สุดหัวใจ เป็นสามีที่ประเสริฐเพียงใดแต่ความเป็นพ่อนั้นช่างไม่เอาไหน หากมีพลังมากพอคงจะบีบคอขายผู้นั้นให้ตายวันละหลายหน!

“แล้วเหตุใดลูกถึงเข้ามาในมิติของท่านแม่ได้เจ้าคะ”

“เพราะพลังเวทย์ในป่านั้นช่วยให้แม่มีพลังมากขึ้นจนสามารถพาเจ้าเข้ามาในนี้ได้อย่างไรเล่า และต่อไปไม่ว่ายามใดแม่ก็จะพาเจ้าเข้ามาในนี้ได้ทุกเมื่อเพื่อดูดซับเวทย์บริสุทธิ์จนกว่าปราณของเจ้าจะผสานเป็นหนึ่งเดียวและแข็งแกร่งมากพอ หรือหากเจ้าต้องการเข้ามาในนี้เพียงกำหนดจิตนึกถึงที่แห่งนี้เจ้าก็จะสามารถเข้ามาได้ทุกเมื่อ”

“เวทย์บริสุทธิ์ในนี้ช่วยท่านแม่จากพิษร้ายพวกนั้นไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“เวทย์บริสุทธิ์ไม่ใช่เวทย์รักษาเหมยเอ๋อร์ มันเพียงช่วยให้ปราณแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และอีกอย่าง แม่เข้ามาในนี้ได้เพียงดวงจิตเท่านั้นหากแต่กายหยาบนั้นไม่อาจเข้ามาได้ แม่เป็นเพียงผู้ใช้ธาตุลม เวทย์ในนี้เพียงช่วยให้แม่ใช้ธาตุลมได้ดีขึ้นเท่านั้น หากแม่เลือกจะเป็นจอมยุทธ์มิใช่แต่งเข้าจวนแม่ทัพป่านนี้คงเป็นยอดยุทธ์ไปแล้ว แต่ความรักมันบังตา พอมาคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว แต่ลูกนั้นยังมีโอกาสและแม่จะช่วยเจ้าเอง”

“ลูกไม่ได้อยากเป็นยอดยุทธ์หญิงนะเจ้าคะท่านแม่ ลูกเพียงอยากเป็นสตรีที่ร่ำรวยเพียงเท่านั้น”

“แม่ไม่ได้หวังให้เจ้าเป็นจอมยุทธ์หญิงหรอกเหมยเอ๋อร์ เพียงแต่อยากให้เจ้าใช้ความรู้ความสามารถที่เจ้ามีนั้นช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากเช่นในโลกก่อนของเจ้าต่างหาก ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ พื้นที่ห่างไกลนั้นหาได้สุขสบายเช่นในเมืองหลวง หากเจ้าช่วยพวกเขาได้เหตุใดจึงลังเล แล้วเจ้าไม่คิดหรือว่าหากไปสร้างเหลาอาหารในต่างเมืองจะทำให้เจ้าร่ำรวยขึ้นมากเพียงใด สมบัติในคลังของพ่อเจ้าก็ไม่อาจสู้ได้หรอกนะเหมยเอ๋อร์”

“อ่า จริงสินะ เช่นนั้นลูกจะพยายามเจ้าค่ะ หากนี่เป็นลิขิตสวรรค์ที่ส่งลูกมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือคนลูกก็จะทำให้ดีที่สุด ว่าแต่ ลูกจำได้ก่อนหมดสติว่าท่านรองแม่ทัพเจียงมารายงานเรื่องสัตว์อสูรกำลังรวมตัวออกจากป่าชั้นใน ท่านแม่รู้หรือไม่เจ้าคะว่าเพราะเหตุใด เป็นเพราะเสี่ยวหู่หรือไม่เจ้าคะ”

“คิกคิก มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งกำลังคลุ้มคลั่งน่ะลูก แต่ไม่มีอันใดน่ากังวลหรอก”

“จริงหรือเจ้าคะ หากพวกมันออกมาถึงป่าชั้นนอกทุกคนจะเป็นอันตราย”

“พวกมันไม่ออกจากป่าชั้นในหรอกเหมยเอ๋อร์ สัตว์อสูรก็มีความกลัวเฉกเช่นเดียวกันมนุษย์ พวกมันจะพาตัวเองออกมาเจออันตรายทำไมกัน แต่ถึงพวกมันออกมาถึงป่าชั้นนอกเจ้าก็ช่วยพวกเขาเสียเลยสิ แล้วก็เรียกความดีความชอบจากฮ่องเต้เป็นสมบัติสักครึ่งหนึ่งในท้องพระคลัง คิกคิก”

“ลูกจะไปช่วยพวกเขาได้เช่นไรเล่าเจ้าคะท่านแม่ ลูกมิใช่ยอดมนุษย์ที่จะหยุดสัตว์อสูรพวกนั้นได้เสียหน่อย”

“เหตุใดจะไม่ได้เล่า เจ้าไม่เอะใจเลยหรือว่าเหตุใดพยัคฆ์ที่เป็นสัตว์อสูรขั้นสูงแล้วขึ้นเรื่องความดุร้ายนั้นยอมสยบต่อเจ้า แม้มันจะยังตัวเล็กนักแต่พลังของพวกมันไม่ได้เล็กตามขนาดตัวหรอกนะ หากมิใช่เพราะเจ้าควบคุมพวกมันได้หากไม่ได้แม้แต่จะจับตัวมันยังยากเลยเหมยเอ๋อร์”

“แต่ตอนนั้นมันบาดเจ็บนะเจ้าคะ”

“เจ้าช่างอ่อนต่อโลกนักลูกแม่ แต่แม่ไม่โทษผู้ใดหรอกเพราะแต่ก่อนแม่เองก็อ่อนต่อโลกเช่นกัน สัตว์อสูรขั้นสูงนั้นร่างกายเต็มไปด้วยพิษ เลือดและน้ำลายของพยัคฆ์เมฆาเองก็เปรียบดั่งพิษชั้นยอด หากเจ้าเป็นเพียงหลิวจิวเหมยที่อ่อนแอไร้ซึ่งพลังธาตุหากมือเจ้าโดนเลือดของมันก็ทำให้ตายได้เพียงอึดใจ ที่มันบาดเจ็บเช่นนั้นก็เพราะเจ้าตัวคลุ้มคลั่งในป่าชั้นในเช่นไรเล่า พ่อแม่ของมันปกป้องมันอย่างถึงที่สุดก่อนจะสิ้นใจ”

“เช่นนั้นลูกจะควบคุมพวกมันได้เช่นไรเจ้าคะ”

“ด้วยพลังของธาตุทั้งสองของเจ้าเช่นไรเล่า โดยปกติแล้วเจ้าสามารถสื่อสารกับพวกสัตว์อสูรได้แม้พวกมันจะพูดไม่ได้แต่เจ้าก็จะเข้าใจท่าทางของพวกมันได้เป็นอย่างดี เพียงเจ้าเอ่ยปากให้พวกมันทำสิ่งใดพวกมันก็จะกลายเป็นดั่งแมวตัวน้อยแสนเชื่องของเจ้าทันที แม้แต่สั่งให้พวกมันไปรบพวกมันก็จะไป”

“แต่นั่นมันสัตว์อสูรนะเจ้าคะ ลูกจะไปสั่งพวกมันให้ทำสิ่งใดตามใจชอบได้เช่นไร”

“จริงของเจ้า เพราะทุกอย่างย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน”

“สิ่งใดหรือเจ้าคะ”

“ปราณของเจ้าอย่างไรเล่า ที่ผ่านมาเจ้าใช้ปราณช่วยพลักธาตุดำเพื่อดูดพิษและธาตุขาวเพื่อช่วยในการรักษา กับสัตว์อสูรก็เช่นกัน พวกมันจะดูดปราณของเจ้าเพื่อความแข็งแกร่งของพวกมันแต่เจ้าก็จะได้เวทย์บริสุทธิ์ของพวกมันเป็นของตอบแทน เวทย์บริสุทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสัตว์อสูร หากเจ้าได้รับเวทย์จากร่างของพวกมันเจ้าย่อมควบคุมพวกมันได้ เช่นเจ้าเสี่ยวหู่อย่างไรเล่า”

“เช่นนั้นลูกก็สามารถสั่งอะไรกับเสี่ยวหูก็ได้เช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“เป็นเช่นนั้นลูกแม่ เจ้าเสี่ยวหู่เองก็ดูดปราณของเจ้าตลอดเช่นกันเพียงแต่เจ้าไม่รู้ตัว” ยื่นหมูยื่นแมวที่แท้จริง นางได้เวทย์บริสุทธิ์จากมันมาช่วยเสริมพลังธาตุแต่มันก็ดูดปราณของนางเพื่อความแข็งแกร่งของมันเช่นกัน

“พลังของพยัคฆ์เมฆาคือสิ่งใดหรือเจ้าคะท่านแม่”

“กลืนกินได้ทุกสิ่งไม่ว่าสิ่งใด พวกมันสามารถขยายร่างได้ใหญ่โตเท่าภูเขาลูกใหญ่ จากเรื่องเล่าในตำนานนั้นพยัคฆ์เมฆาสามารถกลืนกินทหารนับแสนนายของกองทัพได้เพียงหนึ่งลมหายใจเท่านั้น แต่ไม่มีบันทึกเรื่องนี้เขียนไว้หรอกนะ แม่เองก็อยากรู้เช่นกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่เพราะแม่เองก็ได้ยินต่อๆมาเท่านั้น เจ้าก็ลองดูสิ”

“ลูกจะไปลองเรื่องแบบนั้นได้เช่นไรกันเจ้าคะ!” ท่านแม่หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีที่แกล้งนางได้ “แต่ที่นี่งดงามมากเลยนะเจ้าคะ”

“ใช่ งดงามและทุกอย่างในนี้ก็ล้ำค่า ทั้งสมุนไพรที่มีอายุเป็นพันๆปี ผลไม้ที่เป็นยาอายุวัฒนะและยาบำรุงชั้นยอด น้ำอมฤตที่จะช่วยให้ผู้ดื่มเป็นอมตะแม้ได้รับเพียงหยดเดียว แร่ทองคำล้ำค่าที่มีให้เก็บไม่มีวันหมด แต่เจ้าคงจะสงสัยว่าเหตุใดแม่ไม่ใช้พวกนี้เพื่อช่วยชีวิตตนเองใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่มีของวิเศษมากมายเหตุใดไม่ใช้มันเพื่อยื้อชีวิตตนเองเล่าเจ้าคะ” หากเป็นเช่นนั้นหลิวจิวเหมยก็ไม่ต้องตายและนางก็คงไม่ต้องมาที่นี่เช่นกัน

“มันจะทำร้ายแม่อย่างไรเล่า สิ่งเดียวที่แม่ใช้ได้ในที่นี่แห่งนี้คือแร่ทองคำ เพราะพวกมันตระกูลเยว่ถึงได้ร่ำรวยจนกลายเป็นคหบดีผู้ผูกขาดเส้นทางการค้า แต่ก่อนนั้นตระกูลเยว่ก็เป็นเพียงชาวบ้านยากจนครอบครัวหนึ่งเท่านั้น จนวันที่แม่นำทองพวกนั้นไปให้ท่านพ่อ ครอบครัวเราร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆจากการค้าขายทองจนแม่ไม่อาจนำมันออกไปได้อีกด้วยเพราะทุกคนเริ่มอยากได้อยากมีมากขึ้น ทะเยอทะยานมักใหญไฝ่สูงไม่สิ้นสุด แม่โกหกพวกเขาว่าไม่มีทองจะให้อีกแล้วพวกเขาจึงเริ่มทำการค้า แต่ถึงเช่นนั้นพวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าแม่เอาทองมาจากที่ใดและจะไม่มีวันรู้ตลอดไป”

“แล้วเหตุใดทุกสิ่งในนี้จึงจะทำร้ายท่านแม่เล่าเจ้าคะ”

“เพราะมันไม่ใช่ของแม่และมีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้นไม่อาจใช้มันเพื่อตัวเองได้ คราแรกแม่เองก็ตั้งมั่นและทะเยอทะยานอยากออกไปท่องยุทธภพเพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วหล้าเช่นกัน แต่เพราะได้พบกับท่านแม่ทัพผู้หล่อเหลาดั่งเทพเซียนเข้าเสียก่อน สตรีน้อยที่ถูกความเป็นสุภาพบุรุษนั้นของพ่อเจ้าล่อลวงก็เลยตัดสินใจแต่งเข้าจวนแม่ทัพแม้จะเป็นเพียงอนุภรรยาเท่านั้น แม้จะมีสิ่งล้ำค่าอยู่ในมือแต่แม่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้มันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นแม้เพียงครั้ง แม่ก็เลยอยากให้เจ้าได้รู้และใช้ของในนี้เพื่อช่วยผู้อื่นเช่นไรเล่า”

“ลูกต้องเป็นหมออีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“สุดแล้วแต่เจ้า เช่นไรหากเจ้ารักษาผู้อื่นใด้ฐานะของเจ้าก็ต้องเป็นท่านหมออย่างเลี่ยงไม่ได้”

“แล้วเหตุใดท่านแม่ถึงได้มิตินี้มาครอบครองหรือเจ้าคะ”

“แหวนมิติวงนี้นั้นตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคนแล้วเหมยเอ๋อร์ ในทุกครั้งที่แหวนเปลี่ยนมือจะมีของหนึ่งอย่างเพิ่มขึ้นมา ของแม่ก็เป็นแร่ทองคำเช่นไรเล่า”

“แล้วของท่านยายเล่าเจ้าคะ”

“ท่านยายไม่เคยบอกและแม่ก็ไม่เคยถาม แต่ตอนนี้มันเป็นของลูกแล้วเหมยเอ๋อร์ แม่ไม่ใช่เจ้าของมิตินี้อีกต่อไป หากเจ้าเข้ามาที่นี่ครั้งหน้าคงได้เห็นว่าจะมีสิ่งใดที่เป็นของเจ้าเพิ่มเข้ามา” สรุปคือ อะไรก็ตามที่เกิดมาเพื่อเจ้าของมิติไม่ว่ากับคนไหนก็จะใช้ได้แค่สิ่งนั้นแต่หากเป็นของเจ้าของคนเก่าจะใช้มันเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้เท่านั้น

“ถ้าหากมิตินี้เป็นของลูกแล้ว แล้วท่านแม่จะอยู่ในนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิเหมย แม่เป็นเพียงดวงจิตเท่านั้น ที่ยังอยู่ได้ก็เพราะต้องรอส่งมอบมิตินี้ให้กับทายาทของแม่ซึ่งก็คือเจ้า หากเสร็จเรื่องดวงจิตของแม่ก็จะสลายไปแต่เป็นเมื่อใดก็สุดแต่เวรกรรม แม่จะช่วยเจ้าให้ถึงที่สุดก่อนที่จะต้องสลายไป”

“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ลูกจะทำเช่นที่ท่านแม่แนะนำ” จากนั้นนางก็ถูกมารดาสั่งให้นั่งกำหนดลมปราณพร้อมกับรับเวทย์บริสุทธิ์เข้าร่าง ยามเมื่อปราณของนางได้เจอกับเวทย์บริสุทธิ์นั้นร่างกายของนางแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ เจ็บปวดเช่นเดียวกับก่อนที่นางจะหมดสติ ท่านแม่บอกให้นางอดทนเพราะหากผ่านช่วงเจ็บปวดไปได้ทุกอย่างจะดีขึ้น

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ นางนั่งกำหนดลมปราณเช่นที่ท่านตาเคยสอนไปเรื่อยๆ ความเจ็บปวดเริ่มลดลงจนจางหายไปในที่สุดและแทนที่ด้วยความรู้สึกสดชื่นราวกับร่างกายของนางได้รับยาวิเศษ นางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าท่านแม่กำลังนั่งจ้องหน้านางอยู่พร้อมทั้งส่งยิ้มกว้างมาให้ แม่ใครทำไมสวยจังนะ

“เป็นเช่นไรบ้างเหมยเอ๋อร์”

“ดีเจ้าค่ะท่านแม่ ลูกรู้สึกดีและสดขึ้นมาก”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เพราะได้เวลาที่เจ้าจะต้องกลับเข้าร่างแล้วล่ะก่อนที่พ่อของเจ้ากับคุณชายใหญ่กระกูลจ้าวจะฆ่าหมอหลวงเสียก่อน หลานชายคนนี้ช่างห่วงเจ้ายิ่งนัก แม่ชักอยากจะจับคู่ให้เจ้าเช่นเดียวกับสหายของเจ้าเสียแล้วสิ”

“ท่านแม่เจ้าคะ”

“คิกคิก แม่ล้อเจ้าเล่น เช่นนั้นก็ไปได้แล้วลูกแม่” ท่านแม่เพียงสะบัดมือวูบเดียวนางก็รู้สึกคล้ายกับถูกบางสิ่งบางอย่างดูด รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงโวยวายของท่านพ่อกำลังต่อว่าหมอหลวง นางลืมตาเพื่อจะเอ่ยห้ามแต่จ้าวไท่หลงที่คงกำลังจ้องมองนางอยู่นั้นตะโกนขึ้นมาเสียก่อน

“ฟื้นแล้ว!” สหายของนางมาถึงตัวนางเป็นคนแรกตามด้วยท่านพ่อที่แหวกทางเข้ามาจนหมอหลวงกระเด็นไปคนละทาง “เจ้าเป็นเช่นไรบ้างจิวเหมย เจ็บตรงไหนหรือไม่เหตุใดจู่ๆก็สลบไป นี่ข้าตกอกตกใจแทบแย่ที่ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นลมหมดสติ ท่านหมอหลวงเองก็ตรวจอะไรไม่พบเลยทั้งๆที่เจ้ากระอักเลือดออกมามากมายเพียงนั้น” เอ่อ ค่อยๆพูดก็ได้สหาย

“ถอยออกมาก่อนไท่หลง ให้ท่านหมอตรวจเหมยเอ๋อร์ก่อนเถิด” ขอบคุณพี่หยาง

“รู้สึกเช่นไรบ้างขอรับคุณหนูหลิว”

“ข้าน้อยไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะท่านหมอ ขออภัยที่ทำให้เสียเวลาเจ้าค่ะ”

“จะไม่เป็นอะไรได้เช่นไรกันเหมยเอ๋อร์ พ่อเห็นเจ้ากระอักเลือดออกมาเสียเยอะ”

“เลือดลมปั่นป่วนเล็กน้อยเจ้าค่ะ ลูกเข้าป่าแต่เช้าอีกทั้งพลังเวทย์บริสุทธิ์ในป่าก็รบกวนปราณของลูกไม่น้อยก็เลยทำให้ร่างกายรับไม่ทันเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ลูกสบายดีแล้วและยังรู้สึกดีมากๆด้วย”

“เช่นนั้นหรือ แต่ให้หมอหลวงตรวจดูสักหน่อยดีหรือไม่”

“อย่ากังวลเจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกสบายดีแล้วจริงๆ” เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างโปร่งแสงที่กำลังท้าวสะเอวด่าทอท่านพ่ออยู่ข้างๆไท่หลงนางก็สะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ นี่ท่านแม่ปรากฏตัวภายนอกมิติให้นางเห็นได้แล้วเช่นนั้นหรือ! “ขอบพระคุณท่านหมอหลวงมากเจ้าค่ะที่สละเวลามาตรวจอาการของข้าน้อย”

“พวกข้าทำตามหน้าที่ขอรับ เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน” นางเอ่ยกระซิบบอกท่านพ่อให้มอบสินน้ำใจให้หมอหลวง ระหว่างนางสลบไปคงถูกท่านพ่อดุด่าไปไม่น้อย เมื่อหมอหลวงเดินออกจากกระโจมไปแล้วท่านพ่อก็สอบถามนางอีกครั้งให้แน่ใจว่านางไม่เป็นอะไรนาง เมื่อนางยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าสบายดีก็ปล่อยให้นางพักผ่อน ทุกคนทยอยออกจากกระโจมเว้นแต่สหายของนางและจ้าวไท่หยาง

“นี่ยามโหย่วแล้ว เจ้าหิวหรือไม่จิวเหมย ข้าจะไปเอามาให้”

“หิวสิ แต่ข้าไปทำเองดีกว่า เจ้าจะกินกับข้าหรือไม่”

“เจ้าพักเสียหน่อยเถิดเหมยเอ๋อร์ กระอักเลือดออกมามากเช่นนั้นไม่เป็นการดีหากเจ้ายังฝืนทำอะไรโดยไม่ประมาณตัว พี่จะไปบอกให้คนเอาข้าวต้มร้อนๆมาให้”

“เจ้าค่ะพี่หยาง ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” พอเจอสายตาดุๆนางก็ไม่กล้าแม้จะเอ่ยปาก

“เช่นนั้นก็พักผ่อนเถิด เจ้าเองก็กลับกระโจมได้แล้วไท่หลง” พูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้นางกับไท่หลงมองตามกันตาปริบๆ ไท่หลงเองก็ขอตัวกลับออกไปหลังจากนั้นและไม่นานก็มีสาวใช้ยกข้าวต้มเข้ามาให้ นางมองไปรอบๆและพบว่านี่เป็นกระโจมของนางเองและตอนนี้ไม่เห็นท่านแม่แล้ว หรือว่าจะตามไปด่าท่านพ่อต่อที่กระโจมกันนะ

“เสี่ยวหู่” ร่างเล็กของพยัคฆ์ตัวน้อยเดินเข้ามาคลอเคลียกับเท้านางก่อนจะกระโดดขึ้นตักนางแล้วนอนนิ่งไป “ข้าได้รู้เรื่องเหลือเชื่อของพวกเจ้าจากท่านแม่มาบ้าง อยากจะรู้ว่าจริงหรือไม่ที่เจ้าสามารถขยายตัวได้เท่าภูเขาและกลืนกินทหารได้คราเดียวเป็นแสนนาย” เจ้าตัวน้อยเงยหน้ามองนางแล้วมันก็พยักหน้า “เอือก” กลืนน้ำลายแทบไม่ลง “เจ้ามาอยู่กับข้าเช่นนี้ต่อไปคงเป็นอันตรายไม่น้อย แต่ข้าอยากขอเจ้า หากไม่จำเป็นอย่าได้ฆ่าคนเป็นอันขาด ได้หรือไม่” และเป็นอีกครั้งที่มันพยักหน้า “ดีแล้ว เพราะต่อจากนี้ข้าคงต้องทำตัวเป็นดั่งหมอเทวดาเพื่อช่วยเหลือผู้คน”

ขณะที่กำลังกินข้าวจู่ๆท่านแม่ของนางก็โผล่มาทำเอาช้อนแทบร่วง นี่มันไม่ต่างกับเห็นผีเลยไม่ใช่หรือไง แม้นางจะไม่กลัวด้วยเพราะอาชีพเดิมนั้นต้องคลุกคลีกับคนตายอยู่ไม่น้อยแต่มันก็น่าตกใจไม่ใช่หรืออย่างไร เสียขวัญหมดแล้ว

“ท่านแม่ออกมาเช่นนี้ได้ด้วยหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดลูกจึงเห็นท่านแม่”

“ก็เพราะพลังของแม่มากพออย่างไรเล่า”

“แล้วนี่ท่านแม่ตามท่านพ่อไปหรือเจ้าคะ”

“ใช่! อยากจะมีพลังมากพอจริงเชียวแม่จะได้บีบลำคอหนาๆนั่นทำโทษที่ละเลยเจ้า”

“คงไม่ได้เคืองที่ท่านพ่อเคยให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับหญิงอื่นใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“แม่จะเคืองพ่อเจ้าเรื่องนั้นไปใย ก็ในเมื่อก่อนตายแม่เป็นคนบอกให้พ่อของเจ้าลองเปิดใจให้ฮูหยินใหญ่เอง พ่อของเจ้าก็เปิดใจให้เพียงฮูหยินใหญ่มิใช่หรือ กับอนุรองพ่อเจ้าก็ไม่ได้แตะต้องนาง เช่นไรพอแม่ตายพ่อของเจ้าคงเหงาไม่น้อย ฮูหยินใหญ่นั้นรักพ่อของเจ้ามากหากแม่ใจแคบเก็บพ่อเจ้าไว้คนเดียวก็คงไม่ยุติธรรมกับนาง”

“แล้วเหตุใดต้องด่าทอท่านพ่อเล่าเจ้าคะ”

“เหมยเอ๋อร์ แม้เจ้าจะไม่รู้สึกอันใดกับเรื่องการตายของตัวเองแต่แม่ที่เป็นคนให้กำเนิดเจ้านั้นเจ็บปวดทุกครั้งยามเมื่อเจ้าไม่ได้รับการดูแลจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายจนถึงชีวิต และการที่จิวเหมยคนนั้นตายไปแม่โทษว่ามันเป็นความผิดของพ่อเจ้า! ชายผู้นั้นหากไม่สูญเสียย่อมไม่เห็นค่าของสิ่งใด”

“แล้วเรื่องตระกูลเยว่ ท่านแม่โกรธหรือไม่เจ้าคะ”

“โกรธที่พวกเขามายุ่งกับเจ้า แต่หากเป็นเรื่องถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงงแม่จะโกรธไปใย พวกเขาได้รับผลกรรมเช่นนั้นนับว่าสมควรแล้ว” ท่านแม่ส่งยิ้มให้นางแล้วเอ่ยขอตัวกลับเข้ามิติเพื่อฟื้นฟูพลัง นางเองพอกินข้าวเสร็จก็ให้คนไปตามจ้าวไท่หลงมาพบ

“ข้ามาแล้วจิวเหมย”

“มานั่งนี่ ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย” นางยื่นกระดาษที่เขียนชื่อสมุนไพรไว้มากมายให้สหาย “หากกลับเมืองหลวงแล้วข้าจะเปิดโรงหมอเพื่อรักษาคน ข้าจะตรวจรักษาให้ฟรีแต่จะขายสมุนไพร เจ้าช่วยไปหาสมุนไพรเหล่านี้มาให้ข้าได้หรือไม่ หากได้เยอะก็ซื้อมาหมดเลย”

“ไม่ขายอาหารแล้วหรือ!

“ขาย แต่ท่านลุงเหวินกับท่านป้ากงนั้นมีฝีมือ ตอนนี้ข้าให้ท่านลุงท่านป้าทำอาหารเป็นหลักและให้พี่เสี่ยวอิงดูแลเรื่องบัญชี พี่เสี่ยวจิงกับท่านน้าลู่ไป๋ดูแลความเรียบร้อย ส่วนองครักษ์นั้นข้าจะขอจากท่านพ่อให้เพิ่มคนเข้ามาอีกเพราะข้าจะเปิดโรงหมอติดกันกับร้านขายข้าวของข้าและทำห้องเก็บสมุนไพรไว้ด้านหลัง”

“เหตุใดจึงอยากเปิดโรงหมอ เจ้าไม่อยากให้ผู้ใดรู้มิใช่หรือว่าเจ้ารักษาได้แล้วเหตุใดจู่ๆจึงเปลี่ยนใจ”

“มันก็พอมีวิธีที่จะไม่ให้ผู้อื่นรู้ ข้าจะใช้สมุนไพรเป็นเรื่องบังหน้า พวกเขาคงไม่รู้และคิดว่าสมุนไพรของข้านั้นเป็นของวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค เช่นไรการช่วยเหลือผู้อื่นก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือ”

“มันก็จริง ข้าเองก็เคยคิดว่าหากเจ้ารักษาผู้อื่นด้วยคงเป็นเรื่องดีไม่น้อย เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง! เจ้าจะต้องร่ำรวยจากการขายสมุนไพรแน่นอนสหายข้า ฮ่าๆ”

“เจ้าเองก็มาเป็นหุ้นส่วนข้าเสียเลยสิ ลงเงินกันคนละครึ่งเพื่อซื้อสมุนไพรกับสร้างโรงหมอ”

“ได้เลยสหาย! นี่ๆ ตอนเจ้าสลบไปข้าได้ยินพี่ใหญ่กับรองแม่ทัพเจียงคุยกันว่าอีกไม่นานจะมีงานประลองของชาวยุทธ์ที่แคว้นซาน ฮ่องเต้มีรับสั่งให้เลือกสถานที่ประลองและตั้งรางวัลล้ำค่าที่ผู้ใดก็ไม่อาจปฎิเสธได้ และได้ข่าวว่าประมุขของพรรคหยกจันทรานั้นหายตัวไปหลายเดือนแล้ว งานประลองครานี้พรรคหยกจันทราคงไม่อาจะเข้าร่วมเป็นเหตุให้ผู้ที่ทราบเรื่องเตรียมเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อร่วมประลอง”

“ทำไมหรือ”

“ก็พรรคหยกจันทราเป็นพรรคที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงดาบและการต่อสู้ด้วยมือเปล่า หากพวกเขาไม่เข้าร่วมนั่นก็หมายความว่าผู้อื่นจะมีโอกาสมากขึ้นเช่นไรเล่า”

“แล้วมันเกี่ยวกันข้าตรงไหนหรือ”

“ตรงที่ชื่อประมุขของพรรคหยกจันทราคือฟ่านลู่ไป๋”

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.448K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4283 GoodDay8 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 23:22
    ไป๋ลู่ เป็รใครรรรจะได้รู้แล้ว //หน้าแหกเลยคิดว่าเป็นรัชทายาท คนที่ทนทานสารพัดพิษ 555// คนเขียน ลวงเก่ง พลางเก่ง คนอ่านเดาไปเรื่อยแล้วจ้า
    #4,283
    0
  2. #4249 Baiphil289 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 09:58
    หา.,..,...555554😁😁😁😁
    #4,249
    0
  3. #4107 1988yongsi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:11
    ท่านน้าไม่ธรรมดา
    #4,107
    0
  4. #4039 yukai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 05:27

    ขอบคุณ
    #4,039
    0
  5. #4027 Konrawat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 07:42
    จับไปเป็นยาม กับ คนสวนตั้งนาน 555
    #4,027
    2
    • #4027-1 jjb899778(จากตอนที่ 21)
      26 กรกฎาคม 2563 / 23:29
      55555555
      #4027-1
    • #4027-2 jjb899778(จากตอนที่ 21)
      26 กรกฎาคม 2563 / 23:29
      55555555
      #4027-2
  6. #3916 Nuthathai Por (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 15:35

    นั่นไง บอกแล้วว่าไม่ธรรมดา

    #3,916
    0
  7. #3757 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:16
    ท่านน้าแน่ๆๆ
    #3,757
    0
  8. #3407 angyarat2546 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 16:39
    อื้อหือไม่ธรรมดาาา ท่านน้าาาา
    #3,407
    0
  9. #3208 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:24
    คืออะไร????
    #3,208
    0
  10. #3142 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:58
    รู้สึกย้อนแย้งตรงที่บอกว่าพ่อนางเอกรู้ข่าวมาว่านางเอกเป็นลม ทั้งๆที่อยู่ในเหตุการณ์
    #3,142
    0
  11. #2688 มากิริจัง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 17:30
    พลังเวทย์ในแหวนบริสุทธิ์ในป่า
    แต่กลับไม่สามรถเพิ่มพลังให้แม้ได้
    อ่านแล้วรู้สึกงงๆ​ รึเพราะท่านแม่ไม่มีวรยุทะ
    #2,688
    0
  12. #2476 150221 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:04
    ว่าแล้วท่านน้าลู่ไม่ธรรมดา
    #2,476
    0
  13. #2261 MinorA (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 23:07
    เฉลยตัวเเล้วววว
    #2,261
    0
  14. #2159 DionNight (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 00:27
    ลุง แค่ก!? น้าลู่ไป๋ไม่ใช่คนทำธรรมจริงๆสินะ
    #2,159
    0
  15. #2138 mmismy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 02:38
    ว่าแล้วว่าลู่ไป๋ต้องไม่ธรรมดา!!
    #2,138
    0
  16. #2098 Natputtalak (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    อ้าว?!
    #2,098
    0
  17. #1635 kimurakung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 20:50
    น้าลู่ไป๋ ท่าทางจะเก่งสุดๆ
    #1,635
    0
  18. #1397 chanchan123 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 21:11
    อ้าว ท่านน้าลู่เป็นประมุขพรรคแน่ ๆ
    #1,397
    0
  19. #1362 panchali (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:55
    อ้าว ชิบหาย
    #1,362
    0
  20. #1339 sunantamery (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 11:59
    ท่านน้าของเหมยเอ๋อย์
    #1,339
    0
  21. #1104 Nickynoii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:03

    อ้าวๆ ท่านน้าไป๋ เป็นถึงประมุขพรรคเชียวหรือ
    #1,104
    0
  22. #1041 Post-It-Conan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 05:44
    อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า ==
    #1,041
    2
    • #1041-1 jjb899778(จากตอนที่ 21)
      26 กรกฎาคม 2563 / 23:29
      555555
      #1041-1
    • #1041-2 jjb899778(จากตอนที่ 21)
      26 กรกฎาคม 2563 / 23:30
      555555
      #1041-2
  23. #702 abeja2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 21:21

    ขอบคุณครับ

    #702
    0
  24. #689 Karn2526 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 19:50

    มาต่อไวๆน๊าาาา
    #689
    0
  25. #682 ลัลลิต (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 19:33

    อ้าว ประมุขพรรคหยกจันทรากลายมาเป็นลูกน้องน้องเหมยซะแล้วสิ 55555

    #682
    0