หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 15 : เตรียมพร้อมสำหรับฤดูหนาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,659 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

Talk : มีหลายคอมเม้นท์ติงเรื่องความสมเหตุสมผลของนิยาย เราอ่านแล้วและจะพยายามปรับแก้ตามคำแนะนำในภายหลังนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำค่ะ



จ้าวไท่หลงอิ่มหนำกับกล้วยบวชชีเป็นอย่างมาก มากจนไม่กินข้าวกินแต่ของหวาน จิวเหมยก็จนใจจะห้ามปรามสหายเพราะแม้แต่จ้าวไท่หยางก็เป็นไปกับน้องชายด้วย นางเองก็ดีใจที่เห็นทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อยแม้จะเป็นของที่ทำง่ายๆก็เถอะ ก็เพราะมันรสชาติแปลกใหม่อย่างไรเล่า

“ข้าอิ่มมากเลยจิวเหมย”

“เจ้ากินไปคนเดียวครึ่งหม้อได้มั้ง ไม่อิ่มยังไงไหว”

“ก็มันอร่อยนี่นา แค่กล้วยธรรมดาๆยังทำให้เลิศรสได้เช่นนี้ อย่างอื่นเจ้าคงทำได้หมดแล้วใช่หรือไม่สหาย”

“ข้ายังเด็กนะ จะทำเป็นทุกอย่างได้เช่นไร”

“แล้วกล้วยเชื่อมที่เจ้าว่ามันรสชาติเป็นเช่นไรหรือ”

“ก็กล้วยหวานๆนั่นแหละไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าราดด้วยน้ำกะทิจะพิเศษขึ้นมาหน่อย แต่กล้วยหมดแล้ว ฝันเอานะสหาย มาช่วยข้าเก็บของไปล้างเร็วเข้าจะได้ไปพักกันเสียที”

“แล้วมื้อเย็นเป็นอะไร” นี่เจ้าเพิ่งจะกินมื้อเที่ยงอิ่มไปเองนะจ้าวไท่หลง!

หลังมื้อเที่ยงนางก็มาดูท่านพ่อที่กระโจมอีกหน เมื่อเห็นว่าดื่มยาบำรุงเรียบร้อยแล้วก็อยู่สนทนาอีกเล็กน้อย ท่านพ่อบอกให้นางกลับเมืองหลวงได้แล้วเพราะยิ่งอยู่ที่ค่ายนานเท่าใดจะไม่เป็นการดี นางเองก็เห็นด้วยเพราะรู้สึกเป็นห่วงเหลาอาหารของนางเช่นกัน ก็เลยตกลงกันว่าวันพรุ่งนางกับไท่หลงจะเดินทางกลับพร้อมกับจ้าวไท่หยางเพียงสามคนเท่านั้น เพราะหมอหลวงต้องอยู่ที่นี่ชั่วคราวเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าท่านพ่อนั้นเจ็บหนักรักษาไม่ได้

“ไท่หยางจะพาเจ้ากลับไปอย่างปลอดภัย และการกลับไปของเขาจะยิ่งทำให้คนเชื่อว่าพ่อเจ็บหนักจนรองแม่ทัพต้องกลับเมืองหลวงไปรายงานต่อองค์ฮ่องเต้ด้วยตนเอง”

“แล้วเช่นนี้ท่านพ่อจะไม่เป็นอะไรแน่หรือเจ้าคะ หากพวกนั้นยกทัพเข้ามาตอนที่พี่หยางไม่อยู่”

“พ่อยังมีรองแม่ทัพและทหารฝีมือดีอีกหลายนาย ทั้งยังองครักษ์เงาที่ลูกไม่รู้อีก อย่าห่วงพ่อเลย”

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นลูกจะได้กลับเมืองหลวงอย่างสบายใจ”

รุ่งขึ้นนางและไท่หลงพร้อมด้วยรองแม่ทัพจ้าวไท่หยางก็ออกเดินทางด้วยม้าคนละตัว เร่งออกจากค่ายแต่เช้ามืดเพื่อไม่ให้เป็นที่ล่วงรู้ของผู้ใด แวะพักแรมกันที่เมืองชิงหนึ่งคืนแล้วก็มุ่งเข้าเมืองหลวงในเช้าวันถัดมา แม้ระหว่างทางจะกังวลอยู่บ้างว่าจะเจอโจรป่าดักปล้นแต่ก็รอดปลอดภัยดี เมื่อเห็นกำแพงเมืองหลวงนางก็โล่งใจ

“แยกย้ายกันเลยก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะกลับบ้านเองเพราะอยู่ใกล้แค่นี้เอง พี่หยางกับไท่หลงจะได้รีบไปพักผ่อน”

“เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะไปหาเจ้าที่เหลาอาหารนะจิวเหมย” นางโบกมือลาสองพี่น้องแล้วควบม้ากลับบ้านที่เห็นอยู่ในสายตาไม่ไกลนัก แม้จะพลบค่ำแล้วก็ยังมีคนเดินผ่านไปผ่านมาให้นางได้ทักทายบ้าง

“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

“พี่ใหญ่! แงงงงงงง”

“อ่าว เห็นหน้าพี่แล้วใยต้องร้องไห้ด้วยเล่าฟางเอ๋อร์” นางอ้าแขนรับน้องน้อยที่ตอนนี้ตัวไม่น้อยเข้าอ้อมกอดเมื่อนางวิ่งเข้ามาหาพร้อมทั้งเบะปากร้องไห้เสียงดังลั่น มีแม่ใหญ่ ท่านน้าลู่ไป๋แล้วก็พี่เสี่ยวอิงเดินตามออกมาด้านหลัง “หยุดร้องก่อน ใครมาเห็นจะได้คิดว่าพี่รังแกเจ้านะฟางเอ๋อร์”

“น้องคิดถึงพี่ใหญ่เจ้าค่ะ ฮึก”

“คิดถึงขนมของพี่ใหญ่ของเจ้ามากกว่ากระมัง ฮูหยินสั่งงดขนมนางเนื่องจากตัวอ้วนเกินไปเดี๋ยวจะไม่งาม ฮ่าๆ”

“ไม่ใช่นะเจ้าคะ ฟางเอ๋อร์คิดถึงพี่ใหญ่จริงๆ”

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว เข้าบ้านกันเถอะพี่จะได้แจ้งข่าวท่านพ่อให้แม่ใหญ่ทราบด้วย” ทุกคนตามนางเข้ามาในบ้าน พี่เสี่ยวอิงหาน้ำดื่มเย็นๆมาให้ได้แก้กระหาย ก่อนนางจะเริ่มเล่าเรื่องที่นางไปเจอที่ชายแดนให้ทุกคนฟัง “ตอนนี้ท่านพ่อหายดีแล้วเจ้าค่ะ แม่ใหญ่ไม่ต้องเห็นห่วงท่านพ่อนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นก็วางใจ ได้ยินข่าวไม่ค่อยดีก็เลยยิ่งกังวล”

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อเองก็กลัวแม่ใหญ่จะเป็นห่วงก็เลยให้ข้ารีบกลับมา แล้วที่เหลาอาหารเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”

“เรียบร้อยดี ข้ากับเสี่ยวอิงเข้าไปเฝ้าที่ร้านทุกวัน แต่ที่น่าระวังคือมีคนมาถามหาเจ้าของเหลาทุกวันเช่นกัน”

“ใครหรือเจ้าคะท่านน้า”

“ข้าเองก็ไม่ทราบ ข้าถามพวกเขาแล้วแต่ไม่ยอมบอกความจริงว่าใครอยากรู้”

“ใช่เจ้าค่ะ เอาแต่บอกว่าอาหารอร่อยก็เลยอยากรู้จักเจ้าของเหลา แต่มาทุกวันก็ถามทุกวันเป็นใครก็ดูออกว่าโป้ปด ทั้งยังถามอีกว่าเจ้าของเหลาที่ชื่อคุณหนูหลิวนี่ใช่บุตรสาวของท่านแม่ทัพหลิวหรือไม่ ถามจนน่ารำคาญเจ้าค่ะ”

“ยังดีที่ฮูหยินใหญ่กับฟางเอ๋อร์ไม่ได้ไปที่เหลาอาหาร ไม่เช่นนั้นคงรู้กันหมดว่าเจ้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพ”

“ใช่เจ้าค่ะ ไม่รู้จะอยากรู้ไปทำไมนักว่าเจ้าของเหลาเป็นผู้ใด”

“ข้าว่าเจ้าอย่าเพิ่งเข้าไปที่เหลาอาหารเลย ให้ข้าดูให้แน่ใจก่อนดีกว่าว่าเป็นพวกใดกันแน่”

“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ หากเจอเรื่องไม่ดีท่านน้าและพี่เสี่ยวอิงต้องรีบมาบอกข้านะเจ้าคะ”

“ได้สิ เช่นไรข้าก็จะบอกเจ้าอยู่แล้ว” นางอดกังวลไม่ได้ ใครจะมาถามหานางได้ทุกวี่ทุกวัน วันพรุ่งหากไท่หลงมาหานางคงต้องให้เรียกคนของพี่หยางมาถามซักหน่อย หากเป็นผู้ไม่หวังดีนางจะได้ระวังเสียแต่เนิ่นๆ

“ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ รีบเร่งเดินทางจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย มีอะไรให้ข้าทานบ้างหรือไม่เจ้าคะ”

“พี่จะรีบไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

“เสี่ยวอิงติดนิสัยซื้อของมาไว้เยอะเช่นเจ้า ครัวไม่เคยขาดของอยากกินอะไรก็ได้กิน”

“ดีแล้วเจ้าค่ะ แม่ใหญ่อยู่ที่นี่เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ สะดวกสบายดีหรือไม่”

“ดีสิ ดีมากเสียด้วยซ้ำ”

“ท่านแม่บอกว่าอยากมาอยู่ที่นี่เสียเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ชอบออกไปสูดอากาศตอนเช้าๆแต่น้องตื่นไม่ไหว”

“หากแม่ใหญ่ชอบจะอยู่ที่นี่จนกว่าท่านพ่อจะกลับมาก็ได้เจ้าค่ะ”

“จะไม่ลำบากเจ้าหรือ ไหนจะเตียงนอนของเจ้าอีก”

“ไม่ลำบากหรอกเจ้าค่ะ ทำเตียงเพิ่มเอาก็ได้ ที่นี่อากาศดี ยามเช้าก็เย็นสบาย แม่ใหญ่อยู่ที่นี่จะดีต่อสุขภาพ”

“ดีเจ้าค่ะ ท่านแม่จะได้อยู่กับลูกทุกวันเลย”

“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าด้วยนะเหมยเอ๋อร์” ไม่ได้ยินแม่ใหญ่เรียกเหมยเอ๋อร์มานาน จู่ๆก็รู้สึกน้ำตาจะไหล คงเป็นความรู้สึกของหลิวจิวเหมยคนเก่าที่ยังคั่งค้างอยู่ “การได้เดินดูแปลงผักของเจ้าในยามเช้าช่างดีมากจริงๆ ไม่คิดเลยว่าชิวตที่เรียบง่ายเช่นนี้จะทำให้มีความสุขได้มากมายนัก เทียบกับการเป็นคุณหนูห้องหอไม่เคยออกไปไหนนั้นมีค่าจริงๆ”

“เหตุใดท่านแม่ถึงไม่ออกไปเล่าเจ้าคะ”

“เจ้านี่มันเด็กช่างถามจริงๆเลยเจ้าตัวยุ่ง ไหน พาพี่ไปดูสิว่าระหว่างที่พี่ไม่อยู่เจ้าปลูกอะไรเพิ่มบ้าง” เพื่อไม่ให้แม่ใหญ่อึดอัดใจนางก็เลยชวนฟางเอ๋อร์ออกไปดูแปลงผักระหว่างรออาหาร ที่แม่ใหญ่พูดมาก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่นางออกมาอยู่ข้างนอก หากยังอยู่ที่จวนคงไม่แคล้วได้เป็นคุณหนูห้องหอเช่นแม่ใหญ่เป็นแน่ นางไม่มีทางยอมเพราะนางชอบอิสระมากกว่าอยู่แต่ในบ้าน เมื่อชีวิตก่อนนั้นนางอยู่แต่ในบ้านเพื่ออ่านตำรามามากพอแล้ว

นางไปไม่กี่วันแปลงผักทุกแปลงได้ลงเมล็ดผักหมดแล้ว พื้นที่โล่งๆก็ถูกปรับให้พร้อมใช้งาน งานเร็วยิ่งกว่ามีรถไถ นี่ท่านน้าลู่ไป๋ไปจ้างคนมาทำงานกี่คนกันนี่เหตุใดจึงรวดเร็วเช่นนี้ เห็นแบบนี้แล้วนึกดีใจที่สวรรค์ส่งท่านน้าให้มานอนบาดเจ็บอยู่ตรงนั้น ต้องเพิ่มเงิน แบบนี้ต้องเพิ่มเงินให้

“พี่ใหญ่ดูชิงช้าน้องสิเจ้าคะ ท่านน้าลู่ทำให้น้องเจ้าค่ะ”

“เจ้าชอบหรือไม่เล่า”

“ชอบเจ้าค่ะ ท่านน้าลู่ใจดีมาก” แขนอวบของเด็กน้อยอ้าออกกว้างแล้ววาดไปในอากาศ คงจะชอบท่านน้าลู่ไป๋มากสินะ “ท่านน้าลู่จับปลาเก่ง แกว่งชิงช้าก็เก่งเจ้าค่ะ น้องชอบมาก”

“จ้าๆ พี่รู้แล้วว่าเจ้าชอบท่านน้าลู่ไป๋มาก”

“มาทานข้าวเถิดเจ้าค่ะคุณหนู อากาศข้างนอกเย็นเดี๋ยวจะไม่สบาย” อากาศเริ่มเย็นแล้วจริงๆนั่นแหละ คงต้องรีบหาผ้ามาให้พี่เสี่ยวอิงตัดชุดให้ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันฤดูหนาว ไหนจะต้องหานุ่นมายัดผ้าห่มอีก จะไปหาได้ที่ไหนนะ ไว้ค่อยถามท่านน้าลู่ไป๋ดูก็แล้วกัน “พี่ทำกับข้าวสองอย่างกลัวคุณหนูจะไม่อิ่มเจ้าค่ะ”

“น้องทานด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้ายังไม่ได้ทานข้าวหรือ” พี่เสี่ยวอิงเป็นคนตอบว่าทานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเด็กน้อยก็ตามมานั่งจุ้มปุกอยู่ข้างๆพลางกลืนน้ำลายตามไปด้วย นางเห็นแล้วสงสารจึงให้พี่เสี่ยวอิงไปหาผลไม้มาให้ฟางเอ๋อร์ทานแก้อยาก พอได้ผลไม้มาอยู่ในมือก็อยู่สงบมากขึ้น “แม่ใหญ่กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ผ้าเยอะเชียว”

“ก็เสี่ยวอิงบอกเจ้าจะทำผ้าห่มไว้สำหรับฤดูหนาว ข้าว่างก็เลยเอามาช่วยปัก”

“จริงสิ เราจะหานุ่นได้ที่ใดบ้างหรือเจ้าคะท่านน้าลู่ไป๋”

“นุ่นคือสิ่งใดหรือ”

“ก็ฝักมันจะเรียวรีหน่อยพอแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากฝักมันแตกจะมีปุยนุ่นสีขาวปลิวไปกับสายลม หากอยู่ใกล้มันติดเสื้อติดผ้า ปุยของมันจะมีสีขาวเจ้าค่ะ ต้นมันสูงใบเล็ก บางต้นจะมีหนามด้วย ท่านน้าเคยเห็นบ้างหรือไม่”

“เหมือนจะเคยเห็นนะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ในป่า หลายต้นเชียวล่ะ”

“ป่าที่ใดเจ้าคะ ไกลจากที่นี่หรือไม่”

“ไม่ไกลหรอก อยู่ป่าที่ติดกับทิศตะวันออกของเมืองหลวงนี่เอง เดินทางเพียงครึ่งเค่อเท่านั้น หากเจ้าอยากได้ข้าจะไปเก็บมาให้ บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้เช่นนั้นให้ข้าไปดูให้แน่ใจก่อนแล้วจะเก็บมาให้เจ้าดู หากใช่เราค่อยไปเก็บกัน”

“เจ้าค่ะ ลองเก็บมาเยอะๆเลยก็ได้เจ้าค่ะ หากไม่ใช่เราก็ทิ้งหากใช่จะได้มีอะไรติดมือกลับมาบ้าง” นางรีบกินข้าวแล้วรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาตรวจบัญชี พี่เสี่ยวอิงทำไว้ดีมากจนไม่ต้องตรวจอะไรมาก ทุกอย่างชัดเจนไม่ตกแม้แต่ตัวเดียว ตรวจบัญชีเสร็จก็เอาผ้าพับใหญ่ออกไปให้พี่เสี่ยวอิงช่วยตัดไว้ทำหมอนหนุน หมอนทุกวันนี้แข็งจนปวดคอ

รุ่งเช้าหลังทานมื้อเช้ากันเสร็จท่านน้าลู่ไป๋รีบไปที่ป่าที่คุยกันไว้ พี่เสี่ยวอิงไปที่เหลาอาหาร นางและแม่ใหญ่ช่วยกันรดน้ำผัก มีฟางเอ๋อร์ช่วยถอนหญ้าออกจากแปลง เด็กน้อยรู้งานจนน่าเอ็นดู แบบนี้คงไม่พ้นฝีมือท่านน้าลู่ไป๋เป็นแน่ที่สอนน้องสาวนางทำเช่นนี้ เสียงเล็กๆก็ร้องเพลงคลอไปด้วย บรรยากาศสดใสจริงเชียว

ผ่านไปสองชั่วยามท่านน้าลู่ไป๋ก็กลับมาพร้อมกับตะกร้าสะพายหลังอันใหญ่ที่บรรจุอะไรซักอย่างมาด้วย นางรีบวิ่งเข้าไปช่วยพอเห็นสิ่งท่านน้าขนมาก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

“งิ้ว! นี่คือฝักงิ้วเจ้าค่ะ”

“ไม่ใช่นุ่นอย่างที่เจ้าอยากได้หรอกหรือ ข้าว่ามันก็ใช่อย่างที่เจ้าบอกนะ”

“ใช่เจ้าค่ะ แต่นี่มันยังไม่แก่ก็เลยยังเขียวอยู่ ไม่มีฝักที่แก่เลยหรือเจ้าคะ”

“มีสิ เยอะมากด้วย ติดเสื้อผ้าข้าเต็มไปหมดเจ้าไม่เห็นหรือ ข้าก็ไม่เลยไม่เก็บมาคิดว่าใช้ไม่ได้” โธ่เอ้ย นางจะขำก็ขำไม่ออก แต่ท่านน้าไม่รู้ก็ไม่ผิด นางอธิบายไม่ชัดเจนเอง “เจ้าอยากได้แบบแก่ๆหรือ เช่นนั้นข้าจะไปเอามาใหม่”

“เราไปด้วยกันก็ได้เจ้าค่ะ ไปยืนเกวียนลากของพี่ชายข้างบ้านกันดีกว่าจะได้เก็บมาเยอะๆ”

“น้องไปด้วยเจ้าค่ะ”

“แล้วแม่ใหญ่จะอยู่บ้านกับใครเล่า”

“ไปเถิด ข้าจะเย็บผ้าอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหนหรอก ให้ฟางเอ๋อร์ได้ออกไปวิ่งเล่นบ้างอยู่แต่ในบ้านคงเบื่อ” เช่นนั้นทั้งสามคนก็เลยไปยืมเกวียนของพี่ชายข้างบ้านแล้วตรงไปที่ป่าแห่งนั้น ฟางเอ๋อร์นั่งอยู่บนเกวียนที่นางกับท่านน้าลู่ไป๋เข็นพลางร้องเพลงไปด้วยอย่างสนุกสนาน

ไม่นานก็มาถึงเพราะไม่ได้ไกลมากนัก เป็นป่าเล็กๆที่ไม่น่าเรียกป่าคล้ายกับสวนยางที่เขาปลูกกันเยอะๆแล้วมันดูเหมือนป่ามากกว่า ท่านน้าลู่ไป๋พานางเดินเข้าไปประมาณห้าร้อยเมตรต้นงิ้วสูงก็ปรากฏต่อสายตา นางรีบวิ่งไปดูในทันทีแล้วก้มเก็บฝักแก่ที่ล่นอยู่เต็มใต้ต้น ดีที่เกวียนใหญ่นางก็เลยเก็บได้เยอะจนพอใจ ส่วนที่อยู่บนต้นค่อยมาสอยวันหลัง

“มันจะเอาไปยัดเป็นผ้าห่มได้จริงๆนะหรือจิวเหมย ดูสิ มันติดเสื้อผ้าจนน่ารำคาญ”

“ได้จริงๆสิเจ้าคะ ผ้าห่มจะทั้งหนาทั้งนุ่มเลยล่ะเจ้าค่ะ กลับกันเถอะเจ้าค่ะข้าเก็บพอแล้ว ที่อยู่บนต้นค่อยมาเก็บกันวันหลัง ยังมีให้ข้าเก็บอีกเยอะเลย” นางจะทำไว้ให้พอใช้ก็พอไม่โลภมาก เพราะเช่นไรต้นงิ้วก็มีอยู่เยอะแถมนางยังขุดเอาต้นเล็กที่เพิ่งเกิดมาด้วยหลายต้นเชียว เมล็ดมันก็สามารถเอาไปเพาะปลูกได้เช่นกัน

“อือ พี่ใหญ่มันเข้าปากข้าเจ้าค่ะ”

“เจ้าก็อย่าอ้าปากกว้างนักสิฟางเอ๋อร์” ขากลับเด็กน้อยต้องเดินกลับเองเพราะเกวียนนั้นเต็มไปด้วยฝักงิ้วแก่ แต่เด็กน้อยที่ร่าเริงก็ไม่บ่น ทั้งยังเดินร้องเพลงนำหน้าไม่มีเหนื่อยซักนิด

มาถึงบ้านโดยที่เนื้อตัวมีแต่นุ่นปลิวมาติด แม่ใหญ่เห็นพวกสภาพพวกนางก็ตกใจกันใหญ่แต่พอเห็นตัวต้นเห็นก็ปล่อยขำออกมา นางช่วยกันกับท่านน้าลู่ไป๋เอางิ้วลงจากเกวียน ทำความสะอาดแล้วเอาเกวียนไปส่งเพราะหากต้องไปครั้งต่อไปนางคงจะซื้อเกวียนไว้ใช้เองแล้ว เพราะแค่นี้ก็เกรงใจพี่ขายข้างบ้านจะแย่

“เจ้าจะใช้เจ้านี่น่ะหรือทำผ้าห่ม”

“เจ้าค่ะ เราต้องแกะแล้วยัดใส่ผ้าห่มเลยเจ้าค่ะมันจะได้ไม่ปลิวมาก” มาถึงก็เริ่มทำกันเลยเพราะร้อนวิชา คิกคิก นางให้แม่ใหญ่เอาผ้าห่มที่ตัดไว้และปักลายเสร็จแล้วมาลองซักหนึ่งผืน นางอธิบายวิธีแกะนุ่นแล้วยัดเข้าไปในผ้า “ทำเรื่อยๆจนกว่าจะเต็มผืนเจ้าค่ะ เราเย็บผืนใหญ่ก็จริงแต่ไม่ได้กว้างมากคงใช้ไม่เยอะเท่าใดนัก”

พวกนางแกะแล้วยัดเข้าไปเรื่อยๆเพียงไม่นานก็เต็มผืน นางไม่ได้ทำแน่นมากเพราะเปลืองแต่ก็แน่นแบบพอเหมาะ จัดการเย็บปากผ้าห่มที่เหลือไว้พอให้ได้ยัดนุ่นเข้าไปได้ก็เป็นอันเสร็จ

“นุ่มจริงด้วย!

“แน่นอนสิเจ้าคะ เช่นนั้นเราพักกินมื้อเที่ยงกันก่อนเถิดเจ้าค่ะแล้วค่อยทำต่อ”

“เจ้าไปทำเถอะข้าจะแกะต่อ ดีกว่านั่งเฉยๆ” สรุปคือแม่ใหญ่กับท่านน้าลู่ไป๋จะช่วยกันแกะต่อส่วนนางกับฟางเอ๋อร์เข้าครัวมาทำอาหารกันสองคน นางสอนให้น้องตำพริกไทยกระเทียมเพราะมื้อเที่ยงวันนี้จะทำหมูผัดขิงกับต้มยำปลา

หลังมื้อเที่ยงก็แกะนุ่นกันต่อจนได้สามผืนพอดีพี่เสี่ยวอิงก็กลับมาพร้อมกับจ้าวไท่หลง ที่อวดเสียใหญ่โตว่าวันนี้อยู่ช่วยงานพี่เสี่ยวอิงทั้งวัน มาแบบนี้ก็คงไม่พ้นมาขอข้าวเย็นนางเป็นค่าแรง นางก็เลยใช้งานให้แกะนุ่นเสียเลย

“วันนี้ก็มีคนมาถามหาคุณหนูนะเจ้าคะ แต่คุณชายจ้าวอยู่ก็เลยช่วยรับหน้าไปได้ทั้งยังบอกว่าเขาเป็นเจ้าของพวกนั้นก็เลยกลับไป พี่ว่าพวกเขาต้องไม่ได้มาดีเป็นแน่เจ้าค่ะ”

“ไว้ข้าจะถามไท่หลงอีกทีนะเจ้าคะ ข้าเองก็ไม่ไว้ใจเช่นกัน”

“เจ้าค่ะ นี่คุณชายจ้าวก็ให้คนไปเฝ้าที่เหลาอาหารเพิ่มเพราะกังวลเช่นกันเจ้าค่ะ” หลังมื้อเย็นคงต้องขอคุยกับสหายเสียหน่อยแล้ว บางทีจ้าวไท่หลงอาจจะมีคำตอบไว้ให้นางแล้วก็เป็นได้

มื้อเย็นวันนี้พี่เสี่ยวอิงซื้อไก่สดมาสองตัวนางก็เลยเอามาย่างตะไคร้หนึ่งตัวและต้มยำไก่อีกหนึ่งตัว นอกจากนี้ยังมีปลาช่อนเผาเกลือแล้วก็หมูย่างของโปรดของทุกคน ได้กลิ่นไก่ย่างแล้วอยากกินส้มตำ แต่ที่นี่ไม่มีมะละกอ หาต้นกล้ามาปลูกเองก็ไม่มี มื้อเย็นวันนี้ไม่มีของหวาน หลังจบของคาวแม่ใหญ่ชวนฟางเอ๋อร์ไปช่วยพี่เสี่ยวอิงแกะนุ่นต่อ นางก็เลยมีเวลามาสนทนากับสหายแล้วก็ท่านน้าลู่ไป๋

“เจ้ากำลังสงสัยเรื่องที่มีคนมาถามหาเจ้าที่เหลาอาหารใช่หรือไม่” รู้แล้วยังจะยึกยักอยู่อีก “องครักษ์ที่เฝ้าเหลาอาหารบอกว่าเป็นพวกรับจ้างมาอีกที ตามไปก็เห็นว่าไปแจ้งชายปิดหน้าปิดตาผู้หนึ่งซึ่งหายเข้าไปในจวนของรองเสนาบดีคลัง จากนั้นก็ไม่เห็นออกมาอีกเลย เป็นไปได้ว่าเป็นคนของจวนนั้น ที่อยากรู้คือคนของจวนเสนาบดีคลังอยากรู้ไปทำไมว่าใครเป็นเจ้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพหรือไม่”

“รองเสนาบดีคลังงั้นหรือ ชื่อแซ่อะไร”

“เยว่ฉินหรง ทำไมหรือ”

“เยว่งั้นหรือ! หรือว่าจะเป็นพี่ชายของท่านแม่ที่ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟัง!

“เช่นนั้นก็เป็นท่านลุงของเจ้านะสิ”

“ใช่ แต่เป็นลุงที่หาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัว เอาท่านแม่ของข้าเป็นข้อต่อรองกับท่านพ่อเพื่อที่จะได้รับใช้ราชสำนัก ท่านพ่อถึงได้เก็บตัวข้าไว้แต่ในจวน แม้แต่ท่านแม่ท้องที่ไม่มีผู้ใดได้รับรู้ก็เพื่อปกป้องข้าจากพวกเขา มันก็เป็นไปได้ที่พวกเขาตามหาข้าเพราะอาจระแคะระคายแล้วว่าท่านพ่อท่านแม่มีข้า”

“คุณชายรองขอรับ!! อยู่ที่นี่หรือไม่ขอรับ!” ใครกันมาส่งเสียงดังเช่นนี้ นางกับไท่หลงเดินออกไปที่หน้าประตูก็เห็นองครักษ์คนหนึ่งที่นางจำได้ว่าเป็นคนของจ้าวไท่หยางที่อยู่เฝ้าเหลาอาหารของนาง “ขออภัยที่เสียงดังขอรับคุณชายรอง คุณหนูหลิว เพียงแต่เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!

“เช่นนั้นก็รีบพูดมา”

“ไฟ้ไฟม้เหลาอาหารของคุณหนูหลิวขอรับ! พวกคนงานและองครักษ์ที่เหลือรวมทั้งชาวบ้านกำลังช่วยกันดับไฟขอรับแต่ไฟก็ลามไปเร็วเหลือเกิน ข้าจึงรีบมาแจ้งแก่คุณหนูหลิวขอรับ” ล้มทั้งยืนเป็นแบบนี้นี่เอง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.659K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4312 tongyai260439 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 09:26
    ไม่เอาเม็ดนุ่นออกหรอก
    #4,312
    0
  2. #4246 sassy_girl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 17:46
    นุ่นมีเม็ดนะคะ ถ้าจะเอายัดเลยมันจะไม่นุ่ม เพราะมีเม็ดอยู่ด้วย ปกติต้องแกะเม็ดออกก่อนค่ะ
    #4,246
    0
  3. #4112 Oppasehunia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 01:00
    สนุกมากค่ะไรท์ชอบมาก

    #สู้ๆ
    #4,112
    0
  4. #4035 yukai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 20:53

    ขอบคุณมาก
    #4,035
    0
  5. #3908 Nuthathai Por (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:29

    มีใครวางเพลิงรึป่าวเนี่ย มันน่านักเชียว

    #3,908
    0
  6. #3751 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 17:04
    ร้องเชี่ยดังมากกกกก
    #3,751
    0
  7. #3685 eng_oei (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 22:36

    จิวเหมยเจ้าจะยัดนุ่นลงไปในผ้าห่มเลยไม่ได้เจ้าต้องนำไปแผ่เป็นผืนก่อนแล้วก็เย็บให้เป็นไส้ผ้านวม แต่หากเจ้าชอบยัดเลย ทำหมอนสิ นุ่มดี

    #3,685
    0
  8. #3201 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:12
    ใครเผา
    #3,201
    1
    • #3201-1 แอม (จากตอนที่ 15)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 22:34
      ตากับลุงแน่ๆถ้าชั่วขนาดนั้นอย่านับญาติเลยค่ะเรียกต้เท้าไปเลยจบ
      #3201-1
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #1774 phenban (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:49
    งงกับอายุนางเอก บางตอนก็ 12 ตอนฉลองวันเกิด 13 พอมาชายแดนเป็น 11 ไปซะอย่างนั้น
    #1,774
    1
    • #1774-1 ggwriter88(จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2562 / 10:47
      ค่า กำลังไล่แก้ค่า ใจเย็นๆเนาะ
      #1774-1
  11. #1656 0863990275 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 01:15
    อย่าให้นางเจอลุงนะรับรองนางเผาลุงด้ายธาตุดำแน่555เด็กแสยแต่ไม่ไช่ว่าไม่ดีนะ
    #1,656
    0
  12. #1621 kimurakung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 17:04
    ฝีมือท่านลุงแน่ๆ
    #1,621
    0
  13. #1437 ลูกหมูขี้เหร่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 21:06
    เนื้อเรื่องสนุกคะ ถึงจะขัดใจตัวละครบ้างแต่ก็ไม่ได้แย่อะไรคะ สู้ๆนะค่ะ
    #1,437
    0
  14. #1297 sunantamery (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:41
    สงสารคนเขียน ลองแต่งเองอ่านเองดู เผื่อทีถูกใจ เป็นกำลังใจให้นะไรท์
    #1,297
    0
  15. #1175 NamDang108 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 19:15
    นิยายคือนิยาย จะเอาอะไรมากมาย ที่อ่านเพื่อคลายเคลียด ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆให้อ่าน
    #1,175
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #839 kyungsoosan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 01:00

    คุมพ่อเป็นแม่ทัพไม่ใช่อ่อ เป็นสหายฮ่องเต้ด้วย แล้วญาตินางเอกจะมาบังคับยังไงอ่ะ นางเอกก็ไม่สนิทกับญาตินิแล้วจะบังคับยังไงอ่ะ ขู่ว่าจะเอานางเอกกลับหรอ คุมพ่อก็ยังเป็นคุมพ่อที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เหมือนเดิมมม

    #839
    0
  18. #316 เป๋า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:46

    ค้างๆๆ เอาคืนให้สาสมกับที่มันเผานะเจ้าค่ะ

    #316
    0
  19. #309 รัณฌา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 20:31

    ชั่วร้าย

    #309
    0
  20. #302 Mameaw555 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 14:20

    อ๊าคคคค ค้าง!!!!
    #302
    0
  21. #301 Just7the7devil (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 11:57
    รอคร๊าบบบ
    #301
    0
  22. #300 chamee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 00:51
    สนุกมากเลยคะอ่านรวดเดียวเลย รอติดตามนะคะ
    #300
    0
  23. #299 r123123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 23:30

    ใคร้ ใคร ใครมันกล้ามาเผา

    สงสารน้องเหมยจัง

    #299
    0
  24. #297 Jibpy12345 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 23:04

    ไม่เข้าใจว่าเป็นแค่ญาติจะมาบังคับได้ไง ถ้าแม่ก็แล้วไปเพราะกตัญญูแต่ตอนนี้-แล้ว จะอ้างกับลูกเหมือนแม่ไม่ได้ แถมตอนนี้พ่อเป็นถึงแม่ทัพจะกลัวผู้ช่วยการคลังมันใช่เหรอ อย่างมากก็ตัดญาติชะ กลัวอะไรกับชื่อเสียงฮ่องเต้ต้องเข้าข้างแม่ทัพอยู่แล้วป่ะ

    #297
    0
  25. #296 วจีโดนตา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:10

    มาต่อไวๆนะกำลังติดนิยายเรื่องนี้เลยอ่านชิวๆดีไม่เหม็นขี้หน้าพระเอกเหมือนนิยายส่วนมาก

    #296
    0