หลิวจิวเหมย สุดยอดจอมนางแห่งแคว้นซาน

ตอนที่ 14 : ข้อสันนิษฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,924 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62

“ทำแบบนั้นจะไม่เป็นการหยามหน้ากระกูลตงของแม่รองหรือเจ้าคะ”

“ตระกูลตรงหาได้สำคัญกับพ่อเท่าพวกเจ้า พ่อเรียกนางมาตักเตือนและลงโทษไปแล้วด้วยการลดเบี้ยหวัดและบ่าวไพร่ลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลาสองปี แต่พอรู้ว่าพ่อเองก็โดนพิษจากนางก็ไม่มีเหตุจำเป็นจะต้องเกรงใจตระกูลตงอีกต่อไป”

“ท่านพ่อได้สอบถามนางหรือไม่เจ้าคะว่าเหตุใดถึงทำเช่นนี้”

“ถามแต่นางไม่ยอมรับ บอกแต่ว่าไม่ได้ทำ หากนางไม่ทำฮูหยินกับแม่ของเจ้าคงวางยาตนเองกระมัง อีกทั้งพ่อให้หมอมาตรวจนางแล้วร่างกายนางหาได้พบพิษชนิดใดไม่ หากไม่ใช่นางพ่อก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะเป็นผู้ใดได้ เจ็บใจนัก พ่อไว้ใจนางเกินไป ไม่คิดว่าสตรีบอบบางเช่นนางจะคิดร้ายกับผู้อื่นรวมถึงพ่อได้ถึงเพียงนี้”

“ท่านพ่อ”

“พ่อช่างไม่เอาไหนจริงๆเหมยเอ๋อร์ กับเจ้าพ่อก็เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง ดูแลเจ้าที่เป็นลูกยังไม่ได้จนถูกทำร้ายเกือบสิ้นชีพ หากพ่อดูแลเจ้า ฮูหยิน ฟางเอ๋อร์ให้ดีกว่านี้คงไม่ต้องมีผู้ใดเป็นอันตราย พ่อขอโทษ”

“อย่าได้โทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ก็ทำให้มันดีขึ้น ลูกดูแลตัวเองได้แต่ฟางเอ๋อร์ยังคงต้องการความรักและความเอาใจจากทั้งท่านพ่อและแม่ใหญ่ ถือว่าที่ลูกเจอมาเป็นบทเรียนให้ท่านพ่อได้แก้ไขนะเจ้าคะ ลูกเองไม่คิดโกรธเคืองท่านพ่อแต่กับแม่รองนั้นนางจะต้องได้รับผลจากการกระทำของนางเจ้าค่ะ”

“เจ้าจะทำอันใดก็สุดแล้วแต่เจ้า พ่อยังต้องอยู่ชายแดนอีกนาน”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะจัดการเอง ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

“ฝากแม่ใหญ่กับฟางเอ๋อร์ด้วยนะลูก” หลิวตงเฉินมองลูกที่เกิดจากสตรีที่รักอย่างภูมิใจ แม้จะอายุเพียงสิบเอ็ดปีแต่เหมยเอ๋อร์ของเขาช่างโตเป็นผู้ใหญ่และน่าเชื่อถือ นางสร้างความเชื่อมั่นให้เขาได้มากเหลือเกิน “เจ้าไปทานมื้อเช้าเถิดลูกพ่อ พ่อจะนอนพักอีกซักหน่อย”

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นลูกจะเตรียมมื้อเช้าไว้ให้นะเจ้าคะ หากท่านพ่อตื่นแล้วเรียกให้ทหารยกมาให้ได้เลยเจ้าค่ะ”

“เดี๋ยวก่อนเหมยเอ๋อร์ อยู่ที่นี่ลูกต้องระวังตัวให้มาก อย่าออกไปเล่นนอกค่ายโดยไม่มีผู้ติดตามเป็นอันขาด”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะจำไว้” เมื่อช่วยท่านพ่อให้เอนหลังลงนอนเรียบร้อยแล้วก็ออกจากกระโจมไปที่โรงครัวที่ตอนนี้ทหารกำลังเข้าแถวรอรับอาหาร พอเห็นนางเดินเข้าไปก็หันมามองกันแทบทุกคน จนนางยิ้มหน้าแหยเดินไปหาจ้าวไท่หลงที่นั่งหน้าเซ็งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของโรงครัว “เป็นอะไรของเจ้า เหตุใดไม่ทานข้าว”

“เจ้าก็ดูคนต่อแถวสิ! คงไม่เหลือถึงข้าเป็นแน่”

“เอาน่า ถ้าหากหมดเดี๋ยวข้าเข้าครัวทำให้ใหม่เพราะข้าต้องทำไว้ให้ท่านพ่อด้วย”

“จริงนะ! จริงสิจิวเหมย พี่ใหญ่บอกว่าใกล้ๆค่ายมีหมู่บ้านอยู่ เจ้าอยากไปเที่ยวเล่นหรือไม่”

“แต่ท่านพ่อบอกว่าไม่ให้ข้าออกนอกค่ายหากไม่มีคนติดตามไปด้วย”

“ก็พี่ใหญ่เช่นไรเล่า พี่ใหญ่ให้ข้ามาถามเจ้าว่าอยากไปหรือไม่ ในค่ายไม่ค่อยมีอะไรพี่ใหญ่ก็เลยกลัวเจ้าจะเบื่อ” ได้ยินเช่นนั้นนางก็ตาลุกวาวด้วยความนึกสนุก เช่นไรไปเที่ยวในหมู่บ้านย่อมดีกว่าอยู่แต่ในค่ายทหาร “เพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆติดชายแดนและใกล้ค่ายทหาร พี่ใหญ่และทหารนายอื่นๆก็เลยต้องผลัดเวรกันไปตรวจตราดูแลความสงบสุขของชาวบ้าน ถึงจะมีบ้านเพียงไม่หลังแต่ท่านแม่ทัพพ่อของเจ้าก็ให้ความสำคัญกับหมู่บ้านนี้ไม่น้อย”

“ข้าจะไป เช่นนั้นข้าไปทำอาหารไว้ให้ท่านพ่อก่อนนะ เสร็จแล้วเราจะได้ไปกันเลย”

“แล้วอาหารของข้าเล่า!

“ก็ทำพร้อมกันนี่ไง เจ้าไปบอกพี่ใหญ่ของเจ้าได้หรือไม่ว่าข้าอยากไปที่หมู่บ้าน” จ้าวไท่หลงรับคำแล้ววิ่งออกจากโรงครัวไปบอกจ้าวไท่หยาง ส่วนนางก็เข้าครัวอีกครั้งเพื่อเตรียมอาหารให้ท่านพ่อและไท่หลงรวมทั้งตัวนางเอง พ่อครัวหวังเมื่อเห็นนางก็อำนวยความสะดวกให้อย่างดี “ข้าจะทำอาหารให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“เชิญเลยๆคุณหนู ตอนนี้ครัวว่างแล้ว” นางเริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบ ของท่านพ่อนางทำเป็นโจ้กหมูง่ายๆกินกับขิงอ่อนซอยจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น อีกอย่างร่างกายท่านพ่อยังไม่แข็งแรงนักต้องทานอาหารรสชาติอ่อนๆไปก่อน ส่วนของจ้าวไท่หลงกับนางนั้นนางทำปลาทอดสมุนไพรกับผัดกะหล่ำปลีใส่หมูแล้วก็เต้าหู้ทรงเครื่อง

“หากมีทหารของท่านพ่อมารับอาหารรบกวนพ่อครัวหวังอุ่นโจ้กให้ท่านพ่อด้วยนะเจ้าคะ เพราะเดี๋ยวข้าทานเสร็จแล้วจะตามท่านรองแม่ทัพจ้าวไปที่หมู่บ้านใกล้ๆเจ้าค่ะ”

“ได้ๆคุณหนู ไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลให้อย่างดี”

“เสร็จหรือยังจิวเหมย ข้าหิวไส้จะขาดแล้ว!

“เสร็จแล้ว มานั่งสิ พ่อครัวหวังทานด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าทานเรียบร้อยแล้วคุณหนู เชิญท่านกับคุณชายจ้าวตามสบาย” จ้าวไท่หลงตักข้าวใส่ถ้วยแล้วคีบปลาทอดเข้าปากไม่รอใครเพราะหิวมากจากการเสียเหงื่อตั้งแต่เช้า

ทานข้าวเสร็จนางและสหายก็รีบไปหาจ้าวไท่หยางที่กระโจมทันที นางหวังว่าในหมู่บ้านจะมีตลาดให้นางได้ซื้อของใช้และวัตถุดิบมาไว้ทำอาหารจะได้ไม่รบกวนวัตถุดิบของกองทัพมากนัก นางมาเพื่อรักษาท่านพ่อไม่ได้มาเพื่อเบียดเบียนเสบียงของพวกเขา หากหาซื้อไว้ใช้เองได้ก็ดีนางจะได้ใช้ได้เต็มที่

“พวกข้าพร้อมแล้วพี่ใหญ่ ไปกันได้เลยหรือไม่ขอรับ” จ้าวไท่หยางเคาะหัวน้องชายเป็นการหยอกล้อแล้วเดินนำออกจากกระโจมไปยังโรงเลี้ยงม้า เลือกม้าให้นางกับไท่หลงคนละตัวก่อนจะเรียกผู้ติดตามมาสี่คนแล้วขึ้นมาควบออกไปทางหลังค่าย สองข้างทางนั้นเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆสวยงามมาก เพียงไม่นานก็ถึงหมู่บ้านที่เล็กกว่าที่นางคิดมากนัก

“ที่นี่คือหมู่บ้านจิ้นฮวา เป็นหมู่บ้านชายแดนเพียงแห่งเดียว มีชาวบ้านอาศัยอยู่แค่สองร้อยคนเท่านั้น”

“อุดมสมบูรณ์มากทีเดียวนะเจ้าคะ”

“ใช่ ที่นี่เป็นเหมือนปากท้องของกองทัพ มีทหารมาดูแลตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อช่วยป้องกันอันตราย ยามเพาะปลูกทำนาก็มีทหารมาช่วยทำ ทำให้พวกเราไม่ขาดแคลนเสบียงเลยตลอดการรบกับแค้วนโหว แต่คนภายนอกน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีหมู่บ้านนี้อยู่ด้วยเพราะคิดว่าเป็นหนึ่งในค่ายทหาร”

“ที่นี่มีตลาดหรือไม่เจ้าคะ”

“ย่อมมี ตามข้ามาทางนี้” บ้านแต่ละหลังไม่ได้ใหญ่นักและสร้างด้วยไม้มุงหลังคาด้วยหญ้าแห้งชนิดหนึ่งดูแข็งแรงทนทาน ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อเห็นทหาร บ้างก็เข้ามาทักทายท่านรองแม่ทัพจ้าว บ้างก็ร้องทักทักทายตามบ้านเรือน บรรยากาศดีผู้คนเป็นกันเอง แปลกใจเหมือนกันที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ในแถบชายแดน

ตลาดในหมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่นัก เป็นเพียงเพิงเล็กๆให้ชาวบ้านได้เอาของที่ทำเองมาวางขายหรือแม้แต่ผลผลิตเช่นพืชผักสวนครัว จิวเหมยตื่นเต้นไม่น้อยแม้จะเคยเห็นบ้างในโลกก่อนตามหมู่บ้านชาวเขาเล็กๆที่พ่อชอบให้ตามไปตรวจชาวบ้าน แต่มันก็ไม่ได้เหมือนหรือคล้ายกันไปซะทีเดียว

“มีกล้วยด้วย เจ้าอยากกินกล้วยบวชชีหรือไม่ไท่หลง”

“กล้วยอะไรทำไมไปบวชชี”

“คิกคิก มันเป็นชื่อขนมน่ะไท่หลง เอากล้วยไปต้มกับกะทิและน้ำตาล หรือจะเอาไปเชื่อมกับน้ำตาลก็อร่อย”

“เช่นนั้นข้าจะกิน เจ้าซื้อกล้วยไปเยอะๆเลย” แค่ได้ยินว่าเป็นขนมเขาก็ไม่สนใจฟังอีกแล้วว่ามันทำยังไง เขาต้องการแค่กินขนมอร่อยๆของนางเท่านั้น เห็นจิวเหมยซื้อกล้วยไปทั้งเครือก็ยิ้มกริ่มเดินตามไปจ่ายเงินให้นางอย่างเป็นสุข “เจ้าอยากซื้ออะไรก็เต็มที่เลยนะ ถุงเงินพี่ใหญ่อยู่กับข้า ฮ่าๆ” ซึ่งเจ้าของถุงเงินเพิ่งแยกตัวไปตรวจหมู่บ้านเมื่อครู่นี้เอง

“แต่ข้าไม่แน่ใจว่าในครัวมีมะพร้าวแก่หรือไม่คงต้องกลับไปถามพ่อครัวหวังดูก่อน แต่ถ้าไม่มีก็กินกล้วยเชื่อมไปก็แล้วกันนะไท่หลง”

“จะอะไรข้าก็กินทั้งนั้นแหละ” จากนั้นจิวเหมยก็ซื้อหัวปลีไปอีกสองหัว นอกนั้นก็เป็นผักที่เขาเคยเห็นทั่วไปแต่นางซื้อไปเยอะมากทีเดียว เขาไม่ได้ถามเพราะคิดว่านางคงอยากช่วยชาวบ้านให้มีรายได้ แต่ที่นางซื้อไปเยอะที่สุดเห็นจะเป็นเนื้อสัตว์ มีทั้งเนื้อหมูป่า กระต่าย กระรอก กวางเป็นตัวก็มี เขาหยิบเงินออกจากถุงเป็นว่าเล่นเชียวล่ะ

“ข้าซื้อพอแล้วล่ะไท่หลง”

“เงินในถุงข้าก็หมดพอดีล่ะจิวเหมย นี่เจ้าลืมไปหรืออย่างไรว่าเราขี่ม้ามาแล้วจะขนกลับเช่นไร”

“มากันตั้งหลายคนถือคนละไม้ละมือทำไมจะขนกลับไปไม่ได้ ข้าไม่ซื้อเยอะจนขนไม่ได้เสียหน่อย” เยอะไม่เยอะก็ดูได้จากสีหน้าพี่ใหญ่ของเขาและนายทหารที่มาด้วยเถอะ หึหึ อ้าปากค้างจนแมลงจะบินเข้าไปทำรังอยู่แล้ว ตอนจะขนกลับก็ลำบากลำบนนิดหน่อยเพราะม้าก็ตัวโตของก็เยอะ ต้องให้ชาวบ้านเขาหยิบจับส่งขึ้นบนหลังม้าให้

กลับมาถึงค่ายก็ต้องควบม้าไปถึงหน้าโรงครัวให้ทหารแถวนั้นมาช่วยขนลง หลิวจิวเหมยหาได้สำนึกกลับยิ้มหน้าบานตามพ่อครัวหวังเข้าครัวไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้บุรุษหกคนบนหลังม้าได้แต่มองตามตาปริบๆ

“ข้าฝากเอาม้าไปเก็บด้วยนะขอรับพี่ใหญ่ ข้าจะไปช่วยจิวเหมย” พูดจบก็เบี่ยงตัวลงจากหลังม้าวิ่งตามสหายเข้าไปในโรงครัวทันที จะอยู่ให้พี่ใหญ่เอ็ดทำไมกันเล่า ถุงเงินเบาหวิวเช่นนั้นเขาคงไม่พ้นโดนทำโทษจนหัวปูดเป็นแน่

จ้าวไท่หยางเมื่อเห็นจิวเหมยและน้องชายหายเข้าไปในโรงครัวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หลังสั่งให้ทหารสี่นายเอาม้าไปเก็บก็ไปที่กระโจมท่านแม่ทัพเพื่อรายงานเช่นทุกครั้งที่ออกลาดตระเวน แต่วันนี้เขาได้ข่าวใหม่มาจากสายที่อยู่ในหมู่บ้านจึงจำเป็นต้องรีบไปหารือ คาดโทษเจ้าไว้ก่อนก็แล้วกันนะน้องรอง!

“คารวะท่านแม่ทัพ”

“นั่งสิไท่หยาง ไปหมู่บ้านจิ้นฮวามาเป็นเช่นไรบ้าง”

“มีข่าวไม่สู้ดีขอรับ สายที่เราส่งไปเพื่อให้แฝงเข้ากองทัพแคว้นฉู่นั้นล้มเหลวเพราะพวกเขาไม่รับทหารเพิ่มแม้จะตายไปหลายนายแต่ถึงเช่นนั้นพวกนั้นก็ยังได้ข่าวมาขอรับ เกรงว่าที่แคว้นฉู่ยกทัพมาครานี้จะเป็นเพราะองค์ชายแปดหยางโจวเฉินขอรับ แต่ที่ไม่อาจทราบได้คือเหตุใดองค์ชายแปดถึงได้เข้าร่วมกับแคว้นฉู่ได้”

“เจ้าลืมไปกระมังว่าว่านเสียนเฟยพระมารดาขององค์ชายแปดนั้นเป็นสนมที่มาจากแคว้นฉู่ ให้แคว้นบ้านเกิดจของพระมารดายกทัพมาช่วยครานี้เห็นทีคงเป็นเรื่องของบัลลังก์ เพราะข้าได้ข่าวจากเมืองหลวงมาว่าองค์ไท่จื่อนั้นโดนยาพิษจนล้มป่วยหนัก แต่นั่นคือสิ่งที่คนภายนอกรับรู้ วังหลวงวุ่นวายกันมากเชียว”

“องค์ไท่จื่อน่ะหรือขอรับจะโดนยาพิษจนป่วยหนัก ร่างกายไท่จื่อทนทานต่อพิษทุกชนิด ไม่มีทางเป็นได้ขอรับ”

“เจ้ารู้ ข้ารู้ แต่ผู้อื่นหารู้ไม่ ข้าเองก็ให้คนของเราที่เมืองหลวงปล่อยข่าวว่าข้านั้นอาการหนักหนาจนไม่มีผู้ใดรักษาได้แม้แต่หมอหลวงที่ฮ่องเต้ส่งมา หากเป็นเรื่องของบัลลังก์จริงอีกไม่นานองค์ชายแปดคงปรากฏตัวกระมัง”

“เราจะส่งข่าวนี้ให้เมืองหลวงรับรู้หรือไม่ขอรับ หากองค์ชายแปดคิดกบฎจริงจะได้เตรียมรับมือ”

“อืม เจ้าไปจัดการเถิด แล้วนี่จิวเหมยไปไหนเสียล่ะ”

“อยู่ที่โรงครัวกับไท่หลงขอรับ จะให้คนไปตามหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวนางก็มาหาข้าเอง เจ้าไปกำชับทุกคนว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องของข้าเด็ดขาด ไม่ว่ากับผู้ใด”

“ขอรับท่านแม่ทัพ” เมื่อจ้าวไท่หยางออกจากกระโจมไปผู้เป็นแม่ทัพของทหารนับแสนนายก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักอกจนคนที่มารอเจออยู่นานแล้วแต่แอบอยู่ข้างกระโจมนั้นอดจะแปลกใจไม่ได้

“หวังว่าเจ้าคงไม่ทำเรื่องที่เป็นภัยถึงชีวิตของเจ้าหรอกนะอนุข้า เฮ้อ”

“เกี่ยวอันใดกับแม่รองเจ้าคะท่านพ่อ!

“เหมยเอ๋อร์! เจ้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงพ่อตกใจแทบแย่”

“ท่านพ่อยังไม่ตอบลูกเลยเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดเรื่องขององค์ชายแปดถึงเกี่ยวกับแม่รองด้วย” นี่นางมาแอบฟังอยู่นานแล้วหรือถึงได้จับใจความได้เช่นนี้ “หรือเป็นเรื่องที่ท่านพ่อบอกลูกไม่ได้หรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่หรอกลูกพ่อ เจ้าเข้ามานั่งตรงนี้เถิดพ่อจะเล่าให้ฟัง” จิวเหมยเข้าไปนั่งลงตรงหน้าผู้เป็นบิดาอย่างว่าง่าย ถ้าจะพูดอีกอย่างคือนางอยากรู้อยากเห็นมากเหลือเกินในตอนนี้ “ผู้นำตระกูลตงของอนุรองนั้นเป็นถึงเสนาบดีสำนักตรวจการ เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าตำแหน่งใหญ่โตเช่นนั้นย่อมมีอำนาจและปากเสียงในราชสำนักไม่น้อย องค์ชายแต่ละพระองค์นั้นต่างก็มีตระกูลใหญ่ๆหนุนหลังแม้แต่องค์ไท่จื่อเช่นกัน คงไม่ต้องให้พ่อบอกกระมังว่าตระกูลใดบ้างที่สนับสนุนองค์ไท่จื่อให้ขึ้นครองบัลลังก์” แน่นอนว่าต้องเป็นตระกูลจ้าวของไท่หลงและตระกูลหลิวของนางเอง

“แล้วมันเกี่ยวกับแม่รองตรงไหนหรือเจ้าคะ หรือว่า...”

“ตระกูลตงนั้นสนุบสนุนองค์ชายแปดเหตุเพราะเสียนเฟยที่เป็นพระมารดานั้นเป็นสหายของอนุรอง พวกนางเป็นสหายที่ดีต่อกันมานานตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ เสนาบดีตงเองก็มาจากแคว้นฉู่แต่ย้ายมาอยู่ที่แคว้นซานเหตุเพราะฮูหยินของเขาไม่ยอมไปอยู่แคว้นฉู่ เสนาบดีตงนั้นรักฮูหยินมากจึงยอมย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ เพียรสอบไล่จนในที่สุดก็ได้รับใช้ราชสำนัก จากตำแหน่งเล็กๆก็ได้ตำแหน่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆจากการสนับสนุนของเสียนเฟย จนเป็นถึงเสนาบดีสำนักตรวจการ”

“ท่านพ่อกำลังจะบอกลูกว่าแม่รองเป็นสายให้องค์ชายแปดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ!

“เพียงสันนิษฐานเท่านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง แม่รองของเจ้าเองก็เป็นคนทะเยอทะยานไม่น้อย ก่อนจะแต่งเข้าจวนพ่อนางเองก็ไม่ได้รักพ่อหรอกนะเหมยเอ๋อร์ พ่อรู้ภายหลังว่านางมีชายที่รักของนางอยู่แล้วแต่ขัดคำสั่งเสนาบดีตงผู้เป็นบิดาไม่ได้ แต่งงานเป็นอนุรองของพ่อย่อมเป็นเรื่องที่ดีต่อการคานอำนาจ มาคิดๆดูแล้ว หากฮูหยินใหญ่และแม่ของเจ้าตายไปใครเล่าจะได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลหลิวหากไม่ใช่นาง”

“จากนั้นก็ใช้ท่านพ่อเป็นเครื่องมือโดยการช่วยเหลือท่านพ่อที่ถูกพิษร้ายรุมเร้าสินะเจ้าคะ”

“เจ้าเองก็คิดเช่นที่พ่อคิด แต่จะคิดไปอีกทางก็ย่อมเป็นได้เช่นกัน”

“องค์ชายแปดจะยิบยื่นยาถอนพิษให้ท่านพ่อแลกกับการสนับสนุนองค์ชายแปดใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าช่างหลักแหลมสมเป็นลูกพ่อ การลอบโจมตีพ่อครานี้นั้นพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้พ่อตาย ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช้พิษกับพ่อ และอย่างที่เจ้าได้ยิน ตอนนี้พ่อให้สายที่เมืองหลวงกระจายข่าวออกไปแล้วว่าแม้แต่หมอหลวงก็รักษาพ่อไม่ได้ คาดว่าอีกไม่นายองค์ชายแปดคงปรากฏตัวที่นี่เป็นแน่ หากเรื่องที่พ่อหายจากพิษแล้วไม่แพร่งพรายออกไปเสียก่อน”

“แล้วองค์ไท่จื่อ”

“ไม่เป็นอันตรายหรอก องค์ไท่จื่อไปร่ำเรียนกับอาจารย์ที่เป็นยอดฝีมือพร้อมกับไท่หยาง ร่างกายทนทานพิษมาตั้งแต่ยังเด็กไม่ว่าพิษชนิดใดก็ทำอันตรายไม่ได้ อีกทั้งวรยุทธ์ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด ปานนี้คงเร้นกายหายออกจากวังไปแล้วเป็นแน่ ไม่ต้องกังวลหรอกลูกพ่อ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย”

“เจ้าค่ะ หากท่านพ่อคิดเช่นนั้นลูกก็ไม่มีอะไรต้องกังวล”

“ส่วนเรื่องแม่รองของเจ้า พ่อคงต้องสอบสวนนางดูให้แน่ใจ หากนางทำจริงและเป็นคนขององค์ชายแปดพ่อคงต้องกราบทูลเรื่องของนางต่อองค์ฮ่องเต้เพราะเกี่ยวพันกับบัลลังก์มังกร หากไม่กราบทูลเกรงว่าตระกูลหลิวจะเป็นที่ครหา”

“เจ้าค่ะ ลูกสุดแล้วแต่ท่านพ่อ” แต่ขอนางไปป่วนให้หายแค้นซักหน่อยเถิด

“ส่วนลูกก็ต้องระมัดระวังตัวให้มาก หากมีคนรู้ว่าเจ้ารักษาพ่อจากพิษร้ายหลายชนิดพวกนั้นได้คงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ และหากล่วงรู้ถึงองค์ชายแปดและแคว้นฉู่ พ่อเกรงว่าลูกจะไม่ปลอดภัย”

“ท่านพ่ออย่ากังวลค่ะ ลูกจะระวังตัวเองให้ดีที่สุด”

“ดีแล้ว พ่อได้ยินว่าเจ้าไปหมู่บ้านจิ้นฮวามา ได้อะไรกลับมาหรือไม่เล่า”

“เยอะแยะเลยเจ้าค่ะ ทั้งกล้วย ผักแล้วก็เนื้อสัตว์ นี่ลูกให้ไท่หลงปอกกล้วยไว้ทำขนมเยอะเลยเจ้าค่ะ เลี้ยงทั้งกองทัพได้เลย ลูกจะเอามาให้ท่านพ่อชิมนะเจ้าคะ”

“พ่อจะรอชิมก็แล้วกัน ว่าแต่มาหาพ่อมีเรื่องอันใดหรือ”

“ลูกเพียงมาดูท่านพ่อเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่บังเอิญได้ยินเรื่องเข้าเสียก่อน ว่าแต่ท่านพ่อเป็นวรยุทธ์เหตุใดไม่รู้ว่าลูกมาที่นี่หรือเจ้าคะ หรือลูกคิดไปเองว่าคนที่เป็นวรยุทธ์จะประสาทรับรู้ดีกว่าคนทั่วไป”

“เจ้าเข้าใจเช่นนั้นไม่ผิด เพียงแต่ร่างกายพ่อยังไม่ฟื้นตัวดีนักและสมาธิมุ่งไปกับการสนทนากับไท่หยางก็เลยไม่ทันรับรู้ว่ามีคนเดินมา”

“เช่นนั้นลูกไปทำขนมต่อนะเจ้าคะ หากมีอะไรท่านพ่อให้คนไปเรียกลูกได้ที่โรงครัวเจ้าค่ะ” ท่านแม่ทัพมองบุตรสาวของเขาที่โตขึ้นทุกวันอย่างเอ็นดู สดใสร่าเริงกว่าแต่ก่อนมาก เหมยเอ๋อร์ที่เขารู้จักนั้นอ่อนหวานเรียบร้อยและหัวอ่อน ใครพูดอะไรให้ฟังก็เชื่อเขาไปหมด และความเชื่อคนง่ายของนางก็นำพานางไปสู่อันตราย เห็นนางปลอดภัยกลับมาแล้วสดใสร่าเริงเช่นนี้เขาเองก็รู้สึกผิดน้อยลง และสัญญากับตนเองเช่นกันว่าจะดูแลนางให้ดีมากขึ้น

จิวเหมยเมื่อออกจากกระโจมท่านแม่พ่อแล้วก็ตรงไปที่โรงครัวทันทีเพราะนางปล่อยให้สหายนั่งปอกเปลือกกล้วยอยู่คนเดียวนานแล้ว วันนี้นางจะเอากล้วยทั้งเครือมาทำเป็นของหวานแบบไทยๆนั่นก็คือกล้วยบวชชี มีมะพร้าวแก่ๆหลายลูกที่พ่อครัวหวังทิ้งขว้างไว้เพราะไม่รู้จะใช้ประโยชน์อะไรจากมัน นางก็ให้ทหารมาช่วยกันปอกมะพร้าวที่มีทั้งหมดเก็บไว้ใช้วันอื่นด้วย ปัญหาใหญ่คือไม่มีที่ขูดมะพร้าวก็เลยเกิดการประยุกต์เอาแผ่นเหล็กมาเจาะให้อีกด้านมันแหลมๆหลายๆรู แค่นี้ก็มีที่ขูดมะพร้าวแล้ว และคนขูดก็ไม่ใช่ใคร นางจะให้พวกทหารนั่นแหละทำ

“เจ้าปอกกล้วยเสร็จแล้วหรือไท่หลง เหตุใดมานอนสบายอยู่แบบนี้”

“เสร็จแล้วสิ เจ้าไปนานมาก นี่ มะพร้าวสิบลูกที่เจ้าให้ทหารขูดไว้”

“โห ละเอียดมาก! เช่นนั้นเจ้าไปเอาน้ำร้อนกับน้ำเย็นมาอย่างละครึ่ง หม้อใบใหญ่ๆด้วยนะ” ไท่หลงไม่อิดออดที่จะทำเพราะเขารักขนมหวานและชอบขนมหวานที่จิวเหมยทำเป็นที่สุด "หาผ้าขาวบางหรือผ้าอะไรก็ได้ที่สะอาดๆมาด้วยนะไท่หลง” ให้ช่วยอะไรก็ไม่ขัด ตอนนี้ขยันมาก “เกลือด้วยนะไท่หลง” แต่มันจะหลายอย่างเกินไปแล้วนะสหาย!

“เหมยเอ๋อร์ ให้พี่หยางช่วยเจ้าอีกคนดีหรือไม่”

“พี่ใหญ่ พี่จะส่งสายตาหวานเยิ้มให้จิวเหมยมากไปแล้วนะขอรับ” เกรงว่าขนมของข้าจะหวานเกินไปเสียแล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.924K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,321 ความคิดเห็น

  1. #4319 jajana0011 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:32
    งงเรื่องอายุกันเป็นแถวเลยจ้าาา
    #4,319
    0
  2. #4300 Luge鹿晗 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 00:16
    ไรท์บรรยายอายุนางเอกผิดรึป่าวค่ะ ตอนก่อนๆยังบอกนางเอกอายุ13อยู่เลยนะ ทำไมรอบนี้อายุ11?????
    #4,300
    0
  3. #4298 Nannielanla2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 16:54
    อายุลดลงได้ไงงงงง
    #4,298
    0
  4. #4260 ployPanyapat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 20:12
    เอิ่มมมม...คือตอนโน้นฉลองวันเกิดครบ13ไม่ใช่หรอ ทำไมนางกลับมา11อีกล่ะ
    #4,260
    0
  5. #4244 pinewillow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 04:16
    ทำไมไม่มีฉากบู๊บ้างอ่ะเธอ คือนางเอกเราก็มีวิชาอยู่นะพวกมวยไทย คาราเต้ ที่เคยเกริ่นมาตอนแรกๆอ่ะ ตอนนี้หายไปหมดเลย
    #4,244
    0
  6. #4226 nanzsiri (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 21:55
    บทพระเอกกับนางเอกน้อยมาก มุ่งไปที่การทำอาหาร 55555
    #4,226
    0
  7. #4212 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 20:30
    อยากรู้ว่าไท่หยางอายุเท่าไหร่อะ ใครรู้ช่วยบอกเราที
    #4,212
    0
  8. #4104 1988yongsi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:19
    ไรท์​อายุน้องลดหรอ
    #4,104
    2
    • #4104-1 Naruemon_m(จากตอนที่ 14)
      10 เมษายน 2563 / 14:38
      งงเหมือนกัน อายุลดลง
      #4104-1
    • #4104-2 Olivear---(จากตอนที่ 14)
      20 มิถุนายน 2563 / 10:39
      ตอนแนกบอกอายุ12ย่าง13
      แต่ตอนนี่อายุ11 งง?
      #4104-2
  9. #4086 เดะดอย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:55
    ตกลงนางอายุสิบเอ็ดหรือสิบสาม นางพึ่งฉลองอายุครบสิบสามปี/ปไม่ใช่หรอ งงงงงงงงงง
    #4,086
    0
  10. #4066 Emmymartin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 00:25
    เพิ่งฉลอกวันเกิดครบ13ปีทำไมกลายเป็น11ปีคะ
    #4,066
    0
  11. #4034 yukai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 20:39

    ขอบคุณ
    #4,034
    0
  12. #3907 Nuthathai Por (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 11:12

    ไรท์คะ เหมยเอ๋อร์กับไท่หลงอายุสิบสามปีแล้วไม่ใช่เหรอคะ ทำไมไรท์บอกว่าอายุแค่สิบเอ็ดเองนางพึ่งฉลองครบสิบสามไปนะคะ

    #3,907
    0
  13. #3750 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 16:50
    อายุผิดเปล่า
    #3,750
    0
  14. #3706 May_conan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:37
    อายุตอนนี้ ไม่ใช่ 13 แล้วหรอคะ??
    #3,706
    0
  15. #3381 7rawi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 01:17
    หวานเกินไปเสียแล้ว5555555
    #3,381
    0
  16. #3258 แขนลีบหมดแรง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 14:09
    สรุปนางเอก 11 หรือ 13 คะ
    #3,258
    1
    • #3258-1 LilitaManja(จากตอนที่ 14)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 09:02
      ตอนแรกให้นางเอก12 พออ่านไปสักพักเหลือ10ขวบ งงกับอายุนางเอกจริงๆ
      #3258-1
  17. #3200 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:44
    เชื่อมเก่งจ้าาา
    #3,200
    0
  18. #3185 กระต่ายกลมปุ๊ก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 07:26
    ชอบบบบบบบ น่ารักมากมายยยย
    #3,185
    0
  19. #2993 SallyCR (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:10
    ขอบคุณ​ค่า​ สนุกมาก​ แต่เรามีความรู้​สึกว่า​ นางเอกเน้นทำครัวมาก​ จนมีความเป็นแม่ครัวมากกว่าหมอ​ ทักษะ​แพทย์​ไม่เด่นเลย​​ แบบไม่มีการรักษาโดยใช้ความรู้ที่เรียนมาทั้งโลกเก่าและโลกนี้เท่าไหร่​ ส่วนมากใช้ปราณหมด​ อยากให้แสดงทักษะหมอออกมาบ้าง​ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,993
    0
  20. #2949 Arin Ann (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 14:29
    อายุ13ไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้บอก10
    #2,949
    0
  21. #2627 Pom_Mark2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 16:05
    น้องอายุสิบสามไม่ไช่เหรอค่าาาา
    #2,627
    0
  22. #2574 เอนมะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:45
    ตกลงอายุเท่าไหร่เหรอค่ะงง
    บางตอนชื่อสลับกันด้วยนะ
    #2,574
    0
  23. #2559 Za3011 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:37

    อายุสิบสามไม่ใช่เหรอคะ​ พึ่งผ่านวันเกิดมาตอนเปิดเหลาอาหารเอง

    #2,559
    0
  24. #2556 05012544 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:58
    งงอายุมากแม่ ¡¡¡จะเท่าไหร่กันแน่ค่ะ
    #2,556
    0
  25. #2258 MinorA (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 22:15
    ไท่หลงจะเป็นเบาหวานไหม55555
    #2,258
    0