[MONSTA X] Manji Joo's Family | Shownu x Kihyun

ตอนที่ 2 : I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 ม.ค. 62



I.

โบราณเขาว่าไว้

 

 

 

 

 

"ว่าไงแม่ของลูกหมู" อิม แจบอม รุ่นพี่ที่เป็นแฟนของบก.สำนักพิมพ์ที่กีฮยอนรับงานอยู่ เอ่ยทักทันทีที่เห็นร่างเล็กคุ้นตาเดินออกจากลิฟท์ "พลังงานอะไรบางอย่างหอบมาหรอจ๊ะ"

 

"ใช่ครับ พลังงานจนซะด้วย"

 

แจบอมหัวเราะร่า พอเห็นว่าอีกฝ่ายรับมุก "พี่จินยองอยู่มั้ยครับ"

 

"อยู่ๆ เข้าไปหาเลย" แจบอมเดินมาเปิดประตูห้องที่มีป้ายบอกตำแหน่งแปะอยู่ ข้างในห้องที่ตกแต่งเรียบง่ายมีพัค จินยองที่กำลังอ่านต้นฉบับงานที่คงจะมีปัญหาเพราะคิ้วที่ขมวดกันแน่นเป็นปม

 

"อ้าว กีฮยอนมาเร็วดีนะ" บก.ตัวบางคลิกเม้าส์ 2-3 ครั้งแล้วหันมายิ้มให้ผู้มาใหม่

 

"ก่อนหน้านี้ผมอยู่ร้านกาแฟนี่เอง" มือเล็กวางกาแฟที่ซื้อมาฝากทั้งคู่ลงบนโต๊ะ "ซื้อมาฝาก"

 

"ไม่เห็นต้องลำบากเลย" อิมแจบอมว่าแต่มือก็คว้าถุงกระดาษที่มีโลโก้ร้านแปะอยู่ ไม่ต้องบอกลูกค้าประจำก็รู้ว่ามันคือซองคุกกี้

 

"มาเอางานได้ตรงเวลาเลยนะ" บก.ยิ้มพร้อมกับวางหนังสือเล่มหนาปึกลงตรงหน้า "เลี้ยงเด็กมันยากนะ"

"ใช่กีฮยอน" แจบอมส่งสายตาตอกย้ำ "พี่มีหลานคนนึง ทั้งค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ อะไรอีกเยอะแยะเลยนะที่ต้องจ่าย"

 

"พี่จะบอกอะไรแน่ครับ" กีฮยอนขมวดคิ้วแน่น จ้องทั้งคู่สลับกัน

"ไม่ลองหาพ่อให้จูฮอนดูล่ะ"

"พี่ผมเป็นผู้ชายนะ"

"ก่อนหน้านี้ก็คบผู้ชายนี่นา"

"แต่ตอนนี้จะมีใครให้คบล่ะพี่" กีอยอนก้มหน้าถอนหายใจยิ้มๆ "ไอ้หมูมันร่าเริงก็จริง แต่มันกลัวคนแปลกหน้าจะตาย ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็มีปัญหาอีก"

 

 

"กำลังปิดตัวเองจากรักครั้งเก่าหรอ"

"…………"

"กีฮยอนอ่า พี่ไม่รู้นะว่า 4 ปีที่แล้ว—"

"ผมยังไม่อยากพูดอะไรครับ"

 

"โอเค" อิม แจบอมยกมือยอมแพ้ เพราะสีหน้าของรุ่นน้องและมือของจินยองที่วางบนบ่าพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

"งานก็มีเยอะล้นมืออยู่แล้ว ทำไมถึงอยากได้งานเพิ่มอีกล่ะ"

"จอมมารเขาอยากเรียนว่ายน้ำก่อนไปเรียนจริงๆ น่ะครับ" คนเป็นแม่ (?) บอก มือก็เปิดหน้าหนังสือเช็คงาน "เขากลัวว่าเปิดเทอมหน้าไปแล้วว่ายไม่ได้จะโดนเพื่อนล้อ"

"ไอ้หมูก็คือไอ้หมูนั่นแหละนะ" จินยองว่าขำๆ ปากฉีกยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงหลานของรุ่นน้องที่เขาเองก็ชอบไปเล่นด้วยบ่อยๆ "แต่—พี่รู้จักครูสอนว่ายน้ำดีๆ อยู่นะ"

 

"ผมยังไม่รู้เลยว่าเงินสำรองจะพอมั้ย ต้องรีบหาเงินก่อนเจ้าหมูจะปิดเทอมถึงจะบอกเขาได้ว่าจะได้เรียนหรือไม่ได้เรียนน่ะครับ

"ถ้าอยากเรียนบอกพี่นะ พี่จะได้ขอส่วนลดพิเศษให้" จินยองยิ้มตาหยี "เขาเคยติดทีมชาติ—แต่สละสิทธิ์ไป ตอนนี้เขาเพิ่งกลับมาจากเรียนป.โทที่นิวยอร์ค กำลังจะมาเปิดโรงเรียนสอนว่ายน้ำที่เกาหลี"

 

"………" หูยย โปรไฟล์ดีไปมั้ย ค่าคอร์สคงแพง

"คนรู้จักพี่เอง เดี๋ยวพี่ขอส่วนลดดีๆ ให้"

"ขอบคุณครับ"

"ตามใจขนาดนี้ถ้าหลานอยากมีพ่อจะทำไงล่ะเนี่ย" แจบอมพูดทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เคยติดทีมชาติด้วยแฮะ—

ผมเองก็เคยรู้จักกับคนที่ติดทีมชาติว่ายน้ำนะ

คนที่ผมรู้จัก พี่จินยองก็รู้จัก แต่คงไม่ใช่คนนั้นหรอก

เพราะคนนั้นเขาคงไม่สละสิทธิ์

 

 

 

 

"แม่!!" เสียงเล็กแหลมของเด็กชายวัยแปดขวบดังขึ้นเรียกให้อีกคนออกจากความคิดของตัวเอง เขาย่อตัวอ้าแขนรอรับแรงปะทะจากจอมมารตัวอ้วนที่แก้มเลอะยังเลอะช็อคโกแลตอยู่

 

เพราะออกมาทำธุระข้างนอกนาน จนถึงเวลาเลิกเรียนของไอ้หมูอ้วนก็เลยถือโอกาสมารอรับกลับบ้านพร้อมกันแบบที่เจ้าตัวเคยขอให้ทำสมัยมาอยู่ด้วยกันแรกๆ

 

จริงๆ ก่อนหน้านี้จูฮอนอยู่กับปู่และย่าที่โกยาง จังหวัดคยองกีที่เป็นบ้านเกิดของกีฮยอนเอง แต่จะให้พ่อกับแม่ที่เลี้ยงดูเขากับพี่ชายมาเลี้ยงหลานต่อ มันก็ดูจะรบกวนคนแก่มากเกินไป กีฮยอนจึงรับเขามาเลี้ยงแทน ย่าของจูฮอนเลยอาสาช่วยออกค่าเทอมของจอมมารจูคนละครึ่ง (จริงๆ จะออกให้ทั้งหมดแต่เขาเสนอว่าควรหารกันแทน เพราะแม่ควรจะเก็บเงินไว้ฉุกเฉินดีกว่า) ถึงฝ่ายนั้นจะยอม แต่ก็บังคับให้เขาทำข้อตกลงว่าไม่ต้องส่งเงินกลับบ้าน เอามาเลี้ยงจอมมารแทนไปเลย

 

 

ดูเอาละกันว่าโดนสปอยล์มามากแค่ไหน

 

 

"โตแล้วไม่มีคนวิ่งกอดแม่หรอกนะ" กีฮยอนแซว ยอมอยู่นิ่งๆ ให้เด็กอ้วนกดหน้าเลอะๆ ลงบนแก้มทั้งสองข้าง

 

"แต่ฮอนนี่เป็นเบบี้นะ"

 

จ้ะ เบบี้

น่ารักเชียว แหมม—

 

 

 

"แม่ ฮอนนี่เรียนว่ายน้ำได้มั้ย" เจ้าตัวยังไม่ละความพยายามในการขอร้องเรื่องที่คุยค้างไว้เมื่อวาน

"ถ้าแม่หาโรงเรียนได้นะ" กีฮยอนมองซ้ายมองขวาก่อนจูงมือจอมมารข้ามถนนเพื่อกลับบ้าน

 

"ฮอนนี่รักแม่ที่สุดในโลกเลย"

 

 

รักแม่ก็รักแค่แม่นะ

อย่าอยากมีพ่อเลย เพราะแม่มีคนในใจที่ไม่สามารถมีตัวตนในชีวิตจริงไปแล้ว

 

 

"งั้นวันนี้กินแค่กิมจิมั้ย"

"ไม่ครับ"

"ไหนรักแม่ไง"

"ถ้าแม่ให้กินกิมจิแปลว่าแม่ไม่รัก"

 

 

เออเว้ย คำพูดมันเยอะ

 

 

 

"แม่วันนี้ทงคัตสึอีกได้มั้ย" จูฮอนถามระหว่างที่กำลังรอลิฟท์เพื่อขึ้นไปชั้นห้า

"กินแต่ของทอดไม่ดีนะ อ้วนหมดแล้ว"

"อ้วนเหมือนแม่เลย" จูฮอนเอื้อมมือไปจับหน้าท้องของแม่และบีบเล่นแบบที่เจ้าตัวชอบทำ "แม่พุงนิ่มเหมือนของฮอนนี่เลย"

"พอแล้ว อายเค้า" บอกไปงั้นแหละ ไม่มีคนหรอก ตึกนี้มันมีแค่ห้าชั้นจะเอาคนที่ไหนมาอยู่เยอะแยะ

 

 

 

"อ้วน กินแต่ไก่ทอดพุงย้อยแล้ว" คนตัวหนากว่าหยิกแก้มอีกคนเบาๆ

 

"อ้วนก็ไม่เป็นไรหรอก มีแฟนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ" คนตัวเล็กยิ้มตาหยีใส่

 

"แต่ไม่เคยว่ายน้ำกับพี่เลย"

 

"ก็มันเหนื่อย" ปากพองลมแสดงอาการน้อยใจให้อีกคนเห็น

 

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมีแฟนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำล่ะงั้นอะ"

 

"ก็ไม่ต้องมีกล้าม เพราะพี่มีแทนแล้ว" ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อกี๊ฉีกยิ้มกว้าง แขนเล็กวาดไปรอบเอวของอีกคนแล้วกอดแน่น

 

"น่ารัก พูดอะไรก็น่ารักไปหมด"

 

 

 

 

"แม่" แรงกระชากที่มือเรียกความสนใจให้คนเป็นแม่ออกมาจากความทรงจำเมื่อ 6 ปีก่อน ให้กลับมาสนใจปัจจุบัน "ลิฟท์มาแล้ว"

 

กีฮยอนพยักหน้าตอบ ปล่อยให้จูฮอนเดินนำเข้าไปในลิฟท์

"แม่อุ้มได้มั้ย” อยู่ๆ จูฮอนก็อ้อนผิดปกติ ทั้งที่เคยบอกว่านักเลงต้องไม่ให้แม่อุ้มเพราะโตแล้วแท้ๆ "อุ้มเร็ว"

 

"หนักขนาดนี้จะอุ้มยังไงล่ะ อ้วน" กีฮยอนย่อตัวลงไปหาจอมมารจูที่ทำหน้ายู่อยู่ "อ้อนอะไรครับ"

"………"

"แม่ทำทงคัตสึให้อีกวันก็ได้"

"ไม่อยากกินแล้วครับ"

"เป็นอะไร" กีฮยอนยกมือลูบหัวลูกชายเบาๆ พอดีกับเสียงลิฟท์เปิดออกมาพอดี "แม่อุ้มก็ได้"

"ไม่เอา ฮอนนี่หนัก" แล้วเจ้าตัวก็วิ่งออกจากลิฟท์ไปที่หน้าประตูบ้านทันที

 

 

เป็นอะไรไป ก่อนหน้านี้ยังดีๆ อยู่เลย

 

 

"แม่ แม่เหนื่อยมั้ย" จูฮอนนั่งเท้าคางกับโต๊ะอาหารแล้วมองแม่ที่กำลังหันซ้ายขวาทำอาหารเย็นของทั้งคู่

"ไม่เหนื่อยเลยครับ"

"ฮอนนี่อยากให้แม่อุ้ม แต่ฮอนนี่หนัก"

"ไม่หนักหรอก" กว่าจะรู้ว่าเรื่องอะไรก็ตอนที่ลูกพูดเรื่องน้ำหนักตัวเองนี่แหละ กีฮยอนวางมืองานที่กำลังทำอยู่ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆลูกชาย ใช้สองมือสอดเข้ารักแร้แล้วอุ้มจอมมารจูให้มานั่งตักตัวเองแทน

 

 

"แม่ตัวเล็กกว่าพ่อของซูจีอีก"

 

แล้วแม่ตัวเล็กเกี่ยวกับพ่อของซูจีที่บ้านอยู่ชั้น2 ตรงไหนล่ะเนี่ย?

 

"ที่บันไดเมื่อกี๊พ่อของซูจีให้ซูจีขี่คอด้วย"

"อยากขี่บ้างหรอ"

"ครับ"

 

 

ไอ้หมูอ้วน ว่าแม่ตัวเล็กกว่าพ่อคนอื่น ตัวเองก็อ้วนกว่าลูกคนอื่นเหมือนกันแหละ

 

 

"ถ้าขี่แม่ต้องคอหักแน่เลย"

 

พูดแบบนี้—

อย่านะ

 

"ถ้ามีพ่อก็คงจะดีใช่มั้ยครับ"

 

 

"ฮยองวอนหมายถึงพ่อใหม่ต่างหาก"

"ตามใจขนาดนี้ถ้าหลานอยากมีพ่อจะทำไงล่ะเนี่ย"

 

โบราณเขาถึงบอกใช่มั้ยว่าอย่าพูดอะไรเป็นลาง!!!!!

 

 

 

 

หลังจากอาหารเย็นแล้วกีฮยอนก็อนุญาตให้จูฮอนดูทีวีได้เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ จูฮอนดีใจจนลืมเรื่องคำถามที่ถามทิ้งไว้แล้วแม่ไม่ได้ตอบไปสนิท

 

จะให้ลูกลดน้ำหนักจนอุ้มไหวก็ดูจะขัดความสุขของจอมมารไปหน่อย

จะให้หาพ่อให้ มันก็ใช่ว่าจะเดินซื้อในห้างได้เหมือนตุ๊กตาจอมมารบูซะที่ไหน

หรือจะลงเรียนว่ายน้ำให้กล้ามเนื้อแขนแข็งแรงพอจะอุ้มหมูดี

 

ไม่เอาอะ เหนื่อย—

 

 

 

"ถ้าไม่ออกกำลังกายเลยก็จะกลายเป็นหมูอ่อนแอนะ" คนตัวหนาสวมกอดจากด้านหลังเอื้อมมือมาบีบพุงเล็กๆ ของอีกคนที่หน้าแดงอยู่

"แต่ถ้าผมอ่อมแอ พี่ก็ต้องดูแลผมหรือเปล่า"

"แน่นอนสิ แต่อยากให้แฮมสเตอร์ของพี่ว่ายน้ำเก่งๆนี่นา" คนตัวโตไม่ยอมลดละ เกยคางไว้บนไหล่เล็กแล้วเอียงแก้มไปแนบกับของแก้มนิ่มของอีกคน

"ตลก! พี่แค่อยากลวนลามผมในน้ำแค่นั้นแหละ" ดูเหมือนคนตัวเล็กจะรู้ทัน เพราะเขาพยายามขัดขืนตัวออกจากอ้อมแขนนี้ทันที

"ถ้ารู้ทันแล้วก็ลงสิโว้ย จะได้ไม่ต้องหลอกล่อ"

 

 

 

ถ้าลักวิชาเอาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนก็คงจะมีกล้ามแขนที่แข็งแรงแล้วก็ไหล่กว้างๆ ไว้อุ้มเจ้าลูกหมูตัวนี้แล้วแหละ

 

เฮ้อ คิดถึงบ่อยจังเลยแฮะช่วงนี้

 

 

นั่นแหละแฟนเก่าของยูกีฮยอน ดูท่าจะรักเขามากใช่มั้ยล่ะ

ใช่รักมาก เพราะเขาเป็นทั้งรักแรกแล้วก็รักเดียว

 

ผู้ชายคนนั้นเขาชื่อซนฮยอนอู เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย เป็นตัวเต็งทีมชาติเกาหลีด้วยซ้ำ ทั้งสองคบกันได้เพราะกีฮยอนที่อยู่ชมรมวารสารถูกรุ่นพี่ใช้งาน(แกล้ง) ให้มาถ่ายรูปของการฝึกซ้อมของนักกีฬาว่ายน้ำของชมรมว่ายน้ำที่ว่ากันว่าหวงพื้นที่ส่วนตัวที่สุด ห้ามคนนอกเข้าไปวุ่นวายเด็ดขาด แต่กลายเป็นว่าผมได้เข้าไปง่ายๆ จนทำให้รุ่นพี่หลายคนในชมรมนับถือความลุยของผมเลยทีเดียว

 

แต่จริงๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ—

 

"คุณเป็นคนของชมรมว่ายน้ำใช่มั้ยครับ" กีฮยอนเอ่ยทักผู้ชายตัวสูงกว่า กล้ามแขนแน่นปึก ผิวคล้ำนิดหน่อย ท่าทางเหมือนหมีที่เดินผ่านมา

 

"ครับ?" อีกฝ่ายตอบกลับมา

 

"ผมมาจากชมรมสารสารจะมาขอถ่ายภาพตอนซ้อมได้มั้ยครับ"

 

"ปีหนึ่งใช่มั้ย?"

 

"ครับ"

 

"โดนรับน้องอีกล่ะสินะ" เขาพูดนิ่งๆ "มาขอเนี่ย ไม่กลัวโดนดุหรอ"

 

"ก็รุ่นพี่เขาสั่งมานี่ครับ" มือเล็กชูกล้องในมือให้ดู "ทำไมถึงรู้ล่ะครับว่าผมเป็นปีหนึ่ง"

 

"ตอนปีที่แล้วผมอยู่ปีหนึ่งก็มีรุ่นพี่คุณในชมรมเข้ามาขอเหมือนกัน"

 

"แล้วได้มั้ยครับ"

 

"ได้" อีกฝ่ายตอบมา เป็นคำตอบที่ฟังแล้วยิ้มร่า คำขู่ของรุ่นพี่ก่อนออกจากห้องชมรมเป็นเรื่องโกหกสินะ ชมรมว่ายน้ำไม่ดุขนาดนั้นหรอก

 

"ได้กลับไปมือเปล่าอะ"

 

 

งานช้างแล้วล่ะกีฮยอน—

 

 

แต่กลัวไปก็เท่านั้นเพราะเขาดันได้เข้าไปถ่ายภาพบรรยากาศได้อย่างง่ายๆ แต่ต้องแลกกับการเลี้ยงข้าวพี่เขาเป็นการตอบแทน

 

แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากแลกเบอร์เพื่อนัดกินข้าว

จะกลายเป็นเราทั้งคู่เริ่มออกเดทกัน

แล้วก็คบกันหลังจากเดทแค่ 4 เดือน

 

 

 

แต่ก็เท่านั้นแหละ—

เรื่องอดีตใครเขาอยากรู้

 

 

พูดถึงว่ายน้ำ ต้องบอกพี่จินยองสินะว่าให้คุยกับครูสอนว่ายน้ำหมูให้หน่อย

 

 

 

(ว่าไงกีฮยอน) รอสายได้ไม่นานฝั่งนั้นก็กดรับ

 

"พี่ครับ เรื่องเรียนว่ายน้ำของจูฮอน"

 

(อ๋อ ว่าไงล่ะ)

 

"คุยให้หน่อยได้มั้ยครับ ผมจะให้เจ้าหมูไปเรียน"

 

(ได้เลย เดี๋ยวพี่คุยให้แล้วเดี๋ยวเอาเบอร์กีฮยอนให้ครูนะ)

 

"ครับ รบกวนด้วยนะครับ"

 

(รบกวนอะไรกัน หลานพี่นะ)

 

 

 

 

ถึงบอกมาอย่างนั้นก็อดเกรงใจไม่ได้อยู่ดี กีฮยอนจัดการทุกอย่างในห้องครัวเสร็จก็เดินออกไปหาจอมมารจูที่กำลังนั่งดูการ์ตูนในทีวีอย่างใจจดใจจ่อ

"จูฮอนนี่"

"ครับ"

"ให้ลุงจินยองคุยกับคุณครูสอนว่ายน้ำให้แล้วนะลูก ถ้าไม่ได้ยังไงค่อยหาใหม่เนาะ"

"ถ้าไม่ได้จะได้เรียนมั้ยครับ"

"ได้สิ แม่รับปากแล้วนี่นา"

"ฮอนนี่รักแม่ที่สุดในโลก"

"แต่—"

"รักจอมมารบูมากกว่า"

 

 

นั่นแหละ จอมมารบูหาข้าวให้กินทุกวันมั้ง

 

 

 

 

 

หลังจากวันนั้นเขาก็ได้รับข้อความตอบกลับจากรุ่นพี่จินยองว่าคุณครูจะสอนให้ แถมยังให้เรียนฟรีเพราะถือเป็นช่วงทดลองเรียนและทดลองสอนของครูด้วย

เรียกง่ายๆ ว่าหนูทดลองก่อนเปิดโรงเรียนสอนจริงนั่นแหละ

 

 

หลังจากที่จอมมารรู้เรื่องก็รีบทำให้ทุกอย่างในแต่ละวันเร่งไปหมด ทั้งรีบกิน รีบไปโรงเรียน รีบกลับบ้านเพราะอยากให้มันถึงวันปิดเทอมเร็วๆ

แต่เขาจะไม่บอกความจริงกับเด็ก 8 ขวบหรอกว่าเร่งแค่ไหนก็มี 24 ชั่วโมงเท่าเดิมเท่าเดิม

 

 

 

คาทก!

 

เสียงแจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่นแชทที่ผมไม่ได้ยินมานานดังขึ้นขัดจังหวะการแปลหนังสือที่ผมทำไปได้เกือบครึ่งแล้ว

 

'พี่ฮยอนอู❤️'

 

 

ชื่อห้องแชทที่เข้าทุกวันเมื่อหลายปีก่อนโผล่ขึ้นหน้าจออีกครั้ง ทำเอาผมใจสั่นเหมือนคนขาดน้ำตาล ผมคงบ้าไปแล้วที่เห็นข้อความจากคนนี้ส่งมา

 

'สวัสดีครับคุณแม่ ผมเป็นครูสอนว่ายน้ำของจูฮอนครับ'

'และหวังว่าจะได้เป็นคุณพ่อด้วยนะครับ'

 

 

โชคชะตาฟ้าเล่นตลกอะไรเนี่ย

ไม่ขำโว้ยยยยย

 

 

 

จะให้แฟนเก่ามาเป็นครูสอนว่ายน้ำลูกผมได้ยังไง!!








Daisy talks : พรุ่งนี้เปิดเทอมแหละ เลยหาอะไรที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนทำ คิกค้ากกกกกกก *จมูกบาน*



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #18 070402 (@Rinkafu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 17:47
    มัน!คือ!พรมลิขิต!!!!
    #18
    0
  2. #15 gxxfxxxd (@DefsoulGfield) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:17
    ต่างคนต่างยังรักกันอยู่ คนอ่านดูออกก
    #15
    0
  3. #11 W.Falcon (@waverlylinfea) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:55
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก เต็มไปหมด เขียนได้น่ารักมากเลยค่ะ ชอบมาก เจ้าจูฮอนนี่ของแม่
    #11
    0
  4. #7 Namrinz (@sarochaax) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 01:01
    แหมมม ทำบอกว่าเป็นเรื่องอดีตแต่ยังเมมชื่อเขาแล้วใส่หังใจลงท้ายหมายความว่ายังไงค้าาาา ❤️❤️❤️❤️
    #7
    0
  5. #6 พี่กีฐา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:15

    ฮือออ น่ารักกกกกก ลุ้นๆๆๆๆ คุณแฟนเก่ามาง้อแล้ว เขินนน เอ็นดูน้องจูมากกกๆๆๆๆๆ ไอ่หนูเอ้ย เอ็นดูน้องทุกตอนทุกคำพูดเลยอะ น่ารักมากกกๆๆๆ????????????

    #6
    0
  6. #4 jojijoji (@jojijoji) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:43

    จะเจอพ่อแล้วนะ หนูจูมาต่อเร็วๆนะคะ อยากอ่านแล้วววววว♥️♥️♥️♥️

    #4
    0