[MONSTA X] Manji Joo's Family | Shownu x Kihyun

ตอนที่ 1 : Prologue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61


Prologue

 

 

 

 

 

"แม่ กลับมาแล้วววววว"

 

ยู จูฮอน หลานชายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่4 ขวบ จนตอนนี้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมของชั้นประถมปีหนึ่งเปิดประตูกว้างพร้อมกับตะโกนเสียงลั่นบ้าน

 

และ ยู กีฮยอน ผู้ชายวัย25 ปี เป็น 'อาแท้ๆ' ของเด็กตาขีดที่กำลังเตะรองเท้าสะบัดไปมาไม่ยอมนั่งลงไปถอดดีๆ

แล้วทำไมถึงโดนเรียกแม่น่ะหรอ จริงๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยสอนหรอกนะ ตอนแรกก็เรียกอาดีๆ นั่นแหละ แต่พอวันนึงไปเรียนหนังสือกลับมาก็ดันเรียกแม่ขึ้นมาซะงั้น

 

"กลับมาแล้วครับคุณแม่"

"หืม? ไหนแม่"

"ก็อานั่นแหละเป็นแม่"

"แต่อาเป็นผู้ชายนะเว้ย เรียกแม่ไม่ได้"

"แต่อาตัวเล็ก ทำอาหารอร่อย แถมยังบ่นเก่งด้วย"

 

บ่นเก่งเนี่ยนะ—

 

"แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน"

"เป็นพ่อต้องตัวใหญ่ แข็งแรง ขี่คอได้ แล้วก็ไม่บ่นเก่ง"

"งั้นก็เรียกอาเหมือนเดิม"

"แต่จูฮอนไม่เคยมีแม่" เด็กชายก้มหน้าหลบสายตา "เรียกแม่ไม่ได้หรอ"

 

 

นั่นแหละ เลยต้องยอมเป็นแม่

ตอนนี้ก็เป็นมาปีกว่าแล้ว

 

ถึงอายุจะถึงวัยที่ต้องคบหาดูใจกับใครสักคนแล้ว เพราะต้องเลี้ยงดูเด็กหมูจอมมารจูคนนี้มาตั้ง 4 ปีทำเอากีฮยอนต้องทุ่มทุกอย่างให้ลูก(โดนบังคับเรียก) เลยไม่ได้ขยับตัวไปหาแฟนกับเค้าบ้างเลย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีนะ

แต่ก็มันเป็นอดีตอะเนาะ—

 

 

"แม่ ถอดให้หน่อย” ไม่ว่าเปล่า จูฮอนยกขาข้างหนึ่งที่ยังมีรองเท้าอยู่มาชี้หน้าคนเป็นแม่ อีกฝ่ายที่ได้แต่ถอนหายใจก็ต้องเดินเข้าไปช่วยจอมมารจูตัวอ้วนถอดรองเท้าอยู่ดี

 

เฮ้อ ดูกระจอกแบบนี้เนี่ยนะที่ไปเป็นหัวหน้านักเลง

มันใช่มั้ยเนี่ย!!

 

"หิวแล้ว" จูฮอนวางกระเป๋าลงที่โซฟาก่อนจะเดินลูบท้องมาหากีฮยอนในห้องครัว

 

"รอก่อน ใกล้จะเสร็จแล้ว" มือเล็กค่อยๆใช้กระดาษซับน้ำมันซับชิ้นหมูทงคัตสึชีสของจอมมารจู

 

"ว้าว ทงคัตสึ" จูฮอนที่ตัวเตี้ยกว่าขอบเค้าเตอร์พยายามเขย่งเท้าขึ้นมาดมกลิ่นหมูทอดของโปรดตัวเอง "มีชีสมั้ยอะแม่"

 

"มีสิ" กีฮยอนพยักหน้าตอบ เห็นรอยยิ้มของเจ้าหมูอ้วนที่กำลังยิ้มจนตาปิดแล้วอดไม่ได้ที่จะมีความสุขตามไปด้วย

"ฮอนนี่รักแม่ที่สุดในโลก"

"ถ้า—"

"ถ้าแม่ไม่ให้กินกิมจิ"

 

ถามว่าทำไมถึงรู้ทัน

ก็ไอ้หมูมันพูดอยู่ทุกวันไง!!!

 

 

"เรียนวันนี้เป็นยังไงบ้าง" กีฮยอนวางกับข้าวและเครื่องเคียงของตัวเองลงบนโต๊ะ

"แม่อย่าพูดเรื่องปวดหัวตอนกินข้าวได้มั้ย?" เด็กอ้วนงอแงใส่ มือก็แอบเขี่ยจานกิมจิออกไปห่างๆ

"อะๆ ไม่ถามก็ได้" กีฮยอนยอมแพ้ หันมาสนใจข้าวตรงหน้าตัวเอง

"คุณครูบอกว่าเทอมหน้าจะได้เรียนว่ายน้ำด้วยนะ"

 

 

บ๊ะ ไอ้ลูกคนนี้

ไหนไม่อยากคุยเรื่องปวดหัว

 

 

"ฮอนนี่ว่ายน้ำไม่เป็น"

"ก็จะเรียนอยู่แล้วนี่ กังวลทำไม"

 

ไอ้เด็กหมูนี่ก็แปลกคน

 

"แม่มีเงินมั้ย" คำถามที่ทำผมต้องวางมือจากช้อนที่กำลังตักซุป

"นิ้วมือนับไม่พอ จะขออะไรล่ะ"

"ฮอนนี่อยากเรียนว่ายน้ำ" จูฮอนวางตะเกียบแล้วมองหน้าแม่ตัวเล็ก "เรียนก่อนเพื่อน"

"ที่โรงเรียนก็จะสอนนี่นา"

"แต่ฮอนนี่เก่ง ทำอะไรได้ดีกว่าเพื่อน" จูฮอนก้มหน้าหลบสายตา "ถ้าสมมุติว่าฮอนนี่ว่ายน้ำไม่เป็นคนเดียวล่ะ เพื่อนต้องล้อแน่ๆ เลย"

"อย่าคิดแบบนั้นสิ" ผมเอื้อมมือไปลูบผมนิ่ม "มีอะไรที่เพื่อนทำไม่ได้แล้วลูกแม่ทำได้บ้าง"

 

กระดากปากจริงๆ แต่ก็เรียกมาเป็นปีแล้ว

หมดยางอายครับ พูดตรงๆ

 

"เวลาเรียนภาษาอังกฤษฮอนนี่จะแย่งกับตอบกับแจ็คสันบ่อยมากๆ เลยครับ คนอื่นไม่ได้ตอบเลย"

เพื่อนคงพูดไม่ทันแหละลูก

 

"ฮอนนี่ขี่จักรยานปล่อยมือได้ด้วย"

ความสามารถชั้นเยี่ยม *ปรบมือ*

 

"เวลาเล่นหาสะดือกับแจ็คสัน แจ็คสันหาไม่เจอแต่ฮอนนี่หาเจอตลอดเลยครับ"

ไม่รู้ว่าทำไปทำไม แต่ทักษะเยี่ยมมาก

 

"แล้วฮอนนี่ของแม่ได้ล้อแจ็คสันที่หาสะดือไม่เจอมั้ยครับ"

"ล้อครับ"

 

 

จบ.

พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

"ปิดเทอมแม่ให้ฮอนนี่ไปเรียนไม่ได้หรอ"

"กินข้าวก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ดูก่อน"

"แม่รีบๆ ดูนะ" จูฮอนหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นหมูเข้าปากไป ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าแม่จะดูอะไร "อีก 2 อาทิตย์ฮอนนี่จะปิดเทอมแล้ว"

 

 

หลังจากเสร็จมื้อเย็นของทั้งสอง กีฮยอนบอกให้จูฮอนไปนั่งทำการบ้านรอที่ห้องนั่งเล่นระหว่างที่เขากำลังทำความสะอาด

 

 

ดูแล้วจอมมารจูของเขาคงอยากเรียนว่ายน้ำจริงๆ

เดือนนี้ไม่ค่อยมีงานด้วยสิ

คงต้องทำงานเพิ่มอีกแล้วล่ะมั้ง

 

 

เพราะนิสัยสปอยล์ลูกจนเกินไปของกีฮยอน ทำให้เพื่อนและคนรอบข้างด่ากันเยอะว่าจะทำเขาเสียคนตั้งแต่เด็ก ผมรู้ว่านิสัยนี้ไม่ดี แต่จะให้ทำยังไง ผมเป็นพ่อให้เขาไม่ได้ (เพราะโดนบังคับมาให้เป็นแม่) ก็คงต้องให้ทุกอย่างที่อยากได้นั่นแหละ

ที่ให้ไม่ได้ก็แค่พาพ่อของเขากลับมา—

 

พรุ่งนี้หลังจากส่งจูฮอนไปเรียนแล้วก็คงต้องเข้าสตูดิโอซักหน่อยมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

"นรกขุมไหนขับไล่ให้เข้าสตูได้ครับวันนี้"

คู่ผัวตัวเมียปากเก่ง — ทักกีฮยอนทันทีที่มือผลักประตูเข้าไป

 

"เฮ้อ— มีงานอะไรให้ทำบ้างวะ"

 

"ไปกระหายรายได้มาจากไหนครับคุณแม่คนสวย" โฮซอกถาม แต่ก็เบรคตัวเองทันทีที่ฮยองวอนเริ่มมองแรง

 

"รายได้ไม่พออีกหรอวะ ทั้งที่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลายเนี่ย" ฮยองวอนถามย้ำ

 

"จะว่าพอก็พอแหละ แต่ลูกหมูมันอยากเรียนว่ายน้ำ" แล้วคนมาใหม่ก็เริ่มต้นเล่าเรื่องจอมมารจูให้บรรดาคนขี้สปอยล์เหมือนเจ้าตัวฟัง

 

 

"อ๋อ จะเอาเงินสำรองฉุกเฉินมาตามใจลูกก่อนเลยต้องทำงานหาเงินเพิ่ม" ฮยองวอนพยักหน้าเข้าใจ

"มีงานถ่ายพรีเวดดิ้งอะ ติดต่อมาแต่ยังไม่ระบุวันเลย" โฮซอกเปิดสมุดตารางงานของสตูดิโอไล่หาให้

"รับงานให้หน่อยนะพี่ ถ้าเขาติดต่อมา"

"ได้ๆ"

 

จริงๆ เขาและฮยองวอนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มหาลัย ส่วนโฮซอกเป็นรุ่นพี่หนึ่งปี มาสนิทกันได้ไม่ใช่เพราะเขามาเป็นแฟนเพื่อนผมหรอก แต่เพราะผมไปเป็นแฟนเพื่อนเขาก่อนต่างหาก

 

แต่มันเป็นอดีตอะ—

ช่างมันเถอะ—

 

สามคนนี้หลังจากเรียนจบก็มาหุ้นกันเปิดร้านกาแฟที่ชั้นล่างของตึกนี้แหละ และชั้นสองก็คือสตูดิโอที่สองสามีภรรยา(อ่านถูกแล้ว หนีไปจดทะเบียนที่นิวซีแลนด์แล้ว) นี้มันเปิดขึ้นมาแล้วจ้างกีฮยอนเป็นช่างภาพประจำ

 

 

แล้วที่ต้องหารายได้เพิ่มเนี่ย คิดว่ารายได้จากหุ้นเนี่ยมันจะเลี้ยงจอมมารจูที่กินเหมือนจะไม่มีพรุ่งนี้อีกแล้วพอหรอ

ไม่มีทาง

 

 

กีฮยอนเองก็เคยหารายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์ถ่ายภาพอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีลงคอลัมน์นิตยสารสมัยที่ยังเรียนมหาลัยแต่พอมีจอมมารก็ต้องเลิกไป และเพิ่งได้รับงานเป็นฟรีแลนซ์แปลภาษาให้สำนักพิมพ์ที่มีบก.เป็นประธานชมรมวารสารที่เขาเคยสังกัดอยู่สมัยเรียนนั่นแหละ ทำงานกันเป็นวงกลมทั้งนั้น มีแต่คนรู้จัก

 

 

"ไม่คิดว่าตามใจลูกเกินไปหรอวะ" โฮซอกถามเสียงนิ่ง ถึงจะทักแบบนี้แต่เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่สปอยล์จอมมารจูจนเสี่ยงเสียหมูอยู่เหมือนกัน

 

 

"ทำไงได้ล่ะพี่"

"รู้นะเว้ยว่ามันยาก แต่มึงก็หัดปฏิเสธลูกหน่อยก็ได้มั้ยวะ" ฮยองวอนย้ำอีก

"ลองหลานมาพูดว่า เป็นแม่ให้ไม่ได้หรอ ใส่มึงสิ" ผมถอนหายใจ "มึงก็จะยอมทำทุกอย่างแบบไม่มีข้อแม้เลยแหละ"

"ถ้าไม่หัดขัดใจบ้างสักวันหลานจะเรียกร้องเอาสิ่งที่มึงหามาให้ไม่ได้เอานะ"

"เขารู้แล้วว่าพ่อกับแม่เขาไม่อยู่"

 

 

กีฮยอนถอนหายใจเงียบๆ นึกสงสารหลานที่กลายมาเป็นลูกชายตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย เพราะพ่อและแม่ของจูฮอนแยกทางกัน พี่ชายของกีฮยอนก็กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งเสียลูกคนเดียว จนร่างกายรับความความเหนื่อยล้าไม่ไหว สุดท้ายก็เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่จนทำให้กลับมาหาลูกไม่ได้อีกเลย

 

จริงๆ

พี่ควรจะได้เห็นนะ ว่าจูฮอนโตขึ้นมาดีแค่ไหน

 

ผมจะทำให้ดีที่สุด

ถึงจะแทนที่ทั้งสองคนไม่ได้

แต่ก็ไม่อยากให้เขาขาดอะไรเลย

 

 

"กูไม่ได้หมายถึงพ่อแม่แท้ๆ ของเขา"

"ฮยองวอนหมายถึงพ่อใหม่ต่างหาก"

 

 


 â£

TBC

 

 

 

 

Daisy talks: หาอ่านยากนัก! เขียนเองไปเลย!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #17 070402 (@Rinkafu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 15:43
    แม่น่ารัก น้องจูก็น่ารัก
    #17
    0
  2. #14 gxxfxxxd (@DefsoulGfield) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:08
    เป็นพี่พี่ก็อยากตามใจหมูจู ก็น่าเอ็นดูนี่เนาะะ
    #14
    0
  3. #10 W.Falcon (@waverlylinfea) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 18:41
    จูฮอนของแม่จะแสบยังไงแม่ก็รักหนูคับลูก ♡ //ใช่ค่ะ ดิฉันก็คืออีกคนที่สปอยจูฮอน
    #10
    0
  4. #5 พี่กีฐา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:01

    ง่าาาา เอ็นดูฮอนนี่ เราแพ้ทุกเรื่องที่น้องจูเป็นเด็กเป็นลูกมากเลยอะ ฮืออๆๆ หนูๆๆๆๆๆ อยากเป็นแม่ะให้หนู 555555 ชอบปณิธานมากเลยค่า หาฟิคยาก แต่งเองเย้ยนย ชอบๆๆ ขอบคุณมากๆเลยค่า

    #5
    0
  5. #3 SnK1822 (@SnK1822) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:32
    มาต่อออออ ค้างมากกกก
    #3
    0
  6. #2 Namrinz (@sarochaax) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 04:48
    ล้อเพราะแจ็คสันหาสะดือไม่เจอ55555555555 จูฮ๊อนนนน
    #2
    0
  7. #1 jongmolee (@ae2020) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:36

    รรีบมาต่อนะค่ะ จูจะหาพ่อ

    #1
    0