เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 13 : บทที่ 6 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 เม.ย. 58

บทที่ (2)

                        ลังจากที่ปนิดาถูกอลงกตฉุดกระชากลากถูออกมาจากผับแล้ว หญิงสาวก็ถูกเขาจับยัดใส่รถ แล้วในสิบห้านาทีถัดมา เธอก็มานั่งข้างๆ อลงกตที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถวนไปวนมารอบเมืองเสียเหลือเกิน พอเขาพานั่งรถวนเป็นรอบที่สี่แล้ว จึงตัดสินใจโพล่งถามออกไป

 

                        “ไหนคุณบอกว่าจะพาฉันกลับบ้านไง?”

 

                        ปนิดาถามแล้วเอียงคอมองอลงกตอย่างสงสัย เท่านั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงอลงกตร้องจิ๊จ๊ะใส่ แล้วทำทีเป็นถอนหายใจอย่างคนที่รำคาญเธอนักหนา

 

                        “นี่ยัยเต่า! อย่ายุ่งได้ไหม ฉันกำลังดูวิวของเมืองนี้เพลินๆ เชียว”

 

                        “อะ” ปนิดาร้องประท้วงในคอเบาๆ แล้วแอบค้อนให้เขาไปหนึ่งวง คิดในใจนี่เธอผิดอีกแล้วหรือ? อลงกตนี่เก่งจริงๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็หาช่องทางมากล่าวหาเธอได้

 

                        “คุณน่ะชอบว่าฉัน!” ตัดพ้อหน้างอง้ำ ก้มหน้าลงมองมือตนเองนิ่ง

 

                        อลงกตเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกว้างทันที เมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีจ๋องลงไป

 

                        “ก็เธอมันเซ่อจริงๆ นี่นายัยเต่า!”

 

                        พอถูกตอกย้ำ ปนิดาก็ยิ่งหน้างอเข้าไปใหญ่ หญิงสาวตวัดหางตามองเขาขุ่นเคือง

 

                        “ทำไมต้องมาเรียกฉันว่ายัยเต่าด้วยล่ะ ชื่อฉันก็มี ทำไมถึงไม่รู้จักเรียกฮ้า!

 

                        ต่อว่าได้เท่านั้นก็หันไปมองนอกหน้าต่าง ไม่อยากจะสนใจเขาอีกต่อไป แล้วก็ต้องหน้าคะมำ เมื่อจู่ๆ อลงกตก็เหยียบเบรกรถดังพรืด พอรถจอดสนิดได้ ปนิดาก็ร้องโอดโอย คลำหน้าผากเบาๆ หันไปค้อนให้อลงกตทันที เห็นเขายิ้มขำๆ ก็รู้ทันทีว่าถูกแกล้งเข้าให้อีกแล้ว

 

                        “ลงไปสิ!”

 

                        อลงกตไล่เธอลงจากรถหน้าตาเฉย ปนิดาเลยหน้าหัก

 

                        “ประสาทหรือเปล่า?” เธอเริ่มต่อว่าเขาบ้าง อะไรกันคนนั่งอยู่ดีๆ ก็มาไล่ลงจากรถเฉยเลย เท่านั้นก็เห็นอลงกตแยกเขี้ยวใส่เธอ

 

                        “เอ๊ะ! ยัยนี่เถียงอีกแล้วนะ เดี๋ยวนี้แข็งข้อกับฉันหรือไง เดี๋ยวจะโดนดี!”

 

                        อลงกตแสร้งทำเสียงขึงขัง ทำทีเป็นเขยิบเข้าใกล้ปนิดาด้วยท่าทีคุกคาม แล้วมันก็ได้ผล ปนิดาหลับตาปี๋ ร้องโวยวายขึ้นมาทันใด

 

                        “ว้าย! อย่าทำอะไรฉันนะ ก็ฉันนั่งอยู่ดีๆ คุณมาไล่ฉันลงไปทำไมกันล่ะ?”

 

                        “ฉันจะชมวิว!”

 

                        คำตอบของอลงกตทำให้ปนิดาลืมตาขึ้นมา จากนั้นก็จ้องตาเขาปริบๆ คนอย่างอลงกตนะหรือ จู่ๆ จะมานั่งกินลมชมวิว สูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในปอด ซิส์ ไม่มีทาง มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ปนิดาจ้องเขาเขม็ง แล้วมองไปยังบรรยากาศรอบตัว เห็นแม่น้ำยามค่ำคืนยาวไปสุดลูกตา สองฟากฝั่งมีแสงไฟยามราตรีประดับประดา เธอมองไปตามราวสะพาน เห็นบรรดาหนุ่มสาวมากันเป็นคู่ๆ แต่ละคู่อยู่ห่างกันพอสมควร เพื่อเว้นระยะของความเป็นส่วนตัวของแต่ละคู่ควง

 

                        “มองอยู่ได้ยัยเต่า! ลงไปจากรถของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

 

                        อีกครั้งที่อลงกตไล่เธอลงไป ปนิดามองค้อนให้เขาแล้วเปิดประตูรถ ไม่นานอลงกตก็ตามลงมาบ้าง ปนิดาเห็นเขายิ้มจนตาหยี คงสนุกล่ะสิ! ที่ได้แกล้งเธอ หญิงสาวมองคนขี้บังคับอย่างขุ่นเคือง แต่อีกฝ่ายกลับมาทำเป็นหัวเราะใส่ จึงขว้างให้เขาไปอีกหนึ่งวง

 

                        “โรคจิตหรือเปล่าน่ะคุณ ชอบข่มขู่บังคับใจคนอื่นอยู่เรื่อยเลย”

 

                        ปนิดาต่อว่าเขาแล้วเดินตรงไปที่ราวสะพาน ได้ยินเสียงหัวเราะกวนประสาทดังตามมาจากด้านหลัง ต่อมาทั้งปนิดาและอลงกตก็มายืนข้างเคียงกัน มองลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่าง สูดลมหายใจเอาอากาศดีๆ เข้าไปจนเต็มปอด

 

                        “นี่ยัยแว่น!”

 

                        “คะ!”

 

                        ปนิดาขานรับอลงกตแล้วมองเขา เห็นเจ้านายตัวแสบยังยิ้มอารมณ์ดี รอยยิ้มอันเปิดเผยกว้างขวางนั้นทำให้หน้าขาวๆ ดูอ่อนเยาว์ขึ้นเยอะทีเดียว ยามนี้อลงกตดูเหมือนหนุ่มน้อยวัยสัก 21-22 ปี มองเขาไปได้สักพักก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ อากาศดีๆ ลมเย็นๆ ทำให้ปนิดาลืมเรื่องหมองใจที่เขาคอยแต่แกล้งเธอไปได้

 

                        “เธอว่าไหม อันที่จริงแล้วที่นี่ดีกว่าที่กรุงเทพฯ หลายร้อยเท่าทีเดียว อย่างน้อยเราก็ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ชีวิตไม่วุ่นวาย การจราจรไม่แออัด”

 

                        อลงกตกล่าวแล้วหยุดมองบรรยากาศรอบตัว ปนิดายิ่งมองก็ยิ่งยิ้ม ไม่รู้สิ รอยยิ้มของเจ้านายเธอทำให้คนที่อยู่ชิดใกล้ เห็นแล้วอดใจที่จะไม่ยิ้มตามไม่ได้หรอก

 

                        “ฉันชักชอบที่นี่แล้วสิ! ปนิดา!”

 

                        “ค่ะ!” ปนิดาตอบออกไป แอบคิดในใจลำพังไม่ได้ว่า ฉันก็ชอบทุกที่ที่มีคุณนั่นแหละ

 

                        แต่หล่อนก็ได้แต่คิด ไม่เคยที่จะพูดมันออกไปสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าผู้หญิงอย่างตนนั้น อย่างไรเสียก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอยู่ดี เพราะชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ เขาไง เธอถึงยอมเป็นลูกไล่ให้เขากลั่นแกล้งข่มเหงมาตลอด แม้จะโกรธจะน้อยใจบ้าง แต่ลึกๆ แล้วยังมีความรู้สึกดีๆ ที่ได้อยู่ใกล้กัน

 

                        ปนิดายังคงยืนนิ่งปล่อยอลงกตให้พูดไปเรื่อยเปื่อย หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แหงนหน้ามองเขาด้วยสายตาสัตย์ซื่อจงรักภักดี แต่ในหูนั้นกลับจับใจความถึงสิ่งที่เขาพูดไม่ได้สักคำ เพราะว่าตามัวแต่บันทึกภาพอลงกตที่อยู่ในบรรยากาศเป็นธรรมชาติ สบายๆ มองไปสักพักก็สะดุ้งกับน้ำเสียงข่มขู่ของเขา

 

                        “เอ๊ะ! มาจ้องหน้าฉันทำไมกันยัยเต่า!”

 

                        ปนิดามองเขาตาโต แปลกใจเขารู้ได้ยังไง ว่าเธอมองเขาอยู่ ก็เธอเห็นนี่นาว่าเขามองแต่แม่น้ำเบื้องล่างอย่างเพลิดเพลิน และท่าทางไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะการดื่มด่ำธรรมชาติของตนซะด้วย

 

                        “ยังจะมามองอยู่อีก!”

 

                        อลงกตไม่กล่าวเพียงอย่างเดียว แต่จับใบหน้าของปนิดาให้หันไปมองแม่น้ำเบื้องหน้าแทน

 

                        “นี่ๆ ดูเข้าไปสิ! ฉันพาเธอมาดูแม่น้ำยามค่ำคืนนะยัยแว่น ไม่ใช่ให้มาจ้องหน้าฉันแบบนี้!”

 

                        ปนิดาร้องอู้อี้ประท้วงเขา แล้วผลักมืออลงกตออกไปทันที

 

                        “โอ๊ย! แล้วคุณมาบังคับฉันดูทำไมล่ะ!”

 

                        ปนิดากล่าวประท้วง แล้วหันไปจ้องเขาหน้างอ

 

                        “อ้าว! ถ้าอย่างนั้นเธอจะมาจ้องหน้าฉันทำไมล่ะ?”

 

                        จบคำถามนั้น ปนิดากะพริบตาปริบๆ มองอลงกตนิ่ง จากนั้นถึงโพล่งออกไปเสียงเขียว

 

                        “ก็แล้วจะให้ฉันจ้องอะไรล่ะ? อยู่กันสองคนจะให้ฉันไปจ้องใคร?”

 

                        ปนิดาตอบกลับไปตามภาษาคนซื่อ แต่อลงกตกลับแยกเขี้ยวใส่

 

                        “นี่เธอจะชวนฉันทะเลาะใช่ไหม?”

 

                        คราวนี้ปนิดามองเขาตาโตทีเดียว จากนั้นก็กะพริบตาปริบๆ อีกครั้ง

 

                        “จะบ้าหรือ! ฉันไปชวนคุณทะเลาะตอนไหน ประสาท!”

 

                        ปนิดาว่าเขา พร้อมย่นจมูกใส่เจ้านายจอมแสบของตน จากนั้นก็หันไปมองแม่น้ำเบื้องหน้าตามคำบัญชาของเขา เพื่อจะได้ยุติการทะเลาะกันครั้งนี้เสีย แต่พระเจ้ามันยังไม่จบเมื่อเสียงเขาดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

                        “นี่ๆ เธอกล้าหันหน้าหนีฉันอีกแล้วหรือ?”

 

                        “เอ๊ะ!” ปนิดาทำท่าจะประท้วงเขา คนอะไรบอกเธอให้ดูแม่น้ำ พอเธอดูก็หาว่าเธอหันหน้าหนีตัวเองซะอีก

 

                        “ก็คุณกต!”

 

                        “เรียกฉันว่าเจ้านาย!

 

                        “เอ๊ะ แต่นี่มันเลิกงานแล้วนะ”

 

                        “แต่เธอเป็นคนใช้ส่วนตัว ต้องทำงานทุกเวลา”

 

                        “จะบ้าเหรอ ฉันเป็นเลขาฯ นะ คุณนี่มัน......” ปนิดาเตรียมจะกล่าวต่อ แต่ก็ต้องหยุดลง เมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

 

                        “เอาดอกไม้ไฟไหมครับพี่สาวพี่ชาย?”

 

                        ปนิดาและอลงกตหันไปทางที่มาของเสียง เห็นเด็กอายุประมาณ 12-13 ปี เดินถือดอกไม้ไฟและไฟเย็นก้านเล็กๆ มาขายให้

 

                        “เอาไฟเย็นไหมครับ?”

 

                        เด็กหนุ่มถามอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาถึงคนทั้งคู่ จากนั้นก็ยื่นไฟเย็นให้อลงกตทันที จะเรียกว่ายื่นก็ไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่ายัดเยียดให้เสียมากกว่า ปนิดาจึงมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง เห็นหนุ่มสาวหลายคู่เริ่มเล่นไฟเย็นกันแล้ว ก็อยากเล่นกับเขาบ้าง

 

                        “เอาๆ”

 

                        “เธอจะเอาไปทำไมเล่ายัยเต่า เล่นเป็นเด็กไปได้!”

 

                        พออลงกตว่าให้เท่านั้น ปนิดาก็ก้มหน้างุดทันที กล่าวออกไปเบาๆ กับเขา

 

                        “ก็ฉันอยากเล่นนี่ ตอนเด็กๆ เคยเล่นเสียเมื่อไรกัน”

 

                        “ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันเลือกให้เอง ยัยเด็กไม่รู้จักโต”

 

                        พอปนิดาได้ยินอลงกตกล่าวดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ไม่นานเด็กคนนั้นก็จากไป ปนิดามองไปที่อลงกต ไม่เห็นมีไฟเย็นก็เงยหน้าขึ้นมองเขางงๆ

 

                        “ไหนล่ะไฟเย็น?”

 

                        “ไม่มี!”

 

                        อลงกตกล่าวแต่นัยน์ตาเปล่งประกายซุกซนยิ่งนัก จนเธอไม่อยากจะไว้วางใจเขาเสียแล้ว

 

                        “แต่ฉันมีอย่างอื่นที่สนุกกว่านั้นอีก!” อลงกตกล่าวแล้วยิ้มกว้างมากขึ้น

 

                        ปนิดาเลยยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นบ้าง

 

                        “ไหนๆ คะ ขอฉันดูหน่อย!”

 

                        พอปนิดากล่าวเท่านั้น อลงกตก็แบมือออกมา ปนิดามองก้อนสีขาวๆ เล็กๆ ในมือเขาอย่างสงสัย ดูหน้าตามันแล้วไฟเย็นน่าเล่นกว่าตั้งเยอะ

 

                        “มันเล่นยังไงคะ?” ถามเขาอย่างงงๆ ไม่รู้จักวัตถุเล็กๆ ในมือของอลงกตเอาเสียเลย

 

                        อลงกตลอบมองปนิดาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หล่อน จากนั้นก็พูดออกมาด้วยสายตามีเลศนัย

 

                        “เล่นยังงี้ไงยัยแว่น!”

 

                        พอเขากล่าวจบก็โยนมันลงกับพื้นอย่างรวดเร็วเสียงดัง แปะ! เล็กๆ แหลมๆ พร้อมด้วยควันฉุยนั้น ทำให้ปนิดาสะดุ้งสุดตัว ร้องกรี๊ดลั่น จากนั้นก็กระโดดหนีเขาทันที

 

                        “ว้าย! คุณกตอย่านะ!”

 

                        ปนิดากล่าวหน้าตาตื่น ได้ยินเสียงอลงกตหัวเราะคิกคัก

 

                        “จะไปไหนเล่ายัยเต่า! ยัยคนใช้ มาให้ฉันขว้างเสียดีๆ อย่าดื้อ หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าหนีนะ” อลงกตไม่กล่าวเพียงอย่างเดียว แต่วิ่งเข้าหาปนิดาเสียด้วย

 

                        “ว้าย อย่านะ! ไอ้เจ้านายบ้า เจ้านายโรคจิต ปอยมาเป็นเลขาฯ นะ ไม่ใช่คนใช้ส่วนตัว”

 

                        ปนิดาร้องหน้าตื่น ปากก็เถียงไปด้วย สักพักก็วิ่งหนีเขาสุดฝีเท้า เมื่ออลงกตปาไอ้วัตถุขาวๆ มาเฉียดปลายเท้าเธอ

 

                        “กรี๊ด บ้าๆๆๆ ไม่เอานะ บอกว่าปอยไม่เล่น หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้านาย”

 

                        “กล้าสั่งฉันหรือยัยแว่น อย่างนี้ต้องโดนชุดใหญ่”

 

                        อลงกตกล่าวเท่านั้นก็ขว้างวัตถุเสียงแหลมใส่ปนิดาถี่ขึ้น ปนิดาล่ะหวาดเสียวที่สุด เดี๋ยวมันก็ตกมาด้านซ้ายทีด้านขวาที จนเธอไม่รู้ว่าจะหลบไปทางไหนแล้ว ส่วนอลงกตนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย พอแกล้งเธอได้ก็สนุกสนานหัวเราะไม่ยอมหยุด

 

                        เฮ้อ! เหนื่อยที่สุด อีตาเจ้านายบ้า คนอะไรโรคจิตที่สุด ชอบแกล้งลูกน้องตัวเองอยู่เรื่อยเลย

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                       

 

                                                

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #6 AssasinX25 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 18:55
    สนุกค่ะ คุณกต แกเป็นไรมากป่ะชอบแกล้งน้องปอย
    #6
    1
    • #6-1 แก้วชวาลา(จากตอนที่ 13)
      22 เมษายน 2558 / 12:35
      ฮีเป็นโรคประหลาด555
      #6-1