เลขายอดรัก (ซีรีย์ชุดทะเลใจ)

ตอนที่ 12 : บทที่ 6 (1) เราสองคนไร้คนสองใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 เม.ย. 58

บทที่ 6 (1) เราสองคน ไร้คนสองใจ

 

                        “อะไรกัน อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?”

 

                        ปนิดาได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกเหมือนสวรรค์ลงมาโปรดทันที

 

                        “คุณกต!” หญิงสาวร้องออกมาอย่างดีใจ แล้วโถมตัวไปยังทิศทางของเสียงนั้นอย่างว่องไว

 

                        “อุ๊บ!” อลงกตร้องออกมาเพราะยังไม่ทันได้ตั้งหลัก สองแขนแข็งแรงรับร่างปนิดาเอาไว้แทบไม่ทัน

 

                        “อะไรของเธออีกล่ะยัยเต่า! เมื่อไรจะเลิกนิสัยกระโดดเข้าหาคนแบบนี้เสียทีนะ คิดว่าตัวเองตัวเบานักหรือไง อีหนักยังกับช้างแน่ะ” อลงกตทำเสียงเขียวใส่ปนิดา คราวนี้หญิงสาวไม่เถียงเขาสักคำ กลับยิ้มระรื่นรับคำด่าเฉยเลย

 

                        “อ้าว! แล้วนั่นร้องไห้ทำไมกันอีกล่ะ เป็นไรของเธออีก?”

 

                        อลงกตเพิ่งสังเกตเห็นคราบน้ำตาของอีกฝ่าย เขาจ้องปนิดาแล้วขมวดคิ้วมุ่น สักพักก็เห็นบางอย่างผิดปกติจึงถามออกไป

 

                        “แว่นตาเธอไปไหนล่ะ?”

 

                        พออลงกตพูดได้เท่านั้น ปนิดาก็เริ่มเบะหน้า ทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง อลงกตเห็นว่าถามปนิดาไปก็คงไม่ได้เรื่องนัก จึงหันไปทางกลุ่มผู้ชายที่ยืนมองดูพวกตนอยู่

 

                        “เฮ้ยเพื่อนบอกฉันหน่อยสิ ว่ายัยนี่เป็นอะไรไป?”

 

                        คราวนี้พวกหนุ่มๆ เริ่มมองหน้ากัน แล้วหนึ่งในนั้นก็รีบชี้แจงกับอลงกต

 

                        “ก็ตอนที่นายไปห้องน้ำน่ะ หนูแว่นเขาก็เดินมาถึงโต๊ะพอดี พวกเรายังไม่ทันได้อธิบายอะไร เขาก็สะดุดเก้าอี้แล้วคว้าหัวของไอ้นัทไว้เป็นหลัก เราเห็นคนมองกันเยอะ ก็เลยรีบลากน้องหนูเขาเข้ามากลางวง ยังไม่ทันได้บอกว่านายสั่งให้รออยู่ที่นี่ เพราะมัวแต่ชมว่าขาของน้องเขาสวยอยู่”

 

                        อลงกตมองไปที่ขาเรียวงามของปนิดา แล้วหันไปมองกลุ่มเพื่อนๆ ของตนเองหน้ายุ่งๆ

 

                        “มันก็ไม่น่าจะถึงกับต้องร้องไห้นี่หว่า!” อลงกตกล่าวแล้วหันไปทางปนิดาอีกครั้ง

 

                        “ยัยเต่า!”

 

                        แกล้งเรียกหล่อนเสียงเข้มให้หล่อนหยุดร้องไห้ แต่แล้วก็เริ่มเข้าใจบางอย่างเมื่อเห็นตากลมโตนั้นมีน้ำตาเกาะพราว รู้ล่ะว่าสาเหตุแท้จริงมันคืออะไร

 

                        “ใครเอาแว่นตาของยัยนี่ไปซ่อนไว้ที่ไหน?” เขากล่าวแล้วชี้ไปทางปนิดาที่ร้องไห้กระซิกๆ จากนั้นจึงหันกลับไปมองกลุ่มเพื่อนของตน เห็นหนึ่งในนั้นชูแว่นตาปนิดาขึ้นมาจึงมองมันหน้ายุ่งๆ

 

                        “ก็สงสัยว่าน้องเขาไม่ใส่แว่นคงจะสวย ฉันก็เลยดึงออกมา แต่โห พอไม่มีแว่นแล้ว ขอบอกว่าน้องเขาน่ารักจริงๆ ว่ะ น่ารักสุดใจไปเลย”

 

                        “เออใช่ว่ะ น่ารัก!”

 

                        “เออๆ ใช่ น่ารักที่สุด!”

 

                        อลงกตเริ่มเบื่อหน่ายกับเสียงตื่นเต้นเจี๊ยวจ๊าวของเพื่อนๆ ที่แย่งกันชมปนิดา แต่คนที่กำลังถูกชมนี่สิไม่สนใจอะไรเลย เอาแต่ร้องไห้มันลูกเดียว เขาจึงดึงแว่นของปนิดาออกมาจากมือเพื่อน แล้วจัดการสวมให้หล่อนตามเดิม เท่านั้นเองแม่เลขาฯ จอมตลกของเขาก็หยุดร้องไห้ แถมยังหันมายิ้มแฉ่งให้เขา แล้วกระโดดกอดคออย่างว่องไว จนร่างสูงเซน้อยๆ แต่มือก็ตวัดเอวบางไว้แน่น สักครู่ก็เอ็ดออกไป

 

                        “โอ๊ย! ยัยเต่า! ฉันบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่า อย่ามากระโดดกอดกันแบบนี้ เดี๋ยวก็ล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่หรอก”

 

                        อลงกตเอ็ดให้พร้อมอาการชำเลืองเหมือนจะค้อนหน่อยๆ ปนิดาเลยยิ้มเจื่อนๆ ค่อยๆ เอามือออกจากลำคอเขา

 

                        “ขอโทษค่ะ”

 

                        กล่าวเบาๆ ชำเลืองมองอลงกต เห็นเขายังหน้างอๆ มือก็ขยับคอเสื้อไปมา

 

                        “ดูสิ เสื้อฉันยับหมดแล้ว มือสกปรกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยัยเบ๊อะ”

 

                        ปนิดาได้ยินเขาบ่นออกมาแบบนั้นก็แอบค้อนให้ทันที ได้ยินเสียงเพื่อนๆ อลงกตพูดขึ้นมาบ้าง

 

                        “ไม่เป็นไรนะน้องแว่น! ถ้าเจ้ากตมันไม่ให้กอด มากอดพี่แทนก็ได้นะ มามะ ตัวแค่นี้พี่ไม่หนักหรอก มามะขวัญเอ๊ยขวัญมา แว่นตาของน้องแว่นยังอยู่ ไม่หายไปไหน”

 

                        พอมีหนึ่งคนเสนอตัว คนอื่นๆ ก็เลยแย่งกันเสนอตัวบ้าง แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไร อลงกตก็จูงมือเธอไปนั่งเก้าอี้เสียก่อน

 

                        “มานี่ยัยเต่า มานี่ๆ มานั่งตรงนี้”

 

                        ปนิดาเดินตามเขาไป พอนั่งลงได้ บรรดาหนุ่มๆ ก็นั่งตามกันเป็นแถว สักพักเธอก็ถูกอลงกตเอ็ดใส่พร้อมกับไล่เธอให้ลุกขึ้น

 

                        “ไปนั่งอะไรตรงโน้นเลยยัยเต่า! ไปๆ ไปนั่งริมๆ ตรงนั้นเดี๋ยวนี้ พวกผู้ชายเขาจะคุยกัน เฮ้อ! ไม่รู้เรื่องเลย ยัยคนนี้!”

 

                        อลงกตไล่ปนิดาให้ไปนั่งริมสุดของโซฟายาว แล้วเขาก็มานั่งข้างๆ เธอ สกัดกั้นผู้ชายทุกคนไม่ให้ใครได้นั่งใกล้เสีย

 

                        “เฮ้ย! เจ้ากต นายก็อย่าไปดุน้องเขามากสิวะ เป็นฉันดุไม่ลงหรอก น้องแว่นเขาออกจะน่ารักขนาดนี้”

 

                        เพื่อนอลงกตกล่าวแล้วมองปนิดาตาเยิ้ม เล่นเอาปนิดาตกใจ รีบขยับเข้าไปใกล้อลงกตมากขึ้น เพราะแต่ละคนมองมาทางเธอราวกับจะกลืนกินกันเข้าไปทั้งนั้น

 

                        “ใช่! ยิ่งเวลาไม่ใส่แว่นตานะครับ น้องแว่นของผมน่ารักที่สุดเลย” อีกคนรีบกล่าวเสริม

 

                        “พี่รู้ละ! ที่น้องต้องใส่แว่นตาแบบนี้ ก็เพราะกลัวความสวยจะไปเข้าตาใครใช่ไหมครับ เพราะถ้าใครได้เห็นความน่ารักของน้องแว่นเข้าแล้วละก็ จะเป็นแบบพวกพี่ไง มันติดตาติดใจไปหมด ถ้ายังไงคืนนี้พี่ขอเก็บเอาหน้าของน้องแว่นไปฝันนะครับ”

 

                        เพื่อนอลงกตกล่าวตาเคลิ้มฝัน ปนิดามองบรรดาหนุ่มแล้วยิ้มเจื่อน เขยิบกายกระแซะอลงกตมากขึ้น ยิ่งพวกนี้พูดมากเท่าใด ปนิดาก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น เธอเลยเกาะอลงกตเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยเขาเลยคราวนี้

 

                        “พอๆ เลยเพื่อน หยุดยกยอปอปั้นน้องแว่นของพวกแกได้แล้ว พวกเรามากินเหล้ากันก็กินสิ นี่อะไร มาตื่นตาตื่นใจ ครื้นเครงกับของแปลกของประหลาดกันอยู่ได้”

 

                        อลงกตว่าเพื่อนของตนที่ดูจะเพ้อกันไปใหญ่แล้ว จากนั้นจึงหันไปมองปนิดาด้วยสายตาตอกย้ำว่าเธอนั่นแหละคือของแปลก!

 

                        “เฮ้ย เจ้ากต พูดจาน่าเกลียด น้องแว่นเขาแปลกที่ไหนกันวะ!”

 

                        เพื่อนอลงกตอีกคนรีบกล่าวขึ้น แล้วเอียงคอมองปนิดาด้วยสายตาชื่นชม

 

                        “ถ้าแปลกแล้วน่ารักแบบนี้ ข้ายอมให้ผู้หญิงทั้งโลกแปลกว่ะ!”

 

                        อีกคนรีบขัดคอเอาหน้า พร้อมเอียงหน้ามองปนิดาสายตากรุ้มกริ่ม

 

                        “ว่าแต่น้องแว่นชื่ออะไรจ๊ะ แล้วมีแฟนหรือยังเอ่ย?”

 

                        “ใช่ๆ มีแฟนยังครับ”

 

                        ประโยคหลังของคำถามนั้นดูเหมือนจะโดนใจทุกคนสุดๆ เลยแย่งกันถามปนิดากันใหญ่ อลงกตจึงดึงปนิดาให้ลุกขึ้น

 

                        “ยัยนี่ชื่อว่ายัยเต่าทำอะไรชักช้าต้วมเตี้ยม ส่วนแฟนน่ะมีแล้ว พ่อของพ่อของตาของตาของยายหมั้นเอาไว้ให้เขามาตั้งแต่เด็กๆ อีกสองอาทิตย์ยัยนี่ก็จะแต่งงานแล้ว ฉันกลับล่ะ! พวกนายไม่กินเหล้ากันแล้วนี่! อยู่จีบสาวคนอื่นๆ ต่อไปก็แล้วกันนะ ไปปอยกลับบ้าน พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า เร็วๆ สิ เดินตามมา”

 

                        อลงกตกล่าวเท่านั้นก็ลากปนิดาออกจากผับไปทันที เล่นเอาเพื่อนๆ มองหน้ากันงงๆ

 

                        “มันเป็นอะไรวะ วันนี้มาแปลก! พระจันทร์ยังไม่ทันลอยถึงกลางหัวเลย ก็จะกลับเสียแล้ว”

 

                        ทุกคนพากันมองหน้ากันแล้วก็ส่ายหัว เพราะแต่ละคนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

 

                        “ข้าไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้ก็คือ น้องแว่นน่ารักว่ะ น่ารักที่สุดเลย!”

 

                        “เออผู้หญิงอะไร ถอดแว่นออกแล้วน่ารักที่สุด สวยใส ไร้เครื่องสำอาง”

 

                        “ใช่ๆ นี่ขนาดหน้าไม่แต่งนะ น้องแว่นของเรายังน่ารักขนาดนี้ แล้วถ้าแต่งขึ้นมาวันไหนละก็ คงน่ารักสุดๆ เลยว่ะ”

 

                        “เฮ้ยไม่เอาๆ ข้าว่าใสๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว แค่เปลี่ยนมาใส่คอนแท็กเลนส์แทนก็พอ อย่างนี้ให้ข้านั่งมองทั้งวันยังได้ รับรองว่ายิ่งพิศก็ยิ่งรักยิ่งหลงว่ะ คนอะไรน่ารักจริงๆ พับผ่าสิ”

 

                        “เออว่ะ เห็นด้วย”

 

                        แต่ละคนที่กล่าวถึงปนิดาเริ่มมีอาการเพ้อๆ หลังจากที่ได้เห็นหน้าแท้ๆ ของหญิงสาว ตอนไม่มีแว่นตาอันโตๆ กรอบหนาๆ มาบดบัง

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

                       

 

                       

 

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #5 แมวน้อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 13:42
    คุณกตคิดอัลไลอยู่คะ(เดี้ยนอยากรู้)เคยมองเห็นความน่ารักของน้องปอยสักหน่อยมั้ย
    #5
    1
    • #5-1 แก้วชวาลา(จากตอนที่ 12)
      22 เมษายน 2558 / 12:36
      เฮียแกอาจมองเห็น แต่หลบซ่อนไว้ข้างใน555
      #5-1